ถ้าคุณเปิด Google แล้วพิมพ์คำว่า “วิธีไม่ตกหลุมรักไกด์สาวในปารีส”... คุณจะไม่เจอคำตอบและ Luc Morel ก็รู้ดีว่าทันทีที่เขาเห็นหญิงสาวในเสื้อโค้ตสีแดง ผู้ถือป้ายทัวร์พร้อมรอยยิ้มสุดแพรวพราวเขารักเธอทันที
ถ้าคุณเปิด Google แล้วพิมพ์คำว่า “วิธีไม่ตกหลุมรักไกด์สาวในปารีส”... คุณจะไม่เจอคำตอบและ Luc Morel ก็รู้ดีว่าทันทีที่เขาเห็นหญิงสาวในเสื้อโค้ตสีแดง ผู้ถือป้ายทัวร์พร้อมรอยยิ้มสุดแพรวพราวเขารักเธอทันที
ไกด์สาวสายเฟียส ปารีสก็ยังต้องยอม
“Bonjour, mes chéris! ยินดีต้อนรับสู่ปารีส เมืองแห่งความรักและการเดินเยอะมากจนขาจะหลุด”
เสียงหัวเราะดังขึ้นจากนักท่องเที่ยวประมาณสิบกว่าคนที่ยืนล้อมเธออยู่หน้าโบสถ์ Notre-Dame
คามีย์ ดูบัวส์ ไกด์สาววัย 27 ปี ผมบ็อบสีน้ำตาลเข้ม ใส่เสื้อโค้ตสีแดงสดที่โดดเด่นท่ามกลางนักท่องเที่ยว พูดได้สามภาษา ถามมาตอบได้หมด ยกเว้น “เมื่อไหร่จะมีแฟน?”
“อย่าคาดหวังกับ Wi-Fi ที่นี่นะคะ เพราะมันจะทำให้คุณคิดถึงอดีตสมัยใช้ BBM โดยไม่มีเหตุผล”
เธอยิ้ม ขณะที่ยกป้ายกลุ่มขึ้นเหนือหัว
เสียงหัวเราะมาอีกระลอก พร้อมการหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายเธอเหมือนเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์ก
และในกลุ่มนั้น...มีชายคนหนึ่งที่ไม่ได้หัวเราะ แต่กำลังจ้องเธออยู่เงียบๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปาก
เขาชื่อ ลุค โมแรล หนุ่มนักเขียน/บล็อกเกอร์ท่องเที่ยวจากฝรั่งเศสตอนใต้ มาปารีสครั้งแรกในรอบสิบปี และครั้งนี้…เขาไม่ได้อยากดูหอไอเฟล แต่เหมือนอยากดูผู้หญิงถือป้ายทัวร์มากกว่า
“คุณนี่ไกด์เหรอ?” เขาถามเมื่อมีโอกาสแทรกตัวเข้าไปใกล้
“เปล่าค่ะ ฉันแค่ชอบยืนถือป้ายกับพูดมากต่อหน้าคนแปลกหน้าเป็นงานอดิเรก” คามีย์ตอบหน้าตาย ก่อนหันกลับไปพูดกับกลุ่ม “เดินตามฉันไปทางขวานะคะ ใครเดินช้ากว่าปารีเซียงในวันฝนตกจะถูกทิ้งไว้กับนกพิราบ”
“ผมเดินไว ถ้าจูงมือคุณนะ” ลุคพูดเบาๆ
คามีย์หันขวับ “คุณเป็นนักเขียนแน่เลย ประโยคเสี่ยงโดนตบระดับ 8/10 แบบนี้น่าจะมีสกิลภาษาอยู่บ้าง”
“ระดับ 10 คืออะไร?”
“ขอเบอร์ไกด์ต่อหน้ากลุ่มทัวร์ค่ะ”
คามีย์มองเขาอีกครั้ง เขาสูงกว่าที่คิด ใส่แจ็กเก็ตหนัง รองเท้าผ้าใบ และมีกล้องคอมแพคคล้องคอ ดูเป็นคนที่รักการเดินทางแต่ขี้เกียจวางแผนตรงข้ามกับเธอโดยสิ้นเชิง
“คุณชื่ออะไรคะ?” เธอถาม
“ลุค โมแรล”
“ชื่อดูเป็นพระเอกนวนิยายมาก”
“แล้วคุณล่ะ?”
“คามีย์ ดูบัวส์”
ลุคยิ้ม “แล้วคุณรู้ไหม…ว่าคำว่า ‘ดูบัวส์’ แปลว่า ‘จากป่า’ ”
“อืม แล้ว?”
“คุณอาจมาจากป่า…แต่น่าจะทำให้หัวใจผมหลงทาง”
คามีย์กลอกตา “โอเคค่ะ นักท่องเที่ยวเบอร์ 9 ขอให้เตรียมตัวโดนล้อไปทั้งทัวร์เลยนะคะ”
พวกเขาเริ่มเดินทัวร์กันผ่านถนน Saint-Michel แสงแดดอ่อน ๆ ในวันนั้นสะท้อนกระจกตึกเก่าแก่ในละแวกนั้น
คามีย์อธิบายประวัติศาสตร์ยุคกลาง พร้อมโยงเข้ามุกทันสมัย เช่น...
“ที่นี่เคยเป็นตลาดกลางของชาวปารีเซียงในศตวรรษที่ 14 ซึ่งก็แปลว่า...มีโอกาสสูงมากที่ใครบางคนจะโดนขโมยขนมปังแบบเดียวกับใน TikTok ตอนนี้ค่ะ”
เสียงฮาตามมาอีกระลอก
ส่วนลุค…ไม่ได้ฟังเนื้อหาประวัติศาสตร์แม้แต่ครึ่งเดียว
เขากำลังจด “ประโยคฮาที่น่าจะใช้จีบเธอวันหลัง” ลงในสมุดเล่มเล็กของเขาอย่างตั้งใจ
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของทัวร์ที่ควรเป็น “แค่การเดินชมเมือง”
แต่กลับกลายเป็นการเดินทางของหัวใจ...ที่อาจไม่มีแผนที่นำทางเลยสักนิด
โรงเรียนมัธยมปลายโยชิโนะในเช้าวันจันทร์ฮารุวิ่งกระหืดกระหอบเข้าห้องเรียนพร้อมขนมปังในปากแบบที่เห็นได้ตามสูตรพระเอกมังงะแต่สิ่งที่เขาสะดุดไม่ใช่ขนมปัง แต่เป็นสายตาขวาง ๆ ของชายคนหนึ่ง
ในโลกของคนที่มีหัวใจ ‘ไร้รัก’ การครอบครองคือวิธีเดียวที่จะผูกมัดเธอไว้ข้างกาย แม้จะต้องใช้ความแค้น…แม้จะต้องทำให้เธอเกลียดเขาก็ตาม
แสงแดดอ่อนยามสายลอดผ่านกระจกสูงของตึกสำนักงานหรูใจกลางเมือง ‘คิรัน’ เจ้าของใบหน้าคมเข้มในชุดสูทเทาเข้มเนื้อดี นั่งพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ด้วยท่าทางสบายๆ ขณะจิบกาแฟจากถ้วยพอร์ซเลนราคาแพง เขายังคงเป็นผู้ชายในฝันของใครหลายคนทั้งพนักงานในบริษัท ทั้งผู้หญิงนอกบริษัท และแม้แต่ในงานสังคมระดับสูง หล่อ รวย เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆ ของประเทศ แถมยังมีประวัติรักๆ เลิกๆ ที่ยาวเป็นหางว่าว แต่ถึงอย่างนั้น ไม่มีใครเข้าใกล้หัวใจของคิรันได้เลยสักคน ไม่ใช่เพราะเขาไร้หัวใจ…แต่เพราะเขา “ไม่คิดจะยกมันให้ใคร” จนกระทั่ง...วันนี้ “คุณคิรันคะ พนักงานใหม่ที่คุณสั่งให้ขึ้นมารายงานตัวด้วยตัวเอง...มาถึงแล้วค่ะ” เสียงเลขาส่วนตัวเอ่ยขึ้นพร้อมเคาะประตูเบาๆ “เข้ามาได้เลย” ชายหนุ่มตอบเรียบๆ ก่อนจะหันกลับไปมองวิวเมืองจากกระจกใส เขาจิบกาแฟต่อด้วยสีหน้าไม่แยแส เขาจำชื่อเธอได้ลางๆ จากโปรไฟล์ ‘มินนี่’...เด็กสาวจากบ้านรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่พ่อแม่เขาเคยอุปถัมภ์ไว้เมื่อสิบปีก่อน เขาไม่ได้เจอเธอมานานนับสิบปี รู้แค่ว่าเธอขยันเรียนจนได้ทุนไปต่างประเทศ และเพิ่งกลับมาทำงาน เด็กคนนั้นโตพอจะมาทำงานในบริษัทของเขาแล้วจริงๆ หรือ? เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้น และเมื่อประตูเปิดออก คิรันหันกลับมาอย่างไม่คาดหวังอะไรเป็นพิเศษ แต่ภาพที่เห็นทำให้ปลายนิ้วเขาหยุดนิ่งอยู่ที่ขอบถ้วยกาแฟ หญิงสาวตรงหน้ามีผิวขาวอมชมพู ผมยาวสีน้ำตาลเข้มถูกมัดรวบไว้หลวมๆ ใบหน้าหวานซ่อนความมั่นใจ และดวงตาที่ทั้งใสและนิ่งในเวลาเดียวกัน ไม่ใช่เด็กสาวตัวเล็กในชุดนักเรียนที่เขาเคยจำได้อีกต่อไป “สวัสดีค่ะ พี่คิรัน...ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ” เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่สดใส คิรันชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเขา…เหมือนสะดุดไม่ใช่เพราะเธอสวย ไม่ใช่เพราะเธอดูโตเป็นผู้หญิงเต็มตัว แต่เพราะคำว่า “พี่คิรัน” จากปากเธอ มันกระแทกหัวใจเขาอย่างจัง เขาไม่เคยถูกใครเรียกแบบนี้ แล้วใจเต้นแรงขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆ “โตจนฉันจำไม่ได้แล้วนะ...มินนี่” เขายิ้มบาง แต่แววตากลับหลบเลี่ยงสายตาเธออย่างไม่รู้ตัว ขณะเดียวกัน หญิงสาวที่ชื่อมินนี่ ก็กำลังเก็บอาการไม่ให้ใจเต้นแรงไปกว่านี้ เธอเตรียมตัวมาพบเขาแล้ว…ชายหนุ่มที่เคยเป็น “พี่ชายบุญธรรม” และครั้งหนึ่ง เคยเป็นรักแรกแสนเงียบของเธอ เธอเติบโตขึ้นมาแล้วและเขา...ก็ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปเธอรู้ดีว่าโลกของเขาเต็มไปด้วยผู้หญิงมากหน้าหลายตา แต่เธอไม่คิดจะเข้าไปยุ่ง ไม่คิดจะหวั่นไหว …ทว่าหัวใจไม่ใช่สิ่งที่สั่งได้ และบางครั้งการกลับมาของใครบางคน อาจทำให้ทุกอย่างที่เคยแน่นอน…เริ่มสั่นคลอน
"เกมโกงมาเฟียซ่อนรัก"เมื่อเกมแห่งอำนาจไม่มีที่ว่างให้กับความรู้สึก แต่มาเฟียหนุ่มผู้แสนเย็นชา กลับต้องเดิมพันหัวใจกับศัตรูที่ไม่เคยพ่ายแพ้
ในโลกที่ถูกขับเคลื่อนด้วยอำนาจและเงินตรา หัวใจกลับกลายเป็นเครื่องเดิมพันที่ล้ำค่าที่สุด เมื่อเธอหญิงสาวผู้ไม่เคยข้องเกี่ยวกับอาณาจักรเงามืด ถูดึงเข้าสู่เกมอันตรายของมาเฟียผู้เย็นชาและไร้หัวใจ เมื่อเขาบุรุษที่วางกลลวงเป็นอาวุธ ต้องเผชิญกับความรู้สึกที่ไม่เคยคาดคิด ระหว่างเล่ห์เหลี่ยมและความจริง ระหว่างภารกิจและความรู้สึก หัวใจของพวกเขาจะเลือกอะไร
เดิมทีนางเป็นทายาทของตระกูลแพทย์เทพ แต่จู่ๆ นางก็กลายเป็นบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีที่พ่อไม่สนใจใยดีและแม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังนางยังเด็ก ในวันที่นางย้อนยุค นางถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่สังหารฮูหยินจวนโหว นางพยายามพลิกผัน พลิกสถานการณ์ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง นางคิดว่าภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นจบลงแล้ว แต่นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางจะต้องเผชิญคือเหวอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นถึงบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีกลับมีอันตรายอยู้รอบตัวมากมาย ทุกคนก็รังแกนางได้ พ่อไม่สนใจนางจะเป็นหรือจะตาย แม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่สนุกกับการทรมานนาง คู่หมั้นชั่วร้ายของนางอยากจะใช้นางเป็นประโยชน์เพื่อขึ้นไปที่สูง และแม้แต่น้องชายแท้ๆ ของนางยังทรยศนาง นางจึงเริ่มต่อสู้กับคนเจ้าเล่ห์ ข่มเหงแม่เลี้ยงของนาง และดูแลน้องชายและน้องสาวของนาง ดังนั้นนางวางแผนที่จะเล่นงานผู้ชายชั่ว เอาคืนแม่เลี้ยง และแก้แค้นน้องๆ ระหว่างที่นางแก้แค้นนั้น นางมีชีวิตที่มีความสุข แต่กลับไม่รู้ว่าไปยั่วยุคนใหญคนหนึ่งเข้าเมื่อไร เมื่อนางจะทำเรื่องไม่ดีหรือฆ่าคน เขาก็ช่วยนางหมด ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ที่ถามออกมาว่า "ท่าน แม้ว่าข้าจะทำลายโลกที่ไม่มความยุติธรรมนี้ ท่านก็จะช่วยข้าเช่นกันหรือ" เขาทำหน้าใจเย็น "ตราบใดที่เจ้าอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าจะเป็นโลกใบนี้ ข้าก็สามารถให้เจ้าได้"
เซี่ยอวี๋อันชอบเฟิงจี้หานตั้งแต่เด็ก งานแต่งงานที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อมานานถึงสามปี แต่เมื่อใกล้ถึงวันแต่งงาน เขากลับพารักแรกกลับ เซี่ยอวี๋อันรู้ดีว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ความรักที่เกิดจากการอยู่ด้วยกันนานๆ การเคารพกันและกัน ทุกอย่างก็แค่การเสแสร้งเท่านั้น เธอตัดสินใจปล่อยมือ ปล่อยเขาไป ในขณะเดียวกันก็ปล่อยตัวเองไปด้วย แต่เมื่อเธอยื่นเอกสารหย่าให้ เขากลับคลั่ง "เซี่ยอวี๋อัน ทำหน้าที่คุณนายเฟิงให้ดี ไม่ต้องคิดเรื่องหย่าเลย" เซี่ยอวี๋อันหัวเราะ "เฟิงจี้หาน ฉันไม่ต้องการอะไรแล้ว รวมถึงนายด้วย"
【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”
หลังจากที่แต่งงานเข้ามาในตระกูลมู่ หลินซีได้ทำหน้าที่เป็นคุณนายมู่ที่ยอมอดทนกับทุกอย่างโดยไม่ปริปากเป็นเวลาสามปี เธอรักมู่จิ่วเซียว จึงยอมอดทนดูแลเขาอย่างเต็มใจ แม้ว่าเขาจะมีคนอื่นอยู่ข้างนอกก็ตามแต่เขากลับไม่เคยเห็นค่าของเธอ เหยียบย่ำความรักของเธอให้แหลกสลาย และถึงขั้นปล่อยให้น้องสาวของเขามอมเหล้าเธอแล้วส่งไปยังเตียงของลูกค้า หลินซีนั้นถึงเพิ่งจะตาสว่างเมื่อรู้ว่าความรักที่มีมานานนั้นช่างน่าขันและน่าเศร้าในใจของเขา เธอไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้ามาเกาะเขา เธอจึงทิ้งข้อตกลงการหย่าไว้แล้วจากไปโดยไม่ลังเล มู่จิ่วเซียวมองดูเธอประสบความสำเร็จ กลายเป็นดวงดาวที่ส่องแสงในสายตาของผู้คนเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง เธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและสงบเสงี่ยม โดยมีผู้ชายที่มีฐานะสูงส่งอยู่เคียงข้าง มู่จิ่วเซียวมองดูใบหน้าของคู่แข่งหัวใจที่ดูคล้ายกับของเขามาก จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าในสายตาเธอ เขาเป็นเพียงตัวแทนของคนอื่นในมุมแห่งหนึ่ง เขาขวางทางเธอไว้ “หลินซี คุณเล่นตลกกับผมใช่ไหม”
ซ่งจิ่งถังรักฮั่วอวิ๋นเซินอย่างลึกซึ้งนานถึงสิบห้าปี แต่ในวันที่เธอคลอดลูกกลับตกอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ฮั่วอวิ๋นเซินกระซิบข้างหูเธออย่างอ่อนโยนว่า "ถังถัง อย่าฟื้นขึ้นมาอีกเลย สำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" ซ่งจิ่งถังเคยคิดว่าสามีของเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักใคร่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเขามีแต่ความเกลียดชังและใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น และลูกๆ ที่เธอเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด กลับเรียกหญิงสาวคนอื่นว่า 'แม่' ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อหน้าที่เตียงคนไข้ของเธอ เมื่อซ่งจิ่งถังฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือการตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดขาด! แต่หลังจากหย่าแล้ว ฮั่วอวิ๋นเซินจึงเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยเงาของซ่งจิ่งถัง หญิงคนนี้กลายเป็นความเคยชินของเขา เมื่อพบกันอีกครั้ง ซ่งจิ่งถังปรากฏตัวในที่ประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันมามอง หญิงคนนี้ที่เคยมีแต่เขาในใจ บัดนี้กลับไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ฮั่วอวิ๋นเซินคิดว่าเธอแค่ยังโกรธอยู่ ถ้าเขาเอ่ยปากพูดนิดหน่อย ซ่งจิ่งถังจะต้องกลับไปหาเขาแน่นอน เพราะเธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ต่อมา ในงานหมั้นของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเพ่ย เขาเห็นซ่งจิ่งถังสวมชุดแต่งงานหรูหรา ยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและกอดแน่นเพ่ยตู้พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ฮั่วอวิ๋นเซินอิจฉาจนแทบคลั่ง เขาตาแดงก่ำและบีบแก้วจนแตก เลือดไหลไม่หยุด...
หลังจากแต่งงานมาสามปี เสิ่นเนียนอันคิดว่าตนเองสามารถเอาชนะใจโฮ่วอวินโจวได้ แต่กลับพบว่าเขามีเพียงคนรักแรกอยู่ในใจ "ฉันจะปล่อยเธอไปหลังจากที่เธอคลอดลูก" ในวันที่เสิ่นเนียนอันมีปัญหาในการคลอดบุตร โฮ่วอวินโจวได้พาผู้หญิงอีกคนออกจากประเทศด้วยเครื่องบินส่วนตัว "ไม่ว่าคุณจะชอบใครก็แล้วไป สิ่งที่ฉันเป็นหนี้คุณ ฉันคืนให้หมดแล้ว" หลังจากที่เสิ่นเนียนอันจากไป โฮ่วอวินโจวก็เสียใจ "กลับมาหาฉันอีกครั้งได้ไหม"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY