แนวทาสสวาท ล่อลวง เปิดซิง รุนแรง ซาดิสม์ หลอกเอา คนสวน รุมคุณหนู nc 3p
แนวทาสสวาท ล่อลวง เปิดซิง รุนแรง ซาดิสม์ หลอกเอา คนสวน รุมคุณหนู nc 3p
คุณหนูไร้เดียงสากับนายบ้ากาม
ตอน โดนต่างด้าวหลอกแต๊ะอั๋ง
แสงแดดยามสายอ่อนๆ สาดส่องต้องยอดต้นหมากสูงในอาณาบริเวณของคฤหาสน์หลังใหญ่โอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่กว้างขวางหลายร้อยไร่ ผิวหินอ่อนขัดมันวาวสะท้อนแสงระยิบระยับบ่งบอกถึงความเก่าแก่และความมั่งคั่งของตระกูล เทวรัตนะวรกุล อากาศยามเช้าในเดือนพฤษภาคมของย่านชานเมือง แม้จะเริ่มอบอ้าวขึ้นบ้าง แต่ภายในคฤหาสน์กลับเย็นสบายด้วยร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมทั่วบริเวณ และระบบปรับอากาศอันทันสมัย
เบื้องหลังตัวคฤหาสน์ คืออาณาจักรแห่งความร่ำรวยที่แท้จริง โรงงานทอผ้าไหมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอย่างเงียบงัน เสียงเครื่องจักรทอผ้าดังคลอเบาๆ จากด้านใน เป็นบทเพลงแห่งการสร้างสรรค์ผืนผ้าไหมชั้นเลิศที่โด่งดังไปทั่วโลก ถัดไปเป็นโกดังเก็บผ้าไหมขนาดมหึมาที่บรรจุผืนผ้าหลากสีสันดุจขุมทรัพย์ และไม่ไกลกันนักคือสวนหม่อนกว้างใหญ่เขียวชอุ่มที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เป็นแหล่งกำเนิดวัตถุดิบสำคัญสำหรับเลี้ยงตัวไหมนับแสนนับล้านตัว
ภายใต้ร่มเงาของตระกูลวรกุลแห่งนี้ คุณหญิงยายผู้สูงศักดิ์อาศัยอยู่กับหลานสาวสุดที่รักทั้งสามคน ชฎา ฤดี และรตา พวกเธอคือดรุณีแสนสวยที่เติบโตมาในความหรูหราและเพียบพร้อมทุกประการ
คุณชายกับคุณหญิง ผู้เป็นพ่อแม่แท้ๆ ของพวกเธอ ได้เดินทางไปตั้งบริษัทขยายกิจการส่งออกผ้าไหมของคุณหญิงยายอยู่ที่ต่างประเทศ นานๆ ครั้งถึงจะกลับมาบ้านเพื่อเยี่ยมลูกสาวทั้งสาม ปีละหนสองหน ทำให้คุณหญิงยายคือผู้ปกครองหลักของหลานสาวทั้งสามคน
ชฎา พี่สาวคนโต อายุยี่สิบปีเต็ม เธอคือภาพลักษณ์ของความสวยหวานสง่างาม ใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตากลมโตเป็นประกายทอประกายอ่อนโยน รอยยิ้มของเธอบางเบาดุจกลีบกุหลาบ บุคลิกของชฎาเป็นลุคคุณหนูผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ทว่าภายใต้ความเรียบร้อยนั้น ร่างกายของเธอกลับอวบอิ่มซ่อนรูป มักจะสวมชุดกระโปรงยาวพลิ้วไหวสีพาสเทล ดูเรียบร้อยแต่ก็แฝงด้วยเสน่ห์เย้ายวนอย่างน่าค้นหา
ฤดีหลานสาวคนกลาง อายุสิบเก้าปีเต็ม เธอคือตัวแทนของความสวยเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด ใบหน้าเรียวคม ดวงตาฉายแววมั่นใจและซุกซน ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสด บุคลิกของฤดีโดดเด่นและกล้าแสดงออก เธอชอบการแต่งตัวที่ทันสมัย โชว์รูปร่างที่หุ่นแซ่บ เอวคอดกิ่ว สะโพกผายได้รูป สวมเสื้อครอปตัวสั้นกับกางเกงยีนส์เอวสูง ดูทะมัดทะแมงแต่ก็แฝงด้วยความเซ็กซี่ที่ร้อนแรง
ส่วน รตา น้องคนเล็ก อายุสิบแปดปีเต็ม เธอคือภาพของความสวยแบ๊วใสไร้เดียงสา ใบหน้ากลมมน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาสีชมพูทอประกายสดใส รอยยิ้มของเธอบริสุทธิ์ดุจเด็กน้อย รตานับเป็นสาวแว่นตัวเล็ก ร่างกายบอบบางน่าทะนุถนอม สวมเสื้อยืดสีสันสดใสกับกระโปรงพลีทสั้นเสมอเข่า ดูน่ารักและอ่อนเยาว์กว่าวัย
ภายในอาณาจักรอันกว้างใหญ่ของคฤหาสน์วรกุลแห่งนี้ มีคนงานและคนสวนชายหญิงหลายสิบชีวิตคอยดูแลความเรียบร้อย พรเช้าของแต่ละวันมักจะเริ่มต้นด้วยเสียงเครื่องจักรในโรงงานที่เริ่มทำงาน เสียงคนงานพูดคุยกันเบาๆ และเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วจากสวนดอกไม้ ความร่ำรวยของตระกูลวรกุลไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในบัญชีธนาคาร แต่ปรากฏชัดในทุกรายละเอียดของชีวิตประจำวันของหลานสาวทั้งสาม และคนงานอีกนับสิบชีวิตที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของคฤหาสน์แห่งนี้
เช้าวันหยุดที่แสงแดดอบอุ่นทาบทาผืนหญ้าสีเขียวสดใส รตา คุณหนูคนเล็กของบ้านวรกุล วัยสิบแปดปีเต็ม ในชุดเสื้อยืดสีขาวโอเวอร์ไซส์ตัวใหญ่คลุมสะโพก กับกางเกงขาสั้นผ้าคอตตอนสีชมพูอ่อนที่มองไม่เห็นภายใต้เสื้อตัวโคร่ง เธอสวมแว่นตากลมโตคู่ใจ พร้อมรอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ดุจเด็กน้อย กำลังปั่นจักรยานคันเล็กสีขาวไปตามทางเดินหินอ่อนรอบคฤหาสน์ ลมเย็นๆ พัดกระทบใบหน้า ปลุกให้เธอรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวา
รตาชอบการปั่นจักรยานเล่นรอบคฤหาสน์กว้างใหญ่เป็นที่สุด นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว เธอยังได้สัมผัสกับธรรมชาติอันงดงามที่โอบล้อมบ้านของเธอ ดวงตาภายใต้แว่นกวาดมองไปทั่วบริเวณอย่างมีความสุข เธอมองเห็นแปลงดอกไม้หลากสีที่กำลังเบ่งบานชูช่ออวดความงาม และต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา
ขณะที่จักรยานคู่ใจเลี้ยวผ่านพุ่มกุหลาบสูงท่วมหัว สายตาของรตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ กำลังวิ่งเล่นอยู่ริมสระน้ำ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอพลันกว้างขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นไอ้หนูมงคล ลูกชายวัยห้าขวบของ นายหม่องทองดี คนสวนชาวต่างด้าวร่างใหญ่ กำยำ และมีผิวคล้ำ ลูกชายของนายทองดีมีใบหน้าที่น่ารัก ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนเหมือนพ่อ เด็กน้อยมักจะวิ่งเล่นไปมาในสวนอยู่เสมอขณะที่แม่ ซึ่งเป็นสาวทอผ้าในโรงงาน
รตากดเบรกจักรยานจนเสียงดังเอี๊ยด แล้วรีบกระโดดลงจากอานจักรยานคู่ใจ วางมันพิงไว้กับลำต้นหมากสูงใหญ่ เธอวิ่งเข้าไปหาไอ้หนูมงคลอย่างรวดเร็ว
"มงคล! มาเล่นกัน!" รตาตะโกนเรียกเสียงใส
ไอ้หนูมงคลหันมามองรตา ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความดีใจ เขาวิ่งตรงเข้ามาหารตาอย่างรวดเร็ว แล้วกระโดดเข้ากอดขาเธอแน่น
"พี่รตา" เด็กน้อยร้องเรียกด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว
รตาหัวเราะคิกคัก เธอก้มตัวลงกอดไอ้หนูมงคล ก่อนจะผละออก แล้วเริ่มวิ่งไล่จับกันไปมาบนสนามหญ้าเขียวขจี เสียงหัวเราะสดใสของทั้งสองดังปะปนกับเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วในสวน
รตาชอบเล่นกับไอ้หนูมงคลเสมอ เธอไม่เคยรังเกียจที่จะลงมาคลุกคลีกับลูกชายของคนสวนเลยแม้แต่น้อย ความไร้เดียงสาของเด็กน้อยทำให้รตารู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขทุกครั้งที่ได้ใช้เวลาอยู่กับเขา
เสียงหัวเราะสดใสของรตากับไอ้หนูมงคลยังคงดังก้องไปทั่วสวน รตาวิ่งนำเด็กน้อยไปอย่างสนุกสนาน แต่แล้วจู่ๆ เท้าของเธอก็พลาดไปสะดุดเข้ากับรากไม้ใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นหญ้า ร่างบางเสียหลัก หกล้มอย่างแรง หัวเข่ากระแทกกับพื้นดินแข็งๆ จนเกิดเสียง "ตุบ!"
โอยยย! รตานั่งกอดเข่า น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บแสบร้อนจากแผลถลอก เลือดสีแดงสดซึมออกมาจากผิวเนื้อขาว
"ฮือ! ๆ พี่รตา! พี่รตาเป็นอะไรไหมครับ! พี่เป็นอะไรไหม?" ไอ้หนูมงคลร้องไห้เสียงดังลั่นสวน วิ่งเข้ามาหาพี่สาวด้วยความเป็นห่วง ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยน้ำตาด้วยความเป็นห่วง
ทันใดนั้น ร่างกำยำของ นายหม่องทองดี คนสวนชาวต่างด้าว พ่อของไอ้หนูมงคล ก็วิ่งเข้ามาคุกเข่าข้างหน้ารตาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมเข้มของเขาฉายแววกังวลเมื่อเห็นคุณหนูตัวน้อยหกล้ม
"คุณหนู! เป็นอะไรไหมครับ!" นายทองดีถามด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย เขามองไปยังหัวเข่าของรตาที่มีเลือดไหลซิบๆ
โดยไม่รอช้า นายทองดีก็รีบหยิบขวดน้ำดื่มที่พกติดตัวออกมา ก้มลงล้างแผลถลอกที่หัวเข่าของรตาอย่างเบามือ น้ำใสๆ ไหลชะล้างคราบเลือดและสิ่งสกปรกออกไป
ด้วยท่าที่รตานั่งกอดเข่าอยู่ตรงหน้า ทำให้กางเกงขาสั้นร่นขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นเรียวขาอ่อนที่ขาวผ่อง และกางเกงในสีอ่อนที่โผล่พ้นออกมาทางขากางเกงเพียงเล็กน้อย แสงแดดยามสายสาดส่องกระทบผิวกาย ทำให้ทุกสัดส่วนดูเด่นชัดขึ้นในสายตาของนายทองดี
นายทองดีรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นแปล๊บไปทั่วร่าง แท่งเอ็นในกางเกงของเขาเริ่มแข็งขืนจนเป้าตุงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขารีบก้มหน้าลง พยายามซ่อนสีหน้าที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
"ต้องรีบล้างแผลนะครับคุณหนู เดี๋ยวจะติดเชื้อเป็นหนองเอา" นายทองดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงไปด้วยความหื่นกระหายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเป็นห่วง
"ค่ะ ล้างที่ไหนล่ะคะ" รตาถามเสียงแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวด
นายทองดีเงยหน้าขึ้นสบตากับรตา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏที่มุมปาก "ไปบ้านพักผมก็ได้ครับ"
หัวใจของรตาเต้นแรงระรัว เธอไม่ทันได้คิดอะไรต่อ นายทองดีก็ช้อนร่างบางของเธอขึ้นมาอุ้มแนบท่อนแขน อย่างง่ายดาย ราวกับอุ้มตุ๊กตา แล้วพาเธอเดินตรงไปยังบ้านพักคนงานที่อยู่ด้านหลังโรงงานทอผ้า
"พ่อ! รอด้วย! รอผมด้วยพ่อ!" ไอ้หนูมงคลร้องเสียงดัง วิ่งตามหลังพ่อของเขาไปติดๆ ด้วยความเป็นห่วงพี่สาว...
นิยายอีโรติก แนวเรื่องจริง นอกใจ มีชู้ เผลอใจ ไม่ตั้งใจ nc 18+ รวมเรื่องสั้นแนวนอกใจ นอกกาย สายบาป เป็นเรื่องแต่งเสริมเรื่องจริง สั้นๆจบในตอน มีหลายแนว หลายเหตุการณ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ18ปีขึ้นไป
นิยายผู้ใหญ่ แนวฮาเร็มชาย นางเอกเป็นคุณหนูวัย18ปี เธอชอบยั่วคนสวน คนขับรถ ใจแตก มั่วสวาท nc 18+
ในยุคก่อนสงครามโลก ยังมีการค้าทาส ในดินแดนแถบเอเชียที่ไม่ระบุชื่อและสถานที่ตั้ง มีปราสาทแห่งหนึ่งตั้งตะหง่านอยู่ริมหน้าผาบนเขาสูง เจ้าปราสาทคือสามีนางเอก เขาเป็นขุนนางชั้นสูง เขาชอบซื้อทาสชายหลากเชื้อชาติมาเลี้ยง ใช้งานพวกเขาหนัก และมักจะให้นางเอกมีอะไรกับคนแปลกหน้าพวกนั้นเพื่อให้เขานั่งดูอย่างมีอารมณ์
นางเอกแต่งงานกับสามีแก่ เขาเป็นเสี่ยเจ้าของร้านทองที่รวยมาก ทว่านกเขากลับไม่ขันและอ่อนปวกเปียก นานๆจะมีเซ็กกับเมียรัก เดือนละครั้งสองครั้ง นางเอกทนความอยากไม่ไหวแต่ก็ไม่อยากมีชู้ ไม่อยากนอกใจสามี เธอจึงแอบมีอะไรกับเจ้าแสนรักที่เลี้ยงไว้ในบ้าน
เรื่องสั้นแนวมีชู้ fwb ลับๆ นอกใจ แอบแซ่บ 3p 4p หลายบุคคลหลากเหตุการณ์ จบในตอนสองตอน
รวมเรื่องสวิงกิ้งจากสาวๆและสามีหลายๆท่าน มีหลายตอน หลายเหตุการณ์ สัมผัสถึงรสชาติสัมพันธ์แบบแปลกใหม่ นอกกายแต่ไม่นอกใจ
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
ชีวิตแต่งงานของฉันพังทลายลงในงานกาลาการกุศลที่ฉันเป็นคนจัดขึ้นมาเองกับมือ วินาทีหนึ่ง ฉันคือภรรยาผู้มีความสุขและกำลังตั้งครรภ์ของเก้า สุวรรณกิจ เจ้าพ่อวงการเทคโนโลยี วินาทีต่อมา หน้าจอโทรศัพท์ของนักข่าวคนหนึ่งก็ประกาศให้โลกรู้ว่าเขากับพราว นิธิวัฒน์ รักแรกในวัยเด็กของเขา กำลังจะมีลูกด้วยกัน ฉันมองข้ามห้องไป เห็นพวกเขาสองคนยืนอยู่ด้วยกัน มือของเก้าวางอยู่บนท้องของพราว นี่ไม่ใช่แค่การนอกใจ แต่มันคือการประกาศต่อสาธารณะที่ลบตัวตนของฉันและลูกในท้องของเราให้หายไป เพื่อปกป้องการเปิดขายหุ้น IPO มูลค่าหลายหมื่นล้านของบริษัท เก้า แม่ของเขา หรือแม้กระทั่งพ่อแม่บุญธรรมของฉันเอง ก็ร่วมมือกันหักหลังฉัน พวกเขาย้ายพราวเข้ามาอยู่ในบ้านของเรา บนเตียงของฉัน ปฏิบัติกับเธอราวกับเป็นราชินี ในขณะที่ฉันกลายเป็นนักโทษ พวกเขาตราหน้าว่าฉันเป็นคนสติไม่ดี เป็นภัยต่อภาพลักษณ์ของครอบครัว พวกเขาใส่ร้ายว่าฉันนอกใจ และกล่าวหาว่าลูกในท้องของฉันไม่ใช่ลูกของเขา คำสั่งสุดท้ายนั้นโหดร้ายเกินกว่าจะคิดฝัน...ให้ฉันไปทำแท้ง พวกเขาขังฉันไว้ในห้องและนัดวันผ่าตัดเรียบร้อย พร้อมขู่ว่าจะลากฉันไปที่นั่นถ้าฉันขัดขืน แต่พวกเขาทำพลาดไปอย่างหนึ่ง... พวกเขายอมคืนโทรศัพท์ให้ฉันเพื่อหวังจะปิดปากฉันไว้ ฉันแสร้งทำเป็นยอมแพ้ แล้วใช้โอกาสสุดท้ายโทรออกไปยังเบอร์ที่ฉันเก็บซ่อนไว้มานานหลายปี... เบอร์โทรศัพท์ของพ่อผู้ให้กำเนิดของฉัน อนันต์ ธีรวงศ์ ประมุขของตระกูลที่ทรงอิทธิพลมากพอที่จะเผาโลกทั้งใบของสามีฉันให้มอดไหม้เป็นจุณได้
“ก่อนทำเรื่องนี้พี่ขอถามน้องภาสักข้อได้ไหม” ธาวิศพูดแล้วก้าวเท้าเข้าไปหาคนบนเตียง “ได้ค่ะ” นิภาก้มหน้ายามตอบ ธาวิศทิ้งสะโพกลงนั่งด้านข้าง พร้อมกับดันปลายคางของหญิงสาวให้ขึ้นมองหน้าเขา “น้องภาเต็มใจใช่ไหม” แววตาของคนถูกถามสั่นระริกไปมา ปากจิ้มลิ้มก็ขยับขึ้นลงเหมือนคนคิดไม่ออกว่าควรตอบอย่างไร “น้องภาพี่ถามว่าเต็มใจใช่ไหม หรือว่าถูกคุณยายบังคับ” คราวนี้ธาวิศเน้นน้ำหนักเสียงมากขึ้นกว่าเดิม “ภาเต็มใจค่ะ” หญิงสาวตอบเขาแล้ว แต่เป็นคำตอบที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจในตัวเอง “ไม่ได้ถูกบังคับแน่นะ” “ค่ะ ภาไม่ได้ถูกบังคับ ภาเต็มใจค่ะพี่ภูมิ” ธาวิศกัดฟันกรอดในคำตอบที่เขาไม่ปรารถนาจะได้ยิน ออกแรงผลักหน้าอกนิภาจนล้มลงไปนอนอยู่บนเตียง ปลดกระดุมเสื้อนอนของตนเองออกทีละเม็ด โดยที่สายตาก็ยังจดจ้องอยู่กับคนตรงหน้า “ระหว่างเรามันจะไม่มีความผูกพันอะไรกันทั้งนั้น เราทำเรื่องนี้ก็เพื่อคุณยาย เสร็จจากนี้ไปพี่ก็จะกลับกรุงเทพฯ ไปใช้ชีวิตกับคนรักของพี่ตามเดิม ภายังรับได้อยู่ใช่ไหม” ชายหนุ่มพูดจบก็ทิ้งเสื้อนอนลงบนพื้น คนบนเตียงก็ยังเม้มริมฝีปากตัวเองเอาไว้แน่น คำตอบไม่มาสักทีเขาเลยต้องเลิกคิ้วขึงตาใส่ “ค่ะภารับได้” คำพูดที่เปล่งออกมาช่างเบาหวิว คงไม่ต่างไปจากอารมณ์ของคนพูด “รับได้ก็ดี อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน ไม่งั้นพี่เอาตายแน่” ธาวิศทาบร่างตัวเองลงบนลำตัวของนิภา มองจุดหมายแรกที่จะเริ่มต้นทำรัก ประทับจูบลงบนริมฝีปากนุ่มนิ่มของหญิงสาว สัมผัสแรกของทั้งคู่ช่างตราตรึงในความรู้สึก จากที่จะจูบเพียงแผ่วเบากลายเป็นแทรกลึกดูดดื่มขึ้นตามอารมณ์ (รักซ้ำรอย)
ซ่งจิ่งถังรักฮั่วอวิ๋นเซินอย่างลึกซึ้งนานถึงสิบห้าปี แต่ในวันที่เธอคลอดลูกกลับตกอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ฮั่วอวิ๋นเซินกระซิบข้างหูเธออย่างอ่อนโยนว่า "ถังถัง อย่าฟื้นขึ้นมาอีกเลย สำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" ซ่งจิ่งถังเคยคิดว่าสามีของเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักใคร่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเขามีแต่ความเกลียดชังและใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น และลูกๆ ที่เธอเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด กลับเรียกหญิงสาวคนอื่นว่า 'แม่' ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อหน้าที่เตียงคนไข้ของเธอ เมื่อซ่งจิ่งถังฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือการตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดขาด! แต่หลังจากหย่าแล้ว ฮั่วอวิ๋นเซินจึงเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยเงาของซ่งจิ่งถัง หญิงคนนี้กลายเป็นความเคยชินของเขา เมื่อพบกันอีกครั้ง ซ่งจิ่งถังปรากฏตัวในที่ประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันมามอง หญิงคนนี้ที่เคยมีแต่เขาในใจ บัดนี้กลับไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ฮั่วอวิ๋นเซินคิดว่าเธอแค่ยังโกรธอยู่ ถ้าเขาเอ่ยปากพูดนิดหน่อย ซ่งจิ่งถังจะต้องกลับไปหาเขาแน่นอน เพราะเธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ต่อมา ในงานหมั้นของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเพ่ย เขาเห็นซ่งจิ่งถังสวมชุดแต่งงานหรูหรา ยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและกอดแน่นเพ่ยตู้พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ฮั่วอวิ๋นเซินอิจฉาจนแทบคลั่ง เขาตาแดงก่ำและบีบแก้วจนแตก เลือดไหลไม่หยุด...
【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”
หลังจากแต่งงานได้ 2 ปี ในที่สุดเจียงเนี่ยนอันก็ตั้งครรภ์สักที ความดีอกดีใจของเธอแต่กลับแลกกับคำขอหย่าของสามี หลังจากการสมคบคิด เธอนอนในกองเลือด และต้องการขอร้องเขาให้ช่วยเด็กเอาไว้ แต่กลับไม่สามารถติดต่อกับอีกฝ่ายได้ ด้วยความสิ้นหวังเธอจึงออกจากประเทศไป ต่อมาในงานแต่งงานของเจียงเหนียนอัน คุณกู้เสียการควบคุมและคุกเข่าลง ดวงตาของเขาแดงก่ำ "มีลูกของฉัน แล้วเธออยากจะแต่งงานกับใครกัน?"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY