ปัญญารัตน์กำแท่งตรวจการตั้งครรภ์ในกระเป๋าไว้จนเหงื่อชุ่มเต็มมือ วันนี้เธอมาเพื่อบอกเขาว่า ท้อง แต่นายแพทย์อนลกลับเอ่ยปาก บอกเลิกความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน เพื่อกลับไปคบกับแฟนเก่าของเขาที่กำลังย้อนกลับมาคบกันอีกครั้ง
ปัญญารัตน์กำแท่งตรวจการตั้งครรภ์ในกระเป๋าไว้จนเหงื่อชุ่มเต็มมือ วันนี้เธอมาเพื่อบอกเขาว่า ท้อง แต่นายแพทย์อนลกลับเอ่ยปาก บอกเลิกความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน เพื่อกลับไปคบกับแฟนเก่าของเขาที่กำลังย้อนกลับมาคบกันอีกครั้ง
“กองแพง แพงเอ๊ย หนูลูก อยู่ไหนอะ”
“คะพี่หยาด แพงอยู่นี่ค่ะพี่” เสียงขานรับนุ่มราบเรียบ ฟังรื่นหูตอบออกมาจากด้านหลังชั้นวางของเวชระเบียนคนไข้ ภายในห้องเก็บเอกสาร ที่ด้านหลังสุดของแผนก
‘ปัญญารัตน์’ หญิงสาวเจ้าของชื่อเล่น ‘กองแพง’ ที่ถูกเรียกหา กำลังง่วนอยู่ตรงนั้น หล่อนสาละวนค้นหาเวชระเบียนของคนไข้ที่ขาดการรักษามานานร่วมสี่ปี นานพอ ๆ กับอายุการทำงานของเธอที่ทำงานอยู่ที่นี่เลย แต่แล้วพอลงมือค้นหาเท่าไร ก็หาไม่เจอ
หยาดอรุณเดินเข้ามาตามด้วยตนเอง แล้วบอกอย่างยอมแพ้
“พี่ว่าคงโดนโละทิ้งไปแล้วแหละ เลิกหาเถอะหนู”
“ได้ค่ะพี่” ปัญญารัตน์ตอบรับตามคำขออย่างว่าง่าย
หยาดอรุณมองเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องแล้วนิ่งคิดครู่เดียว ค่อยหยั่งเชิงถาม “เสาร์อาทิตย์นี้ เราอยู่เวรแทนพี่ได้ไหม พอดีว่าพี่ต้องไปดูพ่อที่นครนายก จะไปรับแกมาหาหมอน่ะ แกไม่ค่อยดี”
“ได้ค่ะพี่” ปัญญารัตน์ตอบรับอย่างว่าง่ายอีกครั้ง
หญิงสาวเป็นคนไม่ช่างพูด ออกจะเป็นคนขี้เกรงใจด้วยซ้ำไป แล้วก็ดูจะคล้อยตามคนได้ง่ายดายอีกด้วย
ปัญญารัตน์ทำงานที่โรงพยาบาลในเครือแห่งนี้มานานกว่าสี่ปีแล้ว แต่เหมือนกับว่าเพิ่งเริ่มงานเมื่อวานนี้เอง เพราะใคร ๆ ต่างก็เรียกใช้งานเธอได้แบบไม่ต้องเกรงใจเลยทั้งนั้น และหญิงสาวก็มักจะตอบรับการร้องขอแทบทุกคน โดยไม่เกี่ยงงอน จึงเป็นที่รักของทั้งคนในแผนกเอง รวมถึงแพทย์ พยาบาลและคนจากแผนกอื่นด้วย
‘เด่น’ พนักงานเปลหนุ่มที่มักคิดเข้าข้างตัวเองว่าหน้าตาดี เดินเข้ามาตรงหน้าแผนก เหลียวมองซ้ายมองขวา ไม่เห็นทั้งผู้บริหาร หัวหน้างานและลูกค้าผู้มารับบริการแถวนั้น ก็ปรี่ไปเกาะขอบหน้าต่างของแผนกเวชระเบียน แล้วยื่นหน้าเข้าไปถามที่ในนั้น
“คืนนี้ไปงานกันไหมครับสาว ๆ”
ส้มซ่าตะโกนถามกลับไป “อยากถามใครกันแน่พี่เด่น ระบุชื่อมาเลยดีกว่า”
“ก็ต้องเป็นน้องกองแพงอยู่แล้วสิ ไปไหมครับน้องแพง”
ปัญญารัตน์ส่งยิ้มยังไม่ตอบ เด่นถามเซ้าซี้จนเธอต้องเปิดปากตอบออกว่า ‘ไป’ เบาแสนเบา แต่เด่นก็ยังได้ยิน เห็นทำท่าดีอกดีใจจนเว่อร์แล้วคนในแผนกก็อดหมั่นไส้ไม่ได้
สุมนบ่นขณะเก็บแฟ้มใส่ลงบนรถเข็น เตรียมเอาเข้าชั้น
“เอางบจัดงาน มาเพิ่มเป็นโบนัสให้พนักงานดีไหมอะ ไม่อยากไปกินเลี้ยงเลย อยากได้เงินมากกว่า”
“จริงพี่” ส้มซ่าเห็นด้วย คนอื่น ๆ ได้ยินแต่ไม่กล้าพูดอะไรออกไป
“งั้นก็ไปบอกหมอเหนือเลยสิ โน่นไง หมอเหนือเดินมาพอดีเลย หมอครับ หมอ” เด่นแกล้งส่งเสียงเรียก สาว ๆ ในห้องเวชระเบียนรีบเข้ามาปิดปากเด่น ทั้งส่งเสียงด่าเด่นดังอยู่ภายในห้องนั้น พร้อมด้วยเสียงหัวเราะสนุกสนานของเด่นที่แกล้งสาว ๆ ได้
เมื่อจบคำพูดหยอกล้อของคนในและนอกแผนกแล้ว ปัญญารัตน์ค่อยเงยหน้าขึ้น เพื่อมองตามร่างสูงของนายแพทย์อนลที่ผ่านตาไปพอดี แล้วก้มหน้าลงทำงานต่อ
จวบจนสองทุ่มเศษ เธอรอเก็บงานในแผนกจนเรียบร้อยค่อยรั้งท้ายไปพร้อมกับคนอื่น ๆ ในแผนกเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงที่จัดตรงดาดฟ้าชั้นสิบ เธอทำงานที่นี่ตั้งแต่ตอนเรียนจบใหม่ แล้วก็ได้รู้จักกับเขาคนนั้น ในคืนงานเลี้ยงสิ้นปีแบบงานนี้เมื่อสามปีก่อน
งานเลี้ยงสิ้นปีสำหรับพนักงาน ยังคงจัดแบบเดิม แต่เปลี่ยนธีมงานใหม่ทุกปี และปีนี้เธออยู่นานไม่ได้ เพราะได้รับข้อความจากเขาเมื่อตอนหัวค่ำ
‘ห้าทุ่มดึกไปไหม’
‘ไม่ค่ะ’
‘ผมรอที่เดิม ห้องเดิม’
ภาวรีแหงนหน้าขึ้นแล้วยิ้มกวนโมโหใส่หน้าเขา "มาขวางทำไม เชยไม่สนพี่เขื่อนแล้วนะรู้ไหม ให้หย่าก็ได้เลย ไปเลย เพราะไรรู้มะ เพราะพี่เขื่อนสู้หนุ่ม ๆ ในร้านไม่ได้เลยสักคน ในนั้นถึงใจกว่าพี่เขื่อนตั้งเยอะ" ลัพธวิทย์หรี่ตามอง ถามเสียงเรียบ "ถึงใจแบบไหน" "ใหญ่กว่า อึด แล้วก็เอาเก่งกว่าพี่เขื่อน" ได้ยินเสียงตัวเองพูดจาก๋ากั่นออกไปแบบนั้นแล้วก็ให้ตกใจไม่น้อย พอได้ยินคำตอบของเธอที่หลับตาฟังก็รู้ว่าจงใจพูดจายั่วยุเขา ลัพธวิทย์ก็ค่อยหัวเราะออกมาลั่น พร้อมค่อนแคะกลับไป "น้ำหน้าอย่างเราเนี่ยหรือ กล้านอนกับผู้ชายตามบาร์" ภาวรีหน้าชาเมื่อถูกจับไต๋ได้ว่าโกหก เธอลอยหน้าลอยตาแล้วตอบเขากลับ "ทำไมจะไม่กล้า แม่เปิดห้องให้เชยลองแล้วด้วย หนุ่ม ๆ ในบาร์โฮสต์ทำให้เชยรู้แล้วล่ะว่าของพี่เขื่อนนี่เทียบชั้นกันไม่ติด แบบนั้นน่ะ..." ภาวรีพูดแล้วกวาดตาลงมองอย่างหยามเหยียด บอกต่อจนจบประโยค "น่าจะเอาไว้แค่ฉี่มากกว่านะ"
"ถอดชุดบนตัวเธอออกมาเดี๋ยวนี้!" "หนูทำไม่ได้..." ขวัญลดายังพูดไม่จบดีเลยว่าเธอถอดชุดที่ใส่บนตัวออกไม่ได้เพราะมันรัดมาก ๆ นี่ก็นัดกับออยลี่ ลูกของป้าเนืองไว้แล้วให้มาช่วยถอดชุด ไม่รู้น้องคนที่วานให้ช่วยเหลือจะหลับไปแล้วหรือยัง ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องฉีกมันออกแทนการถอด แต่เจ้าของห้องลับที่ใคร ๆ พูดปากต่อปากกันว่า ห้องนี้ใครเข้ามาแล้วต้องเสว ก็ปราดเข้ามาปล้ำถอดชุดของเธอออกจนหมด แต่เพราะชุดมันรัดมาก ๆ ดลวรัชญ์ลงมือถอดไปก็สบถไปพลางด้วยอาการหัวเสีย "แต่งตัวเชี่ยอะไรวะ รู้ไหมว่ามันรัดหน้าอก รัดโหนกจนเห็นเป็นเนินนูน นึกว่าลานจอดฮอ" พอชุดถูกถอดออกจนหมด ขวัญลดาค่อยหายใจได้ลึกขึ้นจากเดิม นึกขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเธอในครั้งนี้ แม้จะดูเป็นการช่วยที่ไม่ปกตินักก็ตามที "หนูรู้ค่ะ" "รู้แต่ก็ยังใส่" "คุณป้าบอกว่ามันมีชุดเดียว ชุดนี้เมื่อก่อนท่านตัดไว้ให้พี่โรส แต่คุณเล่นพาพี่โรสมานอน หนูก็เลย..." "หึง?" เสียงเข้มถามขัดคำตอบของเธอ ขวัญลดามองเขาแล้วได้แต่ส่ายหน้า เธอยังไม่รู้จักเลยว่า หึง อาการเป็นอย่างไร "ไม่ใช่ค่ะ หนูกำลังอธิบายเรื่องที่ว่าทำไมต้องใส่ชุดนี้" "เธอหึง" คนชอบให้ทุกอย่างหมุนรอบตัวเองอย่างดลวรัชญ์สรุปในสิ่งที่ตัวเองคิดได้ พร้อมด้วยมุมปากที่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะเกร็งมันไว้ให้เหยียดตรงดังเดิม "และเธอเบี่ยงประเด็นนะลดา" "แล้วแต่คุณเลยค่ะ" ขวัญลดาบอกอย่างยอมแพ้ ++++++ เนื้อหานิยายเน้นอ่านเพลิน ๆ ย่อยง่าย ๆ และจบดี แฮปปี้ค่ะ
คำโปรย ปริญญ์เคยบอกว่ารักเธอ แต่เมื่อมีเหตการณ์บางอย่างทำให้ต้องเลิกรากันไป เขาย้อนกลับมาทำดีด้วย และขอเธอแต่งงาน หลังแต่งงานกับจินดาพรรณมาสี่ปี ปริญญ์เที่ยวคบหาผู้หญิงคนใหม่ไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เธออับอาย ... นี่น่ะหรือความรักของเขา ตัวอย่างเนื้อหา "เดี๋ยวดา เรื่องที่เราคุยกันไว้ ดาต้องทบทวนดี ๆ ก่อน..." "พรุ่งนี้เลยปิน พรุ่งนี้ไปเจอกันตามที่ตกลงไว้ได้เลย" ปริญญ์มองเธอนิ่งอยู่เป็นนานสองนาน กว่าจะพูดอะไรได้สักคำหนึ่ง ก็ยากเย็นเต็มที "หรือไม่ ปินว่าเราลอง..." "อย่าเอาแต่พูดหลอกล่อกันแบบนี้อยู่อีกเลยปิน เราสองคนจบกันเท่านี้เถอะ ทิ้งทุกอย่างเอาไว้แค่นี้ ขอให้เลิกแล้วต่อกัน เราจะได้ไม่เกลียดกันมากไปกว่านี้ หรือปินอยากให้ดาเกลียด จนไม่ไปเผาผีกันเลย ก็ได้นะปิน" ได้ยินและได้รู้ถึงความคิดของจินดาพรรณแล้ว ในใจของปริญญ์ปวดแปลบ เสียดและเสียวไปทั้งทรวงอก เขาอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก คิดได้ในตอนนั้นเองว่านี่เขาทำอะไรต่อมิอะไรลงไปนั้น มันแย่มาก จินดาพรรณถึงได้บอกว่าเกลียดเขาถึงขนาดนี้ ปริญญ์รู้สึกได้ถึงก้อนขม ๆ ในคอ เขาฝืนที่จะกล้ำกลืนมันลงไป แล้วขยับเท้าเพื่อถอยหลังออกมา มาได้เพียงครึ่งก้าวแล้วก็ทำอะไรไม่ถูก สายตาเจ็บปวดของเขายังคงมองไปยังจินดาพรรณ เปิดปากเพื่อจะพูดบางประโยคออกไป "แต่ดา...ปินระ...ปินรั" จินดาพรรณหมุนตัว เพื่อกลับเข้าห้อง เธอไม่อยากฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูด แต่กลับโดนดึงตัวเข้าไปกอดเอาไว้แนบแน่น เธอไม่ได้ออกแรงดิ้น ทำเพียงปิดตาลง ซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ข้างในลึก ๆ บอกตัวเองว่าอย่าได้ถลำตัวและหัวใจไปกับภาพลวงตาของปริญญ์ อย่าได้หลงคารมของเขาอีกเป็นอันขาด บทจะหวาน ปริญญ์ก็ทำให้เชื่อได้ทั้งนั้น และเขาก็ทำเพียงเพราะต้องการให้เธอหลงเชื่อ เขาหลอกเธอซ้ำ ๆ แล้วทิ่มแทงเธอให้ผิดหวัง เจ็บปวดและเสียใจ ครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน ปริญญ์สูดดมกลิ่นของภรรยาเข้าจมูกจนลึกสุดปอด ถูไถใบหน้าไปมาอย่างที่โหยหามาโดยตลอด พร้อมกับพึมพำที่ข้างหูของเธอ "ปินให้เวลาดาคิดอีกสามวัน ระหว่างนี้ถ้าดาเปลี่ยนใจ ก็ไม่ต้องไป แต่ถ้าดายังคิดแบบเดิม วันนั้นเราค่อยไปเจอที่บริษัทตามที่คุยไว้ แต่ระหว่างนี้ ดาต้องคิดดูดี ๆ ก่อนนะ อย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจเด็ดขาด" จินดาพรรณถอนลมหายใจของตัวเองออกยาว ๆ เธอนี่หรือใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง ตลอดมามีแต่ปริญญ์ที่ทำแบบนั้น และเธอไม่ต้องการเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขาอีกแล้ว คิดได้แบบนั้นค่อยเปิดตาขึ้น แล้วออกแรงดันตัวเองจากอ้อมกอดของเขา หันมามองที่เขาด้วยสายตาว่างเปล่า บอกออกไปตามอย่างที่ตัดสินใจเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ "ดาไม่ต้องคิด ไม่ต้องตัดสินใจอะไรอีกแล้วล่ะปิน ถ้าปินว่างพอ พรุ่งนี้เราก็ไปจัดการเรื่องหย่าให้เรียบร้อยได้เลย" ****************************** แนวพระเอกโบ้ ไม่ได้นอกใจ จบดีและไม่มีใครตุยค่ะ
พ่อหายตัวไปอย่างลึกลับ พี่สาวของฉันถูกข่มขืนและจุดไฟเผา พี่ชายถูกทำร้ายจนตายและโยนศพลงแม่น้ำ ใครจะช่วยฉันได้ในสถานการณ์แบบนี้ . "เป็นคนของผม แล้วผมจะช่วยคุณลากคนผิดมาแก้แค้น" เจ้าของคำพูดนั้นคือ รฐนนท์ นิยายไม่เน้นสืบสวน เน้นความสัมพันธ์ของตัวเอก จบดี แฮปปีค่ะ
วันดีคืนดีก็มีมาเฟียมาจอดหน้าบ้าน บอกว่าอยากได้ที่ของผืนสุดท้ายของเธอ มาเฟีย เจ้าของรีสอร์ท ฟาร์มควาย ม้า วัวที่อยู่ตรงรอยต่อของไทยมาเจรจาด้วยตัวเอง ทันทีที่เจอกัน ศศิร์ธาไม่ได้แค่อยากได้ที่ของเธอ ตัวเธอเองเขาก็อยากได้ด้วย เสียแต่ว่าเป็นม่ายลูกติด ไอ้ระยำนั่นมันเอาอะไรคิดถึงได้ถึงผู้หญิงแบบนั้นไป
กันต์กมลต้องการหย่าจากสามี เมื่อระแคะระคายว่าเขามีคนอื่น แต่เขากลับไม่ยอมหย่าแบบง่าย ๆ เธอจะต้องทำอย่างไรดี
คุณลู่ผู้เย่อหยิ่งแสร้งทำตัวเป็นช่างซ่อมรถเพื่อแต่งงานกับเจียงวานก็เพียงเพื่อแก้แค้น ในสายตาของเขา เธอเป็นผู้หญิงใจแคบที่รังเกียจความพิการของเขา เขาแสร้งทำท่าทางเอาอกเอาใจ ดูเหมือนรักใคร่ แต่ในใจกลับเฉยชาไร้ความรู้สึก ทว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร เขากลับตกหลุมรักเธอโดยไม่รู้ตัว หลังหย่าขาด เขากลับรู้สึกเสียดาย พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอคืนดี ทว่ากลับได้รับเพียงเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากเธอ “คุณลู่คงจำคนผิดแล้วมั้ง อดีตสามีของฉันเขา... เป็นแค่ช่างซ่อมรถคนหนึ่ง ไม่ใช่เจ้าของบริษัทลู่ซื่อกรุ๊ปผู้ร่ำรวยอันดับหนึ่งของประเทศแบบคุณ ฉันเอื้อมไม่ถึงหรอก” คุณลู่หัวเราะหึ ๆ สองเสียง “ไม่ต้องเอื้อมหรอก งั้นฉันจะลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัทแล้วไปเป็นช่างซ่อมรถก็ได้” “??”
ลู่จื้อ อาศัยอยู่ในไต้หวัน เธอเป็นเจ้าของคาสิโนขนาดใหญ่ ที่ส่งต่อมาจากพ่อบุญธรรมที่รับเธอมาเลี้ยงจากบ้านเด็กกำพร้า เธอวางมือคืนอำนาจให้ญาติพี่น้องของพ่อบุญธรรม แต่พวกเขากลับตามฆ่าเธอ
ทุกคนรู้ดีว่า บุตรีคนโตที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในจวนโหวอันติ้งแห่งเมืองหลวง ทำให้แม่แท้ๆ ของตนต้องเสียชีวิต เป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นตัวโชคร้าย ก่อนแต่งงานก็ทำให้แม่เลี้ยงฝันร้ายอยู่หลายวัน ออกเดินทางไปทำบุญนอกเมืองก็ถูกโจรจับตัวไป แต่ใครจะคิดว่าโชคร้ายกลับกลายเป็นโชคดี นางเปลี่ยนนิสัยไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไปที่แท้ซูชิงซวู่ ผู้สุดยอดสายลับที่ทะลุมิติมาเผชิญกับพ่อที่เย็นชา แม่เลี้ยงที่ชั่วร้าย คู่หมั้นที่นอกใจน้องสาวต่างแม่ แต่ไม่เป็นไร คอยดูว่าเธอจะจัดการพวกชั่วช้า และเอาคืนทุกอย่าง ทว่าทำไมท่านอ๋องผู้นั้นถึงมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ นั่นล่ะเผ่ยเสวียนจู: บุญคุณที่ช่วยชีวิต ไม่มีสิ่งใดตอบแทนได้ นอกจากเอาตัวไปแลก
ครอบครัวเสิ่นเลี้ยงดูเซี่ยซางหนิงเป็นเวลา 20 ปี และเธอเองก็ถูกเอาเปรียบมาเป็นเวลา 20 ปีเช่นกัน วันหนึ่ง พวกเขาตามหาลูกสาวตัวจริงพบ และเซี่ยซางหนิงก็ถูกไล่ออกจากตระกูลเสิ่น ได้ยินมาว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอกำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนัก แต่ความเป็นจริง พ่อแม่ทางสายเลือดของเธอเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองไห่ เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดที่ตระกูลเสิ่นไม่สามารถเอื้อมถึงได้ ตระกูลเสิ่นที่คอยดูว่าเซี่ยซางหนิงจะต้องตกอับอย่างน่าสมเพช แต่กลับต้องตกตะลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับตัวตนของเซี่ยซางหนิง ผู้มีอิทธิพลในการเงินระดับโลก วิศวกรระดับแนวหน้า นักแข่งรถอันดับหนึ่งของโลก... เธอยังมีความสามารถที่ซ่อนอยู่อีกกี่อย่างกันแน่ คู่หมั้นยกเลิกการหมั้นกับเซี่ยซางหนิง อย่างไรก็ตาม เมื่อเซี่ยซางหนิงไปออกเดทกับพี่ชายฝาแฝดของเขา เขากลับปรากฏตัวขึ้นและสารภาพรักกับเธอ
หลังจากแต่งงานกันมาสองปี สามีของเธอไม่เคยเหยียบเข้าไปในบ้านและมองดู 'ภรรยาขี้เหร่' ของเขาเลย แถมเขาก็มีเรื่องอื้อฉาวกับดาราหน้าใหม่หลายคนทุกวัน ซูเหว่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอตัดสินใจปล่อยเขาไป ต่อไปก็ต่างคนต่างไปเลย แต่เมื่อเธอเสนอเรื่องหย่า... ฟู่เหยียนอันพบว่านักออกแบบในบริษัทนั้นสะดุดตาเป็นพิเศษ เขาค่อยๆ ทำความรู้จักกับเธอเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเธอเข้า เขาเสียใจแล้ว
“ดูจากภายนอกกลีบสาวของเจ้าช่างงดงามยิ่งนัก ดูเอิบอิ่มเปล่งปลั่งสมบูรณ์ไร้ที่ติติง แต่ก็เป็นเพียงการมองด้วยสายตา ถ้าอยากให้รู้แน่ชัด… ข้าต้องตรวจภายในโดยละเอียด” ซินแสเคยเห็นอวัยวะเพศของสตรีมาเยอะ แต่ยังไม่เคยเห็นว่าของใครจะงดงามเหมือนของซุ่ยเสียน “สวย… กลีบของเจ้าสวยมาก… ” ซินแสตวัดลิ้นเลียริมฝีปากด้วยความลืมตัว ตายังจ้องมองร่องสวาทเป็นพูนูนขึ้นมาท่ามกลางเส้นไหมสีดำระยับโอบล้อมยวงงามเอาไว้ “ขอข้าตรวจดูภายใน… ” ทันทีที่ซินแสพูดจบ… ซุ่นเสียนก็มีอันต้องร้องครางออกมา เพราะว่าการตรวจภายในของซินแสนั้นคือการก้มลงปาดชิวหาลากเลียเสยขึ้นเป็นจังหวะยาวๆ ตามรูปทรงของกลีบสาวที่กำลังเปิดเปลือยอยู่ตรงหน้า แพล่บ… แพล่บ… แพล่บ… แพล่บ… เสียงปลายลิ้นสากร้อนทั้งปาดเลียและไชชอน จ้วงทะลวงเข้าใส่ผนังเนื้อนุ่มอ่อนของโพรงถ้ำฉ่ำหวาน “อู้วววว… ” ซุ่ยเสียนคราง ลีลาลงลิ้นของซินแสทำเอานางเสียวสะท้าน บิดกายไปมาด้วยความสยิว สองมือขยุ้มผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น ง่ามขาแอ่นร่อนขึ้นรับปลายลิ้นสากร้อน เฉาะรัวเข้าใส่กลีบดอกไม้งามของนางไม่ยั้ง ฉั่ว… ฉั่ว… ฉั่ว… ฉั่ว… ฉั่ว… เสียงปลายลิ้นสาก เสียบรัวเข้าใส่ร่องกลีบของซุ่ยเสียนอย่างเมามัน บางครั้งลิ้นก็ตั้งลำแข็ง แทงเข้ามาสุดโคนลิ้น เลียกินคราบคาวน้ำหอยที่หลั่งซ่านออกมาอย่างไม่อาจสะกดกลั้นเอาไว้ได้
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY