ห้องแบ่งเช่าของ "ยวงสวาท" ว่ากันว่าเจ้าของใจดีนัก ใครไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า ก็นำหัวใจมาจ่ายแทน เพราะเจ้าของโหยหาความรักเป็นที่สุด
ห้องแบ่งเช่าของ "ยวงสวาท" ว่ากันว่าเจ้าของใจดีนัก ใครไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า ก็นำหัวใจมาจ่ายแทน เพราะเจ้าของโหยหาความรักเป็นที่สุด
6/9 ห้องเช่ายวงสวาท
ตอน ราจีฟ
“ได้ข่าวว่าแขกเข้าหรือเมื่อคืน เป็นยังไงบ้างละมึงเดินถนัดไหม ฮ่าๆ”
คำถามนี้ไม่ได้มีจากเจ๊ฝอยทองเจ้าของร้านอาหารตามสั่งคนเดียวที่ถาม แต่คนอื่นๆ ในซอยบรรดาเจ้าของห้องแบ่งเช่าหลายๆ รายก็ถามเช่นกัน เรื่องอะไรฉันจะบอกว่ามันดีขนาดไหน นึกถึงแล้วแทบจะเดินไม่ไหวแข้งขาพานอ่อนแรง ไม่ได้เหนื่อยสะสมเพราะการเก็บค่าเช่าเมื่อคืนหรอก แต่เพราะนึกถึงแล้วเสียวสะท้านไปทั้งกาย อยากให้ถึงคืนนี้ไวๆ เรียกว่าแทบจะรอพ่อราจีฟกลับมาไม่ไหวอยู่แล้ว ถึงยังนั่งไม่เต็มก้นเสียวแปลบๆ อย่างไม่เคย แต่ชอบใจไม่เบาทีเดียว
ฉันชื่อ ยวงสวาท เป็นเจ้าของห้องแบ่งให้เช่า
ส่วนราจีฟเป็นหนุ่มอาหรับฉันคิดว่ามันเป็นพวกอาหรับ จมูกโด่งผิวขาว ผมหยิกๆ ของมันนุ่มมือหนักหนา ฉันจำไม่ได้ว่าเมื่อคืนขยำและทึ้งไปกี่หน รู้แต่ทุกครั้งที่เสียวซ่านทั้งข้างหน้าและข้างหลังก็จะจิกเนื้อ ทึ้งผม ขยำขนอ่อนตรงหน้าอกที่ยาวเป็นแนวไปถึงในกางเกงจนถึงถั่วแขกของมันอย่างลืมตัว ไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มนมเพิ่งแตกบานแต่ถั่วใหญ่เอาการ จะทำให้ฉันระบมทั้งสองระบบถึงเพียงนี้
แต่ถึงแม้ฉันจะมีห้องแบ่งเช่า มีคนมาเช่าและจ่ายค่าเช่าด้วยวิธีที่ฉันพอใจแทนเงินในบางครั้ง แต่พูดอย่างไม่อายเลยว่าไม่เคยยอมให้ใครเข้าประตูปิด(หลัง) แต่เมื่อคืนฉันทนเสียงรบเร้าออดอ้อนของพ่อแขกขาวไม่ไหวจริงๆ ราจีฟเฝ้ากระซิบว่าไม่เจ็บ มันมีเควายเจลและมันชอบมากกว่าข้างหน้าเสียอีก แล้วพวกมันก็ชอบกันทุกคน
ผู้หญิงที่โน่นซึ่งฉันไม่แน่ใจว่าประเทศอะไรของมัน ก็ชอบ หากจะมีเซ็กส์ก่อนแต่งงานก็ทำข้างหลังเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อเก็บพรหมจรรย์ไว้ให้เจ้าบ่าวตัวจริงในวันแต่งงานไม่เช่นนั้นพวกหล่อนจะมีความผิดฐานผิดประเวณี เสียตัวก่อนแต่งงาน และคู่นอนของพวกหล่อนก็มีความผิดไปด้วย
อย่างนี้ก็มีด้วยหรือ?
“เธอพูดจริงหรือราจีฟ”
“เรื่องอะไรที่ว่าจริงหรือไม่จริง เรื่องผมอยากอัดตูดพี่นะหรือ จริงสิ ผมชอบมาก” มันไม่พูดเปล่า มือขาวจนเส้นขนดูเขียวทั้งล้วงทั้งถูวนไปรอบๆ
“ขอชิมก่อนนะพี่”
มันขออะไรทีแรกฉันไม่เข้าใจ แต่พอมันเลื่อนตัวลงไปข้างเตียง ยกขาฉันพาดบ่าแล้วดันขึ้นยกสะโพกฉันขึ้นสูงเพื่อจะได้เห็นประตูปิดตายที่มันอยากชิมได้ถนัดชัดแจ้ง มันแลบลิ้นออกมายาวๆ ขยิบตาให้ฉันก่อนจะมุดหน้าลงไป
“โอ้ว” ฉันแทบสะดุ้ง บอกไม่ถูกว่ามันซ่านขนาดไหน ไม่ใช่ไม่เคยมีใครตวัดลิ้นเลียรอบๆ ประตูปิดของฉันแบบนี้มาก่อน เพราะคนเช่าห้องของฉันทุกคนจะต้องลงลิ้นประตูสวรรค์ของฉันแล้วเลยไปที่ประตูปิดด้วยทั้งสิ้น แต่ลิ้นแดงๆ แข็งๆ ของราจีฟมันทำให้ความรู้สึกแตกต่างกันจนฉันเผลอร้องอีกหลายครั้ง
“โอ้ว มันดีจริงๆ”
ราจีฟชิมรอบประตูปิดแล้วไม่ลืมขยับมาแหย่ปลายลิ้นชิมประตูสวรรค์ของฉัน ลิ้นอุ่นตวัดผ่านอัญมณีล้ำค่าตรงกึ่งกลาง มันช่วยไม่ได้ที่ฉันจะสะดุ้งตัวเกร็งแล้วขยุ้มผมหยิกๆ ของมันเต็มแรง พร้อมแอ่นร่างจนโหนกเนื้อกระแทกปากกระทบฟัน
ราจีฟหัวเราะเบาๆ แล้วมองสบตาฉัน สายตามันเหมือนท้าทายและคาดโทษว่าอีกประเดี๋ยวฉันจะโดนหนักกว่านี้ ก่อนมันจะก้มลงมาอีกครั้งทว่าครานี้มันขยับมาชิมยอดปทุมสีคล้ำของฉัน ขบเม้มแรงจนฉันอยากกระชากออก ทว่าไม่นานแรงขบกลับทำให้ประสาทสัมผัสเปิดกว้าง ซ่านเสียวอย่างประหลาด ยิ่งผสานกับแรงกระแทกนิ้วที่ราจีฟใช้ส่องทางเข้าประตูสวรรค์ ที่กระแทกเร็วรัวแบบไม่บอกไม่กล่าว และไม่เห็นใจแม้ฉันจะบิดกายหนีเพราะทานแทบไม่ไหว
“ราจีฟ อย่า โอ้ว”
“อย่าหยุดใช่ไหมพี่ ไม่หยุดหรอก” มันกระแทกรัวๆ ปากก็ขบเม้นยอดโน้นที ดูดยอดนี้ที จนฉันครางยาวยืดปล่อยความฉ่ำแฉะออกมาอย่างสุดกลั้น
“อื้อออ”
แต่พ่อแขกขาวยังไม่หยุดแค่นี้ มันมุดลงไปดูดกลืนความฉ่ำชื้นดุจเป็นของหวานล้างปากจนหมด แล้วลุกไปหยิบของบนหัวเตียง ปล่อยให้ฉันนอนปรือตาเป็นอีบ้าที่อยากให้มันทำซ้ำๆ อีกหลายๆ ครั้ง
ไม่นานราจีฟก็กลับมาพร้อมหลอดครีมสีขาวนวล กวัดแกว่งตรงหน้าฉัน ก่อนจะพลิกร่างอ่อนระทวยชื้นเหงื่อของฉันให้คว่ำลง
“โก่งก้นขึ้นมาที่รัก” มันเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแล้ว และฉันก็บ้าคำเรียกหวานๆ จนต้องรีบดันก้นขึ้นสูง มันมองลอดระหว่างขามาสบตาฉันแล้วหลิ่วตาให้ แถมยังหลอกเอินติ่งเนื้อฉันเล่นด้วยการสะกิดเบาๆ ก่อนจะทาครีมเย็นวาบรอบประตูปิด
“เจ็บมากไหมราจีฟ” ฉันเริ่มกังวล
“เจ็บแต่มันสุดยอดมากดาร์ลิ่ง สาวๆ ที่บ้านผมชอบกันมาก แล้วเราก็ชาชินกันการอัดตูดพวกหล่อน มันแน่นมันสุดยอดจริงๆ”
“แต่พี่กลัวนะ” ฉันไม่ปิดบัง
เจ้าแขกขาวของฉันหัวเราะเบาๆ จูบแก้มก้นฉันดังจ๊วบ แล้วพูดเหมือนปลอบแต่ฉันว่าค่อนไปทางให้ทำใจเสียมากกว่า
“เป็นเมียแขกต้องอดทน แล้วพี่จะรู้ว่าทั้งใหญ่ทั้งยาว ทั้งแน่นทั้งตึงเป็นยังไง พร้อมละนะ”
มันยังถามความพร้อมอีก ก็เอาสิโก่งคอยจนเมื่อยแล้วนี่
มันนวดวนรอบๆ ประตูปิดอีกสักพัก มืออีกข้างก็ขัดถั่วแขกของมันไป ฉันแอบมองแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อก ถ้าถั่วแขกทั้งใหญ่ทั้งยาวขนาดนี้จะมาไขประตูสวรรค์ฉันก็พอใจมาก คงจะคับแน่นจนสุดเสียวยามเสียดสี แต่นี่มันจะไขประตูที่ปิดตายมาตลอดชีวิต มันจะไหวหรือ
“โอ๊ย!” ฉันเผลอร้องดัง เมื่อราจีฟแทงถั่วของมันเข้ามาแบบไม่บอกกล่าวให้ตั้งรับ มันแค่กดสะโพกฉันออกห่าง ถ่างก้นเพื่อให้เห็นประตูชัด แล้วเสียบฝักถั่วลงมาทันที
“เจ็บ” ฉันบอก
มือเริ่มกำผ้าปูที่นอนแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อราจีฟขย่มอยู่บนสะโพก ถั่วฝักยาวๆ ของมันขยับเข้าออกช้าๆ จนคล่อง ก็ขย่มเร็วขึ้นแรงขึ้นจนฉันคาดว่าบานประตูคงฉีกขาด ทว่ามันเสียวซ่านอย่างไม่เคยพบ จากร้องเจ็บฉันเปลี่ยนเป็นร้องเร่ง ให้มันทำแรงขึ้น เร็วขึ้น จนต่างพูดไม่เป็นคำ ราจีฟเองก็เอวดีเหลือหลาย ขยับโยก ขย่มเหยงจนฉันตัวเกร็งร้องราวสัตว์ป่า ถึงสวรรค์รำไรไม่รู้กี่ครั้ง กว่ามันจะหยุดนิ่ง แล้วเร่งสุดกำลังขย่มรัวๆ ก่อนซบลงมากอดฉันเอาไว้แน่น
“โอย ตายแล้ว” ฉันอุทานตกใจสุดชีวิต ใช้ศอกกระทุ้งให้มันขยับลงไปเสียที
ราจีฟลงนอนแผ่ข้างๆ แต่ถามอย่างแปลกใจ
“อะไรตายหรือที่รัก”
แม้ไม่มีแผ่นดิน หากแต่เรายังไม่สิ้นลมหายใจ ถึงสิ้นชาติหากแต่รักของเรามิได้สิ้นลง บราลี เป็นบอดี้การ์ดมือใหม่ ที่ทำงานพลาดจนถูกไล่ออกจากงาน ในวันเดียวกันนั้น บ้านของเธอก็ถูกไฟไหม้ แม่ถูกไฟคลอกบาดเจ็บ พ่อตกใจจนโรคหัวใจกำเริบ ต้องใช้เงินรักษาจำนวนมาก เมื่อเธอจะหันไปพึ่งแฟนหนุ่มที่รักกันมาหลายปี กลับพบเขากำลังคลุกวงในกับผู้ชายอีกคน!! เมื่อชีวิตมันบัดซบขนาดนี้ เธอจึงคิดฆ่าตัวตาย ... และทำจริง!! แต่ไม่ตาย มีคนมาช่วยไว้ ... พอรอดตายก็มีคนยื่นข้อเสนอแปลกประหลาด ... ให้เธอไปเป็นบอดี้การ์ดให้เจ้านาย แลกกับเงินมหาศาล และกว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร บราลีกับเพื่อนร่วมงานอีกสองคน ก็ได้ข้ามเวลาย้อนอดีตไปซะแล้ว
เมื่อความรักที่มีมากเหลือล้น ไวกูณฐ์นั้นอยากแต่งงานเสียทันทีที่เดินทางกลับมาจากเรียนต่อ หากแต่ จิรัฐิติกาลกลับกลัวการใช้ชีวิตคู่จึงปฏิเสธไป แต่เพราะอุบัติเหตุที่บังเกิดขึ้นทำให้ไวกูณฐ์ตาบอด จิรัฐิติกาลจึงตัดสินใจแต่งงานกับเขาในทันทีเพื่อเป็นการรับผิดชอบ เพราะการแต่งงานที่ไม่พร้อมทำให้อุปสรรคแห่งรักนั้นมีมาให้พิสูจน์หัวใจกันเนืองๆ
เจ้าฟ้าหญิงจิรัฐิติกาลในคราบชายหนุ่มดูจะเกษมสำราญเป็นอันมากเมื่อได้ออกมาท่องโลกกว้าง แม้จะไม่ค่อยสบอารมณ์อยู่บ้างที่มี 'ผู้คุม' เป็นไวกูณฐ์ ชายหนุ่มอ่อนแอ เจ้าหนอนหนังสือใส่แว่นลูกชายองครักษ์คนสนิทของพระบิดา แต่ถ้าไม่ยินยอมร่วมทางไปกับเขา เจ้าพ่อก็คงไม่ปล่อยออกจากกรงทอง เธอจำใจร่วมทางและสร้างความยุ่งยากเป็นภาระใหญ่หลวงให้เขา แต่ในคราเดียวกันความใกล้ชิด ความใกล้ชิดทำให้ความรู้สึกพิเศษเกิดขึ้นในใจ แต่จะทำอย่างไร เมื่อเธอฝังใจว่าเขาไม่ใช่ "ชายจริง" นิยายภาคต่อของ ลิขิตรักบัลลังก์หัวใจ
เมื่อต้องเสียแผ่นดินจากการช่วงชิงของพระเจ้าอา ทรรศินากัลยามาส เจ้าฟ้าหญิงรัชทายาทแห่งมธุรรัฐจำต้องเสด็จหนีจากแผ่นดินเกิด แฝงกายเข้าไปในสิงขรรัฐ จากที่คิดจะปลอมตัวเป็นนางกำนัล กลับตกกระไดพลอยโจนถวายตัวเป็นสนมของเจ้าหลวงรัฐสิงห์สีหนาทในนามลูกของศัตรู!? รอจนถึงวันทวงบัลลังก์คืน กล้วยไม้ป่าแรกแย้มเพิ่งผลิรับฤดูฝน เจ้าหลวงเอื้อมไปหมายจะเด็ด ก็ถูกพระหัตถ์เล็กๆ ตีเผียะลงบนหลังมือ "ดอกไม้จะสวยงามที่สุดเมื่ออยู่กับต้นเพคะ" ดำรัสขึงขัง "แต่พี่จะเก็บให้เธอ" รับสั่งกลับอ่อนโยน "ท่าจะเด็ดดอกไม้แรกแย้มเสียจนเคย" เจ้าฟ้าหญิงประชดตรงๆ เจ้าหลวงยกพระหัตถ์ในท่าสาบาน "สาบาน ต่อไปพี่จะไม่เด็ดดอกไม้ ไม่ว่าดอกไหน จะรอดอกฟ้าตรงหน้านี้ดอกเดียวเท่านั้น"
เมื่อซากีน่าน้องสาวอันเป็นที่รักถูกฆ่าข่มขืน หลักฐานในมือคือแผ่นเงินฉลุลวดลายสวยงาม ซาห์ราจำได้ทันทีว่าใครเป็นเจ้าของของสิ่งนี้ การตามล้างแค้นจึงเกิดขึ้น ชีคฮาซัน บินญาบิร อัล บุสตานีย์ กลายเป็นเหยื่อความแค้นที่เขาไม่ได้ก่อ ถูกหล่อนทรมานต่างๆ นานาและต้องสูญเสียเมียสาวในคืนวันแต่งงานจากน้ำมือซาห์รา แต่เมื่อความจริงปรากฏว่าใครเป็นฆาตกรที่แท้จริง ซาห์ราจะชดใช้สิ่งที่ทำลงไปให้แก่เขาด้วยชีวิต ตามกฏชีวิตแลกชีวิต แต่ชีคฮาซันกลับต้องการให้หลอนชดใช้ด้วย หัวใจ
เมื่อธิดาองค์น้อยเริ่มเติบโต ชีคกาเบรียนที่อยากให้ลูกรู้จักภาษาของแม่บังเกิดเกล้า จึงมองหาครูสอนภาษาชาวไทย แต่กลับได้ทโมนไพรไปแทน นางสาวกฤติกา หรือแม่ดาวลูกไก่ นอกจากสอนภาษาไทยให้ธิดาองค์น้อยของชีคแล้ว ยังสอนปีนต้นไม้กลายเป็นลิงเป็นค่าง จนพระนมของชีคเอือมระอา ทว่าท่าทางแก่นกะโหลกของดาวลูกไก่กลับจับใจต้องตาชีคกาเบรียนจนกลายเป็นความรัก แต่ปัญหาสงครามแบ่งแยกดินแดนในประเทศยังไม่สงบ เมื่อดาวลูกไก่ถูกจับตัวไปเพื่อต่อรอง แม้พระองค์ไม่อาจยกแผ่นดินเพื่อแลกกับผู้หญิงที่รักได้ แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจเหมือนครั้งที่เสียสนมคนอื่นไป ทรงลอบออกจากวังเพื่อไปช่วยหญิงอันเป็นที่รักด้วยตนเอง
เวินอี่ถงได้เห็นความรักอันลึกซึ้งของเจียงยวี่เหิง แต่ก็ได้สัมผัสกับการทรยศของเขาเช่นกัน เธอเผารูปแต่งงานของพวกเขาต่อหน้าเขา แต่เขากลับมัวแต่ง้อชู้ของเขา ทั้งๆ ที่เขาแค่มองดูแวบหนึ่งก็จะเห็น แต่เขากลับไม่สนใจเวินอี่ถงสุดจะทน ตบหน้าเขาอย่างแรง พร้อมอวยพรให้เขากับชู้ของรักกันยืนยาว แล้วเธอก็หันหลังสมัครเข้ากลุ่มวิจัยลับเฉพาะ ลบข้อมูลประจำตัวทั้งหมด รวมถึงความสัมพันธ์การแต่งงานกับเขาด้วย! ก่อนจากไป เธอยังมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้เขาอีกด้วยเมื่อถึงเวลาที่จะเข้ากลุ่ม เวินอี่ถงก็หายตัวไป บริษัทของเจียงยวี่เหิงประสบปัญหาล้มละลาย เขาจึงออกตามหาเธอด้วยทุกวิถีทาง แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นใบมรณบัตรที่ต้องสงสัยเขาสติแตก “ฉันไม่เชื่อ ฉันไม่ยอมรับ!”เมื่อพบกันอีกครั้ง เจียงยวี่เหิงต้องตกใจที่พบว่าเวินอี่ถงเปลี่ยนตัวตนใหม่แล้ว โดยข้างกายมีผู้มีอำนาจที่เขาต้องยอมก้มหัวให้เขาอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง “ถงถง ผมผิดไปแล้ว คุณกลับมาเถอะ!”เวินอี่ถงเพียงยิ้มยักคิ้ว จับแขนของผู้มีอำนาจข้างๆ “น่าเสียดาย ตอนนี้ฉันอยู่ในระดับที่นายไม่อาจเอื้อมถึงแล้ว”
คนเราบางครั้งก็หวนนึกขึ้นมาได้ว่าตายแล้วไปไหน ซึ่งเป็นคำถามที่ไร้คำตอบเพราะไม่มีใครสามารถมาตอบได้ว่าตายไปแล้วไปไหน หากจะรอคำตอบจากคนที่ตายไปแล้วก็ไม่เห็นมีใครมาให้คำตอบที่กระจ่างชัด ชลดา หญิงสาวที่เลยวัยสาวมามากแล้วทำงานในโรงงานทอผ้าซึ่งตอนนี้เป็นเวลาพักเบรค ชลดาและเพื่อนๆก็มานั่งเมาท์มอยซอยเก้าที่โรงอาหารอันเป็นที่ประจำสำหรับพนักงานพักผ่อน เพื่อนของชลดาที่อยู่ๆก็พูดขึ้นมาว่า "นี่พวกแกเวลาคนเราตายแล้วไปไหน" เอ๋ "ถามอะไรงี่เง่าเอ๋ ใครจะไปตอบได้วะไม่เคยตายสักหน่อย" พร "แกล่ะดารู้หรือเปล่าตายแล้วไปไหน" เอ๋ยังถามต่อ "จะไปรู้ได้ยังไง ขนาดพ่อแม่ของฉันตายไปแล้วยังไม่รู้เลยว่าพวกท่านไปอยู่ที่ไหนกัน เพราะท่านก็ไม่เคยมาบอกฉันสักคำ" "อืม เข้าใจนะแก แต่ก็อยากรู้อ่ะว่าตายแล้วคนเราจะไปไหนได้บ้าง" "อืม เอาไว้ฉันตายเมื่อไหร่ จะมาบอกนะว่าไปไหน" ชลดาตอบเพื่อนไม่จริงจังนักติดไปทางพูดเล่นเสียมากกว่า "ว๊าย ยัยดาพูดอะไร ตายเตยอะไรไม่เป็นมงคล ยัยเอ๋แกก็เลิกถามได้แล้ว บ้าไปกันใหญ่" พรหนึ่งในกลุ่มเพื่อนโวยวายขึ้นมาทันที แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากวันนั้นที่คุยกันที่โรงอาหารจะเป็นการคุยเล่นกันวันสุดท้ายของชลดา เพราะหลังจากเลิกงานกลับมาชลดาก็เสียชีวิตระหว่างเดินทางกลับหอพักด้วยสาเหตุวัยรุ่นยกพวกตีกันและมีการยิงกันเกิดขึ้นและชลดาคือผู้โชคร้ายที่ผ่านทางมาพอดี ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อนๆ เอ๋ได้แต่หวังว่า ชลดาคงไม่มาบอกกับเธอจริงๆหรอกใช่ไหมว่าตายแล้วไปไหน
เมื่อเธออายุยี่สิบ ชิงฉือได้รู้ว่าตนเองไม่ใช่ลูกโดยกำเนิดของตระกูลต้วน เธอถูกลูกสาวที่แท้จริงของตระกูลต้วนล้อมกรอบ จนถูกพ่อแม่บุญธรรมไล่ออกจากบ้านและกลายเป็นตัวตลกในเมือง เมื่อเธอกลับไปหาพ่อแม่ชาวนา จากนั้นก็พบว่าบิดาผู้ให้กำเนิดของเธอเป็นคนที่รวยที่สุดในเมืองเจียงเฉิงส่วนพี่ชายของตนเองเป็นอัจฉริยะในแวดวงต่างๆ ทุกคนมองดูเด็กสาวตัวเล็กคนนี้ด้วยความเห็นใจและถือว่าเธอเป็นสมบัติล้ำค่า แต่ค่อยๆ พบว่า... ที่แท้ว่าน้องสาวเป็นคนมากความสามารถ? อดีตแฟนหนุ่มผู้น่ารังเกียจหัวเราะเยาะ "อย่ามาตามเซ้าซี้ไม่เลิก ฉันมีแต่เมียนเมียนอยู่ในใจ!" คนใหญ่แห่งเมืองหลวงปรากฏตัว "เมียฉันจะเห็นหัวนายเหรอ?"
"คุณต้องการเจ้าสาว ส่วนฉันก็ต้องการเจ้าบ่าว ทำไมเราไม่แต่งงานกันล่ะ?" ภายใต้เสียงเยาะเย้ยของทุกคน ถังเลี่ยน ซึ่งถูกคู่หมั้นของเธอทอดทิ้งในพิธีแต่งงาน กลับแต่งงานกับเจ้าบ่าวพิการข้างบ้านที่ถูกรังเกียจ ถังเลี่ยนคิดว่าอวิ๋นเซินเป็นชายหนุ่มที่น่าสงสาร และเธอสาบานว่าจะให้ความรักใคร่แก่เขาและตามใจเขาหลังแต่งงาน ใครจะรู้ว่าเขาแกล้งเป็นแบบนั้น... ก่อนแต่งงาน อวิ๋นเซินว่า "เธอต้องสนใจเงินของผมถึงยอมแต่งงานกับผม ผมจะหย่ากับเธอหลังจากที่ผมใช้ประโยชน์เธอเสร็จ" หลังแต่งงาน อวิ๋นเซินว่า "ภรรยาของผมต้องการหย่าทุกวัน แต่ผมไม่อยากหย่า ทำอย่างไรดีล่ะ"
เพราะความเข้าใจผิด ทำให้ต่างคนต่างก็แสดงท่าทีเย็นชาใส่กัน ทำให้ต่างคนต่างก็พลาดช่วงเวลาแห่งความสุขไป กว่าจะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายมีความสำคัญในชีวิตของตนมากแค่ไหน อีกฝ่ายก็ได้จากไปตลอดกาลเสียแล้ว...
เส้าหยวนหยวนแต่งงานกับแม่ทัพเทพทรงพลังที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนส่งผลกระทบต่อทางจิตใจหลังจาดที่เธอย้อนเวลา เธอไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับการสมรู้ร่วมคิด และต้องการร่วมมือกับเขาเพื่อแสวงหาอิสรภาพ เธอก่อตั้งธุรกิจ รักษาโรคของคนไข้ และช่วยชีวิตผู้คน เป็นคนที่ยอดเยี่ยม กลายเป็นผู้ช่วยที่ดีของแม่ทัพ แต่ต่อมาแม่ทัพกลับคืนคำ ไหนตกลงไว้ว่าจะหย่าล่ะ?
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY