เจนสุดา คุณหนูแสนสวยวัย19ปี เธอมีแม่ใหม่ที่แสนจะเพอร์เฟกต์ชื่อวาเลรีน สาวน้อยจึงเสียใจแทบบ้า ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปความจริงเริ่มปรากฏว่าแม่เลี้ยงสุดสวยไม่ได้ชอบผู้ชาย สาวน้อยจะพลาดท่าเสียตัวให้แม่เลี้ยงของตัวเองหรือไม่
เจนสุดา คุณหนูแสนสวยวัย19ปี เธอมีแม่ใหม่ที่แสนจะเพอร์เฟกต์ชื่อวาเลรีน สาวน้อยจึงเสียใจแทบบ้า ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปความจริงเริ่มปรากฏว่าแม่เลี้ยงสุดสวยไม่ได้ชอบผู้ชาย สาวน้อยจะพลาดท่าเสียตัวให้แม่เลี้ยงของตัวเองหรือไม่
แม่เลี้ยงกับหนู เป็นชู้กัน
ตอน วันแรกที่เข้าบ้าน
รถเบนซ์สีขาวของคุณพ่อขับมาจอดหน้าบ้านหลัวใหญ่โตหรูหรา
"เย้ คุณพ่อมาแล้ว" สาวน้อยเจนสุดดาวิ่งออกมาหน้าบ้านขณะที่เธอยังใส่ชุดนักศึกษา
พลันใดนั้นคุณพ่อวัยสี่สิบห้า นักธุรกิจใหญ่ก็จอดรถแล้วกลับเดินไปอีกฟาก
ท่านเปิดประตูให้หญิงสาววัยสามสิบต้นๆก้าวลงมา เธอส่งยิ้มให้เจนสุดาด้วยสายตาที่เป็นมิตร
"เจน ไหว้แม่วาสิลูก เธอชื่อวาเลรีนจะมาอยู่กับเรานะ" คุณพ่อหันมายิ้มบอก
สาวน้อยหน้าเปลี่ยนสีทันที ใบหน้าที่ขาวอมชมพูระเรื่อเปลี่ยนเป็นสีแดงกล่ำ
หัวใจดวงน้อยเต้นแรง เลือดในกายฉีดพล่าน เจนสุดากัดฟันดังกร่อด
เธอโกรธพ่อสุดขีดที่ท่านกำลังจะมีคนรักใหม่หลังจากที่แม่ของเธอเพิ่งเสียไปไม่กี่ปี
ไม่! เจนตวาดลั่น
ตุบ! ๆ ๆ ๆ สาวน้อยวิ่งกลับเข้าบ้านหลังใหญ่ด้วยน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาพาดผ่านแก้มเป็นทาง
ติ๋ง! ๆ ๆ หยาดใสโปรยปรายลงบนพื้นขณะที่หัวใจกำลังแตกสลาย
หลังจากที่เสียคุณแม่ไปสาวน้อยคิดว่าจะมีเพียงแต่เธอกับคุณพ่อที่แสนดี แต่มาวันนี้เธอเพิ่งรู้ว่ามันไม่ใช่อีกแล้ว
ฟุ่บ! ฮือ! ๆ ๆ ๆ เจนกระโจนขึ้นมานอนคว่ำบนเตียงและร้องไห้สะอึกสะอื้น
ริมฝีปากสีชมพูสั่นเทา ลมหายใจร้อนผ่าว น้ำตาเปียกโชกหมอน
คุณพ่อเดินเข้ามาในห้องนอนและนั่งลงข้างๆเตียง ท่านลูบหัวปลอบเจน
" ถ้าหนูไม่ชอบคุณวาหนูก็ไม่ต้องเรียกว่าแม่" คุณพ่อบอกขณะที่เจนยังร้องไห้
"พ่อรักแม่หนูมากที่สุด แต่เรายังต้องก้าวต่อไป พ่อรักและเคารพคุณแม่นะ ไม่มีใครเหนือกว่าแม่และหนู" คุณพ่อปลอบและลูบหัวสาวน้อย
"ให้โอกาสน้าเค้าดูแลพวกเราได้ไหม ถือว่าพ่อขอร้อง"
เจนสุดาค่อยๆคลายความเจ็บปวดลงช้าๆเมื่อได้รับคำปลอบจากคุณพ่อที่มีวาทะศิลป์เป็นเลิศ
เธอพลิกตัวขึ้นมานอนหงายและเช็ดน้ำตาที่แก้มสวยอิ่ม
"ไปทานข้าวกันนะ" คุณพ่อเอ่ย
"ไม่ค่ะ หนูกินแล้ว" เจนโกหกเพราะว่าไม่อยากเจอแม่เลี้ยงคนใหม่
เธอยังนึกภาพติดตาในหัวได้อยู่เลย หญิงสาววัยสามสิบ ผิวสีน้ำผึ้งค่อยๆก้าวลงมาจากรถแล้วส่งยิ้มหวานมา
เธอมีใบหน้าที่สวยคม จมูกโด่งปลายเชิ่ดขึ้นและมีดวงตาสีดำขลับน่ากลัว
หุ่นของเธอเพรียวบางสูงขายาวอย่างกับนางแบบ
"ชิ เราสวยกว่าอีก" เจนสุดานอนนึกด่าแม่เลี้ยงอยู่ในใจ
สาวน้อยวัยสิบเก้าปี เธอมีใบหน้าโค้งมนอูมอิ่ม จมูกจิ้มลิ้ม ปากเรียวเล็กสีชมพู
เธอสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบแต่มีเนื้อหนังที่อวบอิ่มเกินวัย หน้าอกใหญ่ตูดงอน ผิวขาวอมชมพูตาโต
เจนนอนกลิ้งไปกลิ้งมา เธอปวดท้องเพราะหิวข้าวจนทรมาน
"รอพวกเขากินเสร็จแล้วค่อยไปกินก็ได้เนอะ" เจนพูดกับตัวเอง
คุณพ่อนั่งกินข้าวกับคุณวาเลรีนเสร็จทั้งคู่ก็ไปอาบน้ำ พอคุณพ่อออกมานั่งทำงานในห้องส่วนตัวคุณวาเลรีนก็เข้าครัว
ก๊อก! ๆ ๆ เสียงเคาะประตูห้องนอนของเจนดังขึ้น
"ไม่ได้ล็อคค่ะ" เจนตอบ
มาง้อเราจนได้ ฮิ! ๆ เจนคิดในใจว่าคุณพ่อจะมาขอโทษเธออีก
แอ๊ดดด! ประตูเปิดออก สาวน้อยตาโตเมื่อเห็นสาวสวยในชุดนอนสีชมพูวาววับเดินเข้ามา
พรึ่บ! เจนสุดาสปริงตัวลุกนั่งแล้วอ้าปากกำลังจะไล่ตะเพิ่ดแม่เลี้ยงด้วยความโมโห
ทว่ากลิ่นโจ๊กอันหอมหวลลอยเข้ามาเตะจมูกสาวน้อยจนเธอท้องร้อง
แม่เลี้ยงสุดสวยนั่งลงที่ขอบเตียงและจ้องแววตาคมวาวมองมาราวกับจะสะกดให้หยุดเคลื่อนไหว
รอยยิ้มหวานละมุนบนใบหน้าเรียวสวยช่างน่าประทับใจเมื่อได้เผลอมอง
"มาทำไม" สาวน้อยถามเสียงอ่อนลงอย่างผิดคาด
"กินข้าวนะจ๊ะ" วาเลรีนยื่นชามโจ๊กที่หอมกรุ่นให้เจนสุดา
"ไม่ กินแล้ว" เจนตอบห้วนๆ
"ไม่เห็นกินเลยตั้งแต่เข้ามา" วาเลรีนเอ่ยขึ้น
"ก็ไม่หิว" เจนสุดาตอบ
"กินหน่อยนะจ๊ะ" วาเลรีนบอก
"ไม่ต้องมาเอาใจ" เจนดุ
ฮิ! ๆ ๆ วาเลรีนกลับยิ้มและแอบสำรวจความงามของสาวน้อย เธอช่างไม่มีพิษไม่มีภัย แถมเวลางอนยังดูน่ารักน่าชังเป็นที่สุด
"ไม่กินก็จะนั่งอยู่แบบนี้แหละนะ" วาเลรีนนึกสนุก
"ตามใจ" เจนสุดาเอ่ย
สองสาวนั่งมองหน้ากันอยู่นานสองนาน ตาประสานตาพลันใดเจนสุดาก็รู้สึกเสียวใจหวามๆอย่างชอบกล
เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนไม่ว่ากับใครทั้งนั้น
วาเลรีนเอาช้อนตักโจ๊กร้อนๆจนไอหอมฟุ้งลอยเข้าจมูกเจน
จ๊อก! ๆ ๆ ท้องของสาวน้อยร้องดัง
"กินก็ได้" เจนสุดาแย่งชามมาก้มหน้าตักกินโจ๊กอย่างมุมมาม
ฮิ! ๆ ๆ วาเลรีนยิ้มชอบใจที่เจนได้ลิ้มลองฝีมือทำอาหารของเธอ
"เอาไปเก็บซะ หิ! ๆ ๆ " เจนสุดากินเสร็จก็ยื่นชามเปล่าใส่มือแม่เลี้ยง
เธอเพิ่งนึกแผนขึ้นได้ว่าจะแกล้งให้วาเลรีนอยู่ไม่ได้จนต้องหนีออกจากบ้านนี้เอง
สาวน้อยหันมายิ้มเยาะแม่เลี้ยงอย่างสะใจที่เห็นเธอกำลังเก็บชามช้อน
หมับ! มือเรียวขาวเตะมาที่ริมฝีปากของเจน
วาเลรีนเอานิ้วป้ายเศษข้าวที่ติดตรงริมฝีปากสีชมพูแล้วเอานิ้วกลับไปดูดกินเศษอาหารจากปากของเจนสุดา
จุ๊บ! ๆ ๆ เจนใจหายว่าบราวกับโดนฟ้าผ่า หัวใจของเธอเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ
ใบหน้าของเธอชาและร้อนผ่าว เลือดสาวฉีดพล่านจนร้อนรุ่มไปทั่วกาย
"ฝันดีนะจ๊ะคนสวย" วาเลรีนลุกยืนแล้วโบกมือก่อนจะเดินออกไป
เจนสุดารู้สึกมึนๆจนหน้ามืดเหมือนเธอจะเป็นลม
นี่เราเป็นอะไรของเรานะ!
เธอแค่แสดง อยากให้เรารักล่ะซิ!
ฉันจะแกล้งให้เธออยู่ไม่ได้!
เจนสุดานอนไม่หลับทั้งคืนเมื่อภาพแม่เลียงสุดสวยอัดแน่นอยู่เต็มหัว
แนวทาสสวาท ล่อลวง เปิดซิง รุนแรง ซาดิสม์ หลอกเอา คนสวน รุมคุณหนู nc 3p
นิยายอีโรติก แนวเรื่องจริง นอกใจ มีชู้ เผลอใจ ไม่ตั้งใจ nc 18+ รวมเรื่องสั้นแนวนอกใจ นอกกาย สายบาป เป็นเรื่องแต่งเสริมเรื่องจริง สั้นๆจบในตอน มีหลายแนว หลายเหตุการณ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ18ปีขึ้นไป
นิยายผู้ใหญ่ แนวฮาเร็มชาย นางเอกเป็นคุณหนูวัย18ปี เธอชอบยั่วคนสวน คนขับรถ ใจแตก มั่วสวาท nc 18+
ในยุคก่อนสงครามโลก ยังมีการค้าทาส ในดินแดนแถบเอเชียที่ไม่ระบุชื่อและสถานที่ตั้ง มีปราสาทแห่งหนึ่งตั้งตะหง่านอยู่ริมหน้าผาบนเขาสูง เจ้าปราสาทคือสามีนางเอก เขาเป็นขุนนางชั้นสูง เขาชอบซื้อทาสชายหลากเชื้อชาติมาเลี้ยง ใช้งานพวกเขาหนัก และมักจะให้นางเอกมีอะไรกับคนแปลกหน้าพวกนั้นเพื่อให้เขานั่งดูอย่างมีอารมณ์
นางเอกแต่งงานกับสามีแก่ เขาเป็นเสี่ยเจ้าของร้านทองที่รวยมาก ทว่านกเขากลับไม่ขันและอ่อนปวกเปียก นานๆจะมีเซ็กกับเมียรัก เดือนละครั้งสองครั้ง นางเอกทนความอยากไม่ไหวแต่ก็ไม่อยากมีชู้ ไม่อยากนอกใจสามี เธอจึงแอบมีอะไรกับเจ้าแสนรักที่เลี้ยงไว้ในบ้าน
เรื่องสั้นแนวมีชู้ fwb ลับๆ นอกใจ แอบแซ่บ 3p 4p หลายบุคคลหลากเหตุการณ์ จบในตอนสองตอน
ฉู่ว่านยู ผู้สืบเชื้อสายมาจากตระกูลแพทย์แผนโบราณ มีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม ยาที่เธอทำนั้นทุกคนต่างอยากได้ สามารถรักษาได้ทุกโรค แต่กลับไม่คาดคิดว่าจะย้อนยุค กลายเป็นผู้หญิงที่ขี้เหร่ที่สุดในใต้หล้า และยังเอาชนะใจท่านอ๋องด้วย การเริ่มต้นไม่ค่อยดีก็ไม่เป็นไร มาดูกันว่าเธอจะพลิกผันยังไง การแย่งการแต่งงานงั้นเหรอ? เธอทำให้น้องต้องรับบทเรียน แย่งสินเิมดลับมา ให้ชายั่วหญิงร้ายคู่นี้อยู่ด้วยกันตลอดไป ขี้ขลาดเหรอ? เธอจัดการพ่อร้าย สั่งสอนผู้หญิงเสแสร้ง! ขี้เหร่เหรอ? เธอรักษาพิษในตัว และกลายเป็นคนงามอันน่าทึ่ง! ลูกสาวขี้เหร่ของจวนอัครมหาเสนาบดี กลายเป็นผู้สูงส่ง แม้แต่ผู้โหดเหี้ยมบางคนยังหวั่นไหวกับเธอ เมื่อสุดที่รักจะจัดการผู้ใด เขามักจะช่วยเสมอ... แต่น่าเสียดายสุดที่รักคนนั้นไม่มีเขาอยู่ในใจ ฉู่ว่านยู "ออกไป หย่าเลย ผู้ชายมีแต่เป็นภาระของข้าเท่านั้น" เสี่ยวลี่จิงรู้สึกน้อยใจ "ไม่ได้ ข้าให้ครั้งแรกกับเจ้าแล้ว เจ้าต้องรับผิดชอบข้า"
หลังจากแต่งงานกันมาสามปี เวินเหลี่ยงก็ยังไม่เคยได้ความรักจากฟู่เจิ้งแต่อย่างใดเลย เมื่อรักแรกของเขากลับมา สิ่งที่รอเธออยู่คือหนังสือการหย่า "ถ้าฉันมีลูก คุณยังเลือกหย่าไหม?" เธออยากจับโอกาสสุดท้ายนี้ไว้ แต่แล้วมีแต่คำตอบที่เย็นชาว่า "ใช่" เวินเหลี่ยงหลับตาและเลือกที่จะปล่อยมือ ...ต่อมาเธอนอนอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความสิ้นหวังและลงนามในข้อตกลงการหย่า "ฟู่เจิ้ง เราไม่ได้เป็นหนี้กันอีกต่อไปแล้ว..." ชายที่มีความเด็ดขาดและเย็นชามาโดยตลอดนอนอยู่ข้างเตียงขอร้องให้อีกฝ่ายกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบา "เหลียง ได้โปรดอย่าหย่าได้ไหม?"
"คุณต้องการเจ้าสาว ส่วนฉันก็ต้องการเจ้าบ่าว ทำไมเราไม่แต่งงานกันล่ะ?" ภายใต้เสียงเยาะเย้ยของทุกคน ถังเลี่ยน ซึ่งถูกคู่หมั้นของเธอทอดทิ้งในพิธีแต่งงาน กลับแต่งงานกับเจ้าบ่าวพิการข้างบ้านที่ถูกรังเกียจ ถังเลี่ยนคิดว่าอวิ๋นเซินเป็นชายหนุ่มที่น่าสงสาร และเธอสาบานว่าจะให้ความรักใคร่แก่เขาและตามใจเขาหลังแต่งงาน ใครจะรู้ว่าเขาแกล้งเป็นแบบนั้น... ก่อนแต่งงาน อวิ๋นเซินว่า "เธอต้องสนใจเงินของผมถึงยอมแต่งงานกับผม ผมจะหย่ากับเธอหลังจากที่ผมใช้ประโยชน์เธอเสร็จ" หลังแต่งงาน อวิ๋นเซินว่า "ภรรยาของผมต้องการหย่าทุกวัน แต่ผมไม่อยากหย่า ทำอย่างไรดีล่ะ"
ซ่งจิ่งถังรักฮั่วอวิ๋นเซินอย่างลึกซึ้งนานถึงสิบห้าปี แต่ในวันที่เธอคลอดลูกกลับตกอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ฮั่วอวิ๋นเซินกระซิบข้างหูเธออย่างอ่อนโยนว่า "ถังถัง อย่าฟื้นขึ้นมาอีกเลย สำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" ซ่งจิ่งถังเคยคิดว่าสามีของเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักใคร่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเขามีแต่ความเกลียดชังและใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น และลูกๆ ที่เธอเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด กลับเรียกหญิงสาวคนอื่นว่า 'แม่' ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อหน้าที่เตียงคนไข้ของเธอ เมื่อซ่งจิ่งถังฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือการตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดขาด! แต่หลังจากหย่าแล้ว ฮั่วอวิ๋นเซินจึงเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยเงาของซ่งจิ่งถัง หญิงคนนี้กลายเป็นความเคยชินของเขา เมื่อพบกันอีกครั้ง ซ่งจิ่งถังปรากฏตัวในที่ประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันมามอง หญิงคนนี้ที่เคยมีแต่เขาในใจ บัดนี้กลับไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ฮั่วอวิ๋นเซินคิดว่าเธอแค่ยังโกรธอยู่ ถ้าเขาเอ่ยปากพูดนิดหน่อย ซ่งจิ่งถังจะต้องกลับไปหาเขาแน่นอน เพราะเธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ต่อมา ในงานหมั้นของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเพ่ย เขาเห็นซ่งจิ่งถังสวมชุดแต่งงานหรูหรา ยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและกอดแน่นเพ่ยตู้พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ฮั่วอวิ๋นเซินอิจฉาจนแทบคลั่ง เขาตาแดงก่ำและบีบแก้วจนแตก เลือดไหลไม่หยุด...
กลางวันอ่อนหวาน กลางคืนร้อนแรง นี่คือคำที่ลู่เยียนจือใช้เพื่อบรรยายถึงเธอ แต่หานเวยบอกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ไม่ถึงครึ่งปี ลู่เยียนจือกลับไม่ลังเลที่จะขอหย่ากับสือเนี่ยน “แค่ปลอบใจเธอไปก่อน ครึ่งปีข้างหน้าเราค่อยแต่งงานใหม่” เขาคิดว่าสือเนี่ยนจะรออยู่ที่เดิมตลอด แต่เธอได้ตาสว่างแล้ว น้ำตาแห้งสนิท หัวใจสือเนี่ยนก็แตกสลายไปแล้วด้วย การหย่าปลอมๆ สุดท้ายกลายเป็นจริง ทำแท้งลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ สือเนี่ยนจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก แต่ลู่เยียนจือกลับเสียสติ ต่อมา ได้ยินว่าคุณชายลู่ผู้มีอิทธิพลนั้นก็อยู่นิ่งๆ ต่อไปไม่ได้ ขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ไล่ตามเธออย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อขอให้เธอเหลือบมองเขาอีกครั้ง...
คิณ อัคนี สุริยวานิชกุล ทายาทคนโตของสุริยวานิชกุลกรุ๊ป อายุ 26 ปี นักธุรกิจหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เย็นชากับผู้หญิงทั้งโลกยกเว้นเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น เอย อรนลิน "เมื่อเขาดึงเธอเข้ามาในวังวนของไฟรักที่แผดเผาหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้ไหม้ไปทั้งดวง" "เธอแน่ใจนะว่าจะให้ฉันช่วยค่าตอบแทนมันสูงเธอจ่ายไหวเหรอ?" เอย อรนลิน พิศาลวรางกูล ดาวเด่นของวงการบันเทิงที่ผันตัวไปรับบทนางร้าย เธอสวย เซ็กซี่ ขี้ยั่วกับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น "เขาคือดวงไฟที่จุดประกายขึ้นในหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้หลงเริงร่าอยู่ในวังวนแห่งไฟรัก" "อะ อึก จะ เจ็บ เอยเจ็บค่ะคุณคิณ"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY