จันทร์เจ้า... เจ้าสาวบ้านป่าผู้ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง กับ...พี่ช้าง บทเรียนรักอันสุดแสนจะเร่าร้อน และสุดหื่นหฤหรรษ์ คุณอย่าหวังว่าจะมีเรื่องราว แต่มีเรื่องหวานเรื่องคาว จัดเต็ม!!
จันทร์เจ้า... เจ้าสาวบ้านป่าผู้ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง กับ...พี่ช้าง บทเรียนรักอันสุดแสนจะเร่าร้อน และสุดหื่นหฤหรรษ์ คุณอย่าหวังว่าจะมีเรื่องราว แต่มีเรื่องหวานเรื่องคาว จัดเต็ม!!
จันทร์เจ้าใจคอไม่เป็นปกติ ตั้งแต่รู้ว่า คืนนี้ ไม่แคล้วต้องกลายเป็นของเขาอย่างถูกต้อง...
การแต่งงานอันเกิดจากความเห็นชอบของพ่อแม่ แต่ไม่ได้เกิดจากความรักใด ๆ ของจันทร์เจ้า ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้จักความรักหรอก หาก...เธอยังไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย
ชีวิตของจันทร์เจ้า ก็เหมือนกับสาวบ้านป่า ไม่เคยรู้จักรสชาติอื่นใด นอกจากการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปวัน ๆ
มีคนจากในหมู่บ้าน ได้ออกไปเผชิญชีวิตแล้วกลับมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
และคนคนนั้นก็แนะนำ เจ้าบ่าวหนุ่มใหญ่คนนี้มาให้กับเธอ เขาชื่อ ช้าง เป็นนักธุรกิจอะไรสักอย่างในเมืองกรุง
หนุ่มใหญ่หอบเอาเงินทองตามที่พ่อแม่ของเธอเรียกร้องมาแต่งงานอย่างถูกต้อง
พิธีกรรมอันถูกต้องตามประเพณีได้ผ่านพ้นไปแล้ว คืนนี้ ในห้องหอ... เขาจึงมีสิทธิ์ในตัวเธอ
การพูดคุยระหว่างจันทร์เจ้ากับพี่ช้างเพิ่งจะเกิดขึ้นแค่ไม่กี่ประโยค เขาพยายามทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย ส่วนเธอก็พยายามระงับความตื่นเต้น
“เป็นไงบ้างจันทร์เจ้า”
ร่างสูงของเขาขยับเข้ามาใกล้
“ไม่เป็นไงค่ะ”
ตอบเสียงพร่า แค่เขาเข้าใกล้ หัวใจของเธอก็แทบกระดอนออกมานอกอกอยู่แล้ว
จันทร์เจ้าหน้าแดง เขิน ไม่กล้ากระทั่งจะสบสายตากับเขา
“พี่ได้ยินเสียงเต้นหัวใจของจันทร์”
สามีที่เพิ่งผ่านพิธีกรรมแต่งงานมาอย่างถูกต้องรวบร่างของเจ้าสาวร่างอวบอิ่มงดงามไปทั้งตัวเข้าสู่อ้อมกอด
“พี่ขอหอมแก้มได้ไหม”
ทำไมต้องถามด้วยนะ จันทร์เจ้านึกในใจ แต่พยักหน้าพร้อมตอบเสียงเบา
“ค่ะ”
“ว่าไงนะ ไม่ได้ยิน”
“ค่ะ หอมสิคะ”
เอียงแก้ม จมูกโตของพี่ช้างก็จรดลงผิวแก้มนวลเนียน
สำหรับเขา อาจจะเป็นหอมไม่รู้ตั้งกี่ครั้งกับผู้หญิงสักกี่คนมาแล้ว จันทร์เจ้าไม่อาจล่วงรู้ แต่กับเธอ... มันคือหอมแรกในชีวิต หอมแรกที่อาจจะแผ่วเบา ประทับลงไปอย่างหนักหน่วงกลางดวงใจบริสุทธิ์ของเธอ
ความรู้สึกของหญิงสาว สะท้านสะบัดร้อนสะบัดหนาว และยิ่งเมื่อร่างอวบอิ่มถูกอ้อมกอดกระชับ ก็ยิ่งเติมความหวาดหวั่นพรั่นพรึง
เธออายุเพิ่งครบ 20 ปี เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง ชีวิตสาวบ้านป่า ตั้งแต่ลืมตาตื่นก็คือเรื่องปากท้อง ซ่อนความงดงามของเรือนร่างทั้งหมดอยู่ในชุดมอซอ แม้แต่ใบหน้าก็แทบไม่ได้โผล่ออกมาให้ใครเห็น งานหนักในไร่ ทำให้ความเป็นลูกผู้หญิงแข็งแกร่งไม่ต่างจากเพศตรงข้าม
ถึงอย่างไร ความสวยแบบสาวบ้าน ๆ ก็ทำให้มีหนุ่ม ๆ มากหน้าหลายตาแวะเวียนเข้ามาทักทาย เกี้ยวพาราณสี
เพียงแต่หญิงสาวรู้จักวางตัวดี
ไม่ได้หยิ่ง แค่ไม่พยายามให้ความหวังกับใครเท่านั้น
หอมของพี่ช้าง...จึงเป็นหอมแรกที่สะเทือนสะท้านเข้าไปในทุกอณูความรู้สึกของจันทร์เจ้า
“แก้มหอมจังเลย”
พี่ช้างพึมพำ
จันทร์เจ้ายิ้มอาย ไม่กล้าสบตากับเขาเอาเสียเลย
“พี่ช้าง หนูอายนะคะ”
“อายทำไม เราแต่งงานเป็นผัวเมียกันแล้วนะครับ”
“หนูไม่เคยน่ะสิคะ”
เธอบ่นอุบ หากมีแสงไฟเติมลงมาอีก จะเห็นว่าใบหน้าของหญิงสาวแดงระเรื่อ ดวงตาเป็นประกายสุกสกาว มันเป็นความสุขที่เจือด้วยความเขินอาย สะท้านสะเทิ้นสุดขีดของความเป็นสาว
กลิ่นกายของพี่ช้างหอมประหลาด ซอกซอนเข้าไปในทุกอณูขุมขนของเธอ
จันทร์เจ้าไม่เคยใกล้ชิดผู้ชาย กลิ่นของพี่ช้างจึงเป็นกลิ่นของผู้ชายคนแรกที่ซอกซอนเข้าไปความรู้สึกของหญิงสาวบริสุทธิ์
เธอสะเทิ้นหนักเข้าไปอีก เมื่อแก้มอีกข้างถูกพี่ช้างฝังจมูกสูดดม
“จันทร์สั่นนะ”
“หนูอาย”
พี่ช้างนึกสงสาร รู้ได้ทันทีว่าเจ้าสาวใหม่หมาดของเขา ยังคงความบริสุทธิ์สมกับเป็นสาวบ้านป่า เขาชอบที่เธอนุ่งผ้าถุงกับเสื้อยืดเป็นชุดนอน แค่เห็นก็กระตุ้นให้เกิดอารมณ์วาบหวามจนแทบระงับความต้องการเอาไว้ไม่ไหว
แต่ตอนนี้ ไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจต้องการ ทั้ง ๆ ที่ช้างน้อยลุกผงาด เมือกเหนียวซึมทะลักออกมาจากส่วนปลายลำกล้องเกินระงับ
ชุ่มตรงเป้าของกางเกงใน
ทั้ง ๆ ที่คืนนี้ จันทร์เจ้าเป็นของเขาอย่างถูกต้อง แต่เขาก็ยังอยากทำอย่างนุ่มนวล อ่อนโยน อย่างที่สุด แม้ว่า...ความต้องการลึก ๆ แล้ว อยากทาบทับลงไปด้วยพละกำลังที่มีเหลือเฟือ กระหน่ำซัดดอกไม้กลีบบางบริสุทธิ์ให้ย่อยยับอย่างใจปรารถนา
“พี่ขอจูบนะ”
พี่ช้างกระซิบขออนุญาต
หญิงสาวพยักหน้า แต่ไม่วายเขิน... “พี่ปิดไฟได้ไหมคะ”
“พี่ไม่อยากปิดไฟ”
“โธ่ พี่จ๋า หนูอายนะคะ”
หญิงสาวเสียงสะท้าน
พี่ช้างกระชับกอด “ขอพี่เปิดไฟนะครับ พี่อยากเห็น”
“อยากเห็นอะไรคะพี่ช้าง”
“เห็นตอนที่จันทร์แก้ผ้าหมด”
“อุ๊ย พี่ช้าง...”
หน้าแดงไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง แก้มถูกจมูกของพี่ช้างชน สูดเอาความหอมบริสุทธิ์ รู้สึกเขินจนต้องหลับตาลง เพราะแสงไฟนีออนแรงเทียนต่ำ แม้ว่าจะไม่ได้สว่างมากนัก แต่มันก็มากเกินพอสำหรับความเขินอายที่มีอยู่ในตัวเธอ
จันทร์เจ้าไม่เคยถูกเนื้อต้องตัวชายใดมาก่อน
ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียว
ความวาบหวาม อาจจะเคยมีบ้าง แต่ด้วยความที่เธออยู่บ้านนอกคอกนา กรำงานหนักมาทั้งวัน ไม่ได้ว่างพอที่จะคิดฟุ้งซ่าน
ต่อให้รู้สึกวาบหวาม สุดท้ายพอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย ไม่รู้สึกรู้สาใด ๆ
เรือนหอ... เป็นห้องเดียวของบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง ความจริง ยังไม่ได้มีการกั้นห้องใด ๆ ทั้งสิ้นจนกระทั่งวันแต่งงานของจันทร์เจ้า
พ่อกับแม่แยกไปนอนในเพิงที่ต่อออกมาจากฉางข้าว เพื่อเปิดโอกาสให้บ่าวสาวคู่ใหม่
“พี่ช้างจ๋า หนูกลัวจังค่ะ”
พี่ช้างที่กำลังซุกไซ้สูดดมความหอมจากเรือนกายของเจ้าสาวใหม่หมาดชะงัก กับน้ำเสียงสารภาพสั่นพร่าของหญิงสาว
หื่นกระหายในอารมณ์ของพี่ช้าง มีมากมายเหลือล้น เป้ากางเกงในซึมแล้วซึมอีก จากเมือกรักที่ผุดซึมออกมาเกินสะกดกลั้น
จับมือของหญิงสาว รู้ได้ทันทีว่าเธอไม่ได้โกหก เพราะมือเย็นชืด
พี่ช้างนึกสงสารกับความไร้เดียงสาของเธอ ขณะเดียวกันก็นึกดีใจกับความโชคดีของตัวเองในวัย 40 เศษ เจ้าสาวบริสุทธิ์แบบนี้จะหาได้จากที่ไหน
แค่ถูกเนื้อต้องตัวของเธอเท่านั้น ก็สัมผัสได้ว่าเธอสั่นสะท้าน ใบหน้าร้อนผ่าวแดงเรื่อ ในดวงตามีประกายแห่งความหวั่นซ่อนไม่มิด
นี่คือความงดงามของหญิงสาว
เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา เธอแตกต่างลิบลับ...
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
ครอบครัวเสิ่นเลี้ยงดูเซี่ยซางหนิงเป็นเวลา 20 ปี และเธอเองก็ถูกเอาเปรียบมาเป็นเวลา 20 ปีเช่นกัน วันหนึ่ง พวกเขาตามหาลูกสาวตัวจริงพบ และเซี่ยซางหนิงก็ถูกไล่ออกจากตระกูลเสิ่น ได้ยินมาว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอกำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนัก แต่ความเป็นจริง พ่อแม่ทางสายเลือดของเธอเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองไห่ เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดที่ตระกูลเสิ่นไม่สามารถเอื้อมถึงได้ ตระกูลเสิ่นที่คอยดูว่าเซี่ยซางหนิงจะต้องตกอับอย่างน่าสมเพช แต่กลับต้องตกตะลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับตัวตนของเซี่ยซางหนิง ผู้มีอิทธิพลในการเงินระดับโลก วิศวกรระดับแนวหน้า นักแข่งรถอันดับหนึ่งของโลก... เธอยังมีความสามารถที่ซ่อนอยู่อีกกี่อย่างกันแน่ คู่หมั้นยกเลิกการหมั้นกับเซี่ยซางหนิง อย่างไรก็ตาม เมื่อเซี่ยซางหนิงไปออกเดทกับพี่ชายฝาแฝดของเขา เขากลับปรากฏตัวขึ้นและสารภาพรักกับเธอ
อดีตชาตินางถูกฝังทั้งเป็นพร้อมคนรักและคำภีร์อมตะ เพราะความโง่เขลาเบาปัญญาทำให้จ้าวเทียนอี้ คนรักของนางต้องพบจุดจบอย่างน่าเวทนา หวังฟางเซียนจึงถูกคัมภีร์อมตะให้ย้อนกลับไปในอดีตชาติตัวเอง จางลี่เซียนหรือพระสนมเอกเจาอี๋ ของถังเสวียนจงฮ่องเต้คือชาติอดีตของเธอ ความรัก ความแค้น สงครามริษยาและแรงอาฆาต พลันห้วนกลับคืนมาอีกครั้ง
ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?
ทุกคนรู้ดีว่า บุตรีคนโตที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในจวนโหวอันติ้งแห่งเมืองหลวง ทำให้แม่แท้ๆ ของตนต้องเสียชีวิต เป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นตัวโชคร้าย ก่อนแต่งงานก็ทำให้แม่เลี้ยงฝันร้ายอยู่หลายวัน ออกเดินทางไปทำบุญนอกเมืองก็ถูกโจรจับตัวไป แต่ใครจะคิดว่าโชคร้ายกลับกลายเป็นโชคดี นางเปลี่ยนนิสัยไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไปที่แท้ซูชิงซวู่ ผู้สุดยอดสายลับที่ทะลุมิติมาเผชิญกับพ่อที่เย็นชา แม่เลี้ยงที่ชั่วร้าย คู่หมั้นที่นอกใจน้องสาวต่างแม่ แต่ไม่เป็นไร คอยดูว่าเธอจะจัดการพวกชั่วช้า และเอาคืนทุกอย่าง ทว่าทำไมท่านอ๋องผู้นั้นถึงมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ นั่นล่ะเผ่ยเสวียนจู: บุญคุณที่ช่วยชีวิต ไม่มีสิ่งใดตอบแทนได้ นอกจากเอาตัวไปแลก
กลางวันอ่อนหวาน กลางคืนร้อนแรง นี่คือคำที่ลู่เยียนจือใช้เพื่อบรรยายถึงเธอ แต่หานเวยบอกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ไม่ถึงครึ่งปี ลู่เยียนจือกลับไม่ลังเลที่จะขอหย่ากับสือเนี่ยน “แค่ปลอบใจเธอไปก่อน ครึ่งปีข้างหน้าเราค่อยแต่งงานใหม่” เขาคิดว่าสือเนี่ยนจะรออยู่ที่เดิมตลอด แต่เธอได้ตาสว่างแล้ว น้ำตาแห้งสนิท หัวใจสือเนี่ยนก็แตกสลายไปแล้วด้วย การหย่าปลอมๆ สุดท้ายกลายเป็นจริง ทำแท้งลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ สือเนี่ยนจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก แต่ลู่เยียนจือกลับเสียสติ ต่อมา ได้ยินว่าคุณชายลู่ผู้มีอิทธิพลนั้นก็อยู่นิ่งๆ ต่อไปไม่ได้ ขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ไล่ตามเธออย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อขอให้เธอเหลือบมองเขาอีกครั้ง...
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY