กรุงเทพฯ มหานคร ตอนเช้า ที่ห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ เสียงพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างลูกสะใภ้กับเพื่อนสาวของหล่อนที่อยู่ปลายสาย ทำให้ พ่อเลี้ยง ‘เพลิง’ ถึงกับชะงัก ต้องแอบฟังอย่างเสียมารยาท เพราะมันเหมือนเป็นการหยามเกียรติของลูกชายจนเขาทนไม่ได้
กรุงเทพฯ มหานคร ตอนเช้า ที่ห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ เสียงพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างลูกสะใภ้กับเพื่อนสาวของหล่อนที่อยู่ปลายสาย ทำให้ พ่อเลี้ยง ‘เพลิง’ ถึงกับชะงัก ต้องแอบฟังอย่างเสียมารยาท เพราะมันเหมือนเป็นการหยามเกียรติของลูกชายจนเขาทนไม่ได้
พ่อผัวในความลับ
กรุงเทพฯ มหานคร
ตอนเช้า ที่ห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ เสียงพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างลูกสะใภ้กับเพื่อนสาวของหล่อนที่อยู่ปลายสาย ทำให้ พ่อเลี้ยง ‘เพลิง’ ถึงกับชะงัก ต้องแอบฟังอย่างเสียมารยาท เพราะมันเหมือนเป็นการหยามเกียรติของลูกชายจนเขาทนไม่ได้
“ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปฉันลงแดงตายแน่ๆ… ไม่ไหวแล้วนะยัยเกด ฉันเบื่อผู้ชายที่ลีลาบนเตียงจืดชืดสุดจะทน”
‘ยูมิ’ ลูกสะใภ้ของเพลิง ระบายความในใจกับเกดสุดาที่อยู่ปลายสาย
“เฮ้ย… ใจเย็นๆ ยูมิ… เรื่องแบบนี้แกกับพายน์ต้องเปิดใจคุยกันตรงๆ… ไม่งั้นชีวิตคู่แกล่มแน่ๆ”
เกดสุดาบอกให้เพื่อนรักใจเย็น ‘พายน์’ คือลูกชายของเพลิง สามีของยูมิ
“ไอ้พายน์มันบ้างานจนไม่มีเวลาทำการบ้านใช่ไหม”
เกดสุดาเข้าใจว่าอย่างนั้น
“โอ๊ย… ไม่ใช่แค่เรื่องทำการบ้าน อันที่จริงปัญหามันเยอะกว่านั้น… ”
กล่าวอย่างเสียอารมณ์ ยูมิกำลังจะบอกในสิ่งที่คนอื่นๆ ไม่เคยรู้
“เยอะ… ยังไงอ่ะยูมิ… ฉันไม่เข้าใจ”
เกดสุดานึกสงสัย
“บอกตรงๆ ว่าตั้งแต่มาอยู่กับพายน์ที่เมืองไทย ไม่มีสักครั้งที่ฉันจะมีความสุขกับเรื่องบนเตียงอย่างเต็มที่ นอกจากลีลาจะจืดชืดไร้รสชาติ… พายน์ยังเล็กและสั้นโคตรๆ… แล้วยังหลั่งเร็วสุดๆ… ”
ความอัดอั้นของยูมิพรั่งพรูออกมาจนสิ้น เรื่อง ‘เล็ก’ และ ‘สั้น’ อันที่จริงก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะว่ายูมิชอบให้เบิร์น หล่อนมีความสุขกับการเสร็จสมคาลิ้น แต่ทว่าพายน์ก็ไม่ใช่สายเบิร์นอย่างที่ยูมิต้องการ
“โห… ขนาดนั้นเลยหรือวะ”
เกดสุดาตกใจ
“ก็เออสิวะ”
ยูมิตอบ ถึงขนาดนี้คงไม่มีอะไรต้องปิดบังกันอีกแล้ว
“ใจเย็นๆ ยูมิ… ทุกอย่างย่อมมีทางออก”
เกดสุดาให้กำลังใจเพื่อนรัก
“ฉันไม่รู้ว่าจะอดทนได้อีกกี่วัน… นี่ฉันตัดสินใจแล้วนะ… ว่าจะกลับไปอยู่กับแม่ที่ญี่ปุ่น”
ยูมิเป็นลูกครึ่งที่เกิดจากแม่ญี่ปุ่นและพ่อคนไทย
“ใจเย็นๆ เพื่อน… ”
เกดสุดาคุยกับยูมิต่อมาอีกครู่ใหญ่ๆ ก็ตัดสาย เพลิงรีบเดินออกไปจากหลังประตูห้องรับแขก ก่อนที่ลูกสะใภ้จะรู้ว่ามีคนแอบฟังเสียงสนทนาทางโทรศัพท์
อีกสัปดาห์ต่อมา
“อย่าไปนะพายน์… ถ้าพายไปเราเลิกกัน”
ยูมิยื่นคำขาด ในวันที่พายน์ตัดสินใจจะต้องเดินทางไปดูงานที่เวียดนามหนึ่งสัปดาห์ หลังจากบริษัทผลิตรถยนต์แบรนด์ดังของญี่ปุ่นเลื่อนตำแหน่งให้พายน์ขึ้นเป็นผู้จัดการทีมขายของเมืองไทย
“อย่าบ้าน่ะยูมิ… นี่เป็นโอกาสดีของผม โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ คุณรู้ไหมว่าผมต้องใช้ความพยายามสักแค่ไหน ต้องบริหารทีมเซลล์อย่างเหนื่อยหนักขนาดไหนจนทำยอดขายแซงทีมอื่น จนผมได้รับการโปรโมทขึ้นเป็นผู้จัดการทีมขาย”
พายน์อธิบายถึงเหตุผลที่เขาจะต้องเดินทางไปดูงานที่เวียดนาม และยืนยันว่าเขาจะไม่ปฏิเสธตำแหน่งผู้จัดการเด็ดขาด
“ตอนนี้ชีวิตคุณมีแต่งานกับงาน แล้วยูมิล่ะ? ตอนนี้ยูมิแทบไม่มีค่าอะไรในสายตาของคุณ… ถ้ารู้ว่ามาอยู่กับคุณที่เมืองไทยแล้วเป็นแบบนี้… ยูมิจะไม่มาเด็ดขาด”
ยูมิร้องไห้ น้ำตาไหลพราก พายน์นึกตอบในใจว่าถ้ารู้ว่ายูมิจะเป็นคนไม่มีเหตุผลแบบนี้ เขาจะไม่ชวนหล่อนมาด้วยอย่างเด็ดขาด ตอนแรกที่เจอกันนั้นยูมิอยู่ญี่ปุ่น ได้เจอกับพายน์ก็เพราะว่าพายน์ไปทำงานที่นั่น หลังจากคบหาดูใจกันได้ไม่นาน พายน์ก็ชวนยูมิกลับมาอยู่เมืองไทย ใช้ชีวิตร่วมกันโดยไม่ได้แต่งงาน
“พายน์… หนูยูมิ… มีอะไรกัน”
เพลิงผ่านมาได้ยินเสียงดังในห้องคล้ายคนกำลังทุ่มเถียงกัน จึงเข้ามาถามด้วยความห่วงใย
“ก็พี่พายน์น่ะสิคะคุณพ่อ… ฮือๆ พี่พายจะหนียูมิไปเที่ยวเวียดนาม… ไปนานเป็นอาทิตย์เลยค่ะ”
สะใภ้รีบฟ้องพ่อผัวเมื่อได้โอกาส
“อ๋อ… เรื่องนั้นน่ะเอง เจ้าพายน์มันไม่ได้ไปเที่ยวหรอกนะ มันไปดูงานน่ะ”
เพลิงรู้เรื่องนี้มาหลายวันแล้ว จากปากของพายน์
“ดูสิ… พ่อเพลิงเข้าข้างลูกชาย”
ยูมิทำหน้าง้ำ
“พ่อไม่ได้เข้าข้าง… แต่มันเป็นความจริง ใจเย็นๆ นะหนู… ค่อยๆ พูดกัน”
“โธ่… แล้วตอนที่พายน์ไม่อยู่ ยูมิจะอยู่ยังไงคะ”
ยูมิทำท่าเหมือนเด็กๆ จ้องมองพ่อสามีด้วยแววตาตั้งคำถาม
“ก็อยู่กับพ่อไง… ในระหว่างที่เจ้าพายน์ไม่อยู่ พ่อจะดูแลหนูเอง”
เพลิงปลอบเท่าที่จะคิดได้ ยูมิยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตา ร่ำๆ ว่าจะกลับญี่ปุ่นแล้วไม่กลับมาอีก
“ใจเย็นๆ นะยูมิ”
เพลิงมองตามเรือนร่างเอิบอิ่มที่ก้าวยาวๆ หนีเข้าห้องไปด้วยอาการกระฟัดกระเฟียด
“นี่ถ้ารู้ว่าแต่แรกว่ายูมิจะเป็นแบบนี้… ผมจะไม่ชวนมาเด็ดขาด”
พายน์เอ่ยขึ้นอย่างเหลืออด นึกย้อนไปถึงวันที่เขาตัดสินใจชักชวนหล่อนมาอยู่ด้วย
“เอ็งก็ใจเย็นๆ… ตอนอยู่ญี่ปุ่นหนูยูมิถูกเลี้ยงดูมาอย่างคุณหนูที่ถูกตามใจจนเคยชิน คงต้องใช้เวลาสักพักในการปรับตัวเข้าหากัน”
เพลิงว่า
“ผมคิดว่าผมได้พยายามปรับตัวแล้วนะครับคุณพ่อ… ตอนนี้ผมรู้แล้ว… ว่าเรามีอะไรหลายๆ อย่างที่เข้ากันไม่ได้”
พายน์ไม่ได้บอกออกมาตรงๆ ว่าเรื่องที่ ‘เข้า’ กันไม่ได้นั้นคือเรื่องอะไรกันแน่ แต่เพลิงรู้… เพราะว่าเคยแอบได้ยินที่ยูมิคุยกับเพื่อนสาวเมื่อหลายวันก่อน
อีกสัปดาห์ต่อมา
เพลิงเดินทางไปดูงานที่เวียดนามได้สองวันแล้ว ทิ้งให้ยูมิต้องเหงาอยู่บ้านเพียงลำพัง หล่อนพยายามหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาในแต่ละวันที่ผ่านไปอย่างเชื่อช้าน่าเบื่อหน่าย เพื่อไม่ให้ตัวเองว่าง แต่ก็ยังไม่หายจากอาการเหงาแปลกๆ ที่เกาะกุมรุมเร้าอยู่ลึกๆ ในอารมณ์จนกลายเป็นความหงุดหงิดเงี่ยนหงี่ไปโดยไม่รู้ตัว
“จะไปไหนแต่เช้าจ๊ะยูมิ”
เพลิงที่กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ที่เทอเรสหน้าบ้าน ตะโกนถามสะใภ้ด้วยความสงสัย ที่วันนี้เห็นยูมิทำท่าว่าจะออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า ทั้งที่ปกติมักจะออกไปตอนบ่าย
“ยูมิรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัวค่ะคุณพ่อ… เมื๊อยเมื่อยค่ะ ว่าจะไปนวดผ่อนคลายที่สปา”
สะใภ้หันมาบอกพ่อผัว
“วันนี้พ่อก็อยู่ว่างๆ… หนูยูมิอยากจะลองให้พ่อนวดดูบ้างไหมล่ะ… เมื่อก่อนพ่อเคยศึกษาเกี่ยวกับการนวดแผนโบราณมาบ้าง”
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ ………. นิยายเรื่องนี้… ไม่มีแก่นสารสารัตถะอะไรนักหนา ทั้งเรื่องขับเคลื่อนด้วยอารมณ์อันมืดดำของมนุษย์ ดำเนินเรื่องด้วยตัณหาราคะสุดร้อนแรง ท่านใดที่ไม่ชอบโปรดหลีกเลี่ยง *เราเตือนท่านแล้ว*
ทีปต์อุทานเบาๆ กับภาพที่เห็น… มาลิลล์กำลังนอนหงายอยู่บนเตียง ในสภาพเปลือยเปล่าล่อนจ้อน โดยมีหมอนสีขาวสองใบรองไว้ที่แผ่นหลัง ทำให้สองเต้าคัพเอฟอวบใหญ่มหึมา นูนเด่นอวดสายตาของทีปต์ และสิ่งที่ทำเอาเลือดกำเดาของทีปต์แทบสาดทะลักออกมา ก็คือของดีที่กำลังเปิดเปลือยอยู่ระหว่างเข่าสองข้างตั้งชัน มือข้างหนึ่งจับกล้วยหอมดุนดันเข้าออกเป็นจังหวะ “อ่า… ลุงทีปต์จ๋า กระแทกหนูเถอะค่ะ… อูย… ของลุงใหญ่เหลือเกิน… ซี้ดดดด… เห็นแล้วอยากสุดๆ” มาลิลล์หลับตาพริ้ม…
“ไม่ให้เลียข้างล่าง... งั้นผมดูดข้างบนนะที่รัก” อดัมส์ยังมีอารมณ์ขี้เล่น แม้ในตอนจะร่วมรัก เขารีบผละออกมาจากง่ามขา จูบไซ้ขึ้นมาที่ท้องน้อย กระทั่งถึงเต้านมของหล่อน ครอบริมฝีปากดูดเลียอย่างโหยหาเอาเป็นเอาตาย “อุ๊ย... วันนี้คุณดำซาดิสม์จัง” อรทัยสะดุ้งเฮือก เมื่อทรวงอกอวบโดนมือใหญ่ของสามีบีบขยำอย่างแรง จากนั้นก็เกลือกใบหน้าฟอนฟัดอย่างไม่ลืมหูลืมตา อรทัยเสียวซ่านสุดๆ รีบบีบนมยัดปากเขาที่ค้อมลงมาดูดเลียหัวนมอย่างตะกละตะกลาม อดัมส์ดูดเลียสลับไปมาระหว่างยอดอกทั้งสองข้างเสียงดังซ่วดๆ เหมือนกำลังซดกลืนของอร่อย ทำเอาสาวน้อยที่แอบยืนดู เกิดอาการเสียวซ่านขึ้นมาที่ยอดอกของตัวเองอย่างควบคุมเอาไว้ไม่ได้ รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังโดนพี่เขยดูดนม
แก้วตาพึมพำในใจ มองพี่เขยจัดหนักพี่สาวของหล่อน ยิ่งมอง… ก็ยิ่งตื่นเต้นมีอารมณ์ หน้าขาหนีบแน่น บิดไปบิดมาจนรู้สึกได้ว่ามีน้ำหล่อหลื่นเหนียวๆ หลั่งชุ่มออกมาแฉะแพนตี้ตัวน้อย พอเอามือเอื้อมลงมาแตะที่ง่ามขา ก็รู้ว่ามีน้ำใสๆ ไหลเยิ้มเป็นยางย้อยติดนิ้ว ‘อุ๊ย… ’ แก้วตาตกใจ หลังจากแอบดูจนน้ำเดิน ด้วยภาพที่เกิดขึ้นในห้องนอน อยู่ห่างจากสายตาของหล่อนเพียงช่วงแขนกระมัง จึงเห็นทุกอย่าง ชัดเจนเต็มสองตาทั้งภาพทั้งเสียง คมชัดปานว่ากำลังมองผ่านจอภาพระบบเอชดี “อ๊าย... ผัวจ๋า... เมียเสียว... เมียทรมาน” ใบหน้าของลีนาบิดเบะ สะบัดไปด้วยความซ่านสยิว ก้นอวบขาวดีดเด้ง แอ่นส่ายไปตามอารมณ์กระเจิดกระเจิง โดนกระแทกกระทั้นดุเดือดขนาดนี้ไม่ว่าเป็นใครก็คงเคลิบเคลิ้มไม่ต่างจากหล่อน ลีนาเปล่งเสียงร้องครางออกมาตลอดเวลาที่ท่อนเอ็นคัดแข็งเป็นลำเหมือนดุ้นมะระจีนใหญ่ๆ ของสามีกระแทกใส่จนมิดสุดโคนพวงสวรรค์ บลั่กๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
“ไม่ไหวแล้วครับ… ผมแข็งแทบระเบิดแล้ว… ไม่เชื่อก็ลองจับ… ” บอสหื่นดึงมือข้างหนึ่งของเลขามาทางด้านหลังเธอจึงต้องไล้ลูบสัมผัสความเป็นชาย ใหญ่ยาวน่าสะพรึง ยิ่งลูบไล้ของเขา… มือเธอยิ่งสั่น ใบหน้าร้อนผะผ่าว ความเสียวซ่านแล่นวาบเข้ามาตรงกึ่งกลางกาย ใจเต้นระทึก มือยังจับท่อนเนื้อยาวใหญ่ของบอส ใหญ่มากจนมือกำไม่รอบ
“ซี้ด... เสียวเหลือเกิน... อ๊า... ” ปั้นหยาทรมาน ใบหน้าบิดเบะเหมือนจะขาดใจ แต่ก็ไม่อยากให้เขาหยุด ไทเกอร์เหลือบตาขึ้นมองใบหน้าซ่านเสียว ขณะเสียบลิ้นลงในรอยแยก กระตุ้นความเสียวซ่านทะยานขึ้นตามระดับของอารมณ์โลดแรง หล่อนยิ่งร้องคราง เขาก็ยิ่งกระดกลิ้นรัวๆ
เมื่อห้าปีก่อน ปัญฑารีย์ตกหลุมรักวิศนุชาหัวปักหัวปำ หล่อนรักเขาจากใจจริงๆ แต่หากว่าครอบครัวของเขาไม่ยอมรับ ความรักนั้นจึงต้องจบลงด้วยการที่หล่อนต้องอุปโลกน์แฟนคนใหม่ขึ้นมาทำให้วิศนุชายอมถอยห่าง และเมื่อต้องมาพอเจอกันอีกครั้ง เขาในฐานะประธานสุดหล่อ ส่วนหล่อนคือเลขาหน้าห้อง(ชั่วคราว) ที่ต้องคอยรองรับความเลือดเย็นของเขาอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้ จนกระทั่งถูกเขาลงทัณฑ์ด้วยบทพิศวาสร้อนแรง และไล่ส่ง โดยที่เขาไม่รู้ว่ามีสิ่งชีวิตหนึ่งกำลังก่อเกิดอยู่ในตัวของหล่อนด้วย
หลินหลั่งเยี่ยน เป็นลูกสาวที่ได้รับการฝึกฝนอย่างลับๆ จากรัฐ เป็นสาวอัจฉริยะที่ทุกคนในองค์กรอิจฉา มีความสามารถทางการต่อสู้สูงและไม่ยอมใคร แต่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่าพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้องสาวฝาแฝดของเธอเพียงลำพัง หลังจากผ่านไปเจ็ดปี ในที่สุดรัฐก็อนุมัติอิสรภาพให้เธอ หัวใจของหลินเหลิงเหยียนเต้นระรัวด้วยความคาดหวัง ขณะที่เธอกำลังเดินทางกลับบ้าน แต่เธอกลับต้องพบว่าป้าของเธอใช้ชีวิตอย่างหรูหราในบ้านพักของพ่อแม่ผู้ล่วงลับ ขณะที่น้องสาวของเธอเองกลับถูกบังคับให้นอนในคอกสุนัขและกินของเหลือ ทันใดนั้น เธอพลิกโต๊ะอาหารด้วยความโกรธ ป้าข่มขู่? เธอใช้วิธีการที่เด็ดขาดถอนตัวจากการร่วมมือ จนบริษัทของป้าพังทลายลงอย่างรวดเร็ว! การกลั่นแกล้งในโรงเรียน? เธอปลอมตัวเป็นน้องสาว เข้าไปในโรงเรียนและตัดสินใจสู้ไฟด้วยไฟ จากนั้นเธอก็ถ่ายทอดสดตอนพวกอันธพาลคุกเข่าร้องขอความเมตตา ถูกเยาะเย้ยเรื่องตัวตน? หลินหลั่งเยี่ยนพูดอย่างเย็นชา“ใช่ ฉันก็แค่คนธรรมดา” ในวินาทีถัดมา ครอบครัวที่มีชื่อเสียงมายืนยันว่า“เธอคือลูกสาวคนโตของเรา!” สถาบันวิจัยแห่งชาติ “พวกเราคือเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ!” …… ซือฮานเฟิง ผู้เป็นผู้นำของตระกูลลึกลับ ไม่เคยปรากฏตัวในสายตาสาธารณชน ข่าวลือว่าเขาเป็นคนเยือกเย็นและไร้ความปรานี บางคนเคยเห็นเขายืนสูบบุหรี่ในสถานการณ์ที่น่ากลัว และบางคนก็เห็นเขาฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา แต่ต่อมากลับมีคนเห็นว่าเขาไล่ตามหลินหลั่งเยี่ยนจนถึงมุมกำแพง ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าและความไม่พอใจ “หลั่งเยี่ยน ฉันช่วยเธอจัดการพวกนั้นแล้ว เธอควรจะอยู่เป็นเพื่อนกับฉันบ้างไหม?” “เราไม่ใช่แค่พันธมิตรหรือ?” หลินหลั่งเยี่ยนพูดอย่างงงงวย ซือฮานเฟิงถอนหายใจลึกๆ แล้วจูบเบาๆ บนริมฝีปากของเธอ “ตอนนี้ล่ะ”
เมื่อเธอโดนนอกใจจากคนที่รัก จึงหนีไปเริ่มต้อนชีวิตใหม่ที่ดูไบ และเธอก็ได้เจอกับหนุ่มอาหรับสุดแซ่บ ที่มายั่วยวนหลอกล่อให้เธอมีเซ็กส์ที่เร่าร้อนกับเขา และเขายังต้องการให้เธอท้องลูกของเขาอีก.... เรื่องย่อ.... “คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…” “ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…” “ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…” “หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…” “อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้” “ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ” “อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….” อัสลาน ราเชด บรูฮัมนี อายุ 37 ปี “อัสลาน...” หนุ่มนักธุรกิจชาวอาหรับที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตรในนิยาย แต่ต้องมาคัดสรรหาเมียเพื่อจะมีลูกสืบทอดวงตระกูลตามคำสั่งของพ่อแม่ ทำให้เขานั้นเลี่ยงไม่ได้กับการที่จะหาเมียสักคนมารับหน้าที่นี้ แต่เขาดันไปถูกใจแม่สาวไทยใจแข็งเข้านี่สิ ไม่ว่าเขาจะเสนออะไรไปเธอก็ไม่ยอมที่จะมาเป็นเมียของเขาเลย เพียงเพราะว่าเขานั้นแก่กว่าเธอไม่กี่ปีเท่านั้น ทำให้เขาต้องใช้เล่ห์กลหลอกล่อเธอให้มาทำงานกับเขา ก่อนจะค่อยๆอ่อยแล้วก็รุกจัดการตะครุบเหยื่ออย่างเธอให้กลายมาเป็นนกน้อยในกรงทองของเขา…. มารียา เวทติวัตร อายุ 27 ปี “มีน มารียา…” สาวไทยหน้าคมที่มีหุ่นอวบอัดเป็นที่ยั่วน้ำลายของพวกหนุ่มนั้น กลับไม่ประสบความสำเร็จเรื่องความรักเอาซะเลย เธอจึงหนีจากความเสียใจแล้วมาหางานทำอยู่ที่ดูไบ...เพื่อจะลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอ และเธอก็ได้เจอกับเจ้านายขี้อ่อย ขี้ยั่ว ที่ไม่ว่าเธอจะทำอะไรหรือไปไหน เขาก็มักจะมายั่วน้ำลายทำให้หัวใจที่บอบช้ำของเธอนั้นปั่นป่วนอยู่เสมอ จนเธอถลำตัวมีอะไรกับเขาอย่างห้ามใจไม่อยู่ และเธอก็ได้รู้ว่าเขานั้นเป็นผู้ชายแก่ที่หื่นสุดๆเลย…แต่จะหื่นแค่ไหนต้องไปตามอ่านในนิยายนะคะ
ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
เพราะความเข้าใจผิด ทำให้ต่างคนต่างก็แสดงท่าทีเย็นชาใส่กัน ทำให้ต่างคนต่างก็พลาดช่วงเวลาแห่งความสุขไป กว่าจะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายมีความสำคัญในชีวิตของตนมากแค่ไหน อีกฝ่ายก็ได้จากไปตลอดกาลเสียแล้ว...
หลังจากแต่งงานกันมาสองปี สามีของเธอไม่เคยเหยียบเข้าไปในบ้านและมองดู 'ภรรยาขี้เหร่' ของเขาเลย แถมเขาก็มีเรื่องอื้อฉาวกับดาราหน้าใหม่หลายคนทุกวัน ซูเหว่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอตัดสินใจปล่อยเขาไป ต่อไปก็ต่างคนต่างไปเลย แต่เมื่อเธอเสนอเรื่องหย่า... ฟู่เหยียนอันพบว่านักออกแบบในบริษัทนั้นสะดุดตาเป็นพิเศษ เขาค่อยๆ ทำความรู้จักกับเธอเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเธอเข้า เขาเสียใจแล้ว
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY