อดีตที่ยากจน แม่เลี้ยงสามีที่เอาเปรียบบ้านใหญ่ บ้านรอง ของพวกเธอต้องชดใช้!
อดีตที่ยากจน แม่เลี้ยงสามีที่เอาเปรียบบ้านใหญ่ บ้านรอง ของพวกเธอต้องชดใช้!
บรรยากาศภายในห้องทำงานเย็นเฉียบท่ามกลางอากาศภายนอกที่ร้อนระอุ
“อีกแค่ 10 วันเองเหอเสี่ยวหง” หญิงสาวพึมพัมกับตัวเองหลังเปิดดูปฏิทินประจำปีที่ตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน
อีกแค่สิบวันก็จะถึงวันเกิดที่เธอเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ เป็นเวลาเกือบสามสิบปีที่รอคอยมันใกล้จะมาถึงแล้ว
เหอเสี่ยวหงใช้มือที่ถือปากกาเช็ดน้ำตาที่กำลังจะไหล “ฉันใกล้จะได้กลับไปหาทุกคนแล้ว” เธอยิ้มอย่างยินดี
ก๊อก! ก๊อก!
‘คุณเหอคะ! หยาดฟ้าเองค่ะ’
“เข้ามา!”
เสียงรองเท้าส้นสูงกระแทกกับพื้นห้องดังขึ้น ทำให้เหอเสี่ยวหงที่เหม่ออยู่ เงยหน้าขึ้นมองคนที่เดินเข้ามาภายในห้อง
“มีอะไร” เหอเสี่ยวหงถามเสียงเรียบ พลางก้มหน้าอ่านเอกสารต่อ
“กลีเซอรีนจำนวน 10,000,000 ก้อน ขี้ผึ้งสีขาวจำนวน 3,000,000 ก้อน เทียนคละสีจำนวน 5,000,000 เล่ม หยาดได้สั่งซื้อจากโรงงานให้ไปส่งที่สวนแล้วนะคะ ไม่เกิน 2 วัน ทางโรงงานน่าจะส่งถึง” หยาดฟ้าที่ก้มหน้าอ่านใบเสร็จเงยหน้าขึ้นบอกแล้วพูดต่อ
“แล้วก็ของที่คุณเหอซื้อมันเป็นจำนวนมาก ทางโรงงานเลยแถมน้ำมันรำข้าวกับน้ำมันมะพร้าวให้ชนิดละ 1,000 ลิตรค่ะ” ว่าจบก็ยื่นใบเสร็จให้ผู้เป็นเจ้านาย
เหอเสี่ยวหงปิดแฟ้มเอกสารแล้วหยิบใบเสร็จขึ้นตรวจก่อนจะถามต่อ “อืม แล้ววันนี้มีอะไรอีกไหม”
“อ๋อ! เมื่อกี้คุณนายเหอให้เลขาโทรมานัดคุณเหอ ไปกินข้าวกับครอบครัวที่ร้านคุณเหอหลินหลินค่ะ” หยาดฟ้าเอ่ยรายงาน
“ฮึ คุณแม่อยากเจอลูกสาวนอกคอกคนนี้ด้วยหรือยังไง” เหอเสี่ยวหงหลุดขำด้วยใบหน้าที่นิ่ง
หยาดฟ้าเห็นท่าทีไม่ดีจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “แล้วคุณเหอต้องการสั่งอะไรเพิ่มไหมคะ หยาดจะได้ไปเตรียมให้”
“เธอไปพักเถอะ เย็นนี้ฉันคงจะต้องเข้าห้างไปซื้อของสักหน่อย” หลังว่าจบก็เปิดแฟ้มเอกสารขึ้นมาอ่าน
“ได้เลยค่ะ ถ้ามีอะไรโทรเรียกหยาดได้ตลอดเลยนะคะ”
“อือ บอกให้คนงานที่ไร่เอารถไปจอดรอหลังห้างเลยนะ”
“ได้เลยค่ะ ฉันจะโทรบอกหัวหน้าคนงาน”
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับเหอเสี่ยวหงที่วางปากกา ก่อนที่เธอจะหลับตาลงแล้วเอนตัวพิงเก้าอี้ตัวโปรด
เหอเสี่ยวหงเป็นลูกสาวคนโตของท่านายพลทหารยศใหญ่และคุณนายร้านเพชรชื่อดัง ปีนี้เหอเสี่ยวหงจะอายุครบสามสิบปีแล้ว เธอมีน้องสาวที่อายุห่างกันเป็นสิบ ๆ ปี ชื่อเหอหลินหลิน ปีนี้หล่อนก็เพิ่งจะยี่สิบปีเหมือนกัน แต่หล่อนนั้นเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของคนเป็นพ่อและแม่ ช่างแตกต่างกับเหอเสี่ยวหงผู้เป็นพี่สาว
แต่ก่อนในตอนที่เหอเสี่ยวหงยังเด็ก พ่อของเธอยังเป็นเพียงพลทหารตัวเล็ก ๆ ในกองทัพ และแม่ของเธอก็เป็นเพียงพนักงานในร้านเพชรที่เป็นของแม่เธอในปัจจุบัน จึงทำให้ไม่มีเวลาดูลูกสาวคนโต เหอเสี่ยวหงจึงถูกส่งให้ไปอยู่กับผู้เป็นย่าตั้งแต่จำความได้
และเมื่อเหอเสี่ยวมีอายุสิบขวบ มีแม่เฒ่าชรามาอ้างว่าเป็นหมอดูมาทำนายว่าลูกสาวผู้หนึ่งจะเป็นใหญ่ และลูกสาวอีกคนจะเป็นน้อย ซึ่งในเวลานั้นครอบครัวของเหอเสี่ยวหงยังไม่เชื่อมากนัก แต่แล้วพอผ่านไปสองเดือนคุณนายเหอกลับตั้งครรภ์ขึ้นมาอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่หลังจากคลอดเหอเสี่ยวหง คุณนายเหอไม่มีท่าทีว่าจะตั้งครรภ์อีกครั้ง
และเมื่อคุณนายเหอตั้งครรภ์ได้ห้าเดือน ท่านนายพลเหอที่เป็นเพียงทหารปลายแถว กลับได้รับโอกาสให้ขึ้นเป็นทหารยศสูง จึงทำให้ท่านทั้งสองเชื่อว่าเด็กในท้องจะขึ้นเป็นใหญ่ ลูกสาวคนโตที่ละเลยอยู่แล้วยิ่งละเลยไปอีก ยิ่งเมื่อคลอดลูกสาวคนเล็กออกมาผู้เป็นเจ้านายของคุณนายเหอก็ย้ายตามสามีไปอยู่ต่างประเทศ ร้านเพชรเล็ก ๆ จึงถูกยกให้คนสนิทที่ทำงานมาตั้งแต่ที่เปิดร้านอย่างคุณนายเหอ
ยิ่งพอมีหน้ามีตาในสังคม ไม่ต้องคอยวิ่ง คอยเดินตามหัวหน้า ทำให้ทั้งสองมีเวลาว่างจากการทำงาน
มาเลี้ยงเหอหลินหลิน ส่วนเหอเสี่ยวหงที่อายุครบสิบปีก็ถูกส่งกลับไปให้ผู้เป็นย่าเลี้ยง ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะมาอยู่กับพ่อแม่ไม่กี่ปี
เมื่อเหอเสี่ยวหงอายุได้ยี่สิบปีคุณย่าเหอก็เสียชีวิตลงด้วยโรคชรา ตอนนั้นเหอเสี่ยวหงที่เรียนมัธยมควบคู่ปริญญาตรีเพิ่งจะจบพอดี จากที่ต้องพักผ่อนก่อนทำงานเป็นปี สองปี ก็ต้องมาบริหารไร่หลายร้อยหมู่ ในนามทายาทคนเดียวของคุณย่าเหอ
นายพลเหอกับคุณนายเหอที่คิดว่าจะได้รับมรดกจากผู้เป็นแม่ก็รีบไปเรียกหาทนายผู้จัดการมรดกทันที แต่แล้วก็ทำให้ตกใจเพราะคุณย่าเหอยกทุกอย่างให้กับเหอเสี่ยวหง และให้เงินสดเหอหลินหลินผู้เป็นหลานสาวอีกคนเพียงหนึ่งแสนหยวน
เมื่อชื่อผู้รับมรดกมีเพียงเหอเสี่ยวหง เธอก็ถูกบิดามารดาต่อว่า ที่เป่าหูคุณย่าเหอให้ยกทรัพย์สินทุกอย่างให้คนเดียว ทั้ง ๆ ที่เหอเสี่ยวหงไม่รับรู้อะไรในส่วนนี้เลย
ต่างจากเหอหลินหลินที่แทบจะกระโดดดีใจที่ได้เงินเป็นแสนหยวน
และแล้วเวลาล่วงเลยมาหลายสิบปีก็ทำให้นายพลเหอกับคุณนายเหอรู้ซึ้งกันเลยว่าใครเป็นใหญ่ ใครเป็นน้อย เหอหลินหลินที่ทุกคนภูมิใจนักหนาได้ขอเงินไปเปิดร้านอาหาร ลูกสาวสุดรักสุดหวงขอทั้งทีทำไมจะไม่ให้ล่ะ แต่ผ่านไปไม่ถึงเดือนเหอหลินหลินก็ได้กลับมาขอเงินไปอีกหลายล้านหยวน ซึ่งหากคนขอเป็นลูกสาวคนโตอย่างเหอเสี่ยวหงทั้งสองคงจะไม่ให้ แต่นี่เป็นเหอหลินหลินลูกสาวที่ไม่กล้าขัดใจ
ยังไม่พอ! เมื่อลูกสาวที่พวกเขาทะนุถนอมมาอย่างดีกลับตั้งครรภ์ขึ้นมาในวัยยังไม่ถึงสิบแปดปี ยิ่งพ่อของเด็กเป็นวัยรุ่นเสเพลกินเหล้าข้างบ้านก็ทำให้พวกเขาแทบกระอักเลือด
เหอหลินหลินที่เรียนยังไม่จบมัธยมปลายจึงต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ทั้งนายพลเหอกับคุณนายเหอจึงต้องแบกหน้ามาขอให้เหอเสี่ยวหง
ลูกสาวที่พวกเขาแทบจะไม่ได้เลี้ยง เซ็นรับลูกของน้องสาวเป็นลูกบุญธรรม เพราะต้องการส่งเหอหลินหลินเรียนแพทย์ แต่เพราะกลัวจะมีประวัติไม่ดี ซึ่งเหอเสี่ยวหงก็ปฏิเสธ
นายพลเหอกับคุณนายเหอที่บังคับลูกสาวคนโตไม่ได้ก็ต้องกลับบ้านมือเปล่า พอกลับมาถึงบ้านเห็นลูกสาวสุดที่รักท้องป่องก็ต้องคิดหนัก ลูกสาวคนโตที่พวกเขาละเลยกลับได้ดิบได้ดี แต่ลูกสาวที่เลี้ยงมาอย่างดีกลับกำลังแย่ลง
เงินเกือบสี่ล้านหยวนที่เหอหลินหลินได้ขอไปตอนแรกและบอกจะเปิดร้านอาหาร หล่อนเอาไปปรนเปรอให้ผู้ชายจนหมดตัว! เงินสี่ล้านหยวนหายวับไปกับตา ไหนจะไม่รับผิดชอบลูกสาวกับหลานในท้องอีก
เหอหลินหลินกลัวว่าจะถูกด่าจึงไม่กล้าบอกว่าตั้งครรภ์ พอเรื่องแดงขึ้นมาก็ไม่สามารถเอาเด็กออกได้แล้ว เพราะคนเป็นแม่จะเป็นอันตราย นายพลเหอกับคุณนายเหอจึงต้องให้ลูกสาวเก็บหลานเอาไว้ แต่ตอนนี้เงินที่บ้านเหลือไม่ถึงหนึ่งแสนหยวนเลย
นายพลเหอไม่มีทางเลือกจึงเช่าร้านอาหารที่กำลังจะเจ๊งให้ลูกสาวดูแล แต่เขาคงจะลืมไปว่าลูกสาวของตัวเองเป็นคนแบบไหน ต้องจ่ายค่าเช่า ค่าพนักงาน รายได้ที่ได้มาในแต่ละวันไม่เพียงพอให้หล่อนใช้จ่าย
คุณนายเหอจึงหาทางมาพบลูกสาวคนโตที่กำลังเป็นนักธุรกิจที่กำลังเติบโต เพื่อให้เหอเสี่ยวหงเอาเสี่ยวตงผู้เป็นหลานชายมาเลี้ยง อีกอย่างถ้าเหอเสี่ยวหงเสียชีวิตอย่างน้อยมรดกก็ต้องถูกส่งให้หลานชายที่รับเลี้ยงอยู่แล้ว แต่ก็ถูกเหอเสี่ยวหงปฏิเสธอยู่ดี
ก๊อก! ก๊อก
‘คุณเหอคะ! คุณนายเหอโทรมาค่ะ!”
เหอเสี่ยวหงยกยิ้ม ทั้งสองคนรักเหอหลินหลินมาก เมื่อลูกสาวสุดที่รักไม่มีเงินใช้ก็ต้องบากหน้าไปหายืมเงิน แต่อีกไม่กี่วันต้องหาเงินจ่ายดอกเบี้ยเงินที่มีมันก็ไม่พอ ทางเลือกสุดท้ายจึงต้องเข้าหาเหอเสี่ยวหง
“ไม่ต้องรับ!” เหอเสี่ยวหงตะโกนลั่นห้องทำงาน
จริง ๆ แล้วเหอเสี่ยวคือคนปี1960 ในเวลานั้นเธอแท้งลูกเพราะถูกแม่เลี้ยงสามีโขกสับ เพราะสามีของเธอที่ทำงานเป็นยามในอำเภอถูกส่งไปทำงานที่มณฑลอื่น พ่อสามีก็เสียแล้ว แม่เลี้ยงสามีจึงได้ใจ
เหอเสี่ยวหงเป็นคนรักลูกกับสามีมาก พอรู้ตัวว่าแท้งลูกก็เอาหัวโขกเตียงเตาเสียชีวิต นี่คงจะเป็นตราบาปของเธอที่ทำให้ไม่ลืมเรื่องราวในชาติก่อน
เหอเสี่ยวหงได้เกิดใหม่ในเด็กที่ต้องออกจากท้องแม่ เธอเกิดมาโดยใช้ชื่อและแซ่เดียวกับชาติก่อน ไหนจะเกิดมาพร้อมกับของวิเศษอย่างมิติ
ตึก! ตึก!
“คุณหยาด!”
“เฮ้ย! ตกใจหมด”
เหอเสี่ยวหงหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นท่าทางตกใจของเลขาคนสนิท เธอหยิบเอกสารที่เซ็นมาวางให้กับหล่อนพร้อมบอกว่าจะออกจากบริษัทแล้ว
“ฉันจะไปแล้วนะคะ”
“จะไปแล้วเหรอคะ” หล่อนรีบลุกจากเก้าอี้ที่นั่ง “หยาดขอตัวเก็บของก่อน” อาจเพราะมีเอกสารหลายอย่างที่สำคัญ เหอเสี่ยวหงจึงได้เห็นภาพวุ่นวายตรงหน้าที่เห็นแทบจะทุกวัน
“งั้นฉันจะไปรอที่รถนะ” ก่อนจะเดินตรงไปยังลิฟท์
“รอด้วยค่าาาา”
เหอเสี่ยวหงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข หยาดฟ้าเป็นลูกสาวคนสนิทของคุณย่าเหอ เมื่อแม่ของหล่อนป่วยและเสียชีวิต จึงถูกคุณย่าเหอรับหล่อนเป็นหลานบุญธรรม
ทั้งเหอเสี่ยวหงและหยาดฟ้ามีอายุเท่ากัน ทั้งสองจึงสนิทสนมกันและคุยกันได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะความลับของเหอเสี่ยวหงที่หยาดฟ้าบังเอิญได้รู้ เหอเสี่ยวหงจึงต้องบอกหล่อน แต่หล่อนก็เก็บเป็นความลับมาตลอด
ปรื้น ปรื้น ปรื้นนน
เสียงรถยนต์ รถเครื่องดังขึ้นในเวลาเลิกงานของชาวออฟฟิศ เหอเสี่ยวหงที่นั่งข้างคนขับเหม่อมองข้างนอกอย่างไร้จุดหมาย ทั้ง ๆ ที่มันเต็มไปด้วยกลุ่มควัน
“ยัยหง หง เสี่ยว… หงหง ยัยหง!” เสียงตะโกนของหยาดฟ้าดังลั่นรถยนต์
“อะไรยัยฟ้า!” เหอเสี่ยวหงสะดุ้งตกใจ
ตอนนี้เป็นเวลาเลิกงานทั้งสองคนจึงพูดกันด้วยความสนิทสนม ต่างจากเวลาทำงานเพราะหยาดฟ้าเป็นลูกน้องจึงต้องให้เกียรติเจ้านาย หากมีคนอื่นมาว่าหล่อนตีตนเสมอนาย เหอเสี่ยวหงจะมีปัญหา
“ของที่เตรียมไว้แล้วมีอะไรบ้าง” เรื่องการที่เธอต้องย้อนกลับอดีตที่ผ่านมา หยาดฟ้าก็รู้เช่นกัน!
“ก็มียาสามัญประจำบ้านแล้วก็ยาสำคัญที่ต้องใช้ ผักผลไม้หลายสิบอย่าง สบู่ผลไม้รวมตระกูลเบอร์รีแล้วก็แยกหลายสิบล้านก้อน จักรเย็บผ้าเครื่องเล็ก 10 ตัว จักรยานที่แกไปเอฟมาหลายเดือนก่อน 10 คัน กล่องใส่อาหาร แก้วพลาสติก กะละมัง หม้อดิน หม้อเหล็ก กระทะ” เหอเสี่ยวหงบอกรายการบางส่วนที่จำได้ บางอย่างก็ถูกเธอเก็บใส่มิติเป็นสิบ ๆ ปี เธอจำได้ก็เก่งเกินไปแล้ว
“โห้! แกสบายเลยสิ” หยาดฟ้าอุทาน
เหอเสี่ยวหงหัวเราะ “ก็ตอนนั้นมันลำบากมาก พอมีโอกาสใครไม่อยากคว้าไว้ล่ะ”
“อ๋อจริงสิ ฉันสั่งผลไม้ตระกูลเบอร์รีทั้งแบบสดแล้วก็แห้งจากต่างประเทศมาให้ด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าจะได้เยอะมากไหมเพราะเขาบอกของตีกลับเยอะมากต้องจำกัด” หยาดฟ้าว่าพลางเลี้ยวรถหาที่จอด
เหอเสี่ยวหงที่เห็นว่าเพื่อนจอดรถแล้วก็เอ่ยบอก “ถ้าลุงฟ่านมาแล้วก็บอกให้แกขึ้นไปรอเลย”
ชีวิตของลิลลี่เป็นชีวิตที่ใครหลาย ๆ คนใฝ่ฝันอยาจะเป็นแบบเธอ แต่คนอื่นไม่เคยรู้เลยว่ามันโดดเดี่ยวมากแค่ไหน เกิดในตระกูลหมื่นล้านครอบครัวค่อย ๆ จากไปทีละคน อายุเพียงยี่สิบอาชายผู้ที่เป็นญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายที่เหลืออยู่ดวลจากไป ลิลลี่ ลลิลิล จึงกลายเป็นทายามเพียงคนเดียวของตระกูล มีแล้วอย่างไรสุดท้ายคนเราต้องจากไป มีเงินหมื่นล้านยื้อชีวิตใครไม่ได้สักคน ลิลลี่ในวัยยี่สิบปีเธอรู้ว่าธุรกิจของตระกูลไม่อาจสานต่อได้ ขายหุ้นให้คนอื่นรอรับเพียงเงินปันผลก็เพียงพอ ยี่สิบสามเรียนจบปริญญาตรีด้านแฟชั่นก่อนเรียนต่อปริญาเอก ปริญญาโท ในปีที่สามสิบของชีวิตลิลลี่ประสบความสำเร็จในด้านดีไซเนอร์ เป็นดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียง ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตหลังเรียนจบก็เสียชีวิตจากความเครียดที่สะสมมาตลอด คิดว่าหลังความตายคงจะถูกบรรพบุรุษสาปแช่งที่ดูแลตระกูลไม่ได้ ใครจะรู้ว่าลืมตาแล้วจะมาอยู่ในร่างของคนอื่น วันที่เจ็ดเดือนมกราคมปี 1980 ลิลลี่ตื่นขึ้นในในร่างของลูกสาวคนโตของบ้านฉิน ฉินเสี่ยวหราน มีน้องสาวหนึ่งคน พ่อเป็นทหารหารเพิ่งได้รับเลื่อนขั้นเป้นพันตรี แม่เป็นหญิงในชนบท ฉินเสี่ยวหรานเป็นนักเรียนมัธยมปลายชั้นปีสุดท้าย ส่วนฉินเสี่ยวหลิงเป็นนักเรียนมัธยมต้นชั้นปีสุดท้ายที่จะขึ้นมัธยมปลาย
แป้งร่ำสาวใหญ่วัยสี่สิบ ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยงานจนกระทั่งเพิ่งรู้ตัวว่าไม่มีใครเคียงข้าง หลังจากทบทวนชีวิตดีแล้วจึงยื่นขอลาออกจากบริษัท และนับตั้งแต่นั้นมาชีวิตของเธอก็เปลี่ยน ระบบเส็งเคร็งนี่คืออะไร!
เป็นเพียงขยะไร้ค่าของตระกูลจะสู้หลานชายสุดที่รักของคุณปู่ได้อย่างไร ติณณ์เดินออกจากตระกูลไปยังประเทศเกรย์ดัชตามคำบอกเล่าของเพื่อนสาว แต่เข้าประเทศเขาวันแรกดันปากดีใส่องค์รัชทายาทจนโดนหมายหัว
แป้งร่ำสาวใหญ่วัยสี่สิบ ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยงานจนกระทั่งเพิ่งรู้ตัวว่าไม่มีใครเคียงข้าง หลังจากทบทวนชีวิตดีแล้วจึงยื่นขอลาออกจากบริษัท และนับตั้งแต่นั้นมาชีวิตของเธอก็เปลี่ยน ระบบเส็งเคร็งนี่คืออะไร! .
ซุนลี่เป็นหนึ่งเกรียงไกร แผ่นดินยิ่งยงไพศาล ใต้หล้าสยบชั่วกาล ว่านอี้ครองราชย์...ประชาร่มเย็น ว่านอี้ครองราชย์...ประชาร่มเย็น คำนี้มีความจริงเจือจางอยู่กี่มากน้อยกันแน่? เรื่องเหล่านี้คงเป็นเพียงบทเรียนในวังหลังที่จารึกให้คนท่องจำ ไปอย่างสูญเปล่า เพราะสำหรับตัวนางแล้ว คำกล่าวนี้ดูห่างไกลความจริง จนสุดหล้าทีเดียว
ตายด้วยเงื้อมมือของเพื่อนร่วมสาขา เนเน่ เนตรนภา จึงทะลุมิติมาอยู่ในร่างเด็กน้อยวัยสิบหนาวที่ป่วยตาย นามเซี่ยซูเหยา มีบิดา พี่สาว พี่ชายที่เป็นห่วงนางมากกว่าสิ่งใด
【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”
ชีวิตแต่งงานของฉันพังทลายลงในงานกาลาการกุศลที่ฉันเป็นคนจัดขึ้นมาเองกับมือ วินาทีหนึ่ง ฉันคือภรรยาผู้มีความสุขและกำลังตั้งครรภ์ของเก้า สุวรรณกิจ เจ้าพ่อวงการเทคโนโลยี วินาทีต่อมา หน้าจอโทรศัพท์ของนักข่าวคนหนึ่งก็ประกาศให้โลกรู้ว่าเขากับพราว นิธิวัฒน์ รักแรกในวัยเด็กของเขา กำลังจะมีลูกด้วยกัน ฉันมองข้ามห้องไป เห็นพวกเขาสองคนยืนอยู่ด้วยกัน มือของเก้าวางอยู่บนท้องของพราว นี่ไม่ใช่แค่การนอกใจ แต่มันคือการประกาศต่อสาธารณะที่ลบตัวตนของฉันและลูกในท้องของเราให้หายไป เพื่อปกป้องการเปิดขายหุ้น IPO มูลค่าหลายหมื่นล้านของบริษัท เก้า แม่ของเขา หรือแม้กระทั่งพ่อแม่บุญธรรมของฉันเอง ก็ร่วมมือกันหักหลังฉัน พวกเขาย้ายพราวเข้ามาอยู่ในบ้านของเรา บนเตียงของฉัน ปฏิบัติกับเธอราวกับเป็นราชินี ในขณะที่ฉันกลายเป็นนักโทษ พวกเขาตราหน้าว่าฉันเป็นคนสติไม่ดี เป็นภัยต่อภาพลักษณ์ของครอบครัว พวกเขาใส่ร้ายว่าฉันนอกใจ และกล่าวหาว่าลูกในท้องของฉันไม่ใช่ลูกของเขา คำสั่งสุดท้ายนั้นโหดร้ายเกินกว่าจะคิดฝัน...ให้ฉันไปทำแท้ง พวกเขาขังฉันไว้ในห้องและนัดวันผ่าตัดเรียบร้อย พร้อมขู่ว่าจะลากฉันไปที่นั่นถ้าฉันขัดขืน แต่พวกเขาทำพลาดไปอย่างหนึ่ง... พวกเขายอมคืนโทรศัพท์ให้ฉันเพื่อหวังจะปิดปากฉันไว้ ฉันแสร้งทำเป็นยอมแพ้ แล้วใช้โอกาสสุดท้ายโทรออกไปยังเบอร์ที่ฉันเก็บซ่อนไว้มานานหลายปี... เบอร์โทรศัพท์ของพ่อผู้ให้กำเนิดของฉัน อนันต์ ธีรวงศ์ ประมุขของตระกูลที่ทรงอิทธิพลมากพอที่จะเผาโลกทั้งใบของสามีฉันให้มอดไหม้เป็นจุณได้
คิณ อัคนี สุริยวานิชกุล ทายาทคนโตของสุริยวานิชกุลกรุ๊ป อายุ 26 ปี นักธุรกิจหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เย็นชากับผู้หญิงทั้งโลกยกเว้นเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น เอย อรนลิน "เมื่อเขาดึงเธอเข้ามาในวังวนของไฟรักที่แผดเผาหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้ไหม้ไปทั้งดวง" "เธอแน่ใจนะว่าจะให้ฉันช่วยค่าตอบแทนมันสูงเธอจ่ายไหวเหรอ?" เอย อรนลิน พิศาลวรางกูล ดาวเด่นของวงการบันเทิงที่ผันตัวไปรับบทนางร้าย เธอสวย เซ็กซี่ ขี้ยั่วกับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น "เขาคือดวงไฟที่จุดประกายขึ้นในหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้หลงเริงร่าอยู่ในวังวนแห่งไฟรัก" "อะ อึก จะ เจ็บ เอยเจ็บค่ะคุณคิณ"
เมื่อผู้หญิงที่เพื่อนๆ ตั้งสมญานามว่าแม่ชีอย่างเธอจับพลัดจับผลูต้องมาเจอกับผู้ชายหน้านิ่งที่เอะอะกอด เอะอะจูบอย่างเขา อา…แล้วพ่อคุณก็ดันเป็นโรคนอนไม่หลับ จะต้องนอนกอดเธอเท่านั้นด้วย แบบนี้เธอจะเอาตัวรอดได้ยังไงล่ะ “ชอบอาหารเหนือไหม” “ชอบมากเลยคุณ ให้กินทุกวันยังได้เลย” “มากพอจะอยู่ที่นี่ไหม” “แค่กๆๆ” …………… …………………………………………………………………………………………………………………………. “คุณ! เอากระบอกไฟฉายออกไปวางที่อื่นก่อนได้ไหม มันดันหลังฉัน ฉันนอนไม่หลับ” คนที่ใกล้จะหลับบอกเสียงอู้อี้ “เอ้อ! ไม่มีนี่” เขาบอกเสียงอึกอัก “มันจะไม่มีได้ไง ก็มันดันหลังฉันอยู่เนี่ย” เธอมั่นใจว่ามีแน่ๆ ก็หลักฐานมันทนโท่ขนาดนี้ “อืม! นอนเถอะ ไม่มีหรอก” “จะไม่มีได้ไง ก็นี่ไง” คุณเธอยืนยันด้วยการคว้าหมับเข้าให้ พร้อมหันกลับมา หวังงัดหลักฐานที่อยู่ในมือมาพิสูจน์ให้ได้เห็นกันจะๆ คาตา แต่… ตึก ตึก ตึก อา…! ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่คาตา แต่ยังคามือเธอด้วย เธออ้าปากตาค้างราวกับกำลังตกตะลึงสุดขีด ก่อนจะก้มมองไอ้ที่คิดว่าเป็นกระบอกไฟฉายในมือสลับกับเงยหน้ามองเขา จากนั้นก็… “กรี๊ด…!” เธอร้องลั่นพร้อมกับยื่นเท้าถีบออกไปสุดแรง ตุบ! คนไม่ทันตั้งตัวร่วงตุ้บลงไปบนพื้น ครั้นพอจะลุกขึ้น คุณเธอก็ตะโกนเสียงดังลั่นขึ้นมาอีก “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้คนลามก คนเลว คุณมันทุเรศที่สุด คุณให้ฉันจับไอ้นั่นของคุณ มัน…อี๋…! เธอพูดพลางทำท่าขยะแขยง แล้วมาส่องกระบอกไฟฉายพ่อเลี้ยงพร้อมกันนะคะ
หลังจากที่แต่งงานเข้ามาในตระกูลมู่ หลินซีได้ทำหน้าที่เป็นคุณนายมู่ที่ยอมอดทนกับทุกอย่างโดยไม่ปริปากเป็นเวลาสามปี เธอรักมู่จิ่วเซียว จึงยอมอดทนดูแลเขาอย่างเต็มใจ แม้ว่าเขาจะมีคนอื่นอยู่ข้างนอกก็ตามแต่เขากลับไม่เคยเห็นค่าของเธอ เหยียบย่ำความรักของเธอให้แหลกสลาย และถึงขั้นปล่อยให้น้องสาวของเขามอมเหล้าเธอแล้วส่งไปยังเตียงของลูกค้า หลินซีนั้นถึงเพิ่งจะตาสว่างเมื่อรู้ว่าความรักที่มีมานานนั้นช่างน่าขันและน่าเศร้าในใจของเขา เธอไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้ามาเกาะเขา เธอจึงทิ้งข้อตกลงการหย่าไว้แล้วจากไปโดยไม่ลังเล มู่จิ่วเซียวมองดูเธอประสบความสำเร็จ กลายเป็นดวงดาวที่ส่องแสงในสายตาของผู้คนเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง เธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและสงบเสงี่ยม โดยมีผู้ชายที่มีฐานะสูงส่งอยู่เคียงข้าง มู่จิ่วเซียวมองดูใบหน้าของคู่แข่งหัวใจที่ดูคล้ายกับของเขามาก จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าในสายตาเธอ เขาเป็นเพียงตัวแทนของคนอื่นในมุมแห่งหนึ่ง เขาขวางทางเธอไว้ “หลินซี คุณเล่นตลกกับผมใช่ไหม”
"คุณต้องการเจ้าสาว ส่วนฉันก็ต้องการเจ้าบ่าว ทำไมเราไม่แต่งงานกันล่ะ?" ภายใต้เสียงเยาะเย้ยของทุกคน ถังเลี่ยน ซึ่งถูกคู่หมั้นของเธอทอดทิ้งในพิธีแต่งงาน กลับแต่งงานกับเจ้าบ่าวพิการข้างบ้านที่ถูกรังเกียจ ถังเลี่ยนคิดว่าอวิ๋นเซินเป็นชายหนุ่มที่น่าสงสาร และเธอสาบานว่าจะให้ความรักใคร่แก่เขาและตามใจเขาหลังแต่งงาน ใครจะรู้ว่าเขาแกล้งเป็นแบบนั้น... ก่อนแต่งงาน อวิ๋นเซินว่า "เธอต้องสนใจเงินของผมถึงยอมแต่งงานกับผม ผมจะหย่ากับเธอหลังจากที่ผมใช้ประโยชน์เธอเสร็จ" หลังแต่งงาน อวิ๋นเซินว่า "ภรรยาของผมต้องการหย่าทุกวัน แต่ผมไม่อยากหย่า ทำอย่างไรดีล่ะ"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY