ใครๆก็บอกว่าคุณสส. น่ะใจร้าย
ใครๆก็บอกว่าคุณสส. น่ะใจร้าย
ใจคุณร้ายดังเขาว่า
บทนำ
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์คับคั่งไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาจากหลากหลายประเทศ ที่ล้วนหลั่งไหลเข้ามาเพื่อร่วมงาน ASEAN Ceramics Expo Bangkok 2024 ซึ่งเป็นงานด้านเซรามิกที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยงานนี้ได้รับความร่วมมือจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงฟากรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศษฐกิจและยกระดับสินค้าจากฝีมือชาวไทย
มีสินค้าเข้าร่วมโครงการมากกว่าหนึ่งพันแบรนด์ โดยคิดเป็นของคนไทยห้าสิบเปอร์เซ็นต์และต่างชาติอีกห้าสิบ ผู้ประกอบการต่างเข้ามาร่วมงานเพื่ออวดโฉมสินค้าจากฝีมือของตน ทั้งยังเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่สนใจจับจ่ายเลือกซื้อ
เสียงของพิธีกรหญิงดังเข้าโสตประสาทอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนมันจะกลายเป็นเสียงที่เรียกให้ร่างกำยำในชุดสูทสุภาพจำต้องลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“ขอเรียนเชิญท่านสัตรา เจียรโณทัย ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญาให้เกียรติกล่าวเปิดพิธีด้วยค่ะ”
เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมเจ้าของชื่อที่ก้าวขาตรงไปยังเวทีด้านหน้า ทุกการก้าวเดินของนักการเมืองหนุ่มล้วนสะกดสายตาแขกเหรื่อให้มองราวถูกต้องมนตร์ ด้วยมาพร้อมใบหน้าคมเข้ม นัยน์ตาดำขลับรับกับจมูกโด่ง ผิวสีแทนอย่างคนชอบกิจกรรมกลางแจ้งเสริมให้มาดเข้มขรึมแสนสุขุมนั่นถูกกระตุ้นจนเตะตาใครหลายคน ผนวกกับความสูงร้อยแปดสิบกลางๆ ยิ่งส่งให้ดูสง่าทุกอิริยาบถ
หากไม่อยู่ในแวดวงการเมือง คนคนนี้ควรไปโลดแล่นบนหน้านิตยสาร
ไม่พอเท่านั้น เจ้าตัวยังพ่วงมาด้วยตำแหน่งหน้าที่ระดับประเทศในขณะที่มีอายุเพียงสามสิบหกปีเท่านั้น ทั้งเป็นสส. บัญชีรายชื่อลำดับที่เก้าของพรรคการเมืองที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งจนได้จัดตั้งรัฐบาล บทบาทในพรรคก็ยังได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการ แม้ว่าจะมีผู้อาวุโสอยู่มากก็ตาม แต่เขาก็สามารถคว้าตำแหน่งสูงๆ รวมถึงปาร์ตี้ลิสต์ลำดับต้นๆ มาได้ และยังได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย
ทั้งหมดนั่นนอกจากความสามารถแล้ว เขาก็ยอมรับว่ามีเส้นสายที่ดีอย่างบิดา ซึ่งเป็นคนเก่าแก่ของพรรคที่หลังส่งลูกชายคนโตลงสนามเลือกตั้งได้สำเร็จในสมัยแรก พอสมัยที่สองเขาก็หายห่วง ปัจจุบันจึงเกษียณตัวเองอยู่บ้านเฉยๆ ใช้เงินที่โหมหามาทั้งชีวิตกับการพาภรรยาคู่บุญท่องเที่ยวไปตามต้องการ
สัตรากล่าวตามสคริปต์ที่ได้รับก่อนหน้าด้วยท่าทีแสนสุภาพและสุขุมไปในที ใช้เวลาชั่วครู่ก็มาถึงการตัดริบบิ้นโดยมีผู้เกี่ยวข้องขึ้นมายืนขนาบข้างร่วมสิบคน เสร็จสรรพแล้วจึงพากันลงไปนั่งที่เดิมเพื่อชมการแสดงเปิดงานซึ่งเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่ค่อนข้างสำคัญของเมืองไทยอย่างนาฏศิลป์
เสียงดนตรีไทยถูกบรรเลงพาคนฟังจรรโลงใจ ก่อนนางรำจะสืบเท้าเดินออกมาจากหลังม่าน ก้าวขึ้นบันไดฝั่งละหนึ่งคนจนพาตัวเองมายืนโดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนเวที ก่อนมีนางรำมาอีกหนึ่งคู่ ประกบกันเป็นฝั่งละสองคน ทว่าพวกหล่อนก็ทำเพียงตั้งท่าแต่ไม่เริ่มทำการแสดงเสียที
และแล้วนางรำคนสุดท้ายก็ออกมาจากหลังม่านก่อนไปหยุดยืนประจำตำแหน่งของตน
ก็ถ้าสี่คนก่อนหน้าเปรียบดังนางฟ้า คนสุดท้ายคงเป็นถึงราชินีแห่งสรวงสวรรค์กระมัง
นักการเมืองหนุ่มรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจยามได้มองสาวงามร่ายรำขยับร่างกายด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อย ใบหน้าขาวผ่องตัดกับริมฝีปากสีแดงระเรื่อ ชฎาที่ถูกสวมส่งให้เจ้าหล่อนแลดูงดงามราวกับเป็นนางฟ้านางสวรรค์มาโปรดมวลมนุษย์ก็ไม่ปาน ชุดสีทองอร่ามกับผิวขาวผ่องยิ่งขลับกันได้อย่างลงตัว
ภายใต้ใบหน้าเรียบสนิทนั้น สัตราค่อนข้างพึงพอใจที่ได้เชยชมการแสดงชุดนี้
ผู้คนต่างก็ยกมือถือขึ้นมาบันทึกภาพความสวยงามอันน่าประทับใจ แต่เขาเพียงแค่นั่งมองหล่อนด้วยตาเนื้อ เก็บกักความสวยงามไว้ด้วยดวงตาคู่คม
จังหวะหนึ่งของการร่ายรำ นัยน์ตาสวยสบเข้ากับสายตาคู่หนึ่งที่สะกดจนเธอเกือบจะรำพลาด ก่อนรีบดึงสายตาไปทางผู้ชมท่านอื่นโดยเร็ว ที่ก็เห็นเพียงกล้องหลังของโทรศัพท์มือถือที่บันทึกวิดีโออยู่เท่านั้น
เกือบห้านาทีให้หลังรำอัปสราก็มาถึงช่วงท้ายของการแสดง ห้าสาวสวยดุจดังนางฟ้าพากันเดินลงไปยังด้านล่างก่อนรับพานขนาดเล็กที่มีกลีบกุหลาบบรรจุอยู่มาถือไว้ แล้วค่อยๆ ย่างกรายต่อแถวเดินผ่านเหล่าคนใหญ่คนโต
นางรำต่างหยิบกลีบสีแดงสดของกุหลาบมาโปรยลงพื้นอย่างเชื่องช้าและอ่อนช้อย ราวเป็นการละเล่นของนางในวรรณคดีก็ไม่ปาน ทุกอิริยาบถยังคงสง่างามดุจนางฟ้านางสวรรค์ ทว่าสาวงามทั้งสี่ไม่ได้อยู่ในความสนใจของใครคนนั้นเลย นัยน์ตาคมเข้มตวัดไปมองคนสุดท้ายอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งเจ้าหล่อนก็จำต้องเดินผ่าน
แม้จะพยายามหลบสายตาที่พาให้คันยุบยิบในใจแต่ก็ไม่เป็นผล
กลีบกุหลาบถูกโปรยลงตรงหน้าท่านประธานในพิธีวันนี้ และมันควรลงไปนอนอยู่บนพื้นอย่างที่เคยเป็นมาตลอด สี่คนที่โปรยต่อหน้าเขาก็มีหลักฐานทนโท่ว่ามันนอนแอ้งแม้งอยู่ที่ปลายเท้า แต่กับกลีบสีแดงสดที่ร่วงหล่นลงมาจากมือของนางรำคนสุดท้าย กลับไปอยู่บนฝ่ามือหนาที่เอื้อมมารับไว้
ลมหายใจของหล่อนสะดุดไปหนึ่งห้วง รีบดึงสายตาไปหามนุษย์คนอื่นแทนที่จะมองใบหน้าไร้คลื่นอารมณ์ของฝ่ายชาย
ร่างระหงในชุดสง่าก้าวเดินขึ้นเวทีมาหยุดอยู่ตรงกลาง ร่ายรำต่ออีกนิดก็เป็นการจบการแสดง
เสียงปรบมือดังกระฉ่อนไปทั่วบริเวณ รวมถึงคนที่เก็บกลีบกุหลาบเข้ากระเป๋าเสื้อก็มิวายปรบมือให้ด้วยความชื่นชม
“จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะสำหรับการแสดงรำอัปสราจากคณะร่ายดาหลา” พิธีกรกล่าวดำเนินงานตามหน้าที่ โดยห้าสาวงามต่างพากันมุ่งหน้าลงไปจากเวที “น้องนางรำเดี๋ยวขอถ่ายรูปรวมหน่อยนะคะ”
ทั้งหมดเป็นอันชะงักเท้า แล้วจึงเดินกลับมายืนที่เดิม
“ขอเชิญท่านผู้บริหารทุกท่านขึ้นมาเก็บภาพความประทับใจกับการแสดงของน้องๆ ทั้งห้าหน่อยค่ะ”
นั่นก็คงจะรวม ‘เขา’ ด้วยกระมัง
สัตราจึงลุกขึ้นยืนอีกครั้งแล้วก้าวไปยังเวทีพร้อมกับพลพรรค เลือกที่จะหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเจ้าของกลีบกุหลาบสีแดงสดในกระเป๋า ที่มันแดงพอๆ กับริมฝีปากบางที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติก
เจ้าหล่อนเม้มปากเป็นเส้นตรงพลางเหลียวหลังมามอง
ริมฝีปากหยักขยับพอให้มีเสียงเล็ดลอดออกมา “มองกล้อง”
คนตัวเล็กไม่ตอบเป็นคำพูดแต่ปฏิบัติตามทันควัน เธอก็แค่สงสัยว่าเขาหยุดอยู่ข้างหลังเธอจริงหรือไม่ เพราะตอนเห็นชายผู้นี้เดินมา หางตายังไม่เห็นว่าเขาเดินผ่านตัวเองไป เพื่อความแน่ใจจึงชำเลืองมองซึ่งก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ
“น้องนางรำรบกวนนั่งได้ไหมคะ”
เพราะบรรดาผู้บริหารมีความหลากหลายสูงมาก ทั้งสูงลิ่วและสูงเกินหลักกิโลเมตรมานิดหน่อย หากสาวๆ ยืนอยู่แถวหน้าก็มีโอกาสที่จะบดบังคนแถวหลังจนมิด ไหนเล่าเหล่านางฟ้ายังมีชฎาสวมบนศีรษะอีกด้วย
ทั้งห้าชีวิตก็ทำตามอย่างว่าง่าย หลังได้รูปถ่ายจนพอใจสื่อมวลชนแล้วก็เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจของพวกเธอ ครั้นพอจะลุกขึ้นยืนดันทำได้ลำบากกว่าชาวบ้านชาวช่องเพราะชุดที่ใส่ค่อนข้างรัดรูป เดินเหินก็ไม่สะดวก คนที่อยู่ใกล้เคียงจึงต้องยื่นมือมาช่วยพยุง สร้างรอยยิ้มให้แก่บรรดาแขกเหรื่อที่ได้เห็นภาพบรรยากาศน่ารักน่าเอ็นดูของเหล่านางฟ้าได้เป็นอย่างดี
จะมีก็แต่นางฟ้าคนสุดท้ายที่ยิ้มไม่ออกเมื่อคนที่ให้การช่วยเหลือเธอคือเจ้าของนัยน์ตาดำขลับแสนลึกลับนั่น
สุ้มเสียงทุ้มดังทะลุโสตประสาท “ขออนุญาต”
ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร รู้อีกทีเขาก็คว้าเข้าที่ต้นแขนใกล้ๆ กับพาหุรัดสีทองอร่าม ผิวเนื้อสัมผัสกันครั้งแรกก่อนเจ้าตัวจะออกแรงดึง เธอก็รีบยันตัวลุกขึ้นแล้วจึงถดกายออกเล็กน้อย
เจ้าหล่อนหันไปค้อมศีรษะให้อีกฝ่ายตามมารยาทพลางเอ่ยเสียงแผ่ว “ขอบคุณค่ะ”
แล้วจึงสับเท้าลงจากเวทีอย่างกับเท้าเปล่าๆ นั่นสัมผัสเปลวไฟก็ไม่ปาน
ทั้งวัยเยาว์และตอนนี้...เธอเป็นคนสำคัญสำหรับเขาเสมอ เช่นเดียวกับเขา...ที่เป็นแค่คนอื่นในสายตาของเธอมาตลอดเช่นกัน
หลี่หลิงเฟิ่ง นักเรียนหัวกะทิอันดับหนึ่งในองค์กรฝึกสายลับของจีน ที่รวมยอดอัจริยะทั่วประเทศ ในระหว่างที่เธอทำภารกิจสุดท้ายก่อนจบการศึกษาเพื่อไปรับใช้ชาติ ดันมาตกม้าตายกับภารกิจง่ายๆ เพราะพลาดตกตึกโดยไม่รู้สาเหตุ เธอเก็บได้ชีวิตที่สองที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูห้า ลูกสาวอนุภรรยาที่มีฐานะต่ำต้อยของจวนเจ้าเมือง ซ้ำร้ายคุณหนูห้าคนนี้ยังถูกผู้คนรังเกียจขนานนามให้นางว่า 'ตัวไร้ค่า' เมื่อได้ชีวิตมาใหม่แล้วก็ต้องใช้ให้คุ้ม ตัวไร้ค่า? ข้าไม่ขอเป็นล่ะ คนถัดไปเชิญ...
ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?
เพื่อทำตามข้อตกลง ทำให้เธอต้องตั้งท้องลูกของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง แต่แล้วเธอก็ต้องมาแต่งงานกับผู้ชายที่ได้หมั้นหมายกับเธอไว้ตั้งแต่เด็ก พวกเขาคิดว่ามันเป็นเพียงแค่การตกลงเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น แต่ทั้งสองกลับต้องตกหลุมรักอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะถึงเวลาคลอด วันหนึ่ง เขายื่นข้อตกลงการหย่าให้เธอ ทำให้เธอตื่นจากความฝันทันที แต่แล้ว เขาก็มาบอกกับเธอว่า ที่รักจ๋า คนที่ผมรักคือเธอตลอด
หลังจากแต่งงานมาสามปี เสิ่นเนียนอันคิดว่าตนเองสามารถเอาชนะใจโฮ่วอวินโจวได้ แต่กลับพบว่าเขามีเพียงคนรักแรกอยู่ในใจ "ฉันจะปล่อยเธอไปหลังจากที่เธอคลอดลูก" ในวันที่เสิ่นเนียนอันมีปัญหาในการคลอดบุตร โฮ่วอวินโจวได้พาผู้หญิงอีกคนออกจากประเทศด้วยเครื่องบินส่วนตัว "ไม่ว่าคุณจะชอบใครก็แล้วไป สิ่งที่ฉันเป็นหนี้คุณ ฉันคืนให้หมดแล้ว" หลังจากที่เสิ่นเนียนอันจากไป โฮ่วอวินโจวก็เสียใจ "กลับมาหาฉันอีกครั้งได้ไหม"
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
อดีตนักฆ่าสาวอันดับหนึ่ง ผู้มีใจคอโหดเหี้ยมได้ทะลุมิติอยู่ในร่างสาวน้อยรูปโฉมอัปลักษณ์ ที่ทุกคนต่างสาปส่งและรังแกสารพัด!
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY