"เมื่อวิศวกรสาวปากแจ๋วทะลุมิติมาเป็นหญิงรับใช้ แถมดันหวั่นไหวกับคุณชายสุดหล่อแห่งยุคจีนโบราณ!" งานนี้จากปากแจ๋ว จะกลายเป็นหวานเจี๊ยบหรือไม่?
"เมื่อวิศวกรสาวปากแจ๋วทะลุมิติมาเป็นหญิงรับใช้ แถมดันหวั่นไหวกับคุณชายสุดหล่อแห่งยุคจีนโบราณ!" งานนี้จากปากแจ๋ว จะกลายเป็นหวานเจี๊ยบหรือไม่?
เสียงฮัมเพลงในห้องเซิร์ฟเวอร์อย่างสบายใจดังขึ้นหลังจากผ่านช่วงพักเที่ยงในบริษัทข้ามชาติซอฟต์แวร์สัญชาติจีน
ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง เสียงเพราะใสแจ๋วนั่นเป็นของ 'รัชธิดา สิริธารา' หรือที่ทุกคนเรียกเธอว่า 'ผิง' สาวสวยหมวยน่ารัก
ที่สุดในทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ สาวผมยาวสีดำขลับในวัยเพียง 26 ปี ทำงานเก่ง IQ สูง ได้โปรโมตเร็วกว่าเพื่อนวิศวะ
ซอฟต์แวร์ที่เป็นผู้ชายทุกคนในวัยเดียวกัน
"ไอผิง...นี่แกรีบกินข้าวแล้วรีบกลับมาทำงานเอาหน้าอีกแล้วใช่ไหมว่ะ?" ชายร่างสันทัดผิวเข้มชื่อ 'โจ' เอ่ยแซะ
"บ้า!...ฉันเก่งกว่าแกตั้งเยอะแถมทำงานก็เร็วกว่า...ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำงานเอาหน้าโว้ย!" เธอละจากหน้าจอ
คอมพิวเตอร์แล้วหันไปทำตาขวางใส่โจ
"เออ...อิผิงนี่...กูว่ามึงสวยนะเพราะทั้งทีมก็มีมึงเป็นผู้หญิงอยู่คนเดียวแต่ทำไม...มึงถึงยังไม่มีแฟนว่ะ?" ชายในชุด
ทำงานเสื้อเชิ้ตสีขาวล้วงกระเป๋ากางเกงพูดด้วยน้ำเสียงกวนตีน
"โห...พี่มานพ...ใครจะไปเอามัน...มันปากแจ๋วยิ่งกว่าอะไรดี" โจพูดเสริม
"ทำไม...การที่ฉันเก่งฉันปากแจ๋วมันไปหนักหัวใครไม่ทราบคะ?" สาวหมวยปากแดงหันไปจิ๊ปากใส่เพื่อนร่วมทีม
"นี่ทุกคน...เดี๋ยวบ่ายสองมีประชุมด่วนนะ" พี่หัวหน้าทีมชื่อ 'ศักดิ์' เดินเข้ามาแจ้งข่าวให้ทุกคนในทีมรู้
"ใกล้จะสิ้นปีแล้ว...หรือจะประกาศเรื่องโบนัส...หรือจะเรื่องโปรโมตคะพี่ศักดิ์?" ผิงทำหน้าสงสัยหันไปถามพี่
หัวหน้าทีมที่มีครอบครัวแล้ว
"พี่ก็ไม่แน่ใจนะ...รู้สึกจะคัดเลือกอะไรบางอย่างนี่แหละ..."
"โห...พี่...ถ้าเป็นเรื่องคัดเลือกเดี๋ยวไอผิงก็ได้ตัดหน้าพวกเราไปอีก...เหม็นว่ะ" มานพทำหน้าไม่พอใจ
"เอาน่าพี่มานพ...ใจเย็นๆ...อาจเป็นเรื่องอื่นก็ได้...ฮ่าๆ" โจตอบแซวอย่างที่ไม่อยากให้บรรยากาศในทีมไม่ดี
"ยังไงก็แล้วแต่...นายอาจจะอยากถามเรื่องความคืบหน้าเรื่องซอฟต์แวร์เกมตัวใหม่ที่ทีมของเรากับทีมของโชค
กำลังพัฒนาแข่งกันก็ได้ว่าของใครมีแนวโน้มจะสำเร็จมากกว่ากัน" พี่หัวหน้าทีมเอามือเท้าโต๊ะทำงานก่อนพูด
ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ครับผม...ยังไงพวกเราจะเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าประชุมครับพี่ศักดิ์" มานพทำมือตะเบ๊ะด้วยความมั่นใจ
"เอาหน้าให้มันน้อยๆ หน่อยพี่...ใครๆ ก็รู้ว่าโปรเจคนี้หนูรู้ดีกว่าใครและคนที่จะนำเสนอถ้านายถามถึงก็คือหนูอยู่ดี"
ผิงยิ้มกว้างพร้อมขยิบตาให้พี่มานพ
"เออๆ อย่าปากดีให้มาก...มีไรก็ต้องช่วยๆ กันดิวะ...เรามันทีมเดียวกันนี่...ฮ่าๆ" มานพหัวเราะเสียงดัง ก่อนที่ทั้ง
สามต่างแยกย้ายไปจดจ่ออยู่กับงานหน้าโต๊ะคอมของตัวเอง
"อ่า...เมื่อยจัง" ผิงพึมพรำก่อนที่จะลุกขึ้นบิดขี้เกียจ เธอเหลือบตาดูนาฬิกาข้อมือซึ่งแสดงเวลา 13.45 น.
"ไปดื่มกาแฟแก้ง่วงสักหน่อยก่อนจะไปเข้าประชุมแล้วกัน" เธอตัดสินก่อนที่จะเดินผ่านโต๊ะของโจไป
"อ้าว...ไอผิงแกจะไปไหนวะ?" โจเกาหัวสงสัยเลยถามออกไป
"ไปที่ชอบๆ ...โอเค๊" เธอทำมือเป็นรูปโอเคสื่อว่าไม่ต้องมาเสือก
"ไอ้บ้านี่...ฉันอุตส่าห์ถามดีๆ" โจมองค้อนตามหลังผิงไป
กลิ่นกาแฟเอสเปสโซ่หอมฟุ้งไปทั่วบริเวณเครื่องดื่มบริการตัวเองซึ่งเป็นสวัสดิการของพนักงาน ผิงค่อยๆ
ละเลียดจิบกาแฟอย่างช้าๆ เพราะมันยังร้อนอยู่พลางครุ่นคิดว่าอนาคตในสายงานที่เธอทำอยู่จะพาเธอไปได้ไกล
แค่ไหน เธอรู้ดีว่าเธอมีจุดแข็งที่ตรงไหนและจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุงคืออะไร...
"ผิง!" เสียงดังกังวานมาจากทางข้างหลังเธอ ทำให้เธอสะดุ้งแล้วหันไปตามเสียงที่เรียกชื่อเธอ
"มีอะไรโชค...เรียกซะฉันตกใจหมดเลย" ผิงหน้าตาตื่นไม่รู้ว่าเป็นเพราะกาแฟหรือเพราะเสียงเรียกเมื่อกี้กันแน่
"นายมีเรียกประชุมหนิ...ทีมเธอก็ต้องเข้าร่วมประชุมด้วยใช่ไหม?" โชคจ้องหน้าเธอตาไม่กะพริบ
"อือ...ใช่...ทำไมหรอ?" ผิงทำหน้างงเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร
"เปล่า...ฉันก็หวังแค่ว่าเธอจะไม่ยอมแพ้นะ..." โชคเดินเข้ามาใกล้แล้วก็ตบบ่าเธอเบาๆ พร้อมกระซิบว่า
"เพราะทีมของเธอ...ห่วยไง" แล้วก็เดินจากไป
ผิงนิ่งไปชั่วครู่ก่อนได้สติหลังจากที่สมองประมวลคำด่าเสร็จ "ไอเ_ยโชคเอ้ย...ถึงแกจะชื่อโชคแต่วันนี้ฉันจะทำ
ให้แกสิ้นโชคแน่ๆ" เธอหน้าแดงก่ำพร้อมกำมือด้วยความโกรธ
"อิผิง...แกอยู่นี่เอง...ถึงเวลาเข้าประชุมแล้วนะโว้ย...รีบไปกันเร็ว" โจปาดเหงื่อพร้อมเข้ามาดึงแขนผิงไป
"โทษทีแก...เดี๋ยวฉันไปหยิบแฟ้มแล้วเจอกันที่ห้องประชุมนะ" ผิงบอกโจเสร็จก็รีบเดินไปเอาแฟ้มที่โต๊ะของเธอ
...
"เอาละดีมาก...ทุกคนมาครบกันหมดแล้วใช่ไหม?" ชายร่างอ้วนท่วมหัวล้านในชุดสูทสีดำนั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยถาม
เสียงดังฟังชัด
"ครับๆ/ค่ะ" เสียงตอบรับดังครับท่วมท้น เหลือเพียงเสียงค่ะเบาๆ จากสาวสวยหน้าหมวยเป็นเอกลักษณ์จนนายใหญ่
ต้องหันไปมองตามเสียงค่ะนั้น
"อืม...ใช่...ผมได้ยินมาว่ามีผู้หญิงเก่งคนหนึ่งในทีมพัฒนาซอฟต์แวร์คือเธอเองสินะ..." เขาขยับแว่นเพื่อที่จะมอง
หน้าเธอให้ชัดๆ
"ค่ะนาย...ดิฉันชื่อรัชธิดาค่ะ" สาวผิวขาวหน้าตาจิ้มลิ้มตอบเสียงใส
"โอเค...งั้นผมเข้าเรื่องเลยนะ...คือบริษัทแม่ที่เมืองก่วงโจวต้องการให้ผมคัดเลือกพนักงานที่มีแววไปเรียนรู้งาน
ระบบซอฟต์แวร์เกมใหม่ล่าสุดจากที่นั่น..."
เสียงฮือฮาอื้ออึงดังขึ้นในห้องประชุมทุกคนต่างหันหน้าคุยกันด้วยความตื่นเต้น
"อ่ะเดี๋ยวฟังผมให้จบก่อน...คือมันเป็นโปรเจคที่ด่วนมากคือต้องบินไปภายในอีก 2 วันเลยและต้องอยู่เรียนรู้
งาน 1 เดือน ทางนู้นเสนอจะให้เงินเดือนเพิ่ม 3 เท่า แต่เขาขอคนที่ยังไม่มีครอบครัวไม่มีภาระอะไรแถมยังต้อง
ได้ภาษาจีนพื้นฐานด้วย..."
เสียงโหร้องโอดโอยดังระงม หลายคนมีสีหน้าผิดหวังเพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ เพราะเผลอๆ ถ้าใคร
ได้ไปแล้วทำผลงานได้ดีการเลื่อนตำแหน่งไปเป็นหัวหน้าฝ่ายก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
"ไหนใครคิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติครบบ้าง...ยกมือขึ้น" นายใหญ่ทำท่ายกมือแล้วกวาดสายตาไปรอบห้อง
"ห้ะ...ไม่มีใครยกมือเลย...นี่พวกคุณไม่มีใครรู้พื้นฐานภาษาจีนเลยหรอ...แล้วสอบผ่านเข้ามาทำงานบริษัท
สัญชาติจีนนี่ได้ไง" ชายวัย 50 ที่นั่งหัวโต๊ะทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
"โห่...นายครับ...ที่นั่งอยู่นี่เป็นวิศวกรซอฟต์แวร์กันทั้งนั้นนะครับ...ทำงานกับโค้ดไม่ได้พูดหรือสื่อสารกับคน
เลยครับ" พี่ศักดิ์หัวหน้าทีมเป็นหน่วยกล้าตายพูดอธิบายออกมา...ทุกคนที่นั่งฟังต่างพยักหน้าเห็นด้วยกันงึกๆ
"เดี๋ยวก่อนค่ะ..." สาวสวยหนึ่งเดียวในที่ประชุมพูดขัดขึ้น
"คุณมีอะไร...ไหนว่ามาสิ" นายใหญ่เอ่ยทัก ก่อนที่ดวงตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่ผิงคนเดียว
"ดิฉันคิดว่าดิฉันมีคุณสมบัติครบค่ะนาย...ทั้งจากผลงานที่ผ่านมา...และตอนนี้ไม่มีภาระ...แถมดิฉันยังได้
ภาษาจีนพื้นฐานด้วยค่ะ" เธอเสยผมเชิดหน้าตอบแบบมั่นๆ
ชายทั้งห้องต่างทำตาโตอ้าปากค้าง... "ห้ะ...ยัยผิงนี่นะ" ชายจากทีมของโชคคนหนึ่งเอ่ยขึ้นก่อนหันไปซุบซิบ
กับโชคซึ่งตอนนี้มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
"ทุกคนละว่าไง...แต่ก็คงช่วยไม่ได้งั้นผมคงต้องส่งคุณรัชธิดาไปคนเดียว" เขาพูดจบพร้อมเขียนชื่อรัชธิดาใส่ลง
ในเอกสารที่เตรียมมาก่อนที่จะส่งสัญญาณว่าเลิกประชุม
"โห่อะไรวะ...ไอส้มหล่นเอ้ย" โชคตะโกนไล่หลังผิงมาติดๆ
"ก็ใครเสือกไม่เตรียมตัวมาให้ดีละวะ ช่วยไม่ได้...ภาษาจีนพื้นฐานเอง...มันก็ควรต้องรู้ไว้นะไอ้น้อง" ผิงตอกกลับ
อย่างซะใจ
"ฝากไว้ก่อนเถอะ!" โชคชูนิ้วกลางแล้วรีบเดินจากไป
"ไอพวกแพ้แล้วพาลเอ้ย" ผิงขำคิกคัก
"ยินดีด้วยนะผิง...ยังไงก็อย่าลืมพี่ละ...มีข้อมูลอะไรดีๆ ก็กลับมาอัปเดตให้ด้วยนะ" พี่ศักดิ์ยิ้มหวานชมไม่ขาดปาก
"ค่า...พี่หัวหน้าทีม"
"อ่ะ น้องผิงคนสวยยังงี้ต้องมาเลี้ยงเหล้าพวกเราก่อนไปแล้วไหม" มานพแกล้งเร้าแหย่เธอ
"ใช่ๆ เลย ผิง...เลี้ยงพี่มานพกับเราด้วยเลย ฮ่าๆ" โจหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ
"ไปเลี้ยงกันเองสิ...ไอพวกบ้าผู้หญิง...ครั้งที่แล้วพอเหล้าเข้าปากก็ก่อเรื่องไว้จำไม่ได้หรอ?" ผิงทำหน้าดุ
พร้อมด่าไม่ยั้ง
"เออๆ ไปดีมาดีละกัน" โจแตะไหล่เบาๆ
ผิงรีบเคลียร์งานที่ค้างไว้ในคอมให้เสร็จก่อนส่งไฟล์ให้คนในทีมพร้อมบอกขั้นตอนวิธีลัดต่างๆ ไว้ให้
"อ่ะ...ฉันเคลียร์งานทุกอย่างเสร็จแล้ว...งั้นขอกลับบ้านไปเตรียมตัวไปจีนก่อนนะทุกคน" เธอพูดด้วยความดีใจที่
จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ที่บริษัทแม่ที่จีน
"บายๆ มึงโชคดีละ" โจพูดพร้อมยิ้ม
"โชคดีนะไอน้องหมวยของพี่" มานพขยิบตาให้
"ขอให้ได้สามีเป็นคนจีนนะ จะได้เป็นซ้อรวยๆ ที่นั่นไงไม่ต้องกลับมาทำงานละ ฮ่าๆ" พี่ศักดิ์พูดทีเล่นทีจริง
"โอ๊ยพี่ก็...ขอให้มีแฟนก่อนเถอะ" ผิงยิ้มเขินก่อนรีบเดินออกจากห้องมา
...
ที่ฉันโสดนี่เพราะฉันโสดด้วยความสามารถน้า...
“ถ้าเกลียดฉันจริง... ทำไมตามมาขนาดนี้?” "ในสงครามธุรกิจ ใครแพ้คือผู้ถูกลบ… ในสงครามหัวใจ ใครเผลอคือผู้ถูกครอบครอง" พิมพ์ใจ... CEO สาวผู้ไม่เคยยอมพ่ายแพ้ให้ใคร รัญชน์... นักธุรกิจหญิงที่พร้อมใช้ทุกกลยุทธ์เพื่อครอบครองทุกสิ่ง เมื่อสงครามที่ดินพันล้านระหว่างสองผู้หญิงอันตรายเริ่มต้นขึ้น เรื่องราวไม่จบแค่บนเวทีประมูล แต่ลามไปถึงห้องประชุม, ลิฟต์กระจก, ปาร์ตี้ไฮโซ และแม้กระทั่ง... เตียงของศัตรู! เพราะศัตรูที่น่ากลัวที่สุด... คือศัตรูที่เราห้ามใจไม่ให้หลงใหลไม่ได้!
ชีวิตของเด็กสาววัย 14 จะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อแม่ของเธอได้จากไป ทิ้งเธอไว้กับพ่อเลี้ยงที่จู่ๆ ก็ความจำเสื่อมได้เนี่ย!! เพราะความรักมันไม่เคยจำกัดอายุ... เราจะสามารถตกหลุมรักใครสักคนได้ไหมในเมื่อคนนั้นเหมือนกลายเป็นคนใหม่แม้จะอยู่ในร่างเดิม นิชานาถ เด็กสาววัย 14 จะทำอย่างไรในเมื่อเธอคิดว่าเธอกำลังตกหลุมรักพ่อเลี้ยงของตัวเองซึ่งตอนนี้ เขาความจำเสื่อมไปแล้ว!! เรื่องราวความรักที่เพิ่มดีกรีความ แซ่บบบ แบบไต่ระดับอารมณ์ มี NC จุกๆ
หลังจากภรรยาของประธานฮั่วซื่อกรุ๊ปจากไป มีคนพบว่าเขากลายเป็นคนดี ไม่เจ้าชู้มากใจอีก ใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ด้วยกันกับลูกชาย จนกระทั่งวันหนึ่ง หมอประจำตระกูลที่เขาจ้างมาใหม่มาที่บ้าน “คุณฮั่ว ให้ฉันตรวจดูอาการให้คุณไหมคะ? ” คุณฮั่วมองด้วยใบหน้าที่เล่าลือว่ากลายเป็นคนดีแล้ว และสายตาคมกริบดั่งมีด หมอประจำตระกูลวิ่งหนีไปด้วยความตกใจอย่างรวดเร็ว สองเดือนต่อมา หมอประจำตระกูลเข้ามาครองใจคุณฮั่วได้สำเร็จ “คุณนายฮั่ว คุณทำยังไงให้คุณฮั่วเปิดใจ เดินออกมาจากความคิดถึงภรรยาที่ล่วงลับได้ยังไงเหรอครับ? ” “เฮอะ ๆ ง่ายมาก แต่งงานแล้วได้แถมสองไง! ” เจ้าสาวพูดอย่างไม่พอใจและจับมือเด็กน้อยที่หน้าตาถอดแบบเจ้าบ่าวสองคนออกมา!
หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้
องค์หญิงสิบสามนามหลินฮุ่ยหมินสตรีผู้ที่งดงามโดดเด่นไม่เป็นรองผู้ใดแต่กลับมีฐานะต่ำต้อยในวังหลวงด้วยพระมารดาเสียชีวิตตั้งแต่นางยังเด็ก ท่ามกลางความคับแค้นใจนางยังต้องคำสาปร้ายต้องกลายร่างเป็นสัตว์ทุกคืนวันพระจันทร์เต็มดวง เขาคือ หยางเอ้อหลาง แม่ทัพหนุ่มผู้มีความสามารถรูปโฉมสง่างามและเป็นวีรบุรุษคนสุดท้ายของสกุลหยาง ทั้งยังเป็นที่รักเคารพของชาวเมือง ทว่าด้วยความสามารถและตำแหน่งใหญ่โต ฮ่องเต้มิอาจวางใจจึงได้คิดกำจัดเขาให้พ้นตำแหน่งเสีย โดยมอบสมรสพระราชทานให้หยางเอ้อหลางกับพระธิดาของตน เดิมทีชีวิตของคนสองคนย่อมไม่บรรจบ เมื่อสตรีที่หมายหมั้นกับหยางเอ้อหลางคือองค์หญิงใหญ่ที่ปักใจรักเขาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าเรื่องไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อคนทั้งคู่เกิดอุบัติเหตุจนคนเข้าพิธีสมรสกลายเป็นองค์หญิงสิบสาม ท่ามกลางความหวาดกลัวขององค์หญิงสิบสามที่กลัวความลับจะเปิดเผย ท่ามกลางหยางเอ้อหลางที่พยายามพาสกุลหยางให้รอดพ้น ท่ามกลางการแตกหักของความสัมพันธ์พี่น้องที่แสนรักใคร่ระหว่างองค์หญิงใหญ่และองค์หญิงสิบสามเพราะบุรุษเพียงผู้เดียว หลินฮุ่ยหมินจะทำเช่นใด เพื่อจะยุติเรื่องราวน่าเวียนหัวนี้
เพื่อค่ารักษาของพ่อ ฟางจิ้งหร่านยอมแทนที่น้องสาว แต่งงานกับชายผู้เสื่อมเสียชื่อเสียงและหูหนวก คืนแรกของวันแต่งงาน เธอค่อยๆ ถอดชุดทีละชิ้น ด้วยความคาดหวัง... แต่กลับได้ยินเพียงคำเตือนเย็นชาจากเขา "การแต่งงานของเราเป็นแค่สัญญา" อยู่ข้างกายชายเจ้าอารมณ์คนนี้ ฟางจิ้งหร่านต้องระมัดระวังทุกเมื่อ โดยกลัวว่าจะทำเขาไม่พอใจเข้า ทุกคนรอคอยดูเธอเสียหน้า... แต่ใครจะไปคิดว่า สามีคนนี้กลับกลายเป็น"ที่พึ่งที่มั่นคงที่สุด"ของเธอ จนกระทั่งวันที่สัญญาครบกำหนด ฟางจิ้งหร่านถือกระเป๋าเตรียมตัวจะจากไป... ชายคนนั้นกลับมีดวงตาแดงก่ำ กระซิบขอร้องว่า "อย่าไป..."
ซ่งจิ่งถังรักฮั่วอวิ๋นเซินอย่างลึกซึ้งนานถึงสิบห้าปี แต่ในวันที่เธอคลอดลูกกลับตกอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ฮั่วอวิ๋นเซินกระซิบข้างหูเธออย่างอ่อนโยนว่า "ถังถัง อย่าฟื้นขึ้นมาอีกเลย สำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" ซ่งจิ่งถังเคยคิดว่าสามีของเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักใคร่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเขามีแต่ความเกลียดชังและใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น และลูกๆ ที่เธอเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด กลับเรียกหญิงสาวคนอื่นว่า 'แม่' ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อหน้าที่เตียงคนไข้ของเธอ เมื่อซ่งจิ่งถังฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือการตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดขาด! แต่หลังจากหย่าแล้ว ฮั่วอวิ๋นเซินจึงเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยเงาของซ่งจิ่งถัง หญิงคนนี้กลายเป็นความเคยชินของเขา เมื่อพบกันอีกครั้ง ซ่งจิ่งถังปรากฏตัวในที่ประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันมามอง หญิงคนนี้ที่เคยมีแต่เขาในใจ บัดนี้กลับไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ฮั่วอวิ๋นเซินคิดว่าเธอแค่ยังโกรธอยู่ ถ้าเขาเอ่ยปากพูดนิดหน่อย ซ่งจิ่งถังจะต้องกลับไปหาเขาแน่นอน เพราะเธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ต่อมา ในงานหมั้นของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเพ่ย เขาเห็นซ่งจิ่งถังสวมชุดแต่งงานหรูหรา ยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและกอดแน่นเพ่ยตู้พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ฮั่วอวิ๋นเซินอิจฉาจนแทบคลั่ง เขาตาแดงก่ำและบีบแก้วจนแตก เลือดไหลไม่หยุด...
อดีตชาตินางถูกฝังทั้งเป็นพร้อมคนรักและคำภีร์อมตะ เพราะความโง่เขลาเบาปัญญาทำให้จ้าวเทียนอี้ คนรักของนางต้องพบจุดจบอย่างน่าเวทนา หวังฟางเซียนจึงถูกคัมภีร์อมตะให้ย้อนกลับไปในอดีตชาติตัวเอง จางลี่เซียนหรือพระสนมเอกเจาอี๋ ของถังเสวียนจงฮ่องเต้คือชาติอดีตของเธอ ความรัก ความแค้น สงครามริษยาและแรงอาฆาต พลันห้วนกลับคืนมาอีกครั้ง
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY