เป้าหมายของเธอคือทำให้เขารัก และเสียดาย
เป้าหมายของเธอคือทำให้เขารัก และเสียดาย
บทนำ
“หมั้นกับหนูหมอนได้ไหม”
หญิงชราวัยหกสิบเจ็ดพูดกับหลานชายวัยยี่สิบสามปีที่นั่งจับมือด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ด้วยอายุที่มากขึ้นจึงอยากที่จะเห็นสิ่งที่ตัวเองหวังไว้สมดังที่ใจปรารถนาก่อนที่จะลาจากโลกนี้ไป
“เด็กนั่นเพิ่งอายุสิบห้านะครับ”
ชายหนุ่มหน้าหล่อพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เมื่อคิดถึงหน้าเด็กสาวที่แค่ชื่อก็สามารถทำให้พะอืดพะอมได้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องหน้าตาเพราะมันแย่ยิ่งกว่าชื่อเสียอีก
“ย่าถึงขอให้หมั้นไว้ก่อน ไว้หนูหมอนเรียนจบค่อยแต่งงานกัน”
“แค่ชื่อก็ไม่น่าหมั้นด้วยแล้ว ผู้หญิงอะไรชื่อหมอนทอง” ชายหนุ่มแย้งเสียงเข้ม เขาเคยเจอคนที่ย่าอยากให้หมั้นด้วยมาตั้งแต่เด็ก และแน่นอนว่าไม่ชอบเด็กสาวคนนั้น
หมอนทองเป็นผู้หญิงที่แสนจะอัปลักษณ์ หุ่นเหมือนตุ่มต่อขา แถมหน้าตายังเหลอหลาไม่น่ารักใส่แว่นหนาเตอะไม่ชวนมอง เวลาคุยด้วยถามอะไรก็ตอบไม่ฉะฉาน ตะกุกตะกัก ดูกี่ทีก็ขัดหูขัดตา ไม่รู้ว่าทำไมยายเด็กอัปลักษณ์นั่นถึงได้ถูกอกถูกใจคุณย่านัก
“ย่ากับยายของหนูหมอนเป็นเพื่อนรักกัน เราอยากจะเป็นทองแผ่นเดียวกันและอยากจะรวมสวนทุเรียนของเราทั้งคู่ไว้ จริงๆ เรื่องนี้คุยกันมานานแล้ว หลานช่วยทำให้ความหวังของย่าเป็นจริงสักครั้งได้ไหม” หญิงชราพูดจบก็ไอออกมาติดๆ กันหลายครั้งจนคนฟังตกใจ
“แต่...”
“หมั้นกับหนูหมอนได้ไหมถือว่าเห็นแก่ย่า ตั้งแต่หลานเกิดมาย่ามีแต่จะให้กับให้เท่านั้น เรื่องนี้ย่าขอ ทำเพื่อย่าสักครั้ง แล้วย่าจะไม่ขออะไรอีกเลย” หญิงชราทำท่าอ่อนแรงเพื่อขอความเห็นใจ
“คุณย่า” ชายหนุ่มสบตาคนขอนิ่งอยู่พักใหญ่แล้วเอ่ยออกมาว่า
“ครับ”
เด็กสาววัยสิบห้าผิวขาวเหลืองสวมแว่นตาทรงกลมหนาเสียจนไม่น่ามอง รูปร่างอวบอ้วนกำลังเดินตรงเข้ามานั่งพับเพียบลงข้างๆ ทำให้ชายหนุ่มผู้แสนจะหล่อเหลาต้องเบือนหน้าหนีอย่างเสียมิได้ ซูเปอร์สตาร์อย่างเขาจะต้องมาหมั้นกับยายอัปลักษณ์คนนี้จริงๆ หรือ ปราชญ์ได้แต่คิดในใจ ใครจะไปคิดว่าคุณย่าจะเอาจริง แถมพอตกลงแล้วก็โทรศัพท์บอกเพื่อนรักทันที ผลก็คือเขาต้องหมั้นกับแม่คนนี้ในวันรุ่งขึ้น
ทันทีที่แหวนทองเกลี้ยงถูกสวมลงบนนิ้วนางข้างซ้ายที่แสนจะกลมป้อมเรียบร้อย หญิงชราทั้งสองก็ส่งยิ้มให้กันด้วยความพอใจ ทีนี้ก็เหลือเพียงแค่รอให้แม่สาวนามหมอนทองเรียนจบ ก็จะรีบจัดการให้เป็นทองแผ่นเดียวกันไปเสียเลย
หมอนทองนั่งมองแหวนหมั้นแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้น เธอแอบชอบปราชญ์มาตั้งแต่จำความได้ เขาเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมไปเสียทุกเรื่อง ถึงแม้ว่าจะค่อนข้างไว้ตัวไปเสียหน่อย แต่ก็เป็นชายในฝันอยู่ดี
ยิ่งตอนนี้กำลังก้าวเข้ามาเป็นพระเอกแถวหน้าของวงการโทรทัศน์ด้วยแล้วยิ่งน่าหลงใหลมากขึ้น การที่ได้หมั้นหมายกันเช่นนี้สร้างความรื่นรมย์ให้เด็กสาวเสียเหลือเกิน
12 ปีต่อมา
“ธิดาทุเรียนชะนีปีนี้ได้แก่ หมายเลข 10 ครับ นางสาวหมอนทอง สุนทรนิเวศ สวนทุเรียนคุณนายก้านยาวเป็นผู้ส่งเข้าประกวด”
สิ้นเสียงของผู้ประกาศ หญิงสาวร่างระหงที่สวมชุดไทยจักรพรรดิสีชมพูทอง ใบหน้าสวยหวานราวกับนางในวรรณคดีก็ก้าวออกมาจากกลุ่มเพื่อนนางงามด้วยท่าทางที่สง่างามราวกับนางพญา
“ดูสิครับเธอสวยงามดังคำชมที่ว่า
พักตร์น้องละอองนวลเปล่งปลั่ง ดังดวงจันทร์วันเพ็ญประไพศรี
อรชรอ้อนแอ้นทั้งอินทรีย์ ดังกินรีลงสรงคงคาลัย
งามจริงพริ้งพร้องทั้งสารพางค์ ไม่ขัดขวางเสียทรงที่ตรงไหน
พิศพลางปฏิพัทธ์กำหนัดใน จะใคร่ไปโอบอุ้มองค์มา...
สวยเหมือนนางบุษบาแปลงมาเลยทีเดียว”
ผู้ประกาศบนเวทีเอ่ยชมความสวยงามของหญิงสาวที่ได้รับตำแหน่งด้วยความชื่นชม หญิงสาวที่ได้รับตำแหน่งในวันนี้สวยงามจับใจจริงๆ
หลังจากรับสายสะพายพร้อมกับถ้วยรางวัลแล้ว หญิงสาวเจ้าของตำแหน่งเทพีทุเรียนชะนีก็เดินโชว์ตัวบนเวทีอีกครั้ง ส่วนด้านล่างเวทีนั้น หญิงชราวัยแปดสิบ เจ้าของสวนทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองจันทบุรีกับพรรคพวกต่างร้องไชโยกันด้วยความดีใจ ที่หลานสาวของตัวเองได้ตำแหน่งนางงาม
ทันทีที่ลงมาจากเวทีนางงามเจ้าของตำแหน่งถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอถูกคุณยายจอมเผด็จการขอร้องแกมบังคับให้เข้าประกวดเพื่อกู้หน้าเพราะส่งนางงามเข้าประกวดมากี่ปีก็ไม่เคยได้สักตำแหน่ง
แถมถูกสวนทุเรียนคู่แข่งดูถูกว่า ถึงจะเป็นสวนใหญ่แต่ไม่มีทางได้ตำแหน่งนางงามแน่ เมื่อถูกท้าทายคุณนายก้านยาวยอมไม่ได้ ดังนั้นจึงบังคับหลานสาวให้เข้าประกวดเพื่อลบคำสบประมาท ทั้งขู่และบังคับอยู่นานกว่าหมอนทองจะยอม
“ดีมาก ไอ้หมอนของยาย” นางก้านยาวโผเข้ามากอดหลานสาวแล้วหอมแก้มซ้ายขวาด้วยความพอใจปลื้มที่หลานสาวได้ตำแหน่ง
“ยาย รีบพาหนูกลับบ้านเถอะ” หมอนทองเร่งด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ทำไม”
“ชุดบ้านี่ทำหนูคันไปทั้งตัวเลย” หญิงสาวพูดตรงๆ ชุดไทยชุดนี้สร้างความรำคาญให้มากถึงมากที่สุด อยากจะเกาก็ทำไม่ได้
“ทนเอาหน่อยสิ วันนี้เอ็งสวยที่สุดเลย ยายปลื้ม” คุณนายก้านยาวยังคงชมหลานสาวต่อ วันนี้หมอนทองสวยจริงๆ สวยชนิดที่ว่าใครมองผ่านคนคนนั้นต้องตาบอด
“เดี๋ยวก็ได้กลับแล้ว รู้ไหมพรุ่งนี้ยายให้คนเตรียมรถให้เลยนะ”
“รถอะไรยาย” หมอนทองถามด้วยความแปลกใจ
“เอาน่า พรุ่งนี้จะรู้เอง” หมอนทองมองผู้เป็นยายด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจนัก ลองได้พูดแบบนี้ต้องมีอะไรที่มันไม่ธรรมดาแน่
หมอนทองเหล่ตามองยายเล็กน้อยก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นฉีกยิ้มโบกมือให้กับคนที่มายืนอยู่ข้างทาง เพื่อรอดูขบวนรถที่คุณนายก้านยาวผู้ยิ่งใหญ่แห่งสวนทุเรียนเมืองจันทบุรี จัดแห่โชว์หลานสาวที่เพิ่งได้ตำแหน่งนางงามเทพีทุเรียนชะนีเมื่อคืนนี้
เธอถูกปลุกตั้งแต่เช้ามืดและจับแต่งหน้าแต่งตัวแบบจัดเต็มยิ่งกว่าบนเวทีประกวดนางงาม พร้อมทั้งขอร้องแกมบังคับให้ขึ้นรถแห่รอบหมู่บ้าน
“ยาย แบบนี้ไม่เอาแล้วนะ หนูยิ้มจนเหงือกแห้งแล้ว” หญิงสาวบ่นเมื่อการโชว์ตัวจบลง
“จะบ่นอะไรวะไอ้หมอน หลานยายสวย ยายก็อยากโชว์ก็เท่านั้น” คุณนายก้านยาวย้อน จากนั้นก็หันมายิ้มให้กับชาวบ้านที่เข้ามาเอ่ยชมความสวยของหมอนทองต่อ
“ยายนะยาย ถ้ารู้ว่าประกวดแล้วจะเป็นแบบนี้หนูไม่ประกวดหรอก” หมอนทองบ่นกระปอดกระแปดเบาๆ
“อย่าบ่นได้ไหม ยายเลี้ยงเอ็งมาตั้งแต่เด็กจนโต ยายเคยบ่นหรือเปล่า” คุณนายก้านยาวย้อนเข้าบ้าง
หมอนทองเป็นหลานที่นางเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กและรักมากที่สุด เพราะลูกสาวและลูกเขยจากไปด้วยอุบัติเหตุตอนหลานคนนี้อายุเพียงแค่ขวบเศษๆ เท่านั้น
“โธ่ ยายจ๋า หนูก็พูดไปอย่างนั้นแหละน่า อย่างอนสิ” หมอนทองกอดเอวยายประจบ
“ไม่ได้งอนแต่น้อยใจ ยายผิดเหรอที่มีหลานสาวสวยแล้วอยากโชว์”
“ไม่ผิด หนูบ่นก็เพราะชุดไทยที่ยายหามาให้ทำให้หนูคัน” หญิงสาวโยนความผิดให้ชุดไทยแทน
“โถ เรื่องนี้เอง เดี๋ยวยายจะไปจัดการคนที่หาชุดนี้มาให้เอ็งใส่ มิน่านั่งอยู่บนรถยุกยิกอย่างกับลิงกังที่แท้ก็คัน” คุณนายก้านยาวเข้าใจแล้ว
“ใช่จ้ะ” หมอนทองพยักหน้ารับ
“ตอนนี้หายแล้วใช่ไหมลูก”
“หายแล้วจ้ะยาย เห็นไหม คาลาไมน์เต็มแขนไปหมด”
“ดีแล้ว ตอนนี้เอ็งเรียนจบมาหลายปี ได้ตำแหน่งนางงาม ตอนนี้อายุก็ยี่สิบเจ็ดแล้ว ตอนนี้ได้เวลาที่เอ็งควรจะเป็นฝั่งเป็นฝาเสียทีนะ” สีหน้าคุณนายก้านยาวเปล่งประกายความหวังออกมาอย่างเด่นชัด
“ทำไมยายพูดแบบนี้” หมอนทองเริ่มรู้แล้วว่ายายต้องการอะไรจากนี้อีก
“ยายอยากมีเหลนและเอ็งก็หมั้นมาสิบสองปีแล้ว นี่ถ้าเพื่อนยายไม่ด่วนตายไปเสียก่อนคงได้แต่งงานกันไปนานแล้ว สัญญากันไว้ว่าจะอยู่ให้ถึงหนึ่งร้อยเอ็ดปี แต่แม่นั่นดันตายตอนอายุแปดสิบเอ็ด”
“คู่หมั้นหนูตอนนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ สี่เดือนก่อนไปถ่ายละครที่ฮ่องกง กลับมาก็ไปรับเล่นเป็นพระเอกอีก และเขาไม่เคยกลับมาที่นี่อีกเลยนะตั้งแต่วันหมั้น” หมอนทองแอบถอนหายใจเบาๆ
จริงอยู่ที่แอบชอบผู้ชายคนนั้นมาตั้งแต่แตกเนื้อสาว แต่เมื่อโตขึ้นหมอนทองก็รู้ว่าเขาคนนั้นไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิด
“เขาเป็นดาราใหญ่นะโว้ยก็ต้องไปหลายที่ เอ็งจะให้มาอยู่ดูแลสวนได้อย่างไร และถ้าเขาไม่มาที่นี่ เอ็งก็ไปหาสิ” คุณนายก้านยาวมองว่าทุกอย่างไม่ใช่ปัญหาที่จะทำให้การแต่งงานล้มเลิก
“เอ็งดูข่าวนี่สิ ไอ้ว่าที่หลานเขยนี่ตายยากจริงๆ พูดปุ๊บเจอข่าวปั๊บ”
หมอนทองนั่งมองหน้าจอทันที ภาพข่าวทำให้อมยิ้มเพราะผู้ชายที่อยู่ในจอโทรทัศน์คือชายในฝันของตน แต่อมยิ้มได้ไม่นานก็ต้องหุบยิ้มเพราะคู่หมั้นหนุ่มดันให้สัมภาษณ์คู่กับพิชญา อมรกุล นักแสดงสาวที่กำลังมีข่าวว่าทั้งคู่กำลังสานสัมพันธ์กันอยู่
“ช่วงนี้มีภาพหลุดของคุณสองคนบ่อยๆ ไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไรคะ”
“ก็อย่างที่เห็นค่ะ” นักแสดงสาวเป็นฝ่ายตอบเสียเอง
“แสดงว่าคุณไปกินข้าวด้วยกัน ไปซื้อของด้วยกัน ไปรับไปส่งกันอย่างนั้นหรือคะ” นักข่าวถามต่อ
“เราทำงานร่วมกันครับ บ้านก็ไปทางเดียวกัน มันจึงไม่แปลก” คราวนี้ฝ่ายชายตอบ ทำเอาคนดูอย่างหมอนทองเบ้ปาก
“แล้วข่าวที่ว่าคุณสองคนกำลังคบหากันจริงหรือเปล่าคะ”
“เราเป็นเพื่อนร่วมงานค่ะ แต่ถ้าอยากจะคิดไกลกว่านั้นน่าจะต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย” คำตอบของนักแสดงสาวเรียกเสียงฮือฮาของนักข่าวได้ ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะมีงานที่จะต้องไปทำ
“พวกดาราลองพูดแบบนี้คบกันทั้งนั้น” นางสมใจคนรับใช้วัยหกสิบของคุณนายก้านยาวพูดออกมาบ้างหลังจากฟังข่าวจบ
หมอนทองนั่งเม้มปากแน่นเสียความรู้สึกเป็นที่สุด ที่ผ่านมาเขามีข่าวกับผู้หญิงหลายครั้งแต่ไม่มีการให้สัมภาษณ์ที่ทำให้คิดมากแบบนี้เลย
“ว่าไงไอ้หมอน เอ็งจะเอาอย่างไร” คุณนายก้านยาวหันมาถามเมื่อเห็นหมอนทองนั่งนิ่งไม่พูดอะไรสักคำ
“หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีอาจจะเป็นแค่ข่าวคู่จิ้นเพื่อเรียกเรตติ้งก็ได้” หมอนทองพูดอย่างคนสวยมองโลกในแง่ดี
“ยายว่าได้เวลาที่ต้องคุยกันเสียที หมั้นไว้นานแล้วได้เวลาที่จะต้องตบแต่งให้เป็นเรื่องเป็นราว” คราวนี้ท่าทางคุณนายก้านยาวจะเอาจริง
“ยายจะให้หนูไปหาเขาเหรอ” หลานสาวเดาใจยายออก
“ใช่ ยายว่าไปพูดกันเสียทีก็ดี” หญิงชราตัดสินใจเด็ดขาดเป็นไงเป็นกันดีกว่าค้างเติ่งแบบนี้
“แล้วยายไม่ไปพูดเองเหรอ”
“เอ็งไปนั่นแหละ ตกลงกันให้เรียบร้อย เขาว่าไงรายงานยายด้วย” คุณนายก้านยาวสั่งงานแล้วลุกขึ้นเดินหายไป
คนฟังตกที่นั่งลำบากแล้ว แม้ปราชญ์จะเป็นผู้ชายที่อยู่ในใจมาตลอด แถมเป็นคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่จัดการให้ แต่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่ได้สนใจตนแม้แต่น้อย ซ้ำหมอนทองยังต้องเป็นคนไปทวงสัญญาด้วยตนเองอีก
งานนี้ทั้งอึดอัดทั้งกังวลเป็นที่สุด แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องทำ เพราะนั่นคือศักดิ์ศรีและอนาคตของนางสาวหมอนทองคนนี้
เพราะถูกความรักทำร้ายตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่นทำให้เตชน์ ชลธีพงศ์ ชายหนุ่มวัย 45 ผู้หล่อเหลาไม่คิดที่จะจริงจังกับใคร เขาใช้ชีวิตแบบชายเสเพลจนกลายเป็นที่เลื่องลือในวงสังคมว่าถ้าไม่อยากอกหักอย่ารักเตชน์ ศศิปิลันธ์ ปัทมพิสุทธิ์ หญิงสาววัย 24 ที่อ่อนหวานแต่ทว่าไม่อ่อนแอ เธอเติบโตมาโดยมีสายตาแห่งความเกลียดชังของเขาจ้องดูอยู่ตลอดเวลา ความอ่อนหวาน สดใสและอ่อนโยนของเธอจะสามารถหลอมละลายหัวใจน้ำแข็งของเขาได้หรือไม่ ความรักจะสามารถทลายกำแพงแค้นได้หรือเปล่า
“จูบผมหน่อยได้ไหม” น้ำเสียงคือการขอร้องและอ้อนวอน พุดแก้วยิ้มขยับตัวเข้าไปหาและค่อยๆ บรรจงจุมพิตที่ริมฝีปากเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ นิโคลัสใช้มือโอบรอบตัวเธอและกอดไว้แน่น ขณะที่ริมฝีปากนั้นรับจุมพิตอย่างพออกพอใจที่สุด “พอแล้ว” พุดแก้วพูดออกมาหลังจากที่ถอนริมฝีปากของตัวเองออกจากเขาและดันตัวออกห่างช้าๆ ในขณะที่คนตัวใหญ่มองอย่างเสียดาย “ทำไมล่ะ” “เพราะคุณจะไม่หยุดแค่นั้น” หญิงสาวพูดออกมาอย่างรู้ทัน “และขาคุณหัก” หญิงสาวขยับตัวออกห่างจากรัศมีของวงแขนเขา “แต่อย่างอื่นมันไม่ได้หักนี่นา ร่างกายบางส่วนของผมยังแข็งแรงดี”
“ตบนี้สำหรับสิ่งที่คุณทำกับคำพูดจาบจ้วงเมื่อครู่ ถ้าคุณทำอีก ฉันก็จะตบคุณอีก ไม่มีการละเว้น” นภัสคาดโทษด้วยน้ำเสียงจริงจัง อนิรุทธ์ยกมือลูบแก้มของตัวเองเบาๆ ริมฝีปากมีรอยยิ้มแฝงอยู่แววตายังคงเจ้าเล่ห์ซุกซนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง จะบอกว่ามันไม่สลดเลยสักนิดก็ได้ “ก็ดีนะ คิดว่าคุ้มอยู่เหมือนกันหนึ่งตบแลกกับหนึ่งกอด หนึ่งจูบ หนึ่งหอม คุ้มดี” เขาทำท่าจะเข้าหาอีกต่อ แต่นภัสใช้ความเร็วหลบได้ทัน “คุณเห็นฉันเป็นอะไร คิดจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นเหรอ” “เห็นคุณเป็นโฉมงาม เป็นแม่โจรเสียงหวานหน้าสวยน่ะสิ คนสวยของผม”
รักแรกพบ พรหมลิขิต แรงอธิษฐาน ปาฏิหาริย์ สองคน สองช่วงเวลา สองหัวใจที่รวมกันได้เป็นหนึ่งเดียว
เรื่องย่อ วังวนร้อนรักจวนแม่ทัพใหญ่ แนว 4P ซุนหลีนถูกจับมาเป็นเชลยสงครามพร้อมพี่ชายบุญธรรมที่นางแอบมีใจให้เขาและมารดา แต่ด้วยความงามของนางจึงทำให้ฮูหยินใหญ่ที่ไร้ทายาทต้องการให้นางอุ้มท้องแทนตน เรียนท่านผู้อ่านทุกท่าน หนังสือนิยายเรื่องนี้จัดอยู่ในหมวด นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งเหมาะกับสายแซ่บไม่พูดเยอะ เจ็บคอ จะมีฉาก NC นำเนื้อหาแทบทั้งเรื่อง และพล็อตเบาคลายเครียด แทบไม่มีพล็อตค่ะ ดังนั้นท่านผู้อ่านควรพิจารณาโหลดตัวอย่างก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ ขอบคุณค่ะ
ซูหลีพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาใจตระกูลซูมาตลอดห้าปี แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อคำใส่ร้ายของน้องสาวเพียงคำเดียว เรื่องที่ซูหลีเป็นคุณหนูปลอมก็ถูกเปิดเผย ทำให้คู่หมั้นทิ้งเธอ เพื่อนๆ ก็ห่างเหิน และพี่ชายขับไล่เธอออกจากบ้าน บอกให้เธอกลับไปหาพ่อแม่ชาวนาของเธอ ในที่สุดซูหลีก็สิ้นหวังและตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลซู ยึดความช่วยเหลือทุกอย่างคืนและไม่อดทนอีกต่อไป แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าชาวนาที่พี่ชายพูดถึงนั้นกลับกลายเป็นตระกูลลั่วผู้มั่งคั่งที่สุดในประเทศ ในคืนเดียวเธอเปลี่ยนจากคุณหนูตัวปลอมที่ถูกทุกคนรังเกียจเป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีที่มีพี่ชายสามคนที่รักเธอ พี่ชายคนโตที่เป็นผู้บริหารใหญ่“เลิกประชุม จองตั๋วเครื่องบินกลับประเทศ ฉันอยากดูสิว่าใครกล้าแกล้งน้องสาวฉัน” พี่ชายคนที่สองที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยมระดับโลก“หยุดการวิจัย ฉันจะไปรับน้องสาวกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ” พี่ชายคนที่สามที่เป็นนักดนตรีระดับโลก “เลื่อนคอนเสิร์ต ไม่มีอะไรสำคัญเท่าน้องสาวของฉัน” จู่ๆ คนทั้งเมืองจิงก็ต้องตกใจช็อก ตระกูลซูเสียใจจนสุดขีด คู่หมั้นก็กลับมาขอคืนดี ผู้คนที่มาขอจีบเธอก็แห่กันมาถึงหน้าบ้าน ไม่ทันที่ซูหลีจะตอบสนอง ตระกูลชือซึ่งเป็นตระกูลสูงสุดในเมืองจิงและมีตำแหน่งสูงสุดในกองทัพเรือ ก็เสนอใบสมรสให้เธอ ทำให้เธอกลายเป็นคนดังในสังคมชั้นสูง!
กลางวันอ่อนหวาน กลางคืนร้อนแรง นี่คือคำที่ลู่เยียนจือใช้เพื่อบรรยายถึงเธอ แต่หานเวยบอกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ไม่ถึงครึ่งปี ลู่เยียนจือกลับไม่ลังเลที่จะขอหย่ากับสือเนี่ยน “แค่ปลอบใจเธอไปก่อน ครึ่งปีข้างหน้าเราค่อยแต่งงานใหม่” เขาคิดว่าสือเนี่ยนจะรออยู่ที่เดิมตลอด แต่เธอได้ตาสว่างแล้ว น้ำตาแห้งสนิท หัวใจสือเนี่ยนก็แตกสลายไปแล้วด้วย การหย่าปลอมๆ สุดท้ายกลายเป็นจริง ทำแท้งลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ สือเนี่ยนจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก แต่ลู่เยียนจือกลับเสียสติ ต่อมา ได้ยินว่าคุณชายลู่ผู้มีอิทธิพลนั้นก็อยู่นิ่งๆ ต่อไปไม่ได้ ขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ไล่ตามเธออย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อขอให้เธอเหลือบมองเขาอีกครั้ง...
วิญญาณแพทย์นิติเวชที่มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 21 ได้เข้ามาอยู่ในร่างคุณหนูของจวนเสนาบดีอย่างบังเอิญ ผู้คนกล่าวหาว่านางไม่เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และทำให้บุตรชายของแม่ทัพตาย ด้วยเหตุนี้ฮ่องเต้ต้องการฆ่านางเพื่อให้คำอธิบายกับแม่ทัพ! ผู้คนกล่าวหาว่านางเป็นคนหยิ่งยโสและเจ้ากี้เจ้าการ ทุกคนเกลียดนาง และครอบครัวของนางต้องการไล่นางออก! ผู้คนกล่าวหาว่านางเป็นคนเลวทรามและไร้ความปรานี วางยาน้องสาว และพ่อของนางต้องการโบยนางจนตาย! ในความเป็นจริงหากอยากจะกล่าวหาผู้ใดสักคน มันก็หาข้ออ้างได้ทั่ว แต่นางเป็นคนไม่ยอมใคร นางผอมบางนางหนึ่งปลุกปั่นโลกด้วยความสามารถอันทรงพลังตนเอง ท่านอ๋องกล่าวว่า หากได้เจ้ามาครอบครอง ข้ายอมทรยศทุกคนในโลก นางกล่าวว่า เพื่อท่าน ต่อให้ทุกคนในโลกเกลียดข้า ข้าก็ยอม
ครอบครัวเสิ่นเลี้ยงดูเซี่ยซางหนิงเป็นเวลา 20 ปี และเธอเองก็ถูกเอาเปรียบมาเป็นเวลา 20 ปีเช่นกัน วันหนึ่ง พวกเขาตามหาลูกสาวตัวจริงพบ และเซี่ยซางหนิงก็ถูกไล่ออกจากตระกูลเสิ่น ได้ยินมาว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอกำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนัก แต่ความเป็นจริง พ่อแม่ทางสายเลือดของเธอเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองไห่ เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดที่ตระกูลเสิ่นไม่สามารถเอื้อมถึงได้ ตระกูลเสิ่นที่คอยดูว่าเซี่ยซางหนิงจะต้องตกอับอย่างน่าสมเพช แต่กลับต้องตกตะลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับตัวตนของเซี่ยซางหนิง ผู้มีอิทธิพลในการเงินระดับโลก วิศวกรระดับแนวหน้า นักแข่งรถอันดับหนึ่งของโลก... เธอยังมีความสามารถที่ซ่อนอยู่อีกกี่อย่างกันแน่ คู่หมั้นยกเลิกการหมั้นกับเซี่ยซางหนิง อย่างไรก็ตาม เมื่อเซี่ยซางหนิงไปออกเดทกับพี่ชายฝาแฝดของเขา เขากลับปรากฏตัวขึ้นและสารภาพรักกับเธอ
เพราะว่า...การช่วยตัวเอง...ในที่ทำงานมันผิด!! “โดนของจริงดีกว่าไหมครับ...แค่นิ้ว...มันคงไม่อาจจะสนองความต้องการของคุณได้” นี่จึงเป็นบทลงโทษที่เธอต้องรับมันไป...โทษฐานที่ทำให้ท่านประธานอย่างเขาจับได้...!!
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY