“...หนี้ชีวิต หนี้แค้น ที่เธอต้องยอมพลีกายชดใช้ให้เขา !” สำหรับเรื่อง “บ้านไร่ชายดุ” เป็นเรื่องราวของ เมย์ หญิงสาววัยแรกแย้ม ที่ต้องตกเป็นเชลยในกำมือซาตาน เพราะหนี้ชีวิตที่พ่อของเธอได้กระทำไว้
“...หนี้ชีวิต หนี้แค้น ที่เธอต้องยอมพลีกายชดใช้ให้เขา !” สำหรับเรื่อง “บ้านไร่ชายดุ” เป็นเรื่องราวของ เมย์ หญิงสาววัยแรกแย้ม ที่ต้องตกเป็นเชลยในกำมือซาตาน เพราะหนี้ชีวิตที่พ่อของเธอได้กระทำไว้
ณ หน้าโรงเรียนมัธยมศึกษา
โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ
วันสุดท้ายของการสอบกลางภาคมักจะเสร็จสิ้นในช่วงเช้า ดังนั้น ในช่วงบ่ายนักเรียนที่ไม่มีการสอบซ่อมก็จะเริ่มทยอยกันกลับบ้าน บางส่วนจับกลุ่มกันไปห้างสรรพสินค้าซึ่งเป็นแหล่งรวมความบันเทิงเพียงแห่งเดียวในจังหวัดที่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญ เช่น โรงภาพยนตร์ คาราโอเกะ หรือ การนั่งรับประทานไอศกรีมในห้องแอร์เย็น ๆ
“เมย์ ! เมย์ ! เดี๋ยวสิ !”
เด็กชายร่างโยงในชุดมัธยมปลาย สวมแว่นหนาเตอะ สะพายเป้สีดำวิ่งกระหืดกระหอบ ไล่ตามหลังเหยียดตรงของเด็กสาวมัธยมปลาย รูปร่างของเธอผู้นั้นสูงเพรียว มีส่วนเว้าส่วนโค้งของผู้หญิงในวัยสาวบานสะพรั่ง ผมสีดำขลับยาวสลวยของเธอถูกรวบเป็นหางม้า มัดด้วยโบสีขาว ที่บ่งบอกถึงวัยบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของวัยแรกสาว
“ว่าไงคะ ท่านหัวหน้าห้อง”
หญิงสาวร่างสวยที่ถูกเรียกหยุดชะงัก พร้อมกับหันหน้ามาส่งยิ้มให้เด็กหนุ่มซึ่งวิ่งมาหยุดตรงหน้าหล่อนพอดี
ใบหน้ารูปไข่ขาวผ่องของเธอราวกับสวรรค์บรรจงแต่งแต้ม ขนตายาวงอนเรียงกันเป็นแพใต้คิ้วโก่งดังคันศร อีกทั้งจมูกโด่งที่เชิดขึ้นคล้ายกับเด็กสาวจอมรั้นชวนให้คันหัวใจเด็กหนุ่ม ดวงตากลมโตของเธอเป็นประกายระยับ บวกกับริมฝีปากอิ่มสวยที่กำลังส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจมาให้เขา จึงทำให้เด็กชายที่เพิ่งแตกหนุ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง หัวใจเต้นตึกตัก จนเขาไม่แน่ใจว่าที่หัวใจเต้นแรงนั้น เพราะความสวยของเธอ หรือเพราะเขาวิ่งมาเร็วจนเกินไป
เมื่อคนเรียกเธอให้หยุดเอาแต่มองเธอไม่วางตา เด็กสาวจึงผลักเขาที่หัวไหล่ทีหนึ่งก่อนเอ่ยว่า
“นี่ภานุ มีอะไรก็พูดมาสิ”
เสียงของเธอทำให้เด็กหนุ่มตรงหน้าได้สติ จึงเอามือจับท้ายทอยของตนแก้เก้อพร้อมกับบอกว่า
“สอบกลางภาคเสร็จแล้ว เหลือเวลาอีกตั้งครึ่งวันกว่าจะถึงเวลาเลิกเรียน รถของรีสอร์ตก็ยังไม่มารับ พวกเราไปดูหนังกันดีไหม”
ภาณุรีบเอ่ยชวนหญิงสาวที่ตนหมายปองมานานอย่างกระตือรือร้น
เมย์ หรือ เมทินี เป็นลูกสาวของเจ้าของรีสอร์ตอิงผา และยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นเดียวกับเขา ซึ่งเขาแอบชอบเธอมาตั้งแต่แรกเข้ามัธยมศึกษา จวบจนวันนี้ที่ทั้งคู่เรียนจนจะจบชั้นมัธยมศึกษากันแล้ว แต่เขายังไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับหล่อนเป็นการส่วนตัวเลยสักครั้ง หากพลาดโอกาสนี้อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าพวกเขาก็ต้องแยกย้ายกันไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเขาไม่รู้ว่าจะได้เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันหรือไม่
“ขอโทษที พอดีวันนี้ฉันไปด้วยไม่ได้ เพราะเป็นวันเกิดเมย์ ก็เลยอยากรีบกลับบ้านไปหาแม่น่ะ”
หญิงสาวรีบปฏิเสธอย่างจริงจัง เพราะเธอตั้งใจเอาไว้แล้วว่าหากสอบเสร็จเร็วก็จะแวะไปซื้อขนมเทียนเจ้าอร่อยที่แม่ชอบ ในวันนี้เธออยากให้ความสำคัญกับแม่มากที่สุด เพราะเธอรู้ว่าวันเกิดลูกคล้ายกับวันตายของแม่
“วันนี้วันเกิดเมย์หรอ” ภาณุถามอย่างตื่นเต้น
สาวน้อยพยักหน้าพร้อมกับยิ้มกว้างเต็มใบหน้า รอยยิ้มของเธอนั้นช่างทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวยิ่งนัก
“จ๊ะ ครบรอบ 19 ปีพอดี”
เมย์มีอายุแก่กว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน 1 ปี เพราะว่าเธอเข้าเรียนช้ากว่าเด็กคนอื่น ๆ โดยแม่ของเธอให้เหตุผลว่า เมื่อยังเป็นเด็ก เธอป่วยหนักต้องหยุดอยู่ที่บ้านนานเป็นปี
“แย่จัง นุไม่รู้เลยว่า วันนี้วันเกิดเมย์ นุเลยไม่มีของขวัญให้ เอาไว้วันหลัง นุจะเอาของขวัญวันเกิดมาให้นะ”
“ขอบใจมาก เมย์ไปนะ
“แล้วเมย์จะกลับยังไง รถรีสอร์ตยังไม่มารับนี่”
เด็กหนุ่มเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เพราะปกติแล้วเมย์จะไปกลับโรงเรียนโดยอาศัยรถของรีสอร์ตซึ่งคอยวิ่งรับนักท่องเที่ยว
“เมย์จะกลับรถสองแถว ว่าจะแวะไปที่ตลาดในเมืองก่อนจ๊ะ”
“เมย์ไม่กลัวพวกไร่ปลายดาวแล้วเหรอ ให้ภานุไปส่งเมย์ดีไหม”
ภาณุอาสาด้วยความเป็นห่วง และในส่วนลึกนั้น เขาอยากจะหาโอกาสอยู่กับหล่อนนาน ๆ
เมย์ย่นคิ้วเล็กน้อยในหัวของเธอกำลังนึกถึงไร่ปลายดาวที่อยู่ใกล้กับรีสอร์ตของเธอ ไร่แห่งนี้เป็นที่กล่าวขานว่าเป็นแหล่งรวมคนเถื่อน และยังมีข่าวลือว่าเจ้าของรีสอร์ตถูกฆ่ายกครัว ดังนั้น พ่อกับแม่ของเธอจึงมักจะคอยเตือนหล่อนเสมอว่า ห้ามเข้าไปใกล้ไร่ปลายดาวเป็นอันขาด หรือห้ามแม้กระทั่งพูดคุยกับคนในไร่นั้น
“อืม ก็ดีเหมือนกันนะ”
เมย์พยักหน้าน้อย ๆ
“ไปกัน รถมอเตอร์ไซค์เราจอดอยู่ในโรงรถ”
ภาณุยิ้มฉีกยิ้มจนแทบจะถึงใบหู
……………………………………………………………………
พลั๊วะ !
กรีีดดดดดดดด
“อย่า !”
เสียงกำปั้นกระทบเนื้อ ตามมาด้วยเสียงร้องห้าม ผสมผสานกับเสียงร้องโหยหวนดังสะอึกสะอื้นอยู่เป็นระยะ ท่ามกลางเสียงอันน่ารันทดใจเหล่านั้น ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ยังคงสูบซิการ์ นั่งไขว้ขาอยู่บนโซฟารับรองแขกของรีสอร์ตอิงผาอย่างอ้อยอิ่ง ราวกับว่า เสียงร้องอย่างทุกข์ระทมเช่นนั้น เป็นดนตรีบรรเลงขับขานให้บันเทิงใจ
พลั๊วะ !
ตุบ !
ร่างอ้วนท่วมของเจ้าของรีสอร์ตถูกเตะจนกระเด็นลงมาหมอบแทบเท้า บุรุษที่นั่งชมความบันเทิง ร่างในชุดเสื้อสีขาวทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์ ขายาวที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแกร่งสวมทับด้วยกางเกงยีน ใช้เท้าที่สวมด้วยรองเท้าหนังสีน้ำตาลเข้มเชยคางให้คนถูกซ้อมจนหน้ายับยู่ยี่ขึ้นมองเขา
ดวงตาของคนอยู่ใต้เท้าบวมเบ่ง เลือดกบเต็มปาก เขาเป็นชายอายุ 47 ปี ศีรษะที่มีผมสีดอกเลาเบาบางจนแทบจะไม่เหลือเคล้าของเสือเมฆผู้อาจหาญในอดีตแม้แต่น้อย
“ไง ไอ้เสือเมฆ ฉันตามล่าตัวแกมาตั้งนาน ไม่คิดว่าแกจะลอกคราบจากเสือกลายเป็นหมา ซุกตัวหลบอยู่ใกล้ ๆ ตีนฉันนี่เอง”
“ไอ้พยัคฆ์ !”
คนถูกเรียกว่าหมา เปล่งเสียงออกมาจากปากบิดเบี้ยวที่ถูกชกจนแตกยับ ยิ่งเขาถลึงตาด้วยความโกรธ ดวงตาที่ถูกต่อยจนเขียวช้ำยิ่งถลนออกมาอย่างน่ากลัว ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่ง เขาจะถูกผู้ที่อ่อนกว่าถึง 10 ปีหยามเกียรติถึงถิ่นตน !
“ขอบคุณพี่ชายที่ยังจำน้องชายคนนี้ได้ และฉันก็ไม่เคยลืมไอ้คนทรยศเช่นแกเหมือนกัน แม้ว่าแกลอกคราบจากเสือเป็นหมา ฮ่า ๆ ศักดิ์ศรีของไอ้เสือผู้ทระนงหายไปไหนหมดละวะฮ่า ๆ”
ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาหัวเราะลั่นขณะที่บดเท้าเหยียบลงบนศีรษะคนใต้เท้า
ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ
เสียงหัวเราะของเหล่าลูกน้องนับสิบคนของพ่อเลี้ยงพยัคฆ์หัวเราะอย่างครื้นเครงด้วยความสะใจไปกับเจ้านาย
ข้าจะใช้มังกรพลิกบัลลังก์มังกร ! // ยาจกหนุ่มหน้าหวานหวังจะพลิกชะตากรรมของตน แม้ว่าต้องแลกมาด้วยความบริสุทธิ์ของตนก็ตาม
บิดามันเถอะ ! ข้าหนีการอภิเษกแต่กลับต้องมาเป็นทาสบำเรอกามแม่ทัพเถื่อน เรื่องราวขององค์ชายผู้ดื้อรั้นหนีการแต่งงาน จนถูกจับไปขายในหอนายโลม แล้วแม่ทัพก็นำตัวเขาไปเป็นทาสกาม เขาจะหนีพ้นจากความโชคร้ายนี้ได้หรือไม่ ไปติดตามกัน ................................................................................ ❌ จับมาเป็นทาส ✅ จับมาทำเมีย ——————————————— 😈“ข้าซื้อเจ้ามาก็เพื่อสิ่งนี้ ‼️ เจ้าจะเล่นตัวไปไย แต่ตอนนี้เจ้าทำให้ข้าเจ็บ เจ้าต้องรับผิดชอบ” สิ้นคำมือแกร่งก็กระชากเสื้อคลุมขององค์ชายน้อยออก แล้วผลักร่างบางเข้าชิดผนังห้อง 😡“จะทำอะไรข้า ถ้าท่านแตะต้องตัวข้าอีก ข้าฆ่าท่านแน่‼️” องค์ชายน้อยขู่ฟ่อ มือทั้งสองถูกเขารวบตรึงไว้เหนือหัว ร่างกายท่อนล่างแทบทุกสัดส่วนถูกเรือนร่างกำยำร้อนฉ่าทาบทับเอาไว้ 😈“ฮ่า ฮ่า คนที่ขู่ฆ่าข้า ไม่เคยมีใครตายดีสักคน แต่สำหรับเจ้า...” แม่ทัพหนุ่มมองสบตาหนุ่มน้อย เขาแตะปลายนิ้วลงที่ริมฝีปากบางด่าทอเขาไม่หยุด 😈 “ข้าจะทรมานจนต้องร้องขอชีวิตเชียวหล่ะ” เขาไล้ปลายนิ้วไปตามผิวเนื้อเนียนนุ่ม แล้วลูบต่ำลงมาจนถึงเม็ดทับทิมสีสวย จากนั้นก็ลูบคลึงหัวทับทิมเล่นอย่างหยอกล้อ 🥴“อื้อ อา เจ้าคนชั่วช้า งื้ออ อา” ฝ่ามือร้ายของท่านแม่ทัพทำให้เสียงองค์ชายน้อยเริ่มสั่นพร่าด้วยความเสียวซ่าน ทุกอณูสัมผัสของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นโครมคราม 😈“ชั่วช้าอย่างไร ก็เป็นสามีเจ้า”
เซี่ยอวี๋อันชอบเฟิงจี้หานตั้งแต่เด็ก งานแต่งงานที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อมานานถึงสามปี แต่เมื่อใกล้ถึงวันแต่งงาน เขากลับพารักแรกกลับ เซี่ยอวี๋อันรู้ดีว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ความรักที่เกิดจากการอยู่ด้วยกันนานๆ การเคารพกันและกัน ทุกอย่างก็แค่การเสแสร้งเท่านั้น เธอตัดสินใจปล่อยมือ ปล่อยเขาไป ในขณะเดียวกันก็ปล่อยตัวเองไปด้วย แต่เมื่อเธอยื่นเอกสารหย่าให้ เขากลับคลั่ง "เซี่ยอวี๋อัน ทำหน้าที่คุณนายเฟิงให้ดี ไม่ต้องคิดเรื่องหย่าเลย" เซี่ยอวี๋อันหัวเราะ "เฟิงจี้หาน ฉันไม่ต้องการอะไรแล้ว รวมถึงนายด้วย"
... ในวันครบรอบแต่งงาน ฮั่วเยี่ยนสือ สามีผู้มั่งคั่งทิ้งเธอไป แล้วหาคนรักแรกของเขา ผู้ชายที่ไม่รักนวลสงวนตัวก็เหมือนสิ่งไร้ค่า ผู้ชายที่เธอเคยอ่อนข้อให้แต่ก็ไม่สนใจเธอ งั้นเธอไม่ต้องการแล้ว จึงขอหย่าทันที ฮั่วเยี่ยนสือไม่สนใจ ซูหว่านหนิงกลับเข้าสู่วงการบันเทิงและเฉิดฉาย รักแรกในอุดมคติชอบแกล้งอ่อนแองั้นเหรอ งั้นก็ให้เธอเผยธาตุแท้จริงให้ทุกคนได้เห็น อดีตสามีที่เป็นคนปากแข็งที่สุด "เมื่อเธอเบื่อแล้วเธอจะกลับมาหาฉัน" แต่ภรรยาที่เคยเต็มใจทำทุกอย่างให้เขานั้นไม่กลับมาอีกแล้ว ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในอาชีพเท่านั้น แต่ยังมีคนมากมายมาตามจีบเธออีก ดาราระดับโลกแสดงความรักอย่างแรงกล้า ผู้บริหารบริษัทสื่อพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้เธอยิ้ม แม้แต่ทายาทเศรษฐีอันดับหนึ่งก็ต้องการเธอเท่านั้น จากนั้นฮั่วเยี่ยนสือเริ่มตระหนก เปลี่ยนจากคนเย็นชากลายเป็นคนที่คอยติดตามไม่ห่าง ใช้ทุกวิถีทางเพื่อตามจีบภรรยา ซูหว่านหนิงไม่แม้แต่จะมอง "เมื่อก่อนคุณเฉยเมยกับฉัน ตอนนี้คุณไม่คู่ควรกับฉันแล้ว" ฮั่วเยี่ยนสือขอร้องเธออย่างบ้าคลั่ง "หนิงหนิง เราแต่งงานใหม่เถอะ" ซูหว่านหนิงแสดงท่าทางหยิ่ง "คุณฮั่ว ฉันไม่เคยกลับไปหาของที่ทิ้งไปแล้ว"
"นางเป็นบุตรีผู้สูงศักดิ์ของฮูหยินเอกของจวนเสนาบดี นางมีหน้าตาโดดเด่น ทั้งอ่อนโอนและมีน้ำใจไมตรีต่อผู้อื่น แต่... นางทำดีต่อป้าของนาง นางกลับฆ่าแม่ของนางตาย นางรักเอ็นดูน้องสาวของนาง แต่น้องสาวกลับแย่งสามีของนางไป นางคอยสนับสนุนและดูแลสามีของนางอย่างสุดหัวใจ แต่สามีกลับทำให้นางตายทั้งกลม...ตระกูลฝ่ายมารดาของนางก็ถูกประหารชีวิตทั้งตระกูลด้วย นางตายตาไม่หลับและสาบานว่าหากมีชาติหน้า นางจะไม่เมตาตาต่อใครอีก ใครก็ตาม กล้ามาทำร้ายข้า ข้าจะล้างแค้นด้วยชีวิตทั้งตระกูลของพวกเจ้า เมื่อเกิดใหม่อีกครั้ง นางอายุได้สิบสี่ปี นางสาบานว่าจะต้องเปลี่ยนชะตากรรมและแก้แค้นชาติก่อน ป้านางใจ้ร้าย นางจะใจร้ายกลับยิ่งกว่านาง นางคิดจะได้ครองตำแหน่งฮูหยินงั้นเหรอ บอกเลยไม่มีทาง! ส่วนน้องสาวชอบผู้ชายชั่ว ๆ นักไม่ใช่หรือ ได้!ข้าจะยกให้เลย ส่วนชายชั่วนั่น ข้าจะทำให้เจ้าไม่สามารถมีทายาทได้อีกตลอดทั้งชาติ!แต่ข้าจะแก้แค้น เหตุใดเจ้าต้องมาช่วยข้าด้วย?"
ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?
แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"
ซูหลีพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาใจตระกูลซูมาตลอดห้าปี แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อคำใส่ร้ายของน้องสาวเพียงคำเดียว เรื่องที่ซูหลีเป็นคุณหนูปลอมก็ถูกเปิดเผย ทำให้คู่หมั้นทิ้งเธอ เพื่อนๆ ก็ห่างเหิน และพี่ชายขับไล่เธอออกจากบ้าน บอกให้เธอกลับไปหาพ่อแม่ชาวนาของเธอ ในที่สุดซูหลีก็สิ้นหวังและตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลซู ยึดความช่วยเหลือทุกอย่างคืนและไม่อดทนอีกต่อไป แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าชาวนาที่พี่ชายพูดถึงนั้นกลับกลายเป็นตระกูลลั่วผู้มั่งคั่งที่สุดในประเทศ ในคืนเดียวเธอเปลี่ยนจากคุณหนูตัวปลอมที่ถูกทุกคนรังเกียจเป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีที่มีพี่ชายสามคนที่รักเธอ พี่ชายคนโตที่เป็นผู้บริหารใหญ่“เลิกประชุม จองตั๋วเครื่องบินกลับประเทศ ฉันอยากดูสิว่าใครกล้าแกล้งน้องสาวฉัน” พี่ชายคนที่สองที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยมระดับโลก“หยุดการวิจัย ฉันจะไปรับน้องสาวกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ” พี่ชายคนที่สามที่เป็นนักดนตรีระดับโลก “เลื่อนคอนเสิร์ต ไม่มีอะไรสำคัญเท่าน้องสาวของฉัน” จู่ๆ คนทั้งเมืองจิงก็ต้องตกใจช็อก ตระกูลซูเสียใจจนสุดขีด คู่หมั้นก็กลับมาขอคืนดี ผู้คนที่มาขอจีบเธอก็แห่กันมาถึงหน้าบ้าน ไม่ทันที่ซูหลีจะตอบสนอง ตระกูลชือซึ่งเป็นตระกูลสูงสุดในเมืองจิงและมีตำแหน่งสูงสุดในกองทัพเรือ ก็เสนอใบสมรสให้เธอ ทำให้เธอกลายเป็นคนดังในสังคมชั้นสูง!
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY