เขาชอบเธอ แต่เธอปากหมา! เขาไม่ได้อยากร้าย ส่วนเธอไม่ได้อยากรัก ปฏิบัติการว้ากรักจึงเกิดขึ้น
เขาชอบเธอ แต่เธอปากหมา! เขาไม่ได้อยากร้าย ส่วนเธอไม่ได้อยากรัก ปฏิบัติการว้ากรักจึงเกิดขึ้น
ณ ลานเกียร์
"ก้มหน้าลงไป!!!”
ณ เสียงที่ตะโกนดังลั่นลานเกียร์ อย่าเพิ่งตกใจกันนะคะ เรากำลังรับน้อง แต่ไม่เข้าใจ๊ไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องมารับน้องที่นี่ด้วย รู้อะไรไหมคะ ฉันล่ะเบื่อที่จะอยู่ในกฎเกณฑ์ เกลียดการถูกบังคับเป็นที่สุด อุตส่าห์เรียนบริหารกะว่าจะสบาย ๆ ไม่ต้องรับน้องเหมือนรุ่นพี่ปีที่แล้ว ฮึ่ยเจ็บใจ จะอะไรล่ะ เพราะปีที่แล้วน่ะรุ่นพี่เขารับรุ่นกันอย่างสบายไม่ต้องตกระกำลำบาก ไม่ต้องร้อนไม่ต้องนั่งตากแดด ไม่ต้องทนความกดดัน แต่ดูปีฉันสิ ดู๊!
"เงยหน้าทำไม!! ใครสั่งพวกคุณครับ ก้มหน้าลงไป!!!".
นั่นแหละค่ะอย่างที่ได้ยินเลย ไอ้พวกรุ่นพี่เก็บกดเอ้ย ว้ากเอา ๆ ไม่เจ็บคอหรือไง มันเซอร์ไพรส์รับน้องโหดที่รุ่นฉันยังไม่พอ รุ่นฉันยังมากับความโชคดี
โชคดีกับผีอะไรล่ะ โชคร้ายนะสิไม่ว่า เพราะเป็นปีแรกที่คณะบริหารต้องมารับน้องรวมกับคณะวิศวะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเถื่อนถ่อยที่สุด อยากจะบ้าตาย ฮึ่ม
"ใครสั่งให้พูด มีมารยาทกันไหม...ครับ"
ยัง ยังไม่จบ หันไปข้าง ๆ เพื่อนสาวเจ้าน้ำตาของฉันน้ำตาคลอแล้ว หันไปมองอีกคนก็กำมือแน่น อีกคนก็นิ่งไม่ขยับ ถ้ายังไม่หยุด จะขึ้นแล้วนะเว้ย
"เลิกเชียร์ได้ครับ" สวรรค์
"ฮือแก ฉันกลัวง่า"
"โอ๊ย หัวใจฉันจะวาย"
"ฉี่แทบราดอะมึง"
ไม่ต้องถามว่าอยู่ไหน ตอนนี้อยู่ห้องเรียนจ้า ส่วนเสียงสามเสียงเป็นเสียงเพื่อนฉันเอง คนแรกชื่อน้ำพิ้งค์ ขี้อาย ขี้กลัว หน้าสวยแต่งยังไงก็ขึ้น คนที่สอง ยัยน้ำหวาน หน้าโคตรหวานโคตรใส แต่สนิทรู้เลยว่ามันอะจอมทะลึ่ง โก๊ะ นิสัยนี่ขัดกับหน้าตาสุด ๆ
คนที่สามคือยัยน้ำทิพย์ มนุษย์หน้านิ่ง นิ่งจนคนอื่นหาว่าหยิ่ง ก็นะสำหรับคนไม่สนิทก็จะมองอย่างนั้น แต่ถ้าสนิทนะ ยัยเนี่ยเปรี้ยวและแซ่บสุดในกลุ่มเลยล่ะ คนอะไรขนาดนั่งเฉย ๆ ยังเซ็กซี่อะ
ส่วนคนสุดท้าย ฉันเอง ท้าดาาาา!
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อน้ำมนต์ หรือที่ครอบครัวและเพื่อนเรียกว่า ไอ้มนต์ เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะพวกมันบอกว่าฉันแมนไง แมนตรงไหนวะแค่ต่อยมวยเป็นป้องกันตัวได้ เคยต่อยกับผู้ชายจนผู้ชายเข้าโรงพยาบาล แล้วก็ไม่ค่อยใส่กระโปรงเท่านั้นเอง
เอ้า แมนตรงไหน ตอบมนต์คนสวยหน่อยค่า นิสัยฉันก็คล้าย ๆ ยัยทิพย์แหละกับคนที่ไม่สนิทนะ แต่สนิทก็พูดมาก ใจใหญ่ไปไหนไปกัน คอยดูแลปกป้องพวกมัน และที่สำคัญ ปากหมา!! นี่ล่ะค่ะ ฉันเอง
สงสัยใช่ไหมล่ะว่าทำไมฉันสี่คนชื่อคล้าย ๆ กัน คืองี้แม่เราเป็นเพื่อนกันที่สนิทกันมาก ย้ำว่ามาก เลยตั้งชื่อเราให้เหมือนกัน ไงล่ะ ดีไปอี๊ก เฮ้อเหนื่อย อาจารย์มาละ ขอตัวเรียนก่อนละกัน
ช็อป วิศวะ
"เฮ้ย วันพรุ่งนี้ไปส่องเด็กกันไหมวะ ปีนี้เขาบอกว่าเด็ด"
"มึงหัดคิดเรื่องอื่นเป็นไหม นอกจากเรื่องผู้หญิงเนี่ยไอ้เหนือ"
"มันก็คิดเป็นเรื่องเดียวนั่นแหละ เรื่องอื่นมันคิดไม่เป็นหรอก"
"เอาเวลาที่พวกมึงสามตัวกำลังเถียงกัน มาช่วยกูทำงานไหมครับ ไอ้เพื่อนเชี่ย"
สงสัยกันล่ะสิว่าผมเป็นใคร ผมชื่อพายุ ลูกเจ้าของมหาวิทยาลัยที่นี่แหละ ใหญ่สุดละ พวกมันชอบเรียกผมว่า "ราชา" แล้วก็เสียงของไอ้สามตัวเมื่อกี้อะ เพื่อนสนิทผมเอง เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก รู้เช่นเห็นชาติกันทุกอณูนั่นแหละครับ
คนแรกไอ้เหนือ หรือเหนือนที นิสัยมันโคตรกะล่อน เจ้าเล่ห์ พูดมากเป็นที่สุด คนที่สองไอ้วินหรือไอ้ธาวิน บุคลิกดูโคตรเป็นคนดี ผู้ชายอบอุ่น? แต่นิสัยมันร้ายลึกนะครับผม คนที่สามไอ้ดิน หรือปฐพี ไอ้นี่ก็นิสัยคล้าย ๆ ผม ไม่ค่อยพูดกับคนที่ไม่สนิท ถ้าสนิทคือพูดมาก กวนตีน และหื่นสุด ๆ ส่วนผมน่ะเหรอ นิยาม หล่อเลว คือผมเอง
พวกผมทั้งสี่เรียนวิศวะยานยนต์ แก๊งเฮดว้ากประจำปีนี้ พวกผมอยู่ปีสาม และหัวข้อสนทนาเมื่อกี้ก็เป็นเรื่องรับน้อง แต่ที่ทำให้ไอ้เหนือมันดี๊ด๊าก็เพราะว่าปีนี้ คณะวิศวะต้องรับน้องรวมกับคณะบริหาร!!! ซึ่งคณะบริหารสาวเด็ดทุกคนครับ ไอ้เหนือมันเลยอยากจะไปอ็อฟ เอ้ย ไปดูน้อง ๆ เท่านั้นเอง ผมยังไม่รู้เลยว่าเด็กบริหารจะทนรับน้องของผมได้หรือเปล่า เห็นที พรุ่งนี้ ผมคงต้องไปดูลาดเลาซะหน่อยแล้ว
"หรือมึงจะไม่ไปไอ้พายุทอร์นาโด ตอปิโด..."
ไอ้เหนือมันพูดกวนส้นตีนผม
“หึ/หึ”
เสียงไอ้วินกับไอ้ดินหัวเราะในลำคอพร้อมมองผมยิ้ม ๆ พวกมันรู้ว่าผมคิดอะไร ก็บอกแล้วคบกันมานาน
"กูไป แต่ พวกมึงทั้งสามตัว รีบมาช่วยกูทำโปรเจกต์ส่งจารย์เลยเร็ว" พอผมพูดจบ เราก็ต่างฝ่ายต่างทำงาน
"เฮ้อ เรียนเสร็จสักที กูนี่โคตรเมื่อย" ไอ้หวานมันพูด
"ฮือ หิวอะหิว" ไอ้พิ้งค์
"พวกมึง ดูนี่ดิ เฟซกลุ่มมันบอกว่า พรุ่งนี้ให้ทุกคนมาเข้าเชียร์ ย้ำ! มาให้ครบทุกคน เฮดว้ากปีสามลงว่ะ" เสียงไอ้ทิพย์มันพูด
"อีกแล้วเหรอมึง เบื่อว่ะ ไปหาไรกินกันเถอะ" ฉันพูด และตอนนี้พวกฉันก็ตกลงกันได้แล้วว่าจะกินชาบู
ร้านชาบู
"มึง หิวจริงจังมากอะ อาจารย์สั่งโคตรเยอะ" ยัยหวานพูด
"รีบกินกันเถอะมึง ได้กลับคอนโดกันสักที" ยัยทิพย์พูด
"ฉันเห็นด้วยกับแก ปะ กิน ๆ" ฉัน
"พวกแก ที่เขาบอกว่าเฮดว้ากจะลงอะ น่ากลัวปะวะ ฮือ ฉันกลัว" ยัยพิ้งค์สาวขี้กลัวประจำกลุ่ม
"ขึ้นชื่อว่าเฮด กูว่าต้องน่ากลัวแน่เลย" ยัยหวาน
"หึ โหดเยอะ ๆ กูจะอ่อยให้ไปไม่เป็นเลย" ยัยทิพย์พูด
"กูไม่รู้ว่ะ ไม่ได้สนใจ แต่ไม่ต้องกลัว นี่ใคร เดียวพี่ดูแลเองน้อง"
"จ้า...พี่น้ำมนต์คนแมน" หลังจากฉันพูดจบ พวกมันก็รับคำฉันด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้ หลังจากที่เช็กบิลเสร็จ พวกเราก็กลับคอนโดทันที อ้อเราอยู่ด้วยกันอะ สี่ห้อง อยู่ชั้นบนสุด ก็บอกแล้วพวกฉันรวยมาก
หลังจากสี่สาวร่างเล็กสี่สไตล์ที่เวลาอยู่ด้วยกันไม่สามารถทำให้คนที่มองละสายตาไปได้ แต่นั่นก็ไม่เท่ากับพวกเธอไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่า ทั้งคำพูดและการกระทำได้ตกอยู่ในสายตาของพวกเขาทั้งสี่เป็นที่เรียบร้อย แถมเสียงพูดท่าทางก็ชัดยิ่งกว่าระดับ hd ซึ่งทั้งสี่สาวอยู่ในสายตาพวกเขาตั้งแต่เข้ามาในร้านเรียบร้อยแล้ว และทั้งสี่สาวก็ถูกขึ้นบัญชีกับพวกเขาสี่หนุ่มแก๊งหล่อเลวเรียบร้อย
หึ ชัดครับชัดทั้งเสียงทั้งภาพ ผมยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจใครบางคนในกลุ่มผู้หญิงสี่คน แต่ก่อนอื่นผมต้องเคลียร์กับเพื่อนก่อนว่าพวกมัน จองใคร
"กูอยากโดนอ่อย คนหน้าตาหมวย ๆ เซ็กซี่ ๆ พวกมึงห้ามยุ่ง" ถูกครับไอ้เหนือมันเลือกน้องคนหนึ่งคนหน้านิ่ง ๆ หยิ่ง ๆ สเปกไอ้เหนือมัน
"กูมันผู้ชายอ่อนโยนชอบปกป้อง น้องหน้าตาน่ารักขี้กลัวคนนั้น พวกมึงอย่ามาแหยมครับ" เชรด ไอ้วินมันเลือกน้องหน้าสวยแต่ขี้กลัวไปครับ เหลือแค่ไอ้ดิน ผมจ้องมันเขม็งมันก็จ้องผมเหมือนกัน ก่อนผมจะยกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินสิ่งที่มันพูดออกมา
"กูเอาคนนั้น น้องหน้าหวาน อยากรู้ว่าอย่างอื่นจะหวานด้วยหรือเปล่า คนนั้นกูจอง" ไอ้ดินพูด ใช่ครับน้องหน้าหวาน สเปกไอ้ดินมัน ส่วนผมน่ะเหรอ หึ
"คนนั้นของกู" ผมพูดยิ้ม ๆ ใช่ครับผมเลือกน้องมนต์น่าจะชื่อมนต์ผมได้ยินเพื่อนเรียกแบบนั้นนะ คนอะไร สวยน่ารักไปซะหมด เหมือนเธอจับเอาบุคลิกของเพื่อนเธอทั้งสามมารวมไว้ที่เธอ ซึ่งมองแล้วมันไม่น่าเบื่อนะสำหรับผม จริงๆ กลุ่ม
ของเธอสวยหมดทุกคนนะครับสวยคนละเเบบกินกันไม่ลง แต่สำหรับผมต้องน้องมนต์เท่านั้น คนอะไรหน้าดูเอ็น เอ้ย! หน้าเอ็นดูครับ ยิ่งห้าว ๆ แบบนี้ ผมจะปราบพยศให้เป็นแมวเชื่อง ๆ เชียว
"น้องมนต์ของเฮีย"
หลังแก้ปัญหาไอมารจนผืนดินกลับมาเพาะปลูกได้อีกครั้ง ก็ถึงเวลาที่เว่ยซือหงต้องไปผจญภัยจริง ๆ เสียที สมบัติวิเศษ สมุนไพรล้ำค่า ทรัพยากรอื่น ๆ อีกมากมายที่อยู่ในดินแดนลับ นางจะกวาดให้เรียบ!
โปรย... ชะตาพลิกผันให้เจ๊ใหญ่หงทายาทมาเฟียยุค2000 ต้องไปเกิดใหม่ที่มิติใกล้ล่มสลาย ซึ่งทุกอย่างถูกวัดด้วยความแข็งแกร่ง ทั้งพลังปราณ พลังธาตุ ทั้งนางยังมีภารกิจสำคัญที่ต้องรับผิดชอบ ทว่าเมื่อลืมตาตื่นความทรงจำกลับเลือนราง นางกลายเป็นก้อนแป้งน้อยโดยสมบูรณ์! ผักก็ต้องปลูก มารก็ต้องกำจัด ความทรงจำยังเลือนรางอีก สวรรค์ท่านกลั่นแกล้งข้าหรือไร?
คนที่ไว้ใจสุดท้ายร้ายที่สุด... เมื่อเรื่องราวความรักของม่านไหมโรยไปด้วยกลีบกุหลาบที่ถูกก้องเกียรติสร้างขึ้นมา ชวนให้หลงมัวเมากับฉากหน้าอันแสนหวานยากจะถอนตัว กว่าจะรู้ตัวก็กลายเป็นว่าเธอถูกหนามแหลมคมของดอกกุหลาบที่ชื่นชอบคอยทิ่มแทงให้เธอเจ็บแล้ว ราวกับโลกทั้งโลกแหลกสลาย ความไว้ใจที่มีมาพังทลายลง! คนที่มั่นคงและซื่อสัตย์ในรักอย่างเธอต้องมานั่งเสียใจนอนร้องไห้ ต้องเจ็บปวดจากการกระทำของคนที่เธอรักและไว้ใจที่สุด เธอจะเลือกอะไรระหว่างอดทนยอมรับชะตากรรมความเจ็บปวดที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อและให้อภัยเขาในที่สุด หรือ! เดินหน้าเริ่มต้นใหม่กับใครอีกคนที่หวังดีกับเธอตลอดมา เป็นกำลังใจให้ม่านไหมด้วยนะคะ ............................................... ตัวอย่างบางส่วนในนิยายค่ะ “ทำแบบนี้ทำไม” คำถามแผ่วเบาที่ออกจากปากของม่านไหม ทำให้ชายหนุ่มได้สติ ก้องเกียรติตวัดสายตาดุร้ายมองเธอ เขาไม่ตอบเลือกที่จะหันหลังเดินไปยังตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบมาแต่งตัว “ทำไมไม่ตอบ ทำแบบนี้ทำไม!” เสียงของม่านไหมดังขึ้น หญิงสาวไม่ปล่อยให้ชายหนุ่มหันหลังให้ เธอเดินเข้าไปแล้วกระชากให้เขามามองหน้าเธอทันที “ตอบสิ ทำแบบนี้ทำไม ม่านทำอะไรผิดเหรอ พี่ถึงได้ไปมีคนอื่นแบบนี้!” ม่านไหมโวยวาย สองมือของเธอทุบลงบนอกของเขา
เพราะว่ารักจึงยอม เพราะรักถึงรอ รอที่จะได้ยินคำว่ารัก รอวันที่เธอชัดเจน... .......... ตัวอย่าง “หยุดร้องก่อนได้ไหมฉาย” เสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มพูดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด หลังจากที่เขานั่งทนฟังเสียงร้องไห้ของหญิงสาวมาร่วมชั่วโมงกว่าเกือบจะสองชั่วโมงได้ “ฉายไม่ได้อยากร้อง แต่ว่ามันหยุดไม่ได้ ฮึก! แล้วพี่สงจะให้ฉายทำยังไง” หญิงสาวตอบกลับพลางสะอื้นไห้ .......... “นานแล้วนะครับฉาย พี่ทรมาน” น้ำเสียงทุ้มฟังดูเซ็กซี่ดังขึ้นข้างหู “พี่สง!” “พี่รักฉายมากฉายก็รู้ แล้วตอนนี้มันก็นานมาก ๆ แล้วที่เราไม่ได้รักกัน ฉายไม่สงสารพี่เหรอครับ” เขายังคงหว่านล้อมเธอด้วยคำพูดจนจันทร์ฉายเริ่มลังเล ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากพร้อมพูดต่อ “รักของพี่มีให้ฉายแค่คนเดียว ทั้งหัวใจพี่ก็มีแค่ฉาย จะทำอะไรก็นึกถึงแต่ฉาย แบบนี้... พี่ควรได้รางวัลหรือยังครับ” พูดแล้วก็เป่าลมร้อนเข้าหูเธอจนคนตัวเล็กย่นคอหนี “ตะ แต่ว่าฉายท้องอยู่นะคะ” “เลยช่วงอันตรายมาแล้วครับ หมอก็อนุญาตฉายก็รู้ พี่สัญญาว่าจะระวัง” “แต่ว่า” “ให้พี่ทักทายลูก ต่อแขนต่อขาให้ลูกนะครับคนดี พี่สัญญาว่าจะทำเบา ๆ นะครับ นะ” สงกรานต์พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะระดมจูบไปตามซอกคอหอมกรุ่นของหญิงสาว “คะ ครั้งเดียวนะคะ” “ขอบคุณครับ” เมื่อได้รับคำอนุญาตสงกรานต์ก็ไม่คิดเกรงใจอีกเขาตะโบมจูบจันทร์ฉายด้วยความคิดถึงและความรักทั้งหมดที่มี ลิ้นหนาพัวพันกับลิ้นเล็กดึงดูดความหอมหวานของกันและกัน ก่อนจะประคองเธอนอนลงบนเตียงอย่างเบามือ สองมือปลดเปลื้องเสื้อผ้าเธอด้วยความชำนิชำนาญ
ถูกกล่าวหาว่าเป็นลูกนอกสมรสเธอไม่เคยปริปาก โดนกลั่นแกล้งสารพัดก็ไม่เคยพร่ำบ่น เห็นว่าเธอไม่มีปากเสียงแล้วจะเอาอะไรที่เป็นของเธอไปก็ได้เหรอ? ฝันไปเถอะ! ถึงเวลาที่เธอจะเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเองแล้ว ระวังตัวไว้ให้ดีละ เตือนแล้วนะ... .......... ตัวอย่าง 1 “ดี! งั้นมาดูกัน ว่าระหว่างฉันกับเธอใครกันแน่ที่พูดความจริง แต่เธอคงไม่ถือใช่ไหมพริมา ถ้าต้องใช้ผู้ชายคนเดียวกันกับพี่สาวอย่างฉันน่ะ” กล่าวถามก่อนจะหัวเราะอย่างขบขัน เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าเรียบเฉยของน้องสาว อิงอรฉีกยิ้มเยาะเย้ยพลางมองพริมาด้วยสายตาเหยียดหยามดูแคลน มือบางคว้ากระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วเดินกลับไปยังประตู ทว่าก่อนที่มือจะทันได้จับลูกบิด น้ำเสียงเย็น ๆ ของน้องสาวที่ดังขึ้นด้านหลังกลับหยุดเธอไว้ “ก็เอาสิคะ ถ้าพี่อิงมั่นใจว่าจะแย่งเขาไปจากฉันได้ก็ลองดู แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่าฉันเป็นคนหวงของ ยิ่งรักมากก็หวงมาก และฉันคงไม่ยอมอยู่เฉย ๆ เหมือนที่แล้วมาแน่ อะไรที่เป็นของฉันใครหน้าไหนก็เอามันไปจากฉันไม่ได้ โดยเฉพาะคนหน้าด้านอย่างพี่อิง อย่าได้หวังเลยค่ะ แต่ถ้าพี่คิดว่าพี่แน่ ก็เชิญ แล้วจะได้รู้ ว่าฉันทำอะไรได้มากกว่าที่พี่คิด เตือนแล้วนะ” “เหอะ” อิงอรอารมณ์เสียเพราะคำพูดของพริมา แต่ไม่ใช่ในคำเตือน เธอหันกลับมามองหน้าน้องสาวแล้วส่งสายตาฟาดฟันกัน ก่อนจะสะบัดหน้าหนีเดินออกจากห้องไป .......... ตัวอย่าง 2 “เสียดายจัง ยังไม่ทันได้มองหุ่นเขาเลย พี่พีก็เอามือมาปิดตาพริมซะก่อน เสียดายจริงๆ” “เสียดายทำไม! อยากดูก็มาดูหุ่นพี่นี่ พี่หุ่นดีกว่ามันตั้งเยอะ” ชายหนุ่มพูดเสียงเขียว พริมายู่หน้าตอบ “มันไม่เหมือนกันนี่คะ ของพี่พีพริมได้ดูทุกวัน แต่ของคนอื่นพริมแค่อยากมองเฉย ๆ” เธอยังคงลอยหน้าลอยตาพูดต่อ ทั้งยังไม่วายเจื้อยแจ้วไปถึงบรรดาหุ่นไอดอลชายหรือศิลปินที่เธอชื่นชอบจนรพีพัฒน์ใบหน้าเขียวคล้ำเพราะความหึงหวง มองเธอด้วยสายตาคาดโทษ
เมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดเปลี่ยน... เปลี่ยนจาก ‘คนรัก’ กลายเป็น ‘คนอื่น’ จากคนอื่นเป็น ‘คนใจร้าย...’ กว่าจะรู้ตัวว่ารักมากแค่ไหน ก็เกือบสูญเสียคนสำคัญของหัวใจไปแล้ว ………. ตัวอย่าง “ขอโทษนะครับที่ทำร้ายเขมแบบนั้น พี่รู้ว่าพี่ผิด และเขมคงไม่ให้อภัยพี่ง่าย ๆ แต่พี่อยากบอกให้เขมรู้ ว่าพี่รู้สึกผิด และเสียใจกับสิ่งที่พี่ทำลงไป” “...” “พี่ขอโทษนะครับ คือพี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นกับเขมนะ พี่แค่โกรธและโมโหมากไปหน่อย” เขมิกายกยิ้มพลางหัวเราะหยันในลำคอ รู้สึกโกรธคนตรงหน้าจนไม่อยากมองหน้าต้องมองเขาด้วยหางตาแทน “ไม่ได้ตั้งใจ... นี่ขนาดไม่ได้ตั้งใจนะคะ ถ้าคุณตั้งใจขึ้นมามันจะขนาดไหน” “เขมคือพี่” “ช่างเถอะค่ะ เอาเป็นว่าหลังจากนี้ไปนอกจากเรื่องงาน ระหว่างฉันกับคุณไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก เข้าใจตรงกันนะคะ” นี่เขาทำอะไรลงไป... ถ้าเขาลดอคติลง ฟังเธอสักนิด วันนี้เขาคงไม่ต้องทำร้ายเธอจนทำให้เธอหวาดกลัวเขาแบบนั้น ไม่ต้องเห็นสายตาตัดพ้อต่อว่า ไม่ต้องเห็นสายตาว่างเปล่าของเธอ... หากว่าเขาขอโอกาสกับเธออีกสักครั้ง เธอจะยินยอมมอบมันให้เขาหรือเปล่า?..
เว่ยจื้อโหยวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตนอยู่ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคยสิ่งรอบกายดูโบราณล้าหลัง โลกโบราณที่ไม่มีในประวัติศาสตร์โลก ยังไม่ทันได้เตรียมใจก็ถูกส่งให้ไปแต่งงานกับชายยากจนที่ท้ายหมู่บ้าน สาเหตุที่เว่ยจื้อโหย่วถูกส่งมาให้แต่งงานกับชายที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในหมู่บ้านนั้น เพราะนางเกิดไปต้องตาต้องใจเศรษฐีผู้มักมากในกามเข้า เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกบ้านใหญ่ขายไปเป็นอนุภรรยาของเศรษฐีเฒ่า พ่อแม่ของนางจึงยอมแตกหักจากบ้านใหญ่และท่านย่าที่เห็นแก่ตัวและลำเอียงเป็นที่สุด ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของนางจึงตัดสินใจยกนางให้กับอวิ๋นเซียว ชายหนุ่มที่แสนยากจนข้นแค้น ที่เพิ่งเสียบิดามารดาไป อีกทั้งยังทิ้งน้องชายน้องสาวเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีป้าสะใภ้มหาภัยที่คอยแต่จะมารังแกเอารัดเอาเปรียบสามพี่น้อง สิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดไม่ใช่ป้าสะใภ้มหาภัย แต่ มันคืออะไรแต่งงานนางไม่ว่ายังไม่ทันได้เข้าหอสามีหมาดๆ ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามระหว่างแคว้น มันไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากว่านี้อีกแล้วสำหรับ เว่ยจื้อโหยว หากสามีทางนิตินัยของนางตายในสนามรบ ก็ไม่เท่ากับว่านางเป็นหม้ายสามีตายทั้งที่ยังบริสุทธิ์หรอกหรือ แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายน้องสาวของอดีตสามีอีก สวรรค์เหตุใดถึงได้ส่งนางมาเกิดใหม่ในที่แบบนี้
"_" ใครๆ ก็คิดว่าฉันโสด จะพูดยังไงดีละ มันพูดได้ไม่เต็มปากนะ " "_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง "พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
หลินเจียอีหญิงสาวในศตวรรษที่21ตกตายด้วยโรคระบาด วิญญาณของเธอได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ14 ที่มีชื่อเดียวกับเธอซึ่งสิ้นใจตายระหว่างเดินทางกลับบ้านเดิมของมารด ********* หลินเจียอีลืมตาตื่นขึ้นมาในสภาพบ้านที่ไม่คุ้นชิน เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้ได้เข้ารักษาตัวจากอาการติดเชื้อโรคระบาดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เหตุใดถึงมาโผล่ในบ้านทรงโบราณ รอบกายเธอเต็มไปด้วยผู้คนแต่งตัวล้าสมัย ต่อมาเธอค้นพบว่าตนเองได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ 14 ซึ่งมีชื่อเดียวกันกับเธอ แต่ชะตากรรมของเด็กสาวผู้นี้ช่างน่าสงสารนัก บิดาเพิ่งลาโลก แม่โดนฮุบสมบัติแล้วถูกขับไล่ออกจากตระกูล ต้องระหกระเหินพาเจ้าของร่างที่ถูกทุบตีจนสิ้นใจระหว่างทางกลับมาบ้านเดิมที่แสนยากจนข้นแค้น ****ไม่มีฉากอีโรติก เริ่มล็อกเหรียญตอนที่ 25 ก่อนเข้าไปอ่านเนื้อหานิยายอ่านคำเตือนก่อนนะคะ (สำคัญมาก) 1. กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพให้เกียรตินักเขียนและนักอ่านท่านอื่น หากแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำหยาบคายไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในนิยายหรือมุ่งประเด็นด่าทอนักเขียนเพื่อระบายอารมณ์ ความคิดเห็นจะถูกลบออก!! 2. นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน บุคคลและสถานที่ที่เกิดขึ้นไม่มีอยู่จริงในโลก เนื้อหาในนิยายมีทั้งสมเหตุผลและไม่สมเหตุสมผล บางตอนอาจมีฉากที่รุนแรง (ต่อสู้) โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 3. ตัวละครในนิยายมีทั้งดีและเลวแต่กต่างกันไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ห้ามคัดลอกดัดแปลงแก้ไขนิยายเรื่องนี้ทุกกรณี หน่วยเงินตรา 1000 อีแปะ 1 ตำลึงเงิน หน่วยวัดตวงน้ำหนัก 1 ชั่ง 500 กรัม หน่วยเวลา 1 จิบน้ำชา ระยะเวลาที่สั้นมาก ๆ 1 เค่อ 15 นาที 1 ก้านธูป 30 นาที 1 ชั่วยาม 2 ชั่วโมง 12 ชั่วยาม 24 ชั่วโมง ยามจื่อ 23.00-24.59 ยามโฉ่ว 01.00-02.59 ยามอิ๋น 03.00-04.59 ยามเหม่า 05.00-06.59 ยามเฉิน 07.00-08.59 ยามซื่อ 09.00-10.59 ยามอู่ 11.00-12.59 ยามเว่ย 13.00-14.59 ยามเชิน 15.00.16.59 ยาวโหย่ว 17.00-18.59 ยามชวี 19.00-20.59 ยามห้าย 21.00-22.59
"ความรักทำให้คนตาบอด" เซิงเกอละทิ้งชีวิตที่สงบสุขเพื่อแต่งงานกับชายคนนั้น ยินยอมทำตัวเหมือนคนรับใช้ที่ไร้ตัวตนมาสามปีเต็ม แต่ในที่สุดเธอก็ตระหนักว่าความพยายามของเธอ มันไร้ประโยชน์สิ้นดี เพราะในใจของสามีตัวเองมีแต่รักแรกของเขา เซิงเกอรู้สึกผิดหวังอย่างมาก และขอหย่าอย่างเด็ดขาด "ถึงเวลาแล้ว ฉันไม่ปกปิดอีกแล้ว จะบอกความจริงให้" ทันใดนั้น โลกออนไลน์ก็ระเบิดขึ้นทันที มีข่าวลือว่าสาวรวยพันล้านคนหนึ่งหย่าร้างแล้ว ดังนั้น ซีอีโอนับไม่ถ้วนและชายหนุ่มรูปงามต่างรีบเข้าหาเธอเพื่อเอาชนะใจเธอ เฝิงอวี้เหนียนเห็นดังนั้นจึงทนไม่ไหวอีกต่อไปเลยจัดงานแถลงข่าวในวันถัดไป โดยขอร้องอย่างจริงจังว่า: ผมรักเซิงเกอ ขอร้องคุณภรรยากลับบ้านนะ
คุณลู่ผู้เย่อหยิ่งแสร้งทำตัวเป็นช่างซ่อมรถเพื่อแต่งงานกับเจียงวานก็เพียงเพื่อแก้แค้น ในสายตาของเขา เธอเป็นผู้หญิงใจแคบที่รังเกียจความพิการของเขา เขาแสร้งทำท่าทางเอาอกเอาใจ ดูเหมือนรักใคร่ แต่ในใจกลับเฉยชาไร้ความรู้สึก ทว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร เขากลับตกหลุมรักเธอโดยไม่รู้ตัว หลังหย่าขาด เขากลับรู้สึกเสียดาย พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอคืนดี ทว่ากลับได้รับเพียงเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากเธอ “คุณลู่คงจำคนผิดแล้วมั้ง อดีตสามีของฉันเขา... เป็นแค่ช่างซ่อมรถคนหนึ่ง ไม่ใช่เจ้าของบริษัทลู่ซื่อกรุ๊ปผู้ร่ำรวยอันดับหนึ่งของประเทศแบบคุณ ฉันเอื้อมไม่ถึงหรอก” คุณลู่หัวเราะหึ ๆ สองเสียง “ไม่ต้องเอื้อมหรอก งั้นฉันจะลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัทแล้วไปเป็นช่างซ่อมรถก็ได้” “??”
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY