"กลับมาคบกันไม่งั้นฉันจะบอกพ่อแม่เธอเรื่องคืนนั้นที่ฉันเอาเธอแล้ว"
"กลับมาคบกันไม่งั้นฉันจะบอกพ่อแม่เธอเรื่องคืนนั้นที่ฉันเอาเธอแล้ว"
ณ ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง
เด็กสาวหน้าตาน่ารักผิวพรรณสดใสเธออยู่ในชุดเครื่องแบบชั้นมัธยมปลายของโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งข้างกายของเธอนั้นมีชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีกำลังนั่งเตรียมพร้อมที่จะรับฟังคำพูดของเธอหลังจากที่เขาพึ่งจะพูดคำว่า ‘เลิก ’ออกไป
“พี่เวหา~ นี่พี่คิดจะทิ้งพิงค์กี้ใช่มั้ยคะ” เด็กสาวชั้นมัธยมปลายพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่อยากจะเอาเรื่องชายหนุ่ม มือเรียวเล็กยกขึ้นกอดอกแน่นซึ่งท่าทางรวมไปถึงน้ำเสียงเล็กแหลมของเธอทำให้ชายหนุ่มรีบเบือนหน้าหันเมินเธอทันที
เวหานั่งนิ่งพลางหันมองไปทางอื่นแต่แล้วสายตาคมก็เหลือบไปเห็นเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่งเข้าอย่างจัง เธอคนนี้สวยหวานใบหน้าสดใสน่ารัก รูปร่างกำลังดีมองไปมองมาก็เหมือนกับว่าเขาคุ้นๆและอาจจะรู้จักเธอ
“พี่เวหามองอะไรของพี่!!” พิงค์กี้ที่มองไปตามสายตาของเวหาก็เห็นเข้ากับเธอคนนั้นผู้หญิงที่เวหากำลังจ้องมองอยู่ไม่รอช้าหญิงสาวเริ่มเกิดอาการหึงหวงจนเลือดลมในกายพลุ่งพล่าน มือเล็กจับเข้าที่ท่อนแขนกำยำพลางดึงรั้งให้ชายหนุ่มรุ่นพี่หันกลับมามองที่เธอ
“อะไรของเธอวะ!!” หนุ่มมัธยมปลายที่โดนดึงรั้งร่างกายก็เริ่มระงับสติอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่จึงได้ส่งเสียงดังตวาดใส่รุ่นน้องสาวจนร่างบางสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ที่ผ่านมาเธอไม่เคยโดนเขาพูดเสียงดังแบบนี้ด้วยเลยสักครั้งใบหน้าสวยเริ่มเบะปากราวกับเด็กน้อยที่โดนรังแก
เวหาที่เห็นดังนั้นก็อึ้งแต่เขาไม่ได้สงสารหรือเข้าใจอะไรในตัวเธอหรอกนะที่อึ้งก็แค่งงๆว่าเธอทำไมถึงได้ทำตัวแบบนี้ใส่เขาความเบื่อหน่ายและไม่อยากพูดคุยเริ่มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นวันนี้เขาต้องจบเรื่องเธอกับเขาให้ได้
พิ้งค์กี้ที่ผ่านมาเธอก็ทำตัวน่ารักดีหรอกนะ เชื่อฟังว่าง่ายเก็บเรื่องของเขาและเธอไว้เป็นความลับได้ดีแต่พอพักหลังๆมาทำไมเธอเปลี่ยนไปก็ไม่รู้ทั้งจ้องจับผิดหาเรื่องขอดูโทรศัพท์มือถือของเขาอีกทั้งยังห้ามไม่ให้เขามองผู้หญิงคนไหนสักคน
เธอทำตัวเองทั้งนั้นแค่อยู่เฉยๆทำตัวน่ารักๆเขาและเธอก็คงจะได้แอบกินกันต่อไปเรื่อยๆไม่ต้องมาจบความสัมพันธ์แบบนี้เพราะเธอเองนะที่ทำให้เขาต้องทำแบบนี้ทำตัวประดุจดัง ‘แฟน’ ของเขาทั้งที่ก็ไม่ใช่!!
เวหาสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเต็มที่แล้วจึงถอนหายใจออกมา ความรู้สึกรำคาญเธอคนนี้มีเพิ่มมากขึ้นทุกวันจนมาถึงวันนี้ วันที่เขาเริ่มทนไม่ไหวจึงได้นัดเธอคนนี้ให้มาพบเพื่อที่จะได้จบความสัมพันธ์ลับๆของเขาและเธอสักที
“จะเรียกว่าทิ้งได้ยังไงในเมื่อพวกเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน!!” เวหาปรายตามองเด็กสาวรุ่นน้องที่เรียกร้องให้เขารับผิดชอบทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเขาก็เคยบอกเธอไปแล้ว
“ไม่นะคะ..” สิ้นเสียงของเวหาเธอคนนั้นก็รีบคว้าข้อมือของเขาเอาไว้พร้อมกับนำมาแนบเข้าที่ใบหน้าเรียวสวยของตัวเอง
“พิ้งค์กี้รักพี่เวหามากนะคะแล้วพวกเราก็..เอากันไปแล้ว” เธอค่อยๆขยับร่างกายเข้าใกล้ร่างกำยำของผู้ชายตรงหน้าโดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าจะมีกี่สายตาที่มองมายังเธอและเขา คนที่ตัวสูงกว่าดันร่างเล็กให้ห่างออกจากตัวเขาก่อนที่จะพูดในสิ่งที่ตัวเขาเองก็ได้เคยพูดบอกเธอไปแล้ว
“แล้วไงในเมื่อวันนั้นพี่บอกเธอแล้วว่าพี่ไม่คิดที่จะจริงจังกับเธอหรือแม้แต่กับใครทั้งนั้นเพราะว่าพี่มีว่าที่คู่หมั้นอยู่แล้ว!!” ชายหนุ่มตัวร้ายหยิบยกเรื่องคู่หมั้นที่ซึ่งตัวเขาเองก็พึ่งจะนึกขึ้นได้ในตอนที่พูดบอกเธอไปเมื่อครู่นี้
“ว่าไงนะ!! ว่าที่คู่หมั้นอะไรของพี่ เมื่อกี้พี่ยังพูดอยู่เลยว่าจะไม่คิดจริงจังกับใคร นี่พี่มีคู่หมั้นแล้วเหรอคะ ทำไมถึงไม่ยอมบอกกัน” พิงค์กี้เบิกตากว้างเมื่อได้ยินประโยคคำพูดของรุ่นพี่หนุ่มที่เธอรัก เธอและเขาได้แอบมีความสัมพันธ์กับแบบลับๆเมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่แล้วและเป็นตัวเธอเองที่เป็นฝ่ายขอเริ่มความสัมพันธ์บ้าๆพวกนี้ขึ้นมาโดยที่เขาก็ได้บอกเธอไว้แล้วว่าเขาไม่คิดที่จะจริงจังกับเธอหรือแม้แต่กับใครทั้งนั้นซึ่งเธอก็ยอมรับและตกลงที่จะนอนกับเขา
ก็นะ..พี่เวหาเขาทั้งหล่อทั้งรวยแถมยังตรงสเปคเธอเป็นอย่างมากแล้วเรื่องอะไรที่เธอจะต้องไม่ชอบเขาด้วยละได้กินของดีแถมยังอร่อยเลิศล้ำเป็นใครจะไม่เอาบ้างถึงแม้ว่าตัวเองจะต้องเอาตัวเข้าแลกก็เถอะแต่มันก็คุ้มค่ากับสิ่งที่ต้องเสียไปซึ่งเธอก็ไม่ได้อะไรมากหรอกนะก็เพราะพี่เขาไม่ใช่ผู้ชายคนแรกของเธอนี่
แต่เธอก็ไม่คิดเลยว่าเขาว่าพี่เขาจะหาเรื่องเทเธอได้เร็วถึงขนาดนี้!!
“คนนี้พ่อแม่พี่เลือกให้” เวหายิ้มอย่างผู้ชนะพร้อมทั้งเหลือบตามองรุ่นน้องสาวที่เอาแต่ยืนจ้องหน้าเขาตาเขม็งใบหน้าเรียวสวยโกรธจัดจนแก้มเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อซึ่งชายหนุ่มที่ซึ่งไม่คิดที่จะสนใจเธออยู่แล้วก็เลือกที่จะไม่สนใจอะไรไม่ว่ายังไงวันนี้เขาก็จะต้องสลัดเธอทิ้งให้ได้
“สรุปก็คือพี่หลอกเอาพิ้งค์กี้ใช่มั้ยไม่ต้องมาพูดอะไรให้มันเยอะแยะหรอกนะคะ” พิงค์กี้รุ่นน้องสาวคนสวยยืนกำหมัดแน่นในแววตามีแต่ความเคืองโกรธอย่างเห็นได้ชัดที่ผ่านมาก็มีที่เคยคิดเอาไว้บ้างว่ายังไงก็คงต้องมาถึง
“เฮ้อ~ อยากคิดอะไรก็แล้วแต่เธอแล้วกัน” เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่จนกระทั่งผู้หญิงคนนั้นคนที่เขามองเธออยู่ได้เดินเข้ามาใกล้เขามากขึ้นทันใดนั้นหัวสมองพลันนึกอะไรสนุกๆขึ้นมาจนได้
“นั่นไงเธอคนนั้นมาแล้ว ว่าที่คู่หมั้นของฉัน” เวหาชี้มือไปที่ผู้หญิงคนนั้นพร้อมกับบอกคนตัวเล็กไปว่าเธอคนนั้นนั่นแหละก็คือว่าที่คู่หมั้นของเขา
ร่างหนาไม่รีรอที่จะเดินเข้าไปพูดคุยกับเธอคนนั้นให้รู้เรื่องเสียก่อนที่เธอจะทำเรื่องแดงขึ้นมาด้วยความไม่รู้และเมื่อเดินเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นไอ้หัวใจดวงน้อยๆของเขาก็เริ่มใจเต้นแรงขึ้นและนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาใจเต้นแรงให้กับผู้หญิง อย่าบอกนะว่าเขาตกหลุมรักเธอเข้าให้แล้ว
เวหาเดินไปหยุดยืนขวางทางเธอเอาไว้ทำให้ร่างบางที่กำลังเดินเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่เงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาด้วยความงงงวยและเขาไม่รอช้าที่จะขอคุยกับเธออย่างเร่งด่วนฉับพลัน
“นี่ขอคุยด้วยหน่อย” เสียงทุ้มพูดขึ้นพร้อมกับมือที่เอื้อมไปจับเข้าที่ข้อมือเรียวเล็กของเธอคนนั้นอย่างถือวิสาสะยอมรับเลยว่าใจเต้นแรงยามที่มองสบตาคู่สวย เธอสวยมากขนาดที่ไม่ได้แต่งหน้าหน้าสดก็ยังสวยหวานราวกับหยดน้ำผึ้งเดือนห้า ปากนิดจมูกหน่อยผิวก็ขาวอมชมพูทำเขาละสายตาจากเธอไม่ได้เลย
“คะ คุยกับเราเหรอ?” เธอชี้นิ้วเข้าหาตัวเองสายตาก็มองไปยังบริเวณข้อมือเล็กของตัวเองที่ตอนนี้กำลังโดนเขาเกาะกุมมือของเธออยู่และด้วยความตกใจจึงทำให้สมองคิดประมวลผลช้าไปหมด
เชอรีนเดินตามเขาไปเรื่อยๆทั้งๆที่ใบหน้าสวยใสก็ยังมึนงงอยู่ว่าเขาคนนี้คือใครกันนะ
“ใช่ มาคุยกันหน่อย” เวหาเดินจับข้อมือเล็กค่อยๆเดินมาตามทางแต่แล้วเชอรีนที่เริ่มพลันคิดขึ้นมาได้ว่าตัวเองต้องดิ้นต้องไม่ยอมให้เขาเดินจูงมือเธอแบบนี้ก็เริ่มขัดขืนแสดงความต้องการของตัวเองว่าไม่อยากที่จะเดินไปกับเขา
“นี่ปล่อยนะ! อยากคุยอะไรก็คุยตรงนี้ไม่รู้จักกันอยู่ดีๆมาจับมือได้ไง หรือว่าเป็นพวกโรคจิต?” ร่างบางสะบัดมือออกจากการจับกุมของเขาและเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ไม่มีเวลาแล้วฉันจะพูดกับเธอแค่ครั้งเดียวเท่านั้น!!” เวหาหันมาพูดแล้วยิ้มขึ้นที่มุมปากบอกเธอในตอนนี้ไม่มีเวลาที่จะพาไปนั่งอธิบายแล้วคงจะพูดได้เพียงเท่านี้อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด
“....”
“ฉันอยากให้เธอช่วยปลอมเป็นว่าที่คู่หมั้นให้ฉันหน่อย”
“ฉันไม่ชอบเธอ! อย่าเข้ามายุ่งกับฉันอีก” “ชะเอมก็ไม่เคยคิดที่จะชอบคนอย่างพี่เหมือนกัน แต่ที่ทำก็เพราะ..”
"พี่ไม่คิดที่จะชอบเธอหรอกนะ! พี่ไม่ชอบคนอ้วนน่ะเข้าใจไว้ด้วย”
“ฉันก็แค่อยากช่วยเพื่อนให้ห่างจากผู้หญิงแบบเธอ” “ผู้หญิงแบบฉันมันเป็นยังไง” “ก็อยากได้ผัวของคนอื่นไง!!!”
“พี่นี่แหละว่าที่คู่หมั้นเธอและยังเป็นผัวคนแรกและคนเดียวของเธออีกด้วย!!!”
อลิสหญิงสาวลูกคุณหนู เธอถูกแฟนหนุ่มที่เพิ่งจะเริ่มคบได้เพียงแค่3เดือนวางยาปลุกเซ็กส์หวังจะเคลมเธอแต่ดันมีเจ้าหนี้หนุ่มโผล่เข้ามาเสียก่อน
เธอสาวมัธยมปลายไปสารภาพรักกับรุ่นพี่มหาลัยปี1แต่ก็โดนปฎิเสธกลับมา ผ่านไป3ปีพวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้งในรั้วมหาลัย....แถมยังต้องให้มีเรื่องใกล้ชิดกันอีก ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
เส้าหยวนหยวนแต่งงานกับแม่ทัพเทพทรงพลังที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนส่งผลกระทบต่อทางจิตใจหลังจาดที่เธอย้อนเวลา เธอไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับการสมรู้ร่วมคิด และต้องการร่วมมือกับเขาเพื่อแสวงหาอิสรภาพ เธอก่อตั้งธุรกิจ รักษาโรคของคนไข้ และช่วยชีวิตผู้คน เป็นคนที่ยอดเยี่ยม กลายเป็นผู้ช่วยที่ดีของแม่ทัพ แต่ต่อมาแม่ทัพกลับคืนคำ ไหนตกลงไว้ว่าจะหย่าล่ะ?
สตรีนางอื่นคงจะข้ามภพมาเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคมากมายจนกลายเป็นวีรสตรี กู้ชาติกู้แผ่นดิน แต่สำหรับข้านั้น “ความรักไม่แน่นอน แต่ความง่วงเป็นสิ่งที่ต้องนอนแน่ๆ”
เสิ่นหยวูแต่งงานกับเหอซวี่ที่เป็นสูติแพทย์ตอนอายุยี่สิบสี่ปี สองปีต่อมา เมื่อเธอตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้ว เหอซวี่ก็วางแผนแท้งลูกเธอด้วยมือตัวเอง และหย่าร้างกับเธอ ระหว่างช่วงเวลาที่มืดมนเหล่านี้ ตู้หยวุนปรากฏตัวเข้าในชีวิตของเสิ่นหยวู เขาทำดีต่อเธออย่างอ่อนโยน และให้ความอบอุ่นแก่เธออย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ทำให้เธอต้องเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเช่นกัน สุดท้าย เสิ่นหยวูจึงเข้มแข็งขึ้นหลังผ่านพ้นไปกับทุกอย่างแล้ว แต่เมื่อความจริงก็ถูกเปิดเผยในที่สุด เธอจะยอมรับและอดทนได้ไหม? อยู่เบื้องหลังตู้หยวุนผู้ที่หล่อเหลาดูมีเสน่ห์นั้นเป็นใคร?และเมื่อพบคำตอบแล้ว เสิ่นหยวูจะรับมือยังไง ?
ไม่คิดว่าการพบกันครั้งแรกกับสามีที่แต่งงานกันสามปีจะเกิดขึ้นบนเตียง และหลังจากเกิดเรื่องฮั่วฮานยูไม่เพียงจำเธอไม่ได้ แต่กลับมองเธอว่าเป็นผู้หญิงที่ขายตัวเพื่อเงิน เกลียดเธออย่างรุนแรง ข้อตกลงการหย่าฉบับหนึ่ง เดิมทีซวี่อี้คิดว่าจากนี้เป็นต้นไปสองคนจะไม่มีทางมีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก แต่กลับไม่คิดว่าโชคชะตานำพาให้เธอได้กลายเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของบริษัทฮั่วซื่อ ทำให้เธอกลับมาเกี่ยวพันกับอดีตสามีอีกครั้ง รอจนฮั่วฮานยูจำซวี่อี้ได้ และอ้อนวอนให้เธออยู่ต่อ ซวี่อี้ก็ปัดมือของเขา และยิ้มอ่อน ๆ “คุณฮั่ว ตอนหย่าคุณไม่สนใจ ตอนนี้ฉันแค่ลาออก คุณร้องไห้อะไรกันคะ? ”
ในวันครบรอบแต่งงาน เหวินซือถูกเมียน้อยของสามีวางยาและไปมีอะไรกับคนแปลกหน้า เธอสูญเสียความบริสุทธิ์ไป แต่เมียน้อยคนนั้นกลับตั้งท้องลูกของสามี ภายใต้ความกดดันต่างๆ เหวินซื่อสูญรู้สึกสิ้นหวังและตัดสินใจหย่า แต่สามีของเธอกลับไม่แยแสโดยคิดว่าเธอกำลังเล่นลูกไม้อยู่ หลังจากการหย่ากัน เหวินซือกลายเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงและมีผู้ชายนับไม่ถ้วนที่ตามจีบเธอ อดีตสามีไม่ยอมและขอคืนดีไปถึงที่ จากนั้นก็ว่า เธออยู่ในอ้อมแขนของคนใหญคนโตคนหนึ่ง และชายคนนั้นก็พูดอย่างสงบว่า "ดูให้ดี นี่คือพี่สะใภ้ของนาย"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY