ดาวน์โหลดแอป ฮิต
หน้าแรก / เมืองแฟนตาซี / หย่าแล้วไง ฉันคือทายาทหมื่นล้าน
หย่าแล้วไง ฉันคือทายาทหมื่นล้าน

หย่าแล้วไง ฉันคือทายาทหมื่นล้าน

5.0

ตลอดสามปีที่แต่งงานกัน ฉันยอมทุ่มเททุกอย่างเพราะหลงเชื่อว่าปิยะวัฒน์คือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตฉัน แต่เขากลับบังคับให้ฉันเซ็นใบยินยอมบริจาคไตให้กับกนกภรณ์ หญิงสาวที่เขาอ้างว่าเป็นเพื่อนสนิท ในชาติก่อน ฉันยอมเฉือนไตตัวเองสด ๆ เพื่อทดแทนคุณ จนสุดท้ายต้องมานอนตายอย่างโดดเดี่ยวเพราะอาการติดเชื้อขั้นรุนแรง ที่น่าเจ็บใจคือ ผู้หญิงที่อ้างว่าป่วยโคม่าปางตาย กลับแข็งแรงพอที่จะแอบไปปาร์ตี้เต้นเบียดผู้ชายในผับหรู และปิยะวัฒน์ก็รู้ความจริงข้อนี้ดี แต่เขากลับเลือกที่จะปกป้องเธอสุดตัว "คิดว่าถ้าหย่ากับฉันแล้ว ผู้หญิงตัวคนเดียวที่โตมาจากบ้านเด็กกำพร้าอย่างเธอ จะมีปัญญามีชีวิตรอดในกรุงเทพฯ ได้เกินสามวันหรือไง!" ฉันเคียดแค้นและสมเพชตัวเองที่ตาบอด ทิ้งครอบครัวที่แท้จริงของตัวเอง มาทนให้ผู้ชายขี้ขลาดคนนี้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีมาถึงสามปี เพียงเพราะคำว่าจำคนช่วยชีวิตผิด เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ฉันกลับมาอยู่ในวินาทีที่เขายัดปากกาใส่มือ บังคับให้ฉันเซ็นเอกสารบริจาคไต คราวนี้ฉันตวัดมือหักปากการาคาแสนแพงทิ้ง โยนแหวนแต่งงานลงถังขยะติดเชื้อ และเซ็นใบหย่าฟาดหน้าเขาทันที เพราะวินาทีที่ฉันก้าวเท้าออกจากโรงพยาบาล ขบวนรถโรลส์-รอยซ์เก้าคันก็มารอรับฉันกลับไปทวงคืนบัลลังก์ "ทายาทมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ" แล้ว

สารบัญ

หย่าแล้วไง ฉันคือทายาทหมื่นล้าน บทที่ 1

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้นแสบจมูกพุ่งกระแทกเข้าทางเดินหายใจ ร่างกายที่เคยเย็นเยียบอยู่บนเตียงผ่าตัดในความทรงจำพลันฟื้นคืนความรู้สึกอย่างกะทันหัน เสียงหึ่ง ๆ ของหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์บนเพดานดังสะท้อนอยู่ในหู

ชญานิษฐ์ กุศล ยกมือขวาที่ซีดเผือดขึ้นทาบชายโครงซ้าย ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงผิวเนื้อเนียนเรียบที่ยังไร้รอยกรีด ความเจ็บปวดเจียนตายจากการถูกคมมีดเฉือนไตสด ๆ ในชาติก่อนยังคงทิ้งรอยหน่วงแน่นอยู่ในแผ่นหลัง

กระดาษเอกสาร "หนังสือแสดงความยินยอมบริจาคไตโดยสมัครใจ" ถูกฟาดลงบนม้านั่งสแตนเลสตรงหน้า ขอบกระดาษสีขาวสะท้อนแสงไฟสว่างจ้า

"เซ็นซะสิ จะมัวรออะไรอยู่"

ปิยะวัฒน์ เจริญสุขไพศาล ยืนหมุนนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์เรือนทองที่ข้อมือขวา ชายหนุ่มผู้เป็นสามีตามกฎหมายมาตลอดสามปีขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะดึงปากกาหมึกซึมมองต์บลองค์สีดำทองออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท

ปิยะวัฒน์เป็นทายาทตระกูลเจริญสุขไพศาลที่ชญานิษฐ์ยอมแต่งงานด้วยเพราะหลงเชื่อว่าเขาคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเธอจากซากปรักหักพัง แต่ตลอดสามปีที่ผ่านมา เขากลับมองความทุ่มเทของเธอเป็นเพียงเรื่องไร้ค่า

ลมพัดหอบเอาละอองฝนยามบ่ายของกรุงเทพฯ ผ่านเข้ามาทางหน้าต่างทางเดิน ปิยะวัฒน์ยัดด้ามปากกาโลหะเย็นเฉียบใส่อุ้งมือที่ยังสั่นเทาของชญานิษฐ์

"รีบเซ็น ลินนอนรออยู่ในห้องไอซียูแล้ว ทนต่อไปไม่ไหวหรอกนะ"

ชญานิษฐ์หลุบตามองช่องลงชื่อผู้บริจาค ตรงจุดที่ในชาติก่อนเธอเคยประทับรอยนิ้วมือสีแดงด้วยน้ำตา บัดนี้มันยังคงเป็นช่องว่างสีขาวสะอาดตา

ความทรงจำจากชาติก่อนแล่นพล่านเหมือนเศษแก้วบาดลึก เธอถูกผู้ชายคนนี้เอาคำว่าบุญคุณมาผูกมัด ยอมเฉือนไตตัวเองเพื่อช่วยกนกภรณ์ หญิงสาวที่เขาอ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทผู้บอบบาง จนสุดท้ายตัวเองต้องมานอนตายอย่างโดดเดี่ยวเพราะอาการติดเชื้อขั้นรุนแรง

ข้อนิ้วมือของชญานิษฐ์เกร็งแน่น เธอเคยฝึกศิลปะการต่อสู้และการชกมวยมาตั้งแต่เด็ก แรงบีบที่ส่งผ่านฝ่ามือทำให้ตัวด้ามปากการาคาเรือนแสนเริ่มส่งเสียงลั่นเบา ๆ

ปิยะวัฒน์เห็นเธอไม่ยอมจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ แววตาจึงฉายความหงุดหงิดระคนดูแคลนออกมา เขากระชากเนกไทให้คลายออกพลางขึ้นเสียง

"ชญานิษฐ์ อย่ามาเล่นตัวในเวลาแบบนี้ ถ้าลินเป็นอะไรขึ้นมา เธอคิดว่าชีวิตเธอมีปัญญาชดใช้ไหม"

ชายชุดสูทสีดำสองคนซึ่งเป็นการ์ดประจำตัวของปิยะวัฒน์ก้าวขึ้นมาข้างหน้า เงาร่างสูงใหญ่ปิดทางเดินไปยังลิฟต์โดยสารจนมิด เสียงส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นกระเบื้องดังก้อง

ชญานิษฐ์ค่อย ๆ ยืนตัวตรงขึ้น เส้นผมยาวสลวยทิ้งตัวลงข้างลำคอ ใบหน้าที่ใคร ๆ ในแวดวงสังคมต่างคิดว่าเป็นเพียงภรรยาหัวอ่อนยอมคน ปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไม่มีใครเคยเห็น

เธอไม่ชายตามองการ์ดแม้แต่น้อย สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าหล่อเหลาของสามี น้ำเสียงราบเรียบจนไร้ระลอกคลื่น

"ถ้าฉันไม่เซ็นล่ะ"

ปิยะวัฒน์หัวเราะในลำคอราวกับได้ยินเรื่องตลก เขาก้าวประชิดตัวเธอด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง

"ไม่เซ็นงั้นเหรอ ลืมไปแล้วหรือไงว่าเมื่อสามปีก่อนใครเป็นคนแบกเธอออกมาจากซากตึกตอนแผ่นดินไหวที่เชียงใหม่ ถ้าไม่มีฉัน ป่านนี้กระดูกเธอคงเน่าฝังดินไปแล้ว"

คำโกหกคำโตที่เขาใช้กรอกหูเธอมาตลอดสามปีดังขึ้นอีกครั้ง ชญานิษฐ์จ้องมองเข็มกลัดเนกไทแบรนด์เนมบนอกเสื้อของเขาด้วยสายตาสมเพช ผู้ชายขี้ขลาดคนนี้ไม่มีทางเป็นคนที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปดึงเธอออกมาจากความตายในวันนั้นได้อย่างแน่นอน

"ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่เรื่องในอดีต ผู้หญิงกำพร้าไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ คิดว่าจะได้เหยียบเข้าประตูบ้านเจริญสุขไพศาลมาเสวยสุขในตำแหน่งสะใภ้ใหญ่หรือยังไง"

ปิยะวัฒน์ชี้นิ้วเกือบจะชิดปลายจมูกของเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกเหนือกว่า

ประกายฟ้าแลบแปลบปลาบผ่านหน้าต่างกระจก เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องเหนือท้องฟ้ากรุงเทพฯ สาดแสงสีขาวสว่างวาบไปทั่วโถงทางเดิน

ชญานิษฐ์ยกยิ้มมุมปาก นิ้วมือค่อย ๆ ถอดปลอกปากกามองต์บลองค์ออกช้า ๆ หัวปากกาโลหะสะท้อนประกายวาววับใต้แสงไฟ

"ปิยะวัฒน์ เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ ให้ฉันชดใช้ด้วยอะไร"

น้ำเสียงของชญานิษฐ์นุ่มนวล แต่แฝงแรงกดดันมหาศาลจนปิยะวัฒน์ชะงักฝีเท้า หัวใจเขากระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ชายหนุ่มพยายามข่มความตื่นตระหนกแล้วตวาดเสียงแข็ง

"เธอเป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก!"

ยังไม่ทันที่คำพูดจะขาดคำ มือขวาของชญานิษฐ์ตวัดวาดเป็นเส้นตรงกลางอากาศ หัวปากกาโลหะพุ่งแหวกสายลมปักทะลุแผ่นเอกสารยินยอมบริจาคไตอย่างรุนแรง

ปลายปากกาแหลมคมแทงทะลุกระดาษหนาจมลึกเข้าไปในร่องม้านั่งสแตนเลส เสียงเหล็กครูดกันบาดแก้วหูดังลั่นพร้อมกับเสียงกระดาษฉีกขาด

ปิยะวัฒน์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ปากกาด้ามโปรดของเขาหักสะบั้น หมึกสีดำข้นทะลักเปรอะเปื้อนข้อมือเสื้อเชิ้ตสั่งตัดราคาแพงจนเลอะเทอะ

"ไตของฉัน ต่อให้ต้องโยนให้จระเข้ในคลองกิน ก็ไม่มีวันตกไปถึงมือผู้หญิงร้อยเล่มเกวียนที่นอนสำออยอยู่บนเตียงหรอก"

เสียงของชญานิษฐ์ไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับเยียบเย็นเหมือนน้ำแข็งที่กรีดผ่านประสาทการรับรู้ของทุกคน

การ์ดร่างยักษ์สองคนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบก้าวเข้ามา หวังจะคว้าไหล่ของเธอไว้

ชญานิษฐ์เอี้ยวตัวหลบฝ่ามือของการ์ดฝั่งซ้ายอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะบิดสะโพกส่งแรง ศอกขวาพุ่งกระแทกเข้าใต้ลิ้นปี่ของชายร่างใหญ่เต็มแรง

เสียงอึ้กดังขึ้นในลำคอ ชายร่างยักษ์หน้าซีดเผือดทรุดตัวลงไปกองกับผนังทางเดิน

ก่อนที่การ์ดอีกคนจะได้ขยับตัว ชญานิษฐ์คว้าเศษกระดาษเอกสารที่ชุ่มหมึกบนเก้าอี้ ฟาดเข้าใส่ใบหน้าของปิยะวัฒน์อย่างจัง

เศษกระดาษและหยดหมึกสีดำกระจายเต็มหน้าของชายหนุ่ม หมึกสีเข้มป้ายเป็นทางยาวบนผิวหน้า ปิยะวัฒน์เซถอยหลังไปชนเข้ากับเสาน้ำเกลือจนส่งเสียงกระทบกันดังลั่น

"เธอ...เธอบ้าไปแล้วหรือไง ชญานิษฐ์ เธอกล้าลงไม้ลงมือกับฉันเหรอ"

ปิยะวัฒน์กุมใบหน้าตัวเองไว้ เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความโกรธจัดและตกใจ

ชญานิษฐ์ปัดเศษฝุ่นที่แขนเสื้อโค้ตเบา ๆ แววตาของเธอนิ่งสนิทราวกับมองซากสิ่งของที่ไร้ค่า

"แตะต้องคุณเหรอ นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น"

เธอหมุนตัวก้าวเดิน เหยียบย่ำลงบนเศษกระดาษบริจาคไตที่เกลื่อนพื้น มุ่งหน้าตรงไปยังประตูห้องพักฟื้นพิเศษที่อยู่สุดทางเดิน

ปิยะวัฒน์ตะโกนไล่หลังมาอย่างบ้าคลั่ง

"ขวางไว้สิ ลินพักผ่อนอยู่ข้างใน อย่าให้ผู้หญิงคนนี้เข้าไปก่อเรื่องนะ"

ชญานิษฐ์ไม่แม้แต่จะหยุดฟังเสียงฝีเท้าที่ไล่กวดมาด้านหลัง เธอยกเท้าขึ้นถีบเข้าที่บานประตูกลอนไม้ที่มีป้าย "ห้องพักฟื้นพิเศษ" อย่างแรงจนบานพับส่งเสียงลั่นสะเทือนไปทั่วทั้งชั้น

---

อ่านต่อ
img ไปดูความคิดเห็นเพิ่มเติมที่แอป
ดาวน์โหลดแอป
icon APP STORE
icon GOOGLE PLAY