เพราะถูกทรยสหักหลังจากเพื่อนและแฟน เธอจึงรับงานเป็นเด็กนั่งดริงก์ ทำให้เธอได้พบกันเขา ชายผู้มอบสัมผัสแห่งปรารถนาให้อย่างเร่าร้อน ก่อนเขาจะกลายเป็นผู้กุมชะตาชีวิตเธอในฐานะนางบำเรอชั่วคราว
เพราะถูกทรยสหักหลังจากเพื่อนและแฟน เธอจึงรับงานเป็นเด็กนั่งดริงก์ ทำให้เธอได้พบกันเขา ชายผู้มอบสัมผัสแห่งปรารถนาให้อย่างเร่าร้อน ก่อนเขาจะกลายเป็นผู้กุมชะตาชีวิตเธอในฐานะนางบำเรอชั่วคราว
ท่ามกลางแสงสี กลิ่นเหงื่อ คราบไคล จากการบดเบียดวาดลวดลาย จากโต๊ะสู่โต๊ะ ยกแก้วกระดกดื่ม พูดคุยยิ้มแย้มร่างกายโอบรัดกอดกระหวัดกันไม่ห่าง ของแต่ละคู่ซึ่งมาท่องราตรีกันในผับชื่อดัง นามดาร์กมูน ญรินดา นภาพิสุทธิ์ เจ้าหน้าที่บัญชีสถานบันเทิงย่านทองหล่อ เจ้าของดวงตากลมโต ผิวสีชมพูระเรื่อ คิ้วยาวเรียว ริมฝีปากบางสีชมพู กำลังจ้องมองผู้คนมากมายแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
เธอเกลียดสถานที่แห่งนี้ ยกเว้นเจ้าของผับที่ใจดีเสมอมา
“รินจ๊ะ วันนี้สนใจไหมเอ่ย...” เจ้าของผับนามราตรียังคงถามเธออีกครั้ง เรื่องการทำงานพิเศษ ชื่อว่าเด็กนั่งดริงก์
“ไม่ค่ะพี่ตรี อย่าให้รินทำเลยค่ะ” หญิงสาวตอบแล้วส่ายหน้า
“ทำไมล่ะริน เงินดีออก ยิ่งหน้าตาอย่างรินพี่ว่าคืนหนึ่งห้าหมื่นสบายๆ เรื่องกินเหล้าไม่ต้องห่วง มันฝึกกันได้พี่การันตี”
“ขอโทษนะคะพี่ตรี ที่รินตอบสนองความต้องการของพี่ไม่ได้” หญิงสาวระบายลมหายใจ “รินมีแฟนแล้ว รินไม่อยากให้วินต้องรู้สึกไม่ดีค่ะ”
ราตรีถอนหายใจด้วยความเสียดาย หากได้ญรินดามาเป็นเด็กในร้านอีกคน เงินคงไหลมาเทมาเป็นแน่
“เฮ้อ... พี่อยากให้รินหมดหนี้เร็วๆ จริงๆ นะ พี่เป็นห่วงริน สักวันรินอาจไม่ได้นั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศแบบนี้ พี่กลัวพี่ชายรินมันจะทำอะไรห่ามๆ เอาน่ะสิ” แค่คิดก็รู้สึกขนลุกแล้ว คนอย่างญรันต์ติดการพนันขนาดนั้น คงหาทางเอาน้องตัวเองเร่ขายเป็นแน่ รินไม่รู้ผ่าเหล่าผ่ากอมาจากไหน ถึงได้ออกมาหน้าตาสะสวยอย่างนี้
“ขอบคุณมากค่ะพี่ตรี แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ รินใช้หนี้พี่หมดแน่นอน” ญรินดาบอกแล้วยกยิ้ม ก่อนลุกยืนเพื่อเตรียมเลิกงาน
กระเป๋าถูกหยิบขึ้นสะพาย ร่างบางก้าวออกมานอกออฟฟิศ แล้วเดินออกมาหลังร้าน เพื่อทักทายเพื่อนรักอย่างนาริสา สาวนั่งดริงก์อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน นาริสาเป็นเพื่อนกับเธอตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย ก่อนแยกย้ายกันไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย
นาริสาออกกลางคัน ผันตัวมาทำงานกับเจ๊ราตรีเสียก่อน เพื่อนเธอได้รับเงินแต่ละเดือนไม่น้อยเลย ถึงนาริสาไม่ได้สวยเท่าเธอ แต่ทรวดทรงนั่น นับได้ว่าเป็นนางแบบได้สบาย
“สา” เธอเรียกเพื่อน สาวหุ่นน่ามองหันมาแล้วยิ้มกว้าง เร่งฝีเท้าเข้ามาหา
ญรินดากวาดตามองชุดที่เพื่อนใส่แล้วอดเขินอายแทนไม่ได้ วันนี้ทางร้านจัดชุดบิกินี่สีแดงสด พร้อมถุงน่องตาข่าย คาดผมกระต่ายสีดำ เห็นชัดทุกสัดส่วน ว่าใครมีเท่าไหร่
“ไงริน เลิกงานแล้วเหรอ” นาริสาทักทาย
“ใช่จ้ะ”
นาริสากวาดตามองหาใครบางคน แล้วหันกลับมาหาเพื่อน
“พี่วินไม่มาเหรอจ๊ะวันนี้”
“มาจ้ะ ใกล้ถึงแล้วล่ะ”
เสียงรถยนต์จอดเทียบด้านหลัง ญรินดาชะเง้อมองเช่นเดียวกับเพื่อนเธอ ไม่นานนักหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกางเกงสแลคสีดำ ผมรองทรง จมูกโด่งรับกับใบหน้า คิ้วเข้มตรง ดวงตาเรียวยาวออกเชื้อสายทางจีน ก้าวเข้ามาในร้าน พนักงานนั่งดริงก์ต่างรุมล้อมแสร้งลูบเนื้อตัวหนุ่มฮอต เขารีบเบี่ยงกายหนีแล้วหัวเราะ ก่อนเดินเข้ามาหาคนของหัวใจ
“รอพี่นานไหมครับ” กวินทรถาม แล้วเหลือบมองหญิงสาวอีกคนที่อยู่ในชุดทำงานของร้าน พาให้เลือดในกายร้อนฉ่า มุมปากกระตุกเล็กน้อย ก่อนยิ้มกลบเกลื่อน
เจ้าของเรือนร่างเย้ายวนยิ้มน้อยๆ แล้วเดินห่างออกมา ก่อนปรายตาในทางเชิญชวน กวินทรไม่วานเหลือบมองเล็กน้อยแล้วหันกลับมาหาแฟนตนเอง
“ไม่นานค่ะ รินเพิ่งเลิกงานเมื่อกี้เองค่ะ เลยลงมาคุยกับสา”
“อ่อครับ” ชายหนุ่มรับคำแล้วยิ้ม “วันนี้ที่ร้านจัดชุดให้เด็กเปรี้ยวจังเลยนะครับ”
ญรินดายิ้มบางๆ “ชอบเหรอคะ” แกล้งแซวแฟนตัวเอง
ใบหน้าของชายหนุ่มแดงก่ำเมื่อถูกแซว ยกมือเกาศีรษะ แล้วดึงมือบางมากุมไว้พาเดินออกนอกร้านด้วยกัน ญรินดามองมือใหญ่ รับรู้ถึงความอบอุ่นในนั้น ความสุขกำลังแผ่ซ่าน ในความโชคร้าย ยังโชคดีที่มีเขาคอยเคียงข้าง
ประตูรถเปิดออก คนตัวเล็กนั่งด้านหน้าคู่คนขับ ภาพสองคนอยู่ในสายตาของนาริสา ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีสดกัดแน่น ในอกร้อนผ่าว สักวันชายคนนั้นต้องเป็นของเธอ จะไม่มีวันให้คนอย่างญรินดาชุบมือเปิบไปแน่นอน
เธอรัก เขามาก่อน...
รถยนต์จอดเทียบหน้าคอนโด ญรินดาชะงักมองแฟนหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจ
“พี่วินพารินมาที่คอนโดทำไมคะ” เธอถาม สีหน้าสับสน
กวินทรหันมา ก่อนดึงมือบางมากุมจุมพิตแผ่วเบา
“เราคบกันมาปีกว่าแล้วนะครับ พี่อยากอยู่กับรินจริงจังสักที คืนนี้รินค้างกับพี่ได้ไหม” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยถาม แววตาหวานฉ่ำ
ริมฝีปากบางสั่นระริก บิดมือตนเองออกมาจากการเกาะกุม
“ปีกว่ามันน้อยไปนะคะ น้อยไปที่เราจะรู้จักกันจริงๆ พี่วินอย่าใจร้อนได้ไหมคะ” หญิงสาวพยายามชักแม่น้ำทั้งห้า เพื่อให้เขาเข้าใจ
“มันไม่น้อยไปหรอกริน คู่ไหนเขาก็อยู่ด้วยกันทั้งนั้น รินสวยขนาดนี้พี่กลัวนะครับว่าจะมีใครมาแย่งรินไป” กวินทรค่อยๆ ขยับกายเข้าหา
สำหรับเขา ญรินดานั้นงดงามเกินกว่าจะยอมปล่อยให้หลุดมือ ผู้ชายย่อมอยากชมดอกไม้งาม และเธอคือดอกไม้ที่เขาอยากดอมดมจนแทบทนไม่ไหว ไม่เคยคิดมาก่อนว่าญรินดาจะยอมคบหาด้วย ทว่าตอนนี้เขาสมหวังแล้ว และต้องการอีกเรื่องเดียวเท่านั้น
“รินไม่พร้อมคะพี่วิน รินไม่อยากเสียใจทีหลัง” หญิงสาวตัดบทในทันที สำหรับเธอกวินทรคือคนดี แต่การคบหากันแค่ปีกว่าไม่ได้บอกอะไรได้ทั้งหมด
โชคชะตาเล่นตลกกับเธอหรือไร แค่ต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวแต่กลับถูกลักพาตัว เธอตื่นขึ้นมาในห้องที่ไม่คุ้นเคยมิหนำซ้ำยังมารู้ความจริงอีกว่า ชายรูปหล่อที่ตนตบหน้าในคืนนั้น ดันเป็นกษัตริย์แห่งประเทศซากวัย ความซวยยังไม่หมด เมื่อฝ่าบาททรงยืนยันต้องการให้เธอเป็นสนม แต่มีหรือคนอย่างนิลลนาจะยินยอม ต่อให้ใหญ่มาจากไหน เธอไม่เคยเกรง แต่แล้วทำไมจากพระพักตร์บึ้งตึง ดันกลับกลายมาเป็นอ่อนโยน เวลายิ่งผันผานหัวใจยิ่งแปรเปลี่ยน
กลิ่นจันทร์ หญิงสาวมากความสามารถ หนีห่างไกลเมืองไทยเพราะเจ็บช้ำจากแฟนหนุ่มซึ่งนอกใจ ทว่าเมื่อกลับมาเขากลับกลายเป็นเจ้าของบ้านที่เธอเคยอาศัยตั้งแต่เด็ก แม่เลี้ยงและพี่สาวต่างบิดารวมหัวกันหักหลังเธอกับพ่อ ขายบ้านหลังนี้ กลิ่นจันทร์ต้องการได้คืน แต่เธอไม่มีเงินมากพอ เมื่อนั้น แฟนหนุ่มซึ่งอยู่ในหัวใจเธอตลอดเวลา แม้เขาทำเรื่องผิดมหันต์ เธอก็มิอาจทำใจให้ลืมลง คิมหันต์ ชายหนุ่มผู้ฝ่าฝันอุปสรรค จำตั้งตัวเป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ได้สำเร็จ กระนั้นในหัวใจเขากลับเย็นเยือกราวกับน้ำแข็ง เพียงเพราะถูกแฟนสาวทรยศหนีไปต่างประเทศ เพียงเพราะได้พบกับผู้ชายคนใหม่ ความแค้นฝังแน่นในอก เขารอวันเอาคืน และโอกาสก็มาถึง “ผมจะคืนบ้านให้ ถ้าคุณยอมเป็นเมียผมเป็นเวลาหนึ่งปี”
เมื่อหนึ่งมีรักให้แต่ไม่อาจบอก กับอีกหนึ่งที่ไม่เคยรู้และตั้งหน้าตั้งตาชิงชัง การหมั้นหมายที่เกิดจากผู้ใหญ่ส่งผลให้นาฎสุรีย์ต้องจากลาไปไกลเพื่อรักษาแผลใจ ส่วนอีกคนที่ไม่เคยรับรู้ แท้จริงแล้วกลับห่วงหา ห้าปีต่อมา สองคนได้พบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอเปลี่ยนไป ส่วนเขากลับรู้หัวใจตัวเอง ******************** เพียะ! ใบหน้าหันตามแรงฝ่ามือ ชายหนุ่มนิ่งงัน มันชาไปทั้งแถบ นาฎสุรีย์มองมือตัวเอง มันกำลังสั่น เมื่อเขาหันมาสบตา เห็นสีหน้าแววตามันเปลี่ยนไป เธอชะงักตัดสินใจหันหลังคิดวิ่งหนี แต่ทว่าเรียวแขนกลับถูกคว้าเอาไว้ “คิดว่าทำแบบนี้ แล้วจะหนีไปงั้นเหรอ มันง่ายไปมั้ง” พูดจบ เขาเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียง แล้วใช้เท้าถีบประตูปิดลง ก่อนล็อคอย่างแน่หนา “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที!” หญิงสาวร้องลั่น “แหกปากไปเลย เอาให้ดัง ห้องฉันเป็นห้องเดียวที่ไม่มีกุญแจสำรองไข ถึงมีก็ไม่มีใครก็กล้ามายุ่งหรอกนะ เพราะฉันเป็นคนยังไง ทุกคนรู้ดี” เขาส่งเสียงข่มขู่ นาฎสุรีย์จ้องมองอีกฝ่าย กัดริมฝีปากครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอด เธอไม่ได้อยากตบหน้าเขา แต่เพราะคำพูดนั้นมันทำให้ระงับความโกรธไว้ไม่ได้เลย “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็นายพูดจาไม่ให้เกียรติกันเลย!” หญิงสาวพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ตอนนี้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ เสียเปรียบอย่างรุนแรง ทว่าแววตาของอีกฝ่าย กลับไม่เย็นลงเลยแม้แต่น้อย “ตอนนี้ต่อให้พ่นอะไรออกมา มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะฉันไม่ให้อภัยเธอ!” เขาตวาดลั่น คนใต้ร่างสะดุ้งสีหน้าตื่นกลัว มือหนาจับสาบเสื้อ ที่เคยถูกกระชากมาก่อนหน้า ออกแรงดึง แควก! มันขาดติดมือ เจ้าของเสื้อชะงักดวงตาเบิกกว้าง กรีดร้องขึ้นมาทันที พยายามดิ้นรนผลักดันอีกฝ่ายเพื่อให้พ้นจากการโดนกระทำ แต่ทว่าอารมณ์ของเขา กลับรุนแรงเกินกว่า เรี่ยวแรงเธอจะต้านทานเอาไว้ได้ “ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน ได้ยินไหม!” คนหน้ามืด ไม่ฟังเสียง ตอนนี้ในหัวเขาแค่ต้องการเอาคืน กับการกระทำไร้ซึ่งการไตร่ตรองของอีกคน คนอย่างพีรดล ไม่มีวันยอมให้ใครมาหยาม เท่าที่ผ่านก็ถือว่ายอมมามากพอแล้ว ริมฝีปากบางถูกฉกฉวยอย่างรวดเร็ว จนคนใต้ร่างร้องครางในลำคอ พยายามผลักไสอีกฝ่าย แต่ร่างกายนั้นกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยเลย มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วน ทำเอาเลือดในกายชายหนุ่มเริ่มร้อนฉ่า กระโปรงนักศึกษาถูกรั้งออก เจ้าของน้ำตาเริ่มคลอ ความหวาดกลัวแล่นพล่าน เธอไม่น่าโมโหจนน่ามืด แล้วหลงลืมไปว่า แท้จริงแล้วพีรดลเป็นคนเช่นไร หมดสิ้นแล้วซึ่งหนทางเอาตัวรอด อยากหลับโดยไม่รับรู้อะไรอีกเลย เขาถอนริมฝีปากจ้องมองอีกคน เห็นน้ำตาเธอกำลังไหลรินออกมา ทว่ามันได้ทำให้รู้สึกสงสาร เมื่ออารมณ์ตอนนี้มันกระเจิงไปไกล นาฎสุรีย์มีดีกว่าที่คิด เรือนร่างเย้ายวน ตรงหน้าทำเอาหายใจแทบไม่ออก ตัวตนแข็งขืนจนแทบปริแตก มันกำลังต้องการปลดปล่อย “ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ...” เธออ้อนวอนทั้งน้ำตา “มันสายไปแล้ว เธอไม่ควรเข้ามาที่ห้องฉันตั้งแต่แรก...” เขาตอบเสียงรอดไรฟัน จะให้ผละไปได้ยังไง ในเมื่อเธอทำให้เขาแทบคลั่งแบบนี้
เธอถูกจ้างให้แย่งชิงชายคนหนึ่ง ทว่าหญิงคนนั้นเสียใจจนฆ่าตัวตาย เธอจมอยู่กับความเสียใจจนกระทั่งได้พบกับเขา ชายผู้เอื้อมมือมาปลุกปลอบและทำลาย
เพราะความผิดพลาดในค่ำคืนนั้น ทำให้นรีกานต์และกวีวัธน์ต้องแต่งงานกัน ทว่าเขากลับยังคงมีเยื่อใยต่อคนรักเก่าอยู่ เธอจำต้องเดินออกมา เพื่อให้เขาได้สมหวังกับคนรัก แม้กำลังตั้งครรภ์อยู่ก็ตาม ทว่าเขากลับตามหา เพื่อทวงสิทธิ์ของความเป็นสามีและพ่อของลูกกับเธอ ******************************* ปัง! ประตูปิดลงร่างเธอถูกโยนลงบนเตียง รีบลุกพรวด จ้องมองอีกฝ่ายแววตาตื่นตระหนก “นี่คุณทำบ้าอะไร ไม่ตลกแล้วนะ!” เธอตวาดลั่น “ฉันก็ไม่ตลกเหมือนกัน มาอยู่ที่นี่เพราะต้องการเป็นเมียฉันไม่ใช่หรือไง นี่ไง! กำลังจะทำให้ เธอมาได้จังหวะพอดีเลย ฉันกำลังว่าง กำลังโสด แต่ก่อนแต่ง ฉันขอเช็คของหน่อยก็แล้วกัน ว่ามีดีแค่ไหน!” คนตัวเมากระโจนเข้าหา นรีกานต์รู้ในทันทีว่า ชีวิตตนเองกำลังตกอยู่ในอันตรายแล้ว กระโจนหนีด้วยความหวาดกลัว วิ่งตรงไปหาประตู ทว่าเรียวแขนกลับถูกคว้าไว้ กระชากร่างบางเข้าหาจนปะทะแผงอก มือยกทุบตีจิกข่วนอีกฝ่ายไม่หยุดหย่อน แต่เหมือนเขาไม่สะเทือนเลยสักนิด “ปล่อยฉันนะ ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยที!” ไม่ทันได้ร้องขอความช่วยเหลือต่อ ริมฝีปากถูกปิดอย่างรวดเร็ว “อื้อ!” ร่างถูกตรงบนเตียง เรียวแขนรวบไว้เหนือศีรษะ น้ำตาคนโดนกระทำไหลริน เมื่อรู้ว่าตนเองหมดหนทางรอดในคราวนี้ เขาชะงักจ้องมองใบหน้าของคนใต้ร่าง น้ำตาของผู้หญิงมันไร้ความหมายสิ้นดี มารยาแบบนี้ เห็นมาจนสะอิดสะเอียนแล้ว “ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันกลัวแล้ว...” “หยุดพูดให้รำคาญสักที นอนเฉยๆ ไปเถอะ เดี๋ยวก็มีความสุขเอง!”
เธอยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อความรัก แต่คนรักกลับมีคนอื่น เธอเลยตัดสินใจแต่งงานกับเขา เพื่อเอาคืนคนพวกนั้น โดยหวังให้เขาคือเครื่องมือระบายความแค้น ทว่าเป็นเธอเองที่ตกหลุมกับดักที่ตนเองวางไว้ ใครจะรู้ว่าเขาจะนำพาให้เธอตกอยู่ในห้วงอารมณ์พิศวาส จนอยากจะถอนตัว
เดิมทีนางเป็นทายาทของตระกูลแพทย์เทพ แต่จู่ๆ นางก็กลายเป็นบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีที่พ่อไม่สนใจใยดีและแม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังนางยังเด็ก ในวันที่นางย้อนยุค นางถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่สังหารฮูหยินจวนโหว นางพยายามพลิกผัน พลิกสถานการณ์ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง นางคิดว่าภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นจบลงแล้ว แต่นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางจะต้องเผชิญคือเหวอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นถึงบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีกลับมีอันตรายอยู้รอบตัวมากมาย ทุกคนก็รังแกนางได้ พ่อไม่สนใจนางจะเป็นหรือจะตาย แม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่สนุกกับการทรมานนาง คู่หมั้นชั่วร้ายของนางอยากจะใช้นางเป็นประโยชน์เพื่อขึ้นไปที่สูง และแม้แต่น้องชายแท้ๆ ของนางยังทรยศนาง นางจึงเริ่มต่อสู้กับคนเจ้าเล่ห์ ข่มเหงแม่เลี้ยงของนาง และดูแลน้องชายและน้องสาวของนาง ดังนั้นนางวางแผนที่จะเล่นงานผู้ชายชั่ว เอาคืนแม่เลี้ยง และแก้แค้นน้องๆ ระหว่างที่นางแก้แค้นนั้น นางมีชีวิตที่มีความสุข แต่กลับไม่รู้ว่าไปยั่วยุคนใหญคนหนึ่งเข้าเมื่อไร เมื่อนางจะทำเรื่องไม่ดีหรือฆ่าคน เขาก็ช่วยนางหมด ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ที่ถามออกมาว่า "ท่าน แม้ว่าข้าจะทำลายโลกที่ไม่มความยุติธรรมนี้ ท่านก็จะช่วยข้าเช่นกันหรือ" เขาทำหน้าใจเย็น "ตราบใดที่เจ้าอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าจะเป็นโลกใบนี้ ข้าก็สามารถให้เจ้าได้"
หลังจากแต่งงานกันมาสองปี สามีของเธอไม่เคยเหยียบเข้าไปในบ้านและมองดู 'ภรรยาขี้เหร่' ของเขาเลย แถมเขาก็มีเรื่องอื้อฉาวกับดาราหน้าใหม่หลายคนทุกวัน ซูเหว่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอตัดสินใจปล่อยเขาไป ต่อไปก็ต่างคนต่างไปเลย แต่เมื่อเธอเสนอเรื่องหย่า... ฟู่เหยียนอันพบว่านักออกแบบในบริษัทนั้นสะดุดตาเป็นพิเศษ เขาค่อยๆ ทำความรู้จักกับเธอเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเธอเข้า เขาเสียใจแล้ว
หนุ่มวิศวะปีสี่ที่ได้ฉายา เสือยิ้มยาก เขาผู้ไม่เคยยิ้มให้ใครแต่กลับยิ้มให้เธอเห็นเพียงคนเดียว จากคนที่ไม่คิดจะรักใครแต่กลับรักเธอจนโงหัวไม่ขึ้น มารู้ตัวอีกทีก็ไม่อยากเป็นแค่รุ่นพี่แล้วแต่อยากเป็น(ผัว)
ลู่หมิงเยว่ถูกแฟนนอกใจ และยังโดนดูถูกว่าเธอแค่ดีแต่หน้าตา ด้วยความโกรธ ลู่หมิงเยว่ใช้เสน่ห์ของเธอไปมีความสัมพันธ์กับเยี่ยนเฉิงจือประธานบริษัท แต่เธอกล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับ หลังจากเสร็จธุระนั้นเธอก็หนีไปเงียบๆ และยังเข้าใจผิดว่าคนในคืนนั้นคือเพลย์บอย เสิ่นเว่ยตง ทำให้เยี่ยนเฉิงจือเข้าใจผิดว่าเธอชอบคนอื่น เขาเลยแอบอิจฉาและหึงหวงอยู่เงียบๆ มานาน
หลินเจียอีหญิงสาวในศตวรรษที่21ตกตายด้วยโรคระบาด วิญญาณของเธอได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ14 ที่มีชื่อเดียวกับเธอซึ่งสิ้นใจตายระหว่างเดินทางกลับบ้านเดิมของมารด ********* หลินเจียอีลืมตาตื่นขึ้นมาในสภาพบ้านที่ไม่คุ้นชิน เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้ได้เข้ารักษาตัวจากอาการติดเชื้อโรคระบาดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เหตุใดถึงมาโผล่ในบ้านทรงโบราณ รอบกายเธอเต็มไปด้วยผู้คนแต่งตัวล้าสมัย ต่อมาเธอค้นพบว่าตนเองได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ 14 ซึ่งมีชื่อเดียวกันกับเธอ แต่ชะตากรรมของเด็กสาวผู้นี้ช่างน่าสงสารนัก บิดาเพิ่งลาโลก แม่โดนฮุบสมบัติแล้วถูกขับไล่ออกจากตระกูล ต้องระหกระเหินพาเจ้าของร่างที่ถูกทุบตีจนสิ้นใจระหว่างทางกลับมาบ้านเดิมที่แสนยากจนข้นแค้น ****ไม่มีฉากอีโรติก เริ่มล็อกเหรียญตอนที่ 25 ก่อนเข้าไปอ่านเนื้อหานิยายอ่านคำเตือนก่อนนะคะ (สำคัญมาก) 1. กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพให้เกียรตินักเขียนและนักอ่านท่านอื่น หากแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำหยาบคายไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในนิยายหรือมุ่งประเด็นด่าทอนักเขียนเพื่อระบายอารมณ์ ความคิดเห็นจะถูกลบออก!! 2. นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน บุคคลและสถานที่ที่เกิดขึ้นไม่มีอยู่จริงในโลก เนื้อหาในนิยายมีทั้งสมเหตุผลและไม่สมเหตุสมผล บางตอนอาจมีฉากที่รุนแรง (ต่อสู้) โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 3. ตัวละครในนิยายมีทั้งดีและเลวแต่กต่างกันไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ห้ามคัดลอกดัดแปลงแก้ไขนิยายเรื่องนี้ทุกกรณี หน่วยเงินตรา 1000 อีแปะ 1 ตำลึงเงิน หน่วยวัดตวงน้ำหนัก 1 ชั่ง 500 กรัม หน่วยเวลา 1 จิบน้ำชา ระยะเวลาที่สั้นมาก ๆ 1 เค่อ 15 นาที 1 ก้านธูป 30 นาที 1 ชั่วยาม 2 ชั่วโมง 12 ชั่วยาม 24 ชั่วโมง ยามจื่อ 23.00-24.59 ยามโฉ่ว 01.00-02.59 ยามอิ๋น 03.00-04.59 ยามเหม่า 05.00-06.59 ยามเฉิน 07.00-08.59 ยามซื่อ 09.00-10.59 ยามอู่ 11.00-12.59 ยามเว่ย 13.00-14.59 ยามเชิน 15.00.16.59 ยาวโหย่ว 17.00-18.59 ยามชวี 19.00-20.59 ยามห้าย 21.00-22.59
ในวันแต่งงาน เสิ่นเยวียนถูกคู่หมั้นและน้องสาวของเธอทำร้าย และถูกจำคุกเป็นเวลาสามปีด้วยความทุกข์ทรมาน หลังจากได้รับการปล่อยตัวจากคุก น้องสาวผู้ชั่วร้ายได้คุกคามด้วยชีวิตแม่และพยายามให้เธอมอบตัวกับชายชรา อย่างไรก็ตาม เธอได้พบกับเซียวเป่ยหาน ซึ่งเป็นผู้ทรงอิธิพลที่หล่อเหลาและเย็นชาแห่งแห่งสังคมด้านมืด อย่างไม่คาดคิด และชะตากรรมของเธอก็เปลี่ยนไปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ว่าเซียวเป่ยหานจะเย็นชา แต่เขากลับปฏิบัติต่อเสิ่นเยวียนดั่งเป็นสมบัติล้ำค่า นับแต่นั้นมา เธอจัดการคนเสแสร้ง เอาคืนแม่เลี้ยงและไม่ถูกกลั่นแกล้งอีกต่อไป
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY