พราะเข้าไปช่วยชีวิตผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน ทำให้ชีวิตดั่งเจ้าหญิงของเฮเซลเปลี่ยนไปตลอดกาล
พราะเข้าไปช่วยชีวิตผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน ทำให้ชีวิตดั่งเจ้าหญิงของเฮเซลเปลี่ยนไปตลอดกาล
เพราะอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ชีวิตของเฮเซล อ็อกเดนเปลี่ยนไปตลอดกาล หล่อนต้องออกจากมหาวิทยาลัยกลางคัน เพราะดวงตาคู่สวยของเธอเกิดมองไม่เห็น ผิวพรรณที่เคยสวยงามมีร่องรอยแผลเป็นที่เกิดจากไฟไหม้
โชคดีที่ครอบครัวเธอค่อนข้างมีฐานะและมีอิทธิพลในเมือง เมื่อต้องออกจากมหาวิทยาลัยหรือไม่ได้เรียนต่อชีวิตเจ้าหล่อนก็ไม่ลำบากนัก เพราะมีครอบครัวคอยซัพพอร์ตอย่างเต็มที่ โชคดีอีกอย่างหนึ่งคือแผลเป็นน่าเกลียดนั่นไม่ได้ส่งกระทบใบหน้าสวยงามของเธอแม้แต่น้อย เธอยังคงเป็นเด็กสาวแสนงดงามเหมือนเช่นเคย
และด้วยที่เป็นคนคิดบวกเลยมองโลกในแง่ดีทำให้หล่อนไม่ใส่ใจเรื่องรูปร่างหน้าตามากนัก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามเฮเซลยังมีครอบครัว มีคุณตา ที่รักและเอาใจใส่เธอ
ส่วนสาเหตุน่ะเหรอ ก็เพราะวันนั้นเธอใจดีเกินไป วิ่งโร่เข้าไปช่วยชีวิตผู้ชายคนหนึ่งออกจากกองเพลิง ความร้อนจากเปลวไฟในอุบัติเหตุ ทำให้ดวงตาของหล่อนมีปัญหามาตั้งแต่ตอนนั้น เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มแสนอารมณ์ดีคนนี้ ไม่นึกเสียใจที่ได้ช่วยชีวิตผู้ชายคนนั้นเอาไว้
แม้จะล่วงเลยมาแล้วราว 3 ปี เฮเซล อ็อกเดนก็ไม่เคยลืมวันนั้นเลยสักครั้ง
หญิงสาววัย 20 ปี เดินเตร็ดเตร่อยู่ในย่านเมืองเก่า คนตัวเล็กมักจะมาเดินเล่นแถวนี้เพราะร้านสินค้ามือสองพวกนี้มักจะมีของเก่าหายากให้เธอได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปตั้งไว้ในห้องสะสมผลงาน เพราะเป็นนักเรียนสายศิลปะ ทำให้เฮเซลชอบงานอาร์ตพวกนี้เป็นอย่างยิ่ง ยิ่งเก่าเก็บเธอยิ่งชอบ
ไม่แน่ในสักวันหนึ่งเธออาจเจอผลงานหายากปะปนอยู่ในของพวกนี้ก็ได้
เดินเล่นจนกระทั่งแสงอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้าไป พระอาทิตย์ของเมืองนี้กว่าจะตกดินก็เกือบสามทุ่ม ผู้คนในเมืองนี้มักจะออกมาใช้ชีวิตกันก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน
และหลังจากนั้นเมืองทั้งเมืองก็จะเข้าสู่ความเงียบสงบ
ที่นี่เป็นเมืองใหญ่ แต่คดีอาชญากรรมก็น้อยมาก เฮเซลใช้ชีวิตที่นี่ยามค่ำคืนได้อย่างสบายใจ เธอเคยผ่านการถ่ายแบบนิตยสารวัยรุ่นมาหลายฉบับ รูปร่างของเฮเซลยิ่งไม่ต้องพูดถึงเธอดูแลตัวเองเป็นอย่างดี นอกจากสายงานศิลปะแล้วคนตัวเล็กยังรักงานในวงการบันเทิงด้วยเช่นกัน
เอี๊ยด!! เสียงเบรกรถยนต์ลากยาวดังลั่น ตามมาด้วยเสียงโครมครั้งใหญ่ รถแอสตั้นมาติลสีเงินพลิกคว่ำหลายตลบ เกิดระเบิดเบา ๆ ขึ้นหนึ่งครั้ง
แย่แล้ว!!
ไม่มีเวลาให้หญิงสาวตกใจไปมากกว่านี้ เธอทิ้งทุกอย่างที่อยู่ในมือวิ่งเข้าไปสำรวจดูอุบัติเหตุตรงนั้น ดวงตาสีฟ้าคู่สวยของเฮเซลเพ่งมองว่ามีใครบ้างอยู่ในรถคันบ้างและพยายามหาสัญญาณของการมีชีวิต
“คุณ” คนตัวเล็กเคาะกระจกเรียก เธอเห็นผู้ชายใส่สูทคนหนึ่งนอนหมดสติอยู่บนรถ ทั้งตัวเปียกโชกไปด้วยเลือด
เฮเซลพยายามมองรอบด้าน ที่นี่แทบจะเป็นสุดถนนของเมืองนี้แล้ว ไม่มีผู้คน และไม่มีใครออกมาดูหรือตกใจกับอุบัติเหตุครั้งนี้
เธอพยายามเรียกเขาอีกครั้ง “คุณ คุณ” ดูเหมือนว่าเขาจะได้ยินเธอ
จู่ ๆ หน้ารถก็ถูกไฟลุกท่วม ไม่มีเวลาเรียกหาใครทั้งสิ้นหากเธอปล่อยเอาไว้ เขาอาจจะเสียชีวิตคากองเพลิง ก้อนหินแถวนั้นถูกใช้เป็นตัวทำลายกระจก เมื่อกระจกแตกมือของเฮเซลก็กวาดกระจกตรงขอบให้เรียบที่สุด คนตัวเล็กพยายามเอื้อมมือไปปลดล็อกกลอนเปิดประตู แต่มันเปิดไม่ออก
เฮเซลหายใจหอบเหนื่อย พยายามมุดตัวเข้าไปช่วยเหลือผู้ชายคนนั้น ซ้ำยังเรียกเขาให้ตื่นขึ้นเผื่อว่าเขาจะประคองตัวเองออกมาได้
“คุณ”
เขาส่งเสียงร้องเบา ๆ เฮเซลปลดเข็มขัดนิรภัยอย่างอยากลำบาก ความร้อนภายในตัวรถเพิ่มมากขึ้น เธอไม่มีเวลาแล้ว ต้องรีบช่วยเขาออกไปให้เร็วที่สุด
เคลก เมคเคนซี ได้ยินเสียงใส ๆ เรียกสติเขา ชายหนุ่มพยายามลืมตาและกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เขามองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังพยายามลากร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลออกมาจากตัวรถ ใบหน้าของเธอเลือนราง เคลกจำได้แค่กลิ่นน้ำหอมเท่านั้น เธอเรียกเขาเสียงดัง ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากตอบ แต่เพราะหมดแรงจะตอบ
พวกมันตัดสายเบรกรถยนต์ของเขา เป็นเพราะชะล่าใจเกินไปและคิดว่ายังไงก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับเขา ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นได้
คนตัวใหญ่ปล่อยตัวตามสบาย เธอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งแต่พยายามช่วยเหลือเขาอย่างเต็มที่ หากเขารอดไปได้จะต้องตอบแทนผู้หญิงคนนี้อย่าถึงที่สุด
แม้เราทั้งคู่เป็นเพียงคนที่ผ่านมาเจอกันบนถนนเท่านั้น ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใด ๆ ทั้งสิ้น
“คุณ” เธอเรียกเขาอีกครั้ง
ผู้ชายคนนี้เสียเลือดมากไปแล้ว เฮเซลใช่แรงทั้งหมดที่มีลากเขาออกจากตัวรถอย่างยากลำบาก ผู้ชายตัวสูงคนนี้หลุดออกจากรถแล้ว
“โทรศัพท์” ชายแปลกหน้าพูดถึงโทรศัพท์ “ไปเอาโทรศัพท์ให้หน่อยมันสำคัญกับผมมาก ๆ” เขารวบรวมแรงครั้งสุดท้ายบอกกับเธอ ในนั้นมีข้อมูลสำคัญที่เคลกเสียไปไม่ได้ มันสำคัญสำหรับธุรกิจเขา
เธอลากเขาออกไปนอนบนถนนลังเลว่าจะกลับไปที่รถดีหรือไม่ ไฟเริ่มโหมแรงขึ้น ในที่สุดคนตัวเล็กก็ยอมทำตามคำขอ
“ไม่น่าเป็นคนดีเลยเฮเซล” เธอสบถ และวิ่งกลับไปที่รถ ความร้อนภายในรถน่าจะเกินร้อยองศา ตัวรถร้อนจนเธอสัมผัสแทบไม่ได้
ดวงตาสีฟ้าสวยงามมองไปรอบตัวรถ ในที่สุดเธอก็เจอโทรศัพท์นั่น มันหล่นอยู่ตรงเกียร์รถ หญิงสาวมุดเข้าไปหยิบ
ครั้งนี้มันร้อนรุนแรงจนเธอต้องหลับตา ดูเหมือนว่าสายตาเธอจะพร่ามัวไปชั่วขณะ เพื่อรักษาชีวิตของตัวเองให้รอดจึงรีบออกมา แต่ก้าวได้เพียงสามก้าว
รถคันนั้นก็ระเบิดแรงระเบิดทำให้ร่างบอบบางของเฮเซลกระเด็นห่างออกไปหลายเมตร เปลวเพลิงเผาไหม้แผ่นหลังของเธอ เฮเซลหมดสติทันทีแต่ในมือยังกำโทรศัพท์เครื่องสำคัญเอาไว้แน่น
เคลกลืมตาขึ้นเพราะเสียงระเบิด เขาเห็นร่างบอบบางกระเด็นออกไปจากรัศมีของรถ ความรู้สึกผิดแผ่ซ่านไปทั้งใจ เขาไม่ควรให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามายุ่งเรื่องของเขาเลย
เป็นเขาที่เอาแต่ใจ เคลกพยายามคลานไปหาเธอที่นอนหมดสติ แต่ก็ไปไม่ถึง...
เพราะคืนนี้ทำให้ด้ายแดงเริ่มทำงานผูกพันธ์หัวใจของทุกคนไว้ด้วยกัน มาดูกันสิะว่าพวกเขาจะแก้เรื่องราวยุ่งเหยิงนี้ได้หรือไม่ นัทธนิษฐ์ นักธุรกิจสาวชาวไทยวัย 30 ปี ที่กำลังสร้างแบรนด์เครื่องสำอางให้ติดตลาดเอเชีย กลับต้องกลายเป็นคู่นอนข้ามคืนของซู่เหลียงฉีนักธุรกิจคู่แข่งคนสำคัญของเธอ กลายเป็นว่าพอรู้ตัวอีกที เธอก็ลืมคืนนั้นไม่ได้ ส่วนเขาล่ะยังจำคืนนั้นได้หรือเปล่า
เพราะความแค้นและจมไม่ลงของณิชา ทำให้เธอต้องลงสนามเข้าสู่วังวนของความสัมพันธ์ต้องห้ามของเธอกับพ่อของอดีตแฟน ครั้งแรกของเธอถูกมอบให้กับชยนต์เพื่อแลกกับการได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ "มาเถอะฉันจะสอนเธอเอง" เธอต้องการทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ ทำให้ณิชาตัดสินใจยอมเดินเข้าไปหาพ่อของผู้ชายที่ทิ้งเธอไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น เขาถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะยอมทำข้อตกลงกับเขาใช่ไหม และเธอก็ตอบตกลงรับข้อเสนอของเขาอย่างไม่ลังเล
คุณหนูเสิ่นใช้ชีวิตเป็นคุณหนูผู้ร่ำรวยแสนร้ายกาจอยู่ดี ๆ ก็หลุดเข้ามาในการ์ตูนที่เปิดอ่านผ่าน ๆ ซะอย่างนั้น (อ่านฟรีวันละ 1 ตอนจนกว่าจะจบ)
เสิ่นสุยยินถูกบังคับให้ดำรงชีวิตในสถานะที่ด้อยกว่าตั้งแต่เด็ก การถูกกดขี่มาอย่างยาวนานไม่ได้ทำให้เธอสูญเสียความภาคภูมิใจในตัวเองแม้แต่น้อย การตกต่ำของตระกูลเสิ่นในสายตาของคนภายนอกดูเหมือนจะเป็นความเสื่อมของตระกูลสูงศักดิ์ แต่แท้จริงแล้วนี่เป็นโอกาสเดียวของเสิ่นสุยยินที่จะกลับคืนสู่ชีวิตใหม่ นางต่อสู้กับคนอื่นเพื่อแก้แค้นให้ท่านแม่ทว่ากลับไม่รู้ว่าทุกแผนการของนาง เขากำลังจ้องตามองอยู่ ลู่จินหวยให้นางหลอกใช้ตนเองเป็นประโยชน์ได้ตามอำเภอใจของนาง แต่ไม่เคยให้นางต้องเปื้อนเลือดแม้แต่นิด สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงตัวนางเท่านั้น “เสิ่นสุยยิน ทางที่ดีเจ้าจะแกล้งทำไปตลอดชีวิต”
ภารกิจสายลับฉบับมือใหม่ที่ ‘ศรินภัสร์’ ตบปากรับคำชายคนที่ตนแอบรักว่าจะแฝงตัวเข้าไปสืบคดีตัดไม้เถื่อนที่ปางไม้แห่งหนึ่ง ทั้งๆ ที่เธอไม่ชอบงานแบบนี้นักเพราะล้วนแต่อันตรายรอบด้านแต่เพื่อรักจึงยอมทำ เมื่อไปถึงปางไม้กลับรู้ว่าที่นั่นเป็นของ ‘วาโย’ คู่หมั้นที่เธอแสนเกลียดชัง วาโยมองศรินภัสร์ในแง่ร้ายในทันทีว่าการที่เธอลงทุนมาหาถึงปางไม้ก็เพราะอยากแต่งงานกับเขาจนตัวสั่น วาโยร้ายกาจกับศรินภัสร์ทุกอย่าง ทำร้ายจิตใจเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเธอยังไม่ยอมแพ้เขาจึงรุกหนักจากทำร้ายจิตใจก็เริ่มเปลี่ยนมาทำร้ายร่างกายด้วยสัมผัสที่วาบหวาม วาโยรั้งตัวศรินภัสร์ไว้ ด้วยแรงและความสูงของเขาทำเอาคนตัวเล็กถึงกับลอยขึ้นจากพื้น ก่อนจะวางเธอนอนราบบนโต๊ะอาหารแล้วรวบมือทั้งสองข้างของศรินภัสร์ไว้เหนือศีรษะ รอยฟันบนหัวไหล่เขาที่เธอฝากไว้วันนี้ต้องสะสางพร้อมกัน “อวดดีนักใช่ไหม” เสียงทุ้มดังอยู่ในลำคอ “ปล่อยนะ ปล่อย” ศรินภัสร์ออกแรงยื้อสุดกำลังเพื่อหวังเป็นอิสระ แต่ไม่นานเสียงค้านนั้นก็หายไปเมื่อวาโยประกบริมฝีปากที่ยังมีคราบครีมคาโบนาร่าเกาะอยู่หวังปิดกั้นเสียงค้านที่ไร้ประโยชน์ของศรินภัสร์ เธอพยายามดิ้นรนแต่นั่นยิ่งทำให้คนอ่อนประสบการณ์หมดเรี่ยวแรง จูบครั้งนี้ไม่ได้ต่างจากครั้งแรกวาโยต้องการลงโทษศรินภัสร์ที่กล้าทำแบบนี้กับเขา ลิ้นร้อนๆ ซอกซอนอยู่ในโพรงปากหวานปานน้ำผึ้ง ศรินภัสร์ตาโตตอนนี้ทำอะไรไม่ถูก อากาศน้อยลงไปทุกขณะเธอกำลังจะขาดอากาศหายใจใช่ไหม ทำไมถึงได้รู้สึกหูอื้อตาลายมองอะไรก็พร่ามัวไปหมดแบบนี้
ความรักของฉันมันคงเหมือนนาฬิกาทราย.. .. เมื่อด้านหนึ่งถูกเติมเต็ม....อีกด้านกลับว่างเปล่า ..และสูญสิ้นไป..กับกาลเวลา........ "สำหรับฉันเธอมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่า อยู่บนที่สูงแต่ทำตัวต่ำ" "หึ....ขอบคุณค่ะที่ชม จะพูดแค่นี้ใช่มั้ย จะได้ไปอ่อยผู้ชายต่อ" "อ้อ...ถ้าสนใจ เชิญนะคะ พอดีชอบแบบ ทีเดียวหลายๆคนมันสนุกดี แต่คนดีๆอย่างพี่...."เธอมองเขาอย่างพิจารณา พร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเดินจากไป หมับ!! "มีอะไรอีกคะ หรือว่าสนใจอยากไปร่วมเตียงด้วย" "......" ชายหนุ่มเงียบ มองหน้าเธออย่างเอาเรื่อง และออกแรงบีบข้อมือเล็กอย่างแรง แต่คนตรงหน้ากลับไม่แสดงท่าทีว่าเจ็บ ถึงเธอจะเจ็บเหมือนกระดูกกำลังจะแหลกเป็นชิ้นๆ "ถ้าไม่ทำอะไรก็ปล่อย พี่ไม่อยากได้แต่คนอื่นเขาอยากได้!" พรึบ!! เธอสะบัดมือเขาอย่างแรงและเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง หมับ! "ว้าย เป็นบ้าอะไรปล่อยนะ" แต่ไม่ทันจะเดินไปถึงไหนร่างบางก็ถูกกระชากจนตัวปลิว จนชนเข้ากับกำแพงห้องอย่างแรง "ถ้าเธอยังหาเรื่องอุ่นอีก ฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่!" เขามองเธออย่างเกรี้ยวกราด "หึ...ทำไมค่ะ จะแกล้งแล้วจะทำไม" เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เกรง ยิ่งได้ยินเขาพูดแบบนี้แล้วมันยิ่งรู้สึกเจ็บ ทำไมนะทำไมต้องรักคนที่ไม่มีใจ "ปล่อย!" "ทำไม จะรีบไปเสนอตัวให้ไอ้บ้านั่นรึไง!"ใบหน้าหล่อคม ยื่นเข้าใกล้ พร้อมตะเบ็งเสียงแข็งใส่หน้าเธอ มือหนาออกแรงบีบท่อนแขนราวกับจะให้มันแหลกละเอียด "ใช่แล้วจะทำไม คืนนี้เรามีนัดกัน จะไปทำอะไรกันคนไม่ต้องให้บอกนะ หรือว่าอยากรู้จะได้ถ่ายคลิปมาให้ดู!" "หึ...ร่าน! ถ้ามันคันมากเดี๋ยวฉันจะสังเคราะห์ให้เธอเอง" "นะ...ฺฮื่อ" ร่างเล็กดิ้นพยายามให้หลุดจากพันธนาการเมื่อ เขาประกบปากจูบดูดเม้มริมฝีปากบางสีแดงอย่างแรง เขาดูดเม้มมันอย่างหนักหน่วง มือหนาลูบบีบขย้ำหน้าอกอย่างแรงเหมือนจะให้มันแหละติดมือออกมา "ฮื่อ" เสียงหวานร้องท้วงในลำคอ เมื่อได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มปาก จนแทบจะอ้วก -ญี่ปุ่น ณิชาภัทร โชติฐิติเมธานนท์ ดีไซเนอร์สาวสวย เก่งฉลาดไม่ยอมใคร มั่นใจในตัวเอง ลูกสาวคนโตของแด๊ดดี้กันต์ อายุ 24 -แบงค์ นิธิภัทร์ พัชรกานต์กุล วิศวกรหนุ่มไฟแรง หล่อเก่งมีความสามารถทั้งศึกษาวิเคราะห์ คำนวณ ออกแบบ ตรวจสอบแก้ไขปัญหาและควบคุมการผลิต....วัย 27 ความผูกพันระหว่างคนเป็นสิ่งมีค่าและมีความหมาย เป็น เสมือนเรื่องราวและความทรงจำดี ๆ ที่คนทุก ๆ คนไขว่คว้า แต่กลับมีน้อยช่วงเวลา ที่สอนสิ่งดี ๆ ให้เราได้รับรู้ ที่มีค่าให้เรานึกถึง ทุกครั้งที่นึกถึงมัน จะคอยย้ำเตือนเราให้นึกถึงช่วงวันเก่าๆ ที่ดึงทุก ๆ คนไว้ให้อยู่ร่วมกัน สิ่ง ดี ๆ ที่ผ่านไปเป็นเสมือนเม็ดทรายในนาฬิกาที่ร่วงหล่น…… ทุกเม็ดทรายแทน ความหมายของ………………ความผูกพัน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความห่วงใย ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความชิดใกล้ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………การไขว่คว้า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความคิดถึง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความลึกซึ้ง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………วันเวลา ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………สิ่งมีค่า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………จิตใจ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ตัวตน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “รัก” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เรา” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “มิตรภาพ” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เพื่อน” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………” ทุกสิ่งที่เต็มใจ ให้เพื่อเธอ” เม็ดทรายเหล่านี้แม้จะ ร่วงหล่น แต่ก็ยังคงรวมกันในนาฬิกาทราย คอยย้ำเตือนเราถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ผ่านมา เป็นนาฬิกาที่มีค่าและมีความหมาย อยู่ในความทรงจำของกันและกันตลอดไป … ช่วงเวลาแห่งความสุข อาจไม่เคย อยู่กับเรานานในโลกของความเป็นจริง เป็นเหมือนสิ่งที่ผ่านเข้ามาและก็ผ่านเข้าไป ให้เราได้สัมผัส ให้เราได้รู้สึกดี ๆ ให้เราได้รู้สึกอบอุ่นและมีความสุข แต่ถึงแม้ช่วง เวลาเหล่านี้อาจจะไม่ยาวนาน แต่มันสร้างสิ่งดี ๆ ให้เรามากมาย มันมีค่าและยิ่งใหญ่ และจะเป็นกำลังใจให้เราตลอดไป มันจะแทนความหมายของความเป็น “เพื่อน” ตลอดไป…… “นาฬิกาทรายใบนี้ ขอให้แทนมิตรภาพของเราตลอดไป ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่เราห่างไกล โดยไม่ผูกพัน” ขอบคุณบทความจาก คุณ นุชรัตน์ รักมาก คำเตือน ในทุกเรื่องทุกการกระทำของตัวละครเกิดจากจินตนาการ ไม่ใช่เรื่องจริงไม่ควรลอกเลียนแบบการกระทำที่ไม่เหมาะสม อันจะนำไปสู่ความสูญเสียความผิดบาปทั้งปวง ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อตัวบุคคลหรือวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่ง หากอ่านแล้วไม่มั่นใจว่าหรือไม่เลียนแบบได้หรือไม่แนะนำให้ปรึกษาผู้ปกครองค่ะ นิยายเรื่องนี้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะอาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม ความรุนแรง เพศ หรือการใช้ภาษาโปรดใช้วิจารณญาณและเสพเนื้อหาอย่างมีสตินิยายเรื่องนี้เกิดจากความต้องการจะเขียนของนักเขียนเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรือสนับสนุนการใช้ความรุนแรงในชีวิตจริง รบกวนอ่านคำเตือนก่อนอ่านของนักเขียนแล้วค่อยตัดสินใจหากไม่ชอบไม่เป็นไรค่ะ ©ลิขสิทธิ์เป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่เพียงผู้เดียวการเผยแพร่ทำซ้ำดัดแปลงโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมายตาม พ. ร. บลิขสิทธิ์ 2537 มาตรา 1527 31 มีโทษทั้งจำทั้งปรับ ไม่อนุญาตให้คัดลอกทำซ้ำดัดแปลงตัดภาพหรือถ่ายภาพไปเผยแพร่ใด ๆ ทั้งสิ้นหากพบจะขอดำเนินคดีตามกฎหมาย❌❌❌ พึ่งหัดแต่งนิยายเป็นมือใหม่หัดแต่งคำบางคำอาจจะใช้ผิดไปต้องขออภัยด้วยนะ คำโปรยเนื้อหาการบรรยายอาจใช้คำได้ไม่สวยเท่ากับนักเขียนท่านอื่นๆ แต่ก็ตั้งใจเขียนออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 14 กุมภาฯ 13/01/2022 ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ
เฉียวลู่ นักแสดงแถวหน้าของจีนมีข่าวฉาวออกมาทำให้ทางต้นสังกัดของเธอสั่งให้เธองดออกสื่อชั่วคราว จึงเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับคนงานยุ่งตลอดทั้งปีของเธอที่จะได้พักผ่อน เฉียวลู่เดินทางกลับบ้านเกิดของเธอและการกลับไปครั้งนี้ทำให้ชีวิตของเฉียวลู่เปลี่ยนไปตลอดการ ฉีหมิงเยี่ยน อนุชาองค์เล็กของฮ่องเต้แห่งแคว้นฉี ถูกลอบปลงพระชนม์ระหว่างที่เดินทางมาทำหน้าที่เจรจาสงบศึกกับเเเคว้นเซียว เพราะได้รับบาดเจ็บสาหัสทำให้ชินอ๋องความจำเสื่อมและได้รับการช่วยเหลือจากพ่อลูกตระกูลเฉียว เซียวยิ่น ฮ่องเต้แคว้นเซียวมีพระสนมมากมายเเต่กลับไม่สามารถให้กำเนิดพระโอรสได้โหรหลวงได้ทำนายเอาไว้ว่า ในอนาคตองค์รัชทายาทที่แท้จริงจะกลับมาเซียวยิ่นจึงมีรับสั่งให้ทหารออกตามหาพระโอรสและอดีตฮองเฮาของตนอย่างลับๆ ฉินอี้เหยา ได้รับบาดเจ็บสาหัสร่างลอยตามแม่น้ำมาพร้อมกับเด็กทารกในอ้อมแขนเมื่อฟื้นขึ้นมานางจึงแสร้งจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ เพื่อให้นางและบุตรชายมีชีวิตรอดต่อไป
"ความรักทำให้คนตาบอด" เซิงเกอละทิ้งชีวิตที่สงบสุขเพื่อแต่งงานกับชายคนนั้น ยินยอมทำตัวเหมือนคนรับใช้ที่ไร้ตัวตนมาสามปีเต็ม แต่ในที่สุดเธอก็ตระหนักว่าความพยายามของเธอ มันไร้ประโยชน์สิ้นดี เพราะในใจของสามีตัวเองมีแต่รักแรกของเขา เซิงเกอรู้สึกผิดหวังอย่างมาก และขอหย่าอย่างเด็ดขาด "ถึงเวลาแล้ว ฉันไม่ปกปิดอีกแล้ว จะบอกความจริงให้" ทันใดนั้น โลกออนไลน์ก็ระเบิดขึ้นทันที มีข่าวลือว่าสาวรวยพันล้านคนหนึ่งหย่าร้างแล้ว ดังนั้น ซีอีโอนับไม่ถ้วนและชายหนุ่มรูปงามต่างรีบเข้าหาเธอเพื่อเอาชนะใจเธอ เฝิงอวี้เหนียนเห็นดังนั้นจึงทนไม่ไหวอีกต่อไปเลยจัดงานแถลงข่าวในวันถัดไป โดยขอร้องอย่างจริงจังว่า: ผมรักเซิงเกอ ขอร้องคุณภรรยากลับบ้านนะ
เวินอี่ถงได้เห็นความรักอันลึกซึ้งของเจียงยวี่เหิง แต่ก็ได้สัมผัสกับการทรยศของเขาเช่นกัน เธอเผารูปแต่งงานของพวกเขาต่อหน้าเขา แต่เขากลับมัวแต่ง้อชู้ของเขา ทั้งๆ ที่เขาแค่มองดูแวบหนึ่งก็จะเห็น แต่เขากลับไม่สนใจเวินอี่ถงสุดจะทน ตบหน้าเขาอย่างแรง พร้อมอวยพรให้เขากับชู้ของรักกันยืนยาว แล้วเธอก็หันหลังสมัครเข้ากลุ่มวิจัยลับเฉพาะ ลบข้อมูลประจำตัวทั้งหมด รวมถึงความสัมพันธ์การแต่งงานกับเขาด้วย! ก่อนจากไป เธอยังมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้เขาอีกด้วยเมื่อถึงเวลาที่จะเข้ากลุ่ม เวินอี่ถงก็หายตัวไป บริษัทของเจียงยวี่เหิงประสบปัญหาล้มละลาย เขาจึงออกตามหาเธอด้วยทุกวิถีทาง แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นใบมรณบัตรที่ต้องสงสัยเขาสติแตก “ฉันไม่เชื่อ ฉันไม่ยอมรับ!”เมื่อพบกันอีกครั้ง เจียงยวี่เหิงต้องตกใจที่พบว่าเวินอี่ถงเปลี่ยนตัวตนใหม่แล้ว โดยข้างกายมีผู้มีอำนาจที่เขาต้องยอมก้มหัวให้เขาอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง “ถงถง ผมผิดไปแล้ว คุณกลับมาเถอะ!”เวินอี่ถงเพียงยิ้มยักคิ้ว จับแขนของผู้มีอำนาจข้างๆ “น่าเสียดาย ตอนนี้ฉันอยู่ในระดับที่นายไม่อาจเอื้อมถึงแล้ว”
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY