“ท่านแม่ทัพข้าน้อยพบจิ้งจอกวิ่งอยู่ในสวนขอรับจะให้ข้าน้อยจับไปปล่อยดีหรือไม่ขอรับ”
สายตาเหี้ยมหันมองทหารที่มารายงาน
“ไม่ต้องเปิ่นหวางจะไปจับด้วยตัวเอง”
ตวนอ๋องหลิวหยางแห่งเมืองเหอหนาน เขตปกครองตัวเองที่แยกตัวเป็นอิสระ ใบหน้าเหี้ยมเกรียมไร้ความปรานีฆ่าได้ฆ่า ไม่เคยละเว้นผู้ใดมาก่อน
ฝีเท้ากล้านั้นเดินไปยังสวนหลังบ้าน หวังจัดการเจ้าจิ้งจอกน้อยที่หาญกล้าฝ่าด้านป้องกันของจวนตวนอ๋องมาถึงหลังบ้าน คิดๆ ดูแล้วเจ้าจิ้งจอกตัวนี้คงโชคดีมาก ที่สามารถฝ่าร้อยด้านป้องกันมาได้
แต่เจ้าโชคร้ายมากกว่าที่มาเจอเขา ตอนนี้กำลังเบื่อๆ อยากกินจิ้งจอกย่างพอดี!!
สายตาเขามองไปยังสวนหลังบ้านที่เหมือนป่าไผ่ คิดว่าคงมีหน่อไม้หอมๆ ที่ยั่วใจให้เจ้าจิ้งจอกเข้ามาติดกับ แต่ขอโทษข้าอยากกินเนื้อพอดี อย่าหวังว่าวันนี้เจ้าจะหลุดรอดไปได้
ฝีเท้านั้นเดินมองหา มองเห็นขนขาวๆ กำลังวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองมือก็จับคันธนูขึ้นมา ยิงตรงไหนดีตรงหัวใจหรือหัว แต่คิดๆ ดูแล้วถ้าทั้งสองตำแหน่งเนื้ออาจจะไม่อร่อย
ดังนั้นแล้ว วิธีเดียวก็คือการจับด้วยมือเปล่าดูจะสนุกที่สุดแล้ว เขาจึงส่งคันธนูให้องครักษ์มือขวาด้านหลัง
องครักษ์ตวนเหยียนรับคันธนูมาสะพายเอาไว้ มองเห็นขนขาวทางด้านขวามือที่ใกล้น้ำตกจำลองจึงบอกตวนอ๋อง
“ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะทางนั้น”
ตวนอ๋องหลิวหยางหันมองตามทิศทาง ก่อนพบหางสีขาวหลบไปด้านหลังของภูเขาจำลอง เขาจึงโบกมือให้คนด้านหลังไปยังอีกฝั่ง ส่วนเขาก็ไปอีกด้านของภูเขา
จากนั้นก็ย่องฝีเท้าเบาเข้าไปด้านใน มุมปากก็ยกยิ้มคิดว่าการได้กินเนื้อครั้งนี้ต้องสำเร็จแน่นอน
ฝีเท้าเบาเดินเข้าไปถึงก็มองเห็นจิ้งจอกน้อยทั้งตัว จิ้งจอกตัวนั้นมีขนสีขาวแต่ปลายหางกับเป็นสีดำ ส่วนดวงตาแทนที่จะเป็นสีแดงกลับเป็นสีฟ้า ซึ่งแปลกกว่าจิ้งจอกที่เขาเคยพบมา
“จับเป็น!!” จากจับตายก็เกิดอยากเลี้ยงขึ้นมา ยิ่งมองเห็นแววตาราวกับมนต์สะกดนั่นก็ทำให้เขาเกิดใจอ่อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แทนที่จิ้งจอกน้อยนั้นจะหนี กลับเดินมาหาเขาจากนั้นก็ย่อตัวลงแล้วคำนับหนึ่งครั้ง เป็นจิ้งจอกที่ประหลาดเหลือเกินเขาจึงย่อตัวลงแล้วยกมือขึ้นลูบจิ้งจอกสีขาว
“เปิ่นหวางจะเลี้ยงเจ้าเอง”
ดวงตากลมสีฟ้านั่นเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาซาบซึ้งจากนั้นก็มีเสียงหนึ่งตะโกนออกมา
‘หากท่านไม่คิดกินข้า มีหรือที่ข้าจะยอมเป็นสัตว์เลี้ยงท่าน!!’
ข้าเป็นถึงบุตรสาวของเผ่าจิ้งจอกมิใช่จิ้งจอกป่าที่ท่านจะจับกินได้ แต่ข้าเองก็สูญเสียพลังงานจนสิ้น เพราะต่อสู้กับนักพรตจนลมปราณสูญสิ้น จะกลับไปยังเผ่าตนก็กลัวแต่จะตายกลางทาง
มองเห็นจวนท่านที่ดูเข้มงวดกวนขัน แม้แต่มดยังเข้ามาไม่ได้ดูจะปลอดภัยที่สุด แต่ใครจะคิดว่าที่ปลอดภัยนั่นก็คือที่ที่อันตรายที่สุด
มืออุ่นนั่นโอบกอดข้าจากนั้นก็พากลับไปยังห้องทำงานของเขา จากนั้นก็ยกมือลูบขนนุ่มไปมา
“ดูๆ ไปขนเจ้าก็นุ่มถ้าเอามาทำผ้าห่มก็อุ่นใช่ได้”
เจียหลิงตาโตลุกวาว จากนั้นก็ขยับหาเขาแล้วใช้ใบหน้าคลอเคลียตรงแขนเขาอย่างเอาใจ ข้าอ้อนท่านขนาดนี้ได้โปรดอย่ากินข้าเลย
คลอเคลียเสร็จก็ทำท่าเหมือนจะหมดแรงนอนราบไปกับพื้นโต๊ะกะพริบตาขึ้นลง ‘ข้าน่ารักขนาดนี้ท่านจะกินข้าลงได้ไหมมาดูกัน’
แต่ดูจากสายตาเหี้ยม แถมยังหน้านิ่งเหมือนคนไม่แสดงความรู้สึกนางก็ยิ่งหวั่นใจ จึงยกตัวขึ้นแล้วกระโดดลงบนตักเขาเอนซบหนักกว่าเดิม
‘ข้ายอมขนาดนี้แล้วท่านควรเลี้ยงดูข้าได้สักที’
ดวงตาเหี้ยมก้มลงมองจิ้งจอกน้อย ปกติเขาไม่ชอบเลี้ยงสัตว์มากกว่าชอบจับมากิน แต่มาคราวนี้ดูเหมือนเจ้าจิ้งจอกน้อยจะฉลาดกว่าที่เขาเคยเจอ
ช่วงนี้กำลังเบื่อเพราะไม่มีสงคราม ถ้าเช่นนั้นแล้ว
“เปิ่นหวางจะไม่กินเจ้าแล้วก็ได้ แต่เจ้าห้ามทำแบบนี้กับใครคนอื่นเข้าใจไหม”
เจียหลิงกะพริบตาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอนซบมากกว่าเดิม
‘ท่านไม่กินข้าดีแล้ว รอลมปราณข้าฟื้นเมื่อไรข้าจะไปทันที’