คุณพ่อทวงรัก เดิมชื่อ คุณพ่อแบดบอยทวงรัก สนพ.อินเลิฟนะคะ
คุณพ่อทวงรัก เดิมชื่อ คุณพ่อแบดบอยทวงรัก สนพ.อินเลิฟนะคะ
***คุณพ่อทวงรัก เดิมชื่อ คุณพ่อแบดบอยทวงรัก สนพ.อินเลิฟนะคะ
รินนา
สัตวแพทย์สาวผู้ยืนหยัดทำหน้าที่ซิงเกิลมัม เลี้ยงดูลูกชายตัวน้อยด้วยตนเองโดยที่ไม่อยากกล่าวถึงพ่อของลูกอีกแล้ว แต่ทว่าจู่ๆ เขาก็หวนกลับมาเพื่อแย่งลูกคืนกลับไป เธอจึงต้องกัดฟัน ใช้ทุกสิ่งทุกอย่างเข้าแลกแม้ว่าจะรู้ดีว่าไม่อาจต้านทานอำนาจของเขาได้เลยก็ตาม
เลออง เวอร์ริเซีย
เขาคือชายแปลกหน้าผู้มาพร้อมกับจุดประสงค์ร้ายกาจ เขาคือ CEO หนุ่มแห่งวงการค้าอาวุธสงคราม ดุร้าย จอมหึงหวงและไม่มีวันยอมให้เหยื่อสาวหลุดมือไปได้เด็ดขาด กว่าสี่ปีแล้วที่เธอกล้าแอบซ่อนทายาทเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลเวอร์ริเซียไว้เงียบเชียบ ผู้หญิงจอมพยศ ดื้อดึงและแสนจะหยิ่งทรนงอย่างเธอไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นคู่แต่งงานของเขาเลยสักนิด แต่พอได้หวนกลับมาสบตาคู่งามนั้นอีกครั้ง ตอนแรกก็อยากจะได้แค่ลูกอยู่หรอก แต่ตอนนี้เขาชักจะอยากได้แม่เสียแล้วสิ
1 ในซีรีย์ชุด Like a Boss -คุณพ่อทวงรัก (พี่ใหญ่) -เล่ห์ร้ายจอมอิทธิพล (น้องชาย) -อ้อนรักเจ้านาย (เพื่อนร่วมก๊วน)
(มีอีบุ๊คจำหน่ายที่เว็บ MEB นะคะ ^^)
บทที่ 1 คนแปลกหน้า
โรงพยาบาลสัตว์ประจำมหาวิทยาลัย...
ตึกสูงเก้าชั้นตั้งอยู่ชานเมืองกรุงเทพ เป็นโรงพยาบาลสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งและงานยุ่งตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง รักษาสัตว์เจ็บป่วยกว่าหกหมื่นตัวต่อปี ชื่อเสียงที่สร้างความเชื่อมั่นมายาวนานทำให้มีเจ้าของข้ามน้ำข้ามทะเลพาสัตว์มารับการรักษาก็มี ดังนั้นสำหรับที่นี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นภาพสุนัขพูเดิ้ลนอนให้น้ำเกลือ นกฮูกเป็นมะเร็งกระดูก งูเหลือมกำลังงัวเงียฟื้นจากยาสลบ เต่าบกเป็นโรคโลหิตจาง หรือแมวท้องแก่ที่กำลังเข้าคิวตรวจเอกซเรย์ หากได้ใช้เวลาอยู่ที่โรงพยาบาลสัตว์แห่งนี้นานพอ ทุกคนก็จะได้เห็นสัตว์ทุกชนิดบนโลกเลยทีเดียว
ในห้องผ่าตัด หมอรินนามองผ่านกล้องจุลทรรศน์ซึ่งเล็งไปยังดวงตาข้างหนึ่งของสุนัขชิสุห์ที่กำลังนอนสลบ เธอจรดมีด กรีดกระจกตาและเลนส์ตาของมันอย่างระมัดระวังเพื่อรักษาอาการต้อกระจกขนาดใหญ่ ก่อนจะใช้เครื่องมือสลายต้อแล้วดูดมันออกมา จัดการสอดเลนส์เทียมเข้าไปแทนที่แล้วเย็บรอยกรีดอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
“สุนัขส่วนใหญ่จะมองเห็นได้ทันทีหลังผ่าตัดนะคะ” รินนาเขียนใบสั่งยาส่งให้พยาบาลพลางยิ้มแย้มพูดคุยกับเจ้าของให้คลายกังวล “พรุ่งนี้เจ้าหมูหวานก็กลับบ้านได้ค่ะ”
เมื่อเคลื่อนย้ายเจ้าชิสุห์ไปยังกรงพักฟื้นหลังผ่าตัดแล้ว โต๊ะผ่าตัดก็มีแมวซึ่งคลอดลูกไม่ออกเข้ามาแทนที่ ส่วนห้องฉุกเฉินนั้นก็กำลังมีสุนัขที่โดนยาเบื่อรออยู่ งานของรินนาจึงยุ่งจนแทบไม่มีเวลาพัก เธอเป็นสัตวแพทย์มือฉมังวัยยี่สิบหกปี ครองตัวเป็นโสดมานานแล้วทั้งที่หน้าตาสะสวยหวานบาดตา จึงมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มาต่อคิวซื้อขนมจีบ แต่เธอไม่สนใจนัก
“หมอพายค่ะ มีแขกมาขอพบค่ะ”
“ใครเหรอ? บอกให้เขานั่งรอก่อนนะ” รินนากำลังง่วนยุ่งจนหัวฟูในห้องฉุกเฉิน ไม่พร้อมจะรับแขก ผู้ช่วยสัตวแพทย์ชื่อเปิ้ลจึงยื่นกระดาษจดให้ รินนาจึงเห็นแว่บๆ ว่าคนที่มาพบชื่อ ‘เวอร์ริเซีย’
“คนต่างชาติ?”
“ใช่ค่ะ มารอได้สักครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ”
“ใครกันน้า... นึกไม่ออก สงสัยจะเป็นคนจากบริษัทยา น่าจะนัดล่วงหน้าก่อน” รินนาบ่นอุบ เมื่อเหลือบดูนาฬิกาบนฝาผนัง รินนาจึงต้องรีบเคลียร์ผู้ป่วยตัวน้อยให้พ้นขีดอันตราย “ใกล้บ่ายสี่แล้ว เดี๋ยวพี่ต้องไปรับลูกที่โรงเรียนซะด้วยสิ”
“ผู้ชายคนนั้นเขามากับน้องมิลานแล้วค่ะหมอพาย”
“อะไรนะ?”
รินนาขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหวานสวยชักจะเคี้ยวฟัน ไม่ชอบใจเลยแม้แต่น้อยที่ครูโรงเรียนอนุบาลยอมให้ใครก็ไม่รู้พาลูกชายของเธอออกไปจากรั้วโรงเรียนแบบนี้ ร่างบางรีบเย็บแผลให้คนไข้สี่ขา ถอดเสื้อกาวน์ก่อนจะล้างไม้ล้างมือแล้วเดินดุ่มๆ ไปตามทางเดินอย่างรวดเร็ว
“หมอพายหวงน้องมิลานจะตาย ใครกันนะกล้าล้วงคองูเห่า” น้องพยาบาลคนหนึ่งซุบซิบ
“ไม่แน่... บางทีอาจจะเป็นคนที่มาจีบคุณหมอก็ได้ เก๋เนอะ เข้าทางลูก...” เพื่อนอีกคนทำนิ้วเป็นสัญลักษณ์รูปหัวใจพลางหัวเราะคิกคัก
“โอย ไม่มีทางหรอก คุณหมอพายน่ะตั้งแต่มีน้องมิลานก็ไม่เคยชายตาแลใครสักคน เขาลือกันว่าคุณหมอถูกทิ้งตอนท้องได้สองเดือน ตอนนั้นยังเรียนไม่จบเลยด้วยซ้ำ ที่บ้านก็ไม่ยอมรับ คุณหมอพายก็เลยเข็ดผู้ชายน่ะสิ”
“จริงเหรอแก?”
“จริงสิ หลายปีก่อนเขาลือกันให้แซ่ด”
“โธ่... แบบนี้จะมีอัศวินขี่ม้าขาวมาหลงรักหมอพายบ้างไหมนะ หมอน่ารักออกแบบนี้น่าเสียดาย”
รินนาปล่อยให้ทุกคนคิดแบบนั้นจนชินแล้ว ลูกชายวัยสี่ขวบกำลังน่ารักของรินนาชื่อน้องมิลาน ด้วยความที่ไม่ต้องการรื้อฟื้นอดีต เธอจึงไม่เคยปริปากบอกว่าพ่อของเด็กเป็นใครมาจากไหน
ตอนที่รินนามีลูกช่วงนั้นยังเรียนไม่จบ ต้องทำงานหาเงินไปด้วยและเร่งสอบโปรเจคลำบากน่าดู รินนาก็อดทนสู้ผ่านมาจนประสบความสำเร็จ ทุกสายตาจึงจับจ้องและตั้งคำถามใส่ผ่านทางแววตา นึกเสียดายผู้หญิงแสนสวยและเก่งที่พลาดท่าถูกใครก็ไม่รู้ไข่ทิ้งไว้ให้ แต่รินนาไม่สนใจคำค่อนขอด ขยันทำงานเก็บเงินเดือน ดูแลเอาใจใส่เจ้าทารกตัวน้อยจนเติบโตกลายเป็นเด็กชายสดใส ช่างเจื้อยแจ้วเจรจาและเป็นที่รักของทุกคน
“มีใครเห็นมิลานบ้างไหมคะ” รินนาร้องถามเพื่อนร่วมงานที่เดินไปเดินมาแถวหน้าเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แต่ไม่มีใครเห็นลูกชายเธอเลย รินนาจึงกดโทรศัพท์หาคุณครูที่โรงเรียนอนุบาลพลางก้าวเท้าไปตามทางให้เร็วขึ้นด้วยความร้อนใจ
“โฮ่งๆ” สุนัขพันธุ์อัลเซเชียนหรือเยอรมันเชฟเพิร์ด วัยประมาณสองปีตัวหนึ่งยืนจังก้า มันขวางทางเธอไว้พร้อมกับงับชายเสื้อให้เธอตามมันไป
“ว่าไงเจ้าหนู อยากบอกอะไรฉันเหรอ?”
รินนามองซ้ายมองขวาด้วยความแปลกใจที่สุนัขตัวนี้ไม่มีเจ้าของคอยควบคุมดูแล รินนาเห็นลักษณะของเยอรมันเชฟเพิร์ดตัวนี้แล้วรู้ทันทีว่ามันได้รับการฝึกมาอย่างดี เตรียมพร้อมรับคำสั่งและซื่อสัตย์ต่อเจ้าของมาก พออ่านชื่อจากป้ายห้อยคอแล้วมันชื่อบรูโน ตัวของมันใหญ่มาก แค่ลุกขึ้นยืนก็ทำให้ทุกคนเกรงกลัวแล้ว ถ้ามันคิดจะข่มขวัญใครสักคน แค่เห่าสองสามครั้งก็พอไล่คนร้ายให้กระเจิงได้
“โฮ่งๆ”
เจ้าหนูตัวนี้สุขภาพแข็งแรง แววตาเป็นประกายอารมณ์ดี ขนเงาวับเช่นนี้แสดงว่าได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีเยี่ยม รินนาสบตามันครั้งแรกก็นึกชอบใจ ลูบสีข้างของมันเบาๆ บรูโนจึงมองและส่งเสียงงี้ดๆ อ้อนเธอเพิ่มขึ้นไปอีก ปกติแล้วสุนัขพันธุ์นี้ไม่ใช่สุนัขที่ก้าวร้าว ความที่มันเชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัดจึงมักได้รับเลือกให้ช่วยเหลือคนตาบอด เป็นสุนัขสงครามหรือมอบหมายหน้าที่ลาดตระเวนพร้อมนายตำรวจ... แล้วเจ้านายของมันอยู่ที่ไหนล่ะ? ร่างบางมองซ้ายมองขวาก็ไม่เจอใครแสดงตัว ถามใครก็ไม่มีใครรู้ มีเพียงบรูโนที่หอบหายใจฮักๆ ตอบกลับมา
“บึกบึนใช่เล่นนะเรา” เธอสั่งให้มันนั่งลง... แต่มันไม่เข้าใจคำสั่งภาษาไทยจึงทำหน้างงตอบกลับมา
“บรูโนมากับใคร? ไปรอเจ้านายของแกที่ห้องรับฝากดีกว่านะ” รินนากระตุกปลอกคอให้เจ้าบรูโนเดินตามมา มันกระดิกหางอย่างอารมณ์ดีและเป็นฝ่ายลากเธอออกไปที่ลานจอดรถด้านหลังโรงพยาบาลแทน “ดะ...เดี๋ยว แกจะไปไหนบรูโน?”
“บรูโนพาแม่มาได้จริงๆ ด้วย แม่ฮะ ดูสิฮะ... นี่ไงกันดั้ม!”
ทันทีที่เห็นแม่ มิลานก็วิ่งโผเข้ามากอดอย่างร่าเริง ในมือมีขนมกับหุ่นยนต์แปลงร่างใหม่เอี่ยมด้วย บรูโนทำหน้าที่ของมันจบก็นั่งลงโดยที่สายตาของมันจับจ้องร่างบางไว้ตลอดเวลา รินนาลืมเรื่องเจ้าสุนัขตัวนั้นไปเสียสนิท เธอลูบเนื้อลูบตัวมิลาน ตรวจดูคร่าวๆ ว่าไม่มีอะไรบุบสลายเพราะความซนของเจ้าลูกชายคนนี้เข้าขั้นพายุทอร์นาโด เสื้อผ้าเลอะเทอะมอมแมม กระเป๋าหนังสือกระจายกลับจากโรงเรียนทุกวัน ถ้าวันไหนคุณครูตีก้นนักเรียน หนึ่งในนั้นต้องมีลูกชายเธอรวมอยู่ด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย แต่วันนี้มาแปลกที่เนื้อตัวของเด็กชายสะอาดสะอ้านเรียบร้อย แต่งกายด้วยชุดยอดมนุษย์ดูโก้ไม่หยอก รินนาจึงย่อตัวลงจนระดับสายตาตรงกับลูกชาย
“ชุดนักเรียนหายไปไหนเอ่ย?”
“อยู่ในกระเป๋าบนรถคันนั้นฮะ” บุ้ยใบ้ไปอีกทาง หัวอกคนเป็นแม่อย่างรินนาจึงยิ่งอยากจะเป็นลม... ลูกชายเธอขึ้นรถใครไป? “แม่ฮะ เราเลี้ยงหมาได้ไหม?” มิลานหมายถึงบรูโน
“ไม่ได้หรอกจ้ะ บรูโนมีเจ้านายของมันอยู่แล้ว มิลานคงไม่อยากเห็นมันเศร้าใช่มั้ยจ๊ะ”
“มันก็อยากอยู่กับผมฮะ” มิลานกอดบรูโนไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ลูกชายคนนี้เคยร้องขอเลี้ยงสุนัขเมื่อปีก่อน รินนาก็คิดจะหาลูกสุนัขพันธุ์เล็กๆ ให้สักตัว จนแล้วจนรอดก็ทำใจหาให้มิลานไม่ได้สักที... รินนาหลับตาลงวูบหนึ่ง ปัดความอ่อนแอทิ้งไปเพราะไม่อยากให้มิลานรู้เหตุผลที่แท้จริง
“ทำไมแม่ถึงไม่ยอมเลี้ยงหมาสักตัวล่ะฮะ”
รินนาไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไรจริงๆ มีความลับหลายอย่างที่รินนาไม่ต้องการให้ลูกชายเอะใจถาม ทว่าดูเหมือนว่ามิลานจะหลงเสน่ห์เจ้าหมายักษ์ตัวนี้เสียแล้ว ตอนบรูโนนั่งลง ตัวมันสูงกว่าเด็กชายเสียอีก มันเลียหน้าเลียตาจนเด็กชายหัวเราะเอิ๊กอ๊ากและพร้อมจะไปวิ่งเล่นซนด้วยกันทันทีที่เธออนุญาต แต่รินนาไม่ไว้ใจสักนิดว่าเด็กเล็กกับสุนัขตัวเขื่องที่ยังไม่คุ้นเคยกันเมื่ออยู่ด้วยกันแล้วจะไม่เกิดเรื่อง รินนาจึงไขว้นิ้วเป็นกากบาทเป็นสัญลักษณ์ว่าไม่อนุญาต เมื่อสบแววตาไร้เดียงสาของเด็กตัวน้อยแล้วเธอก็รู้สึกปวดร้าวในใจลึกๆ
“ว่าแต่มิลานได้ขนมกับของเล่นมาจากใครครับ? ... ใครเป็นคนพามิลานออกมาจากโรงเรียนเอ่ย?”
รินนาถามอย่างนุ่มนวล แต่ที่จริงคือมีไม้เรียวแอบอยู่ข้างหลัง กะจะขอฟาดก้นนุ่มๆ สักสองป้าบ เพราะเธอสอนนักสอนหนาว่าอย่ารับของจากคนแปลกหน้า ถ้ามิลานหลงตามคนแปลกหน้าแล้วถูกลักพาตัวหายไป รินนาจะไปตามหาลูกชายที่ไหน
เธอถลกแขนเสื้อขึ้น ก่อนจะค่อยๆ แปลงร่างเป็นนางยักษ์ที่มีอาวุธเป็นไม้เรียว แต่เจ้าหนูมิลานรู้ทันแม่จึงรีบวิ่งไปหลบหลังผู้ชายชาวต่างชาติที่กำลังเดินเข้ามาคนหนึ่ง
“มิลาน กลับมาหาแม่ก่อนลูก”
“แม่ดูสิฮะ ผมพาใครมาด้วยล่ะ”
ลูกชายของเธอวิ่งไปหาใครกัน? รินนากะพริบตายิบหยี มองเห็นลางเลือนว่ามีชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งกำลังเดินตรงเข้ามา แสงอาทิตย์ยามบ่ายแก่ๆ ส่องสว่างเรืองรองอยู่เบื้องหลังร่างแข็งแกร่งกำยำ ทำให้ผู้ชายคนนี้ดูลึกลับ แววตาของเขาฉายแรงแกร่งกร้าว เต็มไปด้วยพละกำลัง รินนาเป็นคนตัวสูงเพรียวอยู่แล้ว สูงกว่าเพื่อนร่วมงานผู้ชายหลายคนเสียอีก ทว่ารินนากลับต้องแหงนหน้าจึงจะสบตาคมกริบคู่นั้นได้
ร่างบางผงะถอยโดยไม่รู้ตัว
แววตาของเขาเหมือนสัตว์ร้ายที่เพิ่งหลุดออกจากโซ่ รินนาเห็นกระแสเพลิงอะไรบางอย่างจุดประกายวาบในแววตาคู่นั้น เขาสูงใหญ่ บึกบึนล่ำสันกว่าชายใดที่เธอรู้จัก รินนาจึงยืดตัวยืนตรงเต็มความสูงและพบว่าพวงแก้มใสของตนเองสามารถซบลงตรงซอกไหล่ของผู้ชายคนนี้ได้สบายๆ
“โฮ่ง” บรูโนเห่าอย่างดีใจคำหนึ่งพลางวิ่งเหยาะย่างไปนั่งลงรอคำสั่งอย่างเคร่งครัดข้างกายนายหนุ่ม เรียกทั้งคู่ให้ละสายตาจากกัน ร่างบางไม่ทันสังเกตว่ากำลังถูกจ้องมองทรวงอกอวบอิ่มและไม่รู้ตัวว่าอาการเผยอริมฝีปากน้อยๆ นั่นสามารถตรึงสายตาของเขาไว้ได้โดยสิ้นเชิง
ดวงตาสีอำพันเหมือนดวงอาทิตย์จึงกวาดมองร่างบอบบางตรงหน้าอย่างรวดเร็วทว่าละเอียด
ดวงตาของเธอมีเสน่ห์ทรงพลัง ริมฝีปากอิ่มงามได้รูปน่าจูบ เสื้อเนื้อเนียนแหวกเห็นแผ่นหลังขาวลออนิดๆ กระตุ้นให้บุรุษเพศเปี่ยมล้นด้วยความต้องการอยากรู้อยากเห็น ผู้หญิงคนนี้สวยระทึก เนื้อหนังมังสาขาวสะท้าน เย้ายวนให้ซุกไซ้ไล่หาความหวานระริก รูปร่างอกเอวของเธองามกำลังดี สวยโดดเด่นกว่าที่เขาจำได้จากรูปถ่ายลิบลับ
“สวัสดีค่ะ”
รินนาเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายตามมารยาทก่อนด้วยท่าทีไม่ไว้วางใจเลยสักนิด เธอเลือกที่จะใช้น้ำเสียงเป็นทางการเพื่อให้อีกฝ่ายเลิกจ้องมองเธออย่างเสียมารยาทเสียที แต่ว่ามันไม่ได้ผล... ดวงตาสีอำพันคมกริบยังคงลูบไล้ไม่หยุด เขาชอบก้นงอนงามกลมกลึง เรียวระหงถึงปลีน่อง กางเกงยีนส์ฟิตเปรี๊ยะที่เธอใส่ยิ่งขับเน้นให้เขามองสันสะโพกและเนินหน้าท้องเรียบงามไม่วางตา ส่วนรินนาเองก็จ้องมองเขาเช่นกัน รถบูกัตติ เวย์รอนราคากว่าสี่สิบล้านที่จอดอยู่ไม่ไกลทำให้รินนามั่นใจว่าเขาไม่ใช่บุคคลธรรมดา
ต่างฝ่ายต่างประเมินกันและกันในชั่วพริบตาก่อนที่รินนาจะรู้สึกร้อนวูบวาบจนต้องหลบตาก่อน
“สวัสดีค่ะ” รินนากล่าวทักทายเป็นครั้งที่สองด้วยสีหน้าลังเลใจ ชีวิตของสัตวแพทย์สาวต้องเจอความเป็นความตาย เจอเรื่องโหดร้ายในห้องฉุกเฉินมาเยอะและต้องดูแลรับผิดชอบลูกชายด้วยตัวคนเดียวมาโดยตลอด บุคลิกของร่างบางจึงดูนิ่งๆ แต่เขาเป็นคนเดียวที่ทำให้รินนารู้สึกถึงความเป็นหญิงของตัวเองเป็นครั้งแรก
เขายืนหน้าเครียด ไม่พูดไม่จาและเอาแต่จ้องเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเธออยู่นาน สามวินาทีก็แล้ว... สิบวินาทีก็แล้วจนปาเข้าไปหนึ่งนาทีเต็มๆ ... เขาทำให้เธอหวาดระแวง
“สวัสดีครับคุณรินนา”
“อะ...เอ่อ ค่ะ” รินนาตกใจ... ในที่สุดผู้ชายคนนี้ก็พูดออกมา น้ำเสียงของเขาสุภาพนุ่มนวล ภาษาอังกฤษที่ใช้ติดสำเนียงอิตาเลียน แต่รินนารู้สึกได้ทันทีว่าเขาไม่ใช่อย่างที่แสดงออก
“แม่ฮะ... รีบกลับบ้านกันเถอะ ผมอยากกินไข่เจียวชีส ไปกินด้วยกันนะฮะ”
“แน่นอน คืนนี้จะเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนด้วยนะ” เขาตอบเด็กชายด้วยภาษาอังกฤษอย่างอบอุ่น มิลานเป็นเด็กร่าเริงก็จริง แต่ลูกชายของเธอก็ไม่ใช่คนที่จะไว้ใจใครง่ายๆ การปรากฎตัวของผู้ชายคนนี้จึงทำให้เธอแปลกใจนัก มิลานดูสดใส หัวเราะคิกคักเพราะได้เจอคนที่รอคอยมานานแสนนาน เขาอุ้มมิลานด้วยแขนข้างเดียวสบายๆ ทั้งที่คนเดียวที่มิลานยอมให้อุ้มก็คือคุณแม่ แต่หนูน้อยยอมให้ผู้ชายคนนี้อุ้มโดยไม่อิดออด
“ขออภัยด้วยที่ผมรับมิลานออกมาจากโรงเรียนโดยพลการ...” เขากำลังจะพูดต่อ แต่รินนาตัดบททันที
“คืนลูกชายมาให้ฉัน แล้วขอร้องเลยว่าอย่าให้สุนัขของคุณมาใกล้ลูกชายฉันอีกเด็ดขาด”
“มันเพิ่งได้รับการฝึกให้ทำงานเป็นสุนัขตำรวจ บรูโนเป็นมิตรที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้เลยล่ะ” ร่างสูงสง่าเอ่ยเรียบๆ เด็กๆ จะนอนเล่นบนตัวบรูโนหรือดึงหางก็ได้ ไม่ว่าใครก็เดินเข้ามาลูบหลังมันได้สบาย แต่หากต้องการให้มันเกรี้ยวกราด เขาก็สามารถสั่งได้เหมือนกดปุ่มเปิดสวิตซ์ไฟ อาการดุร้าย ขู่คำราม ตะครุบกัดหรือไล่กวดล้วนเป็นการกระทำที่มีเหตุผลตามคำสั่ง บรูโนเองเหมือนอยากจะช่วยเจ้านายยืนยันด้วย มันจึงเห่าโฮ่งคำหนึ่งแล้วแกว่งหางอย่างอารมณ์ดี ทั้งคนทั้งหมากวนโมโหเธอดีไม่มีที่เปรียบ
“มิลานมาหาแม่เดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นแม่จะตีจริงๆ นะ”
“คุณตีลูกโดยไร้เหตุผลแบบนี้บ่อยแค่ไหนกัน?”
“ไม่เกี่ยวกับคุณค่ะ กรุณาอย่ายุ่งกับมิลานอีก” พูดพลางยื่นแขนเพื่อขอลูกชายวัยสี่ขวบคืน แต่เขานิ่งเฉย ยิ่งทำให้รินนาต้องเลือกใช้คำพูดอย่างระมัดระวัง ไม่ให้น้ำเสียงหงุดหงิดไปมากกว่านี้ “คืนมิลานให้ฉันค่ะ ฉันเกรงว่าฉันไม่รู้จักคุณมาก่อน”
“แต่ผมรู้จักคุณ... ตามหาคุณกับมิลานมาหลายปีและเรายังมีเรื่องที่ต้องคุยกัน”
“ฉันคิดว่าคุณน่าจะมีโทรศัพท์นะคะ”
“ผมชอบคุยแบบสบตากันเวลาที่ต้องเจรจาเรื่องสำคัญ” รินนาผงะถอยเมื่อถูกเขาคว้าข้อมือไว้แน่น ดวงตาสีอำพันเข้มที่ฉายประกายทรงพลังและลุ่มลึกราวกับผืนมหาสมุทร ท่วงท่าของเขางามสง่าและผึ่งผาย เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดสูทอัครฐานบ่งบอกราคาแพง เด็กน้อยมองผู้ใหญ่ทั้งสองคนสลับไปมา ก่อนจะจูงมือเขาคนนั้นมาจับมือรินนาไว้ เชื่อมร้อยเป็นดั่งสายโซ่ข้อกลาง
“แม่จำพ่อไม่ได้เหรอฮะ... พ่อไปทำงานกลับมาหาเราแล้ว ผมมีพ่อแล้วนะฮะ”
มันช่างน่าอับอายขายขี้หน้าจริงๆ ! นี่ฉันต้องมาติดแหง็กอยู่ในห้องทำงานของคนแปลกหน้า ใน 'สภาพเกือบล่อนจ้อน' !!!
เมื่อสองปีที่แล้ว เพื่อช่วยคนรักในใจ พระเอกถูกบังคับให้แต่งงานกับนางเอก ในใจของเขา เธอเป็นคนน่ารังเกียจและแย่งคนรักของคนอื่น เขาเลยเย็นชาต่อเธอมาตลอด แต่กลับอ่อนโยนและเอาใจใส่กับคนรักในใจถึงเป็นเช่นนี้ เธอยังคงรักเขาอย่างเงียบ ๆ เป็นเวลาสิบปี ต่อมาตอนที่เธอรู้สึกเหนื่อยและอยากจะท้อแท้นั้น เขากลับตื่นตระหนก... เมื่อเธอกำลังจะตายขณะตั้งท้องลูกของเขา ในที่สุดเขาก็ตระหนักว่าผู้หญิงที่เขายอมเอาชีวิตตัวเองไปแลกนั้นก็คือเธอโดยตลอด
ความรักของฉันมันคงเหมือนนาฬิกาทราย.. .. เมื่อด้านหนึ่งถูกเติมเต็ม....อีกด้านกลับว่างเปล่า ..และสูญสิ้นไป..กับกาลเวลา........ "สำหรับฉันเธอมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่า อยู่บนที่สูงแต่ทำตัวต่ำ" "หึ....ขอบคุณค่ะที่ชม จะพูดแค่นี้ใช่มั้ย จะได้ไปอ่อยผู้ชายต่อ" "อ้อ...ถ้าสนใจ เชิญนะคะ พอดีชอบแบบ ทีเดียวหลายๆคนมันสนุกดี แต่คนดีๆอย่างพี่...."เธอมองเขาอย่างพิจารณา พร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเดินจากไป หมับ!! "มีอะไรอีกคะ หรือว่าสนใจอยากไปร่วมเตียงด้วย" "......" ชายหนุ่มเงียบ มองหน้าเธออย่างเอาเรื่อง และออกแรงบีบข้อมือเล็กอย่างแรง แต่คนตรงหน้ากลับไม่แสดงท่าทีว่าเจ็บ ถึงเธอจะเจ็บเหมือนกระดูกกำลังจะแหลกเป็นชิ้นๆ "ถ้าไม่ทำอะไรก็ปล่อย พี่ไม่อยากได้แต่คนอื่นเขาอยากได้!" พรึบ!! เธอสะบัดมือเขาอย่างแรงและเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง หมับ! "ว้าย เป็นบ้าอะไรปล่อยนะ" แต่ไม่ทันจะเดินไปถึงไหนร่างบางก็ถูกกระชากจนตัวปลิว จนชนเข้ากับกำแพงห้องอย่างแรง "ถ้าเธอยังหาเรื่องอุ่นอีก ฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่!" เขามองเธออย่างเกรี้ยวกราด "หึ...ทำไมค่ะ จะแกล้งแล้วจะทำไม" เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เกรง ยิ่งได้ยินเขาพูดแบบนี้แล้วมันยิ่งรู้สึกเจ็บ ทำไมนะทำไมต้องรักคนที่ไม่มีใจ "ปล่อย!" "ทำไม จะรีบไปเสนอตัวให้ไอ้บ้านั่นรึไง!"ใบหน้าหล่อคม ยื่นเข้าใกล้ พร้อมตะเบ็งเสียงแข็งใส่หน้าเธอ มือหนาออกแรงบีบท่อนแขนราวกับจะให้มันแหลกละเอียด "ใช่แล้วจะทำไม คืนนี้เรามีนัดกัน จะไปทำอะไรกันคนไม่ต้องให้บอกนะ หรือว่าอยากรู้จะได้ถ่ายคลิปมาให้ดู!" "หึ...ร่าน! ถ้ามันคันมากเดี๋ยวฉันจะสังเคราะห์ให้เธอเอง" "นะ...ฺฮื่อ" ร่างเล็กดิ้นพยายามให้หลุดจากพันธนาการเมื่อ เขาประกบปากจูบดูดเม้มริมฝีปากบางสีแดงอย่างแรง เขาดูดเม้มมันอย่างหนักหน่วง มือหนาลูบบีบขย้ำหน้าอกอย่างแรงเหมือนจะให้มันแหละติดมือออกมา "ฮื่อ" เสียงหวานร้องท้วงในลำคอ เมื่อได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มปาก จนแทบจะอ้วก -ญี่ปุ่น ณิชาภัทร โชติฐิติเมธานนท์ ดีไซเนอร์สาวสวย เก่งฉลาดไม่ยอมใคร มั่นใจในตัวเอง ลูกสาวคนโตของแด๊ดดี้กันต์ อายุ 24 -แบงค์ นิธิภัทร์ พัชรกานต์กุล วิศวกรหนุ่มไฟแรง หล่อเก่งมีความสามารถทั้งศึกษาวิเคราะห์ คำนวณ ออกแบบ ตรวจสอบแก้ไขปัญหาและควบคุมการผลิต....วัย 27 ความผูกพันระหว่างคนเป็นสิ่งมีค่าและมีความหมาย เป็น เสมือนเรื่องราวและความทรงจำดี ๆ ที่คนทุก ๆ คนไขว่คว้า แต่กลับมีน้อยช่วงเวลา ที่สอนสิ่งดี ๆ ให้เราได้รับรู้ ที่มีค่าให้เรานึกถึง ทุกครั้งที่นึกถึงมัน จะคอยย้ำเตือนเราให้นึกถึงช่วงวันเก่าๆ ที่ดึงทุก ๆ คนไว้ให้อยู่ร่วมกัน สิ่ง ดี ๆ ที่ผ่านไปเป็นเสมือนเม็ดทรายในนาฬิกาที่ร่วงหล่น…… ทุกเม็ดทรายแทน ความหมายของ………………ความผูกพัน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความห่วงใย ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความชิดใกล้ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………การไขว่คว้า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความคิดถึง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความลึกซึ้ง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………วันเวลา ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………สิ่งมีค่า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………จิตใจ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ตัวตน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “รัก” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เรา” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “มิตรภาพ” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เพื่อน” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………” ทุกสิ่งที่เต็มใจ ให้เพื่อเธอ” เม็ดทรายเหล่านี้แม้จะ ร่วงหล่น แต่ก็ยังคงรวมกันในนาฬิกาทราย คอยย้ำเตือนเราถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ผ่านมา เป็นนาฬิกาที่มีค่าและมีความหมาย อยู่ในความทรงจำของกันและกันตลอดไป … ช่วงเวลาแห่งความสุข อาจไม่เคย อยู่กับเรานานในโลกของความเป็นจริง เป็นเหมือนสิ่งที่ผ่านเข้ามาและก็ผ่านเข้าไป ให้เราได้สัมผัส ให้เราได้รู้สึกดี ๆ ให้เราได้รู้สึกอบอุ่นและมีความสุข แต่ถึงแม้ช่วง เวลาเหล่านี้อาจจะไม่ยาวนาน แต่มันสร้างสิ่งดี ๆ ให้เรามากมาย มันมีค่าและยิ่งใหญ่ และจะเป็นกำลังใจให้เราตลอดไป มันจะแทนความหมายของความเป็น “เพื่อน” ตลอดไป…… “นาฬิกาทรายใบนี้ ขอให้แทนมิตรภาพของเราตลอดไป ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่เราห่างไกล โดยไม่ผูกพัน” ขอบคุณบทความจาก คุณ นุชรัตน์ รักมาก คำเตือน ในทุกเรื่องทุกการกระทำของตัวละครเกิดจากจินตนาการ ไม่ใช่เรื่องจริงไม่ควรลอกเลียนแบบการกระทำที่ไม่เหมาะสม อันจะนำไปสู่ความสูญเสียความผิดบาปทั้งปวง ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อตัวบุคคลหรือวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่ง หากอ่านแล้วไม่มั่นใจว่าหรือไม่เลียนแบบได้หรือไม่แนะนำให้ปรึกษาผู้ปกครองค่ะ นิยายเรื่องนี้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะอาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม ความรุนแรง เพศ หรือการใช้ภาษาโปรดใช้วิจารณญาณและเสพเนื้อหาอย่างมีสตินิยายเรื่องนี้เกิดจากความต้องการจะเขียนของนักเขียนเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรือสนับสนุนการใช้ความรุนแรงในชีวิตจริง รบกวนอ่านคำเตือนก่อนอ่านของนักเขียนแล้วค่อยตัดสินใจหากไม่ชอบไม่เป็นไรค่ะ ©ลิขสิทธิ์เป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่เพียงผู้เดียวการเผยแพร่ทำซ้ำดัดแปลงโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมายตาม พ. ร. บลิขสิทธิ์ 2537 มาตรา 1527 31 มีโทษทั้งจำทั้งปรับ ไม่อนุญาตให้คัดลอกทำซ้ำดัดแปลงตัดภาพหรือถ่ายภาพไปเผยแพร่ใด ๆ ทั้งสิ้นหากพบจะขอดำเนินคดีตามกฎหมาย❌❌❌ พึ่งหัดแต่งนิยายเป็นมือใหม่หัดแต่งคำบางคำอาจจะใช้ผิดไปต้องขออภัยด้วยนะ คำโปรยเนื้อหาการบรรยายอาจใช้คำได้ไม่สวยเท่ากับนักเขียนท่านอื่นๆ แต่ก็ตั้งใจเขียนออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 14 กุมภาฯ 13/01/2022 ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ
องค์หญิงสิบสามนามหลินฮุ่ยหมินสตรีผู้ที่งดงามโดดเด่นไม่เป็นรองผู้ใดแต่กลับมีฐานะต่ำต้อยในวังหลวงด้วยพระมารดาเสียชีวิตตั้งแต่นางยังเด็ก ท่ามกลางความคับแค้นใจนางยังต้องคำสาปร้ายต้องกลายร่างเป็นสัตว์ทุกคืนวันพระจันทร์เต็มดวง เขาคือ หยางเอ้อหลาง แม่ทัพหนุ่มผู้มีความสามารถรูปโฉมสง่างามและเป็นวีรบุรุษคนสุดท้ายของสกุลหยาง ทั้งยังเป็นที่รักเคารพของชาวเมือง ทว่าด้วยความสามารถและตำแหน่งใหญ่โต ฮ่องเต้มิอาจวางใจจึงได้คิดกำจัดเขาให้พ้นตำแหน่งเสีย โดยมอบสมรสพระราชทานให้หยางเอ้อหลางกับพระธิดาของตน เดิมทีชีวิตของคนสองคนย่อมไม่บรรจบ เมื่อสตรีที่หมายหมั้นกับหยางเอ้อหลางคือองค์หญิงใหญ่ที่ปักใจรักเขาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าเรื่องไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อคนทั้งคู่เกิดอุบัติเหตุจนคนเข้าพิธีสมรสกลายเป็นองค์หญิงสิบสาม ท่ามกลางความหวาดกลัวขององค์หญิงสิบสามที่กลัวความลับจะเปิดเผย ท่ามกลางหยางเอ้อหลางที่พยายามพาสกุลหยางให้รอดพ้น ท่ามกลางการแตกหักของความสัมพันธ์พี่น้องที่แสนรักใคร่ระหว่างองค์หญิงใหญ่และองค์หญิงสิบสามเพราะบุรุษเพียงผู้เดียว หลินฮุ่ยหมินจะทำเช่นใด เพื่อจะยุติเรื่องราวน่าเวียนหัวนี้
เรื่องย่อ วังวนร้อนรักจวนแม่ทัพใหญ่ แนว 4P ซุนหลีนถูกจับมาเป็นเชลยสงครามพร้อมพี่ชายบุญธรรมที่นางแอบมีใจให้เขาและมารดา แต่ด้วยความงามของนางจึงทำให้ฮูหยินใหญ่ที่ไร้ทายาทต้องการให้นางอุ้มท้องแทนตน เรียนท่านผู้อ่านทุกท่าน หนังสือนิยายเรื่องนี้จัดอยู่ในหมวด นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งเหมาะกับสายแซ่บไม่พูดเยอะ เจ็บคอ จะมีฉาก NC นำเนื้อหาแทบทั้งเรื่อง และพล็อตเบาคลายเครียด แทบไม่มีพล็อตค่ะ ดังนั้นท่านผู้อ่านควรพิจารณาโหลดตัวอย่างก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ ขอบคุณค่ะ
ภารกิจสายลับฉบับมือใหม่ที่ ‘ศรินภัสร์’ ตบปากรับคำชายคนที่ตนแอบรักว่าจะแฝงตัวเข้าไปสืบคดีตัดไม้เถื่อนที่ปางไม้แห่งหนึ่ง ทั้งๆ ที่เธอไม่ชอบงานแบบนี้นักเพราะล้วนแต่อันตรายรอบด้านแต่เพื่อรักจึงยอมทำ เมื่อไปถึงปางไม้กลับรู้ว่าที่นั่นเป็นของ ‘วาโย’ คู่หมั้นที่เธอแสนเกลียดชัง วาโยมองศรินภัสร์ในแง่ร้ายในทันทีว่าการที่เธอลงทุนมาหาถึงปางไม้ก็เพราะอยากแต่งงานกับเขาจนตัวสั่น วาโยร้ายกาจกับศรินภัสร์ทุกอย่าง ทำร้ายจิตใจเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเธอยังไม่ยอมแพ้เขาจึงรุกหนักจากทำร้ายจิตใจก็เริ่มเปลี่ยนมาทำร้ายร่างกายด้วยสัมผัสที่วาบหวาม วาโยรั้งตัวศรินภัสร์ไว้ ด้วยแรงและความสูงของเขาทำเอาคนตัวเล็กถึงกับลอยขึ้นจากพื้น ก่อนจะวางเธอนอนราบบนโต๊ะอาหารแล้วรวบมือทั้งสองข้างของศรินภัสร์ไว้เหนือศีรษะ รอยฟันบนหัวไหล่เขาที่เธอฝากไว้วันนี้ต้องสะสางพร้อมกัน “อวดดีนักใช่ไหม” เสียงทุ้มดังอยู่ในลำคอ “ปล่อยนะ ปล่อย” ศรินภัสร์ออกแรงยื้อสุดกำลังเพื่อหวังเป็นอิสระ แต่ไม่นานเสียงค้านนั้นก็หายไปเมื่อวาโยประกบริมฝีปากที่ยังมีคราบครีมคาโบนาร่าเกาะอยู่หวังปิดกั้นเสียงค้านที่ไร้ประโยชน์ของศรินภัสร์ เธอพยายามดิ้นรนแต่นั่นยิ่งทำให้คนอ่อนประสบการณ์หมดเรี่ยวแรง จูบครั้งนี้ไม่ได้ต่างจากครั้งแรกวาโยต้องการลงโทษศรินภัสร์ที่กล้าทำแบบนี้กับเขา ลิ้นร้อนๆ ซอกซอนอยู่ในโพรงปากหวานปานน้ำผึ้ง ศรินภัสร์ตาโตตอนนี้ทำอะไรไม่ถูก อากาศน้อยลงไปทุกขณะเธอกำลังจะขาดอากาศหายใจใช่ไหม ทำไมถึงได้รู้สึกหูอื้อตาลายมองอะไรก็พร่ามัวไปหมดแบบนี้
“ฉันก็แค่อยากช่วยเพื่อนให้ห่างจากผู้หญิงแบบเธอ” “ผู้หญิงแบบฉันมันเป็นยังไง” “ก็อยากได้ผัวของคนอื่นไง!!!”
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY