“...หนี้ชีวิต หนี้แค้น ที่เธอต้องยอมพลีกายชดใช้ให้เขา !” สำหรับเรื่อง “บ้านไร่ชายดุ” เป็นเรื่องราวของ เมย์ หญิงสาววัยแรกแย้ม ที่ต้องตกเป็นเชลยในกำมือซาตาน เพราะหนี้ชีวิตที่พ่อของเธอได้กระทำไว้
“...หนี้ชีวิต หนี้แค้น ที่เธอต้องยอมพลีกายชดใช้ให้เขา !” สำหรับเรื่อง “บ้านไร่ชายดุ” เป็นเรื่องราวของ เมย์ หญิงสาววัยแรกแย้ม ที่ต้องตกเป็นเชลยในกำมือซาตาน เพราะหนี้ชีวิตที่พ่อของเธอได้กระทำไว้
ณ หน้าโรงเรียนมัธยมศึกษา
โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ
วันสุดท้ายของการสอบกลางภาคมักจะเสร็จสิ้นในช่วงเช้า ดังนั้น ในช่วงบ่ายนักเรียนที่ไม่มีการสอบซ่อมก็จะเริ่มทยอยกันกลับบ้าน บางส่วนจับกลุ่มกันไปห้างสรรพสินค้าซึ่งเป็นแหล่งรวมความบันเทิงเพียงแห่งเดียวในจังหวัดที่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญ เช่น โรงภาพยนตร์ คาราโอเกะ หรือ การนั่งรับประทานไอศกรีมในห้องแอร์เย็น ๆ
“เมย์ ! เมย์ ! เดี๋ยวสิ !”
เด็กชายร่างโยงในชุดมัธยมปลาย สวมแว่นหนาเตอะ สะพายเป้สีดำวิ่งกระหืดกระหอบ ไล่ตามหลังเหยียดตรงของเด็กสาวมัธยมปลาย รูปร่างของเธอผู้นั้นสูงเพรียว มีส่วนเว้าส่วนโค้งของผู้หญิงในวัยสาวบานสะพรั่ง ผมสีดำขลับยาวสลวยของเธอถูกรวบเป็นหางม้า มัดด้วยโบสีขาว ที่บ่งบอกถึงวัยบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของวัยแรกสาว
“ว่าไงคะ ท่านหัวหน้าห้อง”
หญิงสาวร่างสวยที่ถูกเรียกหยุดชะงัก พร้อมกับหันหน้ามาส่งยิ้มให้เด็กหนุ่มซึ่งวิ่งมาหยุดตรงหน้าหล่อนพอดี
ใบหน้ารูปไข่ขาวผ่องของเธอราวกับสวรรค์บรรจงแต่งแต้ม ขนตายาวงอนเรียงกันเป็นแพใต้คิ้วโก่งดังคันศร อีกทั้งจมูกโด่งที่เชิดขึ้นคล้ายกับเด็กสาวจอมรั้นชวนให้คันหัวใจเด็กหนุ่ม ดวงตากลมโตของเธอเป็นประกายระยับ บวกกับริมฝีปากอิ่มสวยที่กำลังส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจมาให้เขา จึงทำให้เด็กชายที่เพิ่งแตกหนุ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง หัวใจเต้นตึกตัก จนเขาไม่แน่ใจว่าที่หัวใจเต้นแรงนั้น เพราะความสวยของเธอ หรือเพราะเขาวิ่งมาเร็วจนเกินไป
เมื่อคนเรียกเธอให้หยุดเอาแต่มองเธอไม่วางตา เด็กสาวจึงผลักเขาที่หัวไหล่ทีหนึ่งก่อนเอ่ยว่า
“นี่ภานุ มีอะไรก็พูดมาสิ”
เสียงของเธอทำให้เด็กหนุ่มตรงหน้าได้สติ จึงเอามือจับท้ายทอยของตนแก้เก้อพร้อมกับบอกว่า
“สอบกลางภาคเสร็จแล้ว เหลือเวลาอีกตั้งครึ่งวันกว่าจะถึงเวลาเลิกเรียน รถของรีสอร์ตก็ยังไม่มารับ พวกเราไปดูหนังกันดีไหม”
ภาณุรีบเอ่ยชวนหญิงสาวที่ตนหมายปองมานานอย่างกระตือรือร้น
เมย์ หรือ เมทินี เป็นลูกสาวของเจ้าของรีสอร์ตอิงผา และยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นเดียวกับเขา ซึ่งเขาแอบชอบเธอมาตั้งแต่แรกเข้ามัธยมศึกษา จวบจนวันนี้ที่ทั้งคู่เรียนจนจะจบชั้นมัธยมศึกษากันแล้ว แต่เขายังไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับหล่อนเป็นการส่วนตัวเลยสักครั้ง หากพลาดโอกาสนี้อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าพวกเขาก็ต้องแยกย้ายกันไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเขาไม่รู้ว่าจะได้เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันหรือไม่
“ขอโทษที พอดีวันนี้ฉันไปด้วยไม่ได้ เพราะเป็นวันเกิดเมย์ ก็เลยอยากรีบกลับบ้านไปหาแม่น่ะ”
หญิงสาวรีบปฏิเสธอย่างจริงจัง เพราะเธอตั้งใจเอาไว้แล้วว่าหากสอบเสร็จเร็วก็จะแวะไปซื้อขนมเทียนเจ้าอร่อยที่แม่ชอบ ในวันนี้เธออยากให้ความสำคัญกับแม่มากที่สุด เพราะเธอรู้ว่าวันเกิดลูกคล้ายกับวันตายของแม่
“วันนี้วันเกิดเมย์หรอ” ภาณุถามอย่างตื่นเต้น
สาวน้อยพยักหน้าพร้อมกับยิ้มกว้างเต็มใบหน้า รอยยิ้มของเธอนั้นช่างทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวยิ่งนัก
“จ๊ะ ครบรอบ 19 ปีพอดี”
เมย์มีอายุแก่กว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน 1 ปี เพราะว่าเธอเข้าเรียนช้ากว่าเด็กคนอื่น ๆ โดยแม่ของเธอให้เหตุผลว่า เมื่อยังเป็นเด็ก เธอป่วยหนักต้องหยุดอยู่ที่บ้านนานเป็นปี
“แย่จัง นุไม่รู้เลยว่า วันนี้วันเกิดเมย์ นุเลยไม่มีของขวัญให้ เอาไว้วันหลัง นุจะเอาของขวัญวันเกิดมาให้นะ”
“ขอบใจมาก เมย์ไปนะ
“แล้วเมย์จะกลับยังไง รถรีสอร์ตยังไม่มารับนี่”
เด็กหนุ่มเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เพราะปกติแล้วเมย์จะไปกลับโรงเรียนโดยอาศัยรถของรีสอร์ตซึ่งคอยวิ่งรับนักท่องเที่ยว
“เมย์จะกลับรถสองแถว ว่าจะแวะไปที่ตลาดในเมืองก่อนจ๊ะ”
“เมย์ไม่กลัวพวกไร่ปลายดาวแล้วเหรอ ให้ภานุไปส่งเมย์ดีไหม”
ภาณุอาสาด้วยความเป็นห่วง และในส่วนลึกนั้น เขาอยากจะหาโอกาสอยู่กับหล่อนนาน ๆ
เมย์ย่นคิ้วเล็กน้อยในหัวของเธอกำลังนึกถึงไร่ปลายดาวที่อยู่ใกล้กับรีสอร์ตของเธอ ไร่แห่งนี้เป็นที่กล่าวขานว่าเป็นแหล่งรวมคนเถื่อน และยังมีข่าวลือว่าเจ้าของรีสอร์ตถูกฆ่ายกครัว ดังนั้น พ่อกับแม่ของเธอจึงมักจะคอยเตือนหล่อนเสมอว่า ห้ามเข้าไปใกล้ไร่ปลายดาวเป็นอันขาด หรือห้ามแม้กระทั่งพูดคุยกับคนในไร่นั้น
“อืม ก็ดีเหมือนกันนะ”
เมย์พยักหน้าน้อย ๆ
“ไปกัน รถมอเตอร์ไซค์เราจอดอยู่ในโรงรถ”
ภาณุยิ้มฉีกยิ้มจนแทบจะถึงใบหู
……………………………………………………………………
พลั๊วะ !
กรีีดดดดดดดด
“อย่า !”
เสียงกำปั้นกระทบเนื้อ ตามมาด้วยเสียงร้องห้าม ผสมผสานกับเสียงร้องโหยหวนดังสะอึกสะอื้นอยู่เป็นระยะ ท่ามกลางเสียงอันน่ารันทดใจเหล่านั้น ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ยังคงสูบซิการ์ นั่งไขว้ขาอยู่บนโซฟารับรองแขกของรีสอร์ตอิงผาอย่างอ้อยอิ่ง ราวกับว่า เสียงร้องอย่างทุกข์ระทมเช่นนั้น เป็นดนตรีบรรเลงขับขานให้บันเทิงใจ
พลั๊วะ !
ตุบ !
ร่างอ้วนท่วมของเจ้าของรีสอร์ตถูกเตะจนกระเด็นลงมาหมอบแทบเท้า บุรุษที่นั่งชมความบันเทิง ร่างในชุดเสื้อสีขาวทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์ ขายาวที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแกร่งสวมทับด้วยกางเกงยีน ใช้เท้าที่สวมด้วยรองเท้าหนังสีน้ำตาลเข้มเชยคางให้คนถูกซ้อมจนหน้ายับยู่ยี่ขึ้นมองเขา
ดวงตาของคนอยู่ใต้เท้าบวมเบ่ง เลือดกบเต็มปาก เขาเป็นชายอายุ 47 ปี ศีรษะที่มีผมสีดอกเลาเบาบางจนแทบจะไม่เหลือเคล้าของเสือเมฆผู้อาจหาญในอดีตแม้แต่น้อย
“ไง ไอ้เสือเมฆ ฉันตามล่าตัวแกมาตั้งนาน ไม่คิดว่าแกจะลอกคราบจากเสือกลายเป็นหมา ซุกตัวหลบอยู่ใกล้ ๆ ตีนฉันนี่เอง”
“ไอ้พยัคฆ์ !”
คนถูกเรียกว่าหมา เปล่งเสียงออกมาจากปากบิดเบี้ยวที่ถูกชกจนแตกยับ ยิ่งเขาถลึงตาด้วยความโกรธ ดวงตาที่ถูกต่อยจนเขียวช้ำยิ่งถลนออกมาอย่างน่ากลัว ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่ง เขาจะถูกผู้ที่อ่อนกว่าถึง 10 ปีหยามเกียรติถึงถิ่นตน !
“ขอบคุณพี่ชายที่ยังจำน้องชายคนนี้ได้ และฉันก็ไม่เคยลืมไอ้คนทรยศเช่นแกเหมือนกัน แม้ว่าแกลอกคราบจากเสือเป็นหมา ฮ่า ๆ ศักดิ์ศรีของไอ้เสือผู้ทระนงหายไปไหนหมดละวะฮ่า ๆ”
ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาหัวเราะลั่นขณะที่บดเท้าเหยียบลงบนศีรษะคนใต้เท้า
ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ
เสียงหัวเราะของเหล่าลูกน้องนับสิบคนของพ่อเลี้ยงพยัคฆ์หัวเราะอย่างครื้นเครงด้วยความสะใจไปกับเจ้านาย
ข้าจะใช้มังกรพลิกบัลลังก์มังกร ! // ยาจกหนุ่มหน้าหวานหวังจะพลิกชะตากรรมของตน แม้ว่าต้องแลกมาด้วยความบริสุทธิ์ของตนก็ตาม
บิดามันเถอะ ! ข้าหนีการอภิเษกแต่กลับต้องมาเป็นทาสบำเรอกามแม่ทัพเถื่อน เรื่องราวขององค์ชายผู้ดื้อรั้นหนีการแต่งงาน จนถูกจับไปขายในหอนายโลม แล้วแม่ทัพก็นำตัวเขาไปเป็นทาสกาม เขาจะหนีพ้นจากความโชคร้ายนี้ได้หรือไม่ ไปติดตามกัน ................................................................................ ❌ จับมาเป็นทาส ✅ จับมาทำเมีย ——————————————— 😈“ข้าซื้อเจ้ามาก็เพื่อสิ่งนี้ ‼️ เจ้าจะเล่นตัวไปไย แต่ตอนนี้เจ้าทำให้ข้าเจ็บ เจ้าต้องรับผิดชอบ” สิ้นคำมือแกร่งก็กระชากเสื้อคลุมขององค์ชายน้อยออก แล้วผลักร่างบางเข้าชิดผนังห้อง 😡“จะทำอะไรข้า ถ้าท่านแตะต้องตัวข้าอีก ข้าฆ่าท่านแน่‼️” องค์ชายน้อยขู่ฟ่อ มือทั้งสองถูกเขารวบตรึงไว้เหนือหัว ร่างกายท่อนล่างแทบทุกสัดส่วนถูกเรือนร่างกำยำร้อนฉ่าทาบทับเอาไว้ 😈“ฮ่า ฮ่า คนที่ขู่ฆ่าข้า ไม่เคยมีใครตายดีสักคน แต่สำหรับเจ้า...” แม่ทัพหนุ่มมองสบตาหนุ่มน้อย เขาแตะปลายนิ้วลงที่ริมฝีปากบางด่าทอเขาไม่หยุด 😈 “ข้าจะทรมานจนต้องร้องขอชีวิตเชียวหล่ะ” เขาไล้ปลายนิ้วไปตามผิวเนื้อเนียนนุ่ม แล้วลูบต่ำลงมาจนถึงเม็ดทับทิมสีสวย จากนั้นก็ลูบคลึงหัวทับทิมเล่นอย่างหยอกล้อ 🥴“อื้อ อา เจ้าคนชั่วช้า งื้ออ อา” ฝ่ามือร้ายของท่านแม่ทัพทำให้เสียงองค์ชายน้อยเริ่มสั่นพร่าด้วยความเสียวซ่าน ทุกอณูสัมผัสของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นโครมคราม 😈“ชั่วช้าอย่างไร ก็เป็นสามีเจ้า”
ฉู่ว่านยู ผู้สืบเชื้อสายมาจากตระกูลแพทย์แผนโบราณ มีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม ยาที่เธอทำนั้นทุกคนต่างอยากได้ สามารถรักษาได้ทุกโรค แต่กลับไม่คาดคิดว่าจะย้อนยุค กลายเป็นผู้หญิงที่ขี้เหร่ที่สุดในใต้หล้า และยังเอาชนะใจท่านอ๋องด้วย การเริ่มต้นไม่ค่อยดีก็ไม่เป็นไร มาดูกันว่าเธอจะพลิกผันยังไง การแย่งการแต่งงานงั้นเหรอ? เธอทำให้น้องต้องรับบทเรียน แย่งสินเิมดลับมา ให้ชายั่วหญิงร้ายคู่นี้อยู่ด้วยกันตลอดไป ขี้ขลาดเหรอ? เธอจัดการพ่อร้าย สั่งสอนผู้หญิงเสแสร้ง! ขี้เหร่เหรอ? เธอรักษาพิษในตัว และกลายเป็นคนงามอันน่าทึ่ง! ลูกสาวขี้เหร่ของจวนอัครมหาเสนาบดี กลายเป็นผู้สูงส่ง แม้แต่ผู้โหดเหี้ยมบางคนยังหวั่นไหวกับเธอ เมื่อสุดที่รักจะจัดการผู้ใด เขามักจะช่วยเสมอ... แต่น่าเสียดายสุดที่รักคนนั้นไม่มีเขาอยู่ในใจ ฉู่ว่านยู "ออกไป หย่าเลย ผู้ชายมีแต่เป็นภาระของข้าเท่านั้น" เสี่ยวลี่จิงรู้สึกน้อยใจ "ไม่ได้ ข้าให้ครั้งแรกกับเจ้าแล้ว เจ้าต้องรับผิดชอบข้า"
เมื่อผู้หญิงที่เพื่อนๆ ตั้งสมญานามว่าแม่ชีอย่างเธอจับพลัดจับผลูต้องมาเจอกับผู้ชายหน้านิ่งที่เอะอะกอด เอะอะจูบอย่างเขา อา…แล้วพ่อคุณก็ดันเป็นโรคนอนไม่หลับ จะต้องนอนกอดเธอเท่านั้นด้วย แบบนี้เธอจะเอาตัวรอดได้ยังไงล่ะ “ชอบอาหารเหนือไหม” “ชอบมากเลยคุณ ให้กินทุกวันยังได้เลย” “มากพอจะอยู่ที่นี่ไหม” “แค่กๆๆ” …………… …………………………………………………………………………………………………………………………. “คุณ! เอากระบอกไฟฉายออกไปวางที่อื่นก่อนได้ไหม มันดันหลังฉัน ฉันนอนไม่หลับ” คนที่ใกล้จะหลับบอกเสียงอู้อี้ “เอ้อ! ไม่มีนี่” เขาบอกเสียงอึกอัก “มันจะไม่มีได้ไง ก็มันดันหลังฉันอยู่เนี่ย” เธอมั่นใจว่ามีแน่ๆ ก็หลักฐานมันทนโท่ขนาดนี้ “อืม! นอนเถอะ ไม่มีหรอก” “จะไม่มีได้ไง ก็นี่ไง” คุณเธอยืนยันด้วยการคว้าหมับเข้าให้ พร้อมหันกลับมา หวังงัดหลักฐานที่อยู่ในมือมาพิสูจน์ให้ได้เห็นกันจะๆ คาตา แต่… ตึก ตึก ตึก อา…! ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่คาตา แต่ยังคามือเธอด้วย เธออ้าปากตาค้างราวกับกำลังตกตะลึงสุดขีด ก่อนจะก้มมองไอ้ที่คิดว่าเป็นกระบอกไฟฉายในมือสลับกับเงยหน้ามองเขา จากนั้นก็… “กรี๊ด…!” เธอร้องลั่นพร้อมกับยื่นเท้าถีบออกไปสุดแรง ตุบ! คนไม่ทันตั้งตัวร่วงตุ้บลงไปบนพื้น ครั้นพอจะลุกขึ้น คุณเธอก็ตะโกนเสียงดังลั่นขึ้นมาอีก “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้คนลามก คนเลว คุณมันทุเรศที่สุด คุณให้ฉันจับไอ้นั่นของคุณ มัน…อี๋…! เธอพูดพลางทำท่าขยะแขยง แล้วมาส่องกระบอกไฟฉายพ่อเลี้ยงพร้อมกันนะคะ
【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”
หลังจากแต่งงานได้ 2 ปี ในที่สุดเจียงเนี่ยนอันก็ตั้งครรภ์สักที ความดีอกดีใจของเธอแต่กลับแลกกับคำขอหย่าของสามี หลังจากการสมคบคิด เธอนอนในกองเลือด และต้องการขอร้องเขาให้ช่วยเด็กเอาไว้ แต่กลับไม่สามารถติดต่อกับอีกฝ่ายได้ ด้วยความสิ้นหวังเธอจึงออกจากประเทศไป ต่อมาในงานแต่งงานของเจียงเหนียนอัน คุณกู้เสียการควบคุมและคุกเข่าลง ดวงตาของเขาแดงก่ำ "มีลูกของฉัน แล้วเธออยากจะแต่งงานกับใครกัน?"
ทุกคนต่างรู้ดีว่าเจียงว่านหนิงรักเย่เชินมานานหลายปี เธอที่มักจะว่านอนสอนง่ายและน่ารักเสมอ ได้สักลายเพื่อเขาและยอมทนอยู่ใต้อำนาจผู้อื่น เมื่อเธอถูกทุกคนใส่ร้ายจนโดนตำหนิ เขากลับนิ่งเฉยและยังถึงขั้นให้เธอคุกเข่าให้แฟนเก่าของเขาอีกด้วย เธอที่รู้สึกอับอาย ในที่สุดก็หมดหวัง หลังจากยกเลิกการหมั้น เธอก็หันไปแต่งงานกับทายาทพันล้านทันที คืนนั้นเอง ใบทะเบียนสมรสของทั้งคู่ก็กลายเป็นข่าวฮิตบนโลกออนไลน์ เย่เชินที่เคยคิดว่าตัวเองเก่งกาจที่สุดก็เริ่มวิตกและพูดออกมาด้วยความโกรธว่า "อย่าเพ้อฝันไปเลย นายคิดว่าเธอรักนายจริงๆ งั้นเหรอ เธอแค่ต้องการใช้พลังอำนาจของตระกูลฟู่เพื่อแก้แค้นฉันเท่านั้นเอง" ฟู่จิงเซินจูบหญิงสาวในอ้อมกอดและตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจว่า "แล้วจะเป็นไรไปล่ะ ก็พอดีว่าฉันมีทั้งเงินและอำนาจนี่"
“ก่อนทำเรื่องนี้พี่ขอถามน้องภาสักข้อได้ไหม” ธาวิศพูดแล้วก้าวเท้าเข้าไปหาคนบนเตียง “ได้ค่ะ” นิภาก้มหน้ายามตอบ ธาวิศทิ้งสะโพกลงนั่งด้านข้าง พร้อมกับดันปลายคางของหญิงสาวให้ขึ้นมองหน้าเขา “น้องภาเต็มใจใช่ไหม” แววตาของคนถูกถามสั่นระริกไปมา ปากจิ้มลิ้มก็ขยับขึ้นลงเหมือนคนคิดไม่ออกว่าควรตอบอย่างไร “น้องภาพี่ถามว่าเต็มใจใช่ไหม หรือว่าถูกคุณยายบังคับ” คราวนี้ธาวิศเน้นน้ำหนักเสียงมากขึ้นกว่าเดิม “ภาเต็มใจค่ะ” หญิงสาวตอบเขาแล้ว แต่เป็นคำตอบที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจในตัวเอง “ไม่ได้ถูกบังคับแน่นะ” “ค่ะ ภาไม่ได้ถูกบังคับ ภาเต็มใจค่ะพี่ภูมิ” ธาวิศกัดฟันกรอดในคำตอบที่เขาไม่ปรารถนาจะได้ยิน ออกแรงผลักหน้าอกนิภาจนล้มลงไปนอนอยู่บนเตียง ปลดกระดุมเสื้อนอนของตนเองออกทีละเม็ด โดยที่สายตาก็ยังจดจ้องอยู่กับคนตรงหน้า “ระหว่างเรามันจะไม่มีความผูกพันอะไรกันทั้งนั้น เราทำเรื่องนี้ก็เพื่อคุณยาย เสร็จจากนี้ไปพี่ก็จะกลับกรุงเทพฯ ไปใช้ชีวิตกับคนรักของพี่ตามเดิม ภายังรับได้อยู่ใช่ไหม” ชายหนุ่มพูดจบก็ทิ้งเสื้อนอนลงบนพื้น คนบนเตียงก็ยังเม้มริมฝีปากตัวเองเอาไว้แน่น คำตอบไม่มาสักทีเขาเลยต้องเลิกคิ้วขึงตาใส่ “ค่ะภารับได้” คำพูดที่เปล่งออกมาช่างเบาหวิว คงไม่ต่างไปจากอารมณ์ของคนพูด “รับได้ก็ดี อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน ไม่งั้นพี่เอาตายแน่” ธาวิศทาบร่างตัวเองลงบนลำตัวของนิภา มองจุดหมายแรกที่จะเริ่มต้นทำรัก ประทับจูบลงบนริมฝีปากนุ่มนิ่มของหญิงสาว สัมผัสแรกของทั้งคู่ช่างตราตรึงในความรู้สึก จากที่จะจูบเพียงแผ่วเบากลายเป็นแทรกลึกดูดดื่มขึ้นตามอารมณ์ (รักซ้ำรอย)
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY