“จะทำอีกเหรอ ไหนว่าจะอาบน้ำไง” “ช่วงนี้ฤดูหนาว ไม่อาบน้ำก็ไม่เหม็นหรอก” เมื่อพ่อเลี้ยงหนุ่มหล่อเหลาต้องการเพื่อนรักของน้องสาว แผนการรักหื่น ซาบซ่านจึงอุบัติขึ้น เนื้อหาในเรื่องเน้นความหื่นเป็นหลัก พิจารณาก่อนกดซื้อเพราะคุณอาจพลาดความมันส์.....
“จะทำอีกเหรอ ไหนว่าจะอาบน้ำไง” “ช่วงนี้ฤดูหนาว ไม่อาบน้ำก็ไม่เหม็นหรอก” เมื่อพ่อเลี้ยงหนุ่มหล่อเหลาต้องการเพื่อนรักของน้องสาว แผนการรักหื่น ซาบซ่านจึงอุบัติขึ้น เนื้อหาในเรื่องเน้นความหื่นเป็นหลัก พิจารณาก่อนกดซื้อเพราะคุณอาจพลาดความมันส์.....
“แกว่าไงนะ!” วารีถามเพื่อนรักเสียงดัง ไม่สนว่าคนในร้านกาแฟจะหันมองหรือไม่
“เบาๆ สิ แกจะเสียงดังทำไมล่ะ” มะยมเอ็ดเพื่อนสาว เมื่อลูกค้าโต๊ะอื่นหันมอง
ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน เพราะเรียนที่เดียวกันตั้งแต่ม.ปลายจนจบปริญญาตรี ทั้งคู่เดินทางไปมาหาสู่กันยิ่งทำให้สนิทสนมมาก
“แค่จะให้ไปออกเดตแทนวันเดียวเอง”
“เองบ้านแกสิ” วารีต่อว่า “จะให้ฉันไปออกเดตแทนแกเนี่ยนะ ฉันทำไม่ได้หรอก”
คบผู้ชายสักคนยังไม่เคยเลย แต่จะให้ไปออกเดต กินเที่ยวกับผู้ชายสองต่อสองเธอคงทำไม่ได้แน่ ยิ่งได้รู้ว่าเขาเป็นใครเธอก็ไม่อยากเข้าใกล้
“หรือแกกลัวอดใจไม่ไหวแอบรักพี่อาชา” เพื่อนแซ็วเมื่อเห็นอาการอีกฝ่าย ทั้งไม่กล้าสบตาและแก้มแดงอีก
“บ้า! ใครจะแอบรักคนแบบนั้น” วารีก้มหน้าหลบสายตาเพื่อน หยิบไอซ์ กรีนทีขึ้นมาจิบ กลบเกลี่ยอาการประหม่าของตน
“อ้อ เหรอ” มะยมมองหน้าเพื่อนอย่างจับผิด “แล้วแกไปถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้สานสัมพันธ์ล่ะ”
“ไม่!”
“น่านะ แค่วันเดียวเอง แกยังรองานอยู่ไม่ใช่เหรอ”
ทั้งสองเรียนจบมาได้เดือนเศษแต่ก็ยังไม่ได้สมัครงานที่ไหน เธอเองก็ว่างๆ รองานที่ลงสมัครให้เรียกตัวสัมภาษณ์ แต่ก็นานแล้วคงหมดหวัง
“แล้วทำไมแกไม่ไปเองล่ะ ให้ไปด้วยกันก็ได้เหมือนทุกทีไง”
“แกก็รู้ว่าฉันคบกับพี่ภัทรเพื่อนพี่อาชาอยู่ ฉันไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ”
“งั้นก็เลิกกับเพื่อนเขาสิ”
“บ้า! ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก” มะยมร้อง ทำตาโตกับคำพูดของเพื่อน “แค่วันเดียวเอง แล้วฉันจะไม่ขออะไรแกเลย นะ”
วารีกรอกตามองหน้าเพื่อน ใจอยากทำความรู้จักกับอาชา แต่ใจผิดชอบชั่วดีก็ตีรวนขึ้นมา หากเขารู้ความจริงจะโกรธมากไหมนะ
อาชาเป็นเจ้าของไร่ชาเขียวในที่เชียงราย บ่อยครั้งเพื่อนเธอมักเปรยให้ฟังบ่อย ๆ ว่าหล่อเหลา และรวยมากเพียงใด ล่าสุดเอารูปมาให้ และเป็นอย่างที่มะยมว่า เขาดูดี แบบคาวบอย มีเสน่ห์ดึงดูดใจเธอมาก และนั่นเป็นสาเหตุที่เธอชอบฟังเพื่อนเล่าถึงเขา
มะยมมักถูกบังคับให้ไปออกเดตกับผู้ชายที่ทางบ้านหมายตาไว้ แต่เธอนั้นมีคนรักอยู่แล้วซึ่งเรื่องนี้เธอเองก็รู้ดีทุกครั้งที่ไปเดต มักไปด้วยกันเสมอ เรียกง่ายๆ ไม้กันหมาดีๆ นี่เอง แต่เธอก็ไม่สนเพราะได้ทานอาหารอร่อยๆ ดีเสียอีก ประหยัดเงินตั้งเยอะแน่ะ
“แต่ฉัน...”
“อย่ามาโกหกว่าไม่อยากไป ฉันรู้นะ แต่ก่อนแกไม่ได้ชอบไอซ์ กรีนทีสักนิด ตั้งแต่ที่ฉันเล่าเรื่องพี่อาชาให้ฟัง แกก็หันมาดื่มชาเขียวเนี่ย”
“รู้ดีนะยะ”
“แน่นอนสิ เราเป็นเพื่อนสนิทกันนี่”
“ก็ได้ ฉันยอมไปออกเดตแทนให้ แต่คราวนี้ให้ทำล่มใช่ไหม”
มะยมไม่ได้พยักหน้าหรือตอบรับ เธอมองเพื่อนสาวนิ่งๆ ภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้เพื่อนเธอกับอาชาตกลงปลงใจรักกันทีเถอะ
วารีเห็นเพื่อนไม่ตอบก็พอเดาได้ว่าต้องทำอย่างไร จะมีความสุขกับคนที่แอบชอบทั้งทีกลับต้องทำให้พังพินาศ
“แล้วเดตวันไหน”
“เรื่องนั้น” มะยมทำเสียงอ่อย “แกต้องเดินทางไปที่เชียงรายน่ะ พี่อาชาชวนไปเดตที่ไร่เขาวันมะรืนนี้ แต่แกไม่ต้องเป็นห่วง ฉันเตรียมตั๋วเครื่องบินให้แล้ว พรุ่งนี้เดินทางได้เลย”
ว่าเสร็จก็หยิบตั๋วเครื่องบินที่ซื้อไว้ส่งให้เพื่อน
“ทำไมกะทันหันนักล่ะ แล้วต้องไปไกลแบบนั้นฉันว่าคงไม่ใช่แค่วันเดียวหรอก” วารีมองหน้าเพื่อนอย่างจับผิด
“จริงๆ นัดเดต หนึ่งวัน นอกนั้นถ้าแกจะอยู่ก็ตามใจหรือจะกลับก็ได้” มะยมบอกเพื่อนเสียงอ่อย
“งั้นฉันต้องขอแม่ก่อนถ้าได้ไปหลายวัน กลัวแม่เป็นห่วง” แต่คงไม่นานหรอกมั้ง แค่ทำให้อาชาเลิกสนใจเพื่อนก็พอสินะ ลึกๆ แล้วเธอก็อยากสานสัมพันธ์ต่อ แต่คงต้องรอดูสถานการณ์ก่อน
“ฉันขอให้แล้ว แกไม่ต้องห่วง” มะยมพูดดักทาง
“ขอว่าไง”
อะไรจะเตรียมพร้อมแบบนี้
“ก็บอกว่าจะพาแกไปเที่ยวเชียงรายไม่มีกำหนดกลับบ้าน แม่แกก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วยนะ ยอมให้ไปเห็นบอกว่าจะไปปฏิบัติธรรมที่วัดกับแม่ฉันด้วย” อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ทั้งสองสนิทกันเพราะครอบครัวของทั้งคู่รู้จักกันดี แม่ของพวกเธอสายธรรมะเหมือนกันจึงไม่มีปัญหาหากเธอจะพาไปเที่ยวที่ไหน
“เธอนี่สตอเบอรี่เก่งจังนะ”
“เอาน่า ฉันเคลียร์ทางให้แล้วทีนี้แกก็ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม”
“ใครจะกล้ามี พร้อมซะขนาดนี้” เธอแซ็ว ก่อนจะหันไปสนใจไอซ์ กรีนทรีตรงหน้าต่อ วารีรับฟังคำเล่าของเพื่อนที่มีต่ออาชา ผู้ชายที่อยากเจอหน้าสักครั้ง จนกระทั่งได้เวลากลับบ้าน ทั้งสองแยกย้ายกันไปเพราะมะยมมีนัดต่อ
หากคุณเชื่อเรื่องความบังเอิญ คุณก็คงเชื่อเรื่อง พรหมลิขิต เช่นกัน ทิศเหนือสะดุดรักแรกพบ และเฝ้ารอคอยการเจอกับเธออีกครั้งและสัญญากับตัวเองจะไม่มีวันปล่อยเธอให้หลุดมือไป
หนี้สินที่พ่อหยิบยืมเอามาลงทุนกับไร่ถึงเวลาที่ต้องส่งทั้งเงินต้นและดอก แต่โชคร้ายที่ปีนั้นขาดทุน ด้วยความรักลูกไม่อยากให้รู้เรื่องนี้จึงปิดไว้ แต่ความลับไม่มีในโลก! อวัสดาที่เพิ่งเรียนจบหมาด ๆ ตั้งใจกลับมาช่วยสืบทอดกิจการของที่บ้านต้องเจอเข้ากับเรื่องไม่คาดคิด เธอต้องหาเงินมาใช้หนี้ภายในหนึ่งเดือน ด้วยจำนวนเงินมากมายทำให้เธอหมดหนทางเลือก จำใจต้องไปคุยกับเจ้าหนี้ให้รู้เรื่อง
ทุกคนมีความชื่นชอบเป็นของตัวเอง แต่เธอที่ชอบและมโนหยามใจพิมพ์ลงเป็นเรื่องราวจนเกิดความเดือดร้อน แต่รสสุคนธ์ก็ได้ชดใช้ให้เขาไปแล้ว ทว่าเรื่องราวไม่จบเมื่อธราธิปรู้ว่าเจ้าหล่อนหอบลูกในท้องหนี
ทศกัณฐ์ หวงความโสด และถูกเข้าใจผิดคิดว่าชอบผู้ชายด้วยกัน จันทร์จิราถูกไหว้วานให้ทำยังไงก็ได้ให้หลานชายของเรืองศักดิ์กลับมาเป็นชายชาตรีอีกครั้ง โดยที่เธอไม่รู้ลยว่ามันเป็นแผน
เมื่ออยู่ๆ เจ้านายที่สาวๆ หมายปองปรากฏกายต่อหน้าแถมยังให้ไปทำงานใกล้ชิด ตำแหน่ง ช่างเสื้อส่วนตัว แต่หน้าที่ของเธอนั่นเหมือนสาวใช้ส่วนตัวเสียนี่สิ แถมยังมีหน้าที่พิเศษที่ทั้งสุขปนซาบซ่านรออยู่อีกด้วย.... “ก็ได้ ฉันยอมหยุด ออกไปซะ แต่ถ้าอยากให้ฉันคลายความทรมานให้ก็ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด”
“ทำอะไรกัน” มัลลิกาได้ยินเสียงลูอิสก็พยายามลุกขึ้นเดินไปหาเขา กำเสื้อเชิ้ตไว้ทั้งสองมือ “กลับมาแล้วเหรอคะ” “คุณดื่มเหรอ” ลูอิสก้มลงดมกลิ่นใกล้ ๆ เธอส่ายหน้าหันไปชี้ทางโดมินิกและอลิส “คุณหมอบอกเป็นยาบำรุงร่างกายค่ะ” ลูอิสมองหน้าเพื่อน คว้าเอวคอดไว้เมื่อเจ้าหล่อนทำท่าจะเซล้มไปทางอื่นให้ขยับมาพิงกายตัว แต่คนเมาดื้อยันมือออกห่างแถมยังใจกล้ากำเสื้อเขาไว้ “จริงไหมคะ” “เรื่องอะไรครับ” ลูอิสควงหญิงสาวไปทางโซฟารั้งเธอให้นั่งบนตัก มัลลิกาแกะมือที่จับเอวขยับขึ้นนั่งคร่อมสอดแขนคล้องลำคอมองหน้าเขาอย่างเรื่อง โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำของเธอกำลังทำให้เก๊กขรึมหลุดภาพลักษณ์ “ก็คุณโดมินิกเล่าว่าคุณแอบซุกกิ๊กไว้ที่บริษัท ที่ให้พลอยอยู่แต่บ้านเพราะตัวเองจะได้มีความสุขส่วนพลอยก็นั่งโง่ ๆ ทำกับข้าวรอสามี รอนอนพร้อมคุณเท่านั้น” เธอชี้ไปทางคนเล่าที่ยกมือขึ้นฉับ ลูอิสมองหน้าเพื่อนอีกฝ่ายรีบลุกขึ้นขยับถอยห่าง “พวกเรากลับก่อนนะ” อลิสลุกขึ้นตามแรงสะกิดส่งยิ้ม “กลับแล้วเหยอ” คนเมาหันไปถามเสียงยาน “แล้วอลิสมาหาใหม่นะคะ” “ค่ะ บ๊ายบาย” มัลลิกาที่เมากรึ่มพยักหน้าโบกมือให้ ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าสามีอย่างเอาเรื่อง ลูอิสมองอาการขู่เป็นลูกแมวแล้วยิ้ม ยกมือขึ้นลูบเส้นผมนุ่มความเหนื่อยจากการทำงานถูกเธอช่วยชำระล้างอย่างง่ายดายอยู่ทุกวัน เสียงเตือนข้อความเข้า “อลิสบอกว่าวันนี้เหมาะที่สุดสำหรับการปั๊มลูก ฉันเอาใจช่วยนายนะ” มัลลิกาแย่งมือถือเขาแล้ววางไว้ข้างกาย กุมหน้าคมคายให้หันมาสนใจ “จริงไหมคะ” “เรื่องไหน” ลูอิสถามเธอพร้อมกระเตงร่างหญิงสาวขึ้นเดินออกจากห้องนั่งเล่นตรงไปห้องนอน ทุกจังหวะการเดินมั่นคงหนักแน่น สายตาก็มองหน้าคนเมาแล้วยิ้มอารมณ์ดี ไม่ว่าจะมองอีกกี่ครั้ง มัลลิกาก็เป็นคนที่สามารถทำให้เขารู้สึกดีโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย “ที่ไม่ยอมให้พลอยไปทำงานเพราะจะได้มีความสุขกับพวกหล่อน” มัลลิกาว่าพรางทำแก้มป่องสอดสองแขนคล้องคอ ลูอิสยิ้มชอบใจที่ได้เห็นอาการคล้ายหึงหวงตนจากเจ้าหล่อน ประตูห้องถูกเปิดและปิดลงพร้อมสองกายเดินเข้ามาด้านใน สะโพกได้รูปถูกวางบนเตียงกายชายกำลังจะถอยออกห่างแต่ถูกแขนที่คล้องคอรั้งไว้ จนเขาต้องตอบเสียงหนักแน่น “ผมมีแค่คุณ”
หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้
เมื่อนางร้ายตัวแม่เกิดใหม่เข้ามาในสถานที่คล้ายๆ กับนิยายที่เคยอ่าน พระเอกเหรอไปไกลๆ จะให้เธอคอยตามพระเอกในเรื่องไม่มีทางเสียหรอก นางร้ายคนนี้ขอใช้ชีวิตแบบเริดๆ เชิดๆ ดีกว่าเป็นไหนๆ เอาสิร้ายมาร้ายกลับไม่โกง หลิงชิงเย่ว หญิงสาวที่น่าสงสาร สามีแต่งงานด้วยเพราะคำสัญญาและตอบแทนบุญคุณพ่อของเธอ แต่สำหรับหญิงสาวการแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากความรัก หลังจากแต่งงานไม่นานแม่สามีกลับแต่งภรรยาให้อีกคนซึ่งเป็นหลานสาวของนาง แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่าคือผู้หญิงคนนั้นเป็นคนรักของสามีเธอด้วยนี่สิ ยิ่งคิดลี่น่ายิ่งเครียดแทน ยังไงซะเธอไม่มีทางหนีชะตาพ้น ก็วิ่งชนสิคะจะกลัวอะไร ในเมื่อท่านยมจอมผิดพลาดส่งนางร้ายตัวแม่เช่นเธอเข้ามาแทน ก็อย่าฝันว่าเธอจะตามง้อผัวโง่ๆ นี่อีก พระเอกเหรอ หลบไป นางเอกเหรอ ไปไกลๆ นางร้ายตัวแม้คนนี้จะใช้ชีวิตเริดๆ เชิดๆ หลังจากหย่าให้อิจฉาตายไปเลย ที่สำคัญเธอมาพร้อมกับพรที่ขอกับท่านยมอีกสามข้อแบบจุกๆ อีกด้วย
เพราะความเข้าใจผิด ทำให้ต่างคนต่างก็แสดงท่าทีเย็นชาใส่กัน ทำให้ต่างคนต่างก็พลาดช่วงเวลาแห่งความสุขไป กว่าจะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายมีความสำคัญในชีวิตของตนมากแค่ไหน อีกฝ่ายก็ได้จากไปตลอดกาลเสียแล้ว...
“ฉันก็แค่อยากช่วยเพื่อนให้ห่างจากผู้หญิงแบบเธอ” “ผู้หญิงแบบฉันมันเป็นยังไง” “ก็อยากได้ผัวของคนอื่นไง!!!”
"ความรักทำให้คนตาบอด" เซิงเกอละทิ้งชีวิตที่สงบสุขเพื่อแต่งงานกับชายคนนั้น ยินยอมทำตัวเหมือนคนรับใช้ที่ไร้ตัวตนมาสามปีเต็ม แต่ในที่สุดเธอก็ตระหนักว่าความพยายามของเธอ มันไร้ประโยชน์สิ้นดี เพราะในใจของสามีตัวเองมีแต่รักแรกของเขา เซิงเกอรู้สึกผิดหวังอย่างมาก และขอหย่าอย่างเด็ดขาด "ถึงเวลาแล้ว ฉันไม่ปกปิดอีกแล้ว จะบอกความจริงให้" ทันใดนั้น โลกออนไลน์ก็ระเบิดขึ้นทันที มีข่าวลือว่าสาวรวยพันล้านคนหนึ่งหย่าร้างแล้ว ดังนั้น ซีอีโอนับไม่ถ้วนและชายหนุ่มรูปงามต่างรีบเข้าหาเธอเพื่อเอาชนะใจเธอ เฝิงอวี้เหนียนเห็นดังนั้นจึงทนไม่ไหวอีกต่อไปเลยจัดงานแถลงข่าวในวันถัดไป โดยขอร้องอย่างจริงจังว่า: ผมรักเซิงเกอ ขอร้องคุณภรรยากลับบ้านนะ
หลังจากแต่งงานมาสามปี เสิ่นเนียนอันคิดว่าตนเองสามารถเอาชนะใจโฮ่วอวินโจวได้ แต่กลับพบว่าเขามีเพียงคนรักแรกอยู่ในใจ "ฉันจะปล่อยเธอไปหลังจากที่เธอคลอดลูก" ในวันที่เสิ่นเนียนอันมีปัญหาในการคลอดบุตร โฮ่วอวินโจวได้พาผู้หญิงอีกคนออกจากประเทศด้วยเครื่องบินส่วนตัว "ไม่ว่าคุณจะชอบใครก็แล้วไป สิ่งที่ฉันเป็นหนี้คุณ ฉันคืนให้หมดแล้ว" หลังจากที่เสิ่นเนียนอันจากไป โฮ่วอวินโจวก็เสียใจ "กลับมาหาฉันอีกครั้งได้ไหม"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY