© 2018-now MeghaBook
เธอตกหลุมพรางของว่าที่สามีและเพื่อนสนิทของตัวเอง ทำให้เธอสูญเสียไปทุกอย่าง เธอตายอยู่บนถนน เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกที ก็พบว่าสามีของเธอกำลังพยายามรัดคอเธอให้ตาย แต่โชคดี ที่สุดท้ายเธอรอดชีวิตมาได้ แล้วเธอก็ตกลงเซ็นข้อตกลงการหย่ากับสามีของเธออย่างไม่ลังเล ที่เธอคิดไม่ถึงคือ แม่ของเธอได้ทิ้งทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาลก้อนหนึ่งให้เธอ ซึ่งช่วยให้เธอได้มีโอกาสแก้แค้นและพลิกสถานการณ์ทั้งหมด จากนั้น ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น และเธอก็ได้รับความรักอีกครั้งกับอดีตสามีของเธอ...
ซ่งชิงอวี่รักลู่เหยี่ยนจือ รักจนใครๆ ก็รู้หมด รักอย่างไร้ค่าเหมือนธุลี แม้ว่าในใจของลู่เหยี่ยนจือมีแต่คนรักเก่าก็ตาม แม้ว่าเขาจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละปีไปกับคนรักเก่าที่ต่างประเทศ แม้ว่าคนรักเก่าจะตั้งครรภ์ลูกของลู่เหยี่ยนจือแล้ว ซ่งชิงอวี่ก็ยังคงขอแต่งงานกับลู่เหยี่ยนจือ แต่ในวันไปจดทะเบียนเพราะคนรักเก่ากลับมา ลู่เหยี่ยนจือก็ไม่ปรากฏตัวที่ที่ว่าการอำเภอ หลังจากรักลู่เหยี่ยนจือมาเจ็ดปี ซ่งชิงอวี่ก็หมดหวังสิ้นเชิง เธอได้บล็อกลู่เหยี่ยนจือแล้วหันหลังออกจากเมืองที่ลู่เหยี่ยนจืออยู่ ลู่เหยี่ยนจือไม่ได้ใส่ใจอะไร คิดว่าสักวันหนึ่งยังไงซ่งชิงอวี่ก็จะกลับมา จนกระทั่งเขาเห็นซ่งชิงอวี่จดทะเบียนสมรสกับชายอื่นที่หน้าที่ว่าการอำเภอ! คุณลู่ผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับเสียสติไปเลย! ต่อมา ใครๆ ก็มักเห็นคุณลู่ผู้ยิ่งใหญ่ วิ่งตามหลังซ่งชิงอวี่อย่างไร้ศักดิ์ศรี “ชิงอวี่ ขอโทษนะ ผมผิดไปแล้ว ให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะ!” และสิ่งที่ตอบกลับเขาคือ เสียงที่ไม่พอใจของผู้หญิงคนหนึ่ง “คุณจะหยุดก่อกวนได้ไหม ฉันมีครอบครัวแล้ว!”
หลังจากแต่งงานได้ 2 ปี ในที่สุดเจียงเนี่ยนอันก็ตั้งครรภ์สักที ความดีอกดีใจของเธอแต่กลับแลกกับคำขอหย่าของสามี หลังจากการสมคบคิด เธอนอนในกองเลือด และต้องการขอร้องเขาให้ช่วยเด็กเอาไว้ แต่กลับไม่สามารถติดต่อกับอีกฝ่ายได้ ด้วยความสิ้นหวังเธอจึงออกจากประเทศไป ต่อมาในงานแต่งงานของเจียงเหนียนอัน คุณกู้เสียการควบคุมและคุกเข่าลง ดวงตาของเขาแดงก่ำ "มีลูกของฉัน แล้วเธออยากจะแต่งงานกับใครกัน?"
เฉียวอีที่ไม่สามารถมีบุตรได้ถูกบังคับให้หย่าร้าง ยุติความสัมพันธ์ที่คบกันมาสี่ปี ด้วยความหมดหวัง เฉียวอีไปเยียวยาหัวใจในเมืองเล็กๆ โดยบังเอิญพบเด็กทารกชายคนหนึ่ง ด้วยความเห็นแก่ตัว เธอจึงตัดสินใจเก็บเด็กคนนั้นไว้เลี้ยงดูเอง สี่ปีต่อมา รถหรูเรียงรายจอดอยู่หน้าตึกที่เฉียวอีอาศัยอยู่ กู้เช่อหยิบการ์ดเงินออกมาใบหนึ่ง : นี่คือสิบล้านบาท ถือเป็นค่าตอบแทนที่คุณเลี้ยงดูบุตรชายของผมในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา เฉียวอีปกป้องเด็กไว้ด้านหลัง : เด็กเป็นของฉัน ฉันจะไม่มีวันแยกจากเขาได้ กู้เช่อยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์: งั้นก็ได้ พาไปด้วยกันทั้งคู่เลย!
"นางเป็นบุตรีผู้สูงศักดิ์ของฮูหยินเอกของจวนเสนาบดี นางมีหน้าตาโดดเด่น ทั้งอ่อนโอนและมีน้ำใจไมตรีต่อผู้อื่น แต่... นางทำดีต่อป้าของนาง นางกลับฆ่าแม่ของนางตาย นางรักเอ็นดูน้องสาวของนาง แต่น้องสาวกลับแย่งสามีของนางไป นางคอยสนับสนุนและดูแลสามีของนางอย่างสุดหัวใจ แต่สามีกลับทำให้นางตายทั้งกลม...ตระกูลฝ่ายมารดาของนางก็ถูกประหารชีวิตทั้งตระกูลด้วย นางตายตาไม่หลับและสาบานว่าหากมีชาติหน้า นางจะไม่เมตาตาต่อใครอีก ใครก็ตาม กล้ามาทำร้ายข้า ข้าจะล้างแค้นด้วยชีวิตทั้งตระกูลของพวกเจ้า เมื่อเกิดใหม่อีกครั้ง นางอายุได้สิบสี่ปี นางสาบานว่าจะต้องเปลี่ยนชะตากรรมและแก้แค้นชาติก่อน ป้านางใจ้ร้าย นางจะใจร้ายกลับยิ่งกว่านาง นางคิดจะได้ครองตำแหน่งฮูหยินงั้นเหรอ บอกเลยไม่มีทาง! ส่วนน้องสาวชอบผู้ชายชั่ว ๆ นักไม่ใช่หรือ ได้!ข้าจะยกให้เลย ส่วนชายชั่วนั่น ข้าจะทำให้เจ้าไม่สามารถมีทายาทได้อีกตลอดทั้งชาติ!แต่ข้าจะแก้แค้น เหตุใดเจ้าต้องมาช่วยข้าด้วย?"
เขา…คือชายที่เธอฝันถึง ฝันว่าได้จูบ ได้กอดและได้ทำอะไรๆ ที่ทำให้เธอสะดุ้งตื่นมาพร้อมความร้อนรุ่ม เขา…นั้นชอบฤดูฝน แต่…เธอ…ไม่ชอบ!! แต่ฝน กลับนำพาความรักฉบับเบลอๆ เข้ามาสู่หัวใจเธอ เปลี่ยนเสียงฟ้าร้องอันน่ากลัว ให้กลายมาเป็นเสียงเต้นรัวของหัวใจ ที่เต็มไปด้วยจังหวะบอกรัก -------------------------------- “คุณรักฉันไหม” แม้จะอายที่ต้องถามประโยคนี้ออกไป แต่แพรรุ้งก็ไม่อาจเก็บซ่อนความสงสัยไว้ได้อีกต่อไป ในเมื่อบุสสธิติ์ทำตัวเหมือนรักเธอมากและบางครั้งเขาก็ช่างเฉยชา หายไปเสียดื้อๆ จนเธอเดาความคิดเขาไม่ออก แต่คำตอบที่เธอได้กลับเป็นเพียงความนิ่งจากชายตรงหน้า ทำให้เธอคิดเองเออเอง พร้อมกับตัดใจจะทำอะไรบางอย่าง “ถึงคุณไม่รักฉัน แต่ฉันกลับรักคุณมากจนถอนตัวไม่ขึ้น” น้ำเสียงสั่นๆ ของแพรรุ้งเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้บุสสธิติ์แล้วคล้องแขนกับลำคอ พร้อมกับเขย่งปลายเท้าขึ้นไปมอบจูบให้คนที่เธอรัก บุสสธิติ์พยายามแข็งใจไม่จูบเธอกลับมา แต่ก็ไม่อาจทนต่อความหวานจากริมฝีปากอิ่มได้ ทั้งคู่ต่างมอบจูบให้กันและกัน ก่อนที่พวกเขาจะถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง “ได้ยินอะไรไหม” บุสสธิติ์เอ่ยถาม “อะไรคะ” “เสียงของหัวใจผม ที่มันกำลังตะโกนว่ารักหนูดีมากแค่ไหน” “คุณเพชร” อยู่ๆ แพรรุ้งก็ร้องไห้ออกมา ชายหนุ่มจุมพิตเพื่อเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มนวลให้เธอ ก่อนที่จะหยุดตรงริมฝีปากอิ่มแล้วมอบจูบแห่งความรัก ที่ถ่ายทอดมาจากหัวใจให้ ซึ่งแพรรุ้งเองก็จูบตอบบุสสธิติ์กลับไปเช่นกัน ก่อนที่จะได้ยินประโยคบอกรัก -------------------------------- ฝากความโรแมนติก ที่มีกลิ่นอายการสืบสวนเล็กๆ ของ ‘ฤดูรักสีน้ำผึ้ง’ ไว้ด้วยนะคะ หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบ
‘เปลี่ยนทอมให้เป็นเธอ’ เมื่อ ‘ณฉัตร’ สาวมาดทอมบอยที่โครงหน้านั้นหล่อปนหวาน จนผู้ชายบางคนยังต้องชิดซ้าย เธอโด่งดังเป็นพลุแตกหลังรับบททอมในภาพยนตร์แห่งปี และบทบาทนั้นก็ทำให้ทุกคนติดภาพและตัดสินว่าตัวเธอเป็นทอมไม่เว้นแม้แต่ ‘กฤตนัย’ ------------------------------ “เคยมีผู้ชายคนไหน ทำแบบนี้กับเธอไหม” คำถามของกฤตนัย ณฉัตรกำลังคิดหาคำตอบว่าจะตอบอะไรกลับไปดี “ฉันถามว่าเคยไหม” “ไม่เคย” เมื่อถูกจี้เอาคำตอบ ณฉัตรก็ตอบรัวเสียงสั่นทันที “ก็ไม่น่าแปลก เพราะเธอเป็นทอมไม่ใช่เหรอ ต้องมีดี้สาวๆ มาหอม มาจูบสิ ถึงจะถูก ว่าไหม” ขณะถามกฤตนัยก็ก้มมองเรือนร่างของณฉัตร ลึกๆ กลับมีความรู้สึกเสียดายที่เธอเป็นทอม เพราะถ้าเธอเป็นหญิงรูปร่างแบบนี้คงดึงดูดผู้ชายไม่น้อย “มองอะไรไม่ทราบ ฉันเป็นผู้ชายเหมือนคุณ รูปร่างภายนอกก็แค่ของนอกกาย แต่จิตใจฉันแมนไม่แพ้ผู้ชายหรอก” คำพูดของณฉัตรดูวกวนอย่างบอกไม่ถูก พร้อมกับพยายามข่มความอายไว้ เพราะถ้าเธออายกฤตนัยต้องคิดว่าเธอยังเป็นผู้หญิงแน่ จึงแอ๊บแมนเข้าสู้ แต่ก็เหมือนจะไร้ซึ่งประโยชน์ “จะบอกว่านี่คือเปลือกนอกว่างั้น” “ใช่... รู้ไว้ซะว่าฉันนิยมตีฉิ่ง ไม่นิยมผู้ชาย” “เคยลองมีอะไรกับผู้ชายแล้วอย่างนั้นเหรอ ถึงบอกว่าไม่นิยมชมชอบ” แววตายียวน น้ำเสียงกึ่งๆ หยอกล้อเอ่ยถาม กฤตนัยยิ้มเจ้าเล่ห์ อยู่ๆ ความคิดที่อยากเปลี่ยนทอมให้เป็นผู้หญิงก็ผุดขึ้นมาในสมอง เขาจะใช้ทฤษฎีส่วนตัวพิสูจน์ว่าทอมอย่างณฉัตรจะกลับมาเป็นผู้หญิงได้ไหม ถ้าเขามีอะไรกับเธอขึ้นมา
“จงเป็นโสดเป็นโสดเถิด...อย่าได้มีลูกมีเมียติดตัวเลย...” น้ำเสียงของเยาวเรศดังขึ้น “อะ...อะไรนะแก สวดใหม่อีกทีซิ” ศรินภัสร์คิดว่าตัวเองหูฝาด ก่อนจะพูดให้เยาวเรศ ท่องบทสวดแผ่เมตตาอีกครั้ง ครั้งที่สองก็ยังได้ยินเหมือนเดิม “จงเป็นโสดเป็นโสดเถิด...อย่าได้มีลูกมีเมียติดตัวเลย... ท่องตามฉันด้วย” เยาวเรศหันมาสั่งเสียงดุ เธอไม่ได้ทำเล่นๆ นะจริงจังมาก “อะ…เออ” ศรินภัสร์ยิ้มแห้งๆ ให้กับบทแผ่เมตตาของเพื่อนสาวดูวันนี้จะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองยากเหลือเกิน เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวตกใจสุดขีด นี่ก็อะไรไม่รู้ แต่ถึงจะคิดแบบนั้นศรินภัสร์ก็ยอมท่องตามไปแบบทุกคำไม่มีตกหล่นให้ประโยคเสีย “จงเป็นแมนเป็นแมนเถิด...อย่าได้มีความตุ๊ดกายตุ๊ดใจเลย......จงมีความโสดกายโสดใจ...รักษาตนให้พ้นจากตุ๊ดแตกทุกช่วงวัยด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นเทอญ...” พอแผ่เมตตาจบประโยคเยาวเรศก็ยกมือขึ้นท่วมหัว ศรินภัสร์ออกอาการเหวอๆ แต่ก็ทำตามทุกอย่างเหมือนกัน “บทสวดแผ่เมตตาอะไรของแกยายเนตร พิลึก” ก่อนจะเอ่ยถามเพื่อนสาวว่ามันพิลึก แต่ชักจะรู้ตัวช้าไปเสียหน่อย เพราะเล่นท่องจบบทถึงค่อยมาถาม “พิลึกแต่ได้ผลมาแล้วนะยะ แล้วจะหาว่าไม่บอก” --------------- “พี่ณุ…ไม่เอานะ” ศรินภัสร์พยายามร้องห้าม แต่อโณทัยก็จับใบหน้าหญิงสาวกดไปบนแผงอกของเขา ไม่ให้เธอพูดอะไรได้อีก คนใต้แผงอกได้แต่ร้องประท้วงอู้อี้เท่านั้น “อย่ารุนแรงล่ะ เพราะน้องผมยังไม่เคย” ภาณุพงศ์เอ่ยสองแง่สองง่ามให้น้องสาวได้หน้าแดง จนศรินภัสร์อยากกัดลิ้นตาย ก็ไหนบอกชอบ อีตาเกย์บ้านี้มากทำไมทำกับเธอแบบนี้ได้กัน เขาเป็นเกย์ทำไมพี่ชายเธอถึงได้พูดอะไรน่าเกลียดแบบนี้ออกมา “ครับ..จะถนอมให้ถึงที่สุด” อโณทัยสบตากับภาณุพงศ์แน่วแน่ แค่นี้ความคิดที่ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นเกย์ก็แทบหายเกลี้ยงเสียแล้ว ที่เหลือก็คงต้องปล่อยให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันเอง ว่าอะไรเป็นอะไรแต่ดูท่าทางศรินภัสร์จะไม่ยอมเชื่อง่ายๆ เหมือนกัน เพราะรายนี้ถ้าได้ปักใจเชื่ออะไรแล้วต้องพิสูจน์จนขาวสะอาดนู่นแหละถึงจะยอมเปลี่ยนความคิด “ไม่นะพี่ณุ…อีตานี่เป็นเกย์นะ ตรีไม่ไป” ศรินภัสร์ใช้จังหวะที่อโณทัยลากตัวเองออกจากผับเอ่ยบอกพี่ชาย แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครฟังเสียงเธอเหมือนกัน ชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งจูงพาเธอไปที่รถของเขาซึ่งจอดอยู่ด้านหน้า ท่ามกลางสายตาของนักท่องราตรี “แฟนผมกำลังโกรธน่ะครับ ไม่มีอะไร?” อโณทัยพยายามอธิบายสายตาทุกคนที่จ้องมองมา ด้วยคำพูดที่สุภาพมากที่สุด เพราะไม่อยากให้ใครมาสนใจมากไปนัก แต่ถึงไม่พูดคนพวกนั้นก็ได้แต่มองไม่เข้ามายุ่งอยู่แล้วเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง “ปล่อยนะไอ้บ้า ปล่อยเดี๋ยวนี้” ศรินภัสร์พยายามยื้อตัวเองไว้จนสุดกำลังเหมือนกัน แต่ก็แพ้แรงของอโณทัย “จะไปคุยกับผมดีๆ หรือจะให้ผมพาเข้าม่านรูดแถวนี้ หือ…” คำขู่ของอโณทัยทำให้ศรินภัสร์หยุดกึก ชายหนุ่มจึงยิ้มออกมาเพราะคิดว่าถือไพ่เหนือกว่า
ซ่งชิงอวี่รักลู่เหยี่ยนจือ รักจนใครๆ ก็รู้หมด รักอย่างไร้ค่าเหมือนธุลี แม้ว่าในใจของลู่เหยี่ยนจือมีแต่คนรักเก่าก็ตาม แม้ว่าเขาจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละปีไปกับคนรักเก่าที่ต่างประเทศ แม้ว่าคนรักเก่าจะตั้งครรภ์ลูกของลู่เหยี่ยนจือแล้ว ซ่งชิงอวี่ก็ยังคงขอแต่งงานกับลู่เหยี่ยนจือ แต่ในวันไปจดทะเบียนเพราะคนรักเก่ากลับมา ลู่เหยี่ยนจือก็ไม่ปรากฏตัวที่ที่ว่าการอำเภอ หลังจากรักลู่เหยี่ยนจือมาเจ็ดปี ซ่งชิงอวี่ก็หมดหวังสิ้นเชิง เธอได้บล็อกลู่เหยี่ยนจือแล้วหันหลังออกจากเมืองที่ลู่เหยี่ยนจืออยู่ ลู่เหยี่ยนจือไม่ได้ใส่ใจอะไร คิดว่าสักวันหนึ่งยังไงซ่งชิงอวี่ก็จะกลับมา จนกระทั่งเขาเห็นซ่งชิงอวี่จดทะเบียนสมรสกับชายอื่นที่หน้าที่ว่าการอำเภอ! คุณลู่ผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับเสียสติไปเลย! ต่อมา ใครๆ ก็มักเห็นคุณลู่ผู้ยิ่งใหญ่ วิ่งตามหลังซ่งชิงอวี่อย่างไร้ศักดิ์ศรี “ชิงอวี่ ขอโทษนะ ผมผิดไปแล้ว ให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะ!” และสิ่งที่ตอบกลับเขาคือ เสียงที่ไม่พอใจของผู้หญิงคนหนึ่ง “คุณจะหยุดก่อกวนได้ไหม ฉันมีครอบครัวแล้ว!”
หลังจากที่แต่งงานเข้ามาในตระกูลมู่ หลินซีได้ทำหน้าที่เป็นคุณนายมู่ที่ยอมอดทนกับทุกอย่างโดยไม่ปริปากเป็นเวลาสามปี เธอรักมู่จิ่วเซียว จึงยอมอดทนดูแลเขาอย่างเต็มใจ แม้ว่าเขาจะมีคนอื่นอยู่ข้างนอกก็ตามแต่เขากลับไม่เคยเห็นค่าของเธอ เหยียบย่ำความรักของเธอให้แหลกสลาย และถึงขั้นปล่อยให้น้องสาวของเขามอมเหล้าเธอแล้วส่งไปยังเตียงของลูกค้า หลินซีนั้นถึงเพิ่งจะตาสว่างเมื่อรู้ว่าความรักที่มีมานานนั้นช่างน่าขันและน่าเศร้าในใจของเขา เธอไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้ามาเกาะเขา เธอจึงทิ้งข้อตกลงการหย่าไว้แล้วจากไปโดยไม่ลังเล มู่จิ่วเซียวมองดูเธอประสบความสำเร็จ กลายเป็นดวงดาวที่ส่องแสงในสายตาของผู้คนเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง เธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและสงบเสงี่ยม โดยมีผู้ชายที่มีฐานะสูงส่งอยู่เคียงข้าง มู่จิ่วเซียวมองดูใบหน้าของคู่แข่งหัวใจที่ดูคล้ายกับของเขามาก จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าในสายตาเธอ เขาเป็นเพียงตัวแทนของคนอื่นในมุมแห่งหนึ่ง เขาขวางทางเธอไว้ “หลินซี คุณเล่นตลกกับผมใช่ไหม”
สิบปีเต็มที่ฉันแอบรักภาคิน วงศ์วรานนท์ ผู้ปกครองของฉัน หลังจากครอบครัวของฉันล้มละลาย เขาก็รับฉันไปดูแลและเลี้ยงดูฉันจนโต เขาคือโลกทั้งใบของฉัน ในวันเกิดอายุสิบแปดปี ฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อสารภาพรักกับเขา แต่ปฏิกิริยาของเขากลับเป็นความเกรี้ยวกราดอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เขาปัดเค้กวันเกิดของฉันตกพื้นแล้วคำรามลั่น “สติแตกไปแล้วเหรอ? ฉันเป็นผู้ปกครองเธอนะ!” จากนั้นเขาก็ฉีกภาพวาดที่ฉันใช้เวลาวาดเป็นปีเพื่อเป็นคำสารภาพรักของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี เพียงไม่กี่วันต่อมา เขาก็พาโคลอี้ คู่หมั้นของเขากลับมาบ้าน ผู้ชายที่เคยสัญญาว่าจะรอฉันโต ที่เคยเรียกฉันว่าดวงดาวที่สว่างไสวที่สุดของเขา ได้หายไปแล้ว ความรักที่ร้อนแรงและสิ้นหวังตลอดสิบปีของฉันทำได้เพียงแผดเผาตัวเอง คนที่ควรจะปกป้องฉันกลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายฉันเจ็บปวดที่สุด ฉันก้มมองจดหมายตอบรับจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในมือ ฉันต้องไปจากที่นี่ ฉันต้องถอนรากถอนโคนเขาออกจากหัวใจ ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ของพ่อ “พ่อคะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เอวาตัดสินใจแล้ว เอวาอยากไปอยู่กับพ่อที่กรุงเทพฯ ค่ะ”
ตลอดระยะเวลาสามปีที่หยุยเอินแต่งงานกับฝู้ถิงหย่วน เธอพยายามทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด เธอคิดว่าความอ่อนโยนของตนจะสามารถละลายใจที่เย็นชาของฝู้ถิงหย่วนได้ แต่ต่อมาเธอก็รู้ตัวว่าไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน ผู้ชายคนนี้ก็ไม่มีวันจะตกหลุมรักเธอได้ ด้วยความสิ้นหวังของเธอ สุดท้ายเธอตัดสินใจที่จะยุติการแต่งงานครั้งนี้ ในสายตาของฝู้ถิงหย่วน หยุยเอิน ภรรยาของเขาเป็นผู้หญิงที่โง่ ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง แต่เขาก็คิดไม่ถึงว่าภรรยาของเขาจะกล้าโยนใบหย่าใส่เขาต่อหน้าคนมากมายในงานเลี้ยงวันครบรอบฝู้ซื่อ กรุ๊ป หลังจากหย่าร้าง ทุกคนต่างคิดว่าพวกเขาจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป แต่เรื่องราวระหว่างทั้งสองคงไม่ได้จบลงอย่างง่าย ๆ แบบนี้ หยุยเอินได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และคนที่เป็นผู้มอบถ้วยรางวัลให้กับเธอก็คือฝู้ถิงหย่วน หยุยเอินคิดไม่ถึงว่าผู้ชายที่สูงส่งและแสนเย็นชาคนนี้จะลดตัวลงอ้อนวอนเธอต่อหน้าผู้ชมทั้งหมด"หยุยเอิน ก่อนหน้านี้คือผมผิดเอง ขอโอกาสให้ผมอีกครั้งได้ไหม"หยุยเอินยิ้มด้วยความมั่นใจ"ขอโทษนะคุณฝู้ ตอนนี้ฉันสนใจแต่เรื่องงาน"ชายหนุ่มคว้ามือเธอไว้ ดวยตานั้นเต็มไปด้วยความผิดหวัง หยุยเอินสบัดมือเขาและเดินจากไปโดยปราศจากความลังเลใด ๆ
การแต่งงานกับคนที่ไม่เคยเจอหน้ามาก่อนเป็นประสบการณ์แบบไหนกันนะ? คุณฟู่ : ให้เธอเซ็นข้อตกลงการหย่าซะ! รังเกียจว่าเงินน้อยเหรอ? เพิ่มอีก! ผู้หญิงหน้าเงิน! หลินว่านซู : ไม่หย่า ให้ตายก็ไม่หย่า เงินฉันไม่ต้องการ
ไป๋ผูไม่เคยเอาแต่ใจขนาดนี้มาก่อน เธอมอบความสุขทั้งหมดให้กับลู่จ้าวเหอ ลู่จ้าวเหอก็ไม่เคยขาดสติขนาดนี้มาก่อนเช่นกัน เขามอบความโลภทั้งหมดให้กับไป๋ผู ความปรารถนาอย่างสุดซึ้งของหนุ่มสาว นี่เป็นเพียงการตกลงที่สองคนรู้กันอยู่ในใจเท่านั้น เมื่อเกมจบลง ไป๋ผูก็จับมือของอีกคน เดินออกไปจากงานอย่างเปิดเผย ลู่จ้าวเหอถึงจะพบว่า ผู้ควบคุมเกมนี้ ก็ไม่ใช่เขาไปนานแล้ว “น่าสนใจ” เขาหัวเราะอย่างเย็นชา บางที เกมที่แท้จริง อาจจะเพิ่งเริ่มขึ้นก็ได้
ประธานจอมเผด็จการละกิเลสเคร่งขรึมขี้หึงกับนางเอกหวานน่ารักหน้าเงิน หลายบทบาทผู้เป็นที่รัก คุณลู่ผู้สูงส่งกลับถูกยัดเยียดภรรยาสาว อีกทั้งภรรยาสาวก็ยังไม่เชื่อฟังอีก วันไหนไม่สร้างเรื่องให้เขาก็จะไม่สะใจ คุณลู่โกรธมาก “เมื่อถึงวันครบกำหนดแต่งงาน หย่ากันทันที! ” สองปีต่อมา ถึงวันครบกำหนดแต่งงานแล้ว ทุกคนตั้งตาเฝ้ารอดูคุณลูด รอเขาไปหย่า แต่ผลปรากฏว่า คุณลู่กลับกักภรรยาสาวไว้ในบ้านแล้วจีบไม่หยุด ภรรยาสาวออกจากบ้านไม่ได้ ต้องการหาคนมาช่วยทำเรื่องหย่าที่บ้าน คุณลู่พูดแข็งกร้าวขึ้น “ใครกล้ามา ฆ่าให้หมด เธอกล้าออกไป หักขาได้เลย! ” ภรรยาสาวโกรธจนร้องไห้ คุณลู่ก็อ่อนโยนในพริบตา รีบโอบเธอเข้ามาปลอบในอ้อมแขน “คนดี เชื่อฟัง เราไม่หย่า ฉันมีลูกน้อยคุณเล่นนะ”
แต่งงานมาสามปี อันหนีก็ยังเป็นสาวบริสุทธิ์ ในบรรยากาศที่มีความสุข เดิมทีคิดว่าเขาจะกลับใจ ที่แท้ก็แค่ต้องการรับคนรักในใจกลับมาเท่านั้น ถ้าความรักมีขีดจำกัด ความอดทนก็มีเช่นกัน เธอยื่นข้อตกลงการหย่าฉบับหนึ่งให้เขา แต่กลับไม่คิดว่ากลับถูกเขาพลิกมือกดกับพนัง “คนที่บอกว่าต้องการฉันก็คือเธอ บอกว่าไม่ต้องการฉันก็เธอ มันจะง่ายขนาดนั้นเสียที่ไหน? ” จากนั้น ภรรยาไร้รสชาติที่เคยอ่อนโยนเยือกเย็น ก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน หัวกระไดไม่เคยแห้ง ผู้ชายข้างกายเปลี่ยนหน้าไปทุกเดือนทุกปี แต่สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนคือใบหน้างดงามที่บึ้งตึงของโม่หานชวน จนกระทั่งท้องของเธอโตขึ้นเรื่อย ๆ และอุ้มเด็กที่ไม่รู้ว่าเป็นลูกของใครออกมา โม่หานชวนอดทนแล้วอดทนอีก สุดท้ายก็ตัดสินใจอดทนต่อไป แต่เมื่อเขาตัดสินใจจะยอมรับเป็นพ่อ—— เธอกลับโบกมือลา “ขอบคุณความหวังดีของคุณโม่ ต่อไปเรื่องแบบนี้ก็มีอีกเยอะแยะ ก็จะรบกวนคุณบ่อย ๆ ไม่ได้นะคะ”
แต่งงานกันมาสองปี สามีก็ไม่เคยแยแสเจียงหนิงเลย ข้างกายกลับยังมีข่าวลือเรื่องผู้หญิงมากมาย อดทนมาสองปี เจียงหนิงไม่เอาอีกแล้วว คุณนายเสิ่นนี่ใครอยากเป็นก็เอาไปเลย ดังนั้นด้วยความโกรธเธอก็หย่าทันที แต่ยังไม่ได้รับใบหย่า เพราะเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น เธอกลับมีความสัมพันธ์กับสามีที่ไม่เคยเจอหน้ามาก่อน! เพื่อจะได้หย่าโดยเร็ว เจียงหนิงรีบหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่คิดว่าอดีตสามีจะโผล่มาที่บริษัท กลายเป็นเจ้านายของเธอ ดังนั้นเจียงหนิงก็เริ่มใช้ชีวิตช่วงกลางวันด้วยการต่อสู้กับเจ้านาย ช่วงกลางคืนก็แอบเฝ้าระวังสามี กลัวว่าตัวตนของตัวเองจะถูกเปิดเผย จนกระทั่งวันหนึ่ง เสิ่นซือเหนียนพบว่าเลขาสาวข้างกายดูสะดุดตาเป็นพิเศษ ในที่สุดก็ค้นพบความลับของเจียงหนิง... ความรักของทั้งสองจะเป็นอย่างไรต่อไป อดีตสามีจะสามารถชนะใจภรรยาอีกครั้งได้หรือไม่?
ในคืนวันแต่งงาน สามีก็บอกกับเฉิน ซูซูว่าเขาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เดิมทีคิดว่าแต่งงานเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ใช้ชีวิตถูไถไปแล้วกัน แต่ใครจะรู้ อีกฝ่ายแค่ต้องการรักษาความบริสุทธิ์ไว้ให้กับรักแรก หลังจากหย่า เฉินซูซูกลายผู้หญิงถูกทิ้ง ทุกคนต่างรอดูเธอกลายเป็นตัวตลก แต่ไม่เคยคิดว่า เธอกลับหันกลับเข้าไปในอ้อมกอดของผู้บริหารใหญ่เฮ่อผู้มีเงิน หน้าตาดี และทรงอิทธิพล “คุณคะ พวกเขาต่างพูดว่าฉันเป็นเจ้าสาวมือสอง ไม่คู่ควรกับคุณ! ” “ใครเป็นคนพูด” เสียงของผู้ชาย ทุ้มลึกแหบพร่า ทั้งที่เขาวางแผนมานานแล้ว เพียงเพื่อจะให้เธอได้รับความรักแสนพิเศษที่ไม่เหมือนใคร
GOOGLE PLAY