นิยายอีโรติก แนวเรื่องจริง นอกใจ มีชู้ เผลอใจ ไม่ตั้งใจ nc 18+ รวมเรื่องสั้นแนวนอกใจ นอกกาย สายบาป เป็นเรื่องแต่งเสริมเรื่องจริง สั้นๆจบในตอน มีหลายแนว หลายเหตุการณ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ18ปีขึ้นไป
นิยายอีโรติก แนวเรื่องจริง นอกใจ มีชู้ เผลอใจ ไม่ตั้งใจ nc 18+ รวมเรื่องสั้นแนวนอกใจ นอกกาย สายบาป เป็นเรื่องแต่งเสริมเรื่องจริง สั้นๆจบในตอน มีหลายแนว หลายเหตุการณ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ18ปีขึ้นไป
ตอน ผิดที่นอกใจสามีหลังแต่งงานเจ็ดวัน
เสียงฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง ราวกับท้องฟ้ากำลังร้องไห้พร้อมกับใจฉัน ฉันยืนอยู่กลางถนนที่มืดมิดและไร้ผู้คน ในชุดเสื้อยืดสีขาวเปียกชุ่มแนบเนื้อกับกางเกงยีนส์ขายาวที่ชุ่มน้ำ น้ำตาของฉันไหลปะปนไปกับหยาดฝนที่โปรยปรายลงมา
ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง ฉันเพิ่งจะทะเลาะกับ กรณ์ อย่างรุนแรง เรื่องสถานที่จัดงานแต่งงาน มันเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่กลับบานปลายจน กรณ์ ทนไม่ไหว เขาบอกเลิกฉันแล้วไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไม่ใยดี คำพูดที่ว่า "ไปจากชีวิตฉันซะ! ไม่ต้องแต่งกันแล้ว" ยังคงก้องอยู่ในหูของฉันไม่ขาดสาย
ฉันเดินอย่างไร้จุดหมายไปตามถนนที่เปียกชื้น ร่างกายของฉันสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บและความเจ็บปวด ฉันนึกถึงงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ทุกอย่างถูกเตรียมไว้หมดแล้ว การ์ดถูกแจกจ่าย แขกถูกเชิญ ชุดเจ้าสาวถูกตัด แต่ตอนนี้ทุกอย่างพังทลายลงแล้ว
ฉันเดินมาหยุดอยู่หน้าร้านเหล้าเล็กๆ แห่งหนึ่งที่แสงไฟสลัวๆ ส่องออกมา ความสิ้นหวังผลักดันให้ฉันก้าวเข้าไปในร้าน ภายในร้านมีผู้คนไม่มากนัก เสียงเพลงดังคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศที่เงียบเหงา
ฉันสั่งเหล้ามาดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า ความขมของแอลกอฮอล์ไหลลงสู่ลำคอพร้อมกับความเจ็บปวดในใจ ฉันอยากจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปให้หมดสิ้น
"ดื่มคนเดียวเหรอครับคนสวย" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างกาย ฉันหันไปมอง เห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง หน้าตาหล่อเหลา ดูมีอายุประมาณสามสิบกว่าๆ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ และกางเกงยีนส์
ฉันไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ยิ้มเจื่อนๆ ให้เขา
ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตร "ผมชื่อ เอ ครับ" เขานั่งลงข้างๆ ฉัน "ดูท่าทางคุณไม่ค่อยสบายใจเลยนะ"
ฉันไม่ได้พูดอะไรมากนัก ฉันแค่บอกว่าทะเลาะกับแฟนมา เอ ก็รับฟังอย่างใจเย็น ไม่ซักไซ้ ไม่ตัดสิน และคอยเติมเหล้าให้ฉันอย่างเงียบๆ
ด้วยความที่ฉันเมาได้ที่จึงพูดระบายออกมาให้ผู้ชายที่เพิ่งเจอหน้ากันฟัง ทั้งเรื่องคนรัก เรื่องแผนแต่งงานและลามมาจนถึงว่าที่สามีไล่ออกจากบ้านของเขา
เอรับฟังดิฉันอย่างดีจนเวลาล่วงเลยไปจนร้านปิด ฉันรู้สึกมึนศีรษะอย่างมาก สติของฉันกำลังเลือนราง เอ เข้ามาประคองฉันอย่างสุภาพ
"ผมไปส่งที่บ้านดีกว่านะครับ ดูท่าทางคุณไม่ไหวแล้ว"
ฉันพยักหน้าอย่างว่าง่ายเพราะรู้ตัวว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ โลกมันหมุนไปหมด ภาพเริ่มตัดๆ เอ พยุงฉันขึ้นรถแท็กซี่ แล้วพาฉันกลับไปส่งที่บ้านพ่อกับแม่ดิฉันอย่างปลอดภัย เขาดูแลฉันดีมาก ไม่ได้ล่วงเกินฉันเลยแม้แต่น้อย
ยังดีที่มันเป็นเวลาดึกสงัด คุณพ่อกับคุณแม่ฉันต่างก็เข้านอนกันหมดแล้ว เอพาฉันมาถึงในบ้านเขาวางฉันลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาแล้วจากไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงการ์ดเล็กๆ ที่เขียนเบอร์โทรศัพท์ของเขาไว้ ค่ำคืนที่แตกสลาย ได้ทิ้งร่องรอยของความหวังเล็กๆ เอาไว้
หลังจากค่ำคืนนั้นฉันก็ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริง พ่อแม่ของฉันและพ่อแม่ของ กรณ์ ต่างก็โทรมาขอร้องแกมบังคับให้ฉันกลับไปคืนดีกับเขา ทุกอย่างเตรียมการไว้หมดแล้ว การ์ดถูกแจกจ่าย สถานที่จัดงานถูกจอง เงินจำนวนมหาศาลถูกใช้ไปกับงานแต่งงานครั้งนี้
ฉันจำใจกลับมาคืนดีกับ กรณ์ ท่ามกลางความยินดีของครอบครัวทั้งสองฝ่าย วันแต่งงานมาถึง ฉันสวมชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ เดินเข้าสู่พิธีด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มจอมปลอม แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปสว่างวาบขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้คนมากมายมาร่วมแสดงความยินดี เสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ แต่ในใจฉันกลับว่างเปล่า
หลังจากเข้าเรือนหอ ความรู้สึกรักที่ฉันเคยมีต่อ กรณ์ มันหายไปหมดสิ้น ฉันพยายามที่จะกลับไปรักเขาเหมือนเดิม แต่ฉันทำไม่ได้ ฉันรู้สึกเหมือนกำลังแสดงละครอยู่ตลอดเวลา
ในขณะที่ชีวิตแต่งงานของฉันเริ่มต้นขึ้น ฉันก็ยังคงติดต่อกับ เอ ฉันโทรคุยกับเขาเพื่อระบายความในใจ ฉันเล่าเรื่องราวที่เจอมาในแต่ละวันให้เขาฟัง เอ รับฟังอย่างใจเย็น ไม่ตัดสิน และคอยปลอบโยนฉันเสมอ
ฉันแอบโทรคุยกับ เอ ทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าก่อนเข้างาน ตอนพักเที่ยงที่ทำงาน ตอนแอบเข้าห้องน้ำ และตอนกลางคืนที่สามีหลับไปแล้ว ฉันรู้สึกสบายใจที่ได้พูดคุยกับ เอ มากกว่าใครๆ เขาเหมือนเป็นที่พึ่งทางใจเดียวที่ฉันมีในตอนนี้
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังงานแต่งงาน ชีวิตคู่ของฉันกับสามีก็ยังคงจืดชืดไร้ชีวิตชีวา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกัดกินหัวใจฉันอยู่ตลอดเวลา แต่ความเหงาและโหยหาใครสักคนที่เข้าใจกลับมีมากกว่า ฉันโทรคุยกับเอนานขึ้น เสียงทุ้มนุ่มของเขาเป็นเหมือนยาชูกำลังที่ช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของฉัน
ในที่สุด ฉันก็ตัดสินใจที่จะไปเจอ เอ ที่คอนโดของเขา ฉันโกหกสามีว่าต้องไปทำธุระกับเพื่อนที่ต่างจังหวัด เขาไม่ได้สงสัยอะไร เพียงแค่พยักหน้าแล้วบอกให้ขับรถระวังๆ
เมื่อมาถึงคอนโดของ เอฉันรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก ห้องของเขาตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่อบอุ่น เอ*เข้ามาโอบกอดฉันเบาๆ ทันทีที่ฉันก้าวเข้ามาข้างใน
"คิดถึงคุณเหลือเกิน ลินดา" เสียงกระซิบข้างหูของเขาทำให้ฉันน้ำตาคลอ
เอ พาฉันมานั่งที่โซฟา เขาจับมือฉันไว้แน่นแล้วเริ่มปลอบโยนฉัน เขาพูดถึงเรื่องที่ฉันต้องเจออย่างเข้าใจ ให้กำลังใจ และบอกว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียว
ระหว่างที่เราคุยกัน ดวงตาของเราเผลอสบกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ แววตาของ เอ เต็มไปด้วยความห่วงใยและความปรารถนา ริมฝีปากของเราค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากันอย่างช้าๆ ก่อนที่จะประกบกันอย่างแนบแน่น มันเป็นการจูบที่เต็มไปด้วยความโหยหา ความเข้าใจ และความเสน่หาที่เราต่างเก็บซ่อนไว้
จากนั้นทุกอย่างก็เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ เราค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของกันและกันออก เอจูบปากฉันอย่างดูดดื่ม ก่อนจะไล่ลงมาไซร้ซอกคอขาวเนียนของฉัน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาทำให้ฉันขนลุกซู่ เขาเลียวนรอบหัวนมของฉันเบาๆ จนฉันรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วร่างกาย
เอ จับฉันกดลงนอนหงายแผ่หราบนเตียงอย่างอ่อนโยน เขามุดลงไปซุกไซร้หว่างขาของฉัน ลิ้นร้อนชื้นของเขาเริ่มเลียและตวัดไปตามร่องสาวของฉันอย่างชำนาญ น้ำเสียวของฉันไหลออกมาเลอะใบหน้าหล่อเหลาของเขา ฉันรู้สึกสยิวหนัก เสียวและตื่นเต้นกว่าคืนแรกในเรือนหอกับ กรณ์สามีตามกฎหมายเสียอีก
เอเลียร่องสาวของฉันอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดฉันก็เสร็จสม ปลดปล่อยความสุขสมออกมาจนตัวกระตุกและกรีดร้องเสียงหลง
เอ ค่อยๆคลานขึ้นมานอนทับทาบบนตัวฉัน ผิวเนื้อของเราสัมผัสกันอย่างแนบชิด ฉันรู้สึกถึงความแข็งตึงของแท่งเอ็นเขาที่กำลังจ่ออยู่ที่ปากทางรักของฉัน
เอค่อยๆ สอดใส่เข้ามาอย่างช้าๆ ความรู้สึกคับแน่นและอุ่นร้อนแผ่ซ่านไปทั่วท้องน้อยของฉัน มันเป็นรสสัมผัสที่แตกต่างออกไปจากของกรณ์ อย่างสิ้นเชิง มันดิบเถื่อนและเร่าร้อนกว่ามาก
เอ เริ่มกระแทกสะโพกเข้าออกอย่างไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบกันดังแฉะๆ ฉันรู้สึกเสียวซ่านจนแทบคลั่ง ความปรารถนาในตัวฉันพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะควบคุม
ในที่สุด เอ ก็ปล่อยน้ำรักอุ่นร้อนเข้ามาในท้องของฉันจนเต็มเปี่ยม ฉันเสร็จสมอีกครั้ง ตัวอ่อนยวบยาบ ราวกับขึ้นไปถึงสวรรค์ชั้นเจ็ด ฉันนอกใจสามีตัวเองแล้วหลังจากแต่งงานกันได้เพียงเจ็ดวัน และรสชาติของความผิดนั้นกลับหอมหวานอย่างน่าประหลาด
ทุกวันนี้ฉันกับเอยังแอบพบเจอกันตลอดทุกสัปดาห์ และไม่รู้เลยว่าพวกเราจะหยุดเรื่องผิดบาปนี้ได้ตอนไหน อาจจะเป็นตอนที่เอมีแฟนและแต่งงาน หรือตอนที่สามีฉันรู้ความจริงเข้าสักวัน
แนวทาสสวาท ล่อลวง เปิดซิง รุนแรง ซาดิสม์ หลอกเอา คนสวน รุมคุณหนู nc 3p
นิยายผู้ใหญ่ แนวฮาเร็มชาย นางเอกเป็นคุณหนูวัย18ปี เธอชอบยั่วคนสวน คนขับรถ ใจแตก มั่วสวาท nc 18+
ในยุคก่อนสงครามโลก ยังมีการค้าทาส ในดินแดนแถบเอเชียที่ไม่ระบุชื่อและสถานที่ตั้ง มีปราสาทแห่งหนึ่งตั้งตะหง่านอยู่ริมหน้าผาบนเขาสูง เจ้าปราสาทคือสามีนางเอก เขาเป็นขุนนางชั้นสูง เขาชอบซื้อทาสชายหลากเชื้อชาติมาเลี้ยง ใช้งานพวกเขาหนัก และมักจะให้นางเอกมีอะไรกับคนแปลกหน้าพวกนั้นเพื่อให้เขานั่งดูอย่างมีอารมณ์
นางเอกแต่งงานกับสามีแก่ เขาเป็นเสี่ยเจ้าของร้านทองที่รวยมาก ทว่านกเขากลับไม่ขันและอ่อนปวกเปียก นานๆจะมีเซ็กกับเมียรัก เดือนละครั้งสองครั้ง นางเอกทนความอยากไม่ไหวแต่ก็ไม่อยากมีชู้ ไม่อยากนอกใจสามี เธอจึงแอบมีอะไรกับเจ้าแสนรักที่เลี้ยงไว้ในบ้าน
เรื่องสั้นแนวมีชู้ fwb ลับๆ นอกใจ แอบแซ่บ 3p 4p หลายบุคคลหลากเหตุการณ์ จบในตอนสองตอน
รวมเรื่องสวิงกิ้งจากสาวๆและสามีหลายๆท่าน มีหลายตอน หลายเหตุการณ์ สัมผัสถึงรสชาติสัมพันธ์แบบแปลกใหม่ นอกกายแต่ไม่นอกใจ
ในชาติก่อน ซูเยว่ซีถูกอวิ๋นถังยวี่ทำร้ายจนตาย ทำผิดต่อครอบครัวของท่านตา และตัวเองยังถูกทรมานจนตาย เกิดใหม่ครั้งนี้ นางตั้งใจจะจัดการกับพวกผู้ชายชั่วและหญิงเลวจัดการพ่อชั่ว เพื่อปกป้องแม่และครอบครัวของท่านตาให้ปลอดภัย พวกผู้ชายชั่วเข้ามาใกล้งั้นเหรอ นางจะใช้แผนให้เขาเสียชื่อเสียง หญิงตีสองหน้าเก่งชอบทำตัวอ่อนแองั้นเหรอ นางจะเปิดโปงธาตุแท้อีกฝ่ายและไล่นางออกจากจวนซู! ในชาตินี้ สิ่งที่นางต้องทำคือการจัดการพวกปลวกที่แอบแฝงอยู่ในราชสำนัก แก้แค้นคนทรยศ เพื่อปกป้องท่านตาที่เป็นคนซื่อสัตย์ นางใช้มือเรียวเป็นเครื่องมือ ก่อให้เมืองจิงเกิดความวุ่นวาย แต่ท่ามกลางความโกลาหล นางได้พบกับองค์ชาย ผู้ที่ทุกคนเล่าลือว่าเป็นคนพิการ “อวิ๋นเฮิง เจ้าจะมาขวางข้าหรือ” อวิ๋นเฮิงยิ้มเบาๆ “ไม่ ข้าตั้งใจจะมาช่วยเจ้า”
เมื่อผู้หญิงที่เพื่อนๆ ตั้งสมญานามว่าแม่ชีอย่างเธอจับพลัดจับผลูต้องมาเจอกับผู้ชายหน้านิ่งที่เอะอะกอด เอะอะจูบอย่างเขา อา…แล้วพ่อคุณก็ดันเป็นโรคนอนไม่หลับ จะต้องนอนกอดเธอเท่านั้นด้วย แบบนี้เธอจะเอาตัวรอดได้ยังไงล่ะ “ชอบอาหารเหนือไหม” “ชอบมากเลยคุณ ให้กินทุกวันยังได้เลย” “มากพอจะอยู่ที่นี่ไหม” “แค่กๆๆ” …………… …………………………………………………………………………………………………………………………. “คุณ! เอากระบอกไฟฉายออกไปวางที่อื่นก่อนได้ไหม มันดันหลังฉัน ฉันนอนไม่หลับ” คนที่ใกล้จะหลับบอกเสียงอู้อี้ “เอ้อ! ไม่มีนี่” เขาบอกเสียงอึกอัก “มันจะไม่มีได้ไง ก็มันดันหลังฉันอยู่เนี่ย” เธอมั่นใจว่ามีแน่ๆ ก็หลักฐานมันทนโท่ขนาดนี้ “อืม! นอนเถอะ ไม่มีหรอก” “จะไม่มีได้ไง ก็นี่ไง” คุณเธอยืนยันด้วยการคว้าหมับเข้าให้ พร้อมหันกลับมา หวังงัดหลักฐานที่อยู่ในมือมาพิสูจน์ให้ได้เห็นกันจะๆ คาตา แต่… ตึก ตึก ตึก อา…! ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่คาตา แต่ยังคามือเธอด้วย เธออ้าปากตาค้างราวกับกำลังตกตะลึงสุดขีด ก่อนจะก้มมองไอ้ที่คิดว่าเป็นกระบอกไฟฉายในมือสลับกับเงยหน้ามองเขา จากนั้นก็… “กรี๊ด…!” เธอร้องลั่นพร้อมกับยื่นเท้าถีบออกไปสุดแรง ตุบ! คนไม่ทันตั้งตัวร่วงตุ้บลงไปบนพื้น ครั้นพอจะลุกขึ้น คุณเธอก็ตะโกนเสียงดังลั่นขึ้นมาอีก “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้คนลามก คนเลว คุณมันทุเรศที่สุด คุณให้ฉันจับไอ้นั่นของคุณ มัน…อี๋…! เธอพูดพลางทำท่าขยะแขยง แล้วมาส่องกระบอกไฟฉายพ่อเลี้ยงพร้อมกันนะคะ
“สวิงของต้นกับอ้อ” ถูกเขียนขึ้นในวันที่ 10 เดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2555 โดยลงในเว็บไซต์ Sudswing ที่ปัจจุบันปิดตัวถาวรไปนานแล้ว แต่เชื่อว่ายังอยู่ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คน ซึ่งหากนับเวลาแล้วก็ครบรอบ 13 ปี พอดี ณ วันที่กำลังเริ่มต้นลงฉบับพิเศษของนิยายเรื่องนี้ โดยมีการปรับปรุงเนื้อหาในแต่ละตอนให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น รวมถึงการรวมตอนพิเศษและตอนที่หายไปเอามาไว้ในเรื่องนี้ สำหรับไรต์แล้ว “สวิงของต้นกับอ้อ” คือลูกคนโตและลูกรักที่นำพาให้ไรต์ก้าวมาเป็นนักเขียนอย่างเต็มตัวในนิยายสายอีโรติกแนวสวิงกิ้ง NTR, Cuckold, 3P, นิยายแนวเมียสาวเหงารัก รวมถึงแนวที่สามีอยากเห็นภรรยาของตัวเองไปมีอะไรกับชายอื่น ยังไงขอฝากนิยาย “สวิงของต้นกับอ้อ” ฉบับครบรอบ 13 ปีนี้ เอาไว้ให้นักอ่านได้ติดตามกันด้วย ขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุนที่ทำให้ไรต์ยังคงเดินต่อไปได้บนถนนสายตัวอักษรนี้ครับ
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
ทุกคนรู้ดีว่า บุตรีคนโตที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในจวนโหวอันติ้งแห่งเมืองหลวง ทำให้แม่แท้ๆ ของตนต้องเสียชีวิต เป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นตัวโชคร้าย ก่อนแต่งงานก็ทำให้แม่เลี้ยงฝันร้ายอยู่หลายวัน ออกเดินทางไปทำบุญนอกเมืองก็ถูกโจรจับตัวไป แต่ใครจะคิดว่าโชคร้ายกลับกลายเป็นโชคดี นางเปลี่ยนนิสัยไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไปที่แท้ซูชิงซวู่ ผู้สุดยอดสายลับที่ทะลุมิติมาเผชิญกับพ่อที่เย็นชา แม่เลี้ยงที่ชั่วร้าย คู่หมั้นที่นอกใจน้องสาวต่างแม่ แต่ไม่เป็นไร คอยดูว่าเธอจะจัดการพวกชั่วช้า และเอาคืนทุกอย่าง ทว่าทำไมท่านอ๋องผู้นั้นถึงมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ นั่นล่ะเผ่ยเสวียนจู: บุญคุณที่ช่วยชีวิต ไม่มีสิ่งใดตอบแทนได้ นอกจากเอาตัวไปแลก
“ก่อนทำเรื่องนี้พี่ขอถามน้องภาสักข้อได้ไหม” ธาวิศพูดแล้วก้าวเท้าเข้าไปหาคนบนเตียง “ได้ค่ะ” นิภาก้มหน้ายามตอบ ธาวิศทิ้งสะโพกลงนั่งด้านข้าง พร้อมกับดันปลายคางของหญิงสาวให้ขึ้นมองหน้าเขา “น้องภาเต็มใจใช่ไหม” แววตาของคนถูกถามสั่นระริกไปมา ปากจิ้มลิ้มก็ขยับขึ้นลงเหมือนคนคิดไม่ออกว่าควรตอบอย่างไร “น้องภาพี่ถามว่าเต็มใจใช่ไหม หรือว่าถูกคุณยายบังคับ” คราวนี้ธาวิศเน้นน้ำหนักเสียงมากขึ้นกว่าเดิม “ภาเต็มใจค่ะ” หญิงสาวตอบเขาแล้ว แต่เป็นคำตอบที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจในตัวเอง “ไม่ได้ถูกบังคับแน่นะ” “ค่ะ ภาไม่ได้ถูกบังคับ ภาเต็มใจค่ะพี่ภูมิ” ธาวิศกัดฟันกรอดในคำตอบที่เขาไม่ปรารถนาจะได้ยิน ออกแรงผลักหน้าอกนิภาจนล้มลงไปนอนอยู่บนเตียง ปลดกระดุมเสื้อนอนของตนเองออกทีละเม็ด โดยที่สายตาก็ยังจดจ้องอยู่กับคนตรงหน้า “ระหว่างเรามันจะไม่มีความผูกพันอะไรกันทั้งนั้น เราทำเรื่องนี้ก็เพื่อคุณยาย เสร็จจากนี้ไปพี่ก็จะกลับกรุงเทพฯ ไปใช้ชีวิตกับคนรักของพี่ตามเดิม ภายังรับได้อยู่ใช่ไหม” ชายหนุ่มพูดจบก็ทิ้งเสื้อนอนลงบนพื้น คนบนเตียงก็ยังเม้มริมฝีปากตัวเองเอาไว้แน่น คำตอบไม่มาสักทีเขาเลยต้องเลิกคิ้วขึงตาใส่ “ค่ะภารับได้” คำพูดที่เปล่งออกมาช่างเบาหวิว คงไม่ต่างไปจากอารมณ์ของคนพูด “รับได้ก็ดี อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน ไม่งั้นพี่เอาตายแน่” ธาวิศทาบร่างตัวเองลงบนลำตัวของนิภา มองจุดหมายแรกที่จะเริ่มต้นทำรัก ประทับจูบลงบนริมฝีปากนุ่มนิ่มของหญิงสาว สัมผัสแรกของทั้งคู่ช่างตราตรึงในความรู้สึก จากที่จะจูบเพียงแผ่วเบากลายเป็นแทรกลึกดูดดื่มขึ้นตามอารมณ์ (รักซ้ำรอย)
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY