เพียงแค่ได้เห็นใบหน้าสวย สรีระหน้าฟัดของ พลอยพัตรา ทำให้ เฟอเดอริค มอโร อยากจะคว้าตัวเธอมาเป็นดอกไม้บนเตียงของเขาทันที คนเจ้าเล่ห์และเจ้าบุญทุ่มอย่างเขาจึงทำทุกอย่างที่จะได้ดอกไม้ดอกนี้มาเชยชม
เพียงแค่ได้เห็นใบหน้าสวย สรีระหน้าฟัดของ พลอยพัตรา ทำให้ เฟอเดอริค มอโร อยากจะคว้าตัวเธอมาเป็นดอกไม้บนเตียงของเขาทันที คนเจ้าเล่ห์และเจ้าบุญทุ่มอย่างเขาจึงทำทุกอย่างที่จะได้ดอกไม้ดอกนี้มาเชยชม
1
ชายร่างสูงตระหง่านเดินลงมาจากเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวด้วยความหงุดหงิดอย่างรุนแรง เมื่อนักบินมารายงานว่ามีปัญหากับปีกเครื่องบินทางด้านซ้าย จนไม่สามารถบินไปยังประเทศไทยตามกำหนดได้ จำเป็นต้องนำเครื่องลงที่สนามบินที่อยู่ใกล้ที่สุดคือ สนามบินดูไบ กัปตันบอกกับเจ้าของเครื่องบินเจ็ทสุดหรูว่า ให้ใช้บริการสายการพาณิชย์แทน เนื่องจากการซ่อมเครื่องบินอาจต้องใช้เวลานานหลายวัน การเดินทางไปประเทศไทยก็จะช้าตามไปด้วย ชายหนุ่มจึงทำตามที่กัปตันบอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการเดินทางมาเมืองไทยในครั้งนี้สำคัญกับเขามาก ต้องเดินทางไปยังจุดหมายให้เร็วที่สุด
“ซื้อมาก็แพง ไม่น่าใจเสาะเสียเลย อย่างนี้มันน่าทุบทิ้งเหลือเกิน คนยิ่งรีบๆ อยู่”
เฟรเดอริค มอโร มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศสบ่นงึมงำขณะที่เขาเดินเข้าไปในอาคารผู้โดยสาร โดยมีร่างลูกน้องหนุ่มตามไปติดๆ ก่อนจะทรุดนั่งบนเก้าอี้ที่ทางสนามบินจัดเตรียมไว้ให้
“ผมไปจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินก่อนนะครับ” ชิลล์เอ่ยบอกเจ้านายที่หน้าง้ำดวงตาขุ่น
“ก็ไปสิ มัวแต่พูดมากอยู่ได้”
เฟรเดอริคตอบกลับไปอย่างคนอารมณ์ไม่ดี ชิลล์รีบสาวเท้าเดินไปยังห้องจำหน่ายตั๋วเครื่องบินของสายการบินหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด ก่อนจะเดินกลับมาหาเจ้านายของตัวเองในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา
“ว่าไง จัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินได้หรือยัง?” เฟรเดอริคเอ่ยถามชิลล์ ผู้ถูกถามทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้จะตอบคำถามเจ้านายอย่างไรดี
“ยืนบื้ออยู่ได้ ตกลงได้ตั๋วหรือเปล่า?” เจ้านายตวาดถามลูกน้องอีกครั้ง
“ได้ครับ แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไร?”
“แต่ว่าได้ตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดนะครับ” ชิลล์ตอบไม่เต็มเสียงนัก นึกหวาดกลัวกับอารมณ์ของเจ้านายหนุ่มที่คุกรุ่นมาตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินส่วนตัว แล้ว
“มึงว่าอะไรนะ ชั้นประหยัดอย่างนั้นเหรอ กูอยากรู้นักว่าที่นี่มีสายการบินเดียวหรือไงที่บินไปเมืองไทยน่ะ สายการบินอื่นก็มีถมไป สายการบินนี้ไม่มีตั๋วชั้นเฟิร์สคลาส (First Class) มึงก็ไปหาสายการบินอื่นสิ ไปหาสายการบินที่มีตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสมาให้กู มึงก็ไปหามาเลยนะ ไปหามาให้ได้ กูไม่นั่งหรอกชั้นประหยัด ไปเลยนะ มึงไปหาตั๋วมาให้ได้” เฟรเดอริคพูดเสียงเขียว กำชับเสียงหนักแน่นให้ชิลล์ที่ยืนคอตกไปหาตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสมาให้เขาให้จงได้
“ตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสมีครับ แต่ต้องรออีกห้าวัน เพราะตอนนี้ที่เมืองไทยอยู่ในช่วงไฮซีซั่น มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปพักผ่อนที่เมืองไทยเยอะมากเลยครับ ตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสและชั้นอื่นๆ เต็มหมด ตั๋วเครื่องบินที่ผมหามาได้เป็นตั๋วชั้นประหยัดที่คนจองยกเลิกไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน ถ้าคุณริคจะเดินทางวันนี้ก็มีแต่ชั้นประหยัด ถ้าอยากได้ตั๋วเฟิร์สคลาสก็ต้องรออีกห้าวันครับ” ชิลล์อธิบายถึงเหตุผลที่ไม่ได้ตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสให้ผู้เป็นนายได้รับฟัง
เฟรเดอริคทำท่าทางครุ่นคิดอย่างหนัก ใจหนึ่งอยากไปถึงเมืองไทยเร็วๆ เพื่อไปจัดการเรื่องหนึ่งให้เรียบร้อย ถ้าไปช้าบางทีทุกอย่างอาจจะสายเกินแก้เรื่องที่เขา จะไปจัดการนั้นต้องเสร็จสิ้นก่อนที่รอยซ์ มอโรน้องชายฝาแฝดของเขาจะเดินทางไปเมืองไทย ไม่เช่นนั้นเรื่องมันจะสายเกินแก้ แต่อีกใจก็ไม่อยากเดินทางไปเมืองไทยด้วยตั๋วชั้นประหยัด สาเหตุมาจากชั้นประหยัดไม่สะดวกสบายเหมือนชั้นอื่นๆ ที่นั่งก็แคบไม่เหมาะสมกับร่างกายสูงใหญ่เกินมาตรฐานของเขา จะนั่งหรือปรับเอนนอนเบาะก็ลำบาก ต้องทนนั่งเมื่อยไปอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงจุดหมาย แค่คิด เขาก็รับไม่ได้แล้ว คิดอีกทางจะทนรออีกห้าวันคงไม่ได้ ต้องเดินทางไปถึงเมืองไทยวันนี้ตามกำหนดการ
“นั่งชั้นประหยัดก็ได้”
เฟรเดอริคพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ จำใจเดินทางไปยังจุดหมายด้วยตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างเฟรเดอริค มอโรจะโดยสารเครื่องบินในราคาชั้นที่ถูกที่สุด
“เครื่องบินจะออกในอีกสองชั่วโมงนะครับ ไปถึงที่โน่นตอนหกโมงเย็นในเวลาประเทศไทยครับ”
เฟรเดอริคพยักหน้ารับรู้ ลูกน้องทั้งสองคนจึงเดินแยกกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ชิลล์ไปจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบิน เอริกไปจัดการเรื่องสัมภาระ ก่อนที่ทั้งหมดจะ เดินเข้าไปในส่วนของผู้โดยสารขาออก เพื่อขึ้นเครื่องบินของสายการบินที่จองตั๋วไว้
“เฮ้อ...” ลมหายใจแรงๆ ถูกระบายออกมาจากโพรงจมูกของเฟรเดอริค พร้อมกับเสียง “เฮ้อ” ที่แสดงออกถึงความลำบากใจ เมื่อสายตาของเขามองเห็นที่นั่งของตั๋วราคาถูก ที่นั่งเรียงยาวจัดเรียงในลักษณะ 3-4-3 ริมซ้ายมีที่นั่งสามที่ตรงกลาง สี่ที่ ด้านขวาสามที่ แต่ละที่นั่งมีจอ LCD ขนาด 16 นิ้ว ทุกที่นั่ง สามารถดูหนัง ฟังเพลงได้ดูจากสภาพภายนอกแล้ว เฟรเดอริคไม่มั่นใจว่าจะใช้งานได้หรือไม่ เรื่องนี้เขาไม่ค่อยสนใจมากเท่ากับขนาดที่นั่งที่เล็กและแคบ เล็กในที่นี้หมายถึงขนาดของเบาะนั่งที่เล็ก ไม่ต้องนั่งก็รู้ว่ามันไม่พอดีกับร่างกายของเขา แคบหมายถึงระหว่างที่นั่งมีความแคบ ทำให้เขาไม่สามารถเหยียดแข้งเหยียดขาได้อย่างสะดวกนัก ไม่บอกก็พอจะเดาได้ว่าเขาต้องนั่งเมื่อยขบไปตลอดทาง นี่ไม่เท่ากับสภาพของ ตัวเครื่องบินที่กลางเก่ากลางใหม่ เครื่องปรับอาการไม่เย็นเฉียบเท่ากับชั้นอื่นๆ การบริการก็เหมือนกัน คงจะประหยัดสมกับราคาตั๋ว
“คุณริคครับ นั่งตรงนี้ครับ”
ชิลล์หันมาบอกเจ้านายหนุ่มที่เดินตามมาข้างหลัง เฟรเดอริคถอนใจรอบที่ร้อยของชั่วโมงนี้ เมื่อเห็นที่นั่งของตัวเอง หวังลึกๆ ตั้งแต่ขึ้นเครื่องบินขอให้ได้ที่นั่งแถวล่าสุด เพื่อที่เขาจะได้สามารถยืดแขนยืดขาได้สะดวก แต่มันไม่เป็นอย่างที่คาดคิดเอาไว้ เขาและลูกน้องได้ที่นั่งตรงกลาง แถวที่สามนับจากข้างหน้า ทั้งหมดจึงนำพาร่างกายสูงใหญ่นั่งประจำที่ ชิลล์นั่งริม ถัดมาเป็นเอริก เฟรเดอริค นั่งบนที่นั่งตัวที่สาม เหลือที่นั่งข้างๆ อีกหนึ่งที่
“เล็กชะมัดเลย ทำที่นั่งให้มันใหญ่กว่านี้ไม่ได้หรือไงวะ นั่งไม่สบายเลยพับผ่าสิ”
เฟรเดอริคบ่นอุบ ชิลล์กับเอริกที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็หาว่าจะนั่งสบายๆ เหมือนคนที่บ่นเป็นหมีกินผึ้งเสียเมื่อไหร่ เขาสองคนก็มีร่างกายสูงใหญ่ไม่ต่างกับผู้เป็นนาย เพียงแต่ว่าเก็บอาการเอาไว้ไม่แสดงออกเหมือนใครบางคนเท่านั้นเอง อันที่จริงที่นั่งของสายการบินนี้ไม่ได้เล็กอะไรมากมาย เป็นเพราะเขาทั้งสามคนมีร่างกายสูงใหญ่กว่าผู้โดยสารคนอื่นๆ เลยทำให้ที่นั่งเล็กไปถนัดตา
"ฮือๆ .. ทำไมทำอย่างนี้กับรุ้ง ทำไมต้องเป็นเดียร์ ทำไม?" ความรู้สึกเสียงใจของหทัยชนกจะน้อยกว่านี้ หากคนที่เป็นภรรยาน้อยของสามีไม่ใช่เกวลิน...เพื่อนรักของเธอ
"คนอย่างเธอความเจ็บปวดแค่นี้มันยังน้อยเกินไป เธอต้องเจ็บเหมือนกับที่มินามิเจ็บ และต้องเจ็บยิ่งกว่าหลายร้อยเท่า ฉันจะทำให้เธอตายอย่างช้าๆ แต่ทุกข์ทรมานแสนสาหัส เธอจะไม่ได้ยินหรือสัมผัสกับความอ่อนโยนเมตตาจากฉัน สิ่งที่ฉันจะมอบให้เธอมีเพียงความเกลียดชังเท่านั้น จำใส่กะโหลกไว้" เรียวเหวี่ยงร่างงามไปที่เตียงนอนอย่างแรง มือหนาจับที่ข้อเท้าของเธอไว้แน่นเมื่อรู้ว่าเธอกำลังกระเถิบตัวหนี "หนีสิ หนีเลย ถ้าเธอหนี คนที่ตายเป็นคนแรกคือแม่ของเธอ ฉันจะให้แม่เธอตายเหมือนหมูเหมือนหมาข้างถนน เหมือนกับที่เธอฆ่าแม่ของฉัน" ดวงตาเขาเปล่งแสงแรงกล้าของความอาฆาต เมื่อนึกถึงข้อนี้อยากจะฆ่าหญิงสาวตรงหน้าให้ตายตามมารดาและคนที่เขารัก แต่ความตายอาจจะไม่ทำให้เขาสะใจ นอกจากกระกระทำต่อไปนี้ที่สะใจเขามากที่สุด ทรรศิกาหยุดดิ้นรนขัดขืน เขาจึงปล่อยข้อเท้าของเธอให้เป็นอิสระ จัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าต่อหน้าเธอ ความกลัวเริ่มเกาะกินจิตใจของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ อยากจะวิ่งหนีออกไปจากที่นี่ แต่เมื่อนึกถึงมารดา ทำให้เธอก้มหน้ารับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น เรื่องที่คุณน่าจะสน
ความอิจฉาน้องสาวต่างมารดาคือจุดเริ่มต้นของแผนการ “ชิงไอศูรย์” มาเป็นของตน เธอจึงใช้เล่ห์เหลี่ยมง่ายๆ คือวางยานอนหลับเขา พอตื่นขึ้นมาก็จะติ๋งต่างว่า เขากับเธอมีอะไรกัน ทว่าแผนเกิดผิดพลาด ยาที่ผสมในไวน์กลับเป็นยาปลุกเซ็กซ์ ผลที่ออกมาคือ ไอศูรย์มีความสัมพันธ์ทางกายกับเธอจริงๆ ในที่สุด ชเนตตีได้แต่งงานกับเขาตามตั้งใจ ทว่าผลที่ออกมา ไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้ “เนยใส่อะไรในแก้วไวน์ของพี่ใช่ไหม ไม่อย่างนั้นพี่จะไม่มีวันอยู่ในสภาพแบบนี้” เขาถามอีกครั้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ เสียงที่ถามเข้มห้วน ใบหน้ายังคงเรียบตึง สายตาถมึงทึงใส่ร่างอวบที่ย่นคอหนีน้ำเสียงแผดกร้าว “ตอบพี่มา” “ใส่อะไร เนยไม่รู้เรื่อง…ฮือ…พี่เจย์ทำผิดแล้วอย่ามาโทษว่าเนยวางยาพี่นะ…ฮือ” เธอยังคงปากแข็งต่อไป หลบสายตาแข็งกร้าวพัลวัน
“ว้าย!!..” เธอร้องได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ปากของหยาดน้ำค้างจะถูกมือใหญ่ของใครบางคนปิดเอาไว้ ลำแขนอีกข้างรัดร่างน้อยไว้แน่น ก่อนจะลากไปที่พุ่มไม้รกข้างทาง “อย่าดิ้น อย่าร้อง ไม่งั้นจะจับปล้ำมันตรงนี้แหละ” เสียงที่พูดชิดเรียวหูสะอาด ทำให้เธอรู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร..เหมันต์ วิเศษเดโช เขาดันร่างเล็กให้แผ่นหลังแนบชิดกับต้นไม้ใหญ่ขนาดสี่คนโอบ ใช้ลำแขนกักร่างบางเอาไว้ “ปล่อยนะ” หญิงสาวพูดเสียงเบาทว่าหนักแน่น เธอไม่กล้าพูดเสียงดังมาก เพราะกลัวว่าคนที่เดินผ่านไปผ่านมาจะได้ยิน “ไปกล่อมพ่อหรือกล่อมลูกมาล่ะ ถึงได้อ้อยอิ่งเป็นชั่วโมงแบบนี้” น้ำเสียงของเหมันต์เขียวเหมือนกับใบหน้าที่เขียวคล้ำด้วยความโกรธ “มันเรื่องของฉัน..คุณไม่เกี่ยว..เราไม่มีอะไรต่อกันแล้ว คุณก็ได้ในสิ่งที่คุณต้องการแล้วนี่ จะมาเอาอะไรกับฉันอีก ปล่อยนะ ฉันจะกลับที่พัก” หยาดน้ำค้างพยายามดิ้นรนหนีพันธนาการที่รัดร่างอยู่ แต่ทว่าลำแขนของเขานั้นหาได้คลายออกไม่ ยิ่งรัดแน่นมากกว่าเก่า เมื่อได้ยินวลีของเธอ “ทำไมผมจะไม่เกี่ยว ในเมื่อน้ำค้างเป็นเมียของผม..เป็นเมีย หรือว่าจำไม่ได้ว่าเราสองคนมีความสุขกันมากแค่ไหน” เขาเท้าความหนหลังให้เธอได้ฟัง ฝ่ายหญิงนิ่งเงียบกับคำพูดของเขา เธอไม่เถียงว่ามีความสุขมากแค่ไหนเวลาได้อยู่ใกล้ชิดกับเรือนกายที่แสนแข็งแรงและอบอุ่น หากแต่ความทุกข์และความเสียใจที่เธอได้รับนั้นมันก็มากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือว่าความทุกข์ เธอก็ไม่มีวันลืมเช่นกัน และไม่มีทางจะกลับไปจมกับความทุกข์อีกแล้ว “ฉันไม่ใช่เมียคุณ..ถ้าคุณคิดว่าการที่เรามีอะไรกันแล้วฉันจะเป็นเมียคุณ พี่ว่านก็ต้องเป็นสามีของฉันเหมือนกัน” หยาดน้ำค้างคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด วิธีที่เขาไม่มีทางมายุ่งเกี่ยวกับเธออีก อ้อมแขนที่รัดร่างนิ่มคลายออกโดยอัตโนมัติ หัวใจของคนที่ฟังเต้นเร็ว ดวงตาคมเข้มสีดำเรืองแสงในความมืดที่โรยตัวไปทั่วบริเวณ บ่งบอกอะไรหลายอย่างในแววตา เสียใจ ไม่คาดฝัน ไม่แน่ใจ
จะกี่หมัดก็ไม่หวั่น กี่ยกก็ไม่กลัว เธอจะ Knock Out ด้วยหัวใจติดปลายนวม ภัทรียายินดีสานต่อค่ายมวยและรับผิดชอบหนี้สินรุงรังต่อจากพ่อซึ่งเสียชีวิต แต่ ณ วันนี้หนี้สินสามปีที่ผัดผ่อนมาตลอดทำให้เธอมืดแปดด้าน ไม่ว่าความหวังแสนริบหรี่แค่ไหน เธอก็คว้าไว้อย่างไม่รอช้า ไม่เว้นแม้แต่การเป็นภรรยาหลอกๆ ต่อให้ต้องโดนแม่สามีดูถูกทุกขณะ น้องสาวสามีจ้องเหยียดชาติกำเนิดทุกครั้งที่เจอหน้า ภัทรียาก็ไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย เพราะเธอคือ... ‘มะปราง ลูกจ่าดาบ ศิษย์จอมทอง’ นักมวยสาวหุ่นกระชากใจหนุ่มๆ หากไม่เพราะกำลังจะถูกแม่จับคลุมถุงชน ธัชธรรมจึงต้องเลือกใช้วิธีสิ้นคิด จ้างนักมวยสาวหมัดหนักที่กำลังร้อนเงินมาเป็นภรรยากำมะลอ จดทะเบียนจริง อยู่ด้วยกันจริง...และทำท่าว่าจะต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน รออีกอย่างเดียวเท่านั้น... รอให้สะใภ้กำมะลอยอมเป็นภรรยาตัวจริงของเศรษฐีหนุ่มหล่อ
“บ้าอำนาจชะมัด” หญิงสาวแอบบ่น กระแทกตัวลงนั่งริมสุดของขอบโซฟา ทิ้งระยะห่างจากเขาให้มากที่สุด “นี่แม่คุณ มานั่งใกล้หน่อยสิ นั่งไกลอย่างนั้นแล้วจะบริการฉันได้ยังไง ไม่เห็นเหรออาหารหมดถ้วยแล้ว” ถ้ารู้มาก่อนว่าคนที่จองห้องวีไอพีคือเขาคนนี้ เธอไม่ยอมเป็นพนักงานเสิร์ฟจำเป็นแน่นอน หญิงสาวเขยิบร่างกายเข้ามาอีกนิด ตักอาหารใส่ถ้วย ก่อนจะวางไว้ตรงหน้าเขาเหมือนเดิม “ป้อนด้วยสิ” เขาพูดอย่างอารมณ์ดี “ดิฉันมีหน้าที่คอยให้บริการอำนวยความสะดวกให้กับคุณ ตามที่เห็นสมควรนะคะ การป้อนอาหารเป็นนอกหน้าที่ของดิฉัน” สร้อยระย้าพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเข้ม จ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ ชายหนุ่มกระตุกยิ้มกับท่าทีแสนพยศของเธอ ขยับร่างกายเข้ามาประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว โดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัว “ว้าย!!..ปล่อยนะ” หญิงสาวร้องเสียงหลง ผลักร่างหนาให้ออกห่าง แกะมือใหญ่ที่รัดเอวของเธอไว้แน่น แต่ยิ่งพยายามเอวของเธอก็ต้องถูกรัดแน่นมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นร่างงามลอยขึ้นเหนือเบาะ เนื่องจากเขาอุ้มร่างของเธอมานั่งบนตัก “พยศนักนะ” ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธเขามาก่อน เห็นจะมีเพียงผู้หญิงกลิ่นกายเย้ายวนใจคนนี้ ยิ่งชิดใกล้เลือดในกายของเขาเดือดพล่าน ความต้องการปะทุขึ้นมาทันที เรียวปากใหญ่ปิดสนิทปากนุ่มที่กำลังจะอ้าปากต่อว่า ทำให้เขาสอดแทรกลิ้นร้อนชื้นเข้าไปภายในโพรงปากอย่างง่ายดาย เรียวลิ้นหนาตวัดพัดโบกกับลิ้นนุ่มที่ตื่นกลัวทำอะไรไม่ถูก เนื่องจากจูบนี้เป็นจูบแรกของชีวิตสาว สมองของเธอนั้นเริ่มมีกลุ่มหมอกควันสีขาวเข้ามาปกคลุม ความว่างเปล่ากำลังเข้ามาแทนที่ ไม่มีสตินึกคิด ความหวานนุ่มชวนหอมหวานที่เขาได้สัมผัส กระตุ้นความเป็นชายของเขาให้ตื่นจากการหลับใหล เสียงครางที่ดังทักท้วงในลำคอสาว เสมือนยากระตุ้นให้ความดันโลหิตของเขาเสียดทานกับความต้องการทางเพศ ร้อนรุ่มไปทั้งกาย มือใหญ่ลูบแผ่นหลังบางไปมา ก่อนจะวกมากอบกุมทรวงอกขนาดพอเหมาะกับฝ่ามือของเขา ไม่ใหญ่มากเกินไปจนล้นมือและไม่เล็กจนเสียอารมณ์
ในชาติก่อน ซูเยว่ซีถูกอวิ๋นถังยวี่ทำร้ายจนตาย ทำผิดต่อครอบครัวของท่านตา และตัวเองยังถูกทรมานจนตาย เกิดใหม่ครั้งนี้ นางตั้งใจจะจัดการกับพวกผู้ชายชั่วและหญิงเลวจัดการพ่อชั่ว เพื่อปกป้องแม่และครอบครัวของท่านตาให้ปลอดภัย พวกผู้ชายชั่วเข้ามาใกล้งั้นเหรอ นางจะใช้แผนให้เขาเสียชื่อเสียง หญิงตีสองหน้าเก่งชอบทำตัวอ่อนแองั้นเหรอ นางจะเปิดโปงธาตุแท้อีกฝ่ายและไล่นางออกจากจวนซู! ในชาตินี้ สิ่งที่นางต้องทำคือการจัดการพวกปลวกที่แอบแฝงอยู่ในราชสำนัก แก้แค้นคนทรยศ เพื่อปกป้องท่านตาที่เป็นคนซื่อสัตย์ นางใช้มือเรียวเป็นเครื่องมือ ก่อให้เมืองจิงเกิดความวุ่นวาย แต่ท่ามกลางความโกลาหล นางได้พบกับองค์ชาย ผู้ที่ทุกคนเล่าลือว่าเป็นคนพิการ “อวิ๋นเฮิง เจ้าจะมาขวางข้าหรือ” อวิ๋นเฮิงยิ้มเบาๆ “ไม่ ข้าตั้งใจจะมาช่วยเจ้า”
อดีตนักฆ่าสาวอันดับหนึ่ง ผู้มีใจคอโหดเหี้ยมได้ทะลุมิติอยู่ในร่างสาวน้อยรูปโฉมอัปลักษณ์ ที่ทุกคนต่างสาปส่งและรังแกสารพัด!
ลู่หมิงเยว่ถูกแฟนนอกใจ และยังโดนดูถูกว่าเธอแค่ดีแต่หน้าตา ด้วยความโกรธ ลู่หมิงเยว่ใช้เสน่ห์ของเธอไปมีความสัมพันธ์กับเยี่ยนเฉิงจือประธานบริษัท แต่เธอกล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับ หลังจากเสร็จธุระนั้นเธอก็หนีไปเงียบๆ และยังเข้าใจผิดว่าคนในคืนนั้นคือเพลย์บอย เสิ่นเว่ยตง ทำให้เยี่ยนเฉิงจือเข้าใจผิดว่าเธอชอบคนอื่น เขาเลยแอบอิจฉาและหึงหวงอยู่เงียบๆ มานาน
【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”
ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?
หลังจากแต่งงานมาสามปี เสิ่นเนียนอันคิดว่าตนเองสามารถเอาชนะใจโฮ่วอวินโจวได้ แต่กลับพบว่าเขามีเพียงคนรักแรกอยู่ในใจ "ฉันจะปล่อยเธอไปหลังจากที่เธอคลอดลูก" ในวันที่เสิ่นเนียนอันมีปัญหาในการคลอดบุตร โฮ่วอวินโจวได้พาผู้หญิงอีกคนออกจากประเทศด้วยเครื่องบินส่วนตัว "ไม่ว่าคุณจะชอบใครก็แล้วไป สิ่งที่ฉันเป็นหนี้คุณ ฉันคืนให้หมดแล้ว" หลังจากที่เสิ่นเนียนอันจากไป โฮ่วอวินโจวก็เสียใจ "กลับมาหาฉันอีกครั้งได้ไหม"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY