เพราะเด็กหนุ่มที่เขาช่วยไว้ในคืนนั้นได้สูญเสียความทรงจำหมอหนุ่มจำต้องรับไว้ดูแลความใกล้ชิดทำให้หัวใจแกร่งของเขาหวั่นไหวจนเกิดเป็นความรัก แต่เมื่อความทรงจำกลับคืนมา เจ้านายกลับจำเรื่องราวของเขาไม่ได้
เพราะเด็กหนุ่มที่เขาช่วยไว้ในคืนนั้นได้สูญเสียความทรงจำหมอหนุ่มจำต้องรับไว้ดูแลความใกล้ชิดทำให้หัวใจแกร่งของเขาหวั่นไหวจนเกิดเป็นความรัก แต่เมื่อความทรงจำกลับคืนมา เจ้านายกลับจำเรื่องราวของเขาไม่ได้
เอี๊ยดดดดดดดด
เสียงเบรกรถสนั่นบนท้องถนนสายเปลี่ยวในยามดึกแทบไม่มีผู้คนสัญจรไปมา หมอกหนาทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่น้อยลง หมอหนุ่มขับรถด้วยความเร็วท่ามกลางความมืดต้องเหยียบเบรคจนตัวโก่งเมื่อแสงไฟหน้ารถสาดส่องกระทบร่างบางของใครคนหนึ่งที่นอนคว่ำหน้าขวางอยู่กลางถนน หมอหนุ่มมองซ้ายมองขวาดูกระจกส่องหลังเมื่อเห็นว่าไม่มีใคร อาทิตย์ วิจิตรอลงกรณ์ หมอหนุ่มเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ของจังหวัด ตัดสินใจเปิดประตูลงไปเขาจอดรถไว้ในระยะห่างพอสมควร ในยามนี้จะไว้ใจใครไม่ได้ ชายหนุ่มไม่ลืมหยิบปืนพกคู่กายลงมาด้วย เขามั่นใจว่าเขาไม่ได้ชนร่างอีกคนแน่นอน
ร่างที่นอนอยู่มีเลือดไหลข้างตัว ชายหนุ่มมองไปรอบๆอีกครั้ง ก่อนจะทรุดตัวลงข้างๆร่างที่นอนนิ่ง
“ยังไม่ตาย” มือหนาแตะตรงลมหายใจอ่อนๆของอีกฝ่าย เอื้อมมือไปจับไหล่ของอีกคนพลิกให้หันมาเพื่อที่จะได้ดูหน้าตาของอีกคนอย่างช้าๆ
รอยฟกช้ำตามใบหน้าและร่างกายไม่ได้ปิดบังความหล่อเหลาคมคายของเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนนี้เลย ผิวขาวเนียนสวยราวกับผู้หญิง รูปร่างสูงสมส่วนพอเหมาะ เสื้อผ้าที่สวมใส่บ่งบอกฐานะว่าไม่ธรรมดา เด็กหนุ่มมีเลือดออกจากศีรษะเปรอะเปื้อนใบหน้าหล่อและเสื้อผ้า ลมหายใจรวยริน
หมอหนุ่มมองไปรอบๆอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจช้อนร่างสูงของอีกฝ่ายไว้ในวงแขนและอุ้มไปยังรถที่จอดไว้ ปรับเบาะเอนนอนแล้วรีบวิ่งไปยังด้านคนขับและขับออกไปบนถนนสายเปลี่ยวอย่างรวดเร็ว มือหนากดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิททันที
“เฮ้ย! ไอ้วิน มึงรีบมาที่บ้านกูด่วนเลย กูมีเรื่องให้ช่วย” น้ำเสียงปลายทางดูร้อนรน ทำให้หมอวินที่กำลังล้มตัวลงนอนดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที
“แม่ง!ไอ้หมอ กูเพิ่งจะออกเวร มีอะไรว่ามากูจะนอน”
“ไม่ได้มึงต้องมาบ้านกูก่อน เดี๋ยวนี้อีกสิบนาทีเจอกัน”
“อ้าวเฮ้ย!! ไอ้นายอาทิตย์ มึงอย่ามาใช้อำนาจกับเพื่อนตัวเองนอกเวลางานไม่ได้นะโว้ย นี่มันเวลาพักผ่อนของกู”
“กูมีเรื่องให้ช่วย มีคนบาดเจ็บกูเจอระหว่างทาง”
“ไอ้เวร มึงก็เป็นหมอเปล่าวะ เสือกจะให้กูไปดูคนเจ็บ ในประเทศนี้มีใครเก่งเกินมึง ให้กูถามหน่อยเถอะ”
“มึงจะมาไหม?” คำถามสั้นๆแต่แฝงไปด้วยคลื่นบางอย่างที่ปลายสายจำต้องรับปากแทบทันที
“เออ.เออ..แม่งไปก็ได้วะ ทำไมต้องทำเสียงดุด้วยวะ แล้วนี่เขาเป็นอะไรมากหรือเปล่า”
“ยังไม่ได้สติ อย่าถามมากความ รีบมาให้ไว”
“ไอ้หมอเวร”
วินสบถเมื่อปลายสายตัดไปแล้ว หมอวินได้แต่มองโทรศัพท์แล้วส่ายหน้าอย่างระอากับเพื่อนหนุ่มที่เป็นทั้งเจ้านายและเพื่อนสนิท เขาเพิ่งจะออกเวรและอาบน้ำกำลังล้มตัวลงนอนแต่ต้องมารับโทรศัพท์เจ้านายสุดโหด
“กูอยากดูหน้าคนที่มึงช่วย แม่งจะสวยขนาดไหนวะ ถึงได้ดูร้อนรนจริง”
อาทิตย์วางโทรศัพท์ไว้ข้างกายก่อนจะหันไปมองคนข้างด้วยความเป็นห่วงด้วยจรรยาบรรณเขาจะปล่อยคนที่ได้รับบาดเจ็บที่นอนบนท้องถนนไว้ได้อย่างไรถึงแม้จะไม่รู้จักก็ตามที แต่จะให้พาไปยังโรงพยาบาลเขาก็ไม่กล้าเสี่ยงเพราะไม่รู้หัวนอนปลายเท้าของอีกคน ว่าทำไมถึงนอนเจ็บอยู่บนถนนสายเปลี่ยวแบบนั้นได้ หากอาการดีขึ้นแล้วเขาจะซักไซร้ไล่เรียงแล้วนำส่งโรงพยาบาลต่อไป เพียงไม่นานชายหนุ่มก็ขับรถมาจอดหน้าคฤหาสน์หรูแม่บ้านร่างท้วมคนเก่าคนแก่ของตระกูลออกมารอรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“คุณหนูเหนื่อยไหมคะ ทานอะไรมาหรือยัง”
“ยังครับ แต่ป้าให้เด็กไปเตรียมต้มน้ำร้อนให้ผมหน่อย” หมอแบงค์หรืออาทิตย์ บอกแล้วรีบเดินไปยังประตูด้านข้างคนขับแล้วอุ้มร่างสูงของอีกคนออกมา
“ว้าย แล้วนี่ใครคะ คะ..คุณหนูขับรถชนเขาเหรอคะ” แม่บ้านถามด้วยแววตาตื่นตกใจกับภาพหนุ่มหน้าตาดีแต่มีเลือดออก ตามตัวฟกซ้ำดำเขียวไม่น้อยทีเดียว
“ไม่ใช่ครับป้า แล้วผมค่อยเล่าให้ฟัง”
ชายหนุ่มอุ้มอีกคนเข้าไปในบ้านและขึ้นบันไดตรงไปที่ห้องนอนของตน เขาว่างลงสูงลงอย่างแผ่วเบาโดยไม่กลัวว่าเลือดจากตัวชายหนุ่มจะเปรอะเปื้อนบนที่นอน
“พาไปโรงพยาบาลเถอะค่ะคุณหนู ใครก็ไม่รู้ป้าว่ามันจะเกิดเป็นเรื่องราวเอานะคะ” หญิงสาวที่ผ่านโลกมาก่อนเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วง สีหน้ามีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“เพราะผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ผมถึงไม่กล้าพาไปส่งที่โรงพยาบาล”
“ป้าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมเป็นหมอนะครับป้า เดี๋ยวไอ้วินก็มาแล้ว ป้าไปเตรียมของมาให้ผมก็พอ”
สิ้นเสียงชายหนุ่มก็หันมาสนใจใบหน้าหล่อที่ยังคงหลับสนิทไม่รู้สึกตัว อย่างสำรวจตรวจตรา ชายหนุ่มคนนี้ผิวพรรณดี จัดว่าหล่อระดับขั้นเทพหาตัวจับยากเลยทีเดียว ใบหน้าใสรับกับคิ้วดกดำเรียวยาวได้รูป ผมสีน้ำตาลอ่อนอย่างทันสมัย จมูกโด่งเป็นสันรั้นขึ้นเล็กน้อยไม่บอกก็รู้ว่าดื้อรั้นมากแค่ไหน ริมฝีปากบางสวยของชายหนุ่มซีดเผือด เสื้อเชิ้ตแบรนเนมและยีนส์ราคาแพงลิบลิ่ว รวมถึงรองเท้าคู่สวยที่มีเพียงไม่กี่คู่เท่านั้น ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแต่ดูก็รู้ว่าไม่ธรรมดาแน่นอน ของประดับทั้งนาฬิกาเรือนละเจ็ดหลักที่สวมนี่อีก ทำไมคนมีเงินมากมายขนาดนี้ถึงมานอนอยู่กลางถนนแบบนั้นได้
“ท่าทางจะเป็นลูกคนมีเงิน”
หมอหนุ่มขมวดคิ้วพลางคิดไปต่างๆนาๆคิ้วเข้มสวยขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนจะยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจถอดรองเท้าออก ตามด้วยเสื้อผ้าที่เลอะเปรอะเลือดของอีกฝ่าย เหลือเพียงชั้นในยี่ห้อหรู สายตาคู่คมสำรวจเรือนร่างแกร่งสวยกำลังดี มีกล้ามเนื้อเป็นลอนอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ หน้าอกแกร่งขยับขึ้นลงตามแรงหายใจรวยริน ยอดอกชูชันสีสวย มันทำให้เขาหัวใจเต้นถี่รัวแปลกๆ ไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกแบบนี้เลยสักครั้ง หมอหนุ่มจัดการเช็ดทำความสะอาดให้คนเจ็บด้วยตัวเองแล้วเอาชุดของเขามาเปลี่ยนให้
เสียงฝีเท้าเดินตรงมาที่ห้องไม่นานก็ปรากฏร่างสูงของหมอหนุ่มฝีมือดีอีกคนที่เป็นเพื่อนสนิทของเขา ครั้งนี้เขาไม่อยากจะรักษาคนเจ็บเองด้วยยังรู้สึกแปลกๆตั้งแต่อุ้มอีกคนขึ้นรถมาที่นี่แล้ว
“แหม่..ถึงขนาดยืนเฝ้าคนเจ็บจนชิดขอบเตียงเชียวนะไอ้หมอ” อาทิตย์หลีกให้หมอวินเข้ามาใกล้คนป่วยและหยิบอุปกรณ์เตรียมพร้อม
“หน้าตาดีนี่หว่า ผิวพรรณเหมือนไม่ใช่คนแถวนี้ มึงไปเจอที่ไหนวะ”
หมอวินก้มลงสำรวจบาดแผลตามใบหน้าลำตัวของอีกฝ่าย รวมถึงบริเวณที่สำคัญที่สุดคือที่ศีรษะที่มีเลือดไหลออกมา
“หัวแตกนี่หว่า เป็นทางยาวเลยเว้ย ต้องเย็บหลายเข็มเลยนะ มึงรีบไปเตรียมน้ำร้อนมา”
"อืม กูให้เด็กเตรียมน้ำร้อนให้แล้ว”
“คงโดนมาหนักทีเดียว อาจจะโดนตีหัวมาหรืออาจจะกระแทกอะไรสักอย่าง หรือไม่ก็ถูกรถชน”
“อืม” อาทิตย์ไม่แน่ใจว่าสมองของอีกฝ่ายจะถูกกระทบกระเทือนหรือเปล่า ชายหนุ่มได้แต่ยืนมองด้วยแววตายากจะคาดเดาได้
“แล้วนี่มึงดูบัตรประชาชนหรือยังว่าเป็นใคร”
“ไม่มีเอกสารอะไรติดตัวมาเลยสักอย่าง”
“อ้าว!! จะไม่ซวยเหรอวะไอ้หมอ” หมอวินหน้าตาตื่นหันกลับมามองเพื่อนหนุ่มด้วยความกังวล
“เออน่า ค่อยว่ากันอีกทีตอนนี้ช่วยชีวิตไปก่อนละกัน” อาทิตย์จับชีพจรอีกฝ่าย
"ชีพจรเต้นอ่อนจังวะ มึงมัวแต่พูด รีบช่วยเร็วเข้า” อาทิตย์ดุเพื่อนสนิทที่มัวโอ้เอ้ถามนั่นนี่ไม่หยุด ก่อนจะก้มลงเก็บเสื้อผ้าที่กองไว้บนพื้น ยืนจ้องหน้าคนเจ็บด้วยใบหน้าเรียบนิ่งก่อนจะเดินออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้อีกคนรักษาคนเจ็บตามลำพัง
เธอก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่เคยสนใจ แต่ก็ยังดึงดันอยากจะอยู่ใกล้ ต่อให้เธอเป็นเมียแต่งเขาก็คงไม่มีวันเปลี่ยนใจ เพราะเหตุนี้เธอจึงตัดสินใจจากไปในคืนแต่งงาน "จากนี้ไปเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก" 🥀
ก็ไม่เคยคิดว่าจะมีใคร เพราะว่ามีคนในหัวใจอยู่แล้ว แม่มดตัวร้ายเข้า มาวิ่งวุ่นวายอยู่ในใจเขาตั้งแต่เด็ก แล้วจะให้เขามองหาหญิงอื่นอีกทำไม เมื่อคนที่อยู่ในหัวใจกำลังหลงเข้ามาในอาณาจักรของเขา เพราะตั้งแต่โตมาจนป่านนี้แทนคุณยังไม่เคยเห็นว่าจะมีผู้ชายคนไหนเข้ามาเป็นเจ้าของหัวใจยัยแม่มดน้อยได้เลย เขาเองก็อยากจะลองดูสักครั้ง หากมีโอกาส สุดท้ายใครจะชนะเกมนี้ มารอลุ้นกัน
"หนาว" ฉันเริ่มหนาวไปทั้งตัว แต่ข้างในก็ยังคงร้อนรุ่มจนอยากที่จะปลดปล่อยออกมา "อดทนไว้ ให้มันลดความร้อนรุ่มในกาย" เจ้าคุณเอ่ยบอกเสียงต่ำ คงเห็นว่าฉันสั่นสะท้านจนเขาเองแอบสงสาร “ไอ้เชี้ยชาร์ค” ฉันคำรามออกมา นึกโกรธตัวเองทีเสียทีหนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าวคนนั้น แต่ยังดีที่ไม่ได้เสียความสาวให้กับมัน “มันเป็นใคร” เจ้าคุณมองฉันอย่างคาดคั้น แต่ฉันไม่บอกหรอกยังมีหลายอย่างที่ฉันยังปิดบังเขา ฉันยังคงประท้วงให้เขาปล่อยโดยการเตะ ถีบ ต่อย เพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการของคนตัวโต ยิ่งดิ้นแรงผ้าขนหนูที่พันอกไว้ก็ยิ่งหมิ่นแหม่ พอขยับเคลื่อนไหวแรงๆและถูกน้ำจากฝักบัวยิ่งพาลจะหลุดกองลงพื้น "ไม่ตอบใช่ไหม” เจ้าคุณเริ่มหงุดหงิดเมื่อฉันไม่ยอมตอบ แต่พอผ้าขนหนูหลุดไปกองลงพื้นการสนทนาของเราทั้งคู่ก็ตัดบทจบทันที (⊙_⊙;) "มึงอย่าท้ากูนะ..ลูกศร" ยิ่งเธอท้าทาย ยิ่งทำให้ผมอยากลอง!
ฉู่ว่านยู ผู้สืบเชื้อสายมาจากตระกูลแพทย์แผนโบราณ มีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม ยาที่เธอทำนั้นทุกคนต่างอยากได้ สามารถรักษาได้ทุกโรค แต่กลับไม่คาดคิดว่าจะย้อนยุค กลายเป็นผู้หญิงที่ขี้เหร่ที่สุดในใต้หล้า และยังเอาชนะใจท่านอ๋องด้วย การเริ่มต้นไม่ค่อยดีก็ไม่เป็นไร มาดูกันว่าเธอจะพลิกผันยังไง การแย่งการแต่งงานงั้นเหรอ? เธอทำให้น้องต้องรับบทเรียน แย่งสินเิมดลับมา ให้ชายั่วหญิงร้ายคู่นี้อยู่ด้วยกันตลอดไป ขี้ขลาดเหรอ? เธอจัดการพ่อร้าย สั่งสอนผู้หญิงเสแสร้ง! ขี้เหร่เหรอ? เธอรักษาพิษในตัว และกลายเป็นคนงามอันน่าทึ่ง! ลูกสาวขี้เหร่ของจวนอัครมหาเสนาบดี กลายเป็นผู้สูงส่ง แม้แต่ผู้โหดเหี้ยมบางคนยังหวั่นไหวกับเธอ เมื่อสุดที่รักจะจัดการผู้ใด เขามักจะช่วยเสมอ... แต่น่าเสียดายสุดที่รักคนนั้นไม่มีเขาอยู่ในใจ ฉู่ว่านยู "ออกไป หย่าเลย ผู้ชายมีแต่เป็นภาระของข้าเท่านั้น" เสี่ยวลี่จิงรู้สึกน้อยใจ "ไม่ได้ ข้าให้ครั้งแรกกับเจ้าแล้ว เจ้าต้องรับผิดชอบข้า"
"ความรักทำให้คนตาบอด" เซิงเกอละทิ้งชีวิตที่สงบสุขเพื่อแต่งงานกับชายคนนั้น ยินยอมทำตัวเหมือนคนรับใช้ที่ไร้ตัวตนมาสามปีเต็ม แต่ในที่สุดเธอก็ตระหนักว่าความพยายามของเธอ มันไร้ประโยชน์สิ้นดี เพราะในใจของสามีตัวเองมีแต่รักแรกของเขา เซิงเกอรู้สึกผิดหวังอย่างมาก และขอหย่าอย่างเด็ดขาด "ถึงเวลาแล้ว ฉันไม่ปกปิดอีกแล้ว จะบอกความจริงให้" ทันใดนั้น โลกออนไลน์ก็ระเบิดขึ้นทันที มีข่าวลือว่าสาวรวยพันล้านคนหนึ่งหย่าร้างแล้ว ดังนั้น ซีอีโอนับไม่ถ้วนและชายหนุ่มรูปงามต่างรีบเข้าหาเธอเพื่อเอาชนะใจเธอ เฝิงอวี้เหนียนเห็นดังนั้นจึงทนไม่ไหวอีกต่อไปเลยจัดงานแถลงข่าวในวันถัดไป โดยขอร้องอย่างจริงจังว่า: ผมรักเซิงเกอ ขอร้องคุณภรรยากลับบ้านนะ
ซ่งชิงเหอโดนหักหลังและกลายเป็นฆาตกรในสายตาคนอื่น เธอจึงหย่ากับสีจั้นถิง สามีของเธอ และเดินทางออกจากเมืองหวยไปด้วยความเกลียดชัง หกปีต่อมา เธอหวนกลับมาราวกับนกฟีนิกซ์พร้อมกับคู่แข่งของสามีเก่าเธอ เธอเติบโตขึ้นกลายเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง เธอสาบานกับตัวเองว่าจะทำให้ทุกคนต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำไว้กับเธอ เธอยอมร่วมมือกับเขาเพียงเพื่อแก้แค้น โดยไม่รู้เลยว่าเธอตกเป็นเหยื่อของเขาไปแล้ว ในเกมแห่งความรักและความปรารถนา ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วผู้ชนะที่แท้จริงจะเป็นใคร
หลังจากแต่งงานมาสามปี เสิ่นเนียนอันคิดว่าตนเองสามารถเอาชนะใจโฮ่วอวินโจวได้ แต่กลับพบว่าเขามีเพียงคนรักแรกอยู่ในใจ "ฉันจะปล่อยเธอไปหลังจากที่เธอคลอดลูก" ในวันที่เสิ่นเนียนอันมีปัญหาในการคลอดบุตร โฮ่วอวินโจวได้พาผู้หญิงอีกคนออกจากประเทศด้วยเครื่องบินส่วนตัว "ไม่ว่าคุณจะชอบใครก็แล้วไป สิ่งที่ฉันเป็นหนี้คุณ ฉันคืนให้หมดแล้ว" หลังจากที่เสิ่นเนียนอันจากไป โฮ่วอวินโจวก็เสียใจ "กลับมาหาฉันอีกครั้งได้ไหม"
อดีตนักฆ่าสาวอันดับหนึ่ง ผู้มีใจคอโหดเหี้ยมได้ทะลุมิติอยู่ในร่างสาวน้อยรูปโฉมอัปลักษณ์ ที่ทุกคนต่างสาปส่งและรังแกสารพัด!
นางเจ็บปวดปางตายเมื่อเขาโยนร่างบอบช้ำทิ้งไว้หลังจวนโดยไม่แยแส เมิ่งลี่เฟยน้ำตาไหลพรากทว่ากลับไม่ทำให้คนที่เพิ่งเหยียบย่ำร่างกายเล็กเห็นใจแต่ประการใด"เฝ้านางเอาไว้ให้ดีอย่าให้ออกมาทำเรื่องชั่วอีก"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY