เขาใจร้ายกับเธอที่สุด เขาหนีงานแต่งหักหน้าให้อับอาย แถมยังปล่อยให้เธออุ้มท้องและคลอดเพียงลำพัง เมื่อรู้ตัวก็เกือบสายไป จะง้อยังไงให้แม่ของลูกใจอ่อน งานนี้ต้องงัดทุกเล่ห์ เพื่อให้ได้ลูกแฝดแถมเมีย!!!
เขาใจร้ายกับเธอที่สุด เขาหนีงานแต่งหักหน้าให้อับอาย แถมยังปล่อยให้เธออุ้มท้องและคลอดเพียงลำพัง เมื่อรู้ตัวก็เกือบสายไป จะง้อยังไงให้แม่ของลูกใจอ่อน งานนี้ต้องงัดทุกเล่ห์ เพื่อให้ได้ลูกแฝดแถมเมีย!!!
ศกุนตลาวางจดหมายที่ป้องเขตฝากเอาไว้ลงบนเตียง หลังกลับจากโรงพยาบาล วันนี้เธอเข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายสำหรับการทำเด็กหลอดแก้ว โดยการดูแลของนายแพทย์ธนานนท์อย่างใกล้ชิด และเป็นบุคคลที่ป้องเขตฝากจดหมายของเขาเอาไว้ นายแพทย์ธนานนท์ บวรกิจ เป็นสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านแผนกมีบุตรยากประจำโรงพยาบาลชื่อดัง และยังเป็นเพื่อนสนิทของป้องเขต
หญิงสาวอ่านทวนมานับสิบรอบจนสามารถจดจำทุกตัวอักษรและสลักจารึกลงในหัวใจ ทุกถ้อยคำล้วนกรีดแทงให้เจ็บช้ำ เหยียบย่ำราวกับเธอไม่มีชีวิตและหัวใจ ทั้งที่เขาไม่เคยรู้จักเธอด้วยซ้ำ
สองครากับความรู้สึกแบบนี้ ครั้งแรกที่ได้ยินจากปากของเขา เธอก็คิดว่าเขาเป็นผู้ชายปากร้ายพอสมควร แต่ก็ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะใจร้ายมากเพียงนี้ เมื่อสองสัปดาห์ก่อนเป็นวันที่เธอจะจดจำเอาไว้ตลอดชีวิต หลังจากได้ยินคำพูดของเขา ผ่านมาอีกหนึ่งสัปดาห์เขาก็หนีงานแต่งงานและทิ้งความอับอายเอาไว้ให้เธอ แต่ยังดีที่นางวรากุลสามารถแก้ไขสถานการณ์กู้หน้าของเธอเอาไว้ได้ทัน
มาวันนี้เขาก็มาตอกย้ำความรู้สึกย่ำแย่ของเธออีกหนผ่านข้อความสั้นๆ ในจดหมาย ในนั้นมีข้อกำหนดระบุถึงขอบเขตอย่างละเอียดชัดเจน อีกทั้งยังมีหนังสือสัญญาระหว่างเธอกับเขาแนบมาในซอง พร้อมชื่อที่อยู่สำหรับติดต่อทนายความและตราประทับของสำนักงานกฎหมายชื่อดัง
เขาป้องกันทุกอย่างเอาไว้อย่างครบถ้วน สอดรับกับข้อความและคำพูดของเขาเมื่อครั้งก่อนว่าเธอเป็นผู้หญิงหิวเงิน เอาตัวเข้าแลก เพื่อต้องการทรัพย์สมบัติของเขาเท่านั้น
โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าศกุนตลาก็คิดไม่แตกต่างจากเขา แต่เธอจำยอมเพราะคำขอร้องและคำว่ากตัญญูเท่านั้น
“ฉันจะฝังทุกตัวอักษรของคุณเอาไว้ในหัวใจ จะไม่มีวันเป็นเหมือนอย่างที่คุณพูดเด็ดขาด” หญิงสาวบอกกับจดหมายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ยิน แต่เธอคิดว่านี่คือคำสัญญาและเธอจะรักษาสัจจะของตัวเอง
ตามความต้องการของเจ้าของสเปิร์มที่ระบุเอาไว้อย่างชัดเจน นายแพทย์ธนานนท์ บวรกิจ เป็นแพทย์เจ้าของไข้ของศกุนตลา พร้อมกับระบุรายละเอียดชัดเจนว่าเขาต้องการเพียงทายาทโดยไร้ข้อผูกมัดใดๆ กับเธอทั้งสิ้น เธอไม่มีสิทธิ์ในตัวเด็กหลังจากเธอคลอดบุตรออกมา พร้อมกับข้อตกลงอีกหลายรายการแนบท้าย
หญิงสาวไม่สามารถคัดค้าน เพราะเธอเองก็ตกปากรับคำกับมารดาของเขาเรียบร้อย เมื่อเป็นอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่อยากปล่อยเวลาออกไปให้เนิ่นนาน เธอเข้ารับการตรวจในทันที แต่ถึงอย่างนั้นก็มีขั้นตอนทางการแพทย์และการตรวจเช็กร่างกายเป็นเวลาเกือบสามเดือนทีเดียว
ทุกอย่างระบุเอาไว้ เจ้าของสเปิร์มเลือกใช้วิธีการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย หรือที่เรียกกันเป็นภาษาอังกฤษสั้นๆ ว่า IVF (In-vitro Fertilization) เพื่อความสะดวกเพราะเป็นการนำไข่และสเปิร์มมาทำการปฏิสนธิภายนอกร่างกายในห้องปฏิบัติการ จากนั้นจึงจะนำไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว (ตัวอ่อน) ย้ายกลับเข้าไปในมดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ เพื่อความแน่ใจในการเลือกเพศบุตร
ร่างกายของศกุนตลาสมบูรณ์แข็งแรงและมีความพร้อมที่จะมีบุตร สามารถใช้วิธีการผสมเทียมวิธีอื่นได้ แต่เพราะนางวรากุลต้องการเลือกเพศเพราะอยากได้หลานชายไว้สืบสกุล ศกุนตลาไม่อยากเสี่ยงเพราะข้อตกลงที่กำหนดเอาไว้คือต้องมีหลานชายให้นาง วิธีการนี้จึงเป็นวิธีการที่ลงตัวและยินยอมพร้อมใจกันมากที่สุด
ศกุนตลามานอนรอบนเตียงของโรงพยาบาลในเวลาต่อมา หลังจากตรวจเช็กความพร้อมของร่างกายและผ่านขั้นตอนการดูแลสุขภาพมาครบทุกขั้นตอน แม้ว่าข้างเตียงจะมีมารดาและนางวรากุลมาให้กำลังใจ แต่ในแววตาของเธอมีความวิตกกังวล ทั้งกลัวและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน หญิงสาวสูดลมหายใจและถอนหายใจอยู่หลายครั้งจนนางวรากุลสังเกตเห็น
มืออันเหี่ยวย่นวางทับบนหลังมือของหญิงสาวและบีบเบาๆ อย่างปลอบโยน แววตาของนางเปี่ยมไปด้วยความหวังกับรอยยิ้มที่เกิดขึ้นบนใบหน้า
“มือเย็นเฉียบเชียว ไม่ต้องกังวลนะลูก” หลังจากผ่านพ้นพิธีการแต่งงาน แม้จะไม่ใช่พิธีการที่เกิดขึ้นจริง แต่นางก็เปลี่ยนสรรพนามเรียกขานระหว่างนางกับหญิงสาวทันที
หญิงสาวส่งยิ้มแห้งๆ ยกมืออีกข้างของเธอวางทับบนมือของนางวรากุล ตอบรับเบาๆ
“ค่ะ” ความกลัวเป็นส่วนหนึ่ง ความอายก็มีส่วนอยู่มาก เพราะศกุนตลายังอยู่ในวัยสาวซึ่งยังไม่มีสามี แต่กลับต้องให้ชายหนุ่มเห็นอวัยวะบางอย่าง แม้จะรู้ว่าเขาเป็นแพทย์ แต่เธอก็ยังรู้สึกอายอยู่ดี
เริ่มจากการตรวจภายในครั้งนั้น ซึ่งเธอก็ยังอายไม่หาย แม้ว่าจะเป็นเรื่องปกติในทางการแพทย์ที่ผู้หญิงทุกคนต้องตรวจในช่วงเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ก็ตาม
เธอเองก็ไม่สามารถเลือกหมอได้ เพราะทุกอย่างถูกระบุเอาไว้ชัดเจนหลังจากที่เจ้าของสเปิร์มได้ฝากไว้ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ และได้ระบุชื่อแพทย์เจ้าของไข้ไว้ชัดเจน เธอได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าไม่ใช่เธอคนเดียวที่ต้องเจอเรื่องราวน่าอับอายแบบนี้ ผู้หญิงทุกคนก็ต้องเจอทั้งนั้น
แม้ว่าการเก็บไข่ในครั้งต่อมาเมื่อสามวันก่อนของเธอจะถูกวางยาสลบเพื่อป้องกันความเจ็บปวด แต่เมื่อนึกถึงว่าแพทย์เก็บไข่ที่สมบูรณ์จากรังไข่โดยใช้เข็มดูดผ่านทางช่องคลอด โดยอาศัยเครื่องอัลตราซาวนด์เธอก็อายทุกครั้งที่คิดถึง
นางวรากุลยกมือขึ้นลูบผมของหญิงสาวเบาๆ แววตาที่ทอดมองอ่อนโยน นางมักจะบอกขอบคุณซ้ำๆ เมื่อนึกถึงการกระทำของลูกชายก็ยิ่งรู้สึกเห็นใจ และนางก็ยังโกรธไม่หาย
“แม่ขอบคุณหนูอีกครั้งนะลูก”
“หนูรับรู้ถึงความรู้สึกของคุณแม่ค่ะ ยิ่งคุณแม่ขอบคุณ หนูยิ่งรู้สึกผิด เพราะสิ่งที่คุณแม่ให้มามันมากมายกว่าสิ่งที่หนูทำหลายร้อยเท่า” หญิงสาวบอกเสียงเบาจากความรู้สึกข้างในของเธอ ยิ่งได้ยินนางวรากุลพูดแบบนี้ก็ยิ่งสะกิดแผลเก่า ตอกย้ำคำพูดของชายหนุ่มในวันนั้นมากขึ้นทุกครั้ง
เพราะเขาคิดว่าครอบครัวของเธอจะมาปอกลอก เอาตัวเข้าแลกเงินและความสบาย และเพราะเขาพูดออกมาเต็มปากว่าเธอเป็นผู้หญิงไร้ยางอายเจ้ามารยา ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปคิดตาม เธอก็ไม่แตกต่างจากสิ่งที่เขาพูดมากนัก
“ขอโทษนะคะ ขอเชิญญาติออกไปรอที่ห้องรับรองค่ะ” พยาบาลสาวผายมือเชิญสตรีสูงวัยสองคน จังหวะเดียวกันกับนายแพทย์หนุ่มเดินสวนเข้ามาในห้องตรวจ เขายกมือทำความเคารพและกล่าวทักทายอย่างนอบน้อม
“สวัสดีครับคุณแม่”
“แม่ฝากด้วยนะหมอนนท์ น้องยังดูหวาดกลัวอยู่เลย” นางวรากุลบอกกับเพื่อนของลูกชาย
“ครับ ผมจะดูแลตลาอย่างดี คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”
หลังจากที่สตรีสูงวัยสองคนเดินตามพยาบาลออกไปจากห้อง ชายหนุ่มก็หันมายิ้มให้คนบนเตียง กล่าวทักทายทำความคุ้นเคยกับคนไข้ ปกติคู่อื่นจะมีสามีมาให้กำลังใจ แต่ในกรณีของหญิงสาวที่เขาไม่ให้ญาติอยู่ด้วยเพราะมองว่าเธอคงอาย เพราะทุกครั้งที่มาพบแพทย์ตามนัดเขามักเห็นเธอใบหน้าแดงระเรื่อและไม่กล้าสบตาเขา
“ยังมีอาการเจ็บอยู่หรือเปล่าครับ พร้อมไหม” นายแพทย์หนุ่มถามอาการของหญิงสาว เพราะปกติของการเก็บไข่สำหรับการทำเด็กหลอดแก้วจะมีอาการเจ็บอยู่มาก
“ยังมีอาการเจ็บค่ะ แต่ฉันไหว” หญิงสาวตอบกลับ เพราะไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อนจะต้องย้ายเข้าสู่โพรงมดลูกภายในสามถึงห้าวัน หากคนไข้ไม่มีความพร้อมก็หมายถึงต้องรอให้ไข่ตกในรอบเดือนหน้า ซึ่งขัดกับความต้องการของเธออย่างสิ้นเชิง
นายแพทย์หนุ่มมองหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ยังมีพยาบาลสาวอีกคนกำลังเตรียมเครื่องมือให้เขา นั่นทำให้หญิงสาวไม่อายมากนัก
“ทำใจให้สบายนะครับ” เขาบอกพร้อมกับหันไปสนใจกับเครื่องมือ ในขณะที่พยาบาลสาวเดินมาที่เตียงและช่วยคนไข้เตรียมความพร้อมสำหรับการฝังตัวอ่อนในโพรงมดลูก
ผ่านไปเกือบสามสิบนาทีที่หญิงสาวหลับตาปี๋ ตลอดระยะเวลามีเสียงของนายแพทย์หนุ่มกับพยาบาลสาวคุยกันเป็นระยะ จนกระทั่งถึงประโยคสุดท้าย
“เสร็จแล้วครับ หมออยากให้คุณพักฟื้นที่โรงพยาบาลต่ออีกสักคืน เพราะคุณแม่ต้องการความมั่นใจที่สุด”
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณนายแพทย์หนุ่ม เธอเข้าใจความต้องการของนางวรากุลตั้งแต่ต้น เพราะหลังจากที่เธอเก็บไข่เมื่อสามวันก่อน เธอก็ยังอยู่ที่โรงพยาบาลต่อจนกระทั่งถึงตอนนี้
ความรู้สึกบางอย่างก่อขึ้นในหัวใจเธอ เมื่อรับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังอุ้มท้องและมีหัวใจอีกสองดวงอยู่ในตัวของเธอ ถึงตอนนี้หญิงสาวก็ภาวนาและลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ ขอให้หัวใจทั้งสองดวงอยู่กับเธอจนครบกำหนดคลอดด้วยความสมบูรณ์
มิรา กนกชนากาญจน์ดีไชเนอร์ชื่อก้องโลกของห้องเสื้อแบรนด์ดังจากมิลาน อดีตทายาทมหาเศรษฐีคนเดียวของเจ้าสัวปราณ เธอกลับมาบ้านในรอบสิบสองปีหลังจากถูกยื่นคำขาดจากท่านเจ้าสัวว่าจะยกทุกอย่างให้ปถวีกับหลานสาวฝาแฝดของเธอมิราจำต้องพับเก็บความโกรธและทิฐิมานะเอาไว้ รีบกลับมาทวงคืนมรดกหลายพันล้านคืน เธอจะไม่ยอมให้ใครฮุบสมบัติที่เป็นของเธอไปอย่างเด็ดขาด ไม่แม้แต่จะยอมให้สักเศษเสียวกระเด็นไปถึงทายาทนอกสายเลือดอย่างเขา เหมืองปราณปุราอดีตเหมืองใหญ่ที่สุดของเมืองกาญจน์ที่ล่มสลายลงหลายสิบปีถูกกลับมารื้อพื้นขึ้นมาอีกครั้งจากน้ำมือของ “ปถวี”เขาพลิกพื้นผืนดินที่ปล่อยทิ้งร้างมานานให้กลายเป็นฟาร์มปศุสัตว์ครบวงจร ขยายไร่จากสองพันไร่ให้เป็นห้าพันไร่ภายในระยะเวลาเจ็ดปี “ไม่แต่งก็ได้...แต่สมบัติจะถูกแบ่งตามพินัยกรรม” ชายชราบอกด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ “ไม่ได้! หนูไม่ยอมให้สมบัติไปตกอยู่ในมือปลิงเปลือกทองอย่างหมอนั่นเด็ดขาด” “ถ้าอย่างนั้นแกก็ต้องแต่ง ปู่ให้เลือกว่าจะจดทะเบียนกันเงียบๆ หรือ จัดพิธีใหญ่โตที่สุดแต่ไม่ต้องจดทะเบียนก็ได้”
เธอ...ถูกส่งตัวมาทดสอบถุงยางบริษัทของเขา แต่พลาดท้อง เขา...เชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง และไม่ยอมรับ และหาว่าเธอหน้าเงิน หญิงสาวต้องหอบลูกพิสูจน์ "เด็กคนนี้คือลูกของเขา" แต่ไม่คิดอยากได้พ่อเด็กหรอกนะแค่จะสวยให้หมามันน้ำลายหกเล่น ผัวที่ดีคือผัวใหม่เท่านั้น เธอทำให้เขาขาดความมั่นใจในตัวเอง เธอทำให้เพลย์บอยคลั่งไคล้แม่ลูกอ่อนจนโงหัวไม่ขึ้น และเธอก็ใจแข็งเหลือเกินกลับมาเถอะนะ *************************************** "ฉันท้อง!" "ท้องงั้นเหรอ! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ฉันใส่ถุงยางทุกครั้ง และฉันก็มั่นใจผลิตภัณฑ์ของบริษัทฉัน" ลีอาห์แค่นเสียงถาม มองมายาวีย์อย่างดูแคลน สุดท้ายการที่ผู้หญิงที่บอกว่าเกลียดเขาทุกวินาทีกลับมาขอพบด้วยประเด็นเหนือชั้นกว่าเดิม คงหนีไม่พ้น เงิน "หึ! มุกตื้นๆ แพทเทิร์นเดิมๆ ของผู้หญิงหากิน แค่เธออ้าปากฉันก็มองทะลุปรุโปร่ง คิดจะจับผู้ชายรวยง่ายๆ ฉันไม่ได้มีเขาอยู่บนหัวนะ แล้วก็ไม่ใช่พ่อพระที่จะยอมรับเด็กที่ไม่รู้ว่าเกิดจากสเปิร์มของใครมาเป็นลูกแน่นอน เล่นผิดคนแล้วล่ะ" "ฉันไม่เคยคิดจะให้คุณยอมรับ ลูกของฉันอยู่แล้ว ฉันเลี้ยงเองได้ ที่มาแค่จะมาบอกว่าฉันจะฟ้องบริษัทของคุณที่ผลิตถุงยางไม่ได้คุณภาพต่างหาก" "เธอจะบ้าหรือไง เธอมีหลักฐานอะไรมายืนยัน" ชายหนุ่มโกรธ มายาวีย์จ้องกลับอย่างท้าทาย "คอยดูความบ้าของฉันก็แล้วกัน มันจะเป็นตลกร้ายที่คุณจะจำฉันไม่มีวันลืมเลยทีเดียว" ปึก!! มายาวีย์โยนเอกสารลงที่โต๊ะทำงานของลีอาห์ "นี่เป็นผลตรวจการตั้งครรภ์ของฉัน รอผลตรวจดีเอ็นเอ แล้วก็ไปเจอกันที่ศาล หรือคุณจะยอมรับว่าใช้ถุงยางอนามัยของบริษัทอื่นทำฉันท้องก็ได้นะ" ไปตามลุ้นกันต่อนะคะ สุดท้ายจะลงเอยแบบไหน แอบกระซิบว่าพระเอกครางเป็นหมาเลยค่ะ นางเอกใจเด็ดมากเลยทีเดียว
เขาเรียกว่าบริหารเสน่ห์ อย่าหาว่าหนูแรดนะคะ นะคะ" "แรดเงียบๆ แอบกินเนียนๆ แต่เซียนต้องหลบ" อันดา เจ้าของสโลแกน ‘ถ้าผู้ชายคิดจะมอมเหล้าแล้วลากเข้าโรงแรม ผู้ชายตายก่อนเพราะเปลือง’ เด็กวิศวะก่อสร้างสุดแสบ สายปาร์ตี้ และนักล่าแต้มบริหารเสน่ห์ อันดาถูกครอบครัวมั่นหมายให้กับผู้ชายคนหนึ่งตั้งแต่ลืมตาดูโลกวันแรก เธอเรียกคู่หมั้นว่าห่วงคล้องคอ โซ่ตรวนที่กักขังอิสระของเธอมาตลอดชีวิต เธอตั้งป้อมเกลียดเขา โดยไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอยากเอาชนะหรือความรู้สึกจริงๆ กันแน่ ถึงแม้จะเผลอมีอะไรกับเขาในวันที่เธอเมาหนัก เธอก็สั่งให้เขาลืมเรื่องวันนั้น และห้ามตอกย้ำกับเธออีก เธอไม่แคร์กับเรื่องแค่นั้น จนกระทั่งวันหนึ่ง…เขายอมหลีกทางให้เธอกับผู้ชายคนใหม่ วันนั้นเธอถึงได้รู้ความจริง ว่าเธอขาดผู้ชายคนนั้นไม่ได้ ปฏิบัติการตามล่าเฮียเบิ้มกลับมาทำผัวจึงเกิดขึ้น…
เรื่องชุลมุนเกิดขึ้น เพราะเขาดันไปเผลอพลาดท่า มีอะไรกับนักศึกษาฝึกงานเสียนี่ แถมเจ้าหล่อนยังทำเมินต่อพรหมจารีที่สูญเสีย หล่อนทำให้เขาเสียเซลฟ์ขาดความมั่นใจอยู่หลายวัน จนเขาจะต้องค้นหาความจริง หล่อนมีดีอะไรกันแน่ ถึงทำให้เขาลุ่มหลงได้มากขนาดนี้ คีรติหวงความโสดขั้นสุด รอดมือแม่เสือสาวนักล่ามาหลายปี แต่ดันมาตกม้าตาย ติดกับดักนักศึกษาสาว โดนเด็กตกเข้าให้ หัวใจแพ้ลูกอ้อนอ่อนยวบ แต่ร่างกายกลับฟิตปึ๋งปั๋งซะนี่ "เอาสิ! อยากจับตรงไหนก็เชิญ" วิเวียน นักศึกษาฝึกงานทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ก่อสร้าง แต่เธอกลับถูกส่งไปดูแลห้องของเจ้านายในกรณีพิเศษ แต่ก็ทำปลาหายากราคาสูงลิบของเขาตายไป 9 ตัว เธอจึงต้องทำงานชดใช้เขาต่อหลังจากฝึกงาน บอสคีย์ ผู้ชายฮอตแห่งปี ควงสาวไม่ซ้ำหน้าแถมดีกรีแต่ละคนไม่ธรรมดา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ยอมลงเอยกับใคร ประธานบริษัทที่แสนดุ เฮี๊ยบและโหดขั้นสุด ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเขาต้องสมบูรณ์เป๊ะทุกองศา
“รอยจูบ” ที่เธอมอบให้เขาเพราะความสะใจ แต่มันกลับกลายเป็นพันธนาการให้เธอดิ้นไม่หลุด เพลย์บอยร้ายอย่างเขาจะไม่ยอมให้ใครจูบฟรี!
สำหรับปราบ...เขาก็แค่สนุก แต่กลับผูกพันจนอยากกักตัวเธอไว้ สำหรับแป้งฝุ่น เธอแค่รอให้ข้ามคืน แค่กลับเป็นพันธนาการรั้งเธอไว้ชั่วชีวิต
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”
"นางเป็นบุตรีผู้สูงศักดิ์ของฮูหยินเอกของจวนเสนาบดี นางมีหน้าตาโดดเด่น ทั้งอ่อนโอนและมีน้ำใจไมตรีต่อผู้อื่น แต่... นางทำดีต่อป้าของนาง นางกลับฆ่าแม่ของนางตาย นางรักเอ็นดูน้องสาวของนาง แต่น้องสาวกลับแย่งสามีของนางไป นางคอยสนับสนุนและดูแลสามีของนางอย่างสุดหัวใจ แต่สามีกลับทำให้นางตายทั้งกลม...ตระกูลฝ่ายมารดาของนางก็ถูกประหารชีวิตทั้งตระกูลด้วย นางตายตาไม่หลับและสาบานว่าหากมีชาติหน้า นางจะไม่เมตาตาต่อใครอีก ใครก็ตาม กล้ามาทำร้ายข้า ข้าจะล้างแค้นด้วยชีวิตทั้งตระกูลของพวกเจ้า เมื่อเกิดใหม่อีกครั้ง นางอายุได้สิบสี่ปี นางสาบานว่าจะต้องเปลี่ยนชะตากรรมและแก้แค้นชาติก่อน ป้านางใจ้ร้าย นางจะใจร้ายกลับยิ่งกว่านาง นางคิดจะได้ครองตำแหน่งฮูหยินงั้นเหรอ บอกเลยไม่มีทาง! ส่วนน้องสาวชอบผู้ชายชั่ว ๆ นักไม่ใช่หรือ ได้!ข้าจะยกให้เลย ส่วนชายชั่วนั่น ข้าจะทำให้เจ้าไม่สามารถมีทายาทได้อีกตลอดทั้งชาติ!แต่ข้าจะแก้แค้น เหตุใดเจ้าต้องมาช่วยข้าด้วย?"
ทุกคนรู้ดีว่า บุตรีคนโตที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในจวนโหวอันติ้งแห่งเมืองหลวง ทำให้แม่แท้ๆ ของตนต้องเสียชีวิต เป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นตัวโชคร้าย ก่อนแต่งงานก็ทำให้แม่เลี้ยงฝันร้ายอยู่หลายวัน ออกเดินทางไปทำบุญนอกเมืองก็ถูกโจรจับตัวไป แต่ใครจะคิดว่าโชคร้ายกลับกลายเป็นโชคดี นางเปลี่ยนนิสัยไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไปที่แท้ซูชิงซวู่ ผู้สุดยอดสายลับที่ทะลุมิติมาเผชิญกับพ่อที่เย็นชา แม่เลี้ยงที่ชั่วร้าย คู่หมั้นที่นอกใจน้องสาวต่างแม่ แต่ไม่เป็นไร คอยดูว่าเธอจะจัดการพวกชั่วช้า และเอาคืนทุกอย่าง ทว่าทำไมท่านอ๋องผู้นั้นถึงมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ นั่นล่ะเผ่ยเสวียนจู: บุญคุณที่ช่วยชีวิต ไม่มีสิ่งใดตอบแทนได้ นอกจากเอาตัวไปแลก
หยุนซีแต่งงานกับกู้ซือเฉิน คุณชายที่สูญเสียสิทธิ์ที่เป็นผู้สืบทอดตระกูลแทนน้องสาว ตอนแรก พวกเขาเพียงแค่ว่าที่สามีภรรยาในนามเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องราวของหยุนซีถูกค่อย ๆ ถูกเปิดเผยออกมา สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตาม ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็นคนธรรมดาอย่างที่คิดเลย ใครจะไปคิดว่าเธอเป็นทั้งแฮ็กเกอร์มืออาชีพ นักประพันธ์เพลงลึกลับ และทายาทคนเดียวของนักแกะสลักที่มีชื่อเสียงระดับชาติ.... มีทั้งนักร้องชื่อดัง นักแสดงที่เคยได้รับรังวัลมากมายและผู้สืบทอดของตระกูลที่ร่ำรวยมาตามจีบว่าที่ภรรยาของเขา กู้ซือเฉินควรทำอย่างไรดี?
“ดูจากภายนอกกลีบสาวของเจ้าช่างงดงามยิ่งนัก ดูเอิบอิ่มเปล่งปลั่งสมบูรณ์ไร้ที่ติติง แต่ก็เป็นเพียงการมองด้วยสายตา ถ้าอยากให้รู้แน่ชัด… ข้าต้องตรวจภายในโดยละเอียด” ซินแสเคยเห็นอวัยวะเพศของสตรีมาเยอะ แต่ยังไม่เคยเห็นว่าของใครจะงดงามเหมือนของซุ่ยเสียน “สวย… กลีบของเจ้าสวยมาก… ” ซินแสตวัดลิ้นเลียริมฝีปากด้วยความลืมตัว ตายังจ้องมองร่องสวาทเป็นพูนูนขึ้นมาท่ามกลางเส้นไหมสีดำระยับโอบล้อมยวงงามเอาไว้ “ขอข้าตรวจดูภายใน… ” ทันทีที่ซินแสพูดจบ… ซุ่นเสียนก็มีอันต้องร้องครางออกมา เพราะว่าการตรวจภายในของซินแสนั้นคือการก้มลงปาดชิวหาลากเลียเสยขึ้นเป็นจังหวะยาวๆ ตามรูปทรงของกลีบสาวที่กำลังเปิดเปลือยอยู่ตรงหน้า แพล่บ… แพล่บ… แพล่บ… แพล่บ… เสียงปลายลิ้นสากร้อนทั้งปาดเลียและไชชอน จ้วงทะลวงเข้าใส่ผนังเนื้อนุ่มอ่อนของโพรงถ้ำฉ่ำหวาน “อู้วววว… ” ซุ่ยเสียนคราง ลีลาลงลิ้นของซินแสทำเอานางเสียวสะท้าน บิดกายไปมาด้วยความสยิว สองมือขยุ้มผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น ง่ามขาแอ่นร่อนขึ้นรับปลายลิ้นสากร้อน เฉาะรัวเข้าใส่กลีบดอกไม้งามของนางไม่ยั้ง ฉั่ว… ฉั่ว… ฉั่ว… ฉั่ว… ฉั่ว… เสียงปลายลิ้นสาก เสียบรัวเข้าใส่ร่องกลีบของซุ่ยเสียนอย่างเมามัน บางครั้งลิ้นก็ตั้งลำแข็ง แทงเข้ามาสุดโคนลิ้น เลียกินคราบคาวน้ำหอยที่หลั่งซ่านออกมาอย่างไม่อาจสะกดกลั้นเอาไว้ได้
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY