ความชื่นชอบในเรื่องเพศของคนไม่เหมือนกัน.. บางคนชอบแบบเรียบง่าย บางคนชอบแบบโลดโผน จึงคิดค้นหาวิธีเพื่อให้ตัวเองมีความสุขในแบบที่ตัวเองต้องการ..
ความชื่นชอบในเรื่องเพศของคนไม่เหมือนกัน.. บางคนชอบแบบเรียบง่าย บางคนชอบแบบโลดโผน จึงคิดค้นหาวิธีเพื่อให้ตัวเองมีความสุขในแบบที่ตัวเองต้องการ..
ท่ามกลางความวุ่นวายในเมืองหลวง มีผัวเมียคู่หนึ่งทำธุรกิจขายส่งมานาน จนประสบความสำเร็จ มีเงินเก็บอยู่พอสมควร แต่รู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตที่เป็นแสนจะวุ่นวายในธุรกิจนี้ จึงคิดจะเปลี่ยนแปลงชีวิต โดยการย้ายที่อยู่ ไปหากินที่ต่างจังหวัด
เป้าหมายของผัวเมียคู่นี้คือ ไปซื้อบ้านที่ห่างจากตัวอำเภอ แต่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น เพื่อจะเปิดร้านโชห่วย และออกเงินกู้บ้างเล็กๆน้อยๆ เพราะถ้าเปิดร้านในตัวอำเภอ อาจต้องแข่งขันกับร้านสะดวกซื้อซึ่งเป็นทุนใหญ่ และคงจะสู้เขาไม่ได้
ผัวเมียคู่นี้มีความคิดอยากใช้ชีวิตพอเพียง เรียบง่าย ไม่วุ่นวาย และการได้อยู่ต่างจังหวัด มลพิษทางอากาศจะดีกว่าเมืองหลวง ทิวทัศน์ก็สวยงาม และคิดว่าผู้คนมีน้ำใจ ไม่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเหมือนที่เคยเจอมา
เมื่อตัดสินใจดีแล้ว ผัวเมียคู่นี้จึงพากันขายทรัพย์สินที่กรุงเทพฯ แล้วย้ายไปอยู่อำเภอหนึ่งในจังหวัดสระบุรี เพราะใกล้กรุงเทพฯ สะดวกในการเดินทางมาซื้อของไปขาย
คนเป็นผัวชื่อนายโน๊ต อายุ 42 ปี รูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาว หน้าตาหล่อคม ส่วนคนเป็นเมียชื่อนางชมพู่ อายุ 36 ปี รูปร่างขาวอวบ หน้าอกใหญ่อย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าออกหมวยๆหน่อย
ทั้งคู่อยู่กันกันมา 7-8 ปี ไม่มีลูก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด ทั้งที่ไม่ได้คุม จึงทำให้การย้ายที่อยู่ไม่ต้องพะวงเรื่องย้ายโรงเรียนลูก
หลังทานอาหารเย็นเสร็จ นายโน๊ตบอกกับเมียว่า
“ชมพู่.. เพื่อนพี่เค้าหาบ้านที่เราต้องการได้แล้วนะ พรุ่งนี้เราไปดูกัน”
“จ้ะพี่โน๊ต พี่จะเดินทางกี่โมงจ๊ะ”
“ว่าจะออกซัก 9 โมงเช้า จะได้มีเวลาเดินดูบรรยากาศรอบๆด้วย ว่าเราจะค้าขายไหวมั้ย”
นางชมพู่พยักหน้ารับรู้ แล้วทั้งสองก็ช่วยกันเก็บจานล้าง ก่อนจะอาบน้ำและขึ้นนอน
......................
9 โมงเช้า นายโน๊ตกับนางชมพู่ขับรถไปที่บ้านหลังหนึ่งที่ห่างจากตัวอำเภอในจังหวัดสระบุรีพอสมควร เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ชั้นล่างมีพื้นที่สำหรับขายของ ส่วนด้านบนเป็นที่พักอาศัย หลังบ้านมีลำคลองและมีพื้นที่ปลูกผักสวนครัว เนื้อที่กว้างพอสมควร
“ดีจัง มีพื้นที่กว้างขวาง ชมพู่อยากปลูกสวนเล็กๆด้วย จะได้สดชื่น”
“อืม.. พี่ชอบที่นี่นะ พี่ตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้แหละ.. ชมพู่เห็นด้วยมั้ย”
“เห็นด้วยจ้ะ.. รอบๆบ้านหลังนี้ก็มีคนอาศัยอยู่เยอะ ร้านขายของชำที่เราจะเปิดคงจะขายดีนะจ๊ะ”
“พี่ก็ว่าอย่างนั้น ตกลงพี่จะไปทำสัญญาซื้อขายกับเจ้าของเก่าเลยนะ”
“จ้ะพี่”
แล้วนายโน๊ตและนางชมพู่ทำเรื่องซื้อขายบ้านกับเจ้าของเก่าที่กรมที่ดินเรียบร้อย ทั้งสองช่วยกันซื้อเฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ มาช่วยกันตกแต่งเป็นร้านขายของชำและที่พักอาศัย
ผ่านไปไม่ถึง 1 เดือนทุกอย่างก็เรียบร้อย ร้านขายของชำพร้อมเปิดให้บริการ เพื่อนบ้านในละแวกนั้นต่างเข้ามาทำความรู้จักนายโน๊ตและนางชมพู่ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใหม่ และดีใจที่มีร้านขายของชำมาเปิดใกล้บ้าน ทำให้สะดวกต่อการเดินทางเพื่อซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค
“ดีจังเลย มีร้านมาเปิดใกล้บ้าน อย่างนี้เราไม่ต้องเข้าเมืองซื้อของตุนแล้ว”
ชาวบ้านแถวละแวกนั้นต่างก็ยินดีปรีดาที่มีร้านโชห่วยมาเปิดใกล้บ้าน หลายบ้านแวะเวียนมาทำความรู้จักกับนายโน๊ตและนางชมพู่ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใหม่ สร้างความดีใจให้กับผัวเมียเจ้าของร้าน เพราะมองเห็นผลกำไรในวันข้างหน้า
“อยากได้สินค้าอะไร สอบถามได้นะครับ ผมชื่อโน๊ต และนี่ชมพู่ ภรรยาผม ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
เป็นคำกล่าวที่นายโน๊ตบอกกับชาวบ้านที่เดินผ่านหน้าร้าน เป็นการผูกมิตรไมตรีกับเพื่อนบ้าน เพื่อผลทางการค้าในอนาคต
……………………..
หลังจากเปิดร้านได้ 1 เดือน นายโน๊ตและนางชมพู่ก็ได้รู้จักผู้คนมากมาย ที่แวะเวียนกันมาซื้อของ.. สังคมต่างจังหวัด พอซื้อของเสร็จก็ชวนกันคุยนั่นคุยนี่ จนเกิดความสนิทสนมมากขึ้นเรื่อยๆ
เพื่อนบ้านบางคนไม่ได้มาซื้อของ แต่มานั่งปรับทุกข์บ้าง ระบายความในใจบ้าง ปัญหาในครอบครัวบ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของชาวบ้านในละแวกนั้น..
วันนี้นายโน๊ตมีธุระ ไม่ได้อยู่ขายของที่ร้าน เพราะต้องพาแม่ที่อยู่อีกจังหวัดหนึ่งไปหาหมอ ตามที่หมอนัด..
หลังจากเปิดร้านเรียบร้อย นายโน๊ตบอกกับนางชมพู่เมียรักว่า
“วันนี้พี่จะไปหาแม่ พาแม่ไปหาหมอ แล้วค้างที่บ้านแม่หนึ่งคืน ชมพู่อยู่เฝ้าร้านคนเดียวนะ มีอะไรก็โทรมาหาพี่ได้ตลอดเวลา”
“จ้ะพี่โน๊ต ไปเถอะจ้ะ ไม่ต้องห่วง ชมพู่จะดูร้านเอง”
พูดจบนายโน๊ตก็เดินไปขึ้นรถ แล้วขับออกไป.. นางชมพู่ก็จัดข้าวจัดของที่ร้านให้ดูเป็นระเบียบ แล้วเตรียมขายของ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
มีชาวบ้านละแวกใกล้เคียงเดินมาทักทาย บ้างก็มาซื้อของ บ้างก็มาก็ชวนคุย ทำให้นางชมพู่ไม่รู้สึกเหงา เพราะมีแต่เพื่อนบ้านดีๆ
บางรายที่สนิทกันหน่อย พอรู้ว่าที่ร้านมีการออกเงินกู้ด้วย ก็มีการมาขอกู้เงิน แล้วคิดดอกเบี้ยกันไป ยิ่งทำให้นายโน๊ตกับนางชมพู่มีความสนิทสนมกับเพื่อนบ้านมากขึ้น
การออกเงินกู้ของนายโน๊ตไม่ได้คิดดอกเบี้ยแพงมาก ร้อยละห้าต่อเดือน ถือว่ากำลังดี จึงมีชาวบ้านที่มีปัญหาเรื่องเงินเข้ามาขอกู้กันไม่ขาดสาย ทำให้นายโน๊ตและนางชมพู่มีรายได้อีกทางหนึ่ง
หมอทำเสน่ห์ที่เป็นผู้หญิง ทั้งสาวและสวย จะสามารถทำเสน่ห์ได้จริงหรือ.. หรือมีอย่างอื่นแอบแฝง หาคำตอบได้ใน.. หมอเสน่ห์สาวฉาวรัก
หมวยเป็นสาวสวยสุดเซ็กซี่ มีผัวแล้ว แต่รายได้ไม่พอใช้ จึงขายขนมหวานหน้าบ้าน เพื่อหารายได้ช่วยผัวอีกทางหนึ่ง.. ความที่หมวยมีรูปร่างหน้าตายั่วยวน และชอบแต่งตัวโชว์เนื้อหนังมังสา ทำให้มีลูกค้าผู้ชายแวะเวียนมาอุดหนุนไม่ขาดสาย.. และแล้วก็มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น.. นายหมวยได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต.. สำคัญที่สุดคือ..ผัวที่ไม่ค่อยทำการบ้าน กลับมาลุ่มหลงเธออย่างโงหัวไม่ขึ้น..
เมียเพื่อนที่สนิทกันมาก บ้านอยู่ใกล้กัน เห็นหน้ากันเกือบทุกวัน ความใกล้ชิด สนิทสนม และเป็นกันเอง อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นได้
อาจารย์เรืองได้เปิดสำนักหมอเสน่ห์ และตั้งตนเป็นหมอเสน่ห์... ผู้ที่มาหามักจะโดนเล่ห์เหลี่ยมอันแยบยลของหมอเสน่ห์หลอกละเมิดทางเพศเกือบทั้งสิ้น... เรื่องจะได้ผลหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับบุญกรรมของแต่ละคน
ฉันได้มีโอกาสเล่นเกมสวิงอีกครั้งหนึ่ง... ยอมรับเลยว่าครั้งนี้สนุกกว่าทุกครั้ง... เพราะรอบนี้พี่วิทย์คนคิดเกม... และที่สำคัญ มีสามีภรรยาชาวต่างชาติคู่ใหม่มาร่วมด้วย... โดยเฉพาะสามีของคู่ใหม่ เพียงแค่เห็นครั้งแรกฉันก็แอบหลงใหลจนสุดหัวใจ...
ฉันแอบปลื้มหนุ่มหล่อข้างบ้านมานาน... แต่ก็ได้แค่มอง เพราะทั้งฉันและเขาต่างมีคู่ของตัวเองอยู่แล้ว.. อยู่ๆ ก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อคู่ฉันและคู่เขาได้มาร่วมเต้นแอโรบิค ความเร้าใจจึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเหลือเชื่อ...
เซียวหลิ่นตาบอดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ลูกสาวคนรวยทุกคนต่างหลีกเลี่ยงเขา มีแต่สวี่โยวหรานยอมแต่งงานกับเขาโดยไม่ลังเล สามปีต่อมา เซียวหลิ่นกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง จากนั้รเขา็ยื่นข้อตกลงการหย่าเพื่อยุติการแต่งงานนี้ เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า "ฉันพลาดกับชิงชิงมานนานมากพอแล้ว ฉันไม่อยากให้เธอต้องรอนานกว่านี้!" สวี่โยวหรานลงนามในข้อตกลงการหย่าโดยไม่ลังเล ทุกคนต่างก็หัวเราะเยาะเธอตลอด - หัวเราะเยาะว่าที่เธอแต่งเข้าตระกูลเซียวถือว่าเกาะผู้มีอิทธิพลเข้า จากนั้นก็มาหัวเราะเยาะเธอที่ถูกทอดทิ้ง เป็นหญิงที่ไร้ค่า แต่ทุกคนกลับไม่รู้ว่า เธอคือหมออัศจรรย์ที่รักษาดวงตาของเซียวหลิ่นให้หายดี เป็นผู้ออกแบบเครื่องประดับมูลค่าหลักร้อยล้าน ผู้เป็นมือหนึ่งแห่งหุ้นที่ครองตลาดหุ้น และแม้แต่แฮกเกอร์ระดับแนวหน้าและลูกสาวแท้ๆ ของผู้มีอิทธิพล อดีตสามีมาขอร้องขอคืนดี ซีอีโอผู้เผด็จการก็โยนเซียวหลิ่นออกไปนอกประตูอย่างเย็นชา "ดูดีๆ นี่ภรรยาของผม"
ลู่หมิงเยว่ถูกแฟนนอกใจ และยังโดนดูถูกว่าเธอแค่ดีแต่หน้าตา ด้วยความโกรธ ลู่หมิงเยว่ใช้เสน่ห์ของเธอไปมีความสัมพันธ์กับเยี่ยนเฉิงจือประธานบริษัท แต่เธอกล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับ หลังจากเสร็จธุระนั้นเธอก็หนีไปเงียบๆ และยังเข้าใจผิดว่าคนในคืนนั้นคือเพลย์บอย เสิ่นเว่ยตง ทำให้เยี่ยนเฉิงจือเข้าใจผิดว่าเธอชอบคนอื่น เขาเลยแอบอิจฉาและหึงหวงอยู่เงียบๆ มานาน
ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?
ทุกคนต่างรู้ดีว่าเจียงว่านหนิงรักเย่เชินมานานหลายปี เธอที่มักจะว่านอนสอนง่ายและน่ารักเสมอ ได้สักลายเพื่อเขาและยอมทนอยู่ใต้อำนาจผู้อื่น เมื่อเธอถูกทุกคนใส่ร้ายจนโดนตำหนิ เขากลับนิ่งเฉยและยังถึงขั้นให้เธอคุกเข่าให้แฟนเก่าของเขาอีกด้วย เธอที่รู้สึกอับอาย ในที่สุดก็หมดหวัง หลังจากยกเลิกการหมั้น เธอก็หันไปแต่งงานกับทายาทพันล้านทันที คืนนั้นเอง ใบทะเบียนสมรสของทั้งคู่ก็กลายเป็นข่าวฮิตบนโลกออนไลน์ เย่เชินที่เคยคิดว่าตัวเองเก่งกาจที่สุดก็เริ่มวิตกและพูดออกมาด้วยความโกรธว่า "อย่าเพ้อฝันไปเลย นายคิดว่าเธอรักนายจริงๆ งั้นเหรอ เธอแค่ต้องการใช้พลังอำนาจของตระกูลฟู่เพื่อแก้แค้นฉันเท่านั้นเอง" ฟู่จิงเซินจูบหญิงสาวในอ้อมกอดและตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจว่า "แล้วจะเป็นไรไปล่ะ ก็พอดีว่าฉันมีทั้งเงินและอำนาจนี่"
ทุกคนรู้ดีว่า บุตรีคนโตที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในจวนโหวอันติ้งแห่งเมืองหลวง ทำให้แม่แท้ๆ ของตนต้องเสียชีวิต เป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นตัวโชคร้าย ก่อนแต่งงานก็ทำให้แม่เลี้ยงฝันร้ายอยู่หลายวัน ออกเดินทางไปทำบุญนอกเมืองก็ถูกโจรจับตัวไป แต่ใครจะคิดว่าโชคร้ายกลับกลายเป็นโชคดี นางเปลี่ยนนิสัยไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไปที่แท้ซูชิงซวู่ ผู้สุดยอดสายลับที่ทะลุมิติมาเผชิญกับพ่อที่เย็นชา แม่เลี้ยงที่ชั่วร้าย คู่หมั้นที่นอกใจน้องสาวต่างแม่ แต่ไม่เป็นไร คอยดูว่าเธอจะจัดการพวกชั่วช้า และเอาคืนทุกอย่าง ทว่าทำไมท่านอ๋องผู้นั้นถึงมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ นั่นล่ะเผ่ยเสวียนจู: บุญคุณที่ช่วยชีวิต ไม่มีสิ่งใดตอบแทนได้ นอกจากเอาตัวไปแลก
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY