ย้อนเวลาไปในยุค 80 ร่ำรวยได้ยังไง เรามาดูกันค่ะ
ย้อนเวลาไปในยุค 80 ร่ำรวยได้ยังไง เรามาดูกันค่ะ
เปรี๊ยง! เปรี๊ยง!
เสียงฟ้าร้องดังในขณะที่ท้องฟ้าอึมครึม ก่อนจะมีเม็ดฝนโปรยปรายลงมาเป็นเส้นยาวราวกับม่านบาง ๆ ทำให้ถนนใหญ่ของเมืองหลวงเปียกชุ่มจนเกิดเงาสะท้อนจากแสงไฟริมขอบถนนที่เริ่มสว่างขึ้นในช่วงที่ท้องฟ้ามืดครึ้มและฝนพรำ
ชิงเหม่ย เจ้าของร่างอ้อนแอ้นราวกับว่าเมื่อลมพัดมาก็จะปลิวไปได้ง่าย ๆ เธอสวมเสื้อคลุมผ้าบางที่แทบไม่กันฝน รีบวิ่งไปบนถนนพลางยกกระโปรงขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ชายกระโปรงเปียกน้ำฝนที่พื้นถนนเอาได้ ชิงเหม่ยกอดห่อผ้าขนาดเล็กไว้แน่นใต้เสื้อคลุม นั่นคืออาหารเช้าที่เธอเตรียมไปกินระหว่างพักเที่ยงที่ทำงาน
เสียงย่ำเท้าของชิงเหม่ยดังปนไปกับเสียงล้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่แล่นผ่านน้ำขังจนสาดกระเซ็น คนบนถนนบางคนถือร่มเดินอย่างระวัง บางคนก็ใช้กระเป๋าหรือของใช้ที่ติดมือมาบังศีรษะของตัวเองเอาไว้
แต่สำหรับชิงเหม่ยแล้ว ไม่มีเวลาพอจะคิดถึงฝนที่เย็นยะเยือก เธอมีเวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่จะไปทำงานสาย ชิงเหม่ยวิ่งหลบฝนไปพลางพึมพำกับตัวเองไปว่า…
‘ต้องรีบไปให้ทันก่อนที่จะประชุม นี่เป็นโอกาสสำคัญที่เราจะทำผลงานได้ และผลงานชิ้นนี้จะเป็นใบเบิกทางให้เราได้เลื่อนตำแหน่ง เงินเดือนและสวัสดิการก็จะมากขึ้นอีกด้วย สู้ ๆ ชิงเหม่ย ฝนตกแค่นี้อย่าไปกลัว’
และระหว่างที่ชิงเหม่ยกำลังคิดถึงอนาคตอันสดใสของตัวเองอยู่นั้น เสียงแตรรถก็ดังขึ้นมาจากระยะไกล พร้อมกับเสียงยางรถเบียดพื้นถนนที่เกิดจากการเบรกอย่างกะทันหัน
ปี๊น! ปี๊น! เอี๊ยด!
เสียงแตรรถพร้อมกับเสียงเบรก ทำให้ชิงเหม่ยหยุดนิ่งและเงยหน้าขึ้นมองรถยนต์ที่เหมือนจะเสียหลักกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ตัวของเธอ พอชิงเหม่ยรู้ตัวก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ
“ว๊าย!”
“หลบไป ๆ เบรกไม่อยู่!”
เหมือนเวลาหยุดนิ่ง ห่อผ้าในมือบางหลุดร่วง น้ำฝนไหลลงบนใบหน้า จิตสุดท้ายของชิงเหม่ยคิดได้แค่ว่า…
‘ชีวิตของเราต้องจบลงแล้วเหรอ’
ชิงเหม่ยรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองนั้นกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ ไม่มีน้ำหนักหรือความเจ็บปวด ทุกอย่างขาวโพลนไปหมด แสงขาวสว่างจ้าคลายกับเมฆหมอกจนมองไม่เห็นสิ่งอื่นใดรอบตัว ก่อนจะมีเสียงของหญิงสาวลึกลับดังขึ้นกึกก้อง
“เจ้าคือผู้ถูกลิขิต ชีวิตของเจ้าที่นี่สิ้นสุดแล้ว แต่หนทางของเจ้ายังไม่จบลงเพียงเท่านี้”
“นะ นี่คือความตายอย่างนั้นหรือ ฉันยังตายไม่ได้นะ ฉันยังสาวอยู่เลย แฟนก็ยังไม่เคยมีสักคน หน้าที่การงานก็ยังต่ำเตี้ย ที่สำคัญฉันยังทำให้พ่อกับแม่ภูมิใจไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นฉันยังตายไม่ได้จริง ๆ ฮือ…”
“เจ้าอย่าพึ่งตีโพยตีพายไป เจ้าจะได้โอกาสมีชีวิตอีกครั้ง เพื่อแก้ไขสิ่งที่เจ้ามิอาจทำได้ในชีวิตที่เคยมี แต่ว่าที่ที่เจ้าต้องไปนั้น จะมิใช่ที่ที่เจ้าจากมา”
“…ละ แล้วฉันจะได้ไปที่ใดกัน”
“หึหึ ย้อนกลับไปยังอดีต ที่นั่นคือโลกที่เจ้าจะได้เริ่มต้นใหม่ในร่างเดิม เพียงแต่ยุคสมัยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”
“อะ อดีตอย่างนั้นหรือ แต่ฉันยังมีสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จอีกตั้งเยอะเลยนะ ฉันต้องการกลับไปยังโลกปัจจุบัน คุณ! คุณได้ยินฉันไหม”
และทุกอย่างก็เงียบลง ก่อนที่ชิงเหม่ยจะหมดสติไปอีกครั้งในแสงสีขาว อย่างกับทุกอย่างเป็นเพียงความฝันหรือนิมิตอย่างไรอย่างนั้น…
เสียงนกและกลิ่นดินหลังฝนตก ทำให้เปลือกตาบางของคนที่กำลังหลับใหลค่อย ๆ ลืมขึ้นมาอย่างช้า ๆ เมื่อยกศีรษะขึ้นก็รู้สึกปวดและมึนเมาเล็กน้อย สายตาที่ยังคงพร่ามัวมองไปรอบ ๆ เห็นผนังไม้เก่า
‘ที่นี่คือที่ใด หรือว่านี่คืออดีตที่เสียงนั้นกล่าวถึง’
นอกจากนี้ยังได้ยินเสียงพูดคุยของผู้หญิงและผู้ชายดังมาจากข้างนอกห้องอีกด้วย ถึงแม้ว่าอาการจะยังไม่สู้ดี แต่สมองก็สั่งให้ตั้งใจฟัง
“เถ้าแก่ฟงให้ราคาดี จะมัวรออะไรอีก เด็กคนนี้ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรในบ้านอยู่แล้ว”
“แต่ชิงเหม่ยยังไม่หายดีเลยนะ ถ้าหากเธอรู้ว่าเราจะขายเธอให้คนอายุมากกว่าหลายปี เธอจะรับไม่ได้จนยอมกัดลิ้นตัวเองตายไปเลยเหรอ”
“อย่ามัวแต่ใจอ่อน! เงินที่เขาให้มามากพอที่จะปลดหนี้ทั้งหมดของบ้านเราได้ แล้วยังเหลือพอให้เธอไปซื้อผ้าใหม่อีกด้วย”
ชิงเหม่ยได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน ทำให้หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจ พลางพึมพำกับตัวเองในใจว่าคนที่สองคนข้างนอกนั้นจะขายนั้นใช่ตัวเธอหรือไม่ แต่ชื่อที่เอ่ยออกมามันก็คือชื่อของเธอ
‘ขาย? พวกเขาคิดจะขายฉันอย่างนั้นหรือ’
เมื่อชิงเหม่ยคิดได้อย่างนั้น ก็รีบลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะเดินไปมองร่างกายของตัวเองในกระจกเก่าบานเล็ก ก็พบว่าร่างกายนี้เหมือนเค้าโครงเดิมของเธอแทบจะทุกอย่าง เพียงแต่ว่าอาจจะผอมบางกว่าหน่อยเท่านั้น บ่งบอกได้เลยว่าบ้านหลังนี้กำลังประสบปัญหาทางการเงินมากแค่ไหน ทั้งยังมีรอยแผลฟกช้ำตามตัวเล็กน้อยตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายอีกด้วย
“นี่ฉันกลายเป็นลูกสาวของครอบครัวที่แสนจะลำบากแบบนี้จริง ๆ เหรอ และก็กำลังจะถูกพวกเขาคิดจะขายให้คนแก่อีกด้วย มอบชีวิตใหม่ให้แบบนี้ ส่งเราไปอยู่นรกเสียยังดีกว่า”
ในระหว่างที่ชิงเหม่ยกำลังตัดพ้อในโชคชะตาของตัวเองอยู่นั้น เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น
“ชิงเหม่ย ฟื้นแล้วเหรอ”
บุคคลที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของชิงเหม่ยนั้นเป็นหญิงและชายวัยกลางคน ซึ่งชิงเหม่ยคาดเดาในใจว่าสองคนนี้น่าจะเป็นพ่อกับแม่ของเธอในยุคนี้ และตอนที่ทั้งสองกำลังจะเดินเข้ามาหาชิงเหม่ยนั้น เธอก็ค่อย ๆ ก้าวเดินถอยหลังด้วยความหวาดหวั่น
“ทำไมลูกถึงมีสีหน้าและท่าทางที่กลัวพ่อกับแม่อย่างนั้นล่ะ”
“ฉัน เอ่อ…ลูกได้ยินทุกอย่างทั้งหมดแล้ว พ่อกับแม่จะพาตัวลูกไปขายให้กับคนแก่ใช่หรือไม่”
“ชิงเหม่ย! นี่ลูกได้ยินทั้งหมดเลยหรือ”
คนเป็นแม่มีสีหน้าและน้ำเสียงที่ตกใจ แต่ผู้เป็นพ่อมีสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นดุดัน ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้าง
“เจ้าเด็กคนนี้! นี่ไม่ใช่เรื่องที่ลูกควรยุ่ง ครอบครัวของเรายากจนมาก หากไม่ขายลูกไป พวกเราทั้งหมดก็ต้องอดตาย!”
เมื่อชิงเหม่ยได้ฟังคำพูดอันสุดแสนจะเห็นแก่ตัวของผู้เป็นพ่อ ก็อดที่จะกัดฟันแน่นด้วยความโกรธไม่ได้ แต่ก็พยายามที่จะสงบจิตสงบใจเอาไว้
“ลูกไม่ใช่สิ่งของที่พวกท่านจะขายไปเพื่อเงิน และอีกอย่าง ผู้เฒ่าฟงคนนั้น เขาอายุมากกว่าลูกหลายสิบปีเป็นแน่ พ่อกับแม่คิดจะส่งลูกไปเป็นบ่าวรับใช้ของเขาหรืออย่างไรกัน”
“ชิงเหม่ย แม่ไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอกนะ แต่เฒ่าฟงบอกว่าเขาจะให้เงินก้อนใหญ่กับเรา เราจะได้ไม่ต้องทนลำบากอีกต่อไป ลูกเองไปอยู่กับเขา เขาก็จะยกให้เป็นเมีย สบายไปทั้งชีวิต แล้วแบบนี้ลูกจะกลัวสิ่งใดกันเล่า”
ผู้เป็นแม่พยายามเข้าไปพูดกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถทำให้ชิงเหม่ยเปลี่ยนใจได้ เธอหลบการสัมผัสของแม่เหมือนไม่เคยมีเยื่อใยกันมาก่อน ทั้งยังจ้องมองด้วยสายตาที่เย็นชาอีกด้วย
“แต่ลูกต้องเสียทั้งชีวิตเพื่อความสุขของพวกท่านใช่ไหม ลูกต้องการเลือกทางของลูกเอง!”
คำเถียงและความดื้อรั้นของชิงเหม่ยทำให้พ่อเกิดอารมณ์โมโหขึ้นมาอีกครั้ง ตบโต๊ะเสียงดังลั่นและกล่าวยื่นคำขาดพร้อมกับชี้หน้าของชิงเหม่ยอย่างออกคำสั่ง ก่อนที่พ่อกับแม่จะพากันเดินออกจากห้องไป
“ลูกไม่มีสิทธิ์เลือก! ลูกกินอยู่ในบ้านนี้และเป็นลูกของพวกเรา ลูกต้องทำตามที่พ่อกับแม่บอกเท่านั้น”
เมื่อทั้งสองออกจากห้องไปแล้ว ชิงเหม่ยก็พ่นลมหายใจออกมาเป็นทางยาว ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้าว่า…
“นี่คงเป็นบททดสอบจากเบื้องบนที่ส่งฉันมาที่นี่สินะ ฉันต้องหาทางรอดจากสถานการณ์นี้ไปให้ได้ ฉันจะไม่ยอมถูกขายไปเป็นเมียของคนแก่อย่างเด็ดขาด”
ระหว่างวันที่อยู่ในห้อง ชิงเหม่ยเอาแต่คิดวางแผนหนีออกจากบ้านที่เต็มไปด้วยความยากลำบากหลังนี้ จนกระทั่งสายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วเห็นว่าพ่อของเธอกำลังพูดคุยกับใครบางคนอย่างออกรสชาติ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความพอใจ ซึ่งชิงเหม่ยคิดว่าคนผู้นั้นต้องเป็นผู้เฒ่าฟงอย่างแน่นอน เพราะชายผู้นั้นเป็นคนแก่
‘ฉันต้องหนีคืนนี้หากรอจนถึงพรุ่งนี้ ฉันคงไม่มีโอกาสหนีรอดแล้ว’
แกร๊ก!
เสียงเปิดประตูทำให้ชิงเหม่ยหลุดออกมาจากความคิด แล้วทอดสายตาไปตรงประตูห้อง ก็เห็นว่าเป็นแม่ที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมอาหารเรียบง่าย ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีเนื้อสัตว์ มีเพียงผักที่หาเก็บเอาได้เท่านั้น
“ชิงเหม่ย กินอะไรเสียหน่อยเถอะ พรุ่งนี้ลูกต้องตื่นแต่เช้าไปบ้านผู้เฒ่าฟง”
แม่เอ่ยเสียงเศร้า ถึงแม้ในใจอยากจะช่วยบุตรสาวมากแค่ไหน แต่ความจนมันบีบบังคับให้ต้องทำเช่นนี้
“ลูกรู้แล้ว ลูกจะรีบพักผ่อน”
ชิงเหม่ยแกล้งทำเป็นว่าง่ายเพื่อให้เรื่องมันจบ และแม่ก็ยอมออกจากห้องไปโดยง่าย เพราะถ้าอยู่ต่อไปบรรยากาศในห้องคงจะเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ส่วนชิงเหม่ยทำได้แค่เพียงกำมือแน่น น้ำตาคลอ แต่สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เวลาหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ จนถึงช่วงกลางดึก ท้องฟ้าในคืนนี้มืดหม่นกว่าปกติ มีแต่ดวงดาวให้แสงสว่างเท่านั้น ชิงเหม่ยเตรียมข้าวของจำเป็นเล็กน้อยใส่ห่อผ้า ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ไม่มีของมีค่าอันใด
ชิงเหม่ยเปิดหน้าต่างแคบ ๆ แล้วพยายามปีนออกไปอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะรีบวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดโดยเร็ว ในใจก็ยังคงคิดวางแผนอยู่ตลอดเวลา
‘ต้องไปให้ถึงถนนใหญ่ก่อนรุ่งสาง ถ้าเฒ่าฟงรู้ว่าฉันหนี เขาคงตามตัวฉันจนเจอเป็นแน่ เพราะคงจะเป็นบุคคลที่กว้างขวางอยู่ไม่น้อย’
ชิงเหม่ยวิ่งจนมาถึงถนนเส้นใหญ่ของหมู่บ้าน เสียงเครื่องยนต์ของรถและแสงไฟสาดส่องเข้ามาที่ใบหน้าใส ชิงเหม่ยมองเห็นรถคันใหญ่จอดอยู่ริมถนน เหมือนกับว่าเจ้าของรถกำลังทำอะไรบางอย่าง ทำให้ชิงเหม่ยคิดได้ว่าควรจะแอบขึ้นรถคันนี้ไป
‘นี่แหละโอกาสของเรา เราต้องซ่อนตัวไปกับรถคันนี้”
เมื่อคิดได้อย่างนั้นชิงเหม่ยก็ค่อย ๆ เดินย่องไปที่ท้ายรถ รอจนเจ้าของรถไม่สังเกตมา จึงปีนขึ้นไปท้ายรถอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร แต่ก็ดีกว่าอยู่ในบ้านหลังนั้น
นายหัว(เถื่อน) กระหายรัก เพราะเป็นลูกมาเฟียถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก จู่ๆ ก็ถูกแม่ตัดหางปล่อยวัดให้เผชิญชะตากรรมด้วยตนเอง เผชิญชะตากรรมไม่ว่า แต่วันแรกเธอก็ทำคนตายแล้ว เหตุการณ์ในวัยเด็กทำให้เธอไร้สติหยั่งคิด เผลอเข้าร้านหรูจนกินไวน์ราคาแพงหมดไปสองแสน แม้จะจำนำของในตัวจนหมดแต่ก็ไม่พอ เพราะกลัวว่าพ่อกับแม่จะรู้ เธอจึงเลือกใช้กายชดใช้แทน แต่ใครคิดว่าหลังจากสิ้นคิดคืนนั้น เธอก็ต้องพบปัญหาไม่รู้จบ
นางถูกขับไล่ออกจากสกุลสามี คนพวกนั้นให้เหตุผลว่านางเป็นตัวซวยทำให้สามีสอบไม่ผ่าน หากแต่ออกมาได้สามวัน เขากลับแขวนโคมไฟสีแดง รับเกี้ยวเจ้าสาวเข้าจวน!!
เจียซินที่อยู่ในชีวิตปั่นปลายนั้น กลับต้องรู้สึกเสียใจที่เลือกเส้นทางรักผิด เมื่อเลือกหนทางใหม่ได้ เธอก็จะเลือกหนทางที่ดีที่สุด และเขาชายที่เธอเคยละทิ้งไปก็กลายมาเป็นคู่ชีวิต ที่พร้อมจะร่ำรวยไปด้วยกัน
ชมดาวต้องทนรับสภาพสถานะเลขาของเจ้านายและสถานะบนเตียงมาตลอดห้าปี เธอคิดว่าอีกไม่นานเขาก็จะขอเธอแต่งงาน หากแต่ว่าเขากลับเห็นเธอเป็นเพียงสถานะรองเท่านั้น จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็ต้องแต่งงาน ไม่ใช่กับเธอแต่เป็นคนอื่น เธอจะเลือกจำยอมอยู่ในความลับต่อไป หรือเลือกที่จะเดินออกมาพร้อมกับเด็กในท้อง!!
ลู่เจียหง นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังในยุคปัจจุบัน จับผลัดจับพลูลงลิฟต์ก็โผล่ไปยังยุคโบราณ แถมยังอยู่ในชุดเจ้าสาวอีก ถ้าประหลาดแค่นั้นไม่พอคงไม่เป็นไร ถ้าไม่พบว่าตัวเองกำลังถูกตามล่าจากว่าทีสามีที่ยังไม่ทันเข้าหอ งานนี้นางถือคติไม่ยุ่งเกี่ยวต่างคนต่างอยู่ แต่ท่านอ๋องผู้นั้นก็เอาแต่วนเวียนอยู่ข้างตัวนางไม่หยุด แบบนี้นางจะหย่าสำเร็จได้ตอนไหนกัน!!
จ้าวเหม่ยซื้อนิยายมาอ่าน พระเอกของเรื่องเป็นทรราชที่ได้รับการยกย่อง บ้าไปแล้วเป็นทรราชจะดีได้อย่างไร ปากบ่นไปสมองก็ด่าไปดันถูกเครื่องทำน้ำอุ่นช็อตตายไป ฟื้นมาอีกทีก็กลายเป็นสนมของทรราชผู้นั้น!! งานนี้เธอจะสามารถกลับออกจากนิยายได้ไหม หรือว่าต้องอุ้มให้ทรราชผู้นั้นตลอดไป ไปลุ้นกันค่ะ ****************** จบดีมีความสุขค่ะ
ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?
เซิ่งหนานหยินเกิดใหม่แล้ว ชาติที่แล้ว เธอถูกชายชั่วหักหลัง ถูกชายเสแสร้งใส่ร้าย โดนครอบครัวสามีเล่นงาน จนทำให้เธอล้มละลายและเป็นบ้าไป ในท้ายที่สุด เธอเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเธอตั้งครรภ์ได้ 9 เดือน แต่คนร้ายกลับทำเงินได้มากมาย และใช้ชีวิตทั้งครอบครัวอย่างมีความสุข เกิดใหม่ครั้งนี้ เซิ่งหนานหยินคิดตกอล้ว อะไรที่ว่าพระคุณช่วยชีวิต คนรักในใจอะไรกัน ล้วนไม่ต้องไปสน เธอจะจัดการชายชั่วหญิงร้าย สร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลเก่าของตนเองขึ้นมาใหม่อีกครั้งและนำตระกูลเซิ่งไปสู่จุดสูงสุดของชีวิต สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ คนที่หยิ่งมาตลอดในชาติที่แล้ว กลับเป็นฝ่ายริเริ่มมาหาเธอ "เซิ่งหนานหยิน การแต่งงานครั้งแรกผมไม่ทัน การแต่งงานครั้งที่สองก็ต้องถึงคิวผมแล้วสินะ"
อดีตนักฆ่าสาวอันดับหนึ่ง ผู้มีใจคอโหดเหี้ยมได้ทะลุมิติอยู่ในร่างสาวน้อยรูปโฉมอัปลักษณ์ ที่ทุกคนต่างสาปส่งและรังแกสารพัด!
หยุนซีแต่งงานกับกู้ซือเฉิน คุณชายที่สูญเสียสิทธิ์ที่เป็นผู้สืบทอดตระกูลแทนน้องสาว ตอนแรก พวกเขาเพียงแค่ว่าที่สามีภรรยาในนามเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องราวของหยุนซีถูกค่อย ๆ ถูกเปิดเผยออกมา สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตาม ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็นคนธรรมดาอย่างที่คิดเลย ใครจะไปคิดว่าเธอเป็นทั้งแฮ็กเกอร์มืออาชีพ นักประพันธ์เพลงลึกลับ และทายาทคนเดียวของนักแกะสลักที่มีชื่อเสียงระดับชาติ.... มีทั้งนักร้องชื่อดัง นักแสดงที่เคยได้รับรังวัลมากมายและผู้สืบทอดของตระกูลที่ร่ำรวยมาตามจีบว่าที่ภรรยาของเขา กู้ซือเฉินควรทำอย่างไรดี?
ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
ธาริกาทนเห็นน้ำตาของวาติยาแฝดน้องไม่ได้ เธอจึงสลับตัวกับน้องสาว เพื่อมาจัดการ นายราเชนทร์ สามีจอมปลอมของวาติยา ให้รู้ซะบ้างว่า ผู้หญิงไม่ได้อ่อนแอทุกคน ...... “เธอออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ ไป!” ราเชนทร์ไล่หญิงสาวความโมโห “ไม่ไป แก้วเพิ่งมาจะไล่แก้วไปไหนล่ะคะ คืนนี้แก้วจะทวนความจำให้พี่เชนทร์ รับรองพรุ่งนี้พี่เชนทร์ไม่มีทางไล่แก้วออกจากบ้านแน่นอนค่ะ” “ไป! ฉันบอกให้เธอออกไปจากบ้านของฉัน แม่โสเภณี!” ราเชนทร์เริ่มตัวสั่นเพราะความโกรธ เขาไม่เคยโกรธใครเท่าผู้หญิงคนนี้เลย ทั้งโกรธทั้งเกลียด ทั้งขยะแขยง “คำก็โสเภณี สองคำก็โสเภณี ถามหน่อยเถอะว่าถ้าเมียเป็นโสเภณีแล้วผัวจะเป็นอะไร ก็เป็นแมงดาไง แสดงว่าพี่เชนทร์เป็นแมงดา ส่วนบ้านหลังนี้ก็เป็นซ่อง ” ธาริกาสวนกลับอย่างเจ็บแสบ ทำให้ราเชนทร์ถึงกับอึ้ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ แล้วเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างบันได เขาเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบใบหน้านวล แต่เสียงหวานใสของธาริกาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน “ตบสิ คุณตบฉัน ฉันจะตบคุณด้วยรองเท้าข้างนี้ เอาสิ! ตบสิ!” ธาริกาถือรองเท้าส้นสูงสีดำขึ้นเหนือศีรษะ ตั้งท่าจะฟาดกับใบหน้าของเขาทันทีที่เธอถูกทำร้าย ราเชนทร์ไม่คิดว่าวาติยาคนใหม่จะกล้าทำกับเขาแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาวาติยาคนเดิมไม่กล้าขึ้นเสียงกับเขา เขาว่าแรงๆ ก็เอาแต่ร้องไห้ แต่วาติยาคนนี้เถียงเขาทุกคำ แถมยังสู้ถ้าหากเขาคิดทำร้ายเธอ ร้ายมาร้ายกลับ...ไม่โกง
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY