เสือกับสิงห์คิดว่าอยู่ถ้ำเดียวกันได้ไหม....??? เขาว่ากันว่า...เสือกับสิงห์อยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ฉันเป็นพวกไม่เชื่อทฤษฏีหรือคำพังเพยเปรียบเปรยใด ๆ เป็นพวกชอบพิสูจน์ด้วยตัวเอง ท้าทายดีชะมัด เอาล่ะมารอดูกันเถอะ ว่าฉันกับเขา...เราจะอยู่กันรอดไหม !!
เสือกับสิงห์คิดว่าอยู่ถ้ำเดียวกันได้ไหม....??? เขาว่ากันว่า...เสือกับสิงห์อยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ฉันเป็นพวกไม่เชื่อทฤษฏีหรือคำพังเพยเปรียบเปรยใด ๆ เป็นพวกชอบพิสูจน์ด้วยตัวเอง ท้าทายดีชะมัด เอาล่ะมารอดูกันเถอะ ว่าฉันกับเขา...เราจะอยู่กันรอดไหม !!
เสือกับสิงห์คิดว่าอยู่ถ้ำเดียวกันได้ไหม....???
เขาว่ากันว่า...เสือกับสิงห์อยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้
ฉันเป็นพวกไม่เชื่อทฤษฏีหรือคำพังเพยเปรียบเปรยใด ๆ
เป็นพวกชอบพิสูจน์ด้วยตัวเอง
ท้าทายดีชะมัด เอาล่ะมารอดูกันเถอะ
ว่าฉันกับเขา...เราจะอยู่กันรอดไหม!!
บีสเตอร์คลับ, เฮฟเว่นพาร์ค
ดนตรีบีทหนัก ๆ ที่เปิดโดยดีเจชื่อดังแห่งยุค สร้างอะดรีนาลีนไหลพล่านไปทั่วกาย ฉันโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะอย่างยั่วยวน และรู้สึกพอใจมากที่ได้เห็นสายตาหนุ่ม ๆ พวกนั้นมองเหมือนอยากจะขย้ำฉันในคืนนี้ กระโปรงหนังสีดำขลับที่สั้นอยู่แล้วถูกถลกขึ้นอีกเผยให้เห็นรอยสักเล็ก ๆ รูปกลุ่มนกบิน สวยใช่ไหมล่ะ....ฝีมือเพื่อนฉันเอง ‘น้ำหอม’ เป็นคนสักให้
แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่รอยสัก เพราะหนุ่ม ๆ พวกนั้นจ้องต้นขาฉันต่างหาก!
“น้อย ๆ หน่อยอีเนตร เดี๋ยวก็ได้ผู้ชายทั้งคลับเป็นผัวหรอก”
นั่นคือชื่อของฉันเอง ‘เนตรพาฬ’ แปลว่าดวงตาของเสือ แววตาเฉี่ยวคมสุดเซ็กซี่ที่สยบใครมานักต่อนัก อย่าเผลอมาสบตาเชียว บอกเลยว่ารอดยาก ทุกคนที่นี่ต่างรู้ประวัติฉันดี แม้จะโลว์โพรไฟล์ แต่ไฮเพอร์ฟอร์แมนค่ะ! ก็แค่นักศึกษาวิทยาลัยช่างศิลป์ปีสองแผนกจิตรกรรม การวาดภาพเป็นสิ่งที่รักพอ ๆ กับการเต้นรำและดื่มเหล้า
และสาวเที่ยวบินสูงอย่างฉันรักอิสระเป็นที่สุด ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้
“นิด ๆ หน่อย ๆ เอง ไม่เห็นจะเสียหาย” ฉันไหวไหล่ตอบกลับไป ก็จริงนี่นา...มากกว่านี้ก็เคยทำมาแล้วกะอีแค่โชว์ขาอ่อนเอง เบบี๋มากสำหรับเนตรพาฬ
เพื่อนสาวคนสนิทเบ้หน้าอย่างหมั่นไส้ในความมั่นของฉัน เธอคือ ‘สายรุ้ง’ สาวใต้หัวใจแบ๊ว ยัยนี่ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่ามีบ้านเกิดอยู่ทางใต้ เพราะทั้งหน้าตาและผิวพรรณเหมือนอิมพอร์ตมาจากเกาหลี เราเรียนอยู่คนละที่แต่ใจเดียวกัน คุยถูกคอเลยเป็นเพื่อนเที่ยวมาจนถึงบัดนี้
“นิดหน่อยอะไรกันเนตร ถกขึ้นอีกนิดก็เห็นกางเกงในแล้วนะ” น้ำเสียงห่วงใยแกมตำหนินี้ เป็นของแม่ชีประจำกลุ่ม นางชื่อ ‘เอริ’ หญิงสาวผู้แต่งตัวมิดชิดแม้กระทั่งตอนเที่ยวก็ยังใส่เสื้อผ้าเหมือนไปวัด ใครจะเชื่อว่าเธอมีนิสัยชอบเที่ยวกลางคืนและยังมีรสนิยมแปลกประหลาดอีกด้วย
ซึ่งทั้งสายรุ้งและเอริเป็นเพื่อนสนิทที่ฉันรักมากกก
“อย่าบ่นไปเลยน่า เห็นแล้วไงเอาไปไมได้สักหน่อย” ฉันบอกขณะโยกย้ายส่ายสะโพกอย่างยั่วยวน เพื่อเรียกความสนใจจากสายตาใครบางคน
“ย่ะ! เอาไปไม่ได้ แต่โดนทำอย่างอื่นได้ หันไปดูสิ..หนุ่มโต๊ะนู้นน่ะ จ้องเธอไม่กระพริบเลย ดู ๆๆๆ สายตาหื่นกระหายอะไรอย่างนี้” เอริทั้งบ่นทั้งสะกิดให้ฉันหันไปมองโต๊ะด้านหลัง
ซึ่งก็จริงอย่างที่เธอว่า สายตาของแต่ละคนบ่งบอกว่าคืนนี้อยากร่วมเตียงกับฉัน หึ....ยังหรอก ฉันยังไม่ค่อยพอใจนัก ยี่ห้อเนตรพาฬทำ แค่นี้ยังน้อยไป มันต้องแรงกว่านี้.....แรดกว่านี้!
ฉันหันไปส่งจูบให้พวกเขาอย่างยั่วยวน ประจวบกับเป็นช่วงที่ดีเจพูดออกไมค์พอดี ‘อกหักเรื่องเล็ก แต่อกเล็กมันช้ำใจ เอ้า! ขอมือสาวอกใหญ่ไซส์บึ้มหน่อยเร้ววววว’ แค่ยกมือเหมือนคนอื่นน่ะคนอย่างเนตรไม่ทำหรอก มันต้องเป็นอะไรที่น่าจดจำกว่านั้นเยอะ ทุกสายตาต้องรวมอยู่ที่ฉัน...จุดเดียวเท่านั้น
เจ้าของรองเท้าส้นสูงสี่นิ้วสีแดงแปร๊ดก้าวขึ้นบนแท่นเสาอย่างมั่นคง ท่าโพสสุดยั่วยวนเรียกเสียงโห่ร้องจากคนทั้งคลับ ฉันไม่ใช่หน้าตาดีอะไร ก็แค่ระดับท้องนาบ้านไร่ แต่ถ้าพูดถึงหุ่นล่ะเป็นนางแบบเพลย์บอยได้สบาย ๆ ฉันเลยกลายเป็นดาวเด่นของที่นี่ยังไงล่ะ
วิถีของเนตรคือ รักสนุกแต่ไม่ผูกพัน ชอบสังสรรค์และยั่วผู้ชาย เกิดมามีชีวิตเดียวก็ต้องใช้ให้คุ้มสิ...ว่าไหม? มีร่างกายที่ดีเก็บไว้ทำไมให้เสียของ ฉะนั้นฉันเลยวาดลวดลายควงเสาอย่างช่ำชอง ทุกท่วงท่าเรียกเสียงเชียร์ได้ดังกระหึ่ม และเหมือนทุกครั้งที่มีชายหนุ่มผู้กล้าหาญขึ้นมาพัวพันแทนต้นเสาทื่อ ซึ่งฉันก็ชอบนะ...นุ่มกว่ากันเยอะเลย
ปลายเล็บแหลมยาวที่ถูกต่อมาอย่างสวยงามเกี่ยวเข้าที่คอเสื้อเชิ้ตของชายคนแปลกหน้า ฉันเขยิบเข้าไปใกล้จนร่างกายเราเสียดสีกันไปมา บีทดนตรีเล่นจังหวะช้าลงเล็กน้อย ซึ่งก็เหมาะเจาะมากกับการใช้ท่าเต้นยั่วยวนแบบที่ถนัด สองมือแกร่งเลื้อยไปมาตามส่วนโค้งเว้าของเอว รู้สึกได้ถึงความตื่นตัวเมื่อใช้สะโพกบดเบียดลงบนส่วนนั้นของฝ่ายชาย ฉันคงปลุกปั่นอารมณ์เขามากไปหน่อย จนทนไม่ไหวไล่มือขึ้นมาจนเกือบถึงหน้าอก ซึ่งฉันหยุดการเคลื่อนไหวนั้นไว้ได้ทัน
“โอ๊ะโอ่ ใจเย็นสิคะ?” ฉันพลิกตัวกลับมาแล้วกระซิบชิดริมหู แต่สายตากำลังจับจ้องไปที่ใครบางคนที่นั่งอยู่โต๊ะด้านในสุด ซึ่งใครคนนั้นกำลังมองมาเช่นกัน
“แบบนี้เป็นไง...ดีกว่าไหม?” ฉันยกขาข้างหนึ่งขึ้นเกี่ยวกับสะโพกของผู้ชายตรงหน้า สองมือโอบรัดรอบคอไว้แน่นเลยทำให้หน้าอกขนาดใหญ่ที่แหวกออกจนให้ร่องแนบชิดกับแผงอกแกร่งไปด้วย
คนอย่างเนตรไม่ชอบเดินตามเกม แต่ชอบคุมเกมมากกว่า ฉันไม่ชอบให้ใครแตะตัวเกินจำเป็น แต่ก็ไม่ปฏิเสธที่จะเป็นฝ่ายเสนอเข้าหาก่อน ความใกล้ชิดติดพันเริ่มเกินลิมิตขึ้นทุกที แต่ฉันจำเป็นต้องทำเพื่อเหตุผลบางอย่าง ยิ่งโดนสายตาปริศนาจากมุมมืดจ้องมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องเพิ่มความแนบชิดมากขึ้นเท่านั้น
ชายหนุ่มข้างกายช่างเป็นใจเหลือเกิน รู้งานจนฉันแทบไม่ต้องควบคุมอะไร เขาเป็นคู่เต้นที่ดีทีเดียว รู้ในความต้องการทั้งของฉันและของตัวเอง ท้ายทอยของเขาถูกรั้งลงจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อนบริเวณใบหู เสียงครางกระหึ่มดังขึ้นในลำคอเมื่อโดนกระตุ้นด้วยการบดเบียด และอีกนิดเดียวเท่านั้นริมฝีปากหนาก็จะประทับลงบนซอกคอ ถ้าไม่โดนมือของใครบางคนฉุดฉันลงมาเสียก่อน!
“กลับได้แล้ว” ฉันกระตุกยิ้มอย่างพอใจ เมื่อได้ยินเสียงที่รอคอยมานาน
ในที่สุดเจ้าของสายตาคู่นั้นก็ทนไม่ไหวต้องเดินมาลากฉันลงจากแท่น บอกแล้วไงว่าฉันชอบคุมเกม!
”เนตรยังไม่อยากกลับ” ฉันสะบัดมือออกแล้วทำท่าจะก้าวขึ้นไปบนแท่นอีกครั้ง ท่ามกลางความงุนงงของชายหนุ่มคู่เต้น แต่ก้าวขึ้นไปแค่ขาเดียวก็โดนดึงกลับลงมาใหม่
“กลับเดี๋ยวนี้” เขากดเสียงต่ำวางอำนาจแบบที่ฉันเกลียด! มีเหรอที่จะยอมทำตาม น่าจะรู้นะว่ายิ่งห้ามก็ยิ่งอยาก....ไม่ชอบให้ทำก็ยิ่งอยากทำ
“ไม่ ชัดมะ” ฉันเชิดหน้ามองเขาอย่างท้าทายพร้อมกับสะบัดมือออกจากการเกาะกุมไปด้วย แต่คราวนี้ผู้ชายตรงหน้ากำข้อมือเอาไว้แน่นจนเริ่มเจ็บ
“ชัดเต็มสองหูเลยครับ” เขาว่าพลางดึงร่างฉันเข้าไปแนบชิดจนไร้พื้นที่ให้อากาศแทรกผ่าน ฉันไม่ชอบถูกควบคุมเลยยื้อยุดขัดขืนร่างกายเพื่อให้เป็นอิสระ แต่ก็สู้แรงไม่ไหว ผู้ชายบนแท่นเริ่มทำตัวไม่ถูกจะลงก็ไม่ได้เพราะยืนขวางอยู่ ครั้นจะเต้นคนเดียวกับเสาก็ดูแปลก ๆ เลยเก้ ๆ กัง ๆ จนคนข้างตัวดึงฉันออกห่างจากแท่น
“ขอโทษด้วยครับ เธอเมามากไปหน่อย” หึ...ก็พูดไป ยังไม่ได้ดื่มสักแก้วจะเอาที่ไหนมาเมา แม้น้ำเสียงจะบอกถึงความสุภาพ แต่สายตาที่มองไปยังผู้ชายคนนั้นน่ะ แทบจะกินเลือดกินเนื้อ
“จะปล่อยได้รึยัง พี่สิงห์!” นั่นแหละชื่อของเขา ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา ทุกส่วนบนใบหน้างดงามไร้ที่ติ มีรูปร่างสูงโปร่งตามแบบฉบับที่สาว ๆ ชอบ ผิวขาวเรืองแสงที่เรียกสายตาจากผู้พบเห็น ทำให้ผู้ชายคนนี้ดูโดดเด่นอยู่เสมอ น่าเสียดายที่นิสัยเขาไม่ได้สวยงามเหมือนหน้าตา
‘กาฬสิงห์’ เป็นผู้ชายในแบบที่ผู้หญิงใฝ่ฝันถึง เขาสมบูรณ์แบบในทุก ๆ เรื่อง ในวงการกันดีว่าเขาน่ะเป็น ‘ตัวพ่อ’ จอมเพลย์บอย ไม่มีคืนสักคืนที่จะกลับบ้านตัวเปล่า สิงห์ร้ายอย่างเขาเพียงแค่กระดิกนิ้วหน่อยเดียว สาว ๆ ก็พร้อมยอมพลีกายอย่างไม่ต้องคิดเยอะ
“ถ้าจะ ’แรด’ ก็ให้มันมีขอบเขตบ้างนะครับน้องเนตร” เฮ้อ! แรดงั้นเหรอ...! ถือเป็นคำชมได้ไหม? พี่สิงห์ก็เป็นแบบนี้เสมอ พูดจาดีกับผู้หญิงทั้งโลกยกเว้นฉัน!
“เนตรแรดแล้วทำไมเหรอคะ พี่สิงห์เดือดร้อน?” เริ่มพอใจนิด ๆ เมื่อเห็นเขามีอาการบางอย่าง เพื่อให้แน่ชัดฉันเลยเปลี่ยนจากท่าทีขัดขืนเป็นโอนอ่อนตาม มือข้างที่เคยต่อต้านถูกนำมาวางไว้แนบอกแกร่ง ฉันไล้ข้อนิ้วแหวกไปตามรอยแยกของกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิท ส่วนแขนอีกข้างยกขึ้นพาดไว้ที่ท้ายทอย คนถูกระทำเพียงแค่จ้องมองนิ่ง ๆ ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
ในชาติก่อนจางหลินซินเคยเป็นนักฆ่าผู้เก่งกาจ แต่ถูกครอบครัวทรยศและถูกยิงอย่างโหดเหี้ยม เฉินจือหานล้างแค้นแทนเธอและไปสวรรค์พร้อมกัน ในชาตินี้เธอได่เกิดใหม่และต้องการล้างบางพวกที่มันทำกับเธออย่างสาสม!!!
เมื่ออยู่ๆ 'นิตย์รดี โขคฉลุย' ต้องมาตกงานกะทันหัน เสียงานออกแบบภายในดีกรีปริญญาโทไปในพริบตา ต้องระเห็ดกลับมาอยู่บ้านเกิดที่พังงา สถานการณ์บังคับให้ต้องทำงานที่เลือกไม่ได้ หญิงสาวมาสมัครงานที่บ่อทรายของ 'นายหัวศิธา' ในตำแหน่งคนจดคิวรถ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดช่วงพายุถนนขาดกลับไม่ได้ เลยต้องค้างที่่บ่อทราย โชคยังดีเพราะมีห้องว่างแต่เธอดันเข้าห้องผิด!
เมื่อท่านประธานสุดเหลี่ยมมาเจอกับเด็กที่เหลี่ยมกว่า! ชีิวิตของท่านประธานน่านฟ้าถึงคราวปั่นป่วนเมื่อใช้เล่ห์เหลี่ยมในคลับหรู จนได้เด็ก N มานั่งแบบฟรีๆ แต่ดันโดนเด็กเหลี่ยมกลับท่านประธานถึงกับไปไม่เป็น!
เพราะหน้าตาเขาถูกใจอย่างจัง คุณหนูโรสจึงทำสารพัดวิธีเพื่ออ่อยมาเฟียหนุ่มให้ยอมตกเป็นของเธอ แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะเขาทั้งไล่ ทั้งด่าทำปากแจ๋วใส รสรินทร์จึงต้องงัดกลเม็ดความเด็ดที่มี พิชิตตัวพิชิตใจทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เขามาครอบครอง “เหนือเพชร” เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสุดยั่วยวน ทำใจกล้าส่ายสะโพกลงบนตัวตนที่รับรู้ได้ว่ากำลังพองขยาย เขาก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนนี่นา มีอะไรเหมือนคนปกติแต่ทำไมเล่นตัวจัง “ต้องการอะไร” เขานอนนิ่งจ้องมาด้วยแววตาที่เย็นชาจัด “ก็ต้องการนายไง” ถามมาได้ก็บอกอยู่ทุกวันว่าอยากได้ๆ ยอมๆ มาก็จบ ฟินๆ กันทั้งสองฝ่าย เธอก็ปากดีไปงั้นแหละประสบการณ์เป็นศูนย์ แต่เต็มใจมากถ้าครั้งแรกของเธอเป็นของเหนือเพชร “เห็นเป็นที่ระบาย?” เขาไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆ รู้จักกันก็เปล่าคุยกันนับคำได้ เขาทั้งไล่ทั้งด่าแต่เธอก็ยังไม่หยุดตื้อ เขาไม่มีความคิดที่จะคบหาใครในตอนนี้ และไม่อยากมีสัมพันธ์กับโรสเพราะกลัวว่าจะมีปัญหาตามมาทีหลัง “ไม่ใช่สักหน่อย ฉันอยากได้ตัวนาย แล้วก็ตรงนี้...ของนายด้วย” โรสจิ้มนิ้วลงไปที่กลางอกของเขา เธออยากได้หัวใจมากกว่าร่างกายเสียอีก แต่เขาไม่อ่อนให้เธอเลย “ฝัน?” เหนือเพชรจับตรึงสะโพกของเธอไว้ เพราะลีลาการส่ายที่เย้ายวนของคนสวย เริ่มปลุกให้แก่นกายของเขาตื่นเต็มลำ ตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างอันตราย “ไม่ฝันหรอกคอยดูเถอะ นายก็ไม่ได้รังเกียจฉันนี่นา”
ริชาร์ด คาลเวิร์ตเจ้าของเรือสำราญสุดหรูกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ถูกสาวน้อยลูบคมด้วยการใช้ลูกได้ตุกติกในการเล่นคาสิโน แต่ยังไม่ทันที่ปานฟ้า เฮนเดอร์สัน ยังไม่ได้ทันหอบเงินไปใช้ เธอก็โดนจับได้เสียก่อน ปานฟ้ามีเหตุให้ต้องตัดสินใจเข้ามาเสี่ยงโชคในเกมคาสิโน เพราะต้องการเงินก้อนใหญ่ไปใช้หนี้ที่ไม่ได้ก่อ ปานฟ้าไม่อยากโดนจับเธอขอแลกกับการทำงานบนเรือเพราะเธอเชี่ยวชาญด้านงานช่างเป็นอย่างดี ริชาร์ดเห็นว่าจะส่งเธอกลับตอนนี้ก็ไม่ทันเพราะเรือออกจากฝั่งมาไกลมาก จึงให้เธอทำงานและจับตาอยู่อย่างใกล้ชิด แต่สงสัยจะใกล้ชิดเกินเหตุ จากจับตากลายเป็นจับใจหลงไม่ไหว อยากได้นางโจรมาเป็นเมีย!
เมื่อกี้มีใครได้จูบคุณหรือเปล่าคะ” ดวงตาคู่หวานจ้องมองอย่างจับผิด ไม่มี” เดร็ครีบตอบ แต่เมื่อเห็นความหวงในแววตานั้นเขารู้สึกถูกใจ ถ้าเป็นคนอื่นอาจผลักลงจากเตียงไปแล้ว แต่เป็นคามิล่าที่แสดงความหวงแหน และเขาก็ชอบมัน “อืม แต่ชักแน่ใจแล้ว บางทีอาจจะมี…” พูดยังไม่ทันจบคามิล่าก็ก้มลงประกบริมฝีปาก เธอจูบไม่เป็นแต่พยายามขบริมฝีปากหนา แล้วแทรกเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเขา เดร็คจูบตอบทันทีความเงอะงะไม่เป็นภาษา กระตุ้นอารมณ์ร้อนภายในร่างกาย จูบของคามิล่าเต็มไปด้วยความหวงแหน แสดงความเป็นเจ้าของผ่านจูบดูดดื่ม“มาลองคิดดูดีๆ ไม่น่ามี” เดร็คถอนริมฝีปากออกแล้วกดจูบที่ข้างแก้มสวย เธอน่ารักน่าเอ็นดู มีเสน่ห์แบบที่ไม่ต้องทำอะไร เขาก็หลงหัวปักหัวปำไปหมดแล้ว
เธอคิดว่าพวกเขาจะต่างคนต่างไปหลังจากการหย่าร้าง โดยเขาใช้ชีวิตของเขาเอง ส่วนเธอก็มีความสุขกับเธอไป-- แต่แล้ว... "ที่รัก ผมผิดไปแล้ว คุณกลับมาได้ไหม" ชายใจร้ายที่เคยหักหลังเธอสุดท้ายก็ก้มหัวที่หยิ่งผยองลง "เราคืนดีกันเถอะ ผมขอร้องล่ะ" ซูเชียนชือผลักดอกไม้ที่ชายคนนั้นมอบให้ออกไปอย่างเย็นชา และตอบอย่างใจเย็น "มันสายไปแล้ว"
ในชาติก่อน ถูกผู้ชายใจร้ายใช้เป็นเครื่องมือ ทำให้ตัวเองต้องตาย และยังทำให้อาของเขาที่มีอิทธิพลสูงต้องพินาศด้วย เมื่อได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง ในวันที่ขอแต่งงาน เธอตัดสินใจแต่งงานใหม่กับลี่โม่เป่ย อาเล็กของผู้ชายเฮงซวย คิดว่ามันจะเป็นแค่การตกลงเป็นพันธมิตร หลังจากแต่งงานกลับกลายเป็นว่าเขาคอยเอาใจเธอเป็นอย่างดี จากนั้นเธอจัดการกับชายเลว ส่วนเขาซ้ำเติม เธอฆ่าคน เขาก็ช่วยเก็บกวาด เธอทำเรื่องใหญ่โต เขาก็ช่วยแก้ไขปัญหา เมื่อสัญญาสิ้นสุด ตู้เซียวเซียวต้องการจะจากไป แต่เขากลับไม่พอใจ เขาขวางเธอไว้ที่ประตู น้ำเสียงเว้าวอน “เซียวเซียว เธอจะทิ้งฉันหรือ?” ตู้เซียวเซียวใจอ่อน “งั้นต่อสัญญาอีกปีดีไหม?” แต่สถานการณ์กลับยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวก่อน ไหนบอกว่าไม่สามารถมีลูกได้ แล้วทำไมท้องของเธอถึงโตขึ้นล่ะ!
เว่ยจื้อโหยวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตนอยู่ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคยสิ่งรอบกายดูโบราณล้าหลัง โลกโบราณที่ไม่มีในประวัติศาสตร์โลก ยังไม่ทันได้เตรียมใจก็ถูกส่งให้ไปแต่งงานกับชายยากจนที่ท้ายหมู่บ้าน สาเหตุที่เว่ยจื้อโหย่วถูกส่งมาให้แต่งงานกับชายที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในหมู่บ้านนั้น เพราะนางเกิดไปต้องตาต้องใจเศรษฐีผู้มักมากในกามเข้า เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกบ้านใหญ่ขายไปเป็นอนุภรรยาของเศรษฐีเฒ่า พ่อแม่ของนางจึงยอมแตกหักจากบ้านใหญ่และท่านย่าที่เห็นแก่ตัวและลำเอียงเป็นที่สุด ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของนางจึงตัดสินใจยกนางให้กับอวิ๋นเซียว ชายหนุ่มที่แสนยากจนข้นแค้น ที่เพิ่งเสียบิดามารดาไป อีกทั้งยังทิ้งน้องชายน้องสาวเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีป้าสะใภ้มหาภัยที่คอยแต่จะมารังแกเอารัดเอาเปรียบสามพี่น้อง สิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดไม่ใช่ป้าสะใภ้มหาภัย แต่ มันคืออะไรแต่งงานนางไม่ว่ายังไม่ทันได้เข้าหอสามีหมาดๆ ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามระหว่างแคว้น มันไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากว่านี้อีกแล้วสำหรับ เว่ยจื้อโหยว หากสามีทางนิตินัยของนางตายในสนามรบ ก็ไม่เท่ากับว่านางเป็นหม้ายสามีตายทั้งที่ยังบริสุทธิ์หรอกหรือ แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายน้องสาวของอดีตสามีอีก สวรรค์เหตุใดถึงได้ส่งนางมาเกิดใหม่ในที่แบบนี้
เพราะความเมตตาจากสวรรค์ ทำให้นางผู้ซึ่งสิ้นอายุขัยในวันที่คลอดลูก ได้กลับมาเกิดใหม่ ในร่างของคุณหนูสามผู้โง่เขลา บุตรีของท่านเจ้าสำนักศึกษาตระกูลหลี่
คิณ อัคนี สุริยวานิชกุล ทายาทคนโตของสุริยวานิชกุลกรุ๊ป อายุ 26 ปี นักธุรกิจหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เย็นชากับผู้หญิงทั้งโลกยกเว้นเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น เอย อรนลิน "เมื่อเขาดึงเธอเข้ามาในวังวนของไฟรักที่แผดเผาหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้ไหม้ไปทั้งดวง" "เธอแน่ใจนะว่าจะให้ฉันช่วยค่าตอบแทนมันสูงเธอจ่ายไหวเหรอ?" เอย อรนลิน พิศาลวรางกูล ดาวเด่นของวงการบันเทิงที่ผันตัวไปรับบทนางร้าย เธอสวย เซ็กซี่ ขี้ยั่วกับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น "เขาคือดวงไฟที่จุดประกายขึ้นในหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้หลงเริงร่าอยู่ในวังวนแห่งไฟรัก" "อะ อึก จะ เจ็บ เอยเจ็บค่ะคุณคิณ"
เมื่อสองปีที่แล้ว เพื่อช่วยคนรักในใจ พระเอกถูกบังคับให้แต่งงานกับนางเอก ในใจของเขา เธอเป็นคนน่ารังเกียจและแย่งคนรักของคนอื่น เขาเลยเย็นชาต่อเธอมาตลอด แต่กลับอ่อนโยนและเอาใจใส่กับคนรักในใจถึงเป็นเช่นนี้ เธอยังคงรักเขาอย่างเงียบ ๆ เป็นเวลาสิบปี ต่อมาตอนที่เธอรู้สึกเหนื่อยและอยากจะท้อแท้นั้น เขากลับตื่นตระหนก... เมื่อเธอกำลังจะตายขณะตั้งท้องลูกของเขา ในที่สุดเขาก็ตระหนักว่าผู้หญิงที่เขายอมเอาชีวิตตัวเองไปแลกนั้นก็คือเธอโดยตลอด
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY