ฉันตามหาคนที่ฉันรัก แต่กับได้คนที่รักฉัน
ฉันตามหาคนที่ฉันรัก แต่กับได้คนที่รักฉัน
เมื่อช่วงบ่ายบอมบอมไปหาพ่อกับแม่ที่บริษัท ซึ่งพ่อของบอมบอมเป็นท่านประธานในบริษัทแห่งนี้ บอมบอมนั่งรอผู้เป็นพ่อนานนับชั่วโมง แต่ก็ยังไม่เห็นจะมาตามนัด สักพักพ่อของบอมบอมก็โทรมาหาว่าติดธุระด่วน เย็นนี้เลยไม่สามารถที่จะไปทานข้าวกับบอมบอมได้ ในระหว่างนั้นเองก็มีหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบห้า เดินตรงเข้ามาหาบอมบอมซึ่งกำลังโทรคุยกับผู้เป็นพ่อ พอบอมบอมวางสายชายหนุ่มผู้นี้จีงแนะนำตัวกับบอมบอม
"อาชื่ออาเอกนะ เป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่นี่"เขายิ้มให้บอมบอม
“คุณบอมบอม วันนี้ท่านประธานให้อาไปส่งที่บ้านนะ เพราะเป็นทางผ่านบ้านอาพอดี ท่านประธานได้บอกแล้วใช่มั้ยครับ”
บอมบอมเงยหน้ามองผู้ชายทีเรียกตัวเองว่าอา เขาถึงกับสะดุดตาต้องใจ เพราะด้วยหน้าตาน่าจะซักสามสิบนิดๆ แต่ความจริงแล้ว เอกอายุสี่สิบห้าพอดี พ่อของบอมบอมวานให้เอกผู้จัดการฝ่ายขาย ไปส่งบอมบอมที่บ้าน จะได้ไม่ต้องเรียกคนขับรถมารับให้เสียเวลา
"บอกแล้วครับ"
“เรากลับกันเลยมั้ยคุณบอมบอม”เอกยิ้มให้บอมบอมอย่างละมุน
“ครับอา”บอมบอมยิ้มตอบแล้วก้มหน้าเดินตามอาเอกไปยังที่จอดรถ
เอกเปิดประตูรถให้บอมบอมเข้าไปนั่งข้างหน้า
“ขอบคุณครับ”บอมบอมอมยิ้ม และรู้สึกถูกชะตากับหนุ่มใหญ่หน้าเด็กคนนี้
เมื่อเอกปิดประตูรถให้บอมบอมเสร็จ เขาจึงเดินอ้อมหน้ารถเปิดประตูฝั่งคนขับ แล้วขึ้นไปนั่งพร้อมที่จะขับรถแล่นออกไปในทันที
“คุณบอมบอมจะกลับบ้านเลยใช่มั้ย”เอกหันหน้ามามองบอมบอมด้วยสายตาเอ็นดู
“ไม่ไปไหนแล้วครับ พรุ่งนี้ผมต้องไปเรียนแต่เช้า แถมเป็นวันแรกด้วย”
“ใช่อาก็ลืมไปเลย ท่านประธานเคยเล่าให้ฟังอยู่เหมือนกัน ดูท่านจะภูมิใจในตัวคุณบอมบอมมากเลยนะ”
บอมบอมไม่รู้จะพูดอะไรต่อจากนี้ เพราะรู้สึกเขินที่เจอหนุ่มใหญ่ที่พูดจาสุภาพมาก
“แล้วเรียนคณะอะไรอาลืมไปแล้ว”
“คณะบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยพิพัฒนเมธาครับ”บอมบอมพูดอย่างภูมิใจ เพราะมหาวิทยาลัยแห่งนี้เข้าเรียนได้ยาก เพราะเป็นมหาวิทยาลัยอันต้นๆของประเทศ
“คณะเดียวกับอาเลย แต่อาเรียนที่ต่างจังหวัด”
“มหาวิทยาลัยที่ไหนครับ”บอมบอมอยากรู้ขึ้นมาทันที เพราะดูจะปลื้มอาเอกมากเป็นพิเศษ
“จังหวัดเพชรบูรณ์ มหาวิทยาลัยอิงฟ้า”
“อูว์”บอมบอมทำเสียงตกใจ
“ตกใจอะไรทำเสียงซะดังขนาดนั้น”เอกหันหน้ามามองแว่บหนึ่งแล้วหันกลับ
“บอมบอมอยากไปเรียนที่ต่างจังหวัดแบบอาเอกเพราะเรียนที่กรุงเทพรถติด”บอมบอมมีสีหน้าเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด
“ทำไมไม่ขอคุณพ่อไปล่ะ”
“ขอแล้ว คุณพ่อให้ไปแต่คุณแม่ไม่ให้ไป บอกว่าลำบากเป็นห่วงอยู่กรุงเทพนี่แหล่ะดีแล้ว จะได้ใกล้หูใกล้ตา อันหลังผมพูดเองครับ”
“แหม คุณแม่เขาก็เป็นห่วงนั่นแหล่ะ คุณบอมบอมไม่เคยลำบากนี่”เอกเลยคิดย้อนถึงตัวเองในอดีต ที่ต้องต้มมาม่ากินตอนเย็นทุกวันกับเพื่อนๆที่หอพัก
“ก็จริง ถ้าให้ผมไปอยู่หอพักคงอยู่ไม่ได้หรอก คนเยอะนอนกันหลายคน ผมไม่ชินชอบนอนคนเดียวมากกว่าครับ”
“แต่อาว่าสนุกดีออก ได้อยู่กับเพื่อนๆและอิสระดีด้วย”
“คิดอีกทีก็จริงไม่ต้องมีใครมาคุม คิดแล้วอยากไปจังเลย”
“ถ้ายากไปจะไปที่ไหนล่ะ “เอกหันมาถาม
“ที่เดียววกับอาเอกนั่นแหล่ะ ถ้ามีอะไรจะได้ปรึกษาอาเอกที่เป็นศิษย์เก่า”
“ศิษย์เก่ารุ่นเดอะซิไม่ว่า เวลาผ่านมาตั้งยี่สิบกว่าปีแล้ว”เอกหัวเราะเพราะอดขำความไร้เดียงสาของบอมบอมไม่ได้
“คุยกับอาเอกสนุกจัง ไม่เหมือนพ่อที่เคร่งเครียด ให้ตั้งใจเรียนจะได้มาช่วยพ่อกับแม่ทำงาน”
“ก็ท่านประธานมีบอมบอมเป็นลูกคนเดียวนี่ เขาก็ต้องฝากความหวังไว้ที่บอมบอมนี่แหล่ะ”
“นั่นน่ะซิ” บอมบอมถอนหายใจ นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย อยากไปเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับอาเอก ไม่อยากเรียนที่กรุงเทพ แต่คงไม่ทันแล้วแหล่ะมหาวิทยาลัยเปิดพรุ่งนี้ ถึงทันพ่อกับแม่ของเขาก็คงไม่ให้ไปอยู่ดี
บอมบอมนั่งคิดตลอดทาง อยากไปเรียนที่เดียวกับอาเอก คงจะสนุกและได้เห็นอะไรแปลกใหม่ ที่อยู่ในต่างจังหวัดแต่กรุงเทพไม่มี บอบอมคิดเช่นนั้นเพราะต้องอยู่ในกรอบตลอดเวลา ถ้าไปเรียนไกลๆจะได้มีอิสระ บอมบอมคิดวนมาวนไปจนหลับในที่สุด
เอกใช้เวลาขับรถนานพอสมควร กว่าจะมาถึงบ้านของบอมบอมก็เย็นพอดี
“น้องบอมบอมถึงแล้ว”เอกสะกิดที่แขนของบอมบอม
บอมบอมค่อยๆลืมตาขึ้นจึงทำให้ สายตาได้ประสานกับอาเอกของเขา จนบอมบอมต้องเม้มปากหลบสายตาไปทางอื่น
"น้องบอมบอมเป็นอะไรหรือเปล่า"เอกสงสัยในท่าทีเขินอายของบอมบอม เพราะเขาก็ไม่รู้ตัวว่าเสน่หนุ่มใหญ่ต้องตาหนุ่มน้อย
“อาเข้าบ้านผมก่อนซิ ไปทานอะไรกันก่อน”บอมบอมยังไม่ลงจากรถ เพราะอยากคุยกับเอกต่ออีก จึงชวนให้ทานข้าวด้วย
“ไม่ได้หรอกอาต้องไปทานข้าวกับภรรยาและลูกที่บ้าน” เอกยิ้มให้บอมบอมด้วยนัยน์ตาที่โอนโยน
“ครับ”บอมบอมรู้สึกสะดุดใจคำนี้ แต่ก็ไม่คิดอะไรมากเพราะอายุขนาดนี้แล้ว ก็ต้องมีลูกและภรรยาเป็นเรื่องธรรดา ถ้าไม่มีก็จะเป็นเรื่องที่น่ายินดีกว่านี้บอมบอมคิดเช่นนั้น
“ขอบคุณครับ” บอมบอมรีบลงจากรถแล้วยิ้มลายกมือไหว้เอก รีบเดินเข้าไปภายในบ้าน ส่วนเอกก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแต่คิดถึงลูกชายวันสิบห้าของเขาที่กำลังโตเป็นหนุ่มไล่ๆกับบอมบอม
บอมบอมเข้ามาในบ้านหลังใหญ่โต ที่แสนจะเงียบเหงา มีเพียงเขากับคนรับใช้ร่วมสิบ ส่วนพ่อแม่ของบอมบอมกลับดึกทุกค่ำคืน
บอมบอมมักจะรับประทานข้าวคนเดียวอยู่เป็นเนืองนิจ ค่ำคืนนี้ก็เช่นเดิมไม่อาจหลีกพ้น ซึ่งเป็นบรรยากาศที่เขาแสนจะเบื่อหน่าย
อาหารเต็มโต๊ะชั้นเลิศที่ใครเห็นต้องอยากทาน แต่บอมบอมเพียงแค่เห็นก็แท่บจะอิ่ม เขาทานเพียงน้อยนิดก่อนจะขึ้นมาที่ห้องเพื่อนอนเล่นมือถือ แซทคุยกับเพื่อนเรื่องไปเรียนในมหาวิทยาลัยพรุ่งนี้เป็นวันแรก แต่แล้วบอมบอมก็ต้องหยุดเล่นทันทีเพราะเสียงเคาะประตู
บอมบอมจึงออกไปเปิดประตู ก็ได้เห็นแม่ของเขายังอยู่ในชุดทำงาน
“บอมบอมยังไม่นอนอีกเหรอ มัวทำอะไรอยู่”
“คุยกับเพื่อนอยู่ครับ”
“วันนี้แม่กับพ่อต้องขอโทษบอมบอมนะ ที่ไม่ได้พาไปทานข้าว พอดีลูกค้าเรื่องมากต้องคุยกันยาว”
“ผมเข้าใจครับ” บอมบอมพยักหน้า
“วันนี้พ่อเลยโทรให้อาเอกมาส่งลูก”
พอได้ยินชื่ออาเอกเท่านั้นแหล่ะ บอมบอมกระชุ่มกระซวยขึ้นมาทันที เลยอยากถามไถ่ประวัติของอาเอกทันที
“อาเอกทำงานที่นี่นานแล้วเหรอครับแม่”
“ก็นานอยู่นะสิบกว่าปีเห็นจะได้”
“ถามทำไมลูก”แม่บอมบอมมีท่าทีสงสัย
“ผมไปทีไรก็ไม่เห็นอาเอกเลย”
“อ๋อ ก็อาเอกเป็นผู้จัดการฝ่ายการขาย จึงออกไปพบปะลูกค้าบ่อยๆ ไม่ค่อยได้อยู่ออฟฟิคหรอก"
“อาเอกนี่เขาชื่อจริงอะไรเหรอครับ”บอมบอมถามเพื่อจะไปค้นหาในโซเซียล เฟสบุ๊ค ไอจี เพราะอยากรู้เรื่องราวของอาเอก
“อยากรู้ไปทำไม”
“ก็ลูกน้องพ่อกับแม่นี่ก็อยากรู้จักไว้บ้าง อาเอกเขาใจดีสุภาพ อาเอกเขารับปากว่าจะเป็นที่ปรึกษาให้บอมบอม ตอนเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย”บอมบอมโกหกหน้าตาย
“อ่อ ดีมากลูก อาเอกเขาเป็นคนเก่งถ้าลูกได้เรียนรู้จากเขาถือว่าโชคดีมาก อาเอกเขาชื่อ เอกราช สุดใจ “
“เอกราช สุดใจ “ บอมบอมพูดจบก็อมยิ้ม
แม่ของบอมบอมเห็นว่าดึกพอสมควร และในส่วนของตัวเธอก็รู้สึกง่วงนอนมากจนผิดสังเกต
“บอมบอมนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องไปเรียนวันแรกแต่เช้า”
ผู้เป็นแม่จับไหล่ของบอมบอมแล้วดึงร่างบอมบอมมากอดไว้
“พ่อกับแม่รักบอมบอมมากนะ วันนี้ไม่รู้ว่าแม่เป็นอะไรอยากกอดบอมบอม กลัวบอมบอม ฮือ แม่คงคิดไปเรื่อย นอนเถอะลูก แม่ก็ง่วงนอนเหมือนกัน”
แม่ของบอมบอมละร่างออกจากลูกชาย แล้วจ้องมองบอมบอมสักพักก็หันหลังกลับเดินไปที่ห้องของตัวเอง
ส่วนบอมบอมนั้นรู้สีกใจหายที่แม่มีท่าทีแปลกไป บอมบอมมองแม่ของเขาเดินไปจนถึงห้องนอน หลังจากนั้นเขาจึงปิดประตู ส่วนแม่ของบอมบอมก็หันหลังกลับมามอง แต่ก็ไม่เห็นลูกชายแล้วเธอจึงถอนหายใจ พร้อมเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนด้วยความรู้สึกแปลกๆ
บอมบอมรีบเดินมาที่เตียงนอน เพื่อที่จะค้นหาประวัติอาเอกในเฟสบุ๊ค บอมบอมมลองพิมชื่อ เอกราช สุดใจ ก็เด้งขึ้นมาทันที บอมบอมจึงไล่ดูรูปของเอกทุกรูป จนมาถึงรูปเก่าๆสมัยยี่สิบปีกว่าปีที่แล้ว ที่เอกนำมาลงในเฟสบุีค
บอมบอมจ้องมองไม่กระพริบตา พราะหน้าตาของเอกนั้นหล่อคม บอมบอมเลยไล่ดูไปเรื่อยๆถ้ามีรูปคู่กับภรรยาและลูก บอมบอมจะเลื่อนผ่านไปในทันที ดูในเฟสจบก็ต่อด้วยไอจี เพราะเอกทำลิงค์ไว้ให้ติดตามกัน
บอมบอมไล่ดูจนเวลาเกือบเที่ยงคืน เขาก็ยังไม่นอน เพราะไม่ได้ดูรูปเอกในเฟสและไอจีแคนั้น แต่ยังดูคลิปติ๊กต๊อกที่เอกลงคลิปเล่นกีต้าร์ร้องเพลงยุค 90 บอมบอมเลื่อนฟังไปเรื่อยๆ จนมาสะดุดกับเพลงปาฏิหารย์ บอมบอมกดรีเฟรชหลายรอบมาก เขาเลยมีความคิดแปลงไฟล์เพลงนี้บันทึกลงเครื่องทำเป็นMP3 บอมบอมจึงเริ่มแปลงไฟล์เพลงในทันทีทันใด
ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานนัก
เมื่อใกล้ถึงเวลาเที่ยงคืนซึ่งเหลือเพียงไม่กี่นาที บอมบอมรู้สึกง่วงนอนจนอดรนทนไม่ไหว เขาจึงล้มตัวลงนอนบนเตียงพร้อมนำมือถือมาวางไว้ข้างหู เปิดเพลงปาฏิหารย์ของเอกที่ทำเป็นmp3ฟังโดยตั้งค่าเล่นซ้ำอัตโนมัติ บอมบอมฟังได้ไม่กี่รอบก็หลับไปอย่างไม่รู้ตัว
รักแล้วไม่กลัวเจ็บ แต่ต้องเก็บเป็นความลับ เพราะไม่สามารถเปิดเผยรักที่แท้จริงได้ จึงต้องฝืนทนกล่ำกลืนรักที่แสนรันทัด แต่ถึงกระนั้นทั้งคู่ก็ไม่กลัวที่จะได้รักกัน ถึงแม้จะเป็นรักที่เจ็บๆแต่จริงใจและห่วงใย
สุดท้ายเราก็รักกันไม่ได้ ถึงแม้ถ่ายไฟเก่าจะลุกขึ้นจนมอดไหม้ ไม่มีเหลือชิ้นดี
ชายหนุ่มผู้เดินตามความฝัน ซึ่งในระหว่างทางต้องพบเจออุปสรรคมากมาย กว่าจะเจอรักแท้ที่โหยหามานาน
ธาริกาทนเห็นน้ำตาของวาติยาแฝดน้องไม่ได้ เธอจึงสลับตัวกับน้องสาว เพื่อมาจัดการ นายราเชนทร์ สามีจอมปลอมของวาติยา ให้รู้ซะบ้างว่า ผู้หญิงไม่ได้อ่อนแอทุกคน ...... “เธอออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ ไป!” ราเชนทร์ไล่หญิงสาวความโมโห “ไม่ไป แก้วเพิ่งมาจะไล่แก้วไปไหนล่ะคะ คืนนี้แก้วจะทวนความจำให้พี่เชนทร์ รับรองพรุ่งนี้พี่เชนทร์ไม่มีทางไล่แก้วออกจากบ้านแน่นอนค่ะ” “ไป! ฉันบอกให้เธอออกไปจากบ้านของฉัน แม่โสเภณี!” ราเชนทร์เริ่มตัวสั่นเพราะความโกรธ เขาไม่เคยโกรธใครเท่าผู้หญิงคนนี้เลย ทั้งโกรธทั้งเกลียด ทั้งขยะแขยง “คำก็โสเภณี สองคำก็โสเภณี ถามหน่อยเถอะว่าถ้าเมียเป็นโสเภณีแล้วผัวจะเป็นอะไร ก็เป็นแมงดาไง แสดงว่าพี่เชนทร์เป็นแมงดา ส่วนบ้านหลังนี้ก็เป็นซ่อง ” ธาริกาสวนกลับอย่างเจ็บแสบ ทำให้ราเชนทร์ถึงกับอึ้ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ แล้วเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างบันได เขาเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบใบหน้านวล แต่เสียงหวานใสของธาริกาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน “ตบสิ คุณตบฉัน ฉันจะตบคุณด้วยรองเท้าข้างนี้ เอาสิ! ตบสิ!” ธาริกาถือรองเท้าส้นสูงสีดำขึ้นเหนือศีรษะ ตั้งท่าจะฟาดกับใบหน้าของเขาทันทีที่เธอถูกทำร้าย ราเชนทร์ไม่คิดว่าวาติยาคนใหม่จะกล้าทำกับเขาแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาวาติยาคนเดิมไม่กล้าขึ้นเสียงกับเขา เขาว่าแรงๆ ก็เอาแต่ร้องไห้ แต่วาติยาคนนี้เถียงเขาทุกคำ แถมยังสู้ถ้าหากเขาคิดทำร้ายเธอ ร้ายมาร้ายกลับ...ไม่โกง
เซิ่งหนานหยินเกิดใหม่แล้ว ชาติที่แล้ว เธอถูกชายชั่วหักหลัง ถูกชายเสแสร้งใส่ร้าย โดนครอบครัวสามีเล่นงาน จนทำให้เธอล้มละลายและเป็นบ้าไป ในท้ายที่สุด เธอเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเธอตั้งครรภ์ได้ 9 เดือน แต่คนร้ายกลับทำเงินได้มากมาย และใช้ชีวิตทั้งครอบครัวอย่างมีความสุข เกิดใหม่ครั้งนี้ เซิ่งหนานหยินคิดตกอล้ว อะไรที่ว่าพระคุณช่วยชีวิต คนรักในใจอะไรกัน ล้วนไม่ต้องไปสน เธอจะจัดการชายชั่วหญิงร้าย สร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลเก่าของตนเองขึ้นมาใหม่อีกครั้งและนำตระกูลเซิ่งไปสู่จุดสูงสุดของชีวิต สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ คนที่หยิ่งมาตลอดในชาติที่แล้ว กลับเป็นฝ่ายริเริ่มมาหาเธอ "เซิ่งหนานหยิน การแต่งงานครั้งแรกผมไม่ทัน การแต่งงานครั้งที่สองก็ต้องถึงคิวผมแล้วสินะ"
เพราะความเมตตาจากสวรรค์ ทำให้นางผู้ซึ่งสิ้นอายุขัยในวันที่คลอดลูก ได้กลับมาเกิดใหม่ ในร่างของคุณหนูสามผู้โง่เขลา บุตรีของท่านเจ้าสำนักศึกษาตระกูลหลี่
เมื่อคุณหนูตัวจริงกลับมา, ฟางถี, คุณหนูปลอมตัวนี้ ถูกตระกูลฟางไล่ออกมาอย่างไม่เหลือเยื่อใย. ทุกคนต่างจับตามองการแสดงของเธอ, ทว่าฟางถีกลับหันไปแต่งงานกับตระกูลอันดับหนึ่ง — ตระกูลหยั่น, กลายเป็นคนที่พวกเขาเพียงแค่ได้แต่เงยหน้ามอง. “ได้ยินมาว่าฟางถีแต่งงานกับตระกูลหยั่นตอนกำลังตั้งครรภ์, คงจะเป็นเพราะเธอไม่อายวางแผนล่อลวงหยั่นสามน้อย, ใช้เด็กเป็นเครื่องมือบีบให้ขึ้นสู่ตำแหน่ง!” “ใครๆ ก็รู้ว่าหยั่นสามน้อยในใจมีแค่ผู้หญิงในฝัน, ถึงแม้จะใช้ลูกหลานเข้าไปในตระกูลหยั่น, เธอก็ต้องอยู่แบบถูกทอดทิ้งไปตลอดชีวิต!” ต่อมา— ในงานเลี้ยง, ทุกคนได้เห็นด้วยตาของตัวเอง, หยั่นสามน้อย, ที่เป็นคนดังในเมืองจิงตู้, ซึ่งมีชื่อเสียงในวงการธุรกิจในด้านความแข็งแกร่ง, ต้องเดินวนรอบตัวภรรยาของเขาทั้งคืน, สวมเสื้อคลุม, ยื่นเครื่องดื่ม, ป้อนผลไม้, นวดเท้าและบ่า... ไม่หยุดหย่อน, เอาใจดูแลอย่างสุดๆ! ทุกคนตกตะลึง, หยั่นสามน้อยที่เย็นชาราวกับคนสูงศักดิ์กลับกลายเป็นคนที่หลงรักภรรยาของเขาจนไม่เหลืออะไร! คนที่เคยซ้ำเติมเธอต่างก็เริ่มหวั่นใจ, ต่างพากันหลบไปในมุมที่มองไม่เห็น, กลัวว่าคุณนายหยั่นจะเห็นและจดจำ.
เฉียวลู่ นักแสดงแถวหน้าของจีนมีข่าวฉาวออกมาทำให้ทางต้นสังกัดของเธอสั่งให้เธองดออกสื่อชั่วคราว จึงเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับคนงานยุ่งตลอดทั้งปีของเธอที่จะได้พักผ่อน เฉียวลู่เดินทางกลับบ้านเกิดของเธอและการกลับไปครั้งนี้ทำให้ชีวิตของเฉียวลู่เปลี่ยนไปตลอดการ ฉีหมิงเยี่ยน อนุชาองค์เล็กของฮ่องเต้แห่งแคว้นฉี ถูกลอบปลงพระชนม์ระหว่างที่เดินทางมาทำหน้าที่เจรจาสงบศึกกับเเเคว้นเซียว เพราะได้รับบาดเจ็บสาหัสทำให้ชินอ๋องความจำเสื่อมและได้รับการช่วยเหลือจากพ่อลูกตระกูลเฉียว เซียวยิ่น ฮ่องเต้แคว้นเซียวมีพระสนมมากมายเเต่กลับไม่สามารถให้กำเนิดพระโอรสได้โหรหลวงได้ทำนายเอาไว้ว่า ในอนาคตองค์รัชทายาทที่แท้จริงจะกลับมาเซียวยิ่นจึงมีรับสั่งให้ทหารออกตามหาพระโอรสและอดีตฮองเฮาของตนอย่างลับๆ ฉินอี้เหยา ได้รับบาดเจ็บสาหัสร่างลอยตามแม่น้ำมาพร้อมกับเด็กทารกในอ้อมแขนเมื่อฟื้นขึ้นมานางจึงแสร้งจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ เพื่อให้นางและบุตรชายมีชีวิตรอดต่อไป
หลินหลั่งเยี่ยน เป็นลูกสาวที่ได้รับการฝึกฝนอย่างลับๆ จากรัฐ เป็นสาวอัจฉริยะที่ทุกคนในองค์กรอิจฉา มีความสามารถทางการต่อสู้สูงและไม่ยอมใคร แต่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่าพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้องสาวฝาแฝดของเธอเพียงลำพัง หลังจากผ่านไปเจ็ดปี ในที่สุดรัฐก็อนุมัติอิสรภาพให้เธอ หัวใจของหลินเหลิงเหยียนเต้นระรัวด้วยความคาดหวัง ขณะที่เธอกำลังเดินทางกลับบ้าน แต่เธอกลับต้องพบว่าป้าของเธอใช้ชีวิตอย่างหรูหราในบ้านพักของพ่อแม่ผู้ล่วงลับ ขณะที่น้องสาวของเธอเองกลับถูกบังคับให้นอนในคอกสุนัขและกินของเหลือ ทันใดนั้น เธอพลิกโต๊ะอาหารด้วยความโกรธ ป้าข่มขู่? เธอใช้วิธีการที่เด็ดขาดถอนตัวจากการร่วมมือ จนบริษัทของป้าพังทลายลงอย่างรวดเร็ว! การกลั่นแกล้งในโรงเรียน? เธอปลอมตัวเป็นน้องสาว เข้าไปในโรงเรียนและตัดสินใจสู้ไฟด้วยไฟ จากนั้นเธอก็ถ่ายทอดสดตอนพวกอันธพาลคุกเข่าร้องขอความเมตตา ถูกเยาะเย้ยเรื่องตัวตน? หลินหลั่งเยี่ยนพูดอย่างเย็นชา“ใช่ ฉันก็แค่คนธรรมดา” ในวินาทีถัดมา ครอบครัวที่มีชื่อเสียงมายืนยันว่า“เธอคือลูกสาวคนโตของเรา!” สถาบันวิจัยแห่งชาติ “พวกเราคือเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ!” …… ซือฮานเฟิง ผู้เป็นผู้นำของตระกูลลึกลับ ไม่เคยปรากฏตัวในสายตาสาธารณชน ข่าวลือว่าเขาเป็นคนเยือกเย็นและไร้ความปรานี บางคนเคยเห็นเขายืนสูบบุหรี่ในสถานการณ์ที่น่ากลัว และบางคนก็เห็นเขาฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา แต่ต่อมากลับมีคนเห็นว่าเขาไล่ตามหลินหลั่งเยี่ยนจนถึงมุมกำแพง ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าและความไม่พอใจ “หลั่งเยี่ยน ฉันช่วยเธอจัดการพวกนั้นแล้ว เธอควรจะอยู่เป็นเพื่อนกับฉันบ้างไหม?” “เราไม่ใช่แค่พันธมิตรหรือ?” หลินหลั่งเยี่ยนพูดอย่างงงงวย ซือฮานเฟิงถอนหายใจลึกๆ แล้วจูบเบาๆ บนริมฝีปากของเธอ “ตอนนี้ล่ะ”
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY