"มึงเป็นขี้ข้า มีหน้าที่ทำตามคำสั่ง"
"มึงเป็นขี้ข้า มีหน้าที่ทำตามคำสั่ง"
ตอนที่ 1 เมฆ
ภายในผับกลางกรุงกลางดึก แสง สี เสียงเพลงของวงดนตรีสดกำลังเล่นจังหวะสนุกสนาน นักเที่ยวกลางคืนต่างออกมาโยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างสุดเหวี่ยง บ้างก็วาดลวดลายไม่เกรงเท้าใคร บ้างก็นัวเนียล้วงกันภายในร่มผ้าอย่างลืมอายตามแต่ใจชอบ เพราะในเวลานี้ต่างคนก็สนุกสนานไม่มีใครสนใจว่าใครจะทำอะไร
เมฆหรือเมฆา อายุ 27 ปี เจ้าของธุรกิจนำเข้ารถหรูและมีสนามแข่งรถระดับประเทศอีกสองแห่ง รวมทั้งสถานบันเทิงอีกนับไม่ถ้วนที่เขาปล่อยให้ลูกน้องดูแล กำลังเดินเข้ามากลางฝูงชนที่ต่างก็ต้องหลีกทางให้เขา ด้วยเพราะความมีอิทธิพลที่ใครต่างก็รูว่าเฮียเมฆดุแค่ไหน หน้าตาหล่อเหลา และหุ่นสูงกำยำกราวใจสาวแก่แม่หม้ายนั่นอีก เมฆต่างก็เป็นที่หมายปองของบรรดาสาวสวยและหนุ่มหล่ออีกมากที่อยากจะลิ้มลองรสรักสักครั้ง เพราะคำร่ำลือที่ใครต่างก็กล่าวขานว่าเขาดุและเก่งแค่ไหนแต่ยังไม่เคยมีใครได้หัวใจผู้ชายคนนี้ไปครองเลยสักคน
เมฆเดินเข้ามาพร้อมบอดี้การ์ดร่างโตอีกนับสิบ แต่มีเพียงคนสนิทที่ชื่อชิน หรือชินวุฒิเท่านั้นที่จะได้เข้ามานั่งหรือยืนอยู่ข้างเฮียเมฆเสมอ จนใครๆก็รู้ว่าชินเป็นเด็กโปรดของเฮีย เห็นเมฆที่ไหนก็จะต้องมีชินที่นั่น บางครั้งไม่เว้นแม้กระทั่งยามออกรบกับข้าศึกบนเตียง
"เฮียเมฆ ทางนี้ครับที่ของเฮียผมเตรียมไว้แล้ว"
เบลเจ้าของคลับรีบกุลีกุจอออกไปต้อนรับแขกสำคัญ ผู้มีพระคุณคนหนึ่งที่ทำให้เขามีวันนี้ ทุกๆวันศุกร์เมฆจะออกมาที่เบลคลับ เพื่อออกมาเปิดหูเปิดตาและผ่อนคลายให้กับตัวเอง
"คนเยอะดีนี่ กิจการรุ่งเรืองละสิ" เจ้าของใบหน้าเฉี่ยว รูปหล่อคมสัน รูปร่างสูงใหญ่แข็งแรงอย่างคนออกกำลังกายอยู่เสมอเอ่ยถามเจ้าของคลับ
"เรื่อยๆครับแต่ที่มีวันนี้ได้ก็เพราะเฮียเมตตา ผมขอบคุณเฮียมากจริงๆ"
"ไม่ต้องมาขอบคุณกู ถ้าผับไม่ดีจริง ลูกค้าก็คงไม่ติด" เมฆพูดเสียงเรียบสายตาคมกวาดมองแขกตามโต๊ะต่างๆ ทุกคนส่วนใหญ่ต่างก็ค่อมศีรษะให้เพราะรู้ว่าเขาเป็นใคร
"สบายดีไหมชิน ดูหล่อขึ้นเป็นกองเลยนะมึง"
"สบายดีครับเฮีย ขอบคุณครับ" คนอายุน้อยกว่าโค้งศีรษะขอบคุณเจ้านายเก่าเบาๆ
เจ้าของร้านมองเด็กหนุ่มที่เคยทำงานที่คลับแห่งนี้ ชินอายุเพียงแค่ 21 ปีเท่านั้น เด็กหนุ่มคนนี้มีนิสัยถ่อมตน เป็นคนไม่ค่อยพูด ดูท่าทางนิ่งๆ แต่เป็นคนที่หนักเอาเบาสู้ทำงานทุกอย่างขอแค่ให้ได้เงินไปจุนเจือครอบครัว ชินหรือชินวุฒิเป็นคนหนุ่มที่ทำงานเก่งและฉลาดทันคน ชินเคยเข้าไปพัวพันกับแก๊งเงินกู้นอกระบบแต่เกือบเอาชีวิตไม่รอดแต่ดีที่เมฆมาเห็นเหตุการณ์และช่วยไว้อย่างไม่ตั้งใจ สุดท้ายเลยได้เอาไปทำงานด้วยเพราะตนขอร้องไม่อยากให้ชินต้องเจอกับแก๊งพวกนั้นอีก พอพวกมันรู้ว่าชินทำงานกับเมฆก็จะรามือไม่กล้ามาทำอะไรเพราะเกรงกลัวอิทธิพลของเมฆเช่นเดียวกัน
เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านในคลับที่มีนักศึกษาสองโต๊ะที่กั้นกลางแค่ช่วงทางเดินเท่านั้น สายตาคู่คมหันไปมองเจ้าของคลับ แต่เบลห้ามการ์ดของร้านเพราะรู้ว่าด้านในเป็นโต๊ะของใคร
"มีอะไร"
เสียงเข้มเอ่ยถามสายตาคมจ้องไปยังตัวต้นเหตุที่ยืนเท้าสะเอวโมโหใครสักคนที่นั่งหันหลังให้ดูไม่สนใจหรือกลัวเลยสักนิด ทั้งที่อีกคนยืนจ้องแทบจะกินหัวได้อยู่แล้ว
"อ่อ แขกประจำของที่ร้าน ผมรู้จักมันดีชื่ออคิณ วนารมย์ เป็นนักแข่งรถด้วย ผมว่าเฮียก็น่าจะคุ้นชื่อ คนนี้มันร้ายไม่ใช่เล่นเอาหมดทุกอย่าง อีกกลุ่มเจ้าปัญหาก็เด็กของมันเอง คงหึงหวงกันตามประสาวัยรุ่น"
"ใช่เด็กที่เราเจอเมื่อวันก่อนหรือเปล่า" ชินที่ยืนประกบเจ้านายอยู่ทางด้านหลังได้ยินเจ้านายเปรยขึ้นก็หันไปตามเสียงที่โวยวาย ก่อนจะพยักหน้า
"ใช่ครับพี่...ไอ้คนที่ชักปืนขู่เรา"
"ไอ้นี่มันหน่วยก้านดี แต่กูชอบเด็กของมันมากกว่า"
ไม่พูดเปล่าแต่ท่าทางของเฮียที่มองเจ้าของใบหน้าหวานรูปร่างสูงโปร่ง ปากแดง แต่ทำหน้าหงิกงอนั่งอยู่โดยไม่สนใจคนที่ยืนโวยวายหน้าดำหน้าแดง ดูน่าสนใจ แต่ก็อย่างว่าเขาไม่ชอบเป็นมือที่สามโดยเฉพาะกับเด็กหนุ่มที่ชื่ออคิณ
"คนนี้ขอเถอะนะครับ มันหวงของมันมากแต่ดูท่าจะยังไม่รู้ตัว ว่าแต่วันนี้มีเด็กใหม่ไซด์ไลน์สวยๆจัดมาไว้ให้เฮียด้วย ยังไงเฮียเรียกผมนะครับ ผมขอตัวออกไปดูลูกค้าฝั่งโน้นก่อน”
เมฆพยักหน้าก่อนจะหันไปมองผู้หญิงสวยโต๊ะข้างๆที่มีแต่สาวสวยหมวยอึ่มกำลังชูแก้วให้เขาอย่างเชิญชวน เขาเพียงพยักหน้ายิ้มให้เล็กน้อยก่อน กระดกวิสกี้ขึ้นรวดเดียวหมดแก้ว เพียงแค่นี้พวกเจ้าหล่อนก็กระดี๊กระด๊าดีอกดีใจกันยกใหญ่ คิดว่าพียงไม่นานสาวๆเหล่านั้น ไม่คนใดก็คนหนึ่งจะต้องได้มาขึ้นเตียงกับเขาในคืนนี้แน่
"มานานหรือยังวะ"
เบสและริวเพื่อนสนิทที่เขามักจะไปไหนมาไหนด้วยเสมอยิ้มร่าเข้ามา ทั้งคู่หน้าตาหล่อเหลา คมคายไม่ต่างกัน แต่หุ่นไม่ล่ำเท่ากับเมฆ ก่อนจะหันไปตบบ่าชินคนสนิทของเพื่อนอย่างแรงเป็นเชิงทักทาย
ชินที่มีรูปร่างสูงโปร่งแต่ไม่หนาเท่าสามหนุ่ม เขาไม่ทันระวังตัวตกใจเซเกือบจนโต๊ะข้างๆ แต่ดีที่มือหนาคว้าเอวบางเกี่ยวไว้ได้ทันไม่เช่นนั้นได้กองไปนอนกับพื้นอย่างแน่นอน
"ระวังหน่อยสิวะ ซุ่มซ่ามชะมัด!!" สายตาต่อว่าเมื่อเห็นว่าคนของตนมัวแต่เหม่อมองไปบนเวทีไม่สนใจแก้วเหล้าที่ตัวเองยื่นให้สักนิด
"มึงจะสนใจเวทีหรือจะชงเหล้าให้กู ถ้าไม่ชงกูจะได้เรียกเด็กมา รำคาญ!!"
น้ำเสียงเริ่มหงุดหงิดไม่พอใจเมื่อลูกน้องคนสนิทไม่สนใจที่จะทำหน้าที่ เพราะมัวแต่มองตรงไปยังเวที ประเมินจากหางตาแล้วมีสาวสวยหลายโต๊ะออกอาการอ่อยมายังคนของเขาอยู่ไม่น้อย ยิ่งรู้สึกขัดหูขัดตาไปหมด
"ผมทำเอง ทำไมพี่เมฆต้องโกรธด้วยละครับ" ชินถามเจ้านายที่นั่งหน้าเครียดอย่างไม่เข้าใจ
"ใครโกรธกูแค่รำคาญ!!" อีกฝ่ายลงเสียงหนักแต่ก็ยื่นแก้วให้อยู่ดี
"แก้วของกูกับไอ้ริวด้วย ออนเดอะร็อคนะโว้ย" เบสกับริวก็ยื่นแก้วไปตรงหน้าชินเช่นกัน ก่อนสายตาคมดุจะเหลือบมองไม่พอใจ
"อยากแดกก็ไปชงกินเองหรือไม่ก็เรียกเด็กในร้านมาชงให้"
"กูอยากให้มือขวาคนสนิทหน้าตาดีอย่างไอ้ชินชงเหล้าให้กูบ้าง อยากรู้ว่ามันจะหวานเหมือนหน้าตามันหรือเปล่า มึงว่าเหมือนกูไหมไอ้เบส" ริวแซวเพื่อนสนิทที่หวงแม้กระทั่งลูกน้อง ก่อนจะหันไปขอความเห็นจากเบส
"เอ่อ มึงจะหวงลูกน้องอะไรนักหนา กูขอใช้บริการแค่นี้ ทำไมมึงต้องดุด้วยวะ" เบสเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย
"เอ่อ นั่นสิ กูก็อยากรู้"
"นี่มันลูกน้องของกู พวกมึงจะแดกไหมเหล้าถ้าไม่แดกกูจะได้กลับ" เมฆเริ่มโมโหกระแทกแก้ววางบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง เขาไม่ชอบให้ใครมาใช้คนของเขา กับเพื่อนสนิทก็ไม่มีข้อยกเว้น มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะออกคำสั่งกับมันได้
"ส่วนมึง มีหน้าที่แค่เสิร์ฟเหล้ากูคนเดียว แล้วอย่าเสือกไปเสิร์ฟให้คนอื่นล่ะถ้ากูรู้ มึงเจ็บแน่"
น้ำเสียงดุและสายตาขมขู่ลูกน้องคนสนิท ทำให้ชินและเพื่อนๆของเขาเงียบไปทันที ไม่รู้ว่าอีกคนกำลังโมโหอะไรดูหงุดหงิดไปเสียหมด
"พวกพี่ทำให้ผมเดือดร้อนแล้วนะครับ" ชินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงขบขันไม่ได้กลัวคำขู่ของเจ้านายเลยสักนิด
"เออ...กูเรียกเด็กของร้านก็ได้วะ ทำไมมึงต้องหงุดหงิดด้วยเนี่ย"
หลังจากนั่นเด็กสาวสวยหน้าตาดีสองคนก็มานั่งลงข้างๆเบสกับริวและบริการอย่างรู้หน้าที่ แต่สายตากลับชม้ายชายตามาให้คนร่างหนาเป็นระยะๆ แต่เมฆไม่สนใจ
"เดี๋ยวหนูชงให้เฮียเองนะคะ" หญิงสาวสวยใส่เสื้อเกาะอกที่ปิดแทบไม่มิดกับกระโปรงสั้นรัดรูด เอื้อมมาจะหยิบแก้วเหล้าของเมฆไปชงเหล้ามาให้ ตั้งใจจะอ่อยเต็มที่เพราะก้มลงมาแต่ละทีแทบจะทะลักออกมานอกอก เมฆแค่เหลือบตามองผ่านๆก่อนจะเอ่ยเสียงห้วน
"ไม่ต้อง!! แก้วนี้มีคนชงให้ฉันอยู่แล้ว เธอมีหน้าที่บริการเพื่อนของฉันก็ทำไปหรือจะไม่ทำแล้ว!!"
"แหม่..เฮียหนูก็แค่อยากจะชงให้เฮีย บริการเฮียบ้างเผื่อเฮียชอบรสชาติของหนู"
คำพูดสองแง่สามง่ามของเธอทำไมเขาจะไม่เข้าใจว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังต้องการอะไร ไม่ใช่แค่เขาที่เธอกำลังทอดสะพานให้แต่สายตาคู่สวยยังเหลือบขึ้นมองคนข้างหลังเขาอีกด้วย
"ฉันจะกินเฉพาะคนที่ฉันเลือกเท่านั้น หวังว่าจะเข้าใจ" สายตาเย็นชาจ้องหญิงสาวตรงหน้าด้วยใบหน้านิ่งเรียบ ก่อนจะเอ่ยเรียกคนข้างหลัง
" ไอ้ชิน มึงไปเลือกผู้หญิงให้กูได้แล้ว"
"ได้ครับ"
"แล้วมึงก็รออยู่หน้าห้องเลยไม่ต้องไปไหน เดี๋ยวกูตามไป"
"ครับ"
ชินก้าวยาวขึ้นไปหาเจ้าของร้านที่รออยู่ด้านบน เพื่อเลือกผู้หญิงคืนนี้ให้กับนายด้วยตัวเอง เพราะเขารู้ดีว่าเมฆชอบผู้หญิงแบบไหน และทุกครั้งก็เลือกก็ถูกใจอีกคนได้เป็นอย่างดี แต่ถึงแม้ชินจะเลือกใครให้ เมฆก็ไม่บ่นหรือว่าลูกน้อง เพราะเขามอบหมายหน้าที่นี้ให้แล้ว ถ้าชินว่าดี เขาก็ไม่เกี่ยง
"ไอ้เชี้ยเมฆ ขนาดผู้หญิงที่มึงจะนอนด้วยเนี่ย มึงยังต้องให้มันเลือกให้อีกหรือไงวะ"
"อืม"
เมฆมองตามร่างสูงโปร่งที่เดินก้าวขึ้นบันไดไปชั้นบนด้วยท่าทางนิ่งเรียบ สายตาที่มองตามไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ แทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงที่เขากับชินต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกัน จนเป็นภาพชินตาของใครต่อใครหลายคน ชินเป็นคนเรียนรู้เร็ว รู้ว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร จนกลายเป็นคนรู้ใจและทำให้เขาทุกอย่างโดยไม่ต้องบอกซ้ำ
เธอก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่เคยสนใจ แต่ก็ยังดึงดันอยากจะอยู่ใกล้ ต่อให้เธอเป็นเมียแต่งเขาก็คงไม่มีวันเปลี่ยนใจ เพราะเหตุนี้เธอจึงตัดสินใจจากไปในคืนแต่งงาน "จากนี้ไปเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก" 🥀
ก็ไม่เคยคิดว่าจะมีใคร เพราะว่ามีคนในหัวใจอยู่แล้ว แม่มดตัวร้ายเข้า มาวิ่งวุ่นวายอยู่ในใจเขาตั้งแต่เด็ก แล้วจะให้เขามองหาหญิงอื่นอีกทำไม เมื่อคนที่อยู่ในหัวใจกำลังหลงเข้ามาในอาณาจักรของเขา เพราะตั้งแต่โตมาจนป่านนี้แทนคุณยังไม่เคยเห็นว่าจะมีผู้ชายคนไหนเข้ามาเป็นเจ้าของหัวใจยัยแม่มดน้อยได้เลย เขาเองก็อยากจะลองดูสักครั้ง หากมีโอกาส สุดท้ายใครจะชนะเกมนี้ มารอลุ้นกัน
เพราะเด็กหนุ่มที่เขาช่วยไว้ในคืนนั้นได้สูญเสียความทรงจำหมอหนุ่มจำต้องรับไว้ดูแลความใกล้ชิดทำให้หัวใจแกร่งของเขาหวั่นไหวจนเกิดเป็นความรัก แต่เมื่อความทรงจำกลับคืนมา เจ้านายกลับจำเรื่องราวของเขาไม่ได้
"หนาว" ฉันเริ่มหนาวไปทั้งตัว แต่ข้างในก็ยังคงร้อนรุ่มจนอยากที่จะปลดปล่อยออกมา "อดทนไว้ ให้มันลดความร้อนรุ่มในกาย" เจ้าคุณเอ่ยบอกเสียงต่ำ คงเห็นว่าฉันสั่นสะท้านจนเขาเองแอบสงสาร “ไอ้เชี้ยชาร์ค” ฉันคำรามออกมา นึกโกรธตัวเองทีเสียทีหนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าวคนนั้น แต่ยังดีที่ไม่ได้เสียความสาวให้กับมัน “มันเป็นใคร” เจ้าคุณมองฉันอย่างคาดคั้น แต่ฉันไม่บอกหรอกยังมีหลายอย่างที่ฉันยังปิดบังเขา ฉันยังคงประท้วงให้เขาปล่อยโดยการเตะ ถีบ ต่อย เพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการของคนตัวโต ยิ่งดิ้นแรงผ้าขนหนูที่พันอกไว้ก็ยิ่งหมิ่นแหม่ พอขยับเคลื่อนไหวแรงๆและถูกน้ำจากฝักบัวยิ่งพาลจะหลุดกองลงพื้น "ไม่ตอบใช่ไหม” เจ้าคุณเริ่มหงุดหงิดเมื่อฉันไม่ยอมตอบ แต่พอผ้าขนหนูหลุดไปกองลงพื้นการสนทนาของเราทั้งคู่ก็ตัดบทจบทันที (⊙_⊙;) "มึงอย่าท้ากูนะ..ลูกศร" ยิ่งเธอท้าทาย ยิ่งทำให้ผมอยากลอง!
หลินหว่านยินขอหย่าครั้งที่ 99 ฟู่ซือเหนียนรับโทรศัพท์จากคนรักในดวงใจ ก็ไล่เธอลงจากรถ “กลับไปคิดทบทวนให้ดี ฉันหวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอทำงี่เง่าแบบนี้” เพื่อเซี่ยจือเวย เขาทิ้งเธอ ดูถูกเธอทั้งแล้วครั้งเล่า ฟู่ซือเหนียนมั่นใจว่าหลินหว่านยินไปจากเขาก็มีชีวิตอยู่ไม่ได้ แต่กลับไม่รู้ว่าพี่ชายของเซี่ยจือเวย กำลังแอบใกล้ชิดกับภรรยาของเขาสารพัดเพื่อให้เธอหย่าและเดินทางไปต่างประเทศ
กติกาคือ กอดได้แต่ห้ามรัก เมื่อหัวใจถลำรัก เธอควรฉีกกติกานั้นหรือถอยห่างจากกันดี “มนเหมือนเด็กขาดความอบอุ่นที่ต้องได้รับการบำบัด” “ยังไง” สายตาคมไหวเหมือนจะยิ้มได้ ทำมนสิชาหน้าร้อนผ่าว ทั้งที่นั่งอยู่ในห้องแอร์ กลับเหมือนมีเปลวแดดมาลูบแก้มให้ร้อนวูบวาบ สีหน้าและลักษณะการเอียงคอมองอย่างใคร่รู้ของหญิงสาวชวนให้หนุ่มทั้งแท่ง เลือดร้อนฉ่าใคร่ลงมือสาธิตการบำบัดเสียเดี๋ยวนี้ “อย่าทำหน้าแบบนั้น” “แบบไหน” เธอนิ่วหน้า งงจัดจริงๆ ไม่ใช่การเสแสร้งมารยา กฤษฎิ์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ กวาดสายตายิ้มได้ ลูบไล้นวลแก้มละมุนที่เริ่มซับสีเรื่อ แล้ววกกลับมาสบตาคู่งาม “แบบที่กำลังมอง สนใจ ใคร่รู้ มันทำให้ผู้ชายเกิดอารมณ์ ไม่รู้หรือ” บ้าจริง! มนสิชาหน้าม้าน หลบตาวูบ เบี่ยงหน้าหนีจากใบหน้าคมเข้มอย่างรวดเร็ว ใจหวามไหว ทำลมหายใจติดขัด เสียงหัวเราะที่ดังจากลำคอหนาเบาๆ ยิ่งสร้างความอับอายแก่เธอ ตาคมหรี่หลุบทอดมองนวลแก้มปลั่ง เขารู้ว่าเธออายจริงๆ ไม่ใช่มารยาหญิงแบบผู้หญิงที่เคยเจอ แบบนี้แหละที่เขาสนใจ ขี้อายแต่อยากรู้ บางครั้งเข้าใจยากแต่...น่าเอาเป็นบ้า!
แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"
ในคืนที่สิ้นหวังที่สุดของเสิ่นชิงเอียน ถูกชายแปลกหน้าย่ำยี ราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า แฟนหนุ่มของเธอกลับนอนกับน้องสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ทุกคนต่างมองว่าเธออัปลักษณ์ ไม่คู่ควรกับใคร เธอจึงจากไปอย่างเศร้าสร้อย หกปีต่อมา เสิ่นชิงเอียนกลับมาอีกครั้ง เปลี่ยนจากหญิงสาวธรรมดาเป็นหญิงงามสะกดทุกสายตา งดงามจนใครต่อใครต้องตะลึง และในมือของเธอยังจูงเด็กน้อยน่ารักคนหนึ่งไว้เคียงข้าง เสินหยู เด็กน้อยวัยเพียงหกขวบ แต่กลับเป็นแฮ็กเกอร์มือฉมัง ในมือมีข้อมูลส่วนตัวของเหล่าหนุ่มโสดสุดฮอตมากมาย เจ้าตัวเล็กฉลาดเกินวัย เงยหน้ามองเสิ่นชิงเอียนแล้วพูดขึ้นว่า “คุณแม่ ให้ผมหาแฟนให้แม่ไหมล่ะ? แม่ชอบแบบไหนเหรอ?” เสิ่นชิงเอียนทำท่าครุ่นคิด แต่ความคิดก็ถูกคนข้าง ๆ ขัดจังหวะขึ้นว่า “เสินหยู ลูกคิดจะเปลี่ยนพ่อเหรอ?”
ในชาติก่อน ซูเยว่ซีถูกอวิ๋นถังยวี่ทำร้ายจนตาย ทำผิดต่อครอบครัวของท่านตา และตัวเองยังถูกทรมานจนตาย เกิดใหม่ครั้งนี้ นางตั้งใจจะจัดการกับพวกผู้ชายชั่วและหญิงเลวจัดการพ่อชั่ว เพื่อปกป้องแม่และครอบครัวของท่านตาให้ปลอดภัย พวกผู้ชายชั่วเข้ามาใกล้งั้นเหรอ นางจะใช้แผนให้เขาเสียชื่อเสียง หญิงตีสองหน้าเก่งชอบทำตัวอ่อนแองั้นเหรอ นางจะเปิดโปงธาตุแท้อีกฝ่ายและไล่นางออกจากจวนซู! ในชาตินี้ สิ่งที่นางต้องทำคือการจัดการพวกปลวกที่แอบแฝงอยู่ในราชสำนัก แก้แค้นคนทรยศ เพื่อปกป้องท่านตาที่เป็นคนซื่อสัตย์ นางใช้มือเรียวเป็นเครื่องมือ ก่อให้เมืองจิงเกิดความวุ่นวาย แต่ท่ามกลางความโกลาหล นางได้พบกับองค์ชาย ผู้ที่ทุกคนเล่าลือว่าเป็นคนพิการ “อวิ๋นเฮิง เจ้าจะมาขวางข้าหรือ” อวิ๋นเฮิงยิ้มเบาๆ “ไม่ ข้าตั้งใจจะมาช่วยเจ้า”
"ไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปซะ" "โยนผู้หญิงคนนี้ลงทะเลซะ" ขณะที่ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเหนียนหย่าเสวียน โฮว่หลิงเฉินได้ปฏิบัติต่อเธออย่างไม่เป็นมิตร "คุณหลิงเฉินครับ เธอคือภรรยาของท่านครับ" ผู้ช่วยของหลิงเฉินกล่าวเตือนเขา เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิงเฉินหยุดเพ่งมองไปที่เขาอย่างเย็นชาและบ่นขึ้นมาว่า "ทำไมไม่บอกผมให้เร็วกว่านี้?" นับจากนั้นเป็นต้นมา หลิงเฉินได้ตามใจและรักใคร่ทะนุถนอมหย่าเสวียนมาตลอด โดยไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะหย่าร้างกัน
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY