ปิยะวัฒน์ เจริญสุขไพศาล ยืนหมุนนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์เรือนทองที่ข้อมือขวา ชายหนุ่มผู้เป็นสามีตามกฎหมายมาตลอดสามปีขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะดึงปากกาหมึกซึมมองต์บลองค์สีดำทองออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท
ปิยะวัฒน์เป็นทายาทตระกูลเจริญสุขไพศาลที่ชญานิษฐ์ยอมแต่งงานด้วยเพราะหลงเชื่อว่าเขาคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเธอจากซากปรักหักพัง แต่ตลอดสามปีที่ผ่านมา เขากลับมองความทุ่มเทของเธอเป็นเพียงเรื่องไร้ค่า
ลมพัดหอบเอาละอองฝนยามบ่ายของกรุงเทพฯ ผ่านเข้ามาทางหน้าต่างทางเดิน ปิยะวัฒน์ยัดด้ามปากกาโลหะเย็นเฉียบใส่อุ้งมือที่ยังสั่นเทาของชญานิษฐ์
"รีบเซ็น ลินนอนรออยู่ในห้องไอซียูแล้ว ทนต่อไปไม่ไหวหรอกนะ"
ชญานิษฐ์หลุบตามองช่องลงชื่อผู้บริจาค ตรงจุดที่ในชาติก่อนเธอเคยประทับรอยนิ้วมือสีแดงด้วยน้ำตา บัดนี้มันยังคงเป็นช่องว่างสีขาวสะอาดตา
ความทรงจำจากชาติก่อนแล่นพล่านเหมือนเศษแก้วบาดลึก เธอถูกผู้ชายคนนี้เอาคำว่าบุญคุณมาผูกมัด ยอมเฉือนไตตัวเองเพื่อช่วยกนกภรณ์ หญิงสาวที่เขาอ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทผู้บอบบาง จนสุดท้ายตัวเองต้องมานอนตายอย่างโดดเดี่ยวเพราะอาการติดเชื้อขั้นรุนแรง
ข้อนิ้วมือของชญานิษฐ์เกร็งแน่น เธอเคยฝึกศิลปะการต่อสู้และการชกมวยมาตั้งแต่เด็ก แรงบีบที่ส่งผ่านฝ่ามือทำให้ตัวด้ามปากการาคาเรือนแสนเริ่มส่งเสียงลั่นเบา ๆ
ปิยะวัฒน์เห็นเธอไม่ยอมจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ แววตาจึงฉายความหงุดหงิดระคนดูแคลนออกมา เขากระชากเนกไทให้คลายออกพลางขึ้นเสียง
"ชญานิษฐ์ อย่ามาเล่นตัวในเวลาแบบนี้ ถ้าลินเป็นอะไรขึ้นมา เธอคิดว่าชีวิตเธอมีปัญญาชดใช้ไหม"
ชายชุดสูทสีดำสองคนซึ่งเป็นการ์ดประจำตัวของปิยะวัฒน์ก้าวขึ้นมาข้างหน้า เงาร่างสูงใหญ่ปิดทางเดินไปยังลิฟต์โดยสารจนมิด เสียงส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นกระเบื้องดังก้อง
ชญานิษฐ์ค่อย ๆ ยืนตัวตรงขึ้น เส้นผมยาวสลวยทิ้งตัวลงข้างลำคอ ใบหน้าที่ใคร ๆ ในแวดวงสังคมต่างคิดว่าเป็นเพียงภรรยาหัวอ่อนยอมคน ปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไม่มีใครเคยเห็น
เธอไม่ชายตามองการ์ดแม้แต่น้อย สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าหล่อเหลาของสามี น้ำเสียงราบเรียบจนไร้ระลอกคลื่น
"ถ้าฉันไม่เซ็นล่ะ"
ปิยะวัฒน์หัวเราะในลำคอราวกับได้ยินเรื่องตลก เขาก้าวประชิดตัวเธอด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง
"ไม่เซ็นงั้นเหรอ ลืมไปแล้วหรือไงว่าเมื่อสามปีก่อนใครเป็นคนแบกเธอออกมาจากซากตึกตอนแผ่นดินไหวที่เชียงใหม่ ถ้าไม่มีฉัน ป่านนี้กระดูกเธอคงเน่าฝังดินไปแล้ว"
คำโกหกคำโตที่เขาใช้กรอกหูเธอมาตลอดสามปีดังขึ้นอีกครั้ง ชญานิษฐ์จ้องมองเข็มกลัดเนกไทแบรนด์เนมบนอกเสื้อของเขาด้วยสายตาสมเพช ผู้ชายขี้ขลาดคนนี้ไม่มีทางเป็นคนที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปดึงเธอออกมาจากความตายในวันนั้นได้อย่างแน่นอน
"ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่เรื่องในอดีต ผู้หญิงกำพร้าไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ คิดว่าจะได้เหยียบเข้าประตูบ้านเจริญสุขไพศาลมาเสวยสุขในตำแหน่งสะใภ้ใหญ่หรือยังไง"
ปิยะวัฒน์ชี้นิ้วเกือบจะชิดปลายจมูกของเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกเหนือกว่า
ประกายฟ้าแลบแปลบปลาบผ่านหน้าต่างกระจก เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องเหนือท้องฟ้ากรุงเทพฯ สาดแสงสีขาวสว่างวาบไปทั่วโถงทางเดิน
ชญานิษฐ์ยกยิ้มมุมปาก นิ้วมือค่อย ๆ ถอดปลอกปากกามองต์บลองค์ออกช้า ๆ หัวปากกาโลหะสะท้อนประกายวาววับใต้แสงไฟ
"ปิยะวัฒน์ เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ ให้ฉันชดใช้ด้วยอะไร"
น้ำเสียงของชญานิษฐ์นุ่มนวล แต่แฝงแรงกดดันมหาศาลจนปิยะวัฒน์ชะงักฝีเท้า หัวใจเขากระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ชายหนุ่มพยายามข่มความตื่นตระหนกแล้วตวาดเสียงแข็ง
"เธอเป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก!"
ยังไม่ทันที่คำพูดจะขาดคำ มือขวาของชญานิษฐ์ตวัดวาดเป็นเส้นตรงกลางอากาศ หัวปากกาโลหะพุ่งแหวกสายลมปักทะลุแผ่นเอกสารยินยอมบริจาคไตอย่างรุนแรง
ปลายปากกาแหลมคมแทงทะลุกระดาษหนาจมลึกเข้าไปในร่องม้านั่งสแตนเลส เสียงเหล็กครูดกันบาดแก้วหูดังลั่นพร้อมกับเสียงกระดาษฉีกขาด
ปิยะวัฒน์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ปากกาด้ามโปรดของเขาหักสะบั้น หมึกสีดำข้นทะลักเปรอะเปื้อนข้อมือเสื้อเชิ้ตสั่งตัดราคาแพงจนเลอะเทอะ
"ไตของฉัน ต่อให้ต้องโยนให้จระเข้ในคลองกิน ก็ไม่มีวันตกไปถึงมือผู้หญิงร้อยเล่มเกวียนที่นอนสำออยอยู่บนเตียงหรอก"
เสียงของชญานิษฐ์ไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับเยียบเย็นเหมือนน้ำแข็งที่กรีดผ่านประสาทการรับรู้ของทุกคน
การ์ดร่างยักษ์สองคนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบก้าวเข้ามา หวังจะคว้าไหล่ของเธอไว้
ชญานิษฐ์เอี้ยวตัวหลบฝ่ามือของการ์ดฝั่งซ้ายอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะบิดสะโพกส่งแรง ศอกขวาพุ่งกระแทกเข้าใต้ลิ้นปี่ของชายร่างใหญ่เต็มแรง
เสียงอึ้กดังขึ้นในลำคอ ชายร่างยักษ์หน้าซีดเผือดทรุดตัวลงไปกองกับผนังทางเดิน
ก่อนที่การ์ดอีกคนจะได้ขยับตัว ชญานิษฐ์คว้าเศษกระดาษเอกสารที่ชุ่มหมึกบนเก้าอี้ ฟาดเข้าใส่ใบหน้าของปิยะวัฒน์อย่างจัง
เศษกระดาษและหยดหมึกสีดำกระจายเต็มหน้าของชายหนุ่ม หมึกสีเข้มป้ายเป็นทางยาวบนผิวหน้า ปิยะวัฒน์เซถอยหลังไปชนเข้ากับเสาน้ำเกลือจนส่งเสียงกระทบกันดังลั่น
"เธอ...เธอบ้าไปแล้วหรือไง ชญานิษฐ์ เธอกล้าลงไม้ลงมือกับฉันเหรอ"
ปิยะวัฒน์กุมใบหน้าตัวเองไว้ เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความโกรธจัดและตกใจ
ชญานิษฐ์ปัดเศษฝุ่นที่แขนเสื้อโค้ตเบา ๆ แววตาของเธอนิ่งสนิทราวกับมองซากสิ่งของที่ไร้ค่า
"แตะต้องคุณเหรอ นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น"
เธอหมุนตัวก้าวเดิน เหยียบย่ำลงบนเศษกระดาษบริจาคไตที่เกลื่อนพื้น มุ่งหน้าตรงไปยังประตูห้องพักฟื้นพิเศษที่อยู่สุดทางเดิน
ปิยะวัฒน์ตะโกนไล่หลังมาอย่างบ้าคลั่ง
"ขวางไว้สิ ลินพักผ่อนอยู่ข้างใน อย่าให้ผู้หญิงคนนี้เข้าไปก่อเรื่องนะ"
ชญานิษฐ์ไม่แม้แต่จะหยุดฟังเสียงฝีเท้าที่ไล่กวดมาด้านหลัง เธอยกเท้าขึ้นถีบเข้าที่บานประตูกลอนไม้ที่มีป้าย "ห้องพักฟื้นพิเศษ" อย่างแรงจนบานพับส่งเสียงลั่นสะเทือนไปทั่วทั้งชั้น
---