“แต่งเพราะหนี้ อยู่ต่อเพราะหัวใจ” ภควัตแต่งงานตามใจมารดา หวังบีบให้ปิ่นมุกขอหย่า แต่ยิ่งเมินยิ่งเห็นว่าเธออยู่ได้อย่างมีความสุข และทำให้ “บ้าน” อบอุ่นขึ้น จนดึงดูดเขาอย่างประหลาด
“แต่งเพราะหนี้ อยู่ต่อเพราะหัวใจ” ภควัตแต่งงานตามใจมารดา หวังบีบให้ปิ่นมุกขอหย่า แต่ยิ่งเมินยิ่งเห็นว่าเธออยู่ได้อย่างมีความสุข และทำให้ “บ้าน” อบอุ่นขึ้น จนดึงดูดเขาอย่างประหลาด
1
เสียงพิธีกรบนเวทีดังกลบความคิดของปิ่นมุกไปชั่วขณะ
“เชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวตัดเค้กค่ะ”
แสงแฟลชพร่างพรายราวฝนดาวตก ทุกสายตาที่หันมามองทำให้เธอยิ้ม ยิ้มตามมารยาทที่ฝึกซ้อมหน้ากระจกในห้องน้ำมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยิ้มที่ไม่โชว์ฟันมากเกินไป และไม่ทำให้แก้มสั่นไหวจนเห็นความประหม่า
ชายหนุ่มข้างกายสูงใหญ่และมีกลิ่นน้ำหอมเรียบหรู เขาคือภควัต เจ้าบ่าวของเธอในนาม แผนการที่เธอจำต้องยอมรับเพื่อแลกกับสิ่งหนึ่ง การปลดหนี้ให้ครอบครัว
“วางมือแบบนี้ครับ” เสียงเขาเรียบแต่สุภาพ กระนั้นก็ห่างไกลจากคำว่าอ่อนโยน มือแกร่งจับมือเธอไปวางบนด้ามมีดเงินงดงาม ก่อนที่มือของเขาจะซ้อนทับลงมา
“ค่ะ” ปิ่นมุกตอบรับสั้น ๆ
เค้กสามชั้นถูกกรีดผ่านภายใต้ฝ่ามือที่มิได้เกี่ยวข้องกันด้วยความรัก หากแต่เกี่ยวพันกันด้วยข้อตกลงและการคำนวณเรื่องผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง ภควัตสบตาเธอเพียงครู่ น้อยเกินกว่าจะจับความหมาย แล้วหันไปยิ้มให้แขกโต๊ะหน้าอย่างเป็นมิตร สมบทบาททายาทตระกูลใหญ่ที่คุ้นตาผู้คน
คุณหญิงกมลวรรณยืนอยู่หน้าลานดอกไม้ แววตาปลื้มปริ่มมีความสุข
“สวยมากลูก แม่ดีใจเหลือเกิน” ท่านเอ่ยเมื่อทั้งคู่เดินมารับคำอวยพร
“ขอบพระคุณค่ะคุณแม่” ปิ่นมุกไหว้และยิ้มหวาน เธอตั้งใจเรียกแม่ของเขาว่า ‘คุณแม่’ อย่างที่ซักซ้อมไว้ แม้เนื้อเสียงจะยังเขินอาย
ภควัตยืนสงบ ไม่ท้วงติง ไม่กล่าวเสริม เขาเพียงพยักหน้ารับคำอวยพรจากผู้ใหญ่ทั้งหลายอย่างสุภาพ ฉากในฝันของคุณหญิง สำเร็จหมดทุกอย่าง พิธีแต่งงานสมฐานะ ลูกสะใภ้มีดีกรีการศึกษาดี ประวัติดี ไม่ขัดหูขัดตาในสังคม เว้นเพียงสิ่งเดียวที่ไม่มีใครล่วงรู้ นั่นคือหัวใจของเจ้าบ่าวที่ยังคงตั้งกำแพงสูงเสียดฟ้า
บนโต๊ะเคียงเวที ศิตาหญิงสาวในชุดเดรสตัวสั้นสีงาช้าง แอบยกแก้วแชมเปญดื่มพลางคลี่ยิ้มมุมปาก ริมฝีปากแดงสดกระซิบกับเพื่อนสนิท
“ผู้หญิงคนนั้น เชื่อเถอะ อยู่ได้ไม่นานหรอก” เธอเผยยิ้มยามมองคู่บ่าวสาว รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความหมายที่ยากจะเข้าใจ
พิธีการดำเนินไปจนกระทั่งดอกไม้ช่อสวยของเจ้าสาวลอยผ่านเพดานโถงจัดเลี้ยงไปตกอยู่ในมือสาวน้อยคนหนึ่ง เสียงหัวเราะปรบมือดังระงม ปิ่นมุกผ่อนลมหายใจยาว เหมือนอุโมงค์แสงที่ยาวนานกำลังสิ้นสุดลงที่ประตูห้องแต่งตัว
“เหนื่อยไหม” เสียงภควัตดังขึ้นขณะเจ้าหน้าที่กำลังจัดการถอดเวลออก
เธอชะงักนิดหนึ่ง ก่อนหันไปสบตา
“นิดหน่อยค่ะ”
“รถจะออกแล้ว เดี๋ยวคุณแม่รอ”
คำว่า “คุณแม่” ทำให้เธอตั้งสติขึ้นมาอีกครั้ง บทบาทของเธอในครั้งนี้คือทำให้คุณหญิงกมลวรรณสบายใจ และทำให้ครอบครัวของเธอ บิดาของเธอกำลังจมอยู่กับกองเอกสารหนี้ ให้ท่านได้หายใจสะดวกขึ้น เธอไม่ลืมเหตุผลนั้นแม้แต่วินาทีเดียว
เรือนหอของตระกูลภควัตตั้งอยู่บนเนินสูงที่มองเห็นแม่น้ำได้จากระเบียงห้องนั่งเล่น ผนังกระจกสะท้อนแสงไฟเมือง กลายเป็นทะเลดาวในยามค่ำคืน หรูหรา สงบ และเงียบเหงาอย่างน่าประหลาด
คุณหญิงกมลวรรณเดินชมด้วยความชอบใจ
“แม่ให้ตกแต่งห้องของหนูมุกไว้เรียบร้อยแล้ว เฟอร์นิเจอร์เลือกให้ใช้งานง่าย ถ้าอยากเปลี่ยนอะไรบอกแม่ได้เลยนะลูก”
“ขอบพระคุณค่ะ” ปิ่นมุกยิ้ม แววตาขอบคุณนั้นจริงใจ เธอเคยอาศัยในห้องเช่าเล็ก ๆ ที่ต้องวางเตียงชิดผนังเพื่อให้มีทางเดิน พอมาเห็นห้องนอนใหม่ที่มีกลิ่นหอมอ่อนของดอกพุด เธออดรู้สึกอบอุ่นไม่ได้
ภควัตยืนมือซุกกระเป๋ากางเกง สูทถูกปลดกระดุม เขามองทุกอย่างเหมือนคนมองฉากหนึ่งในโรงภาพยนตร์ เรื่องที่ตนมีบทแต่ไม่อยากเล่น
“ค่ำมากแล้ว พักผ่อนเถอะ” เขาหันไปบอกมารดา
คุณหญิงฯ พยักหน้า แล้วย้ำกับปิ่นมุกอย่างเอ็นดู
“ถ้าขาดเหลืออะไรบอกแม่ได้ทุกเมื่อนะจ๊ะ”
“ค่ะคุณแม่”
รถของคุณหญิงเคลื่อนลับหลังรั้ว เงียบงันในทันที เหลือเพียงเสียงลมกระทบยอดจามจุรีและจังหวะหัวใจของคนสองคนที่ยืนอยู่ในโถงหรู
ภควัตเป็นฝ่ายพูดก่อน
“คุณคงเหนื่อย ผมจะให้แม่บ้านพาขึ้นห้อง”
“ค่ะ” ปิ่นมุกตอบรับอย่างสุภาพ
เขาหยุดตรงเชิงบันได ชั่ววินาทีนั้นแววตาเขาฉายประกายบางอย่างคล้ายลังเล ก่อนจะจางหายไป
“ผมจะไปนอนที่คอนโด ช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่ง ถ้าคุณต้องการอะไร บอกเลขาของผม เขาจะจัดการ
ให้ทั้งหมด” คำพูดนั้นเป็นดั่งกระดิ่งเล็ก ๆ ที่ดังเตือนให้เธอรู้ว่า ข้อตกลงเริ่มทำงานแล้ว ปิ่นมุกไม่ได้อยากรั้งใคร เธอยิ้มบาง ๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้”
ภควัตเหลือบตามอง ไม่ใช่สายตาแข็งกร้าว หากเป็นสายตาที่มองเห็นคนตรงหน้าเป็นสมการหนึ่ง เรียบง่าย จัดการได้ ไม่วุ่นวาย ดีต่อการรักษาระยะ
“ขอบคุณที่เข้าใจ” เขาพยักหน้า แล้วเดินผ่านเธอไปทางประตูโรงรถโดยไม่แตะต้อง
แม่บ้านสูงวัยชื่อสาย ซึ่งคุณหญิงไว้ใจ เข้ามายิ้มให้เจ้านายสาว
“เชิญคุณมุกค่ะ ห้องอยู่ปีกตะวันออก วิวดีมาก รับรองนอนหลับสบาย”
“ขอบคุณค่ะป้า” ปิ่นมุกยิ้มอ่อนหวาน
ห้องปีกตะวันออกตามคำบอกเป็นอย่างที่ป้าสายว่าจริง ๆ เปียโนสีขาวตั้งอยู่ริมกระจก ผ้ามู่ลี่เนื้อดีประดับงดงาม เธอวางช่อดอกไม้ลงบนโต๊ะ แล้วถอดรองเท้าส้นสูงออก ความปวดหนึบที่ปลายหายไป
‘ฉันตัดสินใจแล้ว’ เธอทบทวนกับตัวเองในความเงียบ ‘แต่งเพื่อปลดหนี้ แต่งเพื่อให้พ่อกับแม่อยู่ได้อย่างสงบ ต่อจากนี้ ใช้ชีวิตของเราให้ดีที่สุด’
"มะนาว" นักศึกษาสาวปีสามผู้ฉลาดแกมโกง คิดว่าตัวเองเอาตัวรอดเก่ง แต่เมื่อหัวใจดันตกหลุมรัก "พี่ธันวา" รุ่นพี่ปีสี่สุดหล่อ สุขุม และเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่า เธอจึงต้องวาง "แผน" เพื่อให้ได้ใกล้ชิดเขา แต่ทุกครั้งที่คิดจะเหนือกว่า กลับกลายเป็นว่าเธอตกหลุมพรางหัวใจของเขาซะเอง เกมนี้ไม่มีใครแพ้ เพราะสุดท้ายความรักที่มีแผนซ่อนอยู่ก็คือความรักที่ทำให้ทั้งคู่ยิ้มได้ จะหลอกล่อหรือจะวางแผนยังไงก็ไม่พ้น…เพราะพี่เขาวาง "แผนรัก" รออยู่แล้ว
การแก้แค้นที่แท้จริง เหมือนประโยคที่ว่า... "สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร"
1. เจ้าสาวส้มหล่นของท่านประธานพันล้าน เธอ…หญิงสาวธรรมดาผู้มีหัวใจกล้าหาญ อาสากู้ภัย ช่วยชีวิตชายแปลกหน้ากลางเหตุอุบัติเหตุโดยไม่รู้เลยว่า…เขา คือประธานหนุ่มพันล้าน ผู้เย็นชา สุขุม และเป็นชายที่เธอจะต้องผูกพันไปตลอดชีวิต ค่ำคืนหนึ่งที่ผับ…เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทำให้ชีวิตของทั้งสองพันเกี่ยวกันแน่น จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักที่ไม่อาจย้อนกลับ จาก "ประธานผู้ทรงอิทธิพล" กลายมาเป็น "คนรัก" ที่พร้อมดูแลเธอและครอบครัว จากหญิงสาวธรรมดา กลายเป็น "ภรรยาส้มหล่น" ที่หัวใจของเขายกให้ทั้งดวง แต่เส้นทางนี้ไม่ได้มีเพียงความหวาน ยังมีไฟริษยา ความแค้น และบททดสอบมากมายรออยู่ข้างหน้า ความรักของเขาและเธอจะก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปได้หรือไม่ มาร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวสุดฟินจิกหมอนที่ทั้งหวาน ซึ้ง เข้มข้น และอบอุ่นหัวใจ 2. หลงใหล เขาหลงรักเธอตั้งแต่วันแรกที่เห็น...จากเด็กสาวผู้ยิ้มสดใสผู้รับทุนการศึกษา กลายเป็นหญิงสาวแสนอบอุ่นที่เข้ามาเติมเต็มหัวใจของเขาในรีสอร์ทกลางขุนเขา ธาวิน ชายหนุ่มเจ้าของรีสอร์ทผู้แอบมอบทุนให้เธอมานานแรมปี นลินฉัตร หญิงสาวธรรมดาที่ไม่เคยรู้เลยว่าผู้ชายคนหนึ่งแอบมองเธอมาตลอดด้วยความรัก เมื่อโชคชะตาพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง ในสถานที่ที่โอบล้อมด้วยสายหมอกและกลิ่นดอกไม้ หัวใจสองดวงที่เคยห่างไกล... กลับเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอีกครั้งอย่างอบอุ่นและอ่อนหวาน บางที... ความรักที่แท้จริงอาจไม่ต้องการคำสัญญาใหญ่โต แค่ใครสักคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างเข้าใจ และมอบ "รีสอร์ทกลางใจ" ไว้ให้ดูแล... ตลอดชีวิต 3. เพลิงพ่ายรัก เมื่อ "เพลิงฟ้า" ชายหนุ่มผู้เย็นชาและเคยผิดหวังจากความรัก ต้องมาเจอกับ "รดา" พยาบาลสาวแสนซื่อ ที่คุณย่าของเขารับเข้ามาดูแลในบ้าน เพียงแรกพบสบตา เขากลับจดจำเธอได้ในฐานะ "ผู้หญิงของเพื่อน" หญิงสาวที่เขาเคยเชื่อว่าเสแสร้งและหวังจับคนรวย! ความเข้าใจผิดในวันนั้น กลายเป็น "เพลิงแค้น" ที่เขาเผาตัวเองให้มืดมิด แต่ยิ่งได้ใกล้ ยิ่งได้เห็น เขากลับพบว่าเธอไม่ใช่อย่างที่คิด เธอคือคนที่มีหัวใจอ่อนโยน ซื่อสัตย์ และยอมเสียสละเพื่อคนอื่นจนหมดสิ้น จากความรังเกียจ กลายเป็นความห่วงหา จากความเข้าใจผิด กลายเป็นความรักที่ไม่อาจปฏิเสธ เมื่อหัวใจของเพลิงฟ้า "พ่าย" ให้กับผู้หญิงที่เขาเคยดูแคลน ความรักจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางเงาแห่ง
เมื่อหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ต้องเข้าไปอยู่ในบ้านของคนแปลกหน้า และกลายเป็น น้องสาว ของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง... ความลับ ความใคร่ และพันธะที่ไม่มีใครเลือกได้ ก่อเกิดเป็นความสัมพันธ์ต้องห้าม ที่ไม่มีใครห้ามหัวใจตนเองได้อีกต่อไป เขา คือพายุ ชายหนุ่มเจ้าอารมณ์ที่ไม่เคยยอมรับใคร เธอ คือพลอยชมพู เด็กสาวที่อยากให้แม่มีชีวิตใหม่ที่ดี แต่เมื่อโลกใบใหม่กลับกลายเป็นคุกทอง และเขาคือผู้กักขัง...เธอจะหนีไปได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจของเธอ...กำลังถูกพันธนาการไว้ด้วยความรัก
บนเกาะเงียบสงบที่ทอดตัวอยู่กลางทะเลใต้ คือพื้นที่ต้องห้ามของความปรารถนาที่ไม่มีใครล่วงรู้... สิบปีที่เขาเฝ้ารอนับจากวันที่ส่งเธอไปเรียนในเมือง ด้วยเงื่อนไขที่ไม่มีใครรู้ สิบปีที่ไฟราคะสุมอยู่ในใจของ "นายหัวคณิน" ผู้ชายที่เธอเคยเรียกว่า พ่อเพื่อน และเมื่อ "ไหมแก้ว" หวนกลับคืนสู่เกาะที่เคยจากไป เธอไม่อาจคาดคิดเลยว่าตัวเองไม่ได้กลับมาในฐานะ ลูกสาวของคนรู้จัก แต่กลับถูกเรียกว่า "เจ้าสาวที่เขาเลี้ยงไว้เพื่อเป็นของเขาเพียงคนเดียว" ระหว่างคำว่าบุญคุณ กับความปรารถนาอันร้อนแรง ระหว่างคำว่าเจ้าของ กับความรักที่ถูกปลูกฝังผ่านวันเวลา เธอจะหนี... หรือจะยอมจำนนให้หัวใจและร่างกายถูกผูกไว้กับผู้ชายที่รักเธอจนยอมทิ้งทั้งโลกเพื่อแลกกับแค่เธอเพียงคนเดียว...
บิดามารดามีฐานะลำบาก ตอนแรกเธอคิดจะหลอกเขา เพื่อหวังเงิน และหลอกผู้ชายคนอื่นแบบนี้ แต่เชียรไม่ใช่หมูในอวยให้เธอหลอกเล่นได้ง่าย ๆ เพราะเขาเอาจริง เธอไม่เอาเขาไม่เป็นไร แต่เขาพร้อมเอาเธอทุกที่ ทุกเวลาที่ต้องการ
แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"
หลีย่างอยู่กับฟู่เฉิงโจวเป็นเวลาสี่ปี แต่เขาไม่เคยแสดงให้คนอื่นเห็นว่าเธอเป็นคนสำคัญ ทว่เขาแค่รู้จักกับเย่เซี่ยจูได้ไม่ถึงเดือน ก็ประกาศสถานะของเธอจากแฟนสาวไปเป็นคู่หมั้นอย่างเปิดเผย ฟู่เฉิงโจวให้ความรักและเกียรติทั้งหมดแก่เย่เซี่ยจู โดยบอกว่าเธอเป็นคนสะอาดบริสุทธิ์ ไม่เหมือนกับหลีย่าง หลีย่างไม่ได้ร้องไห้หรือโวยวาย เธอเก็บของเงียบๆ เตรียมตัวที่จะออกจากชีวิตของเขา แต่เมื่อชายคนนั้นตื่นขึ้นมา ฟู่เฉิงโจวกลับเสียสติ เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดและดิ้นรนสุดชีวิต “คิดจะกลับไปหาคนรักเก่าหรือ? ชาตินี้ก็อย่าหวังเลย! “หลีย่าง เธอเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น!”
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
"นางเป็นบุตรีผู้สูงศักดิ์ของฮูหยินเอกของจวนเสนาบดี นางมีหน้าตาโดดเด่น ทั้งอ่อนโอนและมีน้ำใจไมตรีต่อผู้อื่น แต่... นางทำดีต่อป้าของนาง นางกลับฆ่าแม่ของนางตาย นางรักเอ็นดูน้องสาวของนาง แต่น้องสาวกลับแย่งสามีของนางไป นางคอยสนับสนุนและดูแลสามีของนางอย่างสุดหัวใจ แต่สามีกลับทำให้นางตายทั้งกลม...ตระกูลฝ่ายมารดาของนางก็ถูกประหารชีวิตทั้งตระกูลด้วย นางตายตาไม่หลับและสาบานว่าหากมีชาติหน้า นางจะไม่เมตาตาต่อใครอีก ใครก็ตาม กล้ามาทำร้ายข้า ข้าจะล้างแค้นด้วยชีวิตทั้งตระกูลของพวกเจ้า เมื่อเกิดใหม่อีกครั้ง นางอายุได้สิบสี่ปี นางสาบานว่าจะต้องเปลี่ยนชะตากรรมและแก้แค้นชาติก่อน ป้านางใจ้ร้าย นางจะใจร้ายกลับยิ่งกว่านาง นางคิดจะได้ครองตำแหน่งฮูหยินงั้นเหรอ บอกเลยไม่มีทาง! ส่วนน้องสาวชอบผู้ชายชั่ว ๆ นักไม่ใช่หรือ ได้!ข้าจะยกให้เลย ส่วนชายชั่วนั่น ข้าจะทำให้เจ้าไม่สามารถมีทายาทได้อีกตลอดทั้งชาติ!แต่ข้าจะแก้แค้น เหตุใดเจ้าต้องมาช่วยข้าด้วย?"
ซูหลีพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาใจตระกูลซูมาตลอดห้าปี แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อคำใส่ร้ายของน้องสาวเพียงคำเดียว เรื่องที่ซูหลีเป็นคุณหนูปลอมก็ถูกเปิดเผย ทำให้คู่หมั้นทิ้งเธอ เพื่อนๆ ก็ห่างเหิน และพี่ชายขับไล่เธอออกจากบ้าน บอกให้เธอกลับไปหาพ่อแม่ชาวนาของเธอ ในที่สุดซูหลีก็สิ้นหวังและตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลซู ยึดความช่วยเหลือทุกอย่างคืนและไม่อดทนอีกต่อไป แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าชาวนาที่พี่ชายพูดถึงนั้นกลับกลายเป็นตระกูลลั่วผู้มั่งคั่งที่สุดในประเทศ ในคืนเดียวเธอเปลี่ยนจากคุณหนูตัวปลอมที่ถูกทุกคนรังเกียจเป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีที่มีพี่ชายสามคนที่รักเธอ พี่ชายคนโตที่เป็นผู้บริหารใหญ่“เลิกประชุม จองตั๋วเครื่องบินกลับประเทศ ฉันอยากดูสิว่าใครกล้าแกล้งน้องสาวฉัน” พี่ชายคนที่สองที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยมระดับโลก“หยุดการวิจัย ฉันจะไปรับน้องสาวกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ” พี่ชายคนที่สามที่เป็นนักดนตรีระดับโลก “เลื่อนคอนเสิร์ต ไม่มีอะไรสำคัญเท่าน้องสาวของฉัน” จู่ๆ คนทั้งเมืองจิงก็ต้องตกใจช็อก ตระกูลซูเสียใจจนสุดขีด คู่หมั้นก็กลับมาขอคืนดี ผู้คนที่มาขอจีบเธอก็แห่กันมาถึงหน้าบ้าน ไม่ทันที่ซูหลีจะตอบสนอง ตระกูลชือซึ่งเป็นตระกูลสูงสุดในเมืองจิงและมีตำแหน่งสูงสุดในกองทัพเรือ ก็เสนอใบสมรสให้เธอ ทำให้เธอกลายเป็นคนดังในสังคมชั้นสูง!
เมื่อนางย้อนยุคกลายเป็นพระชายาคังที่ถูกขังอยู่ในโรงขังคนบ้า เพิ่งมาถึงฉินเซิงก็กำจัดคนสองคนที่ต้องการทำร้ายนาง นางบุกเข้าไปในงานแต่งงานของคู่รักชั่วชาสองคนนั้นในชุดแดง นางหยิ่งผยองและยั่วยุ ทำให้ชายชั่วโกรธจนกัดฟันแน่นแต่กลับทำอะไรไม่ได้ และหญิงร้ายนั้นก็เกลียดชังอย่างมากทว่าเอาคืนไม่ได้ ท่านอ๋องจิ้นได้เห็นสถานการณ์ทั้งหมดนี้ เขาโค้งงอริมฝีปาก สตรีนางนี้ช่างแตกต่างจากคนอื่นจริงๆ ถูกใจเหลือเกิน เขาจะเอาชนะใจนางและให้ชีวิตที่ดีแกนาง
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY