ทั้งหวานทั้งซิงเสี่ยเลยอยากชิม
ทั้งหวานทั้งซิงเสี่ยเลยอยากชิม
ปัจจุบัน
“ฮือๆ” เสียงร้องด้วยความหวาดกลัวเล็ดลอดจากริมฝีปากที่โดนอุดไว้ด้วยผ้าแบบไม่แน่นอะไรนัก เด็กสาวหน้าตาสะสวยพยายามดิ้นรนสุดกำลังให้หลุดจากพันธนาการ เรียวขาช่วงน่องของเธอแยกออกจากกันแล้วโดนผูกไว้กับขาเก้าอี้ส่วนแขนสองข้างถูกไพล่ไปด้านหลังและมัดไว้อย่างแน่นหนา
“อย่าทำ ฮือๆ ได้โปรด” เด็กสาวอ้อนวอนขอความเมตตา
“หนีบซะแน่นเชียวแต่เสี่ยทำให้มันอ้าได้แน่ๆ” มือสากๆ ของชายหนุ่มวัยสี่สิบปลายๆ ลูบไล้ไปที่ต้นขาด้านในของหญิงสาว อีกนิดเดียวเขาก็จะได้สัมผัสจุดสงวนอันหอมหวาน
“ฮือๆๆ” แววตาที่เคยสดใสเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา เธอดิ้น ร้องและเบี่ยงตัวไปทุกทางเท่าที่จะทำได้แต่ผ้าที่มัดก็ยังแน่นอยู่เหมือนเดิม
“จุ๊ๆ ร้องทำไมครับทูนหัว เสี่ยพามาทำอะไรสนุกๆ ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลยไม่ร้องนะครับ” ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผิวขาวสะอาดสะอ้านไล้มือไปตามใบหน้าสวยหวานสมกับชื่อของเจ้าตัว
“ฮือๆ อย่าทำหนูเลย หนูกลัว” เด็กสาวอ้อนวอนขอร้องแทบจะทุกนาทีเผื่อผู้ชายคนนี้จะเห็นใจ
“กลัวทำไมครับ งั้นเรามาเริ่มกันดีกว่าจะได้รู้ว่ามันไม่มีอะไรน่ากลัว”
มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกแล้วถอดมันไปให้พ้นตัวต่อจากนั้นก็รูดซิปกางเกงสีดำเนื้อดีและก็เช่นเดียวกันมันถูกเหวี่ยงไปที่เดียวกับเสื้อ สายตาวาวฉ่ำมองไปที่เรือนร่างสะโอดสะองของนักศึกษาสาวด้วยความกระหาย
“ซ่วบ” ปากใหญ่ๆ ของผู้ชายที่เรียกตัวเองว่าเสี่ยอมทรวงอกของเด็กสาวเข้าไปจนเกือบหมดเต้า เธอพยายามสะบัดตัวหนีแต่ก็ไม่ให้ผลอะไรนอกจากกระตุ้นอารมณ์ของชายคนนั้นให้มันโหมกระพือหนักขึ้นกว่าเดิม
“หวานจริงๆ ทูนหัว” เขาถึงกับเพ้อในรสหอมหวานของเด็กสาวที่ยังไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อน
“ได้โปรด” เธอยังคงพร่ำพูดอ้อนวอนขอความเมตตา
ชายหนุ่มที่นุ่งกางเกงในเพียงตัวเดียวนั่งคุกเข่าแล้วลูบไล้มือไปตามเรือนกายขาวนวลราวไข่ปอกของเด็กสาว ยิ่งมองก็ยิ่งอยากยัดท่อนเนื้อเข้าไปกระหน่ำแทงในทางรักของเธอใจจะขาดแต่เขามันพวกโรคจิตแค่จับซอยกระแทกๆ ให้เสร็จไป มันไม่ใช่การร่วมเพศแบบที่โปรดปราน เขาชอบได้ยินเสียงกรีดร้องเสียงครวญครางเขาชอบมองยามที่ผู้หญิงเสร็จสมและควบคุมตัวเองไม่ได้มันเป็นอะไรที่เร้าใจมาก
“ไม่ๆ อย่า ได้โปรด” เด็กสาวขอร้องอ้อนวอนจนสุดเสียงเมื่อเห็นสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นหยิบออกมาจากลิ้นชัก
“ไม่ต้องกลัวนะทูนหัว” ชายหนุ่มหยิบแท่งจำลองของอวัยวะเพศชายออกมาแล้วเปิดระบบสั่น มือหนาออกแรงเพียงครั้งเดียวต้นขาที่เคยหนีบแน่นเข้าหากันก็อ้ากว้างต้อนรับเจ้าดิลโด้ยางสีสวย
“ว๊าย” เด็กสาวกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจเพราะแรงสั่นจากของจำลองที่จี้อยู่บนเม็ดเล็กๆ บนเนินสามเหลี่ยมของตัวเอง
“ดีใช่ไหมทูนหัว”
“ฮือๆ อย่า อ๊ายยย” ทั้งที่หวาดกลัวจับใจแต่มันก็ห้ามไม่ได้เลยที่จะไม่รู้สึกอะไรกับการจู่โจมตรงจุดสงวน เจ้าแท่งจำลองสั่นด้วยจังหวะเร็วไปทั่วกลีบเนื้อของเธอ ผู้ชายคนนั้นลากมันขึ้นลงไปตามรอยแยกสลับกับแช่มันนิ่งๆ ไว้ที่ปุ่มกระสัน
“มะ ไม่ ไม่ อ๊า” ส่วนหัวมนๆ ประมาณสองข้อนิ้วหายเข้าไปในร่องอุ่นแล้วร่างกายของเธอก็กระตุกสั่นรุนแรงยิ่งกว่าเจ้าแท่งเนื้อจำลองนั่นซะอีก
“เก่งมากทูนหัว” ชายหนุ่มปิดระบบสั่นของแท่งจำลอง สองมือจับหัวเข่าของเด็กสาวไว้มั่นแล้วเขาก็ละเลงลิ้นไปที่กลีบเนื้อที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำแสนหวานลิ้นหนาตวัดเลียไปทั่วพูเนื้อนิ่มเพื่อซับทุกหยาดหยดอันแสนบริสุทธิ์และเขาก็ลอบยิ้มเพราะร่างอรชรสั่นสะท้านและครวญครางปิ่มจะขาดใจ
“ฮือๆ พอเถอะค่ะได้โปรด” ร่างบางกระตุกเกร็งอีกครั้ง เธอเพิ่งถึงจุดสุดยอดสองครั้งติดๆ กันและเพลียขึ้นทุกที เกือบชั่วโมงแล้วที่เธอถูกมัดอยู่กับเก้าอี้และดิ้นรนจนสุดแรง
“นี่แค่เริ่มเองครับทูนหัว” ชายหนุ่มลากลิ้นจากจุดสงวนของเด็กสาวขึ้นไปตามลำตัวเรียวระหง ลิ้นสากตวัดเลียเต้านมอีกครั้งเพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะผ่านไปโดยไม่ทักทายทรวงงามที่แสนหอมหวาน
“ฮือๆ” เด็กสาวพยายามปัดป้องทุกทางแต่มันก็ไม่ช่วยอะไรต่อให้สะบัดตัวแค่ไหนเธอก็หนีไม่พ้นการเล้าโลมที่แสนน่ารังเกียจจากชายแปลกหน้า ถ้าแฟนหนุ่มของเธอเป็นคนทำเธอคงไม่รู้สึกหวาดกลัวและขยะแขยงจนอยากอาเจียนแบบนี้
อีกครั้งที่ร่างเล็กๆ ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ผู้ชายคนนั้นหยิบขนนกออกมาจากลิ้นชักแล้วปัดมันผ่านไปทั่วตัวของเธอด้วยสัมผัสอันแผ่วเบา เธอครางและร้องไห้ในเวลาเดียวกันเพราะมันแยกไม่ได้เลยระหว่างความหวาดกลัวและความเสียวสยิวที่กำลังได้รับ เธอแสนจะอับอายและเกลียดตัวเองที่ดูเหมือนกำลังจะมีอารมณ์กับการร่วมเพศที่แสนวิตถารของผู้ชายจิตป่วยคนนี้
“ยะ อย่า” มือหนาแยกเรียวขาขาวๆ ให้อ้ากว้างอีกครั้ง เม็ดทับทิมถูกสะกิดเบาๆ ด้วยปลายขนนกและเธอก็สะดุ้งเฮือกร้องครวญครางออกมา
“เสี่ยบอกแล้วว่าไม่มีอะไรน่ากลัว” ชายหนุ่มยิ้มด้วยความพอใจและหยิบอุปกรณ์อีกชิ้นออกมา
“อื้ดๆๆๆ” เสียงของอุปกรณ์คล้ายไข่ไก่ใบจิ๋วอยู่ในระบบสั่น
“โอ๊ย” เด็กสาวร้องเสียงหลงเพราะหัวนมโดนหนีบด้วยไม้หนีบ
“ฮือๆ อย่า ได้โปรด อืม โอ้ว” เม็ดทับทิมที่เนินสาวถูกบดบี้ด้วยแรงสั่นจากเจ้าอุปกรณ์ประหลาด เต้านมข้างนึงถูกหนีบไว้ด้วยไม้หนีบส่วนอีกข้างปากของผู้ชายคนนั้นดูดเลียมันอยู่ ยามที่เขาออกแรงคลึงเคล้นหน้าอกข้างที่โดนหนีบไว้มันก็เจ็บแปลบๆ ขึ้นมา
“ซี๊ด ทูนหัว ร้องดังดีจัง” ชายหนุ่มกำลังจะควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อได้เห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวเหยแกด้วยความทรมานจากความเสียวกระสัน
“หยุดเถอะค่ะ ยะ หยุด” เสียงอ้อนวอนแหบแห้งขึ้นทุกที เธอรู้ว่าอีกไม่กี่อึดใจร่างกายก็จะทรยศอีกครั้งเธออยากให้เขาหยุดเธอไม่อยากให้ผู้ชายคนนั้นเข้าใจว่าเธอมีอารมณ์ร่วมกับเกมวิตถารแบบนี้
“ทูนหัว จะเสร็จแล้วใช่ไหม” ชายหนุ่มถามเด็กสาวเสียงกระเส่า
“โอ๊ย แฮ่กๆ” แล้วจู่ๆ เขาก็กัดหัวนมของเธอและมันเป็นจังหวะเดียวกับที่เธอถึงจุดสุดยอดพอดี
“เชิญจ้ะ ตามสบายนะ” กอบสุขบอกด้วยเสียงสั่นๆ เพราะดำรงไม่ได้มาคนเดียวแต่พาเพื่อนมาอีกสองคน “คุณกอบจำเรื่องที่เคยบอกผมได้ไหมครับ” ดำรงถาม “จำได้จ้ะ เรื่องนั้นใช่ไหม” “คุณกอบต้องพูดให้ชัดเจนนะครับ กระซิบบอกผมคนเดียวก็ได้เพราะทุกอย่างจะเกิดขึ้นเพียงทางเดียวเท่านั้นคือคุณกอบยินยอม” “ฉันอยาก xxx” กอบสุขสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วเชิดหน้าบอกอย่างมั่นใจ เธอต้องการมันและไม่ใช่เรื่องผิดบาปใดๆ ที่ผู้หญิงอยากทำแบบนี้ หากมันไม่เดือดร้อนใคร ทำไมจะทำไม่ได้ เพื่อนๆ ของดำรงไม่รีรอเมื่อคนชวนมาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต
♡ แรกๆ ก็เอ็นดู หลังๆ ก็อยากให้ดูเอ็น ♡ บางส่วนจากนิยาย: กิตตินอนมองเอมิลี่แต่งตัวอย่างเพลิดเพลินแล้วความคิดซุกซนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่อยากให้เธอใส่เสื้อผ้าเลยให้ตายสิ อยากถอดเสื้อจัง อยากถอดกางเกงด้วย ชุดชั้นในก็ไม่ต้องใส่หรอกบดบังของสวยๆ ทำไม “แล้วพี่โก้ไม่แต่งตัวเหรอคะ” “แต่ง … แต่งครับ รอเดี๋ยวเดียวนะ” กิตติต้องหยุดความคิดฟุ้งซ่านลงก่อน “พี่โก้ไม่อยากไปใช่ไหมคะ” เอมิลี่เดินกลับไปหาคนที่ยังไม่ลงจากเตียง “อยากครับ ไปสิไปกันเลย พี่แต่งตัวอึดใจเดียวก็เสร็จแล้ว” “ไม่จริงหรอกค่ะ ทำอยู่ตั้งนานกว่าพี่โก้จะเสร็จ” คำเตือน: มีการสูญเสีย มีเหตุการณ์สะเทือนใจ
ซ่งจิ่งถังรักฮั่วอวิ๋นเซินอย่างลึกซึ้งนานถึงสิบห้าปี แต่ในวันที่เธอคลอดลูกกลับตกอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ฮั่วอวิ๋นเซินกระซิบข้างหูเธออย่างอ่อนโยนว่า "ถังถัง อย่าฟื้นขึ้นมาอีกเลย สำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" ซ่งจิ่งถังเคยคิดว่าสามีของเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักใคร่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเขามีแต่ความเกลียดชังและใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น และลูกๆ ที่เธอเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด กลับเรียกหญิงสาวคนอื่นว่า 'แม่' ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อหน้าที่เตียงคนไข้ของเธอ เมื่อซ่งจิ่งถังฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือการตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดขาด! แต่หลังจากหย่าแล้ว ฮั่วอวิ๋นเซินจึงเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยเงาของซ่งจิ่งถัง หญิงคนนี้กลายเป็นความเคยชินของเขา เมื่อพบกันอีกครั้ง ซ่งจิ่งถังปรากฏตัวในที่ประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันมามอง หญิงคนนี้ที่เคยมีแต่เขาในใจ บัดนี้กลับไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ฮั่วอวิ๋นเซินคิดว่าเธอแค่ยังโกรธอยู่ ถ้าเขาเอ่ยปากพูดนิดหน่อย ซ่งจิ่งถังจะต้องกลับไปหาเขาแน่นอน เพราะเธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ต่อมา ในงานหมั้นของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเพ่ย เขาเห็นซ่งจิ่งถังสวมชุดแต่งงานหรูหรา ยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและกอดแน่นเพ่ยตู้พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ฮั่วอวิ๋นเซินอิจฉาจนแทบคลั่ง เขาตาแดงก่ำและบีบแก้วจนแตก เลือดไหลไม่หยุด...
หยุนซีแต่งงานกับกู้ซือเฉิน คุณชายที่สูญเสียสิทธิ์ที่เป็นผู้สืบทอดตระกูลแทนน้องสาว ตอนแรก พวกเขาเพียงแค่ว่าที่สามีภรรยาในนามเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องราวของหยุนซีถูกค่อย ๆ ถูกเปิดเผยออกมา สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตาม ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็นคนธรรมดาอย่างที่คิดเลย ใครจะไปคิดว่าเธอเป็นทั้งแฮ็กเกอร์มืออาชีพ นักประพันธ์เพลงลึกลับ และทายาทคนเดียวของนักแกะสลักที่มีชื่อเสียงระดับชาติ.... มีทั้งนักร้องชื่อดัง นักแสดงที่เคยได้รับรังวัลมากมายและผู้สืบทอดของตระกูลที่ร่ำรวยมาตามจีบว่าที่ภรรยาของเขา กู้ซือเฉินควรทำอย่างไรดี?
ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
เมื่อเธอโดนนอกใจจากคนที่รัก จึงหนีไปเริ่มต้อนชีวิตใหม่ที่ดูไบ และเธอก็ได้เจอกับหนุ่มอาหรับสุดแซ่บ ที่มายั่วยวนหลอกล่อให้เธอมีเซ็กส์ที่เร่าร้อนกับเขา และเขายังต้องการให้เธอท้องลูกของเขาอีก.... เรื่องย่อ.... “คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…” “ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…” “ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…” “หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…” “อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้” “ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ” “อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….” อัสลาน ราเชด บรูฮัมนี อายุ 37 ปี “อัสลาน...” หนุ่มนักธุรกิจชาวอาหรับที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตรในนิยาย แต่ต้องมาคัดสรรหาเมียเพื่อจะมีลูกสืบทอดวงตระกูลตามคำสั่งของพ่อแม่ ทำให้เขานั้นเลี่ยงไม่ได้กับการที่จะหาเมียสักคนมารับหน้าที่นี้ แต่เขาดันไปถูกใจแม่สาวไทยใจแข็งเข้านี่สิ ไม่ว่าเขาจะเสนออะไรไปเธอก็ไม่ยอมที่จะมาเป็นเมียของเขาเลย เพียงเพราะว่าเขานั้นแก่กว่าเธอไม่กี่ปีเท่านั้น ทำให้เขาต้องใช้เล่ห์กลหลอกล่อเธอให้มาทำงานกับเขา ก่อนจะค่อยๆอ่อยแล้วก็รุกจัดการตะครุบเหยื่ออย่างเธอให้กลายมาเป็นนกน้อยในกรงทองของเขา…. มารียา เวทติวัตร อายุ 27 ปี “มีน มารียา…” สาวไทยหน้าคมที่มีหุ่นอวบอัดเป็นที่ยั่วน้ำลายของพวกหนุ่มนั้น กลับไม่ประสบความสำเร็จเรื่องความรักเอาซะเลย เธอจึงหนีจากความเสียใจแล้วมาหางานทำอยู่ที่ดูไบ...เพื่อจะลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอ และเธอก็ได้เจอกับเจ้านายขี้อ่อย ขี้ยั่ว ที่ไม่ว่าเธอจะทำอะไรหรือไปไหน เขาก็มักจะมายั่วน้ำลายทำให้หัวใจที่บอบช้ำของเธอนั้นปั่นป่วนอยู่เสมอ จนเธอถลำตัวมีอะไรกับเขาอย่างห้ามใจไม่อยู่ และเธอก็ได้รู้ว่าเขานั้นเป็นผู้ชายแก่ที่หื่นสุดๆเลย…แต่จะหื่นแค่ไหนต้องไปตามอ่านในนิยายนะคะ
เธอคิดว่าพวกเขาจะต่างคนต่างไปหลังจากการหย่าร้าง โดยเขาใช้ชีวิตของเขาเอง ส่วนเธอก็มีความสุขกับเธอไป-- แต่แล้ว... "ที่รัก ผมผิดไปแล้ว คุณกลับมาได้ไหม" ชายใจร้ายที่เคยหักหลังเธอสุดท้ายก็ก้มหัวที่หยิ่งผยองลง "เราคืนดีกันเถอะ ผมขอร้องล่ะ" ซูเชียนชือผลักดอกไม้ที่ชายคนนั้นมอบให้ออกไปอย่างเย็นชา และตอบอย่างใจเย็น "มันสายไปแล้ว"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY