แค่นี้แหละที่เขาต้องการ... ความสุขของเธอ ขอแค่เธออยู่แบ่งปันลมหายใจกับเขา แชร์ทุกเรื่องราวกับเขา ตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนของเขา และให้เขากล่อมเธอหลับไปกับอกเขาทุกคืน เขาพร้อมจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธออยู่ข้างกายเขาตลอดไป "ผมรักแพมนะจ๊ะ"
แค่นี้แหละที่เขาต้องการ... ความสุขของเธอ ขอแค่เธออยู่แบ่งปันลมหายใจกับเขา แชร์ทุกเรื่องราวกับเขา ตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนของเขา และให้เขากล่อมเธอหลับไปกับอกเขาทุกคืน เขาพร้อมจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธออยู่ข้างกายเขาตลอดไป "ผมรักแพมนะจ๊ะ"
เสียงทักทายดังขึ้นทันทีที่เจ้าของร่างเพรียวระหงเดิน เข้ามาในสำนักงาน หลังจากลาหยุดพักร้อนไปหนึ่งอาทิตย์ ก่อนจะมีเสียงขอบคุณตามมาไม่ขาดระยะ เมื่อของฝากถูกแจกจ่ายครบทุกโต๊ะทุกคนอย่างถ้วนทั่วหน้า
"สวรรค์ทรงโปรด พี่แพมกลับมาแล้ว...สวัสดีค่ะพี่แพม"
ผู้ช่วยสาวซึ่งเป็นรุ่นน้องเอ่ยทักทายขณะวางแก้วกาแฟในมือลงบนโต๊ะทำงานของตนซึ่งอยู่ติดกัน
"นี่ต้องใช่ของฝากเก๋แน่ๆ เลย...ขอบคุณนะคะ"
เจ้าตัวออกท่าออกทางตื่นเต้นดีใจกับของฝากและของกินบนโต๊ะ ให้คนเอามาฝากยิ้ม
"จ้ะ...แล้วเมื่อกี้เก๋ว่าอะไรนะ มีอะไรหรือเปล่าระหว่างที่พี่ไม่อยู่"
"ก็เพราะมีน่ะสิคะ เก๋ถึงได้ดีใจที่พี่แพมกลับมาทำงานซะที...คนในห้องหัวเสียมาสองวันแล้วล่ะค่ะ"
ท้ายประโยคสาวรุ่นน้องขยับเข้ามากระซิบกระซาบใกล้ๆ ทั้งที่คนกำลังกล่าวถึงไม่ได้อยู่ในห้อง
"ทำไมจ๊ะ"
"คงรู้ว่าหมดโอกาสในตัวพี่แพมแน่ๆ ไงคะ"
เป็นที่รู้กันว่าท่านอธิบดีประจำกรมกำลังขายขนมจีบเลขาหน้าห้องของตัวเอง หลังจากตกพุ่มหม้ายมาได้ปีกว่า
"เอาแบบเข้าใจง่ายๆ ได้ไหมจ๊ะ เดี๋ยวท่านมาทำงานก็อดรู้เรื่องพอดี"
"ไม่หรอกค่ะ เก๋ทายเอาไว้เลยว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องแรกที่พี่แพมโดนเรียกเข้าไปคุย...มีคำสั่งจากเบื้องบนลงมาให้พี่แพมไปช่วยงานวิชาการเกษตรที่ประเทศเมเยน* ค่ะ"
"ประเทศเมเยน?"
"ค่ะ"
"เมเยนเป็นประเทศที่เพิ่งแยกตัวออกมาจากประเทศมัวมอรอค* เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาค่ะ...ช่วงที่พี่แพมลาพักร้อน เจ้าชายรัชทายาทของเมเยนเสด็จเยือนไทยพร้อมคณะผู้ติดตามพอดี...ถ้าให้เก๋เดา เก๋ว่าที่มาของคำสั่งมาจากตรงนี้แหละค่ะ...แล้วเรื่องนี้ก็เป็นสาเหตุให้ท่านหัวเสียจนใครๆ เข้าหน้าไม่ติดมาสองวันแล้วค่ะ"
เมเยน...มัวมอรอค
แม้ว่าจะพยายามบอกตัวเองให้ลืม สั่งหัวใจให้ลืมมาหลายปี แต่พอได้ยินชื่อประเทศของคนที่เคยฝากความเจ็บช้ำน้ำใจเอาไว้ให้ หัวใจไม่รักดีกลับกระตุก กระหวัดคิดไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมาแต่หนหลังได้ง่ายๆ เหมือนว่าที่สั่งให้ลืม ที่สั่งให้ลบเขาออกไปจากหัวใจนั้น มันไม่เคยได้ผลเลย
หรือว่าการขอให้ไปช่วยงานครั้งนี้จะมีเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง
...ไม่ใช่หรอกน่า นี่มันเมเยน ไม่ใช่มัวมอรอคเสียหน่อย
"พี่แพมคะ...พี่แพม"
"หือ? เก๋ว่าอะไรนะ"
เสียงของผู้ช่วยดึงพิมพ์อรกลับมาอยู่กับเหตุการณ์ตรงหน้าอีกครั้ง
"พี่แพมเป็นอะไรหรือเปล่าคะ"
"เปล่าจ้ะ...เอ่อ แล้วเก๋พอจะทราบไหมว่าคำสั่งออกมาว่าให้เดินทางเมื่อไหร่"
"ต้นเดือนหน้าค่ะ"
"ต้นเดือนหน้า...ทำเร็วแบบนี้ล่ะ"
เพราะอีกแค่สองสัปดาห์เท่านั้น แล้วแบบนี้เธอจะจัดการอะไรต่อมิอะไรทันได้ยังไง
"มันเร็วตั้งแต่มีคำสั่งออกมาแล้วล่ะค่ะ เพราะไม่มีใครคาดถึงกันสักคน แล้วปกติเวลาจะไปอะไรแบบนี้ เขาจะต้องถามความสมัครใจของเราด้วยถูกไหมคะ แต่นี่เขาเล่นเจาะจงมาเลยว่าเป็นพี่แพม...พี่แพมว่ามันแปลกไหมล่ะคะ"
คำพูดของสาวรุ่นน้องทำให้พิมพ์อรต้องคิดอีกจนได้ แต่ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันต่อ เจ้านายของทั้งสองคนก็เดินหน้าเครียดเข้ามาซะก่อน แล้วก็เรียกพิมพ์อรเข้าไปคุยด้วยทันทีที่เข้านั่งประจำโต๊ะ
จากคำสั่ง พิมพ์อรจะต้องเดินทางไปเมเยนกับผู้เชี่ยวชาญด้านพืชสวนอีกคน เพราะไม่มีใครกล้าคัดค้านคำสั่งที่ออกมา ยกเว้นว่าพิมพ์อรจะลาออกจากราชการ...
เย็นวันนี้ หญิงสาวจึงขับรถกลับบ้านไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้งไม่น้อย แต่เรื่องที่ได้รับมอบหมายมาดูจะกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย เมื่อขับรถกลับเข้ามาในบ้านแล้วพบว่าลูกสาวกำลังเล่นแบดมินตันอยู่กับใครคนหนึ่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน
นี่มันเกิดอะไรขึ้น...
เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
"คุณแม่"
เสียงเรียกของลูกสาวกับการกระโดดหย็อยๆ โบกมือให้ ไม่สามารถฉุดสองขาเรียวให้ก้าวออกจากที่ได้เลย
เป็นไปไม่ได้...เธอจะต้องตาฝาดไปแน่ๆ
"คุณแม่ขา"
หนูน้อยร้องเรียกมารดาซ้ำ เหมือนจะอยู่ไกลแสนไกลสำหรับคนเป็นแม่ แต่พอรู้สึกตัวอีกที เจ้าตัวเล็กก็เข้ามาเขย่าแขนเรียกอยู่ตรงหน้าแล้ว
"คุณแม่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ"
พิมพ์อรละสายตาจากบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มบอกถึงชาติกำเนิด ที่ฝังแน่นอยู่ในหัวใจมานานปี ก้มลงมองแก้วตาดวงใจของตน...
ใบหน้าพราวเหงื่อนั้นไม่ได้บอกอาการเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม ดวงตากลมโตใสแป๋วที่มองตอบกลับมา กลับอาบไปด้วยความสุข...
และมันมากเสียจนเธออดตกใจไม่ได้
"น้องพายตีแบดฯ กับคุณลุงตั้งแต่บ่ายแล้วค่ะ แล้วตอนเที่ยงเราก็กินข้าวด้วยกันด้วย...คุณลุงบอกว่าเป็นเพื่อนคุณแม่ค่ะ"
ท้ายประโยคออกมา ก็เพราะเห็นว่ามารดาไม่พูดออกมาอะไรสักคำ แล้วก็กลัวมารดาดุด้วยที่เล่นกับคนแปลกหน้า
"น้องพายไปหาป้าตองในบ้านก่อนนะคะ แม่มีเรื่องจะพูดกับคุณ...เอ่อ คุณลุง"
ดวงตาฉายแววเจ็บปวดเหลือบมองเจ้าของร่างสูงใหญ่อยู่อึดใจ ถึงได้ก้มลงบอกกับลูกน้อย
________________________________________________
*เมเยน, มัวมอรอค และ โดมาเนีย เป็นเพียงชื่อสมมุติที่ผู้แต่งตั้งขึ้นมาตามจิตนาการโดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้ในนิยายเท่านั้น ไม่ได้อ้างอิงความเป็นจริงตามหลักประวัติศาสตร์ ความเชื่อ หรือศาสนาในพื้นที่ประเทศใดๆ ทั้งสิ้น
ชารีดา พิมพร อิสมาอีล อาห์เม็ด อุมัร : เพื่อคุณชายวังกุหลาบขาว เธอยอมทำทุกอย่าง หม่อมราชวงศ์เตชิษฏ์ ปารเมศ : เพื่อให้ได้เธอมา มารยา เล่ห์เหลี่ยมใดในโลกหล้า เขาก็พร้อมขุดมาใช้ ---------------------- “อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ” ชารีดาขอร้องเสียงอ่อน เมื่อเขายอมเงยหน้าขึ้นมาสบตา แล้วก็เป็นฝ่ายรั้งเขาลงมาหาเสียเอง โอบกอดเขาเอาไว้ แนบริมฝีปากกับปากหยักสวยของเขา บดเบียดเงอะงะ ขบเม้มสเปะสปะลงบนริมฝีปากบนและล่างอย่างที่เขาเคยสอนอย่างไม่ประสีประสา หากเพียงเท่านั้นก็ทำให้คนเศร้าเสียใจส่งเสียงครางฮือในลำคอได้ไม่ยากเลย โดยเฉพาะเมื่อริมฝีปากอิ่มเผยอออกต้อนรับปลายลิ้นอุ่นนุ่มที่แทรกผ่านเข้าไปในโพรงปากชุ่มชื้น ดูดซับเอาลมหายใจและความฉ่ำหวานเอาไว้เต็มๆ ปลุกอารมณ์หลากหลายในตัวให้ปั่นป่วนพลุ่งพล่านจนไม่อาจยับยั้ง กลิ่นฮอร์โมนเพศชาย กลิ่นกุหลาบขาวหอมกรุ่นจากร่างนุ่มนิ่มของคนใต้ร่าง กลิ่นความรักและความโหยหา กลิ่นตัณหาและความมึนเมาเย้ายวนอยู่รอบตัวสองหนุ่มสาว จนไม่คิดว่าจะมีอะไรมาหยุดยั้งไว้ได้แล้วในตอนนี้.... ชารีดาโน้มใบหน้าคมสันลงแนบชิดยิ่งขึ้น หลังปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายรุกมากว่าห้านาที.... ประสบการณ์สดๆ ร้อนที่เขาเพิ่งสอนไป ถูกนำมาใช้อย่างกระตือรือร้นเมื่อได้สัมผัสและรู้จักกับรสชาติของการจูบอย่างถึงแก่น...เรียวปากอิ่มประกบติดปากได้รูปสวยของเขาอย่างไม่อาจห้ามใจเอาไว้ได้ ละเลียดชิม เลาะเลม ดูดเม้มริมฝีปากบนและล่างของเขาอย่างกระตือรือร้นปนตื่นเต้น ก่อนจะส่งลิ้นนุ่มออกมาเลียไล้แผ่วหวิวจนคนได้รับการเยียวยาครางกระหึ่มด้วยความถูกใจ พอทนไม่ไหว ก็ส่งลิ้นอุ่นนุ่มออกมาเกี่ยวกระหวัด สำรวจกันและกันอย่างไม่มีใครยอมใคร.... สัมผัสความหวานล้ำ ดื่มด่ำ หลงวนอยู่กับความฉ่ำชื้นแสนหวานปานน้ำผึ้งนานตราบเท่าที่ต้องการ จนกระทั่งร่างเล็กสั่นระริกอ่อนระทวย นอนซบร่างแกร่งหนาอย่างคนหมดแรงเมื่อเขาพลิกตัวลงรองรับ โอบกอดเอาไว้แน่นหนาราวกับกลัวว่าเธอจะหนีจาก
สำหรับทิพย์วารีแล้ว เจ้าชายทาริซ วัฟซาลัม อิสมาอีล อาห์เม็ด อุมัร เปรียบดั่งแผ่นฟ้ากว้างใหญ่ สูงไกลสุดเอื้อมถึง แต่เธอจะทำเช่นไร เมื่อฟ้าที่คิดว่าสูงสุดเอื้อม อยากหลอมรวมดวงใจให้แผ่นฟ้าจรดผืนน้ำ...ตลอดไป ------------------ “คนเราถ้าลองได้รักใครสักคน เวลามันไม่สำคัญไปกว่าเรารู้ว่าใจของเราคิดและรู้สึกอย่างไรหรอก...รักก็คือรัก แค่ได้มองสบตา เราก็รู้แล้วว่าใช่ และเราก็ไม่ควรถามหาเหตุผลกับความรักด้วย เพราะเมื่อไหร่ที่เราถามหานั่นหมายความว่าใจของเราเริ่มไม่มั่นคง และเราก็จะไม่มีทางได้คำตอบจากมัน เพราะเราจะคอยหาเหตุผลนั่นนี่มาเข้าข้างตัวเองจนลืมฟังเสียงของหัวใจ...สำหรับเราสองคน ถึงเราเพิ่งรู้จักกัน แต่ผมก็อยากให้น้ำเชื่อใจผม ว่าผมจะไม่เปลี่ยนใจไปจากน้ำแน่ เพราะผมถูกสอนมาตลอดชีวิตว่าเมื่อไหร่ที่ผมเอ่ยคำพูดใดออกไป นั่นหมายความว่ามันจะต้องเป็นไปตามนั้น เพราะฉะนั้นถ้าผมไม่มั่นใจผมจะไม่พูดเด็ดขาด....ผมบอกว่าจะรอ จะให้โอกาสน้ำก็จริง แต่ผมก็จะไม่อยู่เฉย ถ้าหากว่ามีคนอื่นเข้ามาในชีวิตของน้ำ แล้วเวลาไม่กี่วันที่น้ำว่า ผมก็ได้แสดงตัวตนที่แท้จริง และเปิดเผยทุกอย่างกับน้ำจนหมดเปลือก....ถึงตอนนี้ ก็อยู่ที่น้ำแล้ว ว่าจะกล้าวางชีวิตและหัวใจให้ผมดูแลหรือเปล่า” “...ช่วยกอดหน่อยสิคะ” “หือ?”
ชารีฟ อิสมาอีล อาห์เม็ด อุมัร กิวาซ ถูกภรรยาขอหย่าเพราะไม่สามารถมีลูกได้ แต่เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งกลับทำให้เขารู้สึกสะกิดใจเข้าอย่างจัง เขาก็เลยต้องหาทางพิสูจน์... ไม่ใช่กับใครที่ไหน แม่ของหนูน้อยแชรีที่หน้าตาถอดแบบมาจากเขาราวกับแกะนั่นแหละ! -------------- “คุณว่ามันเป็นเรื่องน่าอายไหม ที่ผู้ชายคนหนึ่งรู้ว่าตัวเองเป็นหมัน” “เป็นหมัน!” เสียงแหบแห้งเพราะโดนพิษไข้เล่นงานอุทานออกมาเสียงดังเท่าที่จะดังได้ หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นนั่งจ้องหน้าเขาหน้าตื่น เขาแข็งแรง แข็งแกร่ง สมบูรณ์ไปหมดทุกสัดส่วน และเขาก็เป็นผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อเหลาและรูปร่างสวยงามมาก แต่พระเจ้า! เขาบอกว่าเขาเป็นหมัน หมายความว่าจะไม่ใครสามารถสืบต่อกรรมพันธุ์แสนเพอร์เฟกต์นี้ได้อีกต่อไปแม้กระทั่งลูกของเธอ ที่เธออุตส่าห์หมายหมั้นปั้นมือ และเลือกเฟ้นมาแล้วเป็นอย่างดีว่าจะต้องเป็นเขา “อย่ามองผมแบบนี้ แล้วก็ไม่ต้องสงสารผมด้วย” ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจในยามจ้องมองทำให้ชายหนุ่มต้องเอาตัวหญิงสาวลงนอนพิงอกกว้างอีกครั้ง “ทำไมคะ” “ที่ผมเป็นหมันน่ะเหรอ” “ค่ะ” “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะผมเคยประสบอุบัติเหตุก็เป็นได้” “คุณพูดเหมือนไม่มั่นใจ” หญิงสาวท้วง “แล้วใครเป็นคนบอกคุณคะ” “ผมถูกภรรยาขอหย่าเพราะว่าไม่สามารถมีลูกได้ และหมอก็ยืนยันแบบนั้น” “คุณแต่งงานแล้ว” “เคยแต่ง แต่ตอนนี้เราหย่ากันแล้ว” ชารีฟบอกไม่เดือดร้อน “เพราะว่าคุณไม่สามารถมีลูกได้แค่นั้นเองเหรอคะ” ชาลินีเหมือนจะลืมเรื่องของตัวเองไปชั่วคราว เมื่อรู้เรื่องของเขา เขาถามว่าน่าอายไหม สำหรับเธอมันไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย แต่น่าสงสารมากกว่า ผู้ชายที่เพียบพร้อมเพอร์เฟกต์ขนาดนี้ถูกภรรยาขอหย่าเพียงเพราะว่าไม่สามารถมีลูกได้ แล้วแบบนี้จะเรียกว่าความรักและการร่วมชีวิตได้อย่างไร "เพราะแบบนี้ผมถึงบอกว่าคุณสบายใจได้ คุณไม่มีทางท้องแน่นอน” เขาย้ำถึงความเป็นจริง โดยไม่เห็นว่าหญิงสาวหน้าซีดเพียงใดเมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากของเขา ไม่มีอะไรให้สงสัยอีกต่อไป... เธอเสียตัวฟรีแน่แล้ว!!
"หนูดีเกลียดพี่ธิษณ์" "ไม่จริงหรอก พี่รู้ว่าในโลกใบนี้จะหาใครที่รักพี่ได้เท่าหนูดีไม่ดีอีกแล้ว" คนรู้ใจบอกอย่างรู้แจ้งเห็นจริงให้คนได้ครอบครองหัวใจพูดอะไรไม่ออก "นาทีนี้พี่ตามใจหนูดีทุกอย่างนั่นแหละ หนูดีจะว่าพี่รักพี่หลงไม่ลืมหูลืมตา หรือจะมองว่าพี่ไม่มีเหตุผล เป็นคนเห็นแก่ตัว หรือว่าเอาแต่ใจยังไงก็ได้ แต่พี่ไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว พอกันทีกับความทรมานที่ผ่านมา" พิมดาวพูดอะไรไม่ออกอีกครั้งเมื่อคู่หมั้นจัดเต็มและจริงจังกับการเปิดเปลือยความรู้สึกมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา จากที่โกรธที่ไม่พอใจก็กลายเป็นว่าต้องเก็บคำพูดของเขามาคิด แล้วเธอล่ะ ต้องการอะไร
สัญญาในวัยเด็กนำเขาและเธอกลับมาเจอกันอีกครั้ง "นี่ยายฟันกระต่าย หัดเป็นคนคิดมากตั้งแต่เมื่อไหร่หือ...ทีแต่ก่อนขี่คอผมชมสวนทุกวัน ไม่เห็นจะคิดมากเลย" เขาจงใจเท้าความหลังให้อีกฝ่ายเกิดปฏิกิริยา "...ก็ตอนนั้นยังเด็กไง" "อ้อ! ตอนนี้โตแล้ว มีตัวเลือกเยอะ ก็เลยจะถีบหัวส่งเพื่อนวัยเด็กอย่างผม" คีรินทร์จงใจใช้คำพูดยั่วยุเต็มที่ ขณะที่หัวใจก็รู้สึกสดชื่นกระชุ่มกระชวยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ชีวิตของเขาจากนี้คงจะหายเหงาไปเยอะเลยล่ะ หากได้ปะทะคารมกับยายฟันกระต่ายทุกวัน ซุปเปอร์สตาร์คนดังคิดอย่างครึ้มใจ
"ลิลลี่เป็นผู้หญิงนะคะ แล้วก็เป็นสาวแล้ว จะให้เที่ยวมานอนบ้านผู้ชายได้ยังไง" โรมต้องยิ้มบ้าง ไม่ได้เอะใจเลยว่าฝ่ายนั้นกำลังกระตุ้นเตือนตนกลายๆ ว่าให้เขามองเธอเป็นผู้ใหญ่เสียที "พี่ก็ไม่ได้ว่ายังไม่เป็นสาว" ก็เพราะว่าเธอโตเป็นสาวสวยแล้วนี่แหละ จากความเอ็นดูในหัวใจมันถึงได้กลับกลายเปลี่ยนแปลงเป็นความทรมานแทน ที่ได้แต่แอบรัก และเฝ้ามองดอกลิลลี่แสนสวยเติบโตขึ้นทุกวันๆ หลังจากเลี้ยงต้อยเธอด้วยสายตามานานปี
เซี่ยอวี๋อันชอบเฟิงจี้หานตั้งแต่เด็ก งานแต่งงานที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อมานานถึงสามปี แต่เมื่อใกล้ถึงวันแต่งงาน เขากลับพารักแรกกลับ เซี่ยอวี๋อันรู้ดีว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ความรักที่เกิดจากการอยู่ด้วยกันนานๆ การเคารพกันและกัน ทุกอย่างก็แค่การเสแสร้งเท่านั้น เธอตัดสินใจปล่อยมือ ปล่อยเขาไป ในขณะเดียวกันก็ปล่อยตัวเองไปด้วย แต่เมื่อเธอยื่นเอกสารหย่าให้ เขากลับคลั่ง "เซี่ยอวี๋อัน ทำหน้าที่คุณนายเฟิงให้ดี ไม่ต้องคิดเรื่องหย่าเลย" เซี่ยอวี๋อันหัวเราะ "เฟิงจี้หาน ฉันไม่ต้องการอะไรแล้ว รวมถึงนายด้วย"
ครอบครัวเสิ่นเลี้ยงดูเซี่ยซางหนิงเป็นเวลา 20 ปี และเธอเองก็ถูกเอาเปรียบมาเป็นเวลา 20 ปีเช่นกัน วันหนึ่ง พวกเขาตามหาลูกสาวตัวจริงพบ และเซี่ยซางหนิงก็ถูกไล่ออกจากตระกูลเสิ่น ได้ยินมาว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอกำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนัก แต่ความเป็นจริง พ่อแม่ทางสายเลือดของเธอเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองไห่ เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดที่ตระกูลเสิ่นไม่สามารถเอื้อมถึงได้ ตระกูลเสิ่นที่คอยดูว่าเซี่ยซางหนิงจะต้องตกอับอย่างน่าสมเพช แต่กลับต้องตกตะลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับตัวตนของเซี่ยซางหนิง ผู้มีอิทธิพลในการเงินระดับโลก วิศวกรระดับแนวหน้า นักแข่งรถอันดับหนึ่งของโลก... เธอยังมีความสามารถที่ซ่อนอยู่อีกกี่อย่างกันแน่ คู่หมั้นยกเลิกการหมั้นกับเซี่ยซางหนิง อย่างไรก็ตาม เมื่อเซี่ยซางหนิงไปออกเดทกับพี่ชายฝาแฝดของเขา เขากลับปรากฏตัวขึ้นและสารภาพรักกับเธอ
เขาถูกใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ เพราะเหตุนี้จึงทำให้เขาค้นพบความจริงบางอย่างและต้องใช้สาวน้อยคนนี้แก้แค้นใครบางคน เธอต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ตนเองไม่ได้ก่ออย่างปฏิเสธไม่ได้ ทั้งแม่ ทั้งพ่อ ทั้งเขา!...
เพราะอุบัติเหตุในวัยเยาว์ครั้งนั้นทำให้เธอต้องเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของมาเฟียอารมณ์ร้ายเอาแต่ใจคนนี้… “พี่จะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ เราเป็นพี่น้องกันนะ” “เสียใจด้วย ฉันไม่เคยเห็นเธอเป็นน้องสาว แล้วตอนนี้ฉันก็จะเอาเธอทำเมียด้วย”
หนานอันพริตตี้สาวสู้ชีวิตอายุยี่สิบปีแอบชอบผู้ชายคนหนึ่งอย่างหนักและอยากได้เขามาเป็นแฟนใจจะขาด แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเธอ หญิงสาวได้ไปดูดวงแม่หมอคนนั้นจึงบอกให้เธอมาขอพรที่ศาลเจ้าเล็ก ๆ ในอำเภอแห่งหนึ่งที่ห่างไกลเพื่อให้เธอสมหวังและต้องไปในวันที่ฟ้ามืดที่สุดของเดือนในอีกสองวันข้างหน้าถึงจะเห็นผล หนานอันเชื่อแม่หมอเพราะอยากได้ผัว เธอจึงไม่รอช้ารีบคว้ากระเป๋าเป้เดินทางมายังศาลเจ้าทันที เมื่อหนานอันเข้าไปภายในศาลเจ้าก็พบว่า มีสตรีสูงวัยคนหนึ่งอายุราวหกสิบกว่าปีกำลังกวาดศาลเจ้าอยู่ ...... "ได้ของสิ่งนี้ไปต้องสมหวังอย่างแน่นอน" คุณยายพูดพร้อมกับรอยยิ้ม น้ำเสียงนี้ฟังดูเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง หนานอันยิ้มให้คุณยายจู่ ๆ ขนแขนของเธอก็ตั้งชันขึ้นมา เธอกำลังจะลุกขึ้นในตอนนั้นก็เกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา หนานอันหวีดร้องด้วยความตกใจทว่าเมื่อหันไปมองคุณยายเธอไม่เห็นแม้แต่เงาแล้ว หนานอันประหลาดใจมากร้องเรียกคุณยายอยู่หลายคำ แต่ว่าในตอนนี้เธอก็ไม่มีเวลาให้คิดสิ่งใดแล้วเพราะเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อฟ้าผ่าลงมาที่ศาลเจ้าเข้าอย่างจังหนานอันที่อยู่ด้านในจึงถูกฟ้าผ่าไปด้วยและสติดับวูบลงไปทันใด ไม่รู้ว่านานเท่าใดที่หนานอันตกอยู่ในความมืดมิด และเมื่อเธอตื่นขึ้นมาทุกอย่างรอบกายของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY