เพราะถูกเข้าใจผิดคิดว่าจะมาเป็นภรรยาคนใหม่ ทำให้บุตรชายเพียงคนเดียวอย่าง "จิรัฎฐ์" ไม่ยอมรับเเละพยายามข่มขู่หญิงสาวด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อให้ออกไปจากชีวิตบิดา แต่กลายเป็นว่าเขากลับติดใจบทลงทัณฑ์ซะเอง
เพราะถูกเข้าใจผิดคิดว่าจะมาเป็นภรรยาคนใหม่ ทำให้บุตรชายเพียงคนเดียวอย่าง "จิรัฎฐ์" ไม่ยอมรับเเละพยายามข่มขู่หญิงสาวด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อให้ออกไปจากชีวิตบิดา แต่กลายเป็นว่าเขากลับติดใจบทลงทัณฑ์ซะเอง
บทนำ
ภายในห้องทำงานสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ของหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์...บรรยากาศอัดแน่นเต็มไปด้วยความเครียด แม้แต่แอร์เย็นๆ ที่พัดลงกระทบผิวยังไม่ช่วยทำให้ใจของเขานั้นดูเย็นแต่อย่างใด
‘วาดคุณต้องฟังที่ผมอธิบายก่อนนะ สิ่งที่คุณเห็นที่คุณได้ยินคุณกำลังเข้าใจผิด’ เสียงของผู้เป็นสามีเอ่ยขึ้น เพราะตนนั้นยังไม่ได้ทันจะบอกความจริงให้ภรรยาฟังนั้นก็กลับมีเรื่องขึ้นมาเสียก่อน
‘อธิบายหรือคะ เราอยู่ด้วยกันมายี่สิบกว่าปี จนป่านนี้ตาเพลิงโตจะมีครอบครัวแล้ว แล้วคุณยังคิดจะมีเล็กมีน้อยอีกหรือคะ’ ธัญพิมลผู้เป็นภรรยามองใบหน้าสามีด้วยความผิดหวังและเสียใจ เพราะหล่อนเองไม่เคยคิดว่าสามีนั้นจะเก็บเงียบมีเล็กมีน้อยมานานโดยที่ตัวเองไม่เคยรู้มาก่อนเลย
‘มันไม่จริงนะ ข่าวที่คนอื่นพูดมาเป็นแค่เรื่องที่เขาเล่าปากต่อปาก คุณต้องฟังผมอธิบายนะวาด เด็กคนนั้น...’
‘จะให้วาดฟังคุณว่าเด็กคนนั้นเป็นกิ๊กคุณหรือคะ ทำไม…ทำไมคุณถึง...’ ธัญพิมลมองใบหน้าของสามีด้วยความเจ็บปวด
ใบหน้าของธัญพิมลเริ่มแสดงการการอึดอัดออกมา การหายใจเริ่มติดขัดและมือเรียวที่เริ่มเหี่ยวย่นเกาะกุมที่หน้าอกด้วยสีหน้าทรมาน หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ผู้เป็นสามีเดินเข้าไปหาภรรยาที่รักด้วยสีหน้าตกใจและเป็นห่วงเมื่อเห็นอาการกำเริบของภรรยา
‘ออกไป ไม่ต้องมาแตะตัววาด!’ ธัญพิมลใช้มืออีกข้างผลักสามีออก ใบหน้าของหล่อนเริ่มอิดโรยและซีดเข้าไปทุกที สายตามองชายหนุ่มที่รักอย่างตัดพ้อด้วยความเจ็บปวดทั้งกายและใจ ไม่คิดว่าสามีที่อยู่ร่วมทุกร่วมสุขกันมานานจะทำร้ายหล่อนได้มากขนาดนี้
‘วาด ที่จริงแล้วเด็กคนนั้นคือ...’
เสียงบทสวดอภิธรรมงานศพที่ทุกคนต่างมาร่วมงานด้วยความเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของภรรยาหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ จตุรัตน์หัสโยธิน ป่วยเป็นโรคหัวใจวายเฉียบพลัน พร้อมไปด้วยเสียงซุบซิบนินทาต่างๆ นานาในแง่ลบและแง่บวก
บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหมองเศร้าโดยเฉพาะจิรัฎฐ์ บุตรชายวัยยี่สิบเจ็ดปี คนเดียวของของตระกูลที่ร้องไห้เสียใจกับการจากไปของมารดาอย่างกะทันหันทั้งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น
สายตาคมของเหลือบไปมองหญิงสาวเจ้าของร่างเล็กที่กำลังเดินเข้ามาในงานในชุดนิสิต ชายหนุ่มลุกขึ้นจากที่นั่งเดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยสายตาที่เกลียดชัง แต่ทว่าเขากลับทำอะไรไม่ได้ทั้งที่ใจนั้นอยากจะไล่หญิงสาวออกไปจากงานนี้ก็ตาม
จิรัฎฐ์ปรายตามองหญิงสาวร่างเล็กที่เดินเข้าไปหาบิดาด้วยความ ขุ่นเคือง มือแกร่งกำหมัดแน่นแทบอยากจะฟาดไปที่กำแพงแรงสักทีเพื่อระบายความเจ็บแค้นที่อยู่ข้างในอกออกมา เขาเกลียดพวกผู้หญิงที่หวังจะสบายทางลัด ก็แค่พวกผู้หญิงไร้ค่า
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระบายความโกรธแค้นที่อยู่ในใจเขาออก แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ช่วยให้เขาดีขึ้นแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้เขาแทบคลั่งเข้าไปอีก สุดท้ายแล้วจิรัฎฐ์ทนความอึดอัดต่อไปไม่ไหว เขาตัดสินใจเดินเข้าไปหาบิดาที่กำลังยืนคุยกับหญิงสาวอยู่
“ดูท่าทางจะคุยกันสนุกดีนะครับ” จิรัฎฐ์เอ่ยขึ้นพลางจ้องหญิงสาวที่ยืนข้างบิดาด้วยสายตารังเกียจดูแคลน
“ตาเพลิง” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์กล่าวตักเตือนบุตรชายด้วยคำพูดผ่านทางสายตา
พาขวัญ หญิงสาวเจ้าของใบหน้าเรียวสวย ดวงตากลมสีน้ำตาลดำ ผมตรงสีดำที่ถูกรวบเป็นจุกหางม้าอยู่ทางด้านหลังมองชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น บุตรของผู้มีพระคุณของเธอด้วยความหวั่นกลัวในใจ
“เพลิง! หยุดพูดอะไรไร้สาระได้แล้ว อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!” จิรัฎฐ์ได้แต่ขบฟันกรามเก็บความแค้นไว้ในใจรอเวลาที่จะชำระ สายตาคมของเขาปรายตามองหญิงสาวที่ก้มหน้าต่ำลงพลางแสยะยิ้มออกมาด้วยความสมเพชและเหยียดหยาม ก่อนจะก้าวเดินจากไปทั้งที่ใจเขาไหม้แทบเผาหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างบิดาให้เป็นจุล
หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์สายหน้าให้กับบุตรชายที่คิดแค้นเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทั้งที่จริงแล้วภรรยาของเขาไม่ได้เสียชีวิตเพราะพาขวัญแม้แต่น้อยแต่เป็นเพราะอาการกำเริบเฉียบพลันทำให้ไม่สามารถรักษาชีวิตภรรยาที่รักไว้ได้
“คุณลุงคะ หนูขอโทษที่เป็นเหตุทำให้...”
ไม่แปลกเลยที่เธอรู้จักเขา ถึงแม้จะไม่เคยคุยกันตรงๆ สักที แต่สายตาของเขามองมาที่เธอทุกครั้ง เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและน่ากลัว ครั้งแรกที่พบกับเขาเพราะว่าหม่อมหลวงณงค์ฤทธิ์พามาให้รู้จัก ในตอนที่บริจาคช่วยทุนการศึกษาเธอ
“ไม่ใช่ความผิดของหนูจีนหรอก เพราะเจ้าเพลิงใจร้อนชอบเข้าใจอะไรผิดน่ะ อย่าไปสนใจเลย” ชายหนุ่มวัยกลางคนอายุราวๆ สี่สิบห้าปีเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มให้พาขวัญด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
“ค่ะ ขอบคุณคุณลุงมากจริงๆ นะคะ ที่ช่วยเหลือหนูตั้งมากมาย”
พาขวัญยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณพลางยิ้มให้ก่อนหันไปสบกับสายตาคมที่จ้องมองเธอไม่วางด้วยความเคียดแค้น
“แล้วนี่หนูมายังไงล่ะ”
“เพิ่งเลิกเรียนเลยนั่งรถเมย์และข้ามสะพานจากฝั่งด้านโน้นมาค่ะ” เธอพูดพลางยกมือชี้ให้
“งั้นเดี๋ยวลุงจะแวะไปส่งหนูที่หอก่อน ดึกๆ กลับบ้านคนเดียวมันอันตราย”
“ไม่ต้องหรอกค่ะหนูเกรงใจ แค่นี้หนูไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณของคุณลุงยังไงแล้วค่ะ”
พาขวัญพูดปฏิเสธพลางส่ายหน้าด้วยความเกรงใจ เพราะที่ผ่านมาหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ ช่วยอุปถัมภ์เธอด้านการศึกษาและเงินทุนมาโดยตลอด
“ไม่ต้องหรอก ฉันช่วยเธอเพราะว่าฉันอยากช่วย แล้วนี่ปีนี้เรียนจบแล้วใช่ไหมล่ะ จะไปทำงานที่ไหนหาไว้หรือยัง”
“หาไว้แล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้งานเลยค่ะ งานสมัยนี้หายากค่ะ”
หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงปนเศร้า เธอรู้ว่าการหางานทำในสมัยนี้ช่างยากลำบากเสียจริง เธอยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเรียนจบแล้วจะเป็นยังไงต่อ ทำไมสรรค์ไม่ยุติธรรมกับเธอเลย บางคนเกิดมาพร้อมกับหน้าตาและฐานะร่ำรวย แต่นี้เธอเกิดมาพร้อมกับความยากจน
“งั้นไว้หนูเรียนจบแล้วย้ายมาทำงานที่บริษัทพร้อมกับย้ายมาอยู่ที่บ้านของลุงเลยดีไหม” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เอ่ยขึ้นด้วยความเห็นใจ เขาอยากจะช่วยเด็กสาวคนนี้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อชดใช้กับสิ่งที่เขาเคยทำผิดเอาไว้อย่างไม่น่าให้อภัย
พาขวัญเมื่อได้ยินก็ตกใจกับข้อเสนอของหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ แต่เธอไม่อาจที่จะรับไว้ได้อีกแล้ว
“ไม่ค่ะ หนูไม่อยากรบกวนคุณลุงมากไปกว่านี้อีกแล้ว”
“ลุงไม่ถือว่ารบกวนหรอกนะ ลุงดีใจที่ได้หนูเป็นคนเก่งเข้ามาช่วยงาน เอาเป็นว่าเพื่อความสบายใจลุงจะหักเงินเดือนหนูทุกเดือนเดือนล่ะยี่สิบเปอร์เซ็นไว้เป็นค่าที่อยู่โอเคไหม” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์กล่าวขึ้นเพราะว่าพาขวัญนั้นเรียนได้เกรดดีมาตลอด
“แต่...”
“เอาเป็นว่าตกลงตามนี้น่ะ ลุงดีใจที่หนูมาอยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน”
“คุณลุงคะ แต่หนูรับไว้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นปฏิเสธอีกครั้งด้วยความเกรงใจต่อผู้มีพระคุณของเธอ
“เอาเป็นว่ารับไว้เถอะ ลุงให้หนูด้วยความเต็มใจ ถ้าหนูไม่รับไว้ลุงรู้สึกเสียใจนะ” เป็นคำที่เธอไม่สามารถปฏิเสธได้เลยจริงๆ พาขวัญได้แต่พยักหน้ารับพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณอีกครั้ง
“ขอบคุณนะคะ คุณลุงที่ดูแลและช่วยเหลือหนูมาตลอด”
“ไม่เป็นไร ลุงเห็นหนูเหมือนลูกสาวคนหนึ่งมาตลอด” พาขวัญได้แต่ยิ้มรับกล่าวขอบคุณหลายต่อหลายครั้ง
จิรัฎฐ์มองบิดาที่ยืนคุยอยู่กับหญิงสาวด้วยความหงุดหงิดใจ เขาแทบอยากจะเดินเข้าไปลากเธอออกจากงานด้วยซ้ำ!
คิดหรือว่าทุกอย่างจะจบเพียงเท่านี้ เพราะคนอย่างเขา ต้องชำระแค้นกับผู้หญิงคนนี้ อย่างคิดว่าจะเลื่อนขั้นยกตัวเองเป็นเมียคนใหม่ของบิดาเขาไม่มีทางให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด!
1. โลภะพิศวาส เสียงสะท้อนในความมืด คือ ปีศาจที่ซ่อนเร้น หากปรากฏขึ้น ไฟพิศวาสอาจแผดเผาเป็นเถ้าธุลี "ครั้งแรกของคุณไม่ใช่เหรอ" เขาเอ่ยขึ้นราวกับเป็นเรื่องปกติ "ถ้าไม่เตรียมให้พร้อมคุณจะเจ็บเอานะ" -------------------------------- 2. ตัณหะราตรี ปีศาจ คือ ความมืดในใจของมนุษย์ หากมีแล้วปีศาจจะปรากฏขึ้น ท่ามกลางไฟราคะแห่งนิรันดร์ "เธอยั่วฉันเองนะ ห้ามพูดว่าไม่ไหว เพราะฉันจะทำให้เธอพูดแค่ว่าเข้ามาลึก ๆ สิ"
หวงรักซาตาน ความรู้สึกที่ต้องเก็บไว้เพียงคนเดียว มันอึดอัดมากขนาดไหนคนๆ นั้นไม่มีทางเข้าใจ ทั้งที่พยายามมาตลอด ทำทุกอย่างให้เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทำไมถึงต้องแสดงท่าทีแบบนั้นออกมา ได้โปรด...เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่นะ "พราว...ฉันขอนะ” เขากระซิบน้ำเสียงพร่าบอกเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่เอานะ คิวคิว...เราเป็นเพื่อนกันนะ” เพื่อน...!! นครินทร์หยุดชะงักลงมองคนใต้ร่างที่ตัวสั่น มันเป็นที่เขาไม่อยากจะคิดถึงในตอนนี้ จะให้เขาหยุดทั้งที่เขาอยากจะเข้าไปอยู่ในร่างเธอจะตายอยู่แล้ว ไม่มีทางซะหรอก… "แล้วยังไง” ++++++++++++++++++++++ ซ่อนรักซาตาน ยิ่งหนียิ่งโหยหา ยิ่งพยายามดิ้นให้หลุดยิ่งผูกมัด “ฉันนอนกับนายไปแล้ว นายก็รักษาสัญญาบ้างสิ! ...” เธอกำลังกลัว “ฉันไม่เคยบอกว่าจะนอนกับเธอแค่ครั้งเดียว” “ณัฐ!...” เขายิ้มที่มุมปากในขณะที่มองท่าทางโกรธของอีกฝ่าย “นอนกับฉันจนกว่า ฉันจะพอใจแล้วจะไปตามคำที่เธอขอ” “คนใจร้าย...” ญาตาวีมองหน้าชายหนุ่มด้วยความเสียใจและขุ่นเคือง “นายต้องการอะไรอีก!! สนุกมากสินะ...สนุกที่แกล้งฉัน” “อืม...เธอน่าแกล้ง” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับดึงหญิงสาวเข้ามาอยู่ในวงแขนแกร่ง “แล้วก็ น่าเอาด้วย”
เมื่อสาวสายอ่อยสิบแปดมงกุฎได้รับข้อเสนอของมาเฟียหนุ่ม เธอจะต้องทำอย่างไร เพราะเงินเป็นสาเหตุที่ทำให้หนีไม่พ้นจากพันธนาการเขา !
คราแรกไซเรนวัยเเรกผลิได้ลองฝึกใช้เวทย์มนต์กับมนุษย์ เพื่อลวงให้เขาหลงใหล ทว่ากลับหลงลีลาร่ายสวาทจากชายผู้นั้นเสียเองกระทั่งก่อเกิดเป็นความรัก...ทั้งที่รู้ว่าความรักระหว่างเธอเเละเขามิอาจสมหวัง เเต่เธอยังคงปรารถนาที่จะรัก... ไม่ว่าอย่างไรเธอไม่อาจทนกับการสูญเสียเขาได้ “ไม่ต้องถอยห่างข้าก็ได้ ข้าไม่ทำอะไรเจ้า ข้าสัญญา” ฟรานซ์ตอบพร้อมกับยกมือสองข้างขึ้น “ข้าคิดว่าไม่เหมาะ...อีกอย่างท่านมีคนรักอยู่แล้ว...” ไซเรนสาวตอบ ทว่ามือแกร่งชายหนุ่มกลับรั้งร่างอรชรเเนบชิดปะทะแผงอกแกร่งรับรู้ถึงเลือดเนื้อที่ร้อนเร่าดั่งเพลิงพายุ “ฟรานซ์!” “ข้าหนาวเจ้าไม่หนาวบ้างรึ?”
เมื่อเธอตื่นขึ้นมาเเละพบว่าได้เสียความทรงจำทั้งหมดไป ขณะที่เขาเดินเข้ามาหาเเละบอกว่า "ผมคือสามีของคุณ" ...เธอเชื่อหมดใจ เเละมอบร่างกาย หัวใจให้ จนกระทั่งวันที่เขาพูดขึ้นว่า "ที่รัก...เราหย่ากันไหม?"
ความฝันของ ‘ฟางเหม่ยอี้’ คือการมีความรักสักครั้งหนึ่งในชีวิต และเมื่อวันที่ปรารถนามาถึง เจ้าชายปริศนาได้มอบดอกกุหลาบให้ 999 ดอก นั้นให้กับเธอ แต่ใครจะไปรู้ว่าคือเขากันละ ! ทว่าสำหรับ ‘เฟยหลง’ การที่ได้มองรอยยิ้มของสาวน้อยนั้นทำให้เขามีความสุขมากที่สุด แม้จะไม่ยอมรับว่าแอบชอบเธอก็ตาม แต่ทว่าลูกพี่ลูกน้องได้บอกกับเขาว่า “ถ้าอยากรู้ว่าหลงรักไหม ให้ลองกอดดูสิ !”
เส้าหยวนหยวนแต่งงานกับแม่ทัพเทพทรงพลังที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนส่งผลกระทบต่อทางจิตใจหลังจาดที่เธอย้อนเวลา เธอไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับการสมรู้ร่วมคิด และต้องการร่วมมือกับเขาเพื่อแสวงหาอิสรภาพ เธอก่อตั้งธุรกิจ รักษาโรคของคนไข้ และช่วยชีวิตผู้คน เป็นคนที่ยอดเยี่ยม กลายเป็นผู้ช่วยที่ดีของแม่ทัพ แต่ต่อมาแม่ทัพกลับคืนคำ ไหนตกลงไว้ว่าจะหย่าล่ะ?
เดิมทีนางเป็นทายาทของตระกูลแพทย์เทพ แต่จู่ๆ นางก็กลายเป็นบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีที่พ่อไม่สนใจใยดีและแม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังนางยังเด็ก ในวันที่นางย้อนยุค นางถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่สังหารฮูหยินจวนโหว นางพยายามพลิกผัน พลิกสถานการณ์ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง นางคิดว่าภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นจบลงแล้ว แต่นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางจะต้องเผชิญคือเหวอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นถึงบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีกลับมีอันตรายอยู้รอบตัวมากมาย ทุกคนก็รังแกนางได้ พ่อไม่สนใจนางจะเป็นหรือจะตาย แม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่สนุกกับการทรมานนาง คู่หมั้นชั่วร้ายของนางอยากจะใช้นางเป็นประโยชน์เพื่อขึ้นไปที่สูง และแม้แต่น้องชายแท้ๆ ของนางยังทรยศนาง นางจึงเริ่มต่อสู้กับคนเจ้าเล่ห์ ข่มเหงแม่เลี้ยงของนาง และดูแลน้องชายและน้องสาวของนาง ดังนั้นนางวางแผนที่จะเล่นงานผู้ชายชั่ว เอาคืนแม่เลี้ยง และแก้แค้นน้องๆ ระหว่างที่นางแก้แค้นนั้น นางมีชีวิตที่มีความสุข แต่กลับไม่รู้ว่าไปยั่วยุคนใหญคนหนึ่งเข้าเมื่อไร เมื่อนางจะทำเรื่องไม่ดีหรือฆ่าคน เขาก็ช่วยนางหมด ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ที่ถามออกมาว่า "ท่าน แม้ว่าข้าจะทำลายโลกที่ไม่มความยุติธรรมนี้ ท่านก็จะช่วยข้าเช่นกันหรือ" เขาทำหน้าใจเย็น "ตราบใดที่เจ้าอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าจะเป็นโลกใบนี้ ข้าก็สามารถให้เจ้าได้"
เธอก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่เคยสนใจ แต่ก็ยังดึงดันอยากจะอยู่ใกล้ ต่อให้เธอเป็นเมียแต่งเขาก็คงไม่มีวันเปลี่ยนใจ เพราะเหตุนี้เธอจึงตัดสินใจจากไปในคืนแต่งงาน "จากนี้ไปเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก" 🥀
ในชาติก่อน นางได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลาห้าปี แต่ความดีความชอบทางการทหารกลับถูกน้องหญิงยึดไป คู่หมั้นที่นางรักหมดใจนั้นกลับนิ่งเฉยและร่วมมือกับอีกฝ่ายผลักนางตกลงสู่ห้วงลึกจนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในคืนที่หนาวเย็น หลังจากได้เกิดใหม่ นางสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกนางได้รับผลกรรมที่สาสม เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เสแสร้งและผู้ชายเจ้าชู้ นางยิ้มเยาะ : ความดีความชอบทางทหาร? รางวัล? คู่หมั้น? เอาไปให้หมด นางหันหลังกลับและคุกเข่าในงานเลี้ยงในวังอย่างน่าตกใจโดยชี้ตรงไปยังมุมมืดที่มีอ๋องอวี้นั่งอยู่บนรถเข็น“ขอฝ่าบาททรงโปรดพระราชทานการสมรสระหว่างหม่อมฉันกับอ๋องอวี้เพคะ” ทุกคนต่างตกตะลึง อ๋องอวี้เซียวจือ ขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้และมีนิสัยเย็นชา เป็นคนที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเสมือนปีศาจที่มีชีวิต ทุกคนหัวเราะเยาะนางว่าคงบ้าไปแล้ว ถึงรนหาที่ตายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางเห็นถึงความโดดเด่นและพลังที่ซ่อนอยู่ลึกในตัวชายคนนี้ นางช่วยให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและรักษาขาที่เป็นพิการ เขาสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่มั่นคงแก่นางและเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้นาง เมื่อน้องหญิงที่แอบอ้างนำความดีความชอบทางทหารของนางไปอวดความเก่งกล้า และแม่แท้ ๆ ยังคงใช้กลอุบายควบคุมชะตากรรมของนาง… นางและอ๋องอวี้ร่วมมือกันวางแผนอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เปิดโปงกลโกงและแสดงความกล้าหาญในสนามรบ! จนกระทั่งอ๋องอวี้ยืนขึ้นได้อีกครั้งและมีอำนาจครอบครองราชสำนัก จนกระทั่งนางแสดงตราประทับที่แท้จริงข และให้ทหารทั้งหลายยอมรับ ทุกคนเพิ่งรู้สึกตระหนักว่า คนที่พวกเขาเคยทิ้งไปไม่ต่างจากขยะนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกันแล้วครองแผ่นดินไว้ด้วยแล้ว
หลินเจียอีหญิงสาวในศตวรรษที่21ตกตายด้วยโรคระบาด วิญญาณของเธอได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ14 ที่มีชื่อเดียวกับเธอซึ่งสิ้นใจตายระหว่างเดินทางกลับบ้านเดิมของมารด ********* หลินเจียอีลืมตาตื่นขึ้นมาในสภาพบ้านที่ไม่คุ้นชิน เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้ได้เข้ารักษาตัวจากอาการติดเชื้อโรคระบาดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เหตุใดถึงมาโผล่ในบ้านทรงโบราณ รอบกายเธอเต็มไปด้วยผู้คนแต่งตัวล้าสมัย ต่อมาเธอค้นพบว่าตนเองได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ 14 ซึ่งมีชื่อเดียวกันกับเธอ แต่ชะตากรรมของเด็กสาวผู้นี้ช่างน่าสงสารนัก บิดาเพิ่งลาโลก แม่โดนฮุบสมบัติแล้วถูกขับไล่ออกจากตระกูล ต้องระหกระเหินพาเจ้าของร่างที่ถูกทุบตีจนสิ้นใจระหว่างทางกลับมาบ้านเดิมที่แสนยากจนข้นแค้น ****ไม่มีฉากอีโรติก เริ่มล็อกเหรียญตอนที่ 25 ก่อนเข้าไปอ่านเนื้อหานิยายอ่านคำเตือนก่อนนะคะ (สำคัญมาก) 1. กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพให้เกียรตินักเขียนและนักอ่านท่านอื่น หากแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำหยาบคายไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในนิยายหรือมุ่งประเด็นด่าทอนักเขียนเพื่อระบายอารมณ์ ความคิดเห็นจะถูกลบออก!! 2. นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน บุคคลและสถานที่ที่เกิดขึ้นไม่มีอยู่จริงในโลก เนื้อหาในนิยายมีทั้งสมเหตุผลและไม่สมเหตุสมผล บางตอนอาจมีฉากที่รุนแรง (ต่อสู้) โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 3. ตัวละครในนิยายมีทั้งดีและเลวแต่กต่างกันไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ห้ามคัดลอกดัดแปลงแก้ไขนิยายเรื่องนี้ทุกกรณี หน่วยเงินตรา 1000 อีแปะ 1 ตำลึงเงิน หน่วยวัดตวงน้ำหนัก 1 ชั่ง 500 กรัม หน่วยเวลา 1 จิบน้ำชา ระยะเวลาที่สั้นมาก ๆ 1 เค่อ 15 นาที 1 ก้านธูป 30 นาที 1 ชั่วยาม 2 ชั่วโมง 12 ชั่วยาม 24 ชั่วโมง ยามจื่อ 23.00-24.59 ยามโฉ่ว 01.00-02.59 ยามอิ๋น 03.00-04.59 ยามเหม่า 05.00-06.59 ยามเฉิน 07.00-08.59 ยามซื่อ 09.00-10.59 ยามอู่ 11.00-12.59 ยามเว่ย 13.00-14.59 ยามเชิน 15.00.16.59 ยาวโหย่ว 17.00-18.59 ยามชวี 19.00-20.59 ยามห้าย 21.00-22.59
เธอคิดว่าพวกเขาจะต่างคนต่างไปหลังจากการหย่าร้าง โดยเขาใช้ชีวิตของเขาเอง ส่วนเธอก็มีความสุขกับเธอไป-- แต่แล้ว... "ที่รัก ผมผิดไปแล้ว คุณกลับมาได้ไหม" ชายใจร้ายที่เคยหักหลังเธอสุดท้ายก็ก้มหัวที่หยิ่งผยองลง "เราคืนดีกันเถอะ ผมขอร้องล่ะ" ซูเชียนชือผลักดอกไม้ที่ชายคนนั้นมอบให้ออกไปอย่างเย็นชา และตอบอย่างใจเย็น "มันสายไปแล้ว"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY