ห้าปีก่อนเธอกับเขามีความสัมพันธ์กัน แต่ด้วยความไม่เหมาะสมหลายอย่าง เธอจึงต้องหนีเขาไป
ห้าปีก่อนเธอกับเขามีความสัมพันธ์กัน แต่ด้วยความไม่เหมาะสมหลายอย่าง เธอจึงต้องหนีเขาไป
"น้องภูมิ หนูอยากกินก๋วยเตี๋ยวมั้ยครับ ? เดี๋ยวแม่ไปต่อแถวเอามาให้ นั่งรอแม่อยู่ตรงนี้ อย่าไปไหนนะครับ"
'พอใจ ภักดิ์สุวรรณ' หญิงสาววัยสามสิบปีบอกกับลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอ
"ครับแม่"
'น้องภูมิ' หรือเด็กชาย 'ธนวัน ภักดิ์สุวรรณ' รับปากกับแม่หนักแน่น พร้อมกับพยักหน้าไปด้วย พอใจจึงลุกจากม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่เดินไปต่อแถวเพื่อเอาก๋วยเตี๋ยวมาให้ลูกชาย
วันนี้ในหมู่บ้านมีงานมหากฐิน ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานนี้ขึ้นมาและจะมีเศรษฐีใจบุญจากกรุงเทพ ฯ นำกฐินสามัคคีมาทอดถวายด้วย งานนี้มีโรงทาน มีมหรสพมากมาย มีรถแห่และในตอนเย็นจะมีหมอลำซิ่งอีกด้วย
โรงทานวันนี้มีหลายอย่าง ไอติม น้ำอัดลม ขนม ส้มตำ และก๋วยเตี๋ยว ลูกชายของเธอชอบกินก๋วยเตี๋ยวเธอจึงไปต่อแถวเข้าคิวเพื่อนำมาให้ลูกชาย
"ได้แล้วครับ"
เธอถือถ้วยโฟมเดินตรงมา พร้อมกับบอกกับหนูน้อย
"ว้าว..ไอติม ใครเอามาให้ครับ ?"
พอใจรู้สึกแปลกใจเพราะเห็นลูกชายตัวน้อยถือถ้วยไอติมแบบตักในมือ
"ไม่มีใครเอาให้ ภูมิไปต่อแถวเอาครับ"
"เก่งมากครับ เราต้องต่อแถว ไม่แซงคิวนะครับ"
เธอถือโอกาสสอนกฏกติกามารยาทในสังคมให้ลูกชายไปด้วยซะเลย พร้อมกับคีบเส้นและผักใส่ปากให้หนูน้อยไปด้วย วันนี้อากาศค่อนข้างเย็นเพราะหลังออกภรรษาก็เข้าหน้าหนาวเลย
เธอมองลูกชายด้วยสายตารักใคร่ แม้จะไม่มีพ่อแต่พอใจก็บอกกับตัวเองว่าจะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับลูกชาย จะไม่ให้ลูกของเธอรู้สึกว่าขาดอะไรไปในชีวิต
นี่เป็นปีแรกนับตั้งแต่เธอย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดหนึ่งของทางภาคอีสาน ที่เธอพาลูกชายมาร่วมงานบุญด้วยเพราะทุกปีที่ผ่านมาน้องภูมิยังเล็กอยู่ เธอรู้สึกสนุกกับรถแห่ที่มาสร้างความบันเทิง อยากจะฟ้อนเหมือนกับชาวบ้านเหมือนกันแต่ก็เป็นห่วงลูกชาย นึกทึ่งถึงการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะถ้าไม่ร่วมแรงร่วมใจกันจริง ๆ จะไม่สามารถจัดงานมหากฐินที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ขึ้นมาได้
พอใจย้ายมาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามปีแล้ว ตอนนั้นลูกชายของเธอมีอายุครบหนึ่งขวบพอดี เธอซื้อที่ผืนเล็ก ๆ ปลูกบ้านและหาเลี้ยงชีพด้วยการเขียนนิยาย เรื่องสั้นและบทความ บวกกับมีเงินสำรองอยู่ก้อนหนึ่ง ถ้าใช้ประหยัดหน่อยก็น่าจะอยู่ได้จนถึงลูกชายของเธอเรียนจบมหาลัย วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของที่นี่ทำให้เธอกับลูกอยู่ได้อย่างสงบและสบายใจ
พอใจเป็นเด็กกำพร้า เธอเติบโตมาในสถานสงเคราะห์ด็กกำพร้า พอโตขึ้นมาพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ก็ออกจากสถานสงเคราะห์แห่งนั้น ออกมาทำงานและส่งตัวเองเรียน พอเรียนจบก็ได้ทำงานที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตำแหน่งประชาสัมพันธ์
การงานกำลังเจริญรุ่งเรืองแต่ก็มาท้องน้องภูมิซะก่อนจึงทำให้เธอต้องออกจากงาน พอคลอดน้องก็ไม่มีใครช่วยเลี้ยงจึงต้องหยุดทำงานยาว ทำให้ต้องมองหาอาชีพใหม่ ซึ่งอาชีพนักเขียนก็ตอบโจทย์เธอได้ดี
"แม่ !"
"ครับผม"
เสียงลูกชายปลุกเธอให้ออกจากภวังค์
"ภูมิกินไอติมอีกได้ไหมครับ ?"
"ได้สิ ไปต่อแถวเอานะครับ"
พอแม่พูดจบน้องภูมิก็วิ่งจู๊ดไปต่อแถวเอาไอติมซึ่งมีคนเอามาแจกในงานกฐิน เธอมองลูกชายด้วยสายตาเป็นห่วงแต่ก็ต้องปล่อยให้ลูกลองทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง
"ประกาศ ! ๆ ขณะนี้เจ้าภาพกฐินจากทางกรุงเทพ ฯ มาถึงแล้ว ให้ชาวบ้านทุกคนช่วยกันต้อนรับด้วยนะครับ ขอบคุณครับ"
เสียงผู้ใหญ่บ้านประกาศ สักพักก็มีรถตู้สามคันวิ่งเข้ามาและจอดภายในบริเวณวัด
"แม่ได้แล้วครับ ภูมิเอามาเผื่อแม่ด้วย"
น้องภูมิวิ่งมาแล้วก็ยื่นไอติมในกรวยขนมปังส่งให้แม่ พอใจรู้สึกดีใจที่ลูกชายทำอะไรมักจะนึกถึงเธอเสมอ
"ขอบคุณครับ"
เธอรับมาแล้วกล่าวขอบคุณ จุ๊บแก้มลูกชายไปหนึ่งที
"ภูมิไปวิ่งเล่นกับเพื่อนนะครับแม่"
"ได้ อย่าซนนะครับ แม่จะนั่งรออยู่ตรงนี้"
ภูมิพยักหน้าก่อนจะวิ่งไปทางกลุ่มของเด็ก ๆ ที่ตอนนี้กำลังวิ่งไล่กันอยู่อย่างสนุกสนาน
น้องภูมิเป็นเด็กที่เข้ากับคนอื่นได้ง่ายและอารมณ์ดี พอใจมองตามลูกชายอยู่สักพักเธอก็ไปต่อแถวเอาก๋วยเตี๋ยวมากินบ้าง เสียงเพลงจากรถแห่ครึกครื้น ป้า ๆ ในหมู่บ้านรวมทั้งสาว ๆ ต่างก็เต้นกันสนุกสนาน
เมื่อได้ก๋วยเตี๋ยวแล้วเธอก็กลับไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวตรงโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้ที่เดิม เพื่อรอลูกชาย
"โอ๊ะ ! ขอโทษครับ"
น้องภูมิรีบกล่าวขอโทษคุณลุงตัวสูงใหญ่คนหนึ่ง เพราะหนูน้อยวิ่งไปชนเขา
'ภูผา เดชวรวงกุล' ปรายตามองเด็กชายคนนั้นด้วยความแปลกใจ ดวงตากลมโตที่สบกันนั้นไม่ได้มีแววหวาดกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย ผิวพรรณที่ขาวสะอาดหน้าตาน่ารัก เด็กนี่เป็นลูกเต้าเหล่าใครกันนะ
น้องภูมิลูบกางเกงของคุณลุงที่เปื้อนไอติมที่เขาถือมาป้อย ๆ
"เปื้อนหมดเลย ขอโทษนะครับคุณลุง"
น้องภูมิกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง เจ้าหนูน้อยแม้จะเพิ่งสามขวบกว่าแต่ก็ฉลาดเกินวัย รู้ว่าตัวเองทำผิดก็รู้จักกล่าวคำขอโทษ เพราะแม่ของเขามักจะสอนเสมอว่าเมื่อทำผิดต้องขอโทษแล้วก็ต้องปรับปรุงแก้ไข แม้จะไม่ค่อยเข้าใจแต่หนูน้อยก็ทำตาม
"ไม่เป็นไร"
น้ำเสียงเย็นชากล่าวออกมา ก่อนที่จะเดินไปทางห้องน้ำ ภูมิจึงไปวิ่งเล่นกับเพื่อนต่อ
ช่วงสาย ๆ ก็มีการสรุปยอดกฐินและเปิดโอกาสให้ชาวบ้านทุกคนต่อยอดกฐินด้วย พอใจกับภูมิก็ร่วมทำบุญ
"แม่ครับ กลับกันเถอะ ภูมิง่วงแล้ว"
พอใจจึงอุ้มลูกชายเอาไว้แนบอกเดินตรงไปยังบริเวณที่เธอจอดรถมอเตอร์ไซค์เอาไว้ เมื่อมาถึงก็ขับพาลูกชายออกไป
"ภู..ไปโดนอะไรมาลูก ?"
คุณหญิงสดศรีเอ่ยถามลูกชาย เพราะมองเห็นรอยเปื้อนปื้นใหญ่ที่กางเกงของลูกชายตรงบริเวณหัวเข่า
"เด็กที่ไหนก็ไม่รู้เอาไอติมมาชนผม"
เขาตอบมารดาไปด้วยเสียงเซ็ง ๆ รู้สึกคุ้นเคยกับเด็กคนนั้นอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อได้คำตอบจากลูกชายคุณหญิงก็พนมมือและฟังพระสวดต่อ ภูผาก็เช่นกัน
ปีนี้ครอบครัวของเขานำกฐินมาถวายที่วัดแห่งนี้เพราะคนงานในบ้านบอกว่าวัดยังขาดแคลนหลายอย่าง แม่ของเขาซึ่งเป็นสายบุญอยู่แล้วก็ไม่ได้ขัดข้อง แต่ก็ไม่เข้าใจทำไมต้องบังคับให้เขามาด้วยก็ไม่รู้ ภูผาคิดอย่างเบื่อหน่าย
จะว่าไปแล้วชีวิตของเขามันก็น่าเบื่อหน่ายมาตั้งแต่เกือบห้าปีก่อนแล้ว ตั้งแต่วันที่เขาไล่ใครบางคนออกไปจากชีวิตของเขา
แตงไทยสาวสวยผู้ที่ตั้งใจจะขึ้นคานไปตลอดชีวิต แต่พอได้เจอพ่อกำนันรูปหล่อ ปนิธานที่ตั้งไว้ก็เริ่มสั่นคลอน
เพราะคิดว่าพ่อที่อยู่ในวัยใกล้เกษียณ จะเคี้ยวหญ้าอ่อนอย่างเธอ เขาจึงทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวาง แต่ขวางไปขวางมา กลับกลายเป็นว่าเขากลับเป็นคนเคี้ยวหญ้าต้นนั้นซะเอง
รามสูรผู้ที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธ เมขลาผู้หญิงคนแรกที่กล้าปฎิเสธเขา เพราะค่ำคืนที่เร่าร้อนเพียงคืนเดียว ทำให้เขาติดใจในตัวเธอ แต่เธอกลับคิดจะหนี รามสูรจึงวางแผนเพื่อให้เมขลา มาเป็นทาสรักของเขา แต่ว่าไป ๆ มา ๆ เธอกลับได้เป็นเจ้าของหัวใจของเขาซะนี่
หลี่หลิงเฟิ่ง นักเรียนหัวกะทิอันดับหนึ่งในองค์กรฝึกสายลับของจีน ที่รวมยอดอัจริยะทั่วประเทศ ในระหว่างที่เธอทำภารกิจสุดท้ายก่อนจบการศึกษาเพื่อไปรับใช้ชาติ ดันมาตกม้าตายกับภารกิจง่ายๆ เพราะพลาดตกตึกโดยไม่รู้สาเหตุ เธอเก็บได้ชีวิตที่สองที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูห้า ลูกสาวอนุภรรยาที่มีฐานะต่ำต้อยของจวนเจ้าเมือง ซ้ำร้ายคุณหนูห้าคนนี้ยังถูกผู้คนรังเกียจขนานนามให้นางว่า 'ตัวไร้ค่า' เมื่อได้ชีวิตมาใหม่แล้วก็ต้องใช้ให้คุ้ม ตัวไร้ค่า? ข้าไม่ขอเป็นล่ะ คนถัดไปเชิญ...
เมื่อคุณหนูตัวจริงกลับมา, ฟางถี, คุณหนูปลอมตัวนี้ ถูกตระกูลฟางไล่ออกมาอย่างไม่เหลือเยื่อใย. ทุกคนต่างจับตามองการแสดงของเธอ, ทว่าฟางถีกลับหันไปแต่งงานกับตระกูลอันดับหนึ่ง — ตระกูลหยั่น, กลายเป็นคนที่พวกเขาเพียงแค่ได้แต่เงยหน้ามอง. “ได้ยินมาว่าฟางถีแต่งงานกับตระกูลหยั่นตอนกำลังตั้งครรภ์, คงจะเป็นเพราะเธอไม่อายวางแผนล่อลวงหยั่นสามน้อย, ใช้เด็กเป็นเครื่องมือบีบให้ขึ้นสู่ตำแหน่ง!” “ใครๆ ก็รู้ว่าหยั่นสามน้อยในใจมีแค่ผู้หญิงในฝัน, ถึงแม้จะใช้ลูกหลานเข้าไปในตระกูลหยั่น, เธอก็ต้องอยู่แบบถูกทอดทิ้งไปตลอดชีวิต!” ต่อมา— ในงานเลี้ยง, ทุกคนได้เห็นด้วยตาของตัวเอง, หยั่นสามน้อย, ที่เป็นคนดังในเมืองจิงตู้, ซึ่งมีชื่อเสียงในวงการธุรกิจในด้านความแข็งแกร่ง, ต้องเดินวนรอบตัวภรรยาของเขาทั้งคืน, สวมเสื้อคลุม, ยื่นเครื่องดื่ม, ป้อนผลไม้, นวดเท้าและบ่า... ไม่หยุดหย่อน, เอาใจดูแลอย่างสุดๆ! ทุกคนตกตะลึง, หยั่นสามน้อยที่เย็นชาราวกับคนสูงศักดิ์กลับกลายเป็นคนที่หลงรักภรรยาของเขาจนไม่เหลืออะไร! คนที่เคยซ้ำเติมเธอต่างก็เริ่มหวั่นใจ, ต่างพากันหลบไปในมุมที่มองไม่เห็น, กลัวว่าคุณนายหยั่นจะเห็นและจดจำ.
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
หยุนม่านชิง บุตรสาวของฮูหยินเอกจากจวนโหวหวยอัน ซึ่งถูกสลับตัวตอนอายุยังน้อย และเติบโตในชนบท เมื่อนางได้กลับมาที่จวนท่านโหวหวยอัน นางคาดหวังความรักและความอบอุ่นจากครอบครัว แต่ไม่คาดคิดว่าเป็นเพียงภาพลวงตาจวนโหวถูกยึดครองโดยหยุนโหรวเจียที่เป็นลูกสาวปลอม ในการวางแผนของลูกสาวปลอมและคู่หมั้นของนาง หยุนม่านชิงต้องแต่งงานในฐานะอนุภรรยา ต้องทำตัวนอบน้อมและก้มหัวให้ทุกคนเพื่อเอาใจคนในบ้าน นางคิดว่าจะได้ความรักและความสามัคคีในครอบครัว แต่กลับต้องถูกทำร้ายอย่างต่อเนื่องจนถึงแก่ชีวิตเมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางกลับมาสู่วันที่เปลี่ยนโชคชะตาของนาง หยุนม่านชิงไม่ยอมอดทนอีกต่อไป นางค่อยๆ เผยโฉมหน้าที่แท้จริงของลูกสาวปลอม ไม่ได้ต้องการความรักที่เป็นเพียงภาพลวงอีก และได้เรียกคืนทุกสิ่งที่เป็นของนางทีละนิดเมื่อนางตัดสินใจที่จะตัดขาดจากจวนท่านโหวอย่างสิ้นเชิง คนทั้งจวนกลับคุกเข่าขอร้องไม่ให้นางจากไป!
ซ่งจิ่งถังรักฮั่วอวิ๋นเซินอย่างลึกซึ้งนานถึงสิบห้าปี แต่ในวันที่เธอคลอดลูกกลับตกอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ฮั่วอวิ๋นเซินกระซิบข้างหูเธออย่างอ่อนโยนว่า "ถังถัง อย่าฟื้นขึ้นมาอีกเลย สำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" ซ่งจิ่งถังเคยคิดว่าสามีของเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักใคร่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเขามีแต่ความเกลียดชังและใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น และลูกๆ ที่เธอเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด กลับเรียกหญิงสาวคนอื่นว่า 'แม่' ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อหน้าที่เตียงคนไข้ของเธอ เมื่อซ่งจิ่งถังฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือการตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดขาด! แต่หลังจากหย่าแล้ว ฮั่วอวิ๋นเซินจึงเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยเงาของซ่งจิ่งถัง หญิงคนนี้กลายเป็นความเคยชินของเขา เมื่อพบกันอีกครั้ง ซ่งจิ่งถังปรากฏตัวในที่ประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันมามอง หญิงคนนี้ที่เคยมีแต่เขาในใจ บัดนี้กลับไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ฮั่วอวิ๋นเซินคิดว่าเธอแค่ยังโกรธอยู่ ถ้าเขาเอ่ยปากพูดนิดหน่อย ซ่งจิ่งถังจะต้องกลับไปหาเขาแน่นอน เพราะเธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ต่อมา ในงานหมั้นของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเพ่ย เขาเห็นซ่งจิ่งถังสวมชุดแต่งงานหรูหรา ยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและกอดแน่นเพ่ยตู้พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ฮั่วอวิ๋นเซินอิจฉาจนแทบคลั่ง เขาตาแดงก่ำและบีบแก้วจนแตก เลือดไหลไม่หยุด...
เดิมทีนางเป็นทายาทของตระกูลแพทย์เทพ แต่จู่ๆ นางก็กลายเป็นบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีที่พ่อไม่สนใจใยดีและแม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังนางยังเด็ก ในวันที่นางย้อนยุค นางถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่สังหารฮูหยินจวนโหว นางพยายามพลิกผัน พลิกสถานการณ์ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง นางคิดว่าภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นจบลงแล้ว แต่นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางจะต้องเผชิญคือเหวอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นถึงบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีกลับมีอันตรายอยู้รอบตัวมากมาย ทุกคนก็รังแกนางได้ พ่อไม่สนใจนางจะเป็นหรือจะตาย แม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่สนุกกับการทรมานนาง คู่หมั้นชั่วร้ายของนางอยากจะใช้นางเป็นประโยชน์เพื่อขึ้นไปที่สูง และแม้แต่น้องชายแท้ๆ ของนางยังทรยศนาง นางจึงเริ่มต่อสู้กับคนเจ้าเล่ห์ ข่มเหงแม่เลี้ยงของนาง และดูแลน้องชายและน้องสาวของนาง ดังนั้นนางวางแผนที่จะเล่นงานผู้ชายชั่ว เอาคืนแม่เลี้ยง และแก้แค้นน้องๆ ระหว่างที่นางแก้แค้นนั้น นางมีชีวิตที่มีความสุข แต่กลับไม่รู้ว่าไปยั่วยุคนใหญคนหนึ่งเข้าเมื่อไร เมื่อนางจะทำเรื่องไม่ดีหรือฆ่าคน เขาก็ช่วยนางหมด ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ที่ถามออกมาว่า "ท่าน แม้ว่าข้าจะทำลายโลกที่ไม่มความยุติธรรมนี้ ท่านก็จะช่วยข้าเช่นกันหรือ" เขาทำหน้าใจเย็น "ตราบใดที่เจ้าอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าจะเป็นโลกใบนี้ ข้าก็สามารถให้เจ้าได้"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY