ลูกชายของฉันไม่ใช่แค่รู้เห็น แต่เขากำลังเชียร์ให้คนใหม่มาแทนที่ฉัน ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบของฉันเป็นเรื่องโกหก และฉันก็เป็นแค่ตัวตลกในเรื่องนี้
แล้วข้อความจากทนายคนหนึ่งใน Pantip ก็จุดไฟขึ้นในซากปรักหักพังของหัวใจฉัน “รวบรวมหลักฐาน แล้วเผาโลกทั้งใบของมันให้เป็นจุล”
นิ้วของฉันนิ่งสนิทขณะพิมพ์ตอบกลับ
“บอกมาเลยว่าต้องทำยังไง”
บทที่ 1
อลิสา วงศ์วิวัฒน์ POV:
เบาะแสแรกที่บ่งบอกว่าชีวิตอันสมบูรณ์แบบในหมู่บ้านจัดสรรของฉันเป็นเรื่องโกหกที่สร้างขึ้นอย่างประณีต ไม่ใช่คราบลิปสติกหรือกลิ่นน้ำหอมที่ไม่คุ้นเคย แต่มันคือข้อความ iMessage ที่สว่างวาบขึ้นมาอย่างใสซื่อบน iPad ที่ใช้ร่วมกันในครอบครัว
ฉันกำลังทำความสะอาดหลังอาหารเย็น กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดกลิ่นเลมอนยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ อาร์ม สามีสถาปนิกชื่อดังของฉัน กำลังไปดูงานที่เชียงใหม่ ส่วนเจมส์ ลูกชายวัยสิบหกของเรา ควรจะอยู่ข้างบนเพื่ออ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย บ้านทั้งหลังเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องล้างจานที่ดังหึ่งๆ อยู่เบาๆ
ฉันหยิบ iPad จากเคาน์เตอร์กลางครัว ตั้งใจจะเช็คสภาพอากาศสำหรับวิ่งตอนเช้า แต่การแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นมาแล้ว เป็นข้อความพรีวิวที่ทำให้อากาศในปอดของฉันเย็นยะเยือก
จากเบอร์ที่ไม่รู้จัก: เมื่อคืนมันบ้ามาก หยุดคิดถึงห้องที่โรงแรมไม่ได้เลยนะ คุณติดค้างรอบสองกับฉัน...เร็วๆ นี้ด้วย ตามด้วยอีโมจิหน้าขยิบตา หยดน้ำ แล้วก็...มะเขือยาว
หัวใจฉันเต้นรัวอยู่ในอกเหมือนนกที่ตื่นตระหนกและหาทางออกไม่เจอ
ความคิดแรกของฉัน ซึ่งเป็นสัญชาตญาณของคนเป็นแม่ พุ่งตรงไปที่เจมส์ ลูกชายของฉัน ลูกชายที่น่ารัก บางครั้งก็บึ้งตึง แต่ท้ายที่สุดก็เป็นเด็กดี เขากำลัง...ไปยุ่งกับใครอยู่หรือเปล่า ใครบางคนที่แก่กว่า ความคิดนั้นเหมือนถังน้ำโคลนเย็นๆ ที่ถูกสาดใส่หัวฉัน คำว่า ‘ห้องที่โรงแรม’ มันฟังดูเป็นผู้ใหญ่และน่ารังเกียจเหลือเกิน
ฉันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้บาร์ ขาอ่อนแรงกะทันหัน เจมส์เป็นเด็กดี แต่เขาก็อายุสิบหก เด็กผู้ชายวัยสิบหกมักทำอะไรโง่ๆ ตามแรงขับของฮอร์โมน ในหัวฉันวาดภาพผู้หญิงแก่กว่าที่จ้องจะจับเด็กจากร้านหนังสือที่เขาทำงานพาร์ทไทม์
ฉันต้องการคำปรึกษา แต่ฉันคุยกับเพื่อนไม่ได้ มันน่าอายเกินไป รู้สึกเหมือนเป็นความล้มเหลวของตัวเอง ฉันจึงทำในสิ่งที่คนสิ้นหวังในยุคดิจิทัลทำกัน ฉันหันไปพึ่ง Pantip
ฉันเจอกระทู้ในห้องชานเรือนที่ฉันแอบเข้าไปอ่านคำแนะนำเรื่องการรับมือกับลูกวัยรุ่นอยู่เป็นครั้งคราว ฉันใช้แอคหลุม ตั้งกระทู้เล่าสถานการณ์ นิ้วสั่นขณะพิมพ์ ฉันเล่าแบบคลุมเครือ
“เจอข้อความสยิวในอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันค่ะ สงสัยว่าลูกชาย (16) น่าจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมกับคนที่แก่กว่า ในข้อความพูดถึง ‘ห้องที่โรงแรม’ ด้วย ตอนนี้กลัวมาก ไม่รู้จะเริ่มคุยกับลูกยังไงดี ขอคำแนะนำด้วยค่ะ”
ความคิดเห็นหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่แสดงความเห็นใจ แนะนำวิธีคุยกับลูกไม่ให้เหมือนกล่าวหา เป็นคำแนะนำมาตรฐานในเว็บบอร์ดสำหรับพ่อแม่
แล้วความคิดเห็นหนึ่งก็กระแทกเข้ามาในความรู้สึกของฉันอย่างจัง
สมาชิกหมายเลข 4815162342: “เดี๋ยวนะคะ คุณแม่คิดว่าเป็นลูกชายเหรอคะ”
ฉันกะพริบตามองหน้าจอ นั่นหมายความว่ายังไง ก็ต้องเป็นลูกชายสิ จะเป็นใครไปได้อีกล่ะ
ฉันพิมพ์ตอบกลับด้วยความรู้สึกปกป้องตัวเอง “ใช่ค่ะ แล้วจะเป็นใครได้อีกล่ะคะ”
ผู้ใช้อีกคน ชื่อ ‘คุณแม่สายดาร์ก’ เข้ามาเสริม “ลองอ่านข้อความอีกทีดีๆ ค่ะ การใช้คำ ‘คุณติดค้างรอบสองกับฉัน’ ฟังดูเหมือนวัยรุ่นพูดเหรอคะ หรือฟังดูเหมือนคนที่ชอบควบคุมมากกว่า”
ห้องทั้งห้องพลันรู้สึกเย็นลง ฉันเลื่อนกลับขึ้นไปอ่านกระทู้ของตัวเอง อ่านคำที่ฉันพิมพ์ซ้ำอีกครั้ง คุณติดค้างฉัน...
ความคิดเห็นที่ 3: “แล้วเรื่องโรงแรมด้วยค่ะ โรงแรมส่วนใหญ่ต้องใช้บัตรเครดิตแล้วก็ต้องอายุเกิน 20 ถึงจะเช็คอินได้ เด็กอายุ 16 ที่ได้เงินเดือนจากร้านหนังสือจะไปเปิดห้องโรงแรมเพื่อพลอดรักได้เหรอคะ”
ลมหายใจฉันสะดุด ไม่ ไม่ได้หรอก บัตรเดบิตของเจมส์มีวงเงินจำกัดแค่วันละพันห้า ซึ่งฉันเป็นคนตั้งเอง เขายังบ่นเรื่องนี้ไม่หยุด เขาจะซื้อน้ำอัดลมในโรงหนังยังต้องโดนบ่นเลย นับประสาอะไรกับห้องโรงแรม
ในหัวฉันมีแต่ความคิดปฏิเสธ มันไร้สาระสิ้นดี พวกเขาเป็นคนแปลกหน้าบนอินเทอร์เน็ตที่กำลังสร้างเรื่องเพ้อเจ้อ
แต่เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยได้ถูกหว่านลงแล้ว มันเป็นเมล็ดพันธุ์พิษเล็กๆ แต่ก็เริ่มแตกหน่อแล้ว ความคิดเห็นยังคงหลั่งไหลเข้ามา เป็นตรรกะที่เย็นชาและหนักแน่นซึ่งค่อยๆ กะเทาะโลกที่ฉันสร้างขึ้นอย่างสวยงามให้พังทลาย
“จขกท. คะ ในบ้านมีผู้ชายคนอื่นอีกไหม”
คำถามนั้นค้างอยู่บนหน้าจอ เหมือนคำกล่าวหาที่หยาบคาย นิ้วของฉันลอยอยู่เหนือคีย์บอร์ด
อาร์ม
อาร์มของฉัน ผู้ชายที่ชงกาแฟมาให้ฉันบนเตียงทุกเช้า ผู้ชายที่นิตยสารยกย่องว่าเป็นสามีและพ่อในอุดมคติ เป็นสถาปนิกผู้มีวิสัยทัศน์ที่ยังหาเวลาไปดูการแข่งขันฟุตบอลของลูกชายได้เสมอ ผู้ชายที่ฉันรักมาตลอดยี่สิบปี
ความคิดนี้มันน่าหัวเราะจนฉันเกือบจะหลุดขำออกมา เป็นเสียงหัวเราะที่ขมขื่นและว่างเปล่า
แต่กระทู้ใน Pantip กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาเอง พวกนักสืบไซเบอร์กำลังต่อจิ๊กซอว์ที่ฉันไม่เคยรู้ว่ามีอยู่จริง
แล้วความคิดเห็นยอดนิยมก็ปรากฏขึ้น ความคิดเห็นที่ทำให้พื้นใต้เท้าฉันหายวับไป
ทนายไข่ดาว: “จขกท. ครับ แล้วอีโมจิมะเขือยาวล่ะครับ นั่นไม่ใช่แค่สยิวนะ แต่มันมักจะใช้กับ...ยาเพิ่มสมรรถภาพสำหรับผู้ชาย โดยเฉพาะยาเม็ดสีฟ้า เด็กอายุ 16 ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยานั่นเลย แต่ผู้ชายวัย 40 ที่พยายามจะตามเด็กสาวให้ทันน่ะ...”
หน้าจอพร่ามัว เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ เป็นความเย็นที่ค่อยๆ คืบคลานจากปลายนิ้วไปทั่วทั้งร่าง ไวอากร้า ยาเม็ดสีฟ้า อีโมจิมะเขือยาว
มันเป็นไปไม่ได้
อาร์ม
ภาพตรงหน้ากลับมาชัดเจนอีกครั้ง พร้อมกับความกระจ่างใหม่ที่น่าสะพรึงกลัว ความไร้สาระแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวที่ข้นคลั่กและจุกคอ ท้องไส้ฉันปั่นป่วน ฉันรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงจนต้องเกาะขอบเคาน์เตอร์ไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองงอตัวลง
เขาอยู่เชียงใหม่ ฉันบอกตัวเอง เขาไปประชุม
เสียงประตูหน้าเปิดทำให้ฉันสะดุ้ง เสียงกุญแจกระทบกันในถ้วยใส่ของข้างประตู
“สา พี่กลับมาแล้ว! เซอร์ไพรส์!”
เสียงของอาร์ม อบอุ่นและคุ้นเคย ดังก้องมาจากโถงทางเข้า เขากลับมาก่อนกำหนดหนึ่งวัน
เขาเดินเข้ามาในครัว ใบหน้าหล่อเหลาของเขาปรากฏรอยยิ้มกว้างที่มีเสน่ห์ เขายังสวมชุดเดินทาง เป็นเบลเซอร์สั่งตัดกับกางเกงยีนส์ราคาแพง ภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบของผู้ชายที่ประสบความสำเร็จกลับสู่บ้านที่สมบูรณ์แบบของเขา
“พี่เคลียร์งานเสร็จเร็ว เลยอดใจรอเจอสองคนที่พี่รักที่สุดไม่ไหว” เขาพูด พลางวางกระเป๋าเอกสารลงแล้วดึงฉันเข้าไปกอด เขามีกลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงและกลิ่นจางๆ ที่ปลอดเชื้อของเครื่องบิน เขาจูบที่กลางศีรษะฉัน “คิดถึงนะ”
เขาผละออก รอยยิ้มของเขาจางลงเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของฉัน “เฮ้ เป็นอะไรรึเปล่า หน้าซีดเหมือนเห็นผีเลย”
เขาชูกล่องเล็กๆ สวยหรูจากร้านช็อกโกแลตชื่อดังในเชียงใหม่ “พี่ซื้อดาร์กช็อกโกแลตคาราเมลของโปรดมาฝากด้วยนะ”
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย ดวงตาสีน้ำตาลอบอุ่นคู่เดิมที่มองฉันข้ามโต๊ะอาหารมานับพันครั้ง ดวงตาของสามีฉัน พ่อของลูกฉัน
คนโกหก
ฉันฝืนยิ้มออกมาอย่างอ่อนแรง รู้สึกว่าใบหน้าตัวเองแข็งทื่อและแปลกแยก “แค่...เหนื่อยน่ะค่ะ วันนี้ยาวนานมาก”
เขาวางกล่องช็อกโกแลตลงบนเคาน์เตอร์แล้วโอบแขนรอบตัวฉันจากด้านหลัง วางคางลงบนไหล่ฉัน สัมผัสของเขาที่เคยเป็นความสบายใจ ตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนกรงขัง “น่าสงสารจัง งั้นขึ้นไปแช่น้ำอุ่นสิ เดี๋ยวข้างล่างพี่จัดการเอง เดี๋ยวพี่ขึ้นไปนวดหลังให้ด้วย” เขารู้ใจฉัน เขารู้ดีว่าต้องพูดอะไร
ฉันปล่อยให้เขากอดฉันอีกครู่หนึ่ง เป็นการทดสอบครั้งสุดท้ายที่สิ้นหวัง ฉันเอนศีรษะพิงอกเขา จังหวะการเต้นของหัวใจเขาเป็นเสียงกลองที่สม่ำเสมอและหลอกลวงอยู่ด้านหลังฉัน
“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันกระซิบ พลางผละตัวออกมาก่อนที่ฉันจะแตกสลาย “ดีใจที่คุณกลับมาแล้ว”
เขาบีบไหล่ฉัน การแสดงของเขายอดเยี่ยมไร้ที่ติ “ไปเถอะน่า พี่ขอร้อง เดี๋ยวพี่ขึ้นไปทักเจมส์เอง”
ขณะที่เขาเดินขึ้นบันไดไป ฉันเดินไปที่กระเป๋าเอกสารของเขาที่วางทิ้งไว้ข้างเคาน์เตอร์ มือฉันสั่น ฉันรู้สึกผิด รู้สึกละอายใจในความหวาดระแวงของตัวเอง นี่คืออาร์ม อาร์มของฉัน
เขาเคยยื่นโทรศัพท์ให้ฉันตอนขับรถกลับจากสนามบินครั้งหนึ่ง ตอนที่แบตฉันหมด “ใช้ของพี่สิที่รัก เช็คอะไรก็ได้เลย” เขาไม่มีอะไรต้องปิดบัง โทรศัพท์ของเขาเหมือนหนังสือที่เปิดกว้าง มีแต่อีเมลเรื่องงานกับข้อความจากแม่ของเขา
ฉันบังคับตัวเองให้หยุด ฉันกำลังหวาดระแวง กลายเป็นบ้าเพราะพวกเกรียนคีย์บอร์ด
ฉันตัดสินใจจะจัดกระเป๋าให้เขา เป็นหน้าที่ของภรรยาทั่วไป เป็นหนทางที่จะทำให้รู้สึกปกติอีกครั้ง ฉันหิ้วกระเป๋าเดินทางของเขาเข้าไปในห้องซักรีด ฉันรูดซิปช่องหลัก ดึงเสื้อเชิ้ตกับชุดสูทของเขาออกมา กลิ่นโคโลญจน์ที่คุ้นเคยของเขาฟุ้งไปทั่วห้องเล็กๆ
แล้วฉันก็รูดซิปช่องด้านหน้า
มือของฉันสัมผัสกับอะไรบางอย่างเล็กๆ สี่เหลี่ยม เป็นซองฟอยล์
ฉันดึงมันออกมา
โลกของฉันหยุดหมุน
มันคือซองถุงยางอนามัย ยี่ห้อหรู ราคาแพงลิบลิ่วที่เขาไม่เคยใช้กับฉัน และฉันก็ตระหนักขึ้นมาพร้อมกับคลื่นความคลื่นไส้ระลอกใหม่ว่ามันเป็นยี่ห้อเดียวกับที่ฉันเคยเจอตกอยู่ที่ก้นตะกร้าผ้าของเจมส์เมื่อเดือนก่อน แล้วก็ปัดความคิดนั้นทิ้งไปว่าเป็นแค่การทดลองของวัยรุ่น
เข่าฉันอ่อนแรง ฉันทรุดลงกับพื้น ซองฟอยล์เย็นเฉียบอยู่ในฝ่ามือ ห้องหมุนคว้าง อากาศทั้งหมดถูกดูดออกจากปอดของฉัน ความคิดเห็นใน Pantip ดังก้องอยู่ในหัว ผู้ชายวัย 40 ที่พยายามจะตามเด็กสาวให้ทัน...
ชิ้นส่วนต่างๆ เข้าที่ด้วยเสียงดัง ‘คลิก’ ที่น่าสะอิดสะเอียนและเป็นที่สิ้นสุด
ไม่ใช่เจมส์
มันไม่เคยเป็นเจมส์เลย
มันคือสามีของฉัน
โทรศัพท์ของฉันที่วางทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์สั่นขึ้นมา การแจ้งเตือนใหม่จาก Pantip ฉันคลานไปหามัน ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
เป็นข้อความส่วนตัวจาก ‘ทนายไข่ดาว’
“ผมเป็นทนายความคดีหย่าร้างนะครับ ถ้าสัญชาตญาณของคุณบอกว่าเป็นสามี ก็จงเชื่อมัน และถ้าใช่ อย่าเพิ่งเผชิญหน้ากับเขา รวบรวมหลักฐาน แล้วเผาโลกทั้งใบของมันให้เป็นจุล”
สายตาของฉันคมชัดขึ้น ความคลื่นไส้ลดลง ถูกแทนที่ด้วยความสงบนิ่งเยือกเย็น น้ำตาที่กำลังจะไหลรินแข็งตัวอยู่ในท่อน้ำตา
ฉันมองซองถุงยางในมือ ฉันคิดถึงลูกชายที่อยู่ข้างบน กำลังได้รับการต้อนรับจากพ่อที่หลอกลวงและเจ้าเล่ห์ของเขา ฉันคิดถึงชีวิตยี่สิบปีของฉันที่เป็นเรื่องโกหก
ฉันปลดล็อกโทรศัพท์ นิ้วของฉันนิ่งสนิทแล้วตอนนี้ ฉันกลับเข้าไปในแอป Pantip และตอบกลับทนายคนนั้น
“บอกมาเลยว่าต้องทำยังไง”