ซีเหว่ที่ต้องตายอย่างอนาถในปัจจุบันเพราะความผิดพลาดในการเลือกทางผิดของตัวเอง เลยทำให้เธอต้องตายด้วยโรคร้ายเพียงลำพัง เมื่อสวรรค์ยังมีเมตตาให้เธอกลับไปอีกครั้ง และคราวนี้เธอจะสร้างความร่ำรวยให้เธอไม่ยอมให้แม่และน้องสาวต้องตายอีกแล้ว
ซีเหว่ที่ต้องตายอย่างอนาถในปัจจุบันเพราะความผิดพลาดในการเลือกทางผิดของตัวเอง เลยทำให้เธอต้องตายด้วยโรคร้ายเพียงลำพัง เมื่อสวรรค์ยังมีเมตตาให้เธอกลับไปอีกครั้ง และคราวนี้เธอจะสร้างความร่ำรวยให้เธอไม่ยอมให้แม่และน้องสาวต้องตายอีกแล้ว
ปัจจุบัน
ค.ศ. 2025
ชุมชนแออัดที่รัฐบาลจัดสรรให้คนยากไร้ มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน)
ซีเยว่ในวัยเก้าสิบปีนอนติดอยู่กับฟูกสกปรกบนพื้นบ้านดินแดงอัดแข็งราวผักที่กำลังเน่าสลาย เธอไม่มีเรี่ยวแรงที่จะพยุงตัวลุกขึ้นนั่งได้อีกแล้ว ลมหนาวที่รอดมาตามรูไม้ฝาผุ ๆ ไม่ต่างจากมีดที่ตัดถึงขั้วกระดูกบาดเส้นเอ็น ผ้าห่มที่มีก็ไม่ต่างจากเศษผ้าขี้ริ้ว มันชุ่มไปด้วยของเสียทั้งหนักเบาส่งกลิ่นตลบอบอวล เรียกหนูและแมลงวันให้มาดมตอมแผลที่เหวอะหวะเริ่มเน่าตรงน่องขวาเพราะโดนเศษขยะบาดเมื่อนานมาแล้วแต่ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและรักษาความสะอาดที่ดีพอ
เดิมทีซีเยว่ในวัยชรามีอาชีพเก็บของเก่าขายแลกผักผลไม้ หรือหมั่นโถวเย็น ๆ สักลูกเพื่อประทังชีวิต
ดวงตาที่เริ่มฝ้าฟางเหม่อมองเพดานที่เต็มไปด้วยหยากไย่ ไม่คิดเลยว่าชีวิตของหญิงสาวที่เคยสดสวยดั่งดอกเหมยแรกแย้มจะมีจุดจบเลวร้ายยิ่งกว่าหมาขี้เรื้อน
ไม่น่าเชื่อเลยว่าเมื่อก่อนซีเยว่จะได้ชื่อว่าเป็นสาวงามประจำหมู่บ้านที่ใคร ๆ ต่างก็หมายปอง
ว่ากันว่าคนใกล้ตายจะเห็นอดีตไหลผ่านราวภาพยนตร์...ณ. ขณะนี้คงใกล้ถึงเวลาที่เธอจะได้ไปสบายเสียทีเพราะภาพเมื่อครั้งเธอยังเป็นสาวแรกแย้มฉายกลับมาให้เห็นในสมองอย่างชัดเจน
เจ็ดสิบหกปีก่อน...สมัยยุค 80
ยามนั้นซีเย่วมีอายุเพียงสิบสี่ปี กระนั้นความงามเกินอายุของเธอก็เป็นที่เลื่องลือจนทำให้เด็กสาวได้รับสมญานามว่าเป็นดอกเหมยงามประจำหมู่บ้าน ใคร ๆ ก็ต่างรุมเอาอกเอาใจ ไม่พอยังเริ่มมีแม่สื่อติดต่อมาให้ไปดูตัวจึงกลายเป็นที่เชิดหน้าชูตาของมารดาของเด็กสาว ด้วยหวังว่าซีเยว่จะได้แต่งออกไปกับผู้ชายที่ดีและกลับมาช่วยเหลือจุนเจือนางกับน้องสาวคนเล็กได้
และด้วยความที่มีแต่คนคอยพะนอเอาใจนี้เองที่ทำให้ซีเย่วกลายเป็นเด็กสาวเอาแต่ใจ ยึดความต้องการของตัวเองเป็นสูญกลาง และใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายแม้ครอบครัวจะไม่ได้มีเงินมากนักก็ตามเพราะมารดาผู้เป็นเสาหลักของบ้านมีอาชีพรับจ้างทั่วไป และเก็บผักไปขายที่ตลาดเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว
“อาเยว่ วันนี้ที่ตลาดมีงานโคมไฟ แกพาน้องเอาผักที่แม่เก็บมาเมื่อเช้าไปขายที” ผู่หนิง มารดาของซีเยว่สั่งลูกสาวคนโตที่กำลังนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจกทองเหลืองบานเก่าที่นางก็ไม่รู้ว่าลูกไปหามาได้อย่างไร
ซีเยว่ชักสีหน้าทันทีที่ได้ยิน “วันนี้ฉันไม่ว่าง จะไปเดินเที่ยวกับเพื่อนสาว ๆ ในเมือง ทำไมแม่ไม่ไปขายเองล่ะ”
“ฉันต้องไปรับจ้างหาบผักดอง”
“ผักดองอีกละ กลับมาก็มีกลิ่นเหม็นติดเสื้อผ้ามาอีก ช่างไม่อายชาวบ้านชาวช่องบ้าง ไปไหนใครก็รังเกียจ แล้วอย่างนี้จะมีผู้ชายดี ๆ บ้านไหนส่งแม่สื่อมาทาบทามฉัน” ทุกสิ่งที่ซีเยว่คิดทำล้วนนึกถึงแต่ตัวเองทั้งสิ้น
บ้านหลังเล็กพอกด้วยดินเหนียวที่สามีของผู่หนิงทิ้งเอาไว้ให้เป็นมรดกหลังไม่ได้ใหญ่มากนักจึงมีเพียงห้องนอนเดียวที่สามคนแม่ลูกต้องนอนเบียดกันบนฟูก ดังนั้นหากมารดาตัวเหม็น ตัวของซีเยว่ก็ต้องเหม็นไปด้วยซึ่งเธอไม่ชอบเลย
“เอาล่ะ ๆ แม่จะถอดเสื้อผ้าที่ใส่ไปทำงานวันนี้ทิ้งไว้ข้างนอกดีไหม แบบนั้นก็ไม่มีปัญหาแล้ว” งานนี้ได้เงินมากดังนั้นเธอจะไม่ทำก็ไม่ได้ ใกล้สิ้นเดือนค่าเช่าบ้านยังไม่ครบ เงินที่นางเก็บหอมรอมริบเอาไว้ในกล่องเหล็กข้างเตียงยังขาดอีกหลายหยวน หากวันนี้ได้เงินจากค่าจ้างหาบผัก บวกกับถ้าวันนี้ขายผักที่งานโคมไฟได้ดีเงินก็จะครบสำหรับค่าใช้จ่ายสิ้นเดือนนี้พอดี แล้วเดือนหน้าค่อยว่ากันใหม่
“อาเยว่ วันนี้พาน้องไปขายผักหน่อยเถอะ ได้เงินแล้วแม่จะซื้อเครื่องแต่งตัวชิ้นใหม่ให้ดีไหม ไหนบอกว่าอยากได้กำไลหยก ถ้าขายผักได้หมดแม่สัญญาว่าเดือนหน้าจะซื้อให้วงหนึ่ง”
ผู่หนิงรู้จุดอ่อนลูกสาวคนโตดี ซีเยว่เป็นคนรักสวยรักงาม ผิดกับลี่หนิง ลูกสาวคนเล็กของนางที่ยังเล็กนักอายุเพียงห้าขวบเท่านั้น ใช่ว่าคนเป็นแม่จะรักลูกไม่เท่ากัน แต่ด้วยเงินที่มีจำกัดผู่หนิงจึงคิดว่าอีกไม่กี่ปีซีเยว่ก็จะแต่งออกไปตามธรรมเนียม มีสามีดี ๆ หลังจากนั้นนางค่อยชดเชยให้ลูกสาวคนเล็กก็ยังไม่สาย
ถ้าสามีที่ตายไปทิ้งมรดกให้มากกว่าบ้านเก่า ๆ หลังนี้ก็ยังดี แต่นี้เขากลับไม่มีสมบัติอะไรทิ้งไว้ให้พวกนางสามคนแม่ลูกเลย
ซีเยว่เห็นอาการทอดถอนใจของมารดา ประกอบกับคำสัญญาว่าจะให้กำไลวงใหม่ก็ใจอ่อน ยอมรับปากจะพาน้องไปนั่งขายผักให้ในที่สุด
ด้วยความที่ซีเยว่มีใบหน้าอันงดงาม ไม่พอยังช่างเจรจาฉอเลาะพูดจาเอาอกเอาใจลูกค้า เพียงไม่นานผักบนแผงก็เหลือเพียงไม่กี่กำก็จะหมด
ซีเยว่หยิบเงินไปจำนวนหนึ่งแล้วยัดกระปุกที่เหลือเงินไม่มากใส่มือลี่หนิง “พี่จะไปซื้อขนมถังหูลู่ที่น้องชอบมาให้ดีไหม”
“ดี ๆ หนูชอบกิน” ลี่หนิงยิ้มกว้างตบมือดีใจอย่างไร้เดียงสา ด้วยความที่แม่ต้องไปทำงานจึงทิ้งหนูน้อยให้พี่สาวเลี้ยงดูเป็นประจำทั้งคู่จึงสนิทกันมาก ถึงซีเยว่จะเห็นแก่ตัวอย่างไรแต่นางก็รักน้องสาวคนเดียว...ถึงจะน้อยกว่ารักตัวเองก็ตามทีเถอะ
“น้าจ๊ะ” เด็กสาวหันไปประจบน้าสาวข้างร้านเสียงหวาน “ฉันกับน้องยังไม่ได้กินอะไรกันเลยตั้งแต่เช้า ตอนนี้ผักใกล้ขายหมดแล้วฉันขอฝากน้องสักเดี๋ยวได้ไหมจ๊ะ ฉันจะไปซื้อขนมให้น้องกินรองท้อง เสร็จแล้วจะรีบกลับมาจ้ะ”
“ได้สิแม่หนู ช่างเป็นเด็กที่กตัญญูจริง ๆ ไปเถอะ ๆ เดี๋ยวป้าช่วยดูให้”
“ขอบคุณมากจ้ะ”
เมื่อฝากฝังน้องสาวเรียบร้อยแล้วซีเยว่ก็ลุกแล่นไปเที่ยวงานโคมไฟอย่างสบายใจโดยไม่ลืมที่จะซื้อขนมให้ลี่หนิงตามที่รับปากไว้ก่อนไม้หนึ่ง จากนั้นก็ไปเดินดูร้านค้าต่าง ๆ ด้วยดวงตาวาววาม
ไม่ว่าเครื่องประดับชิ้นไหน ๆ ต่างก็สวยงาม เครื่องสำอางหรือก็มีสีสันงดงาม ซีเยว่ล้วนอยากได้ทั้งสิ้น แต่เงินที่มีอยู่ในมือกลับไม่สามารถซื้ออะไรได้เลยสักชิ้น
“เมื่อไหร่จะร่ำรวยเงินทองเหมือนคนอื่นเขาบ้างก็ไม่รู้”
ซีเยว่มองเปรียบเทียบชุดของตัวเองกับสาว ๆ คนอื่น ๆ ในท้องถนนก็นึกอิจฉา นี่เป็นชุดที่ดีที่สุดที่เธอมีแต่ก็ยังดูเก่ามากเพราะซื้อเมื่อสองปีที่แล้ว ชายกระโปรงก็สั้นลงเพราะความสูงของเธอที่เพิ่มขึ้นจนเห็นตาตุ่ม...
เธอมีใบหน้าที่งดงามเกินใครแล้วอย่างไร ใครต่างก็ว่า ‘คนพึ่งเสื้อผ้า ม้าพึ่งอาน’[ หมายความว่าคนจะดูดีต้องอาศัยเสื้อผ้าที่สวมใส่ ส่วนม้าจะดูสง่าต้องอาศัยอานม้าที่สวยงาม ตรงกับสำนวนไทยที่ว่า “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง”] ถ้าไม่มีเสื้อผ้าเครื่องประดับมาคอยส่งเสริมก็ยากที่ชายหนุ่มดี ๆ ในสังคมชั้นสูงจะมามองเห็นหญิงชาวบ้านธรรมดา ๆ อย่างเธอ
“อยากได้เหรอ?” เสียงทุ้มของชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
ทีแรกซีเยว่ถอยห่างจากชายแปลกหน้าไปหลายก้าวตามสัญชาตญาณป้องกันตัว แต่เมื่อเห็นว่าชายวัยกลางคนคนนั้นท่าทางใจดี แถมยังแต่งกายด้วยชุดสูทราคาแพง แถมยังผูกเนคไทเหมือนพวกนักธุรกิจที่เธอเคยเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ ก็เริ่มปล่อยวางความหวาดระแวงลง
“คุณคงไม่ใช่คนในเมืองนี้ใช่ไหมคะ?” ซีเยว่ถามเขิน ๆ
ท่าทางเอียงอายแต่ก็ไม่หลบสายตาของสาวน้อยเรียกความสนใจจากจางกังได้ทันที เขาเป็นนายหน้าหาผู้หญิงไปส่งให้ซ่องในเมืองหลวง หน้าที่ของเขาคือการเที่ยวตามหาเด็กสาวหน้าตาดีจากชนบทที่ยังไร้เดียงสา รู้ไม่เท่าทันกลโกงของมนุษย์ไปขายโดยไม่ต้องจ่ายค่าตัวให้พ่อแม่เด็ก ธุรกิจของเขาในแต่ละปีจึงทำกำไรเป็นกอบเป็นกำจนทำให้เขาสามารถวางท่าเหมือนเศรษฐีใจกว้างหลอกล่อผู้หญิงคนใหม่ต่อไปได้เรื่อย ๆ เหมือนทุกวันนี้
“ฉันเป็นแมวมอง หนูรู้จักไหม?”
“แมวมองเหรอคะ!”
ซีเยว่มองชายตรงหน้าด้วยสายตาเป็นประกายวาววามเต็มไปด้วยความหวัง ทำไมเธอจะไม่รู้จักแมวมอง เคยได้ยินว่าเมื่อสองปีก่อนรุ่นพี่ในโรงเรียนถูกแมวมองมาทาบทามให้ไปเป็นดาราในเมือง เธอไม่รู้ว่าพี่คนนั้นโด่งดังแค่ไหน รู้แค่ว่ามีเงินส่งกลับมาให้พ่อแม่ที่บ้านนอกใช้ทุกเดือนไม่เคยขัดสน...เธอก็อยากมีโชคเช่นนั้นบ้างเหมือนกัน
“ใช่ หนูอยากไปเป็นดาราที่เมืองหลวงไหมล่ะ ฉันกำลังมองหาเด็กสาวไปเล่นเป็นตัวประกอบในภาพยนตร์เรื่องใหม่ของผู้กำกับหวังพอดี...อ้อ ฉันชื่อจางกังนะ เป็นแมวมองค้นหาดาราหน้าใหม่” ชายหนุ่มพร่ำพูดไปเรื่อย ในแต่ละเมืองที่เขาไปแซ่ของผู้กำกับแทบไม่เคยซ้ำกันเลยสักครั้ง
จางกังส่งนามบัตรที่เป็นกระดาษแข็งกลิ่นหอม ตัวอักษรชื่อของเขาพิมพ์ด้วยตัวอักษรหวัดสีทองสวยงามยิ่งส่งเสริมความน่าเชื่อถือเข้าไปใหญ่
ซีเยว่รับไว้ด้วยความยินดี ไม่ได้เอะใจสักนิดว่าตัวเองกำลังเดินเข้าปากเสือร้าย
“ฉันชื่อซีเยว่ค่ะ ปีนี้อายุสิบสี่ปีแล้ว เด็กไปไหมคะที่จะไปทำงานเป็นดารา” เด็กสาวถามซื่อ ๆ แทบเก็บความดีใจเอาไว้ไม่ไหว
“เด็กเกินไปที่จะเป็นนางเอก แต่ไม่เด็กเกินไปที่จะแสดงในบทสมทบ แต่ในวงการบันเทิงเธอค่อย ๆ ไต่เต้าได้ ยิ่งมีใบหน้าสวย ๆ อย่างหนูซีเยว่ด้วยแล้ว ฉันเชื่อว่าผู้กำกับจะต้องผลักดันเธอเป็นแน่”
ซีเยว่ดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้ยินเช่นนั้น เธอแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะได้ไปเป็นดารา...จะได้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสวย ๆ ใส่เครื่องประดับวับวาวสะท้อนแสงไฟ กลายเป็นดาวเด่นโด่งดังที่มีแต่คนรักและสนใจเธอ
“ฉันสนใจค่ะ แต่คงต้องไปขอค่าเดินทางจากแม่เพราะฉันไม่มีเงินเลย”
“ถ้าบอกแม่แล้วแม่ของหนูจะให้ไปไหม”
“ไม่รู้สิคะ ฉันคงต้องไปถามดูก่อน แต่ถ้าบอกแม่ว่าคุณจะพาไปเป็นดาราในเมือง จะสามารถหาเงินได้มากมาย แม่คงยอม”
แม้ภายนอกจะดูหัวรั้นเพียงใดแต่ซีเยว่ก็ยังเป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบสี่ การตัดสินใจใด ๆ ก็ยังหวังถามความคิดเห็นจากมารดาอยู่ดี
และนั่นเป็นสิ่งที่จางกังไม่ต้องการ
“แต่ฉันกลัวแม่เธอจะไม่ยอมน่ะสิ มีเด็กสาวหลายคนที่พลาดโอกาสโด่งดังเพราะแม่ของพวกเธอใจแคบ ไม่ยอมให้ไป ฉันจึงจำต้องปล่อยมืออย่างน่าเสียดาย...มีโอกาสจะเป็นดาราแล้วแท้ ๆ”
พอซีเย่วคิดตามก็เริ่มกลัวว่าแม่จะไม่ให้ไปจริง ๆ...ถ้าแม่ไม่ยอมเธอจะทำอย่างไรดี
“เอาเป็นว่าฉันต้องรีบเดินทางกลับไปรายงานผลกับผู้กำกับที่เมืองหลวง ดังนั้นจึงจำต้องออกจากที่นี่ในวันพรุ่งนี้ตั้งแต่เช้ามืด ไม่มีเวลารอคำตอบจากเธอนานนัก...ถ้าเธออยากเป็นดาราก็มาพบฉันที่สถานีรถไฟตอนตีห้า ฉันจะซื้อตั๋วให้ แต่ถ้าเธอไม่มาก็ถือเสียว่าเธอไม่มีวาสนาได้ออกจากเมืองนี้ก็แล้วกัน”
นายหัว(เถื่อน) กระหายรัก เพราะเป็นลูกมาเฟียถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก จู่ๆ ก็ถูกแม่ตัดหางปล่อยวัดให้เผชิญชะตากรรมด้วยตนเอง เผชิญชะตากรรมไม่ว่า แต่วันแรกเธอก็ทำคนตายแล้ว เหตุการณ์ในวัยเด็กทำให้เธอไร้สติหยั่งคิด เผลอเข้าร้านหรูจนกินไวน์ราคาแพงหมดไปสองแสน แม้จะจำนำของในตัวจนหมดแต่ก็ไม่พอ เพราะกลัวว่าพ่อกับแม่จะรู้ เธอจึงเลือกใช้กายชดใช้แทน แต่ใครคิดว่าหลังจากสิ้นคิดคืนนั้น เธอก็ต้องพบปัญหาไม่รู้จบ
นางถูกขับไล่ออกจากสกุลสามี คนพวกนั้นให้เหตุผลว่านางเป็นตัวซวยทำให้สามีสอบไม่ผ่าน หากแต่ออกมาได้สามวัน เขากลับแขวนโคมไฟสีแดง รับเกี้ยวเจ้าสาวเข้าจวน!!
เจียซินที่อยู่ในชีวิตปั่นปลายนั้น กลับต้องรู้สึกเสียใจที่เลือกเส้นทางรักผิด เมื่อเลือกหนทางใหม่ได้ เธอก็จะเลือกหนทางที่ดีที่สุด และเขาชายที่เธอเคยละทิ้งไปก็กลายมาเป็นคู่ชีวิต ที่พร้อมจะร่ำรวยไปด้วยกัน
ชมดาวต้องทนรับสภาพสถานะเลขาของเจ้านายและสถานะบนเตียงมาตลอดห้าปี เธอคิดว่าอีกไม่นานเขาก็จะขอเธอแต่งงาน หากแต่ว่าเขากลับเห็นเธอเป็นเพียงสถานะรองเท่านั้น จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็ต้องแต่งงาน ไม่ใช่กับเธอแต่เป็นคนอื่น เธอจะเลือกจำยอมอยู่ในความลับต่อไป หรือเลือกที่จะเดินออกมาพร้อมกับเด็กในท้อง!!
ลู่เจียหง นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังในยุคปัจจุบัน จับผลัดจับพลูลงลิฟต์ก็โผล่ไปยังยุคโบราณ แถมยังอยู่ในชุดเจ้าสาวอีก ถ้าประหลาดแค่นั้นไม่พอคงไม่เป็นไร ถ้าไม่พบว่าตัวเองกำลังถูกตามล่าจากว่าทีสามีที่ยังไม่ทันเข้าหอ งานนี้นางถือคติไม่ยุ่งเกี่ยวต่างคนต่างอยู่ แต่ท่านอ๋องผู้นั้นก็เอาแต่วนเวียนอยู่ข้างตัวนางไม่หยุด แบบนี้นางจะหย่าสำเร็จได้ตอนไหนกัน!!
ตระกูลซูล่มสลาย จวนเจิ้นกั๋วทั้งตระกูลถูกประหารชีวิตในคืนเดียว ชาติก่อน… ซูเฉิงอิ้งถูกน้องสาวหลอกใช้ ถูกชายเจ้าชู้เล่นตลก ชาติก่อน… ซูเฉิงอิ้งใช้ชีวิตอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่แคว้นเป่ยเหลียงสิบกว่าปี แต่กลับถูกกล่าวหาว่าคบคิดกับศัตรู คนทั้งแคว้นเซิ่งถังต่างก็ด่าทอยกใหญ่ ชาติก่อน… ซูเฉิงอิ้งต้องยืนมองน้องสาวกับรักแรกของตนสนิทสนมกัน ครองโลก ส่วนตัวเองกลับโดนประหารชีวิต เลือดสาดตะวัน เมื่อตื่นขึ้นอีกครั้ง… ซูเฉิงอิ้งถือดาบกลับมา ฟาดแรก… ตัดสายเลือด ฟันน้องสาวอกตัญญู ฟาดที่สอง… ตัดความรัก ฟันรักแรกที่หน้าเนื้อใจเสือ ฟาดที่สาม… ตัดคำพูด ฟันทุกเสียงนินทาของเป่ยเหลียงที่บิดเบือนความจริง ฟาดที่สี่… ตงฟางไป๋เยว่ “หรือว่าฮูหยินอยากจะฆ่าสามีผู้นี้ด้วยหรือ” ซูเฉิงอิ้ง“หุบปาก…”
กลางวันอ่อนหวาน กลางคืนร้อนแรง นี่คือคำที่ลู่เยียนจือใช้เพื่อบรรยายถึงเธอ แต่หานเวยบอกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ไม่ถึงครึ่งปี ลู่เยียนจือกลับไม่ลังเลที่จะขอหย่ากับสือเนี่ยน “แค่ปลอบใจเธอไปก่อน ครึ่งปีข้างหน้าเราค่อยแต่งงานใหม่” เขาคิดว่าสือเนี่ยนจะรออยู่ที่เดิมตลอด แต่เธอได้ตาสว่างแล้ว น้ำตาแห้งสนิท หัวใจสือเนี่ยนก็แตกสลายไปแล้วด้วย การหย่าปลอมๆ สุดท้ายกลายเป็นจริง ทำแท้งลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ สือเนี่ยนจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก แต่ลู่เยียนจือกลับเสียสติ ต่อมา ได้ยินว่าคุณชายลู่ผู้มีอิทธิพลนั้นก็อยู่นิ่งๆ ต่อไปไม่ได้ ขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ไล่ตามเธออย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อขอให้เธอเหลือบมองเขาอีกครั้ง...
เจียงหยวนชอบเสิ่นตู้มาเป็นเวลาสี่ปี แม้จะต้องเผชิญความรังเกียจจากตระกูลเจียง แต่เธอก็ยังเลือกยืนหยัดเคียงข้างเขา กระทั่งวันหนึ่ง เสิ่นตู้เพื่อพี่สาวของเขา ยอมยกให้เธอไปมีอะไรกับคนอื่น ในที่สุด เธอถึงได้เข้าใจว่าคนที่ไม่ใช่ยังไงก็คือไม่ใช่ ในเมื่อไม่ใช่คนที่ใช่ งั้นเธอยอมตัดทิ้งแล้วกัน เธอหันไปให้ความสำคัญกับการทำงานจนกลายเป็นนางแบบระดับโลก ทำให้คนทั้งโลกตะลึง ผู้ชายที่ทำร้ายเธอรู้สึกเสียใจ“หยวนหยวน โลกของฉันขาดเธอไม่ได้ กลับมานะ” ตลกสิ้นดี ผู้ชายมันจะเทียบกับอาชีพการงานได้ที่ไหน ! ** เจี่ยงเฉินโจว ผู้นำของตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหรงเฉิง เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นเป็นคนแสนเย็นชา แต่อยู่ลับหลังกลับเป็นคนคลั่งรัก เขาชอบความงามของเจียงหยวน เห็นเธอเป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่น่ารักและเชื่อง ต่อมา บนพรมแดงท่ามกลางแสงสปอร์ตไลท์ ชายผู้ก้าวลงจากเวทีคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าสาธารณะ“ถึงแม้จะไม่มีฐานะอะไร ฉันก็ยินยอม”
ลีโอ ลีโอเนล โอลิเวอร์ อายุ21ปี ลูกเสี้ยวเยอรมันจีน เขาเป็นทายาทมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในมาเก๊าและฮ่องกง แต่กลับต้องมาเรียนในเมืองไทยเพราะถูกคนของศัตรูปองร้าย เขาจึงต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริงไว้ ตอนกลางวันเขาจะทำตัวเป็นเด็กเนิร์ดอยู่ในมหาลัยเพื่อไม่ให้มีใครสนใจ แต่พอกลางคืนเขาก็กลายเป็นเสือที่จ้องขย้ำเหยื่อ แต่ยัยร้อยศพคิดอยากจะลองดีนัก เขาก็จะสนองให้ แพร นลิน ศรีสมบัติ อายุ 20 ปี ลูกสาวเจ้าโรงแรมในเมืองพัทยา เธอเป็นนักศึกษาปี2 เธอพบกับฝรั่งหน้าหล่อที่ย้ายมาเรียนกะทันหัน แต่นายนั่นกับไม่ยอมสนใจเธอเหมือนผู้ชายคนอื่นเธอจึงต้องงัดสาระพัดวิธีที่จะทำให้เขามาสยบแทบเท้าเธอให้ได้ แต่แล้วสิ่งที่เขาฝากไว้คือทายาทตัวน้อยๆต่างหาก
รูรักอันบริสุทธิ์เมื่อถูกปลายลิ้นร้อนของชายหนุ่มเป็นครั้งแรกดูเหมือนว่าจะตอบสนองได้เป็นอย่างดี ร่องของนางขมิบรัว สะโพกของนางยกขึ้นยังเด้งเข้าไปหาปากร้อน ฝ่าบาทเก่งกาจยังสามารถแยงลิ้นเข้าไปในรู อันซูเซี่ยถูกทาขี้ผึ้งหอมรอบปากทาง ขี้ผึ้งนี้นอกจากจะมีรสชาติดีส่งเสริมรสน้ำรักของนางแล้วยังมีคุณสมบัติอันวิเศษ แม้จะเป็นหญิงพรหมจรรย์ก็จะไม่รู้สึกเจ็บปวด และเผลอทำร้ายฝ่าบาทจนบาดเจ็บ อี้หลงดูดแบะขาของนางให้กว้างขึ้นแล้วรวบขึ้นไปให้ขาชี้ฟ้า จากนั้นมุดใบหน้าลงมาอย่างหลงใหล “หอมอร่อยเหลือเกิน รู้สึกเหมือนดื่มสุราไม่เมามาย อ้า ข้าชอบยิ่ง หอยของฮองเฮาช่างใหญ่โต ดูโคกเนื้อโยนีแทบจะล้นริมฝีปากของข้า สีแดงเช่นนี้คงไม่เคยผ่านสิ่งใดมาก่อน บริสุทธิ์ยิ่งนัก ซี้ด” นางดิ้นเร่าอยู่ในปาก ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรนอกจากเชื่อฟังในคำของฝ่าบาท “อืม อร่อยยิ่งนัก อ้า ข้าไม่ไหวแล้วขอดูหน้าฮองเฮาของข้าหน่อยเถิด” ดูเหมือนว่าร่องรักของนางยังขมิบ นางไม่อยากให้เขาเงยหน้าขึ้นจากตรงนั้นด้วยซ้ำ อยากถูกปลายลิ้นเลียเช่นนั้นจนกว่านางจะได้รับการปลดปล่อย “อ้า ฝ่าบาทเพคะ อย่าหยุดเพคะ อื้อ” นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักสำหรับผู้ใหญ่ มี 2 เล่มจบ เป็นนิยายแบบพล็อตอ่อน เน้นฉากรักบนเตียงของตัวละครเป็นหลัก เหมาะสำหรับผู้มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ไม่เหมาะสำหรับสายคลีนใส ๆ นะคะ หากใครไม่ชอบอ่าน NC เยอะ ๆ กรุณาเลื่อนผ่าน เพราะเรื่องนี้เน้น NC เป็นหลักค่ะ ซีไซต์ นักเขียน
เพราะความเมตตาจากสวรรค์ ทำให้นางผู้ซึ่งสิ้นอายุขัยในวันที่คลอดลูก ได้กลับมาเกิดใหม่ ในร่างของคุณหนูสามผู้โง่เขลา บุตรีของท่านเจ้าสำนักศึกษาตระกูลหลี่
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY