อดีตนักฆ่าสาวอันดับหนึ่ง ผู้มีใจคอโหดเหี้ยมได้ทะลุมิติอยู่ในร่างสาวน้อยรูปโฉมอัปลักษณ์ ที่ทุกคนต่างสาปส่งและรังแกสารพัด!
อดีตนักฆ่าสาวอันดับหนึ่ง ผู้มีใจคอโหดเหี้ยมได้ทะลุมิติอยู่ในร่างสาวน้อยรูปโฉมอัปลักษณ์ ที่ทุกคนต่างสาปส่งและรังแกสารพัด!
ตอนที่ 1 ทรยศ
ท่ามกลางแสงสีภายในงานจัดเลี้ยงหรูหราใหญ่โตในใจกลางเมืองๆหนึ่ง
บรรดาสุภาพสตรีต่างก็แต่งกายด้วยชุดราตรีหรูหราสวยงามตระการตา เดินเฉิดฉายไปมาอยู่ภายในงาน ส่วนสุภาพบุรุษล้วนแต่งกายด้วยชุดสูทราคาแพง กำลังยืนจับกลุ่มพูดคุยกันเป็นจุดๆ กลุ่มละห้าถึงหกคน
จากการแต่งกายของผู้ที่อยู่ในงานเลี้ยงคืนนี้ ไม่ว่าจะเป็นสุภาพบุรุษ หรือว่าสุภาพสตรี ล้วนบ่งบอกว่าทุกคนในงานต่างก็เป็นคนดัง และชนชั้นสูงในสังคมทั้งสิ้น
เซียถงอยู่ในชุดราตรียาวสีดำรัดรูป ชายกระโปรงลากไปกับพื้นขณะเยื้องย่าง ดวงหน้าเล็กๆนั้นมีเครื่องสำอางบางๆปกคลุมอยู่ ดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว ริมฝีปากเป็นสีอมชมพูราวกับลูกพีช เรือนร่างมีสัดส่วนที่สมบูรณ์ไร้ที่ติ
สายตาของบุรุษในงานต่างก็จับจ้องมองมาที่เรือนร่างของหญิงสาวผู้นี้
เซียถงเดินปะปนเข้าไปท่ามกลางฝูงชน แม้สายตาจะดูสบายๆ แต่ก็แอบระมัดระวัง และสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวรอบตัว
วันนี้เป็นวันเกิดของลู่อวิ๋นโจว เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของเมืองนี้ และงานเลี้ยงคืนนี้ก็จัดขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเขาโดยเฉพาะ
ส่วนภารกิจของเธอก็คือการสังหารลู่อวิ๋นโจว และขโมยคริสตัลม่วงมาจากเขา!
คริสตัลม่วงนี้เป็นสมบัติประจำชาติ มันถูกขุดพบโดยกลุ่มโจรปล้นสุสานกลุ่มหนึ่ง ไม่มีใครล่วงรู้ถึงอายุของคริสตัลม่วง และที่มาที่ไปของมัน ดูเหมือนข้อมูลเกี่ยวกับคริสตัลม่วงจะค่อนข้างลึกลับอย่างมาก และต่อมาคริสตัลม่วงก็ได้ถูกขายให้กับลู่อวิ๋นโจว
ว่ากันว่าคริสตัลม่วงนี้มีพลังงานแปลกประหลาดซ่อนอยู่ และลู่อวิ๋นโจวก็กำลังเตรียมที่จะศึกษา และพัฒนาพลังงานของคริสตัลม่วงนี้มาใช้ ซึ่งหากเขาทำได้สำเร็จ จะก่อให้เกิดอันตรายใหญ่หลวงต่อประเทศชาติอย่างมาก เซียถงจึงได้ถูกส่งตัวให้มาปฏิบัติภารกิจครั้งนี้
เซียถงได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่อายุหกขวบ และเริ่มปฏิบัติภารกิจได้ตั้งแต่อายุสิบขวบ จนตอนนี้เธออายุยี่สิบหกปีแล้ว ในช่วงระยะเวลาสิบหกปีที่ผ่านมา หญิงสาวสามารถปฏิบัติภารกิจต่างๆที่ได้รับมอบหมายได้สำเร็จลุล่วงทุกครั้งไป ไม่เคยมีครั้งไหนที่ล้มเหลวเลย
แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเธอมีคู่หูที่ดีอย่างมู่เฟย และยังเป็นชายคนรักของเธออีกด้วย
ทั้งคู่ตกลงกันว่า หลังจากปฏิบัติภารกิจครั้งนี้เสร็จสิ้น พวกเขาจะขอลาออกจากการเป็นหน่วยพิเศษขององค์กร เพื่อที่จะไปใช้ชีวิตที่เหลืออย่างคนปกติทั่วไป มู่เฟยเองก็เห็นด้วยกับเธอ
เมื่อนึกถึงชีวิตที่เป็นปกติสุขในอนาคตขึ้นมา ริมฝีปากของเซียถงยามนี้ก็กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้
ผู้คนในงานเริ่มส่งเสียงฮือฮาขึ้นเล็กน้อย เมื่อลู่อวิ๋นโจวปรากฏตัวออกมาจากหลังเวที พร้อมด้วยบอดี้การ์ดร่างกายกำยำแข็งแกร่งถึงแปดคน จากรูปลักษณ์ของลู่อวิ๋นโจว เขาน่าจะอายุมากกว่าห้าสิบปี ศรีษะค่อนข้างล้าน ดวงตาทั้งคู่บ่งบอกถึงความเฉลียวฉลาดล้ำลึกอย่างยากที่จะคาดคะเนได้
“ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานเลี้ยงวันเกิดของผมในคืนนี้ ขอให้ทุกท่านสนุกสนานกันอย่างเต็มที่”
ลู่อวิ๋นโจวเอ่ยบอก พร้อมกับยกมือขวาขึ้นโบกไปมาทักทายแขกเหรื่อในงาน
เมื่อเห็นเป้าหมายปรากฏตัว สายตาของเซียถงก็จับจ้องอย่างไม่กระพริบตา
ทุกคนในงานเลี้ยงต่างก็พากันชูแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้น พร้อมกับร้องแสดงความยินดี
เซียถงสัมผัสได้ว่า สายตาของบอดี้การ์ดทั้งแปดดูเหมือนจะจับจ้องมาทางเธอ เธอจึงรีบยกแก้วไวน์ในมือชูขึ้นอย่างช้าๆ หลังจากนั้น สายตาของเหล่าบอดี้การ์ดก็สอดส่ายมองไปทางอื่นแทน
เสียงเพลงในงานเลี้ยงดังขึ้น สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีต่างก็พากันออกไปเต้นรำ ภาพบนฟลอร์หน้าเวทีเวลานี้มีแต่ความสนุกสนานสวยงาม
เซียถงซึ่งแฝงตัวอยู่ในกลุ่มคน ค่อยๆขยับเข้าใกล้ลู่อวิ๋นโจวทีละเล็กทีละน้อยโดยที่ไม่มีผู้ใดสงสัย และตอนนี้ เธอก็อยู่ห่างจากเป้าหมายไปเพียงแค่ห้าเมตรเท่านั้น
“โอ๊ย! คุณเหยียบเท้าของฉันค่ะ!”
เซียถงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าเล็กๆสวยงามนั้นย่นเข้าหากัน ก่อนจะค่อยๆนั่งลงกับพื้น
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเซียถงรีบเอ่ยปากขอโทษทันที และพบว่า ปลายเท้าสีขาวนวลเนียนของเธอนั้นได้เปลี่ยนเป็นสีแดง และมีรอยส้นรองเท้าของผู้ชายปรากฏอยู่
แต่ในขณะที่ร่างของเซียถงกำลังนั่งยองๆอยู่นั้น จู่ๆ เรือนร่างงดงามก็กระโดดพุ่งออกไปราวกับเสือดาวที่คล่องแคล่วว่องไว ก่อนจะวิ่งตรงเข้าไปหาลู่อวิ๋นโจวด้วยความเร็วประหนึ่งสายลมกรรโชก เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก
บอดี้การ์ดที่ทำหน้าที่คุ้มกันลู่อวิ๋นโจวถึงกับร้องตะโกนออกมาเสียงดัง
“คุ้มครองท่านลู่!”
แต่ในช่วงนาทีวิกฤตินั้นเอง เซียถงก็ได้ล้วงเอาปืนพกสีแดงเก็บเสียงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดราตรีสีดำออกมาอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็ยังคงวิ่งตรงเข้าไปหาเป้าหมาย มีดบินบางเฉียบแปดเล่มพุ่งทะยานออกจากฝ่ามืออีกข้างของเธอ
เสียงดัง ‘ปัง’ อย่างแผ่วเบาปรากฏขึ้น ลูกกระสุนพุ่งเข้าใส่หน้าอกตรงตำแหน่งหัวใจของลู่อวิ๋นโจวอย่างแม่นยำ
ส่วนมีดบินบางเฉียบทั้งแปดเล่มนั้น ก็พุ่งปักเข้าที่ลำคอของบอดี้การ์ดทั้งแปดคนซึ่งอยู่ข้างกายลู่อวิ๋นโจวในทันที ร่างสูงใหญ่กำยำเหล่านั้นล้มตึงลงกับพื้นในสภาพที่มือยังคงกำปืนแน่น แต่ก็สายเกินกว่าที่จะเหนี่ยวไกได้ทัน
มีดบินบางเฉียบขนาดเล็กนั้นแต่กลับสามารถสังหารผู้คนได้ในพริบตา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า เป็นเพียงแค่เกล็ดเงินที่ใช้ตกแต่งชุดราตรีสีดำหรูหรานั้น ให้ดูสง่างามมากขึ้นเท่านั้นเอง
“เซียถง! จับตัวเธอไว้เร็วเข้า!”
บอดี้การ์ดที่อยู่ด้านล่างตะโกนอย่างฉุนเฉียว
สาเหตุที่เซียถงสามารถปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จทุกครั้งก็เพราะว่า เธอมีความสามารถหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาบุหงาโบยบิน ที่บ่อยครั้ง เธอสามารถทำสิ่งที่ไม่โดดเด่นสะดุดตา ให้กลายเป็นอาวุธร้ายแรงที่คร่าชีวิตได้ในทันที
เสียงกรีดร้องดังขึ้นเกือบจะพร้อมกัน ภายในงานจัดเลี้ยงเริ่มโกลาหลวุ่นวายขึ้นในทันที ผู้คนในงานต่างก็พากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ทำให้ขัดขวางเหล่าบอดี้การ์ดที่อยู่ภายในงาน
ขณะที่เซียถงกำลังวิ่งตรงเข้าไปที่ร่างของลู่อวิ๋นโจวนั้น ชุดราตรีสีดำบนร่างก็ถูกกระชากออก เผยให้เห็นเสื้อหนังกันกระสุนสีดำด้านใน ซึ่งปกปิดเพียงแค่หน้าอกและต้นขาเท่นั้น ผมยาวปลิวสะบัด ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ดูประหนึ่งเทพธิดาที่ผุดออกมาจากขุมนรก
จังหวะที่ลู่อวิ๋นโจวล้มลงนั้น เซียถงก็วิ่งเข้าไปถึงร่างของเขาพอดี และเอื้อมมือออกไปคว้าคริสตัลม่วงที่อยู่ในมือข้างขวาของลู่อวิ๋นโจว
ทันใดนั้นเอง ลู่อวิ๋นโจวที่นอนตายอยู่บนพื้นก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้มชั่วร้าย เขาคว้าข้อมือของเซียถงที่ยื่นออกมาไว้ได้ ร่างที่สวมชุดกันกระสุนนั้นได้พูดเย้ยหยันขึ้นว่า
“เซียถง ฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเธอจะต้องมาในงานคืนนี้ คิดจะฉกฉวยของจากลู่อวิ๋นโจว มันไม่ง่ายหรอกนะ!”
แต่สีหน้าท่าทางของเซียถงกลับยังคงสงบนิ่ง หญิงสาวยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นว่า “งั้นเหรอ?”
เธอตวัดมือซ้ายขึ้นรัดลำคอของลู่อวิ๋นโจวในทันที พร้อมกับออกแรงรัดอย่างไร้ปราณี เวลานี้ดวงตาของลู่อวิ๋นโจวถึงกับเบิกกว้างด้วยความตกใจ เลือดสีแดงค่อยๆไหลออกมาจากมุมปากของเขา
“ท่านลู่ ดูเหมือนคุณคงจะลืมไปแล้วว่า นอกจากฉันจะยิงปืนแม่นแล้ว ฉันยังมีวิธีฆ่าคนอีกมากมายหลายแบบ”
เสียงไพเราะที่ดังขึ้นนั้น ไม่ต่างจากเสียงเพรียกหาจากนรกที่ดังก้องอยู่ในหูของลู่อวิ๋นโจว
ไม่นานนัก มือของลู่อวิ๋นโจวก็ค่อยๆอ่อนแรงลง และค่อยๆคลายออกอย่างช้าๆ
หลังจากที่แย่งคริสตัลม่วงมาจากมือขวาของลู่อวิ๋นโจวได้ เซียถงก็ได้กระโดดขึ้นกลางอากาศ ราวกับเหยี่ยวที่แข็งแกร่งว่องไว มือของเธอคว้าโคมไฟระย้าเหนือศีรษะไว้ได้อย่ารวดเร็ว ในขณะเดียวกันลูกกระสุนนับสิบก็ได้พุ่งเข้ามาหาร่างของเธอ และเฉียดนิ้วเท้าไปอย่างเฉียดฉิว
เซียถงใช้ปลายนิ้วเหยียบโคมระย้า และอาศัยแรงส่งของมันกระโดดเหินขึ้นไปบนชั้นสองได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะวิ่งไปตามทางเดิน ด้านหน้าเป็นกำแพงกระจกกันกระสุนที่สูงตั้งแต่เพดานจรดพื้น ซึ่งยากนักที่เซียถงจะสามารถฝ่าทะลุเข้าไปได้
แต่เวลานี้ มู่เฟยได้รอเธออยู่ก่อนแล้ว!
ทันใดนั้นอง เสียง ‘ปัง’ ก็ดังขึ้น กำแพงกระจกกันกระสุนบานใหญ่แตกออกในทันที ด้านนอกเวลานี้ มู่เฟยกำลังยืนถือปืนไรเฟิลซุ่มยิงอยู่ด้านนอก ร่างของเขาห้อยลงมาจากหลังคาด้วยสายสลิงที่ติดอยู่กับเอว ปากก็ร้องตะโกนบอกเสียงดัง
“ถงถงเร็วเข้า!”
บอดี้การ์ดจำนวนมากกำลังวิ่งกรูตามหลังเซียถงมา เธอกระโดดออกมาจากกระจกหน้าต่างที่แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างไม่ลังเล
หลังจากนั้น เสียงปืนไรเฟิลจากมือของมู่เฟยก็ดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
เซียถงรีบวิ่งตรงไปที่รถซึ่งจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า ปากก็ร้องตะโกนบอกมู่เฟยที่กำลังวิ่งตามมา
"มู่เฟย รีบหน่อย!"
หลังจากมู่เฟยกระโดดขึ้นรถได้แล้ว หญิงสาวก็รีบขับหนีออกไปในทันที
“ในที่สุดเราก็เสร็จสิ้นภารกิจของเราแล้ว! มู่เฟย นายอยากย้ายไปอยู่ประเทศไหน?”
เซียถงเอ่ยถามออกมาอย่างมีความสุข ริมฝีปากแย้มยิ้ม แววตาสดใสในขณะที่จ้องมองชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ
“คริสตัลม่วงล่ะ?”
มู่เฟยไม่ตอบ แต่ย้อนถามหญิงสาวกลับไป
"อยู่นี่!"
เซียถงยื่นคริสตัลม่วงให้กับมู่เฟยโดยไม่ลังเลสังสัยอะไรเลยแม้แต่น้อย
มู่เฟยรับคริสตัลม่วงมา ดวงตาทั้งคู่เป็นประกายระยิบระยับด้วยความโลภ ปากก็พึมพำออกมาว่า
“ฉันได้ยินมาว่า ใครก็ตามที่ได้ครอบครองคริสตัลม่วงนี้ จะสามารถครอบครองโลกใบนี้ได้!”
“มู่เฟย!”
เซียถงร้องเรียกอีกฝ่ายด้วยความตกใจ เพราะเวลานี้ปากกระบอกปืนเย็นยะเยือกกำลังจ่ออยู่ที่ศรีษะของเธอ
“อย่าขยับ!”
เซียถงได้แต่ร้องถามออกไป "มู่เฟย! นี่นายรู้ตัวมั้ยว่ากำลังทำอะไรอยู่?"
“ถงถง ฉันขอโทษ! ฉันไม่ได้อยากไปใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ ฉันเป็นคนมีความสามารถ ทำไมฉันต้องทำงานให้กับประเทศนี้ด้วย ฉันต้องการครอบครองโลกใบนี้!”
น้ำเสียงที่เย็นชาของมู่เฟย ทำให้หัวใจของเซียถงต้องแตกสลาย ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน กลับกลายเป็นเย็นชาไร้หัวใจ
“ต่อให้นายได้คริสตัลม่วงไป นายคิดเหรอว่าจะสามารถหลบหนีการไล่ล่าขององค์กรได้?”
หัวใจของเซียถงแตกสลายลงทีละเล็กทีละน้อย
“แต่ถ้าฉันรายงานองค์กรไปว่า เธอเป็นคนขโมยคริสตัลม่วงไป แล้วก็ทำร้ายฉันล่ะ? เธอคิดว่าองค์กรจะเชื่อใคร?”
“ถงถง ในเมื่อเธอไม่เห็นด้วยกับฉัน ฉันก็จำเป็นต้องฆ่าเธอ?”
สายตาของมู่เฟยเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยมดุดันขึ้นมาทันที จากความรักกลายเป็นความเกลียดชัง
“มู่เฟย นี่นายฆ่าฉันได้จริงๆเหรอ? นายไม่ได้รักฉันเลยงั้นเหรอ?”
เวลานี้ ดวงตาทั้งคู่ของเซียถงเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ฝ่ามือซ้ายค่อยๆเอื้อมไปแตะปุ่มใต้เบาะอย่างไม่ลังเล
ชายหนุ่มผู้นี้คือคนที่เธอรัก เขาเป็นความรักของเธอ เป็นคนที่เธอต้องการใช้ชีวิตร่วมด้วยมากที่สุด เมื่อวานเขายังกระซิบข้างหูของเธอด้วยความรักใคร่ แต่ตอนนี้กลับกำลังใช้ปืนจ่อหัวของเธอได้อย่างไม่ลังเล
เพียงเพราะต้องการคริสตัลม่วง…
มู่เฟยจ้องมองเซียถงแน่นิ่ง พร้อมกับเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถงถง ฉันขอโทษ! วันนี้เป็นวันตายของเธอแล้ว ฉันไม่ได้รักเธอ ฉันแค่ต้องการคริสตัลม่วง”
เซียถงหลับตาลงช้าๆ และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง สายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดกลับอันตรธานหายไป เปลี่ยนมาเป็นสายตาที่เย็นชาแทน
“มู่เฟย ความปรารถนาของนายจะไม่มีวันเป็นจริง!”
นิ้วมือของเซียถงกดลงบนปุ่มสีแดงใต้เบาะอย่างไม่ลังเล ปากก็ร้องตะโกนบอก
มู่เฟยรีบหันไปเปิดประตูเพื่อที่จะกระโดดลงจากรถ แต่ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว เสียงระเบิดปังดังขึ้น
จากนั้น รถยนต์ทั้งคันก็ระเบิดขึ้นในทันที เปลวเพลิงสีแดงลุกโชติช่วง พร้อมกับกลุ่มควันหนาทึบที่พวยพุ่งไปในห้วงอากาศ
มหาพิภพไร้สิ้นคุณธรรม วิถีมารจึงก่อเกิด อดีตนางมารร้ายจุติใหม่ในร่างคุณหนูปัญญาอ่อน ท่ามกลางสังคมอันเน่าเฟะ ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะตัดสินทุกอย่าง! และจากนี้นางก็พร้อมบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง!
จากอดีตนักล่าซอมบี้ในวันสิ้นโลกต้องผันตัวเป็นสาวน้อยชาวไร่สุดแกร่งที่ต้องช่วยแม่และน้องสาวให้รอดพ้นจากญาติพี่น้องมหาภัยและความยากจน เปิดธุรกิจร่ำรวยใหญ่โตเอาให้เหลือกินเหลือใช้ไปทั้งชาติ!
เธอถูกย่าแท้ๆฆ่าตายตอนอายุ6ขวบ กลายเป็นผีเร่ร่อนเฝ้าดูอนาคตและจุดจบของทุกคนที่รักอย่างเจ็บแค้น ย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ก็เพื่อแก้ไขทุกสิ่ง! แต่เอ๊ะ?คุณแม่ผู้ขี้ขลาดคนนั้นแข็งแกร่งขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่?!
นักศึกษาสาวหัวกะทิแห่งศตวรรษที่21เกิดใหม่เป็นลูกเลี้ยงบ้านนางเอกนิยาย ทันทีที่ทะลุมิติเข้ามาดันอยู่ในฉากคันขับที่เธอกับวายร้ายหลักของเรื่องต่างเสียรู้ ถูกจับขึ้นเตียงด้วยกันเพื่อรอเวลาถูกเปิดโปง!
หลินจิงซู หญิงสาวผู้ล้มเหลวทุกอย่างในชีวิตเพราะครอบครัวเฮงซวย เธอย้อนเวลาไปยังปี1990 อาศัยความรู้ในโลกอนาคตเพื่อเก็บเกี่ยวโอกาสทางธุรกิจ ก่อร่างสร้างตัวจนมั่งคั่งร่ำรวย เพื่อบดขยี้ทุกคนที่เคยรังแก!
เรื่องราวการผจญภัยของอดีตสายลับนักฆ่า ที่ทะลุมิติมาเป็นแม่ผู้ชั่วร้าย ทั้งยังต้องร่วมเดินทางกับเด็กน้อยผู้แสนใสซื่อในโลกที่ผู้คนใช้พลังลมปราณ อันตรายมีทั่วทุกหนแห่ง แล้วพวกเขาจะเอาชีวิตรอดได้หรือไม่?!
“สวิงของต้นกับอ้อ” ถูกเขียนขึ้นในวันที่ 10 เดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2555 โดยลงในเว็บไซต์ Sudswing ที่ปัจจุบันปิดตัวถาวรไปนานแล้ว แต่เชื่อว่ายังอยู่ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คน ซึ่งหากนับเวลาแล้วก็ครบรอบ 13 ปี พอดี ณ วันที่กำลังเริ่มต้นลงฉบับพิเศษของนิยายเรื่องนี้ โดยมีการปรับปรุงเนื้อหาในแต่ละตอนให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น รวมถึงการรวมตอนพิเศษและตอนที่หายไปเอามาไว้ในเรื่องนี้ สำหรับไรต์แล้ว “สวิงของต้นกับอ้อ” คือลูกคนโตและลูกรักที่นำพาให้ไรต์ก้าวมาเป็นนักเขียนอย่างเต็มตัวในนิยายสายอีโรติกแนวสวิงกิ้ง NTR, Cuckold, 3P, นิยายแนวเมียสาวเหงารัก รวมถึงแนวที่สามีอยากเห็นภรรยาของตัวเองไปมีอะไรกับชายอื่น ยังไงขอฝากนิยาย “สวิงของต้นกับอ้อ” ฉบับครบรอบ 13 ปีนี้ เอาไว้ให้นักอ่านได้ติดตามกันด้วย ขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุนที่ทำให้ไรต์ยังคงเดินต่อไปได้บนถนนสายตัวอักษรนี้ครับ
เมื่อผู้หญิงที่เพื่อนๆ ตั้งสมญานามว่าแม่ชีอย่างเธอจับพลัดจับผลูต้องมาเจอกับผู้ชายหน้านิ่งที่เอะอะกอด เอะอะจูบอย่างเขา อา…แล้วพ่อคุณก็ดันเป็นโรคนอนไม่หลับ จะต้องนอนกอดเธอเท่านั้นด้วย แบบนี้เธอจะเอาตัวรอดได้ยังไงล่ะ “ชอบอาหารเหนือไหม” “ชอบมากเลยคุณ ให้กินทุกวันยังได้เลย” “มากพอจะอยู่ที่นี่ไหม” “แค่กๆๆ” …………… …………………………………………………………………………………………………………………………. “คุณ! เอากระบอกไฟฉายออกไปวางที่อื่นก่อนได้ไหม มันดันหลังฉัน ฉันนอนไม่หลับ” คนที่ใกล้จะหลับบอกเสียงอู้อี้ “เอ้อ! ไม่มีนี่” เขาบอกเสียงอึกอัก “มันจะไม่มีได้ไง ก็มันดันหลังฉันอยู่เนี่ย” เธอมั่นใจว่ามีแน่ๆ ก็หลักฐานมันทนโท่ขนาดนี้ “อืม! นอนเถอะ ไม่มีหรอก” “จะไม่มีได้ไง ก็นี่ไง” คุณเธอยืนยันด้วยการคว้าหมับเข้าให้ พร้อมหันกลับมา หวังงัดหลักฐานที่อยู่ในมือมาพิสูจน์ให้ได้เห็นกันจะๆ คาตา แต่… ตึก ตึก ตึก อา…! ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่คาตา แต่ยังคามือเธอด้วย เธออ้าปากตาค้างราวกับกำลังตกตะลึงสุดขีด ก่อนจะก้มมองไอ้ที่คิดว่าเป็นกระบอกไฟฉายในมือสลับกับเงยหน้ามองเขา จากนั้นก็… “กรี๊ด…!” เธอร้องลั่นพร้อมกับยื่นเท้าถีบออกไปสุดแรง ตุบ! คนไม่ทันตั้งตัวร่วงตุ้บลงไปบนพื้น ครั้นพอจะลุกขึ้น คุณเธอก็ตะโกนเสียงดังลั่นขึ้นมาอีก “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้คนลามก คนเลว คุณมันทุเรศที่สุด คุณให้ฉันจับไอ้นั่นของคุณ มัน…อี๋…! เธอพูดพลางทำท่าขยะแขยง แล้วมาส่องกระบอกไฟฉายพ่อเลี้ยงพร้อมกันนะคะ
กลางวันอ่อนหวาน กลางคืนร้อนแรง นี่คือคำที่ลู่เยียนจือใช้เพื่อบรรยายถึงเธอ แต่หานเวยบอกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ไม่ถึงครึ่งปี ลู่เยียนจือกลับไม่ลังเลที่จะขอหย่ากับสือเนี่ยน “แค่ปลอบใจเธอไปก่อน ครึ่งปีข้างหน้าเราค่อยแต่งงานใหม่” เขาคิดว่าสือเนี่ยนจะรออยู่ที่เดิมตลอด แต่เธอได้ตาสว่างแล้ว น้ำตาแห้งสนิท หัวใจสือเนี่ยนก็แตกสลายไปแล้วด้วย การหย่าปลอมๆ สุดท้ายกลายเป็นจริง ทำแท้งลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ สือเนี่ยนจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก แต่ลู่เยียนจือกลับเสียสติ ต่อมา ได้ยินว่าคุณชายลู่ผู้มีอิทธิพลนั้นก็อยู่นิ่งๆ ต่อไปไม่ได้ ขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ไล่ตามเธออย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อขอให้เธอเหลือบมองเขาอีกครั้ง...
ชูจี้ถูกเก็บไปอุปการะตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งถือเป็นความฝันของเด็กกำพร้าทั่วไปอย่างชูจี้ แต่ชีวิตหลังจากนั้นมันไม่ได้มีความสุขดั่งที่ชูจี้คิดฝันไว้เลย เธอต้องอดทนถูกเย้ยหยันและการทำทารุณจากแม่บุญธรรมของเธอ แต่ก็ยังโชคดีที่เธอได้รับความเมตตาจากคนใช้สูงวัยคนหนึ่งในบ้านหลังนั้น ชึ่งเป็นคนคอยดูแลและเอาใส่เธอเหมือนแม่แท้ ๆ ของเธอ จนกระทั่งคนใช้จากไปด้วยอาการป่วย ชูจี้ก็ถูกบังคับให้แต่งกับผู้ชายที่ไม่เอาการเอางานแทนลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อแม่บุญธรรมของเธอเพื่อชดใช้ค่ารักษาพยาบาลของคนใช้ เรื่องราวจะเป็นเช่นเดียวกับซินเดอเรลล่าหรือไม่? อย่างไรก็ตาม ชายที่เธอจะแต่งงานด้วยนั้นไม่เหมือนเจ้าชายเลยสักนิดนอกจากรูปร่างหน้าตาของเขาที่สามารถเทียบเท่ากับเจ้าชายได้เท่านั้นเอง ลู่เหยี่ยนเป็นลูกชายนอกสมรสของครอบเศรษฐีครอบครัวหนึ่ง เขาใช้ชีวิตไปวันๆ (พอลอดไปด้วยค่ะ)มาโดยตลอด ที่เขาตกลงแต่งกับชูจี้ก็เพราะอยากจะทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของแม่ของเขาสมหวังเท่านั้น แต่ในคืนวันแต่งงาน เขากลับพบว่าเจ้าสาวคนนี้มีพฤติกรรมที่ผิดกับที่เคยได้ยินได้ฟังมา โชคชะตาจะบันดาลให้พวกเขาเป็นอย่างไร และลู่เหยี่ยนจะเป็นดั่งที่เราคิดหรือไม่ สิ่งที่น่าประหลาดใจคือลู่เหยี่ยนมีหลายอย่างที่คล้ายๆ กับมหาเศรษฐีที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้อย่างพิลึก สุดท้ายแล้ว ลู่เหยี่ยนจะสามารถรู้ได้หรือไม่ว่าชูจี้ คือเจ้าสาวจำเป็นที่ต้องได้แต่งงานแทนพี่สาวของเธอ การแต่งงานของพวกเขาจะเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวสุดโรแมนติกหรือวิบากกรรมของชีวิต โปรด ติดตามและค้นหาชีวิตและเรื่องราวของทั้งสองคนด้วยกันเถอะ
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY