รูปร่างหน้าตาภายนอก เทียบกับความดีในจิตใจไม่ได้เลย
รูปร่างหน้าตาภายนอก เทียบกับความดีในจิตใจไม่ได้เลย
“นางส้ม ในครัวไม่มีอะไรให้กินเลย แกทำอะไรของแกอยู่ห๊ะ ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน”
“ฉันซักผ้าอยู่หลังบ้านจ้ะน้าแสง” สิริวรรณรีบขานรับ ในขณะที่กำลังซักผ้าอยู่หลังบ้าน เธอปาดเหงื่อที่เต็มใบหน้าของตัวเอง
บ้านของเธอยากจนมากไม่มีเครื่องซักผ้าหรือเครื่องอำนวยความสะดวกอะไรเลย ขนาดหุงข้าวยังใช้ไม้ฟืนที่เธอไปเก็บเอามาจากป่าข้างทาง
คนที่เรียกเธอโหวกเหวกอยู่นั้นคือมารดาเลี้ยงของเธอ บิดาได้ภรรยาใหม่และมีลูกด้วยกันอีกคน ท่านพาเธอมาอยู่บ้านมารดาเลี้ยง พอบิดาเสียเธอเลยต้องอาศัยอยู่กับแสงระวี โดนอีกฝ่ายโขกสับทุกวัน ส่วนน้องสาวของเธอที่กำเนิดจากแสงระวีก็สบายไปไม่ต้องทำอะไร เธอต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่ป. 6 เพราะที่บ้านไม่มีเงินส่งเรียน และออกมาทำงานช่วยที่บ้านส่งน้องสาวคนเล็กเรียน
ปัจจุบันเธออายุ 22 ปีแล้ว ยังไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลย แม้แต่เสื้อผ้ายังได้ใส่ของน้องสาวที่โละทิ้งมาให้
เงินเก็บอย่าหวัง สิริวรรณถอนใจพรืด อยากจะออกไปจากชีวิตเน่าๆ นี้เต็มทน แต่เธอไปไหนไม่รอด การศึกษาเพียงแค่ ป. 6 มันไม่มีงานดีๆ ที่ไหนให้ทำ นอกจากรับจ้างเขาทั่วไป
“กับข้าวกับปลาไม่มีอะไรเลย แกไม่ทำมาหาแดกอะไรเลยเหรอไงวะ”
“ฉันไม่มีเงินแล้วจ้ะน้าแสง” คนตอบพูดอย่างเหนื่อยหน่ายใจ
“ไม่มีก็ไปหามาสิ”
“ฉันเพิ่งให้รัชนีไปเมื่อวานไงจ้ะ” รัชนีคือน้องสาวต่างบิดาที่ขูดรีดเธอยิ่งกว่ามาเฟียเสียอีก ไม่ให้ก็ถูกแสงระวีด่าทอทุบตีเข้าให้ บอกว่าไม่รักน้อง ไม่อยากให้น้องได้ดี ไม่อยากส่งน้องเรียน
สิริวรรณรู้ตัวดีว่าเธอเรียนหนังสือไม่เก่ง จริงๆ คือไม่มีเวลาทบทวนตำราเรียนเลย เธอทำงานตั้งแต่เด็ก หลังจากบิดาเสียชีวิต ได้เรียนจบ ป. 6 ก็ดีแค่ไหนแล้ว
“ให้ไปแล้วก็หาใหม่สิวะ หน้าที่ดูแลครอบครัวเป็นหน้าที่แก” มันหน้าที่เธอตั้งแต่เด็ก สิริวรรณบอกตัวเองอย่างตรอมตรม
อิจฉารัชนีอยู่เหมือนกัน เกิดมาไม่ต้องทำอะไรเลย ไปเรียนก็ยังมีปัญหาติด 0 ติด ร ให้ต้องตามแก้ มารดาเลี้ยงของเธอไม่เคยไปประชุมผู้ปกครองเลย ให้เธอบากหน้าไปโรงเรียนตลอด
แถมยังด่าเธออีกว่าให้เงินน้องไปเรียนน้อย น้องเลยเรียนติด 0 เหลือเชื่อไหมล่ะ คนประเภทนี้ในโลกมีนะ มารดาเลี้ยงของเธอไง!
“จ้ะ ฉันขอซักผ้าก่อนนะจ้ะ”
“กูหิวข้าว มึงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอไงวะ” ถ้าขึ้นมึงกูตวาดแว๊ดๆ หนักๆ แบบนี้คืออารมณ์ไม่ดีสุดๆ สิริวรรณทราบได้ในทันที
“ไปหาอะไรมาให้กูกินด้วย” แสงระวีตวาดแว๊ด สิริวรรณสะดุ้งเธอรีบล้างไม้ล้างมือปั่นจักรยานไปเชื่อข้าวสารและไข่มาจากร้านป้าดา
อีกฝ่ายให้เธอเชื่อเพราะว่าเธอไม่เคยบิดพลิ้วเลย มีเงินจะรีบมาจ่าย แถมป้าดายังเห็นอกเห็นใจในชะตาชีวิตของเธอ
อาหารมื้อนั้นเป็นข้าวสวยและไข่เจียวร้อนๆ เธอมองอย่างหิวโหยแต่แสงระวีพาสามีใหม่มากินด้วยกัน เธอเลยอดไปโดยปริยาย
เธอไม่ชอบสามีใหม่ของแสงระวีเอาเสียเลย สายตาที่เขามองเธอน่ากลัวยิ่งกว่าอะไร
“มองอะไร แกจะไปซักผ้าไม่ใช่เหรอ” แสงระวีตวาดแว๊ด คงเห็นว่าสามีใหม่มองเธอตาเป็นมัน สิริวรรณหิวสุดใจ เลยหาน้ำดื่มเพื่อประทังความหิว ลูบท้องไปมาอย่างอดสูใจ ตื่นมาทำงานยังไม่มีข้าวตกถึงท้องเลยสักเม็ดเดียว
เธอซักผ้าเสร็จก็ต้องไปรับจ้างเข็นผักที่ตลาดอีก คงได้กินอะไรอีกทีตอนเย็น ในตลาดสดคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้าที่มาจับจ่ายซื้อของกันอย่างจอแจ
สิริวรรณรับจ้างเข็นผักให้แม่ค้าในตลาดที่มาซื้อของไปประกอบอาหาร ได้ค่าจ้างแล้วแต่เขาจะจ้าง
“โอ๊ย! ขอโทษจ้ะ” เธอรีบเดินจนไม่มองทางหลังจากรับเงินจากลูกค้ามาใส่กระเป๋า 20 บ. เพราะเจ้านี้จ้างให้เข็ญผักไม่เยอะ ทำให้ชนกับร่างสูงใหญ่ยักษ์ของคนเก็บเงินค่าแผงของแม่ค้าในตลาดเข้าอย่างจัง
อีกฝ่ายมองเธอไม่วางตา สิริวรรณยอมรับว่ากลัว นายยักษ์คนนี้เป็นที่สุด ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าโหดๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิง แถมยังเดินไม่ใส่รองเท้าอีก เพราะเท้าเขาใหญ่มาก ทำให้เขาแลดูน่ากลัวเป็นที่สุด
ยักษ์ยังไม่มีเมียและไม่มีผู้หญิงที่ไหนชอบด้วย แม้จะรู้ว่าเขาร่ำรวย เนื่องจากเขาดูน่ากลัว เดินไปไหนมาไหนก็มีแต่คนเกรงใจเขา ไม่กล้าเข้าใกล้ แม่ค้าที่มาค้าขายที่นี่พอเห็นนายยักษ์มาเก็บค่าแผงขายของที่ตลาดก็รีบควักเงินให้แบบไม่ต้องทวงกันเลย
แต่ทุกคนอยากขายของที่นี่เพราะรายได้ดี ลูกค้าแน่นร้าน โดยเฉพาะตอนเย็นๆ พวกลูกค้าที่ทำงานประจำและรับราชการจะมาจับจ่ายซื้อของจนดึก ถือว่าเป็นตลาดที่มีคนมาใช้บริการเยอะมากที่สุดในละแวกนี้
สิริวรณขอโทษแล้วรีบเดินหนี ยักษ์มองตาม เขาไม่พูดอะไร แต่เฝ้ามองเธอไม่วางตา ถ้าใครจะเห็นบ้าง ก็จะรู้ว่ายักษ์แอบมองสิริวรรณตลอด มองแล้วเขิน แต่เขาไม่ใช่คนหล่อเหลาแถมยังน่ากลัวอีก จึงไม่มีใครอยากสนใจ
สิริวรรณทำงานที่ตลาดกลับมาเธอก็ซื้อข้าวของเครื่องใช้ในบ้านกลับมาด้วย หญิงสาวมองข้าวปลาอาหารที่ทำไว้ก่อนไปตลาดอย่างหดหู่ใจ ทุกคนกินเสร็จก็ทิ้งจานชามให้เธอล้าง ที่ร้ายไปกว่านั้นยังไม่เหลืออะไรเอาไว้ให้เธอกินอีก
1. ทาสรักคุณชายมาเฟีย เธอ... ชมพูพริ้ง คุณหนูผู้เพียบพร้อมทั้งรูปลักษณ์ ฐานะ และการศึกษา กลับต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าไปช่วยชายแปลกหน้าที่บาดเจ็บกลางตรอก ไม่รู้เลยว่าคืนนั้น จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพันธนาการหัวใจ... เขา... คมน์ เคมินธาดา มาเฟียหนุ่มทายาทธุรกิจพันล้าน ผู้ไม่เคยศรัทธาในคำว่ารัก แต่หลังจากคืนที่เธอช่วยชีวิต เขากลับนอนไม่หลับถ้าไม่มีเธออยู่ข้างกาย หนึ่งคนหนีเพราะกลัวหัวใจตัวเองจะหวั่นไหว อีกคนกลับตามตื้ออย่างแนบเนียนในชื่อของ "การทำงาน" จากผู้ช่วยจำเป็น... กลายเป็นคนที่ขาดไม่ได้ เมื่อศัตรูทางธุรกิจกลายมาเป็นคู่ชีวิต และความรักครั้งนี้ไม่ใช่แค่เกมมาเฟีย แต่คือ "ชีวิตทั้งชีวิต" ของเขา "ผมไม่ได้อยากได้คุณมาเป็นลูกน้อง ผมอยากได้คุณมาเป็นเมียต่างหาก คุณหนูชมพูพริ้ง" 2. เจ้าาสาวนิรนาม เธอ...หญิงสาวที่ยอมแต่งงานกับมหาเศรษฐีหนุ่มเพราะ โชคชะตาและหนี้สิน เขา...ทายาทหนุ่มผู้ไม่เชื่อในดวงชะตา มองว่าการแต่งงานนี้เป็นแค่เรื่องไร้สาระ แต่ใครจะรู้ว่า... เจ้าสาวที่ไร้ตัวตนในใจของเขา จะกลายเป็นคนเดียวที่เขารักหมดใจ ห้าปีแห่งสัญญาและความห่างเหิน เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ทั้งคู่ต้องกลับมาอยู่ใต้หลังคาเดียวกันอีกครั้ง หัวใจที่เคยเย็นชาเริ่มละลายลงทีละน้อย จากเจ้าสาวจำเป็น... กลายเป็น "เจ้าสาวตัวจริง" ที่เขาอยากครอบครองตลอดไป แต่เมื่อถึงวันที่เธอขอ "หย่า" เขาจึงเพิ่งรู้ว่า สิ่งที่กลัวมาตลอดไม่ใช่การแต่งงาน...แต่คือการ "เสียเธอไป" 3. เจ้าสาวอนุรักษ์ เธอ… "ศิริลดา" หญิงสาวที่ต้องแต่งงานกับคู่หมั้นซึ่งไม่เคยเจอหน้า เขา… "อนุรักษ์" ชายหนุ่มผู้สูญเสียการมองเห็นจากอุบัติเหตุ การแต่งงานที่เริ่มจาก "หน้าที่" กลับกลายเป็นเรื่องราวที่อบอุ่นที่สุดในชีวิต เพราะในความมืดที่เขาเผชิญ มีเพียงเสียงหัวเราะและมืออบอุ่นของเธอที่คอยนำทาง และในวันที่เขา "มองเห็นอีกครั้ง" เขากลับเลือกจะ "แกล้งมองไม่เห็น" เพื่อจะพิสูจน์ว่าผู้หญิงคนนี้ รักเขาจากใจจริงหรือแค่สงสาร แต่สิ่งที่เขาได้เห็น ไม่ใช่เพียง "ใบหน้า" ของเธอ หากคือ "หัวใจ" ที่สว่างกว่าทุกแสงในโลก เรื่องราวของชายตาบอดปากแข็ง กับหญิงสาวฉลาดอบอุ่น ที่คอยปราบพยศกันด้วยเสียงหัวเราะ ความห่วงใย และความรัก จะทำให้คุณยิ้ม อมยิ้ม และอบอุ่นหัวใจ "ในวันที่มืดมิด...เธอคือแสงสว่างเดียวที่เขาเห็น" "ในวันที่มองเห็น เขาก็ยังอยากมองเห็นแค่เธอคนเดียว"
หวังจื่อหลินอ่านนิยายจบด้วยความโมโหที่นางเอกในนิยายโดนทำร้ายจนตาย เธอเดินข้ามถนนไม่ทันระวังจึงโดนรถชน หลิวเหวินจงเพื่อนชายคนสนิทที่แอบรักเธอจึงเข้ามาช่วยเอาไว้ แต่ทั้งสองก็โดนรถชนอยู่ดี สองหนุ่มสาวกลายเป็นเจ้าชายและเจ้าหญิงนิทรานอนหลับไม่ฟื้น แต่ขณะเดียวกันก็ทะลุมิติเข้าไปอยู่ในนิยายเล่มที่ตัวเองอ่าน และเข้าไปแก้ไขสถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นให้แปรเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ลี่เซียนเป็นคุณหมอสาวในยุคปัจจุบัน เธอหลุดไปอยู่ในยุคอดีต ในร่างของคุณหนูลี่เซียน ลูกของเสนาบดีประจำวังหลวง เธอพบว่าตัวเองจะมีชีวิตได้อีกแค่สามสิบวันเท่านั้น เธอจึงต้องตามหารักแท้ และคนคนนั้นก็คืออ๋องฉิน ชายหนุ่มซึ่งมีความองอาจกล้าหาญและหล่อเหลาที่สุดในเมือง ตามคำแนะนำของเจ้านกน้อยสีทองพูดได้ ซึ่งเธอเคยมีบุญคุณช่วยเหลือมันเอาไว้ในอดีตชาติ! ลี่เซียนจะพิชิตใจอ๋องฉินได้ไหม นางจะตายก่อนได้รับความรักหรือไม่ มาติดตามอ่านกันได้เลยจ้า
เพราะเป็นตัวซวยของครอบครัว เธอจึงถูกส่งไปอยู่กับยาย แต่ย่าผู้เกลียดชังของเธอก็ขอให้เธอแต่งงานกับคู่หมั้นของพี่สาวฝาแฝด เธอจำต้องรับเงื่อนไขของผู้เป็นย่าเพราะคุณยายป่วยหนัก เพื่อยื้อชีวิตของคุณยายที่รักและดูแลเธอมาตลอด ดังนั้นเธอจึงยอมแต่งงานกับเขา
โปรย วิวาห์สับเปลี่ยนเจ้าสาว แรกเริ่มเดิมทีเขาทั้งโกรธทั้งเสียหน้าที่โดนลบเหลี่ยมลูบคม แต่งงานกับอีกคนแต่กลับได้อีกคนมานอนร่วมเตียงในคืนเข้าหอ หญิงสาวที่มีฐานะต่ำสุดในบ้าน ไม่ต่างจากคนรับใช้ แต่ถูกเรียกว่าเป็นทายาทอีกคนของตระกูล แต่เวลาผ่านไปทุกอย่างกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเขาทั้งหวงแหนและห่วงเธอเป็นที่สุด
โปรย เสน่หาเมียแสนรัก ฉากหน้าคือการที่เขาถูกบังคับให้แต่งงาน แต่ฉากหลังคือเขาหึงหวงและห่วงเธอสุดหัวใจ ตัวอย่างบางช่วงบางตอน "คงมีความสุขมากสินะที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้" เขมนัทต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ทำให้บงกชเพชรต้องหันไปดูที่มาของเสียง "คุณนัทต์ อุ๊ย! ปล่อยนะคะ" บงกชเพชรดันร่างของเขาออกห่าง แต่เขายิ่งดึงเธอมากอดรัดเอาไว้แนบอก "อยากให้ปล่อยจริงๆ น่ะเหรอ เธออยากให้ฉันกอดจูบมากกว่าล่ะมั้ง" เขมนัทต์ยื่นหน้าเข้าไปหา แต่บงกชเพชรเบี่ยงหลบพร้อมทั้งดันปลายคางของเขาออกห่าง "ถอยไปนะ" สีหน้าเหมือนรังเกียจของเธอทำให้เขายิ่งอยากเอาชนะ "อื้อ..." ปากน้อยโดนบดจูบอย่างดูดดื่ม ไม่ว่าจะร้องประท้วงเพียงใด คนเอาแต่ใจก็ยังบดจูบจนปากแทบช้ำ เพียะ! ใบหน้าของเขมนัทต์หันไปตามแรงตบ เขาดุนดันกระพุ่งแก้มเพราะรู้สึกเจ็บ ๆ คัน ๆ ก่อนที่จะรวบร่างเธอมาจูบอย่างดุเดือด เพียะ! ใบหน้าของเขมนัทต์หันไปตามแรงตบอีกรอบ เขาดึงเธอมากอดจูบอย่างดุเดือดกว่าเดิม บงกชเพชรดิ้นรนจนหลุดจากอ้อมแขนแกร่ง ก่อนที่จะวิ่งหนี แต่เธอโดนกระชากเข้าไปบดจูบอีก "อื้อ... คนบ้าป่าเถื่อน" เธอดิ้นหนีใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากของตัวเองอย่างรังเกียจ มองเขาอย่างตกตะลึงไม่คิดว่าเขมนัทต์จะกล้าทำอะไรป่าเถื่อนกับเธอแบบนี้ "เป็นไงรสชาติตบจูบของฉัน" "คนสารเลว" บงกชเพชรกัดปากตัวเองจนเจ็บ มองเขาอย่างเจ็บใจ "แต่งงานเธอจะโดนหนักกว่านี้อีก โดนจูบทั้งตัว!" ประโยคของเขาทำเอาเธอหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู "บัวเกลียดคุณนัท" "แล้วไง เธอออดอ้อนคุณย่าบีบบังคับให้ฉันแต่งงานด้วย ก็อยากโดนฉันกอดจูบสักครั้งไม่ใช่เหรอ ฉันก็กอดจูบให้เอาบุญแล้วไง" "ความคิดสกปรก ถ้าคุณไม่อยากแต่งงานก็ควรบอกคุณย่าไปตรง ๆ ไม่ใช่เอาความโกรธมาลงที่ฉันแบบนี้" บงกชเพชรพูดอย่างเจ็บใจ
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY