เธอก็เป็นได้แค่ตัวแทนแฟนเก่าของเขาเท่านั้นแหละ
เธอก็เป็นได้แค่ตัวแทนแฟนเก่าของเขาเท่านั้นแหละ
มัดหมี่แต่งงานเข้ามาเป็นภรรยาของหมอวีร์ หมอศัลยกรรมแพทย์อันดับหนึ่งของเมืองไทยได้สามเดือนแล้ว แม้ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นมาด้วยความรักของคนทั้งสองคน ถึงแม้ว่าจะแต่งงานเพราะแม่ของหมอวีร์บังคับเขา แต่หมอวีร์ก็ยอมแต่งงานกับมัดหมี่ด้วยความเต็มใจและดูแลเธอเป็นอย่างดีหลังแต่งงาน ให้เกียรติและยกย่องเธอเป็นภรรยาออกหน้าออกตา
เสื้อผ้า การแต่งกาย การกินการนอน หมอวีร์ดูแลใส่ใจมัดหมี่ดีทุกอย่าง เลือกของทุกชิ้นให้มัดหมี่ด้วยตัวเองอย่างดี แม้ว่างานของตัวเองก็วุ่น มีทั้งงานที่โรงพยาบาลและคลินิกที่เขาเปิดเอง แต่หมอวีร์ก็หาเวลาว่างมาดูแลใส่ใจเธอเป็นอย่างดี ทำหน้าที่สามีที่ดีให้เธอทุกระเบียบนิ้ว ไม่มีขาดตกบกพร่อง แม้แต่เรื่องบนเตียงเขาก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอทุกวัน ตั้งแต่ที่แต่งงานมาคืนแรก จนตอนนี้หมอวีร์กับมัดหมี่แต่งงานมาได้สามเดือนแล้ว เขาก็ไม่เคยเว้นว่างเรื่องบนเตียงเลยสักครั้ง แม้แต่คืนนี้หมอวีร์ก็ปรนเปรอให้เธออย่างมีความสุข
“อ๊าส์ พี่วีร์” เธอนอนส่ายหน้าไปมาบนหมอน ผมของเธอก็ปลิวสยายออก ส่วนปากของมัดหมี่ก็ครวญครางไม่หยุดปาก เมื่อเขากระแทกกระทั้งเข้ามา จนเธอรู้สึกเสียวซ่านแล้วเสียวซ่านอีก จนแทบขาดใจ
สองมือของเธอกำจิกผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ไปหมด ทว่าความเสียวซ่านในกายของเธอมันก็ไม่หายไปไหน มันกลับเสียวซ่านทวีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่ารอการระเบิดออกมา แต่กระนั้นมันก็ยังไม่ระเบิดออกมา มันยังเสียวซ่านจนเธอแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ได้แต่แอ่นรับความใหญ่โตของเขาที่กระแทกเข้ามาในตัวของเธอไม่หยุดหย่อน ยิ่งในตัวของเธออยากจะระเบิดมามากเท่าไร ร่างกายของเธอก็แอ่นไปรับแรงกระแทกของเขามากเท่านั้น จนร่างกายมันสั่นเกร็งแบบควบคุมไม่อยู่และในที่สุดร่างกายของเธอก็เบาสบายอย่างมีความสุข เมื่อได้ระเบิดออกมาอย่างสุขสม
ความสุขสมผ่านไปไม่เกินห้าวินาทีเขาก็จับเธอพลิกตัว โดยมีเขาอยู่ด้านหลัง จับบั้นท้ายเร่งกระหนำบดขยี้ไปที่จุดรัญจวนใจ สาวเจ้าก็ร้องครวญครางออกมาไม่ขาดปาก ส่วนเขาก็สูดปากซีดซาดตามไปด้วย
เขาทั้งจับบั้นท้าย ทั้งจับเอวของเธอ กระแทกกระทั้งใส่เข้าไปไม่หยุด เธอเองก็เสียวซ่านไปกับสัมผัสที่เขากระหน่ำมอบมาให้ จนเธอเองก็สุขสมไปอีกครั้งและอีกครั้งแต่เขาก็ยังอึดทึกทน ไม่มีวี่แววว่าเขาจะสุขสมเสียที จนน้ำในตัวของมัดหมี่แทบจะหมดตัวแล้ว ร่างกายเกร็งสั่นแล้วสั่นอีก ทว่าสุดท้ายหมอวีร์ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะสุขสม จนเวลาผ่านไปเนิ่นนานและผ่านไปหลายท่าทาง เขาถึงได้ปล่อยสายธารแห่งรักออกมา หลังจากเสร็จบทรักเร่าร้อนกันทั้งสองก็นอนกอดกันอย่างมีความสุขแบบนี้กันทุกครั้ง
สามวันต่อมาญาตาวีเพื่อนสนิทของมัดหมี่มาจากต่างจังหวัด ยังหาที่พักใหม่ไม่ได้ จึงขอมาพักด้วยกับมัดหมี่สักสองสามคืน โดยระหว่างนี้จะหาที่อยู่ไปด้วย มัดหมี่ก็โทรขอเรื่องที่เพื่อนจะเข้ามาอยู่ด้วยสักสองสามวัน หมอวีร์ก็ใจดีอนุญาตและบอกว่าก่อนเข้าบ้านจะซื้อของอร่อย ๆ เข้าไปกินด้วยกัน
ญาตาวีเป็นเพื่อนสนิทสมัยตอนอยู่มัธยมด้วยกัน มาห่างกันก็ตอนไปเรียนต่อที่มหาลัย มัดหมี่เลือกมาเรียนที่กรุงเทพฯและแม่มาลีของเธอก็ฝากให้วิไลลักษณ์ แม่ของหมอวีร์ดูแลเธอตอนที่เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ เนื่องจากแม่ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกัน เคยเรียนด้านคณะบริหารเหมือนกัน แต่แม่มาลีได้สามีที่เชียงใหม่จึงไม่ได้ทำงานด้วยกันกับวิไลลักษณ์ที่กรุงเทพฯ
ตั้งแต่ได้ขึ้นมาอยู่ที่กรุงเทพฯและได้เจอหมอวีร์เป็นครั้งแรก ตั้งแต่นั้นมัดหมี่ก็ตกหลุมรักเขาแล้ว แม้จะรู้ว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว แต่เรื่องของหัวใจมันก็ห้ามกันไม่ได้ มัดหมี่ก็ได้แต่แอบรักหมอวีร์อยู่เพียงข้างเดียว โดยที่เธอจะเอาเรื่องที่แอบรักเขาไปเล่าให้ญาตาวีฟังอยู่เสมอ
“หาบ้านยากไหมญาตาวี มัดหมี่บอกแล้วว่าเดี๋ยวออกไปรับที่สนามบิน” เธอเดินออกมาเปิดประตูรับเพื่อนสาว ที่โทรเข้ามาว่าถึงหน้าบ้านแล้ว
“ยากอะไร ก็แค่ส่งให้คนขับรถดูเขาก็พามาได้แล้วเนี่ย บ้านไม่ได้ลึกลับซับซ้อนเสียหน่อย”
“จ้า...คิดถึงจังเลยญาตาวี” มัดหมี่โผล่เข้าไปกอดญาตาวีเอาไว้แน่น ทั้งสองสาวก็ยืนกอดกันห้านาที ก่อนจะปล่อยกอดกันออกมา “ญาก็คิดถึงมัดหมี่เหมือนกัน อิจฉามัดหมี่สุด ๆ ไปเลยที่ได้แต่งงานกับคนที่ตนเองแอบรักมาตั้งสีปี สุดท้ายก็สมหวังแล้วนะ”
“อืม” มัดหมี่ยิ้มให้ญาตาวีทว่าสายตาของมัดหมี่ไม่ได้ยิ้มไปด้วย ความเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยมต้นจวบจนมัธยมปลาย แม้ว่าตอนเรียนมหาลัยจะห่าง ๆ กันไปบ้าง แต่เวลามัดหมี่กลับไปบ้านก็ได้เจอกันทุกครั้ง ทำให้ญาตาวีรู้สึกว่ามัดหมี่กำลังมีเรื่องอะไรอยู่ภายในใจแน่ ๆ
“เป็นอะไรหรือเปล่ามัดหมี่” ญาตาวีถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นอะไร ไป ๆ เข้าบ้านกันเถอะ เดี๋ยวมัดหมี่ช่วยถือกระเป๋านะ มีแค่นี้เองเหรอ” มัดหมี่เข้าไปช่วยถือกระเป๋าสองใบของญาตาวี
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวญาถือเอง เกรงใจคุณนายสามีหมอนะ เดี๋ยวจะเหนื่อยเอาเปล่า ๆ”
“บ้า ไม่เหนื่อยอะไรขนาดนั้น มาช่วยถือ...ว่าแต่มีของมาแค่นี้เองเหรอ” มัดหมี่ลงไปแย่งกระเป๋าออกจากเพื่อนมาหนึ่งใบ ถามย้ำประโยคเดิมอีกครั้ง
“อืม เอามาแค่นี้ก่อน ขาดเหลืออะไรเดี๋ยวค่อยหาซื้อเอาข้างหน้า หรือไม่ก็ให้แม่ส่งตามมาให้อีกที”
หลังจากทั้งสองเดินคุยกันไปก็เข้ามาถึงในบ้านจนได้ บ้านของหมอวีร์เป็นบ้านสองชั้นทรงโมเดิร์น มีพื้นที่สวนกว้างขวาง หน้าบ้านสามารถจอดรถยนต์ได้สองคัน ส่วนในบ้านก็ตบแต่งได้อย่างเรียบหรูดูแพง ทุกอย่างจะเป็นสีโทนเดียวกัน สีขาว ดำ เทา และมีการเพิ่มมิติความอ่อนเข้มสลับกันไป ส่วนพวกเฟอร์นิเจอร์ก็ดูเรียบง่ายแต่มีลูกเล่นสะดุดตามากนัก
“โฮ มัดหมี่บ้านสวยมากเลย นี่มัดหมี่ตบแต่งเองหรือเปล่าเนี่ย” ที่ถามเพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะชอบสไตล์แบบนี้เพราะทั้งบ้านคุมโทนไปด้วยขาวดำเทาทั้งหมด แม้ว่าจะมีสีอื่นมาประดับตบแต่งอยู่บ้างให้ดูมีสีสันขึ้นมาบ้างทว่าดูยังไงก็ไม่ใช่สไตล์ของเพื่อนรัก
“อ้อ ตั้งแต่เข้ามา บ้านก็เป็นแบบนี้แล้ว”
“อืม...พี่หมอวีร์ชอบโทนแบบนี้นี่เอง” ญาตาวีพยักหน้าอย่างเข้าใจ มองบ้านไปรอบ ๆ อีกครั้ง โดยไม่ได้สังเกตสีหน้าของเพื่อนว่ากำลังทำสายตาเศร้าอยู่
เขายอมแต่งงานกับเธอเพราะเงื่อนไขบางอย่าง ส่วนเธอแต่งงานกับเขาเพราะความรัก
ทุกคนต่างรู้ดีว่าเจียงว่านหนิงรักเย่เชินมานานหลายปี เธอที่มักจะว่านอนสอนง่ายและน่ารักเสมอ ได้สักลายเพื่อเขาและยอมทนอยู่ใต้อำนาจผู้อื่น เมื่อเธอถูกทุกคนใส่ร้ายจนโดนตำหนิ เขากลับนิ่งเฉยและยังถึงขั้นให้เธอคุกเข่าให้แฟนเก่าของเขาอีกด้วย เธอที่รู้สึกอับอาย ในที่สุดก็หมดหวัง หลังจากยกเลิกการหมั้น เธอก็หันไปแต่งงานกับทายาทพันล้านทันที คืนนั้นเอง ใบทะเบียนสมรสของทั้งคู่ก็กลายเป็นข่าวฮิตบนโลกออนไลน์ เย่เชินที่เคยคิดว่าตัวเองเก่งกาจที่สุดก็เริ่มวิตกและพูดออกมาด้วยความโกรธว่า "อย่าเพ้อฝันไปเลย นายคิดว่าเธอรักนายจริงๆ งั้นเหรอ เธอแค่ต้องการใช้พลังอำนาจของตระกูลฟู่เพื่อแก้แค้นฉันเท่านั้นเอง" ฟู่จิงเซินจูบหญิงสาวในอ้อมกอดและตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจว่า "แล้วจะเป็นไรไปล่ะ ก็พอดีว่าฉันมีทั้งเงินและอำนาจนี่"
หลินหลั่งเยี่ยน เป็นลูกสาวที่ได้รับการฝึกฝนอย่างลับๆ จากรัฐ เป็นสาวอัจฉริยะที่ทุกคนในองค์กรอิจฉา มีความสามารถทางการต่อสู้สูงและไม่ยอมใคร แต่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่าพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้องสาวฝาแฝดของเธอเพียงลำพัง หลังจากผ่านไปเจ็ดปี ในที่สุดรัฐก็อนุมัติอิสรภาพให้เธอ หัวใจของหลินเหลิงเหยียนเต้นระรัวด้วยความคาดหวัง ขณะที่เธอกำลังเดินทางกลับบ้าน แต่เธอกลับต้องพบว่าป้าของเธอใช้ชีวิตอย่างหรูหราในบ้านพักของพ่อแม่ผู้ล่วงลับ ขณะที่น้องสาวของเธอเองกลับถูกบังคับให้นอนในคอกสุนัขและกินของเหลือ ทันใดนั้น เธอพลิกโต๊ะอาหารด้วยความโกรธ ป้าข่มขู่? เธอใช้วิธีการที่เด็ดขาดถอนตัวจากการร่วมมือ จนบริษัทของป้าพังทลายลงอย่างรวดเร็ว! การกลั่นแกล้งในโรงเรียน? เธอปลอมตัวเป็นน้องสาว เข้าไปในโรงเรียนและตัดสินใจสู้ไฟด้วยไฟ จากนั้นเธอก็ถ่ายทอดสดตอนพวกอันธพาลคุกเข่าร้องขอความเมตตา ถูกเยาะเย้ยเรื่องตัวตน? หลินหลั่งเยี่ยนพูดอย่างเย็นชา“ใช่ ฉันก็แค่คนธรรมดา” ในวินาทีถัดมา ครอบครัวที่มีชื่อเสียงมายืนยันว่า“เธอคือลูกสาวคนโตของเรา!” สถาบันวิจัยแห่งชาติ “พวกเราคือเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ!” …… ซือฮานเฟิง ผู้เป็นผู้นำของตระกูลลึกลับ ไม่เคยปรากฏตัวในสายตาสาธารณชน ข่าวลือว่าเขาเป็นคนเยือกเย็นและไร้ความปรานี บางคนเคยเห็นเขายืนสูบบุหรี่ในสถานการณ์ที่น่ากลัว และบางคนก็เห็นเขาฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา แต่ต่อมากลับมีคนเห็นว่าเขาไล่ตามหลินหลั่งเยี่ยนจนถึงมุมกำแพง ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าและความไม่พอใจ “หลั่งเยี่ยน ฉันช่วยเธอจัดการพวกนั้นแล้ว เธอควรจะอยู่เป็นเพื่อนกับฉันบ้างไหม?” “เราไม่ใช่แค่พันธมิตรหรือ?” หลินหลั่งเยี่ยนพูดอย่างงงงวย ซือฮานเฟิงถอนหายใจลึกๆ แล้วจูบเบาๆ บนริมฝีปากของเธอ “ตอนนี้ล่ะ”
ในชาติก่อน นางได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลาห้าปี แต่ความดีความชอบทางการทหารกลับถูกน้องหญิงยึดไป คู่หมั้นที่นางรักหมดใจนั้นกลับนิ่งเฉยและร่วมมือกับอีกฝ่ายผลักนางตกลงสู่ห้วงลึกจนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในคืนที่หนาวเย็น หลังจากได้เกิดใหม่ นางสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกนางได้รับผลกรรมที่สาสม เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เสแสร้งและผู้ชายเจ้าชู้ นางยิ้มเยาะ : ความดีความชอบทางทหาร? รางวัล? คู่หมั้น? เอาไปให้หมด นางหันหลังกลับและคุกเข่าในงานเลี้ยงในวังอย่างน่าตกใจโดยชี้ตรงไปยังมุมมืดที่มีอ๋องอวี้นั่งอยู่บนรถเข็น“ขอฝ่าบาททรงโปรดพระราชทานการสมรสระหว่างหม่อมฉันกับอ๋องอวี้เพคะ” ทุกคนต่างตกตะลึง อ๋องอวี้เซียวจือ ขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้และมีนิสัยเย็นชา เป็นคนที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเสมือนปีศาจที่มีชีวิต ทุกคนหัวเราะเยาะนางว่าคงบ้าไปแล้ว ถึงรนหาที่ตายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางเห็นถึงความโดดเด่นและพลังที่ซ่อนอยู่ลึกในตัวชายคนนี้ นางช่วยให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและรักษาขาที่เป็นพิการ เขาสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่มั่นคงแก่นางและเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้นาง เมื่อน้องหญิงที่แอบอ้างนำความดีความชอบทางทหารของนางไปอวดความเก่งกล้า และแม่แท้ ๆ ยังคงใช้กลอุบายควบคุมชะตากรรมของนาง… นางและอ๋องอวี้ร่วมมือกันวางแผนอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เปิดโปงกลโกงและแสดงความกล้าหาญในสนามรบ! จนกระทั่งอ๋องอวี้ยืนขึ้นได้อีกครั้งและมีอำนาจครอบครองราชสำนัก จนกระทั่งนางแสดงตราประทับที่แท้จริงข และให้ทหารทั้งหลายยอมรับ ทุกคนเพิ่งรู้สึกตระหนักว่า คนที่พวกเขาเคยทิ้งไปไม่ต่างจากขยะนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกันแล้วครองแผ่นดินไว้ด้วยแล้ว
"ไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปซะ" "โยนผู้หญิงคนนี้ลงทะเลซะ" ขณะที่ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเหนียนหย่าเสวียน โฮว่หลิงเฉินได้ปฏิบัติต่อเธออย่างไม่เป็นมิตร "คุณหลิงเฉินครับ เธอคือภรรยาของท่านครับ" ผู้ช่วยของหลิงเฉินกล่าวเตือนเขา เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิงเฉินหยุดเพ่งมองไปที่เขาอย่างเย็นชาและบ่นขึ้นมาว่า "ทำไมไม่บอกผมให้เร็วกว่านี้?" นับจากนั้นเป็นต้นมา หลิงเฉินได้ตามใจและรักใคร่ทะนุถนอมหย่าเสวียนมาตลอด โดยไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะหย่าร้างกัน
ภารกิจสายลับฉบับมือใหม่ที่ ‘ศรินภัสร์’ ตบปากรับคำชายคนที่ตนแอบรักว่าจะแฝงตัวเข้าไปสืบคดีตัดไม้เถื่อนที่ปางไม้แห่งหนึ่ง ทั้งๆ ที่เธอไม่ชอบงานแบบนี้นักเพราะล้วนแต่อันตรายรอบด้านแต่เพื่อรักจึงยอมทำ เมื่อไปถึงปางไม้กลับรู้ว่าที่นั่นเป็นของ ‘วาโย’ คู่หมั้นที่เธอแสนเกลียดชัง วาโยมองศรินภัสร์ในแง่ร้ายในทันทีว่าการที่เธอลงทุนมาหาถึงปางไม้ก็เพราะอยากแต่งงานกับเขาจนตัวสั่น วาโยร้ายกาจกับศรินภัสร์ทุกอย่าง ทำร้ายจิตใจเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเธอยังไม่ยอมแพ้เขาจึงรุกหนักจากทำร้ายจิตใจก็เริ่มเปลี่ยนมาทำร้ายร่างกายด้วยสัมผัสที่วาบหวาม วาโยรั้งตัวศรินภัสร์ไว้ ด้วยแรงและความสูงของเขาทำเอาคนตัวเล็กถึงกับลอยขึ้นจากพื้น ก่อนจะวางเธอนอนราบบนโต๊ะอาหารแล้วรวบมือทั้งสองข้างของศรินภัสร์ไว้เหนือศีรษะ รอยฟันบนหัวไหล่เขาที่เธอฝากไว้วันนี้ต้องสะสางพร้อมกัน “อวดดีนักใช่ไหม” เสียงทุ้มดังอยู่ในลำคอ “ปล่อยนะ ปล่อย” ศรินภัสร์ออกแรงยื้อสุดกำลังเพื่อหวังเป็นอิสระ แต่ไม่นานเสียงค้านนั้นก็หายไปเมื่อวาโยประกบริมฝีปากที่ยังมีคราบครีมคาโบนาร่าเกาะอยู่หวังปิดกั้นเสียงค้านที่ไร้ประโยชน์ของศรินภัสร์ เธอพยายามดิ้นรนแต่นั่นยิ่งทำให้คนอ่อนประสบการณ์หมดเรี่ยวแรง จูบครั้งนี้ไม่ได้ต่างจากครั้งแรกวาโยต้องการลงโทษศรินภัสร์ที่กล้าทำแบบนี้กับเขา ลิ้นร้อนๆ ซอกซอนอยู่ในโพรงปากหวานปานน้ำผึ้ง ศรินภัสร์ตาโตตอนนี้ทำอะไรไม่ถูก อากาศน้อยลงไปทุกขณะเธอกำลังจะขาดอากาศหายใจใช่ไหม ทำไมถึงได้รู้สึกหูอื้อตาลายมองอะไรก็พร่ามัวไปหมดแบบนี้
【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY