อย่าตัดสินเธอเพียงเพราะงานที่เธอทำ หญิงสาวที่สละความสุขเพื่อครอบครัว
อย่าตัดสินเธอเพียงเพราะงานที่เธอทำ หญิงสาวที่สละความสุขเพื่อครอบครัว
แพรวา สาวน้อยวัยยี่สิบปีเก็บกระเป๋าจากบ้านเกิดเมืองนอนในภาคเหนือเข้าสู่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีตามคำชวนของรุ่นพี่ในหมู่บ้าน แพรวาเรียนจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ครอบครัวของเธอยากจนและมีหนี้สินมากมายจากการลงทุนทำนาของบิดามารดา บ้านที่เคยมีกินมีใช้ต้องกลายเป็นไม่มีอันจะกิน ถึงแม้จะทำงานห้างสรรพสินค้าหรืองานรับจ้างทั่วไปภายในจังหวัดที่เธออาศัยอยู่ก็ไม่อาจเพียงพอกับรายจ่ายที่เธอต้องเป็นฝ่ายหา เพราะตั้งแต่ที่บิดามารดาสูญเสียที่นาซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ทำมาหากิน พวกท่านก็ไม่มีงานทำรวมไปถึงมารดาของเธอก็ป่วยกระเสาะกระแสะตั้งแต่ที่เธอเกิด ภาระทุกอย่างจึงตกอยู่ที่เธอ
“แพรวาใช่ไหมลูก” มาม่าซังเอ่ยถามเด็กสาวผิวขาวหน้าตาสะสวยตรงหน้าที่ยืนสะพายกระเป๋าเพียงหนึ่งใบไว้ข้างหลัง เด็กสาวหันหน้ามามองก่อนยกมือไหว้
“สวัสดีค่ะ...ใช่แม่จินใช่ไหมคะ หนูแพรวาค่ะ” ความนอบน้อมและรอยยิ้มหวานของสาวน้อยตรงหน้าทำให้มาม่าซังวัยห้าสิบปียิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
“ใช่จ้ะ...เดินทางมาไกล เหนื่อยไหมลูก” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ก็เหนื่อยอยู่ค่ะ ว่าแต่หนูเริ่มงานได้วันไหนคะ พอดีหนูต้องรีบหาเงินส่งให้ทางบ้าน” เธอตอบก่อนที่จะเอ่ยถามถึงเรื่องงานทันที มาม่าซังมองเด็กสาวด้วยความเห็นใจ
“ถ้าหนูไม่เหนื่อยจะเริ่มวันนี้เลยก็ได้จ้ะ ร้านเปิดสองทุ่ม แต่พวกเราต้องเข้างานก่อนสองทุ่มนะ” จินตนาบอกเด็กสาวผู้มาใหม่
“แล้วงานที่หนูจะทำ มันต้องทำยังไงบ้างคะ” เด็กสาวเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ เธอพอจะได้ยินมาบ้างเกี่ยวกับงานของผู้หญิงที่อยู่พัทยา
“ก็ไม่มีอะไรมาก หนูแค่จะมาเต้นใช่ไหม จะรับออฟหรือเปล่า” มาม่าซังเอ่ยถามลูกน้องคนใหม่
“ค่ะ...แล้วรับออฟคืออะไรคะ” หญิงสาวไม่เคยรู้คำศัพท์เกี่ยวกับวงการนี้จึงเอ่ยถามออกมาด้วยความอยากรู้ มาม่าซังยิ้มออกมาก่อนที่จะกระซิบบอกเธอด้วยเสียงไม่ดังนัก
“รับออฟ..ก็หมายความว่าเวลามีลูกค้าอยากให้เราออกไปนอนด้วยแล้วจ่ายเงินให้กับทางคลับและจ่ายเงินให้กับเรา เราจะไปไหมยังไงล่ะจ๊ะ”
คำตอบของมาม่าซังทำเอาเด็กสาวหน้าแดง ถึงเธอจะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์แต่เธอก็เคยมีอะไรกับแฟนที่คบกันมาช่วงทำงานที่ห้างสรรพสินค้าแค่คนเดียว
“คือ...หนูขอลองเต้นธรรมดาก่อนได้ไหมคะ” ด้วยความสามารถในการเต้นที่พอจะมีบ้างเธอเลยอยากจะลองเพียงแค่เต้นและหาดื่มดูก่อนจนกว่าเธอจะไม่มีทางเลือกจริงๆ เธอถึงจะทำ
“อืม....ได้สิ ช่วงแรกๆ ก็เต้นไปก่อน แต่ถ้าเดือดร้อนเรื่องเงินเมื่อไหร่ การรับออฟมันก็ไม่ใช่ทางออกที่แย่หรอกนะหนูแพรวา แม่จะบอกอะไรให้ พวกรุ่นพี่บางคนแขกรับไปดูแลก็เพราะติดใจเราเวลาที่เขาออฟเราออกไปนอนด้วยนี่แหละ” จินตนาไม่บังคับเด็กสาวที่เพิ่งจะมาถึงพัทยาเป็นครั้งแรก แต่เธอจะให้เด็กสาวได้เรียนรู้ด้วยตัวของตัวเอง
แพรวาถูกเพื่อนๆ เรียกชื่อใหม่เป็นแพทตี้เพราะง่ายสำหรับการเรียกขานชื่อของฝรั่ง ต่างชาติ หญิงสาวยินดีกับชื่อใหม่ที่เพื่อนๆ และพี่ๆ เรียกขานเพราะอย่างน้อยชื่อนี้ก็ใช้ในวงการนี้และช่วยปกปิดชื่อจริงของเธอเอาไว้ได้ คืนแรกที่หญิงสาวเริ่มงานมีหนุ่มๆ หลากหลายเชื้อชาติมาสนใจเธอมากมาย ด้วยเพราะหญิงสาวเป็นคนหน้าตาดีและมีรอยยิ้มที่สวยพิมพ์ใจ แต่นักเที่ยวก็ต้องผิดหวังที่หญิงสาวดาวดวงใหม่ยังไม่รับออฟพวกเขาจึงทำได้เพียงเลี้ยงดื่มให้เธอเพียงเท่านั้น
แพทตี้กลายเป็นดาวเด่นของอะโกโก้แห่งนี้ในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน เพื่อนๆ บางคนถึงกับอิจฉาในความสวยของเธอที่เรียกแขกให้เข้าร้านได้มากมาย หญิงสาวรู้สึกสนุกกับการทำงานแบบใหม่ในสังคมใหม่ๆ ความตื่นเต้นในสัปดาห์แรกหายไปและเธอเริ่มกล้าที่จะโชว์และอวดสกิลภาษาอังกฤษของเธอมากขึ้น แขกประจำก็มีมามากมาย บางคนถึงขั้นมาเฝ้าเธอเพื่อรอให้เธอใจอ่อนยอมให้พวกเขาออฟเธอออกไปเพื่อนอนกับเธอเพียงสักครั้ง
อยู่มาวันหนึ่งในเดือนที่สองของการทำงาน มารดาโทรมาบอกว่าทางบ้านต้องใช้เงินเกือบห้าหมื่นในการใช้หนี้กองทุนหมู่บ้านที่กู้ยืมมาสมัยทำไร่ ทำให้แพทตี้ตัดสินใจเข้าวงการโสเภณีแบบเต็มตัว ลูกค้าคนแรกของเธอเป็นฝรั่งวัยเกือบสี่สิบปี และเขาก็เป็นฝรั่งที่มาพักผ่อนที่เมืองไทย หาใช่เป็นฝรั่งที่ชอบมาเฝ้าเธอเพราะคนนั้นบินกลับประเทศของเขาไปแล้ว
“แพทตี้ หนูตัดสินใจแน่แล้วใช่ไหม เขาจะพาหนูไปอยู่ด้วยสัปดาห์หนึ่งนะ แต่เขาจะให้หนูหนึ่งแสน”
มาม่าซังเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจของหญิงสาวที่เพิ่งตัดสินใจรับงานออฟครั้งแรกหลังจากทำงานมาจะเข้าสองเดือน ก่อนหน้านี้เธอพยายามจะโน้มน้าวให้แพรวาหรือแพตตี้รับออฟแต่หญิงสาวก็ปฏิเสธ ครั้งนี้หญิงสาวคงจะจำเป็นและถึงที่สุดแล้วจริงๆ
“น่ะ...น่ะ...หนึ่งแสนเลยหรือคะ”
แพรวาหรือแพทตี้เอ่ยถามออกมาด้วยความตกใจ เธอไม่คิดว่าการที่เธอไปนอนกับเขาหนึ่งสัปดาห์จะได้เงินก้อนมาใช้หนี้ให้กับบิดามารดา
“ใช่จ้ะ เขาให้เราแสนนึง ตกลงเรารับออฟใช่ไหม แดนเนียลเขารอฟังคำตอบอยู่ คนนี้ดี พี่ๆ ที่เขาเคยไปกับแดนเนียลบ่นเสียดายทุกคนที่มาวันนี้เขาเลือกหนู” มาม่าซังพยายามโน้มน้าวให้หญิงสาวตัดสินใจ แพรวาหรือแพทตี้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจตกลง
“แต่หนูขอเขาก่อนห้าหมื่นได้ไหมคะ พอดีที่บ้านต้องใช้เงิน” เธอเอ่ยถามมาม่าซัง
“ได้สิ เดี๋ยวแม่คุยกับเขาให้” จินตนายิ้มออกมาด้วยความดีใจก่อนที่จะนึกขึ้นมาได้ถึงอีกเรื่องที่เธอต้องกำชับหญิงสาว
“หนูรู้กฏของคนที่ทำงานแบบเราใช่ไหมแพทตี้” มาม่าซังเอ่ยถามเพื่อให้หญิงสาวเตรียมตัวและเตรียมใจให้ดี
“อย่าหลงรักลูกค้า อย่ามีความรู้สึกให้คู่นอนที่ใช้เงินมาซื้อเรา”
แพทตี้ท่องกฎของผู้หญิงกลางคืนให้มาม่าซังฟัง จินตนาฉีกยิ้มออกมาก่อนที่จะพาเธอไปหาแดนเนียลซึ่งเขาก็รอฟังคำตอบจากเธออยู่ด้วยความตื่นเต้น
“เธอตกลงค่ะ แต่เธอขอมัดจำก่อนห้าหมื่น ถ้าคุณจ่ายเธอก็พร้อมจะไปวันนี้เลย” มาม่าซังพูดคุยกับลูกค้าเป็นภาษาอังกฤษ
“อืม... โอเคร ว่าแต่เธอเพิ่งจะเคยออกไปกับผมเป็นคนแรกใช่ไหม”
แดนเนียลเอ่ยถามออกมาเพื่อความแน่ใจก่อนที่จะมองสำรวจร่างงามที่เวลาเต้นอยู่บนฟลอนั้นดูเย้ายวนยิ่งนัก แต่พอมองใกล้ๆ ก็ทำให้เขาแทบจะลืมหายใจ
“ใช่ค่ะ ฉันเพิ่งจะรับงานนี้เป็นครั้งแรก”
แพรวา หรือแพทตี้ ดาวอะโกโก้คนสวยเป็นฝ่ายตอบออกมาเป็นภาษาอังกฤษ และนี่คือสิ่งที่แดนเนียลชอบ เขาคุยกับเธอเข้าใจเพราะเธอสามารถฟังและพูดภาษาอังกฤษได้ จึงไม่เป็นปัญหาหากเขาจะอยู่กับเธอหนึ่งสัปดาห์ เขาไม่อยากเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยๆ ระหว่างที่อยู่ที่นี่
“โอเครแพทตี้ ขอบคุณที่ตกลงไปกับผม ผมดีใจจัง” แดนเนียลยิ้มก่อนที่จะเอ่ยออกมา
“ขอบคุณ คุณเหมือนกันที่กล้าจ่ายเงินให้กับฉัน” แพทตี้เอ่ยขึ้นบ้าง
“สำหรับคุณ ผมไม่เสียดายเงินที่จะเสียไปเลย” เขาบอกพร้อมทั้งใช้สายตาหื่นกระหายมองร่างงามของเธอ
หลังจากที่ตกลงกันได้แดนเนียลก็ไปกดเงินสดมาให้กับอะโกโก้และให้กับหญิงสาวตามจำนวนที่ตกลงกันเอาไว้ แพทตี้ออกจากอะโกโก้เป็นครั้งแรก และแน่นอนว่าหนุ่มที่เคยเจอเธอในสถานที่ที่เธอเคยทำงานต่างมองตามหญิงสาวอย่างเสียดายด้วยไม่คิดว่าหญิงสาวจะตัดสินใจออกไปกับแขก
“แพทตี้ คุณกำลังจะไปไหนหรอ” หนุ่มฝรั่งที่เมื่อวานไปเลี้ยงดื่มให้กับเธอถึงกับหยุดถามขณะที่กำลังจะเดินสวนทางกัน
“ฉันกำลังจะไปกับเขาน่ะ วันนี้ฉันออกจากร้านเป็นครั้งแรก ขอตัวก่อนนะ ไว้เจอกันใหม่”
ภาษาอังกฤษที่ฉะฉานและสำเนียงที่แทบจะคล้ายกับฝรั่งดังออกมาจากหญิงสาวใบหน้าสวยรูปร่างดี แดนเนียลรู้สึกไม่พอใจนิดๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหากว่าเธอต้องการจะหยุดทักทายกับคนอื่น เพราะคนอื่นก็ได้เพียงแค่คุย แต่เขากำลังจะได้เชยชมดอกไม้ดอกนี้
หลังจากทักทายเสร็จแดนเนียลก็เดินเข้ามากุมมือเธอแล้วพากันเดินไปร้านอาหารเพื่อหาอะไรทาน เขาพาเธอนั่งทานอาหารราคาแพงที่เธอไม่เคยทานมาก่อน เขาคอยดูแลและเอาอกเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี หญิงสาวจึงเอ่ยคำขอบคุณ ระหว่างทางกลับโรงแรมที่เขาเข้าพักหัวใจของสาวน้อยที่ผ่านผู้ชายมาเพียงคนเดียวกลับสั่นไหว เธอเคยได้ยินมาว่าพวกฝรั่งมีอวัยวะเพศไซส์ใหญ่กว่าชายไทย และการมีเซ็กส์ครั้งแรกของเธอกับแฟนหนุ่มก็ไม่ได้น่าประทับใจนัก หญิงสาวจึงกังวล
พอถึงห้องแดนเนียลจึงให้สาวสวยเข้าไปอาบน้ำก่อนเพราะเขารู้ว่าผู้หญิงเวลาอาบน้ำนั้นใช้เวลานาน และเขาก็อยากจะเห็นใบหน้าสวยภายใต้เครื่องสำอางว่าแท้จริงแล้ว สวยจริงหรือไม่ แพทตี้ใช้เวลาอาบน้ำเกือบชั่วโมง อันที่จริงเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่พิถีพิถันขนาดที่ว่าต้องขัดนั่นขัดนี่ หรือบำรุงผิวนั่นนี่ แต่เป็นเพราะเธอกำลังตื่นเต้นและกังวลใจกับการที่จะต้องมีอะไรกับฝรั่งครั้งแรกมากกว่า
ร่างบางเดินออกจากห้องน้ำมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวของโรงแรม ใบหน้าสวยเปิดเปลือยไร้เครื่องสำอางจนแดนเนียลต้องตะลึงในใบหน้าสวยจิ้มลิ้มนี้ เขาเดินเข้ามาใกล้ก่อนที่จะโน้มใบหน้าเข้าไปจูบปากอิ่มของเธอ
“รอผมก่อนนะแพทตี้ ผมอาบน้ำสักครู่ แล้วผมจะมาทำให้คุณมีความสุขไปกับผม”
เสียงทุ้มของฝรั่งที่มีใบหน้าค่อนข้างหล่อเหลาแม้วัยจะล่วงเลยไปใกล้เลขสี่บอกเธอหลังจากที่ถอนริมฝีปากออกจากปากอิ่ม เขาเพียงแค่จูบยังไม่ได้รุกล้ำภายในให้อารมณ์ใคร่มันปะทุ เพราะเขาก็ต้องการอาบน้ำก่อนเช่นกัน ร่างสูงล่ำของแดนเนียลเดินเข้าห้องน้ำไปพร้อมกับเสียงถอนลมหายใจของแพทตี้ที่ดังออกมา
“สู้ๆ นะแพรวา เพื่อครอบครัว เพื่อหนี้สิน เราทำได้ ทีนอนกับแฟนไม่ได้เงินสักบาทเรายังทำได้เลย สู้ๆ” หญิงสาวปลอบใจตนเองก่อนที่จะเดินไปนั่งรอแขกคนแรกของเธอที่บนเตียงนุ่มที่เธอไม่เคยได้นอนมาก่อนในชีวิต ไหนจะโรงแรมสุดหรูที่ดูแล้วน่าจะราคาต่อคืนแพงอยู่ไม่น้อย ถึงว่าเขาถึงกล้าจ่ายเงินให้เธอถึงหนึ่งแสน ไหนจะค่าบาร์ฟายอีก
*มาม่าซัง คือ คนที่คอยจัดหาสาวๆมาทำงานในคลับ บาร์ หรืออะโกโก้และคอยดูแลสาวๆภายในคลับ บาร์หรืออะโกโก้
*บาร์ฟาย คือ ค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าต้องจ่ายให้กับทางคลับ บาร์หรืออะโกโก้ถ้าหากเขาต้องการพาผู้หญิงออกไปจากร้าน มีทั้งShort time คือระยะสั้นหนึ่งชั่วโมง ผู้หญิงต้องกลับเข้าร้านทันทีหลังจากหนึ่งชั่วโมง และ Long timeคือออกไปหนึ่งคืน ไม่ต้องกลับเข้าร้านอีก
เพราะความเมตตาจากสวรรค์ ทำให้นางผู้ซึ่งสิ้นอายุขัยในวันที่คลอดลูก ได้กลับมาเกิดใหม่ ในร่างของคุณหนูสามผู้โง่เขลา บุตรีของท่านเจ้าสำนักศึกษาตระกูลหลี่
นางแบบสาวไทยที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขมาโดยตลอด...จนวันหนึ่งได้พบกับเขา เขาที่เป็นพี่ชายสามีของน้องนางแบบที่เคยทำงานด้วยกัน ชีวิตของเธอก็ได้เปลี่ยนไป เพราะนอกจากถูกเขากวนใจแล้ว..เธอยังถูกเขากวนตัวอีกด้วย
เพราะความเข้าใจผิด ทำให้ต่างคนต่างก็แสดงท่าทีเย็นชาใส่กัน ทำให้ต่างคนต่างก็พลาดช่วงเวลาแห่งความสุขไป กว่าจะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายมีความสำคัญในชีวิตของตนมากแค่ไหน อีกฝ่ายก็ได้จากไปตลอดกาลเสียแล้ว...
คงเป็นเพราะสวรรค์เมตตา ให้นางที่ตายไปแล้วด้วยน้ำมือคนที่รัก ได้ย้อนอดีตกลับมาเมื่อห้าปีก่อน ก่อนที่นางจะกลายเป็นสตรีที่โง่งมให้เขาหลอกลวงจนมีจุดจบที่น่าเวทนา มีหรือครานี้นางจะยอมเจ็บปวดเพราะเขาอีก...
คำว่ารัก...ไม่ควรจำกัดไว้แค่คำว่าเพศ เพราะโลกใบนี้ไม่มีใครเลือกเกิดได้ แต่ทุกคนเลือกที่จะเป็นได้ เหมือนกับเขาสองคน ที่คิดว่า ความรักคือสิ่งที่สวยงามยิ่งกว่าสิ่งใด
ในชาติภพก่อนนางคือวีรสตรีของแผ่นดินสยาม ปกป้องบ้านเมืองจากข้าศึกศัตรูจนตัวตาย เกิดชาติภพใหม่ในยุคจีนโบราณ นางนั้นเติบโตขึ้นเป็นสตรีที่งดงามแต่ทว่าภายใต้ใบหน้าที่งดงามนั้นกลับมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่
ซูหลีพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาใจตระกูลซูมาตลอดห้าปี แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อคำใส่ร้ายของน้องสาวเพียงคำเดียว เรื่องที่ซูหลีเป็นคุณหนูปลอมก็ถูกเปิดเผย ทำให้คู่หมั้นทิ้งเธอ เพื่อนๆ ก็ห่างเหิน และพี่ชายขับไล่เธอออกจากบ้าน บอกให้เธอกลับไปหาพ่อแม่ชาวนาของเธอ ในที่สุดซูหลีก็สิ้นหวังและตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลซู ยึดความช่วยเหลือทุกอย่างคืนและไม่อดทนอีกต่อไป แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าชาวนาที่พี่ชายพูดถึงนั้นกลับกลายเป็นตระกูลลั่วผู้มั่งคั่งที่สุดในประเทศ ในคืนเดียวเธอเปลี่ยนจากคุณหนูตัวปลอมที่ถูกทุกคนรังเกียจเป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีที่มีพี่ชายสามคนที่รักเธอ พี่ชายคนโตที่เป็นผู้บริหารใหญ่“เลิกประชุม จองตั๋วเครื่องบินกลับประเทศ ฉันอยากดูสิว่าใครกล้าแกล้งน้องสาวฉัน” พี่ชายคนที่สองที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยมระดับโลก“หยุดการวิจัย ฉันจะไปรับน้องสาวกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ” พี่ชายคนที่สามที่เป็นนักดนตรีระดับโลก “เลื่อนคอนเสิร์ต ไม่มีอะไรสำคัญเท่าน้องสาวของฉัน” จู่ๆ คนทั้งเมืองจิงก็ต้องตกใจช็อก ตระกูลซูเสียใจจนสุดขีด คู่หมั้นก็กลับมาขอคืนดี ผู้คนที่มาขอจีบเธอก็แห่กันมาถึงหน้าบ้าน ไม่ทันที่ซูหลีจะตอบสนอง ตระกูลชือซึ่งเป็นตระกูลสูงสุดในเมืองจิงและมีตำแหน่งสูงสุดในกองทัพเรือ ก็เสนอใบสมรสให้เธอ ทำให้เธอกลายเป็นคนดังในสังคมชั้นสูง!
"นางเป็นบุตรีผู้สูงศักดิ์ของฮูหยินเอกของจวนเสนาบดี นางมีหน้าตาโดดเด่น ทั้งอ่อนโอนและมีน้ำใจไมตรีต่อผู้อื่น แต่... นางทำดีต่อป้าของนาง นางกลับฆ่าแม่ของนางตาย นางรักเอ็นดูน้องสาวของนาง แต่น้องสาวกลับแย่งสามีของนางไป นางคอยสนับสนุนและดูแลสามีของนางอย่างสุดหัวใจ แต่สามีกลับทำให้นางตายทั้งกลม...ตระกูลฝ่ายมารดาของนางก็ถูกประหารชีวิตทั้งตระกูลด้วย นางตายตาไม่หลับและสาบานว่าหากมีชาติหน้า นางจะไม่เมตาตาต่อใครอีก ใครก็ตาม กล้ามาทำร้ายข้า ข้าจะล้างแค้นด้วยชีวิตทั้งตระกูลของพวกเจ้า เมื่อเกิดใหม่อีกครั้ง นางอายุได้สิบสี่ปี นางสาบานว่าจะต้องเปลี่ยนชะตากรรมและแก้แค้นชาติก่อน ป้านางใจ้ร้าย นางจะใจร้ายกลับยิ่งกว่านาง นางคิดจะได้ครองตำแหน่งฮูหยินงั้นเหรอ บอกเลยไม่มีทาง! ส่วนน้องสาวชอบผู้ชายชั่ว ๆ นักไม่ใช่หรือ ได้!ข้าจะยกให้เลย ส่วนชายชั่วนั่น ข้าจะทำให้เจ้าไม่สามารถมีทายาทได้อีกตลอดทั้งชาติ!แต่ข้าจะแก้แค้น เหตุใดเจ้าต้องมาช่วยข้าด้วย?"
แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
นางเจ็บปวดปางตายเมื่อเขาโยนร่างบอบช้ำทิ้งไว้หลังจวนโดยไม่แยแส เมิ่งลี่เฟยน้ำตาไหลพรากทว่ากลับไม่ทำให้คนที่เพิ่งเหยียบย่ำร่างกายเล็กเห็นใจแต่ประการใด"เฝ้านางเอาไว้ให้ดีอย่าให้ออกมาทำเรื่องชั่วอีก"
เพื่อทำตามข้อตกลง ทำให้เธอต้องตั้งท้องลูกของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง แต่แล้วเธอก็ต้องมาแต่งงานกับผู้ชายที่ได้หมั้นหมายกับเธอไว้ตั้งแต่เด็ก พวกเขาคิดว่ามันเป็นเพียงแค่การตกลงเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น แต่ทั้งสองกลับต้องตกหลุมรักอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะถึงเวลาคลอด วันหนึ่ง เขายื่นข้อตกลงการหย่าให้เธอ ทำให้เธอตื่นจากความฝันทันที แต่แล้ว เขาก็มาบอกกับเธอว่า ที่รักจ๋า คนที่ผมรักคือเธอตลอด
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY