แนวยูริสายโหด เลขาสาวหมวยกับบอสสาวหน้าอินเตอร์ บอสสาวทำทุกอย่างเพื่อจะให้ได้นางเอกมาครอบครอง
แนวยูริสายโหด เลขาสาวหมวยกับบอสสาวหน้าอินเตอร์ บอสสาวทำทุกอย่างเพื่อจะให้ได้นางเอกมาครอบครอง
พ่ายรักบอสสาวร้ายมารยา
ตอน ตบเจ้าของบริษัท
ยามเช้าตรู่ในเมืองหลวงที่ผู้คนพลุกพล่าน หนุ่มสาววัยทำงานกำลังเดินและวิ่งอยู่บนฟุตบาทอย่างรีบร้อน
ท่ามกลางหลายพันชีวิตที่กำลังดิ้นรน สาวหน้าใสคนหนึ่งกำลังยืนนิ่ง เงยมองท้องฟ้าและยิ้มอย่างมีความหวัง เธอสวมแว่นสายตาอันใหญ่ดูน่ารักแบบอาหมวย
"วันนี้หนูจะสัมภาษณ์งาน ขอให้ผ่านด้วยเถิด"
ซ่า!
หมวยอฐิษฐานจบฝนก็ลงเม็ดพลันใด ผู้คนต่างแตกกระเจิงหาที่หลบ สาววัยยี่สิบสองกลับเดินยิ้มเข้ามาหน้าตึกใหญ่ ที่ทำการบริษัทอสังหาแนวหน้าของประเทศ
เสื้อเชิ้ตขาวแขนยาวและกระโปรงแหวกข้างสีดำเปียกชุ่ม เรือนร่างเพรียวขาวและส่วนสูง168ซม.มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูกระจกทางเข้าตึกสูงระฟ้า
"มาสัมภาษณ์งานค่ะ" หมวยเอ่ยและยื่นใบนัดจากฝ่ายบุคคลให้หนุ่มร่างใหญ่
"ตำแหน่งอะไรครับ" รปภ.ที่ยืนคุมประตูถาม
"เลขานุการผู้บริหารค่ะ" หมวยตอบและจับแว่นสายตากระชับให้เข้าที่
"เชิญครับ เอ่อ ผมแนะนำให้เช็ดเสื้อผ้าและจัดผมให้เข้าที่ก่อนนะครับ'
"ห๊ะ ยังไม่ดีหรือคะ" หมวยถามและยืนเขย่งเท้าส่องเงาตัวเองในประตูกระจก
"คือคุณเอสเทอร์ค่อนข้างเนี๊ยบเลยน่ะครับ" หนุ่มร่างใหญ่กำยำตอบ
"อ้อค่ะ เดี๋ยวไปจัดการข้างในนะคะ" หมวยเอ่ยแล้วก้มลอดแขนรปภ.วิ่งเข้ามาในตึก เหลือบมองนาฬิกาข้อมือก็เกือบจะถึงเวลานัดหวุดหวิด เธอรีบวิ่งมากลิฟท์แล้วเข้ามายืนส่องกระจกในลิฟท์ ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับผมและเสื้อไปพลางๆจนลืมกดชั้นที่จะขึ้น
"ตาย แป้งหลุด เห็นรอยช้ำเลย" หมวยเอ่ยขณะเอียงใบหน้ารูปไข่หน้ากระจก เห็นรอยแผลฟกช้ำที่แก้มจางๆ เป็นรอยที่เธอโดนแฟนตบตอนทะเลาะกันเมื่อวันก่อน
มือน้อยล้วงแป้งพับในกระเป๋าสะพายข้างออกมา
จู่ๆประตูลิฟท์ก็เปิดออก อุ๊ย! หมวยตกใจหมุนตัวมากดชั้น99
"ชั้นไหนคะ" เธอถามสาวสวยในชุดสูทกระโปรงหนังแหวกข้างสีดำ พอเจ้าของเรือนร่างที่สูงราวๆ170ไม่ตอบเธอก็หันมามองและอ้าปากค้าง
ผู้หญิงที่เธอถามกำลังยืนกอดอก ใบหน้าสวยคมอินเตอร์แบบสาวลูกครึ่ง อายุอานามก็ราวๆยี่สิบต้นๆ
ผมยาวสลวยสีน้ำตาลแดง ผิวพรรณเนียนขาว สัดส่วนเพรียวสง่า หาตำหนิใดไม่เจอเลย
"คุณ จะไปชั้นไหนคะ" หมวยถามย้ำ.
"มาสัมภาษณ์งานเหรอ" สาวสวยถามกลับ
"ค่ะ"
"งั้นไปชั้นเดียวกันกับเธอแหละ" สาวสวยตอบโดยไม่หันมอง
ชิ! หมวยเบ้ปากก่อนจะหันข้างมาส่องกระจกแล้วเติมแป้งปิดรอยช้ำที่แก้มขวา จู่ๆสาวสวยก็แอบมองด้วยความสงสัย
หล่อนเพิ่งสังเกตุเห็นว่าเด็กสาวคนข้างๆเป็นสาวไทยเชื้อสายจีนที่ขาวสวยหน้าใสวัยพอๆกัน
"หืม แก้มไปโดนอะไรมา" สาวสวยเอ่ยแล้วเดินเข้าโอบเอว แขนอีกข้างพาดบ่าหมวยและเอามือยกจับแก้มขวาอันนิ่มนุ่มในสภาพมองกระจกไปพร้อมๆกัน
"ไม่มีอะไรค่ะ" หมวยตอบและปัดมืออันเรียวสวยออกจากแก้มตัวเอง
อุ๊ย! จู่ๆเธอกลับโดนหล่อนจับหมุนตัวไปยืนมองหน้าแบบหายใจรดกัน
มือข้างขวาของหล่อนยกจับคางหมวยให้เงยขึ้น นิ้วโป้งลูบริมฝีปากสีชมพูอันนุ่มนิ่มอิ่มเอิบของหมวยแบบปาดจากขวามาซ้าย
หลังมืออีกข้างลูบแก้มขวาที่เป็นรอยฟกช้ำบางๆ
"ความสวยของเธอไม่ควรต้องโดนใครทำร้ายเลยนะ"
"อย่ารักคนอื่นจนโง่"
สาวสวยพ่นลมปากใส่หน้าหมวย ขณะที่เธอยืนตัวแข็งทื่อ
หล่อนค่อยๆก้มลงมาช้าๆจนปลายจมูกโด่งพุ่งจิ้มจมูกน้อยของหมวยจนบู้บี้สีแดง
จุ๊บ! ริมฝีปากสีแดงอันเรียวบางบดเม้มริมฝีปากชมพูอันนุ่มนิ่มของหมวยอย่างโหยหา
นี่คุณ! หมวยเพิ่งได้สติ เธอผงะถอยแล้วง้างแขนขึ้นสูง ฟาดมือน้อยลงบนใบหน้าอันคมสวยจนสะบัดหัน
เพี๊ยะ!
ฮิ! ๆ สาวสวยกลับแสยะยิ้มโดยไม่มีเสียงร้องซักแอะ
ติ๊ง! ลิฟท์เปิดตรงหน้าชั้น99พอดิบพอดี
แก๊ก! ๆ ๆ หมวยรีบวิ่งออกมาด้วยอาการสับสน ทั้งโมโหและอับอาย แววตาของผู้หญิงคนเมื่อคู่ช่างน่ากลัว เหมือนกับว่าหล่อนสามารถรู้ความลับอะไรก็ตามของเราได้ทั้งหมด
แฮ่ก! ๆ ๆ สาวแว่นมายืนหอบหายใจอยู่หน้าห้องผู้บริหาร เลขาหน้าห้องเห็นเข้าก็ลุกเดินดุ่มๆมาหาด้วยความร้อนรน
"คุณหมวยมาแล้วเหรอคะ รีบเข้าไปรอข้างในเลยค่ะ"
"ค่ะ" หมวยตอบเลขาสาวแล้วเดินเข้ามายืนในห้องผู้บริหาร เธออ้าปากค้างเมื่อเห็นห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวาง
เดินไปรอบๆห้องเห็นโต๊ะทำงาน โต๊ะรับแขก ทีวีจอใหญ่และมีแม้กระทั่งเตียง วิวข้างนอกมองเห็นในมุมมอง180องศา เห็นแม่น้ำ ท่าเรือ และเมืองแทบทั้งหมด
แก๊ก! ๆ ๆ สาวสวยในชุดสูทและกระโปรงหนังแหวกข้างเพิ่ฝเดินตามเข้ามาด้วยรองเท้าส้นสูง
โครม! ประตูห้องทำงานปิดลงด้วยเสียงดังจนสาวแว่นหันกลับมา
"คุณ" หมวยอ้ำอึ้งขณะมองหน้าสาวสวยที่แก้มแดงเป็นรอยมือ
"นั่งสิ" หล่อนเอ่ยและผายมือไปทางโซฟารับแขกหน้าทีวีจอยักษ์
"คุณคือ"
"คุณเอสเทอร์เหรอคะ" หมวยเอ่ย
"ใช่ นั่งสิ" บอสสาวตอบ
"เมื่อกี๊หนูขอโทษนะคะ คือหนูขอสละสิทธิ์สัมภาษณ์ค่ะ" หมวยยกมือไหว้แล้ววิ่งผ่านหน้าบอสสาวไปดื้อๆ
ทว่าพอมาจับประตูห้องกลับเปิดไม่ออก มันแน่นและหนักอึ้งอย่างผิดปกติ
"มันล็อคจากข้างนอกน่ะ เธอออกไปไหนไม่ได้หรอก"
"จนกว่าฉันจะสัมภาษณ์เสร็จ"
คุณเอสเทอร์เอ่ยขณะลงมานั่งไขว่ห้างรอบนโซฟาหรู
ณ.บ้านหลังใหญ่ในรีสอร์ท มีครอบครัวพ่อแม่ลูก พ่อชื่อนนท์ แม่ชื่ออัญ ลูกสาวชื่อเอม บ้านนี้พ่อป่วย แม่กับลูกสาวมั่วผู้ชายในบ้านโดยไม่เกรงใจวิญญาณพ่อ ณ.บ้านเดี่ยวใจกลางเมือง แม่ชื่อน้ำฟ้า พ่อชื่อบอย ลูกสาวชื่อหนิง หนิงเป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง บ้านนี้ลูกสาวกับพ่อเลี้ยงมั่วกันหนักมาก
แนวทาสสวาท ล่อลวง เปิดซิง รุนแรง ซาดิสม์ หลอกเอา คนสวน รุมคุณหนู nc 3p
นิยายอีโรติก แนวเรื่องจริง นอกใจ มีชู้ เผลอใจ ไม่ตั้งใจ nc 18+ รวมเรื่องสั้นแนวนอกใจ นอกกาย สายบาป เป็นเรื่องแต่งเสริมเรื่องจริง สั้นๆจบในตอน มีหลายแนว หลายเหตุการณ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ18ปีขึ้นไป
นิยายผู้ใหญ่ แนวฮาเร็มชาย นางเอกเป็นคุณหนูวัย18ปี เธอชอบยั่วคนสวน คนขับรถ ใจแตก มั่วสวาท nc 18+
ในยุคก่อนสงครามโลก ยังมีการค้าทาส ในดินแดนแถบเอเชียที่ไม่ระบุชื่อและสถานที่ตั้ง มีปราสาทแห่งหนึ่งตั้งตะหง่านอยู่ริมหน้าผาบนเขาสูง เจ้าปราสาทคือสามีนางเอก เขาเป็นขุนนางชั้นสูง เขาชอบซื้อทาสชายหลากเชื้อชาติมาเลี้ยง ใช้งานพวกเขาหนัก และมักจะให้นางเอกมีอะไรกับคนแปลกหน้าพวกนั้นเพื่อให้เขานั่งดูอย่างมีอารมณ์
นางเอกแต่งงานกับสามีแก่ เขาเป็นเสี่ยเจ้าของร้านทองที่รวยมาก ทว่านกเขากลับไม่ขันและอ่อนปวกเปียก นานๆจะมีเซ็กกับเมียรัก เดือนละครั้งสองครั้ง นางเอกทนความอยากไม่ไหวแต่ก็ไม่อยากมีชู้ ไม่อยากนอกใจสามี เธอจึงแอบมีอะไรกับเจ้าแสนรักที่เลี้ยงไว้ในบ้าน
คุณลู่ผู้เย่อหยิ่งแสร้งทำตัวเป็นช่างซ่อมรถเพื่อแต่งงานกับเจียงวานก็เพียงเพื่อแก้แค้น ในสายตาของเขา เธอเป็นผู้หญิงใจแคบที่รังเกียจความพิการของเขา เขาแสร้งทำท่าทางเอาอกเอาใจ ดูเหมือนรักใคร่ แต่ในใจกลับเฉยชาไร้ความรู้สึก ทว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร เขากลับตกหลุมรักเธอโดยไม่รู้ตัว หลังหย่าขาด เขากลับรู้สึกเสียดาย พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอคืนดี ทว่ากลับได้รับเพียงเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากเธอ “คุณลู่คงจำคนผิดแล้วมั้ง อดีตสามีของฉันเขา... เป็นแค่ช่างซ่อมรถคนหนึ่ง ไม่ใช่เจ้าของบริษัทลู่ซื่อกรุ๊ปผู้ร่ำรวยอันดับหนึ่งของประเทศแบบคุณ ฉันเอื้อมไม่ถึงหรอก” คุณลู่หัวเราะหึ ๆ สองเสียง “ไม่ต้องเอื้อมหรอก งั้นฉันจะลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัทแล้วไปเป็นช่างซ่อมรถก็ได้” “??”
‘สวรรค์หรือโชคชะตาที่เล่นตลก คนอื่นทะลุมิติมามีแต่คนรุมรัก ทว่าตั้งแต่ข้าฟื้นมามีแต่คนอยากจะฆ่า ในเมื่อข้าอยากเป็นเพียงคุณหนูเสพสุขไปวัน ๆ แต่บารมีไม่ถึงวาสนาไม่อำนวย เช่นนั้นข้าจะทำตามลิขิตฟ้า กลายเป็นนางร้ายอย่างที่สวรรค์ต้องการ’
ซ่งจิ่งถังรักฮั่วอวิ๋นเซินอย่างลึกซึ้งนานถึงสิบห้าปี แต่ในวันที่เธอคลอดลูกกลับตกอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ฮั่วอวิ๋นเซินกระซิบข้างหูเธออย่างอ่อนโยนว่า "ถังถัง อย่าฟื้นขึ้นมาอีกเลย สำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" ซ่งจิ่งถังเคยคิดว่าสามีของเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักใคร่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเขามีแต่ความเกลียดชังและใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น และลูกๆ ที่เธอเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด กลับเรียกหญิงสาวคนอื่นว่า 'แม่' ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อหน้าที่เตียงคนไข้ของเธอ เมื่อซ่งจิ่งถังฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือการตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดขาด! แต่หลังจากหย่าแล้ว ฮั่วอวิ๋นเซินจึงเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยเงาของซ่งจิ่งถัง หญิงคนนี้กลายเป็นความเคยชินของเขา เมื่อพบกันอีกครั้ง ซ่งจิ่งถังปรากฏตัวในที่ประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันมามอง หญิงคนนี้ที่เคยมีแต่เขาในใจ บัดนี้กลับไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ฮั่วอวิ๋นเซินคิดว่าเธอแค่ยังโกรธอยู่ ถ้าเขาเอ่ยปากพูดนิดหน่อย ซ่งจิ่งถังจะต้องกลับไปหาเขาแน่นอน เพราะเธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ต่อมา ในงานหมั้นของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเพ่ย เขาเห็นซ่งจิ่งถังสวมชุดแต่งงานหรูหรา ยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและกอดแน่นเพ่ยตู้พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ฮั่วอวิ๋นเซินอิจฉาจนแทบคลั่ง เขาตาแดงก่ำและบีบแก้วจนแตก เลือดไหลไม่หยุด...
ลีโอ ลีโอเนล โอลิเวอร์ อายุ21ปี ลูกเสี้ยวเยอรมันจีน เขาเป็นทายาทมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในมาเก๊าและฮ่องกง แต่กลับต้องมาเรียนในเมืองไทยเพราะถูกคนของศัตรูปองร้าย เขาจึงต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริงไว้ ตอนกลางวันเขาจะทำตัวเป็นเด็กเนิร์ดอยู่ในมหาลัยเพื่อไม่ให้มีใครสนใจ แต่พอกลางคืนเขาก็กลายเป็นเสือที่จ้องขย้ำเหยื่อ แต่ยัยร้อยศพคิดอยากจะลองดีนัก เขาก็จะสนองให้ แพร นลิน ศรีสมบัติ อายุ 20 ปี ลูกสาวเจ้าโรงแรมในเมืองพัทยา เธอเป็นนักศึกษาปี2 เธอพบกับฝรั่งหน้าหล่อที่ย้ายมาเรียนกะทันหัน แต่นายนั่นกับไม่ยอมสนใจเธอเหมือนผู้ชายคนอื่นเธอจึงต้องงัดสาระพัดวิธีที่จะทำให้เขามาสยบแทบเท้าเธอให้ได้ แต่แล้วสิ่งที่เขาฝากไว้คือทายาทตัวน้อยๆต่างหาก
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY