ทางเลือกที่แตกต่าง บนกรอบของคำว่า "พรหมจรรย์" เธอ...เลือกที่จะอยู่โดยไม่มีเขา แต่เขา...เลือกที่จะใช้กลลวงหลอกล่อให้เธออยู่
ทางเลือกที่แตกต่าง บนกรอบของคำว่า "พรหมจรรย์" เธอ...เลือกที่จะอยู่โดยไม่มีเขา แต่เขา...เลือกที่จะใช้กลลวงหลอกล่อให้เธออยู่
รษาขยับเปลือกตาอันหนักอึ้งปรือตารับแสงของวันใหม่ รู้สึกร้อนวูบวาบปวดร้าวบวกกับอาการครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจับไข้ นึกย้อนถึงเรื่องราวรางเลือนเมื่อคืนที่ผ่านมา ไม่น่าหลงเชื่อแรงยุของเพื่อนดื่มจนเมามายแทบครองสติไม่อยู่เลยจริงๆ เพราะนิสัยไม่ยอมคนของเธอแท้ๆ
หญิงสาวสำรวจกลอกตามองรอบห้องพลางยกมืออังหน้าผากวัดระดับความร้อนของร่างกาย ทว่าเมื่อเหลือบเห็นเนื้อนุ่มขาวนวลเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ใดห่อหุ้ม ไร้ผ้าห่มปิดผิวกายกับความเย็นวาบฉาบผิวเป็นเครื่องยืนยัน
มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
“กรี๊ดด!”
หญิงสาวหวนนึกย้อนไปถึงความรู้สึกก่อนที่สติทั้งหมดที่มีของเธอจะหลุดลอยไป
ใช่! เธอถูกชายกลุ่มหนึ่งทำร้าย
หญิงสาวไม่อาจจดจำใบหน้าของคนพวกนั้นได้ทั้งหมด ทุกอย่างในความทรงจำเลือนรางเหมือนภาพในความฝัน ฝันร้ายที่เธอไม่อยากพบพาน หญิงสาวพยายามพยุงร่างกายที่บอบช้ำแสนปวดร้าวเดินโซซัดโซเซเข้าห้องน้ำอย่างยากลำบาก
“กรี๊ด! กรี๊ดดด!! ” หญิงสาวกรีดร้องเสียงแหลมขึ้นมาอีกครั้ง รอยแดงเป็นจ้ำที่เกิดขึ้นบนผิวผ่อง เป็นสิ่งเดียวที่ช่วยตอกย้ำยืนยันเรื่องราวที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี ทุกอย่างที่ผ่านมาไม่ใช่ความฝันของเธออีกต่อไป ความทรงจำเลือนรางสุดท้ายก่อนสิ้นสติหลุดลอยถาโถมประดังประเดเข้ามาในสมองไม่ขาดสาย
‘ฉันสูญเสียพรหมจรรย์ให้กับพวกเขาจริงหรือ’
“กรี๊ด! ไม่จริง!”
เสียงสุดท้ายที่หลุดออกมาจากปากบวมเจ่อ พร้อมกับสติของเธอดับวูบทรุดกองลงบนพื้นเย็นเฉียบ
ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก เจ้าของร่างสูงเดินกลับมาในห้องพักของหญิงสาวอีกครั้ง หลังจากที่เขาจัดการทุกอย่างเรียบร้อย สองขายาวก้าวมาที่เตียงหลังจากสั่งให้พนักงานปิดข่าวให้เรียบร้อย ทั้งนี้ก็เพื่อหญิงสาวที่ถูกกระทำเสียหาย ทั้งต้องรักษาชื่อเสียงของโรงแรม
เขาเพิ่งก้าวเข้ามาบริหารโรงแรมไม่นานไว้ด้วย ถ้าข่าวนี้รั่วไหลออกไปมันคงไม่เป็นผลดีกับโรงแรมและผับที่เขากำลังจะเปลี่ยนระบบการบริหารใหม่
เมื่อนึกถึงใบหน้าบอบช้ำของหญิงสาวเคราะห์ร้ายเขาก็ยิ่งสงสารและเป็นกังวล จนต้องเขามาดูเธอเธอด้วยตัวเองอีกครั้ง ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องเองแบบนี้ เพียงแค่สั่งสองสามประโยคทุกอย่างก็เรียบร้อย แต่ใบหน้านวลของสาวเคราะห์ร้ายกลับวนเวียนในหัวไม่หยุด ในที่สุดเขาก็มายืนอยู่ตรงนี้
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงผ่านมา ถ้าหากคนของเขาไม่เฉลียวใจในสิ่งผิดปกติและเข้ามารายงานเขาได้ทัน เขาไม่รู้เลยว่าเธอจะมีสภาพเป็นอย่างไร ขนาดว่าเขาเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน สภาพของเธอก็ยังไม่ต่างจากโดนรุมโทรมสักนิด
หัวคิ้วหนาขมวดมุ่นเมื่อไม่เห็นหญิงสาวนอนอยู่บนเตียงอย่างที่ควรจะเป็น เขากวาดสายตามองรอบห้องเร็วๆ ก่อนจะมองเลยผ่านเตียงกว้างไปโฟกัสไปที่ห้องน้ำและเดินตรงไปดูที่ห้องน้ำ และเขาก็ต้องตกใจหนักกว่าเดิมเป็นสองเท่า เมื่อเห็นร่างบางที่เขากำลังมองหานอนอยู่บนพื้นในห้องน้ำ
“คุณ! คุณ! เป็นอะไรไป ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้” มือหนาแตะไหล่กลมกลึงเขย่าเรียกหญิงสาวให้ได้สติ แต่คนที่เขาพยายามเรียก กลับยังนอนนิ่งเงียบไม่ไหวติงสักนิด
‘บ้าเอ๊ย เป็นอะไรอีกเนี่ย เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ ป่านนี้ที่บ้านจะรู้หรือยัง แล้วจะเป็นห่วงมากมายขนาดไหนกัน’ ชายหนุ่มสบถเบาๆ
ปรินทรย่อตัวช้อนร่างเปลือยเปล่าขึ้นมาในวงแขน อุ้มเธอเดินมาที่เตียง เขาค่อยๆ วางร่างบางลงอย่างเบามือ เหมือนกลัวว่าเธอจะได้รับการกระทบกระเทือนจนเจ็บหนักเพิ่มขึ้นอีก จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องน้ำและเดินกลับมาอีกครั้งพร้อมผ้าชุบน้ำอุ่นในมือ เขาใช้มันแตะซับไปทั่วใบหน้าอย่างเบามือ
นานหลายชั่วโมงที่หญิงสาวหลับใหลไม่ได้สติ ชายหนุ่มเจ้าของโรงแรมก็ยังนั่งอยู่อย่างนั้น เขาเองก็ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง ทำไมจะต้องอยู่ ในเมื่องานของตัวเองก็ล้นมือ
หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในตอนค่ำ ดวงตาค่อยๆ กระพริบฝ่าความพร่าเลือน จากนั้นเธอก็ค่อยๆ หันไปมองรอบตัว เมื่อเห็นชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงกุมมือของเธอนั่งอยู่ก็ตกใจ แม้สายตาของคนมองจะแสดงออกถึงความอาทรห่วงใยก็ตาม
หญิงสาวรีบชักมือกลับและรีบกระถดตัวหนีออกห่างจากการเกาะกุมเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดกับตัวเอง เธอพ่นวาจาแสบร้อนที่ออกมาจากปากบางที่ฟื้นไข้ขึ้นมาไม่กี่นาที
“กรี๊ด! ไอ้บ้ากาม! แกข่มขืนฉัน”
ไม่เพียงแค่นั้น มือของเธอยังรัวทุบร่างหนาไม่ยั้ง ทั้งที่ยังเจ็บร้าวในร่างกาย จากความรู้สึกโกรธทะลุจุดเดือดของเจ้าของฉายาคุณหนูขี้วีนอย่างเธอ พ่นคำด่าทอออกมาจากปากซีดบวมเป่งไม่หยุด
“ไอ้หน้าด้าน! ไอ้ซาตานชั่ว! ไอ้มั่วไม่เลือกที่! ไอ้ไม่มีที่ดีในสันดาน! ไอ้”
เธอเป็นลูกสาวคนเล็กที่ถูกตามใจและทุกคนต้องยอมให้เธอ หลังจากที่พ่อเสียไป พี่ชายเพียงคนเดียวก็ประเคนให้เธอทุกอย่าง
ชายหนุ่มรวบสองมือของหญิงสาวเอาไว้ จ้องนิ่งไม่วางตา
“หยุด! พอได้แล้ว! ฟังผมก่อน เรื่องเมื่อคืน...” ชายหนุ่มสั่งเสียงเข้มและเตรียมจะอธิบาย แต่ก็พูดไปได้แค่ครึ่งเดียว แต่หญิงสาวสะบัดแขนอย่างแรงให้หลุดจากพันธนาการ ร้องเสียงแหลมแสบโสตประสาทหูตวาดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ไม่! ไอ้สารเลว ไอ้หน้าตัวเมีย ไอ้คนชอบรังแกผู้หญิง ไอ้ชิงหมาเกิด ฉันจะกลับบ้าน แล้วจะเอาตำรวจมาลากคอแกเข้าคุก และต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด รวมทั้งผับและโรงแรมเส็งเคร็งนี่ด้วย” เธอพ่นคำด่าออกมาอีกเป็นชุด โดยไม่รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นถึงผู้บริหารของที่นี่
“ถ้าจะไม่ฟังอะไรก็เอาเถอะ” ชายหนุ่มบอกอย่างเหนื่อยหน่าย นั่นยิ่งทำให้คนเอาแต่ใจโกรธมากขึ้น
“แกรู้ไหม! ว่าฉันเป็นใคร” หญิงสาวบอกเสียงดังลั่นไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้น
‘โธ่! แม่คุณเอ๊ย เป็นคนใหญ่คนโตเสียด้วย’ เขาคิดในใจอย่างระอา คงเป็นลูกหลานผู้มิอิทธิพลแถวนี้สักคน แม้เขาจะกลับมาอยู่เมืองไทยไม่นาน แต่ก็เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ จนชิน โดยเฉพาะในผับ แต่เขาก็ไม่หวันเกรงสักนิด
เมื่อก่อนพ่อของเขาอาจจะเกรงกลัวคนมีอิทธพลแถวนี้ แต่สำหรับเขาไม่ใช่แน่นอน เขากระตุกยิ้มมุกปากเล็กน้อย
“ผมไม่รู้หรอกว่าคุณเป็นใคร ยิ่งใหญ่มาจากไหน แต่ถ้าคุณอยากให้ผมรู้ว่าคุณเป็นใครก็บอกมาก็แล้วกัน” ชายหนุ่มตอบกลับเสียงยียวน
“กวนประสาท!” หญิงสาวง้างมือจะตบอีกรอบ แต่ชายหนุ่มที่มองอยู่ตลอดเวลาก็รวบมือบางไว้ได้ทันเสียก่อน
มือใหญ่ข้างเดียวของเขารวบมือของเธอไว้ได้ทั้งสองข้าง คราวนี้เขากำแน่นขึ้นกว่าเดิมเพื่อไม่ให้เธอทำร้ายเขาต่อ แน่นอนว่าเขาไม่สะทกสท้านกับแรงของเธอ
เมื่อโดนจับไว้คนร่างบางกลับยิ่งโกรธและดิ้นแรงให้หลุดพ้น แต่เมื่อทำอะไรเขาไม่ได้เธอก็ได้แต่พ่นคำออกจากปากหวังให้เขาได้เจ็บแสบที่สุดเท่านั้น
“ไอ้สารเลว ปล่อยนะ คนชั่ว หน้าตัวเมีย รังแกผู้หญิง”
“บอกให้หยุด แล้วฟัง ฟังก่อน! ทำไมไม่ยอมฟังบ้างเลย มีสติ อย่าเพิ่งโวยวายได้ไหม” ชายหนุ่มจ้องหน้าหญิงสาวนิ่งบอกเสียงเข้มขึ้นอย่างไม่พอใจ
ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาหญิงสาวก็ได้แต่ร้องต่อว่าเขาเสียงแสบหูโวยวายสติแตกตลอดเวลา จนความอดทนของเขาใกล้จะหมดลงเต็มที
“ฉันไม่ฟัง แกมันชั่ว แกมันเลว” ชายหนุ่มขบกรามแน่นกับถ้อยคำที่พ่นออกมาไม่หยุดจากปากกระจับได้รูปของหญิงสาวแก้มใส
‘โธ่เว้ย! แค่ต้องการอธิบายว่าเป็นคนดี ทำไมมันถึงได้ยากเย็นอย่างนี้วะ ผู้หญิงไทยทำไมถึงเข้าใจอะไรยากเย็นอย่างนี้’ ในเมื่อเขาจะอธิบายให้ฟังดีๆ แล้วไม่ยอมฟังก็ปล่อยให้เข้าใจผิดไปเลยก็แล้วกัน
ชายหนุ่มปล่อยมือหญิงสาว แล้วขยับตัวลุกออกจากเตียงขู่เสียงเข้ม จ้องตาไม่กะพริบ
“เออ! ถ้าอยากเป็นข่าวก็เอาเลย! คนในครอบครัวจะได้รู้ว่าลูกสาวทำตัวแย่ขนาดไหน อายุแค่นี้ก็กินเหล้าเมายา กอดจูบผู้ชายในผับ แถมมีสามีทีเดียวพร้อมกันตั้งสี่ห้าคน” ชายหนุ่มบอกอย่างประชด ไม่คิดว่าเรื่องราวจากนี้จะแย่ลงเพราะคำพูดของเขา
เธอ...ถูกส่งตัวมาทดสอบถุงยางบริษัทของเขา แต่พลาดท้อง เขา...เชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง และไม่ยอมรับ และหาว่าเธอหน้าเงิน หญิงสาวต้องหอบลูกพิสูจน์ "เด็กคนนี้คือลูกของเขา" แต่ไม่คิดอยากได้พ่อเด็กหรอกนะแค่จะสวยให้หมามันน้ำลายหกเล่น ผัวที่ดีคือผัวใหม่เท่านั้น เธอทำให้เขาขาดความมั่นใจในตัวเอง เธอทำให้เพลย์บอยคลั่งไคล้แม่ลูกอ่อนจนโงหัวไม่ขึ้น และเธอก็ใจแข็งเหลือเกินกลับมาเถอะนะ *************************************** "ฉันท้อง!" "ท้องงั้นเหรอ! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ฉันใส่ถุงยางทุกครั้ง และฉันก็มั่นใจผลิตภัณฑ์ของบริษัทฉัน" ลีอาห์แค่นเสียงถาม มองมายาวีย์อย่างดูแคลน สุดท้ายการที่ผู้หญิงที่บอกว่าเกลียดเขาทุกวินาทีกลับมาขอพบด้วยประเด็นเหนือชั้นกว่าเดิม คงหนีไม่พ้น เงิน "หึ! มุกตื้นๆ แพทเทิร์นเดิมๆ ของผู้หญิงหากิน แค่เธออ้าปากฉันก็มองทะลุปรุโปร่ง คิดจะจับผู้ชายรวยง่ายๆ ฉันไม่ได้มีเขาอยู่บนหัวนะ แล้วก็ไม่ใช่พ่อพระที่จะยอมรับเด็กที่ไม่รู้ว่าเกิดจากสเปิร์มของใครมาเป็นลูกแน่นอน เล่นผิดคนแล้วล่ะ" "ฉันไม่เคยคิดจะให้คุณยอมรับ ลูกของฉันอยู่แล้ว ฉันเลี้ยงเองได้ ที่มาแค่จะมาบอกว่าฉันจะฟ้องบริษัทของคุณที่ผลิตถุงยางไม่ได้คุณภาพต่างหาก" "เธอจะบ้าหรือไง เธอมีหลักฐานอะไรมายืนยัน" ชายหนุ่มโกรธ มายาวีย์จ้องกลับอย่างท้าทาย "คอยดูความบ้าของฉันก็แล้วกัน มันจะเป็นตลกร้ายที่คุณจะจำฉันไม่มีวันลืมเลยทีเดียว" ปึก!! มายาวีย์โยนเอกสารลงที่โต๊ะทำงานของลีอาห์ "นี่เป็นผลตรวจการตั้งครรภ์ของฉัน รอผลตรวจดีเอ็นเอ แล้วก็ไปเจอกันที่ศาล หรือคุณจะยอมรับว่าใช้ถุงยางอนามัยของบริษัทอื่นทำฉันท้องก็ได้นะ" ไปตามลุ้นกันต่อนะคะ สุดท้ายจะลงเอยแบบไหน แอบกระซิบว่าพระเอกครางเป็นหมาเลยค่ะ นางเอกใจเด็ดมากเลยทีเดียว
เขาเรียกว่าบริหารเสน่ห์ อย่าหาว่าหนูแรดนะคะ นะคะ" "แรดเงียบๆ แอบกินเนียนๆ แต่เซียนต้องหลบ" อันดา เจ้าของสโลแกน ‘ถ้าผู้ชายคิดจะมอมเหล้าแล้วลากเข้าโรงแรม ผู้ชายตายก่อนเพราะเปลือง’ เด็กวิศวะก่อสร้างสุดแสบ สายปาร์ตี้ และนักล่าแต้มบริหารเสน่ห์ อันดาถูกครอบครัวมั่นหมายให้กับผู้ชายคนหนึ่งตั้งแต่ลืมตาดูโลกวันแรก เธอเรียกคู่หมั้นว่าห่วงคล้องคอ โซ่ตรวนที่กักขังอิสระของเธอมาตลอดชีวิต เธอตั้งป้อมเกลียดเขา โดยไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอยากเอาชนะหรือความรู้สึกจริงๆ กันแน่ ถึงแม้จะเผลอมีอะไรกับเขาในวันที่เธอเมาหนัก เธอก็สั่งให้เขาลืมเรื่องวันนั้น และห้ามตอกย้ำกับเธออีก เธอไม่แคร์กับเรื่องแค่นั้น จนกระทั่งวันหนึ่ง…เขายอมหลีกทางให้เธอกับผู้ชายคนใหม่ วันนั้นเธอถึงได้รู้ความจริง ว่าเธอขาดผู้ชายคนนั้นไม่ได้ ปฏิบัติการตามล่าเฮียเบิ้มกลับมาทำผัวจึงเกิดขึ้น…
เรื่องชุลมุนเกิดขึ้น เพราะเขาดันไปเผลอพลาดท่า มีอะไรกับนักศึกษาฝึกงานเสียนี่ แถมเจ้าหล่อนยังทำเมินต่อพรหมจารีที่สูญเสีย หล่อนทำให้เขาเสียเซลฟ์ขาดความมั่นใจอยู่หลายวัน จนเขาจะต้องค้นหาความจริง หล่อนมีดีอะไรกันแน่ ถึงทำให้เขาลุ่มหลงได้มากขนาดนี้ คีรติหวงความโสดขั้นสุด รอดมือแม่เสือสาวนักล่ามาหลายปี แต่ดันมาตกม้าตาย ติดกับดักนักศึกษาสาว โดนเด็กตกเข้าให้ หัวใจแพ้ลูกอ้อนอ่อนยวบ แต่ร่างกายกลับฟิตปึ๋งปั๋งซะนี่ "เอาสิ! อยากจับตรงไหนก็เชิญ" วิเวียน นักศึกษาฝึกงานทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ก่อสร้าง แต่เธอกลับถูกส่งไปดูแลห้องของเจ้านายในกรณีพิเศษ แต่ก็ทำปลาหายากราคาสูงลิบของเขาตายไป 9 ตัว เธอจึงต้องทำงานชดใช้เขาต่อหลังจากฝึกงาน บอสคีย์ ผู้ชายฮอตแห่งปี ควงสาวไม่ซ้ำหน้าแถมดีกรีแต่ละคนไม่ธรรมดา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ยอมลงเอยกับใคร ประธานบริษัทที่แสนดุ เฮี๊ยบและโหดขั้นสุด ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเขาต้องสมบูรณ์เป๊ะทุกองศา
“รอยจูบ” ที่เธอมอบให้เขาเพราะความสะใจ แต่มันกลับกลายเป็นพันธนาการให้เธอดิ้นไม่หลุด เพลย์บอยร้ายอย่างเขาจะไม่ยอมให้ใครจูบฟรี!
สำหรับปราบ...เขาก็แค่สนุก แต่กลับผูกพันจนอยากกักตัวเธอไว้ สำหรับแป้งฝุ่น เธอแค่รอให้ข้ามคืน แค่กลับเป็นพันธนาการรั้งเธอไว้ชั่วชีวิต
หล่อนถูกหลอกให้มานอนอยู่บนเตียงนายหัวกริน และถูกเจ้าของเตียงยัดเยียดตำแหน่งเมียบรรณาการให้ แรกเริ่มจำยอม...ก่อเกิดรักจนตั้งท้อง...แต่ตัวจริงก็มาทวงคืน เขาเฉดหัวเธอออกจากบ้านพร้อมกับลูกในท้อง!!! นายหัวกริน เทวารักษ์ สมิธ(Smith) ผู้ชายที่เกลียดผู้หญิงในสังคมเมือง แต่เขากลับต้องตกกระไดรับเมียบรรณาการที่มารดาส่งมาให้จากกรุงเทพอย่างไม่ทันตั้งตัว สาวแรกแย้มที่สามารถแย้มหัวใจด้านชาให้กลับมาชุ่มฉ่ำอีกครั้ง พลอยขวัญ เพียงเกตุ สาวสวยลูกกำพร้าที่ถูกกดทับด้วยหน้าที่คนรับใช้ แต่มีโอกาสได้เรียนจบปริญญาตรีแต่เธอก็ถูกศยามลกดขี่และล้ำเลิกบุญคุณตลอดเวลา จนเกิดจับพลัดจับพลูได้เดินแบบเฉิดฉายบนแคทวอร์ก สาเหตุของเรื่องราวทั้งหมด เมื่อพลอยขวัญต้องมานอนอยู่บนเตียงนายหัวหนุ่มเมืองใต้ และถูกเจ้าของเตียงยัดเยียดตำแหน่งเมียบรรณาการอย่างไม่ทันตั้งตัว แรกเริ่มจำยอม...ผ่านมารัก...ตัวจริงกลับมาทวงคืน และเธอต้องเลือก...ระหว่าง “กตัญญู” กับ “หัวใจ”
คุณลู่ผู้เย่อหยิ่งแสร้งทำตัวเป็นช่างซ่อมรถเพื่อแต่งงานกับเจียงวานก็เพียงเพื่อแก้แค้น ในสายตาของเขา เธอเป็นผู้หญิงใจแคบที่รังเกียจความพิการของเขา เขาแสร้งทำท่าทางเอาอกเอาใจ ดูเหมือนรักใคร่ แต่ในใจกลับเฉยชาไร้ความรู้สึก ทว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร เขากลับตกหลุมรักเธอโดยไม่รู้ตัว หลังหย่าขาด เขากลับรู้สึกเสียดาย พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอคืนดี ทว่ากลับได้รับเพียงเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากเธอ “คุณลู่คงจำคนผิดแล้วมั้ง อดีตสามีของฉันเขา... เป็นแค่ช่างซ่อมรถคนหนึ่ง ไม่ใช่เจ้าของบริษัทลู่ซื่อกรุ๊ปผู้ร่ำรวยอันดับหนึ่งของประเทศแบบคุณ ฉันเอื้อมไม่ถึงหรอก” คุณลู่หัวเราะหึ ๆ สองเสียง “ไม่ต้องเอื้อมหรอก งั้นฉันจะลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัทแล้วไปเป็นช่างซ่อมรถก็ได้” “??”
เธอก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่เคยสนใจ แต่ก็ยังดึงดันอยากจะอยู่ใกล้ ต่อให้เธอเป็นเมียแต่งเขาก็คงไม่มีวันเปลี่ยนใจ เพราะเหตุนี้เธอจึงตัดสินใจจากไปในคืนแต่งงาน "จากนี้ไปเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก" 🥀
เกิดใหม่ในชาตินี้ นางแค่ต้องการอยู่อย่างสงบสุขปกป้องครอบครัวจากเรื่องร้ายที่จะเกิดขึ้น นางไม่อยากตกอยู่ในบ่วงรักอันทำให้ครอบครัวต้องพบกับวิบัติอีกต่อไปแล้ว... คำเตือน นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักโรแมนติก ดราม่า มีฉากความรุนแรง ฉาก NC และมีฉากเศร้าสะเทือนใจ โปรดพิจารณาก่อนดาวโหลดนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เวินอี่ถงได้เห็นความรักอันลึกซึ้งของเจียงยวี่เหิง แต่ก็ได้สัมผัสกับการทรยศของเขาเช่นกัน เธอเผารูปแต่งงานของพวกเขาต่อหน้าเขา แต่เขากลับมัวแต่ง้อชู้ของเขา ทั้งๆ ที่เขาแค่มองดูแวบหนึ่งก็จะเห็น แต่เขากลับไม่สนใจเวินอี่ถงสุดจะทน ตบหน้าเขาอย่างแรง พร้อมอวยพรให้เขากับชู้ของรักกันยืนยาว แล้วเธอก็หันหลังสมัครเข้ากลุ่มวิจัยลับเฉพาะ ลบข้อมูลประจำตัวทั้งหมด รวมถึงความสัมพันธ์การแต่งงานกับเขาด้วย! ก่อนจากไป เธอยังมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้เขาอีกด้วยเมื่อถึงเวลาที่จะเข้ากลุ่ม เวินอี่ถงก็หายตัวไป บริษัทของเจียงยวี่เหิงประสบปัญหาล้มละลาย เขาจึงออกตามหาเธอด้วยทุกวิถีทาง แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นใบมรณบัตรที่ต้องสงสัยเขาสติแตก “ฉันไม่เชื่อ ฉันไม่ยอมรับ!”เมื่อพบกันอีกครั้ง เจียงยวี่เหิงต้องตกใจที่พบว่าเวินอี่ถงเปลี่ยนตัวตนใหม่แล้ว โดยข้างกายมีผู้มีอำนาจที่เขาต้องยอมก้มหัวให้เขาอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง “ถงถง ผมผิดไปแล้ว คุณกลับมาเถอะ!”เวินอี่ถงเพียงยิ้มยักคิ้ว จับแขนของผู้มีอำนาจข้างๆ “น่าเสียดาย ตอนนี้ฉันอยู่ในระดับที่นายไม่อาจเอื้อมถึงแล้ว”
“หมี่ขาว” สาววิศวะที่โสดขึ้นดอยเป็นปีที่สาม เธอไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะเป็นคนนั้น แต่ทว่าเพราะคำท้าที่รับปากเพื่อนด้วยความคึกคะนอง ทำให้เธอตกปากรับคำชวนของ “เก้าอี้” ตัวละครลับของภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งวันนี้เขากลายเป็นพี่ปีสี่ ผูดผ้าคาด SOTUS สีแดง และวิ่งถือธงเกียร์นำขึ้นดอย เพียงเพราะเขาเดินมาทักและชวนเธอด้วยถ้อยคำเรียบง่าย “ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ”
เฉียวลู่ นักแสดงแถวหน้าของจีนมีข่าวฉาวออกมาทำให้ทางต้นสังกัดของเธอสั่งให้เธองดออกสื่อชั่วคราว จึงเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับคนงานยุ่งตลอดทั้งปีของเธอที่จะได้พักผ่อน เฉียวลู่เดินทางกลับบ้านเกิดของเธอและการกลับไปครั้งนี้ทำให้ชีวิตของเฉียวลู่เปลี่ยนไปตลอดการ ฉีหมิงเยี่ยน อนุชาองค์เล็กของฮ่องเต้แห่งแคว้นฉี ถูกลอบปลงพระชนม์ระหว่างที่เดินทางมาทำหน้าที่เจรจาสงบศึกกับเเเคว้นเซียว เพราะได้รับบาดเจ็บสาหัสทำให้ชินอ๋องความจำเสื่อมและได้รับการช่วยเหลือจากพ่อลูกตระกูลเฉียว เซียวยิ่น ฮ่องเต้แคว้นเซียวมีพระสนมมากมายเเต่กลับไม่สามารถให้กำเนิดพระโอรสได้โหรหลวงได้ทำนายเอาไว้ว่า ในอนาคตองค์รัชทายาทที่แท้จริงจะกลับมาเซียวยิ่นจึงมีรับสั่งให้ทหารออกตามหาพระโอรสและอดีตฮองเฮาของตนอย่างลับๆ ฉินอี้เหยา ได้รับบาดเจ็บสาหัสร่างลอยตามแม่น้ำมาพร้อมกับเด็กทารกในอ้อมแขนเมื่อฟื้นขึ้นมานางจึงแสร้งจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ เพื่อให้นางและบุตรชายมีชีวิตรอดต่อไป
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY