"ไอ้เลว ปล่อยฉันนะ!!" "ฉันเคยปล่อยเธอหลุดมือไปแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ฉันจะไม่พลาดอีก ต่อให้ต้องขังหรือล่ามเธอไว้ ฉันก็จะทำ" บาสเตียนฉกริมฝีปากหนาลงกระแทกกลีบปากบางระคนกระหาย "อือออ .. ยะ หยุดนะ!!" ร่างกายไม่รักดีกลับตอบสนองเขาทุกสัมผัส ที่เขาปรนเปรอ
"ไอ้เลว ปล่อยฉันนะ!!" "ฉันเคยปล่อยเธอหลุดมือไปแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ฉันจะไม่พลาดอีก ต่อให้ต้องขังหรือล่ามเธอไว้ ฉันก็จะทำ" บาสเตียนฉกริมฝีปากหนาลงกระแทกกลีบปากบางระคนกระหาย "อือออ .. ยะ หยุดนะ!!" ร่างกายไม่รักดีกลับตอบสนองเขาทุกสัมผัส ที่เขาปรนเปรอ
@Club หรูใจกลางเมือง
"ไอ้เลว ปล่อยฉันนะ!!"
"ฉันเคยปล่อยเธอหลุดมือไปแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ฉันจะไม่พลาดอีก ต่อให้ต้องขังหรือล่ามเธอไว้ ฉันก็จะทำ"
บาสเตียนฉกริมฝีปากหนาลงกระแทกกลีบปากบางระคนกระหาย
"อือออ .. ยะ หยุดนะ!!" ร่างกายไม่รักดีกลับตอบสนองเขาทุกสัมผัส ที่เขาปรนเปรอ
"บะ บาสเตียน ปล่อยเค้กนะ!!"
หญิงสาวพยายามดีดดิ้นเพื่อให้หลุดออกจากพันธนาการของเขาชายหนุ่มที่เคยเป็นคู่กัดกับเธอเมื่อสมัยที่เธอเรียนอยู่ปี 1 และเขาเป็นรุ่นพี่อยู่ปี 4
"หึ.. ดิ้นซิ ดิ้นเยอะๆ ฉันชอบ"
"ไอ ไอ้บ้ากาม ไอ้โรคจิต นายมาทำแบบนี้กับฉันทะ...!!"
กลีบปากล่างของเธอถูกชายหนุ่มลูกครึ่งตามแบบฉบับชาวยุโรป
ชื่อบาสเตียน ฉกฉวยลงมาประกบจูบอย่างอุกอาจ กลางคลับดังแต่ทวากลับไม่มีใครช่วยเธอได้ เพราะเขาคือ บาสเตียน เจ้าพ่อนักธุระกิจใหญ่ และเป็นผู้มีอิทธิพล
"อืม...." บาสเตียน เผลอครางในลำคอด้วยความพึงพอใจ โพรงปากสาวเจ้าช่างหอมหวานไม่เคยเปลี่ยนแปลง
"ไอ้บ้า ไอ้โรคจิ...!!"
"ด่าฉันอีกที ฉันล่อเธอตรงนี้แน่!!"
"..."
เงียบดีกว่า ไม่อยากเสวนาด้วย เกิดเขาทำขึ้นมาจริงๆ ฉันต้องหาปีบมาคลุมหัวแน่
[เค้ก]
ไอ้บาสเตียน ไอ้บ้า แกขโมยจูบแรกของฉันตอนอยู่ปี 1 แล้วตอนนี้ยังมาทำรุ่มร่ามกับฉันอีก ฉันทำเวรทำกรรมอะไรไว้ถึงต้องมาเจอคนอย่างแกด้วย ฉันเกลียดแก เกลียดๆๆๆๆ เกลียดเข้าไส้ เข้ากระดูกดำ
[บาสเตียน]
ต้องขอบคุณวันรับน้องจริงๆ ที่ให้ผมได้เป็นบัดดี้กับเธอ ถึงแม้เธอจะเกลียดผมเพราะความผิดพลาดในเกมส์ ทำให้เราได้จูบกันโดยไม่ตั้งใจ เธอทำให้หัวใจของผมเต้นแรง เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้ผมสนใจ และจะเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายเช่นกัน
"เงียบได้แล้วหรอ" สายตาเจ้าเล่ห์ ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลา เข้าใกล้สาวน้อย จนลมหายใจของเขา และเธอรดใส่กันจนสังเกตได้
"เธอมาทำอะไรที่นี่"
"ฉันจะมาทำอะไร มันเกี่ยวอะไรกับนายไม่ทราบ"
"ถ้าเธอทำให้ฉันโมโห ฉันจะฉีกเสื้ิอผ้าเธอให้เป็นชิ้นๆ ตรงนี้" น้ำเสียงของเขากดต่ำลง บ่งบอกถึงความไม่พอใจ
กาย มือขวาของ CEO หนุ่ม รีบเดินออกมาจากห้อง VIP ของคลับ ตรงไปยังห้างสรรพสินค้า เพื่อเตรียมซื้อชุดให้อนาคตนายหญิง เพราะดูท่าแล้ววันนี้ มีฉีกกระฉากแน่นอน
พสุ มือซ้ายของ CEO หนุ่ม ค่อยๆ เดินออกมาจากห้อง VIP และเฝ้ารักษาการอยู่หน้าห้อง ถ้าอนาคตนายหญิงของเขา ยังดื้อแบบนี้ ไม่ต้องพูดถึงเลยอะไรจะเกิดขึ้น
"ฉันให้โอกาสเธอตอบฉัน เธอมาทำอะไรที่นี่!!"
น้ำเสียงดุดัน ท่าทางขึงขัง เปล่งออกมาจากสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั่วโลก
"ฉะ ฉันมาเที่ยว"
"คนเดียวหรอ"
"มากับเพื่อน"
"เพื่อน ?"
บาสเตียนมองออกไปยังนอกกระจกห้อง VIP
"กลับไปหมดแล้ว"
"แล้วทำไมเธอยังอยู่"
หึ้ยยยยย อีตานี่นิ ถามอย่างกับเป็นผู้ปกครอง
"ถามอะไรมากมาย พ่อกับแม่ฉันยังไม่เห็นต้องถามอะไรขนาดนี่ น่ารำคาญ!!"
คนตัวเล็กหันไปแหวใส่ตนตัวโตอย่างลืมตัว ก่อนจะยกมือน้อยขึ้นมาปิดปากตัวเอง
"เหอะ. ฉันไม่ใช่พ่อเธอหรอก"
"..."
"แต่ฉันกำลังจะเป็นผัวเธอในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า"
เพี้ยะ!!!
ใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามแรงตบของหญิงสาว
"อย่ามาพูดจาหมาๆ ใส่ฉัน ต่อให้ผู้ชายในโลกเหลือแค่นายคนเดียว ฉันก็ไม่เอาทำผัวหรอกนะ"
พูดจบพลางสะบัดก้นเดินผ่านหน้าร่างกำยำ แต่!! เธอเดินไปได้เพียงแค่ 3-4 ก้าวเท่านั้น
พรึบ!!!!
"อ้ายยยยยย ... ปล่อยฉันนะ ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต"
บาสเตียน ดึงแขนเธอไว้ก่อนจะกระชากกลับมา ทำให้เธอเซถลา ใบหน้าปะทะกับหน้าอกแกร่ง
"อย่า - ท้า - ทาย - ฉัน"
พูดจบพลางโยนตัวเธอลงไปที่โซฟา ร่างกำยำฉีกกระชากชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำของเธอจนขาดวิ่น ดึงบราเซียร์ขึ้นไว้เหนือเนินอก ก่อนฉกริมฝีปากลงบนยอดปทุมถันอย่างมูมมาม
"ปล่อยฉันนะ!! ปล่อย"
เสียงอ้อนวอนของเธอไม่ดังพอ หรือทำไมเขาถึงยังดูดดุนหน้าอกของเธออย่างตะกละตะกรามไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
มือหนาลูบไล้ไปทั่วทั้งร่างกายของเธอ ที่นอนดิ้นพร่านอยู่ใต้ร่างของเขา จับกระโปรงชุดเดรสถลกขึ้น กระฉากแพนตี้ตัวน้อยของเธอออกอย่าไม่ปรานี
"ยะ. อย่านะ ยะ อย่าทำนะ ฮื้ออออ"
น้ำตาร่วงหล่นอาบสองแก้มใส นิ้วเรียวยาวของมือหนายังคงไม่หยุดการกระทำ เขาใช้นิ้วหยอกเย้ากับกลีบดอกไม้งามที่ไม่เคยมีชายใดได้รุกล้ำ
"ฉันเคยบอกเธอแล้ว อย่าท้าทายฉัน"
เมื่อเพื่อนสาวที่เคยอยู่ในกลุ่มตั้งท้อง และทิ้งลูกสาวไว้ให้เขาเลี้ยง แต่โชคชะตากลับกลั่นแกล้งแยกเขากับลูกเลี้ยงให้แยกจากกัน จนวันที่ฟ้าลิขิตให้เขา และเธอกลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะใหม่ ฐานะที่ไม่ใช่พ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยง ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวที่เคยเลี้ยงมาจะซ่าจะแซ่บได้ขนาดนี้ "ตราบใดที่ลินยังไม่เบื่อ ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ได้ปะป๊าไปทั้งนั้น"
เพราะเธอมีปัญหาส่วนตัวที่บอกใครไม่ได้ ผู้ชายคนเดียวที่เธอไว้วางใจคือพี่ชายที่เคยอยู่ข้างบ้านเธอสมัยเด็ก เมื่อกลับมาเจอกันอีกครั้งโดยบังเอิญ เธอจึงต้องการความช่วยเหลือจากเขา แต่ทว่า ดันไปทำให้ใครบางคนเข้าใจผิดคิดว่า 'เด็ก' ที่เล็งเอาไว้จะชอบเพื่อนของตัวเอง จึงจงใจเข้ามาหมายเป็นพ่อสื่อให้เธอด้วยใจที่ 'ไม่บริสุทธิ์' เพราะเขาถือคติที่ว่า "พ่อสื่อพ่อชักมักจะได้เอง"
แฟนเก่า (เคย) ร้าย จะกลับมาง้อขอเธอคืนดี เขาจะขนกลเม็ดเท่าที่คิดได้มาตามตื้อ มารื้อความทรงจำ (ที่ดีๆ) ของเขากับเธอ จะมาทวงเธอคืน และจะมารักษาแผลใจของเธอที่เขาเป็นคนทำไว้ให้หายขาด อย่าคิดหนี เพราะเธอหนีเขาไม่พ้นหรอก ไม่ว่าจะหนีไปไหนครั้งนี้เขาก็จะตามติดเป็นเงาจนเธอต้องยอมคืนดีกับเขาจนได้อย่างแน่นอน
เขาเห็นเธอเป็นเพียงของตายไม่ว่าเขาจะไปทำอะไรที่ไหน กลับมาทีไรก็ยังคงเจอเธอเสมอ เมื่อแรกรักอะไรก็ดี แต่ทำไมตอนนี้ทุกอย่างถึงเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ มันเพราะเขาหมดรักเธอแล้วหรือเพราะเธอเป็นเพียงของที่เขาจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ เธอเจ็บซ้ำๆ มากขนาดนี้ เธอโง่และไม่เห็นคุณค่าของตัวเองมากขนาดนี้ ควรจะพอได้แล้วใช่ไหม เธอเจ็บพอหรือยัง? เธอยังควรให้โอกาสเขาอยู่ไหม?
เขาเป็นทนายหนุ่มหล่อมากความสามารถที่เพรียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา การศึกษา ฐานะทางบ้าน สังคม เรียกได้ว่าเนื้อหอมในหมู่สาวๆ ไม่ว่าจะโสด ซิง หรือมีคู่ครองแล้วหากเสนอให้เขาก็พร้อมจะสนองทุกเมื่อ สาวๆ ต่างอยากควบคุม และครอบครองเขา แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าคนอย่างเขาน่ะ 'รักสนุก แต่ไม่ผูกพัน' ก็ตาม คนอย่างเขาไม่เคยคิดหยุดอยู่ที่ใคร ความซิงไม่สามารถผูกมัดเขาได้ จนกระทั่ง... เธอเดินเข้ามาในชีวิตเขา
ในสายตาของเขา เธอเป็นคนขี้โกหก ในสายตาของเธอ เขาเป็นคนไร้หัวใจ เดิมทีถังหว่านคิดว่าเธอคือคนพิเศษหลังจากอยู่กับเสิ่นติงหลานมาสองปี แต่สุดท้ายก็พบว่าตัวเองเป็นแค่ของเล่นที่สามารถทิ้งได้อย่างตามใจเมื่อไม่มีค่าอีกต่อไป จนกระทั่งถังหว่านเห็นว่าเสิ่นติงหลานพาคนรักของเขาไปตรวจครรภ์ เธอจึงยอมแพ้แล้ว เธอหยุดติดตามเขาอีก แต่จู่ๆ เขากลับไม่ยอมปล่อยเธอไป "ถ้าคุณไม่เชื่อฉัน ทำไมคุณไม่ปล่อยฉันไปล่ะ?" ชายผู้เคยหยิ่งยะโสขนาดนั้น ตอนนี้ก้มหัวลงและขอร้องว่า "หวานหว่าน ฉันผิดไปแล้ว โปรดอย่าทิ้งฉันไป"
โปรย: มาอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อน ถูกตราหน้าว่าเป็นลูกโจรที่เคยเข่นฆ่าผู้คนไปทั่ว ซ้ำร้ายเขายังต้องการล้างแค้นแทนพ่อโดยใช้หัวใจเป็นเดิมพัน ........................ ไรต์มีนิยายพื้นบ้านมาฝากอีกแล้วค่า เน้นการใช้ชีวิตประจำวัน เนื้อเรื่องไม่หวือหวาส่วนใหญ่เกิดจากจินตนาการของไรต์มากกว่าเหตุการณ์ในยุคนั้น ใครชอบแนวนี้ไรต์ฝากกดหัวใจกดติดตามกันด้วยนะคะ หญิงสาวที่ตื่นมาตอนเช้าเพื่อเตรียมตัวไปรับพระราชทานปริญญาบัตร แต่กลับต้องย้อนไปอยู่ในยุค 60 ในร่างหญิงปัญญาอ่อนที่มีความทรงจำอันน้อยนิด มีพ่อเป็นอดีตโจรที่ขาพิการ ครอบครัวยากจน กับค่าแรงวันละเจ็ดบาท แล้วเช่นนี้เธอจะทำให้ครอบครัวกินอยู่อิ่มท้องได้อย่างไร พระเอกนางเอกเรื่องนี้มีการแก้แค้นเอาคืนไม่ได้เป็นคนดีบริสุทธิ์นะคะ ทุกคนโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เนื้อหาบางส่วน.... คำแก้วเดินออกมาถึงทางห้าแยกที่จะเลี้ยวเข้าหมู่บ้านสี่แจและหมู่บ้านอื่น ๆ ก็เจอกับชายฉกรรจ์สามคนยืนขวางอยู่ตรงหน้า คำแก้วเดินต่ออย่างไม่รู้สึกเกรงกลัว “เฮ้ย! มีคนเดินมาทางนี้ว่ะ” “ลูกพี่มันแบกหมูป่าตัวเบ้อเร่อมาด้วย” “เอาของมีค่าทั้งหมดมาจากมันให้ได้” “แต่มันเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เองนะลูกพี่” “พ่อมึงสอนให้โจรอย่างพวกมึงใจดีกับพวกผู้หญิงเหรอวะ” คนที่เป็นหัวหน้าแก๊งตวาดเสียงดังจนคำแก้วต้องเงยหน้ามอง ดวงตากลมไหวสั่นเล็กน้อย เข้ามาสิจะใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าช็อตให้ ปืนก็มี มีดก็มี กลัวอะไรล่ะ หักแขนหักขาคนก็ได้ด้วย “มะ ไม่ได้บอกครับ” คนที่เป็นลูกน้องตอบเสียงสั่น แล้วพวกมันก็ก้าวเท้าไปขวางหน้าคำแก้วไว้ “เอาของมีค่าจากตัวมึงมาให้หมด รวมถึงหมูป่าด้วย” ลูกน้องหนึ่งในสองคนพูดขึ้น แปลกใจที่ในกระบุงมีผลไม้หลายอย่างที่พวกเขาไม่เคยกิน “ไม่มี” คำแก้วตอบเสียงห้วน มองชายทั้งสามด้วยแววตาไม่สะทกสะท้าน เธออยากเห็นโจรตัวเป็น ๆ วันนี้เธอก็ได้เห็นแล้ว พวกมันใช้ผ้าขาวม้าคลุมหน้าไว้ ยุคสมัยนี้ตำรวจคงทำอะไรคนพวกนี้ไม่ได้จริง ๆ “ปากดีซะด้วย กูชอบว่ะ จะมีผู้หญิงสักกี่คนวะที่ไม่กลัวโจรอย่างพวกกู ฮ่า ๆ ๆ” เรืองว่าพลางหัวเราะเสียงลั่น ในมือถือปืนเคาะฝ่ามืออีกข้างเล่นไปพลาง ๆ แล้วสั่งลูกน้องเสียงเหี้ยม “จับตัวมันไว้” ลูกน้องทั้งสองกรูเข้าไปจับตัวคำแก้วไว้ คำแก้วปล่อยหมูและกระบุงลงบนพื้นดิน เรืองก้าวเท้ายาวเข้ามาใกล้ ดึงผ้าขาวม้าออกจากหน้าเธอ สายตาคมกริบมองใบหน้าเรียวเล็กของอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจเป็นที่สุด “นี่มันลูกสาวคนโตของไอ้เสือเข้มนี่หว่า มึงกล้าออกมาป่าคนเดียวได้ยังไงวะ” เขาใช้ปลายกระบอกปืนเชยคางของคำแก้วขึ้น แล้วพิศมองใบหน้าเธอนิ่ง คำแก้วจ้องตามันกลับอย่างไม่ลดละ โจรพวกนี้อาจจะเป็นพวกเดียวกันกับที่ทำร้ายพ่อของเธอก็เป็นได้ ถึงได้รู้จักเสือเข้ม ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนหลบอยู่ในพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกลมากนักถึงกับเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินว่าสาวน้อยคนที่เขาเดินตามออกมาจากป่าเป็นลูกของไอ้เสือเข้ม แต่เขาได้ยินมาว่าลูกสาวคนโตของเสือเข้มเป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางปัญญาไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเข้าป่าไปล่าสัตว์คนเดียวได้อย่างไม่รู้สึกเกรงกลัวสัตว์ป่า หรือแม้แต่โจรพวกนี้ได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย ตัดสินใจไม่ผิดจริง ๆ ที่เดินตามเธอมา คราแรกเขาแค่อยากรู้ว่าเธอเป็นคนของหมู่บ้านไหนกันแน่ เพราะเขาไม่เคยเห็นหน้า และกลัวว่าเธอจะเป็นอันตรายจึงเดินตามมาอย่างเงียบ ๆ ไม่คิดว่าจะเป็นลูกสาวคนที่เขาตามหามานาน
ในชีวิตชาติที่แล้ว เพื่อช่วยรักแรกของตัวเอง คนชั่วสามคนได้ทำลายพลังการต่อสู้ของนาง ตัดแขนขาของนางออก ตัดเส้นเลือดของนางและปล่อยเลือดของนางไหลออกมาทั้งอย่างนั้น และทรมานนางจนตาย เมื่อเกิดใหม่ครั้งนี้ นางวางแผนอย่างรอบคอบ โดยสาบานว่าจะให้พวกเขาได้สัมผัสกับความทุกข์ทรมานที่นางเคยประสบมา! รักแรกที่ไร้เดียงสาอะไรกัน ที่จริงก็เป็นเพียงผู้หญิงที่ตีสองหน้าเก่ง อยากจะไต่ขึ้นไปสูงเหรอ งั้นก็จะให้เจ้าปีนขึ้นไป ยิ่งปีนขึ้นสูงมากเท่าไร ตอนตกลงมาก็จะยิ่งเจ็บมากเท่านั้น! พวกสวะสมควรได้รับบาปกรรมของพวกสวะ พวกมันทำชั่วกับนางไปชั่วชีวิตหนึ่ง นางจะทำให้พวกมันไม่ตายดี พวกคนที่เจ้าเล่ห์ ตีสองหน้าเก่ง นางจะจัดการกับทุกคน! แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าในการแก้แค้นของนาง นางจะไปมีเรื่องกับเสด็จอาที่เป็นเจ้าแผนการเข้า ที่วัน ๆ ต้องการให้นางจูบและกอดเขาตลอดทั้งวัน ในขณะที่นางแก้แค้นคนชั่วนั้นยังสามารถสนิทสนมกับเสด็จอาด้วย ในความจริงแล้ว การที่เป็นผู้หญิงชั่วๆ ก็มีความสุขมาทีเดียวกว่าที่คิดเลย!
เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]
“ฉันไม่ชอบเธอ! อย่าเข้ามายุ่งกับฉันอีก” “ชะเอมก็ไม่เคยคิดที่จะชอบคนอย่างพี่เหมือนกัน แต่ที่ทำก็เพราะ..”
กู้ชิงเฉิงเชื่อมั่นมาตลอดว่าตราบใดที่เธอประพฤติตัวดี สักวันหนึ่ง เธอก็จะสามารถชนะใจมู่ถิงเซียวให้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเสิ่นถัง รักแรกที่เขาคิดถึงมาตลอดกลับมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป กู้ชิงเฉิงเป็นคนว่าง่ายสอนง่ายจริงๆ เธอจัดงานแต่งงานด้วยคนเดียว และนอนคนเดียวในห้องผ่าตัดเพื่อรับการรักษาฉุกเฉิน มีข่าวลือว่าเธอบ้าไปแล้ว อันที่จริงเธอบ้าไปแล้วจริงๆ ที่รักใครสักคนอย่างไม่ละอายขนาดนี้ ต่อมา ทุกคนลือกันว่า กู้ชิงเฉิงป่วยหนักและกำลังจะเสียชีวิต มู่ถิงเซียวถึงสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง "ฉันไม่ปล่อยให้เธอตาย" แต่เธอกลับยิ้มอย่างนิ่งๆ ว่า "ดีจังเลย ฉันเป็นอิสระแล้ว" ใช่แล้ว ไม่ต้องการกู้ชิงเฉิงอีกแล้ว"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY