เธอเป็นลูกที่พ่อแม่ไม่รัก ถูกส่งไปแต่งงานกับชายแก่ แต่โชคชะตาเล่นตลกกลับให้เธอได้แต่งงานกับชายหนุ่มหน้าตาดี ร่ำรวย แถมยังรักเธอมาก และความลับในอดีตที่ถูกกลบฝังก็ถูกเปิดเผยให้เธอได้รู้ความจริงที่ซุกซ่อนเอาไว้
เธอเป็นลูกที่พ่อแม่ไม่รัก ถูกส่งไปแต่งงานกับชายแก่ แต่โชคชะตาเล่นตลกกลับให้เธอได้แต่งงานกับชายหนุ่มหน้าตาดี ร่ำรวย แถมยังรักเธอมาก และความลับในอดีตที่ถูกกลบฝังก็ถูกเปิดเผยให้เธอได้รู้ความจริงที่ซุกซ่อนเอาไว้
“นังไหม นังไหม อยู่ไหนของมึงวะ มึงไปมุดหัวอยู่ที่ไหน” รำเพยตะโกนลั่นบ้านด้วยความโมโห
“อยู่นี่จ้ะแม่”
“มึงมามุดหัวอยู่ที่นี่เอง ปล่อยให้กูเรียกตั้งนาน นี่มึงทำอะไรของมึงอยู่ห้ะ”
“กำลังจะเตรียมกับข้าวจ้ะแม่” ใยไหมปาดเหงื่อที่ไหลหยดไปตามใบหน้าด้วยความเหนื่อยล้า ทุกวันนี้เธอต้องทำงานสายตัวแทบขาด ตั้งแต่ตีสี่ยันเที่ยงคืน หัวไม่ได้วางหางไม่ได้เว้น บางทีก็เคยคิดว่าเธอเป็นเด็กเก็บมาเลี้ยงหรือเปล่านะ ทำไมพ่อแม่ถึงไม่รักแบบนี้
“มึงนี่มันชักช้าอืดอาดยืดยาดเสียจริง นี่มันกี่โมงกี่ยามเข้าไปแล้ว มึงจะให้กูแดกข้าวตอนไหน”
“หนูรีบอยู่จ้ะแม่”
“เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ มึงไม่น่ามาเป็นลูกกูเลย” รำเพยทำท่าจะตบ ใยไหมก็รีบพาใบหน้าหนีอย่างหวาดกลัว แต่ยังไม่ทันตบ เสียงของพีระกับกานดาก็ดังเข้ามาในบ้าน ทำให้รำเพยต้องออกไปต้อนรับสามีกับลูกสาวคนเล็ก
“พี่กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ”
“จ้ะ วันนี้ซื้อเป็ดอบน้ำผึ้งเจ้าดังมาให้ด้วยนะ” พีระชูเป็ดอบน้ำผึ้งแสนอร่อยให้ภรรยาดู
“ดีจังเลยจ้ะพี่”
“หนูเรียนจบม.หกแล้วนะจ๊ะแม่ นี่เกรดของหนู หนูสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยชื่อดังได้ด้วยนะจ๊ะ” กานดายื่นใบเกรดให้มารดาดู รำเพยรับไปเปิดดูก็ตาโตยิ้มกว้างออกมาในทันที
“ลูกสาวคนสวยของแม่ทำไมเก่งแบบนี้ นี่หนูได้เกรดสี่จุดศูนย์ศูนย์เลยเหรอจ๊ะ อภิชาตบุตรจริงๆ” รำเพยโอบกอดลูกสาวเอาไว้แนบอก หัวเราะออกมาด้วยความยินดี
ใยไหมยืนดูครอบครัวที่โอบกอดกันอย่างมีความสุขแล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอก เธอก้มมองสภาพเสื้อผ้าเก่าๆ ขาด ๆ ของตัวเองแล้วรู้สึกเศร้าใจ ทุกวันนี้ไม่มีสิทธิ์ซื้อเสื้อผ้าใหม่ ต้องเอาตัวเก่าที่ขาดมาเย็บปะใหม่ ชีวิตของเธอกับกานดาต่างกันราวฟ้ากับเหว กานดาได้เรียนหนังสือโรงเรียนดี ๆ ในขณะที่เธอไม่ได้เรียนต่อ จบแค่ม.สามก็ต้องออกมาทำงานบ้านรับใช้ทุกคน ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอเป็นพี่คนโตต้องเสียสละให้น้องเรียนหนังสือ และน้องหัวดีกว่า ไม่เหมือนเธอที่สมองขี้เลื่อย เรียนไปก็เปลืองเงินเปล่า ๆ
บิดาของเธอรับจ้างทำงานทั่วไป ส่วนมารดาของเธอนั้นอยู่บ้านสบาย ๆ เพราะบิดารักมารดามากไม่อยากให้ภรรยาลำบาก จึงไม่ให้ทำงานอะไร
“นังไหม! มึงมายืนปั้นจิ้มปั้นเจ่ออะไรอยู่ตรงนี้ ไปเอาน้ำมาให้พ่อกับน้องสิ คนกลับมาเหนื่อยๆ แทนที่จะได้กินน้ำเย็นๆ โง่เสียจริง นังโง่เอ๊ย!” รำเพยที่ยิ้มร่าอยู่ดีๆ พอหันไปเห็นลูกสาวคนโตก็หน้าบูดบึ้งในทันที ใยไหมรีบลนลานไปนำน้ำเย็น ๆ มาให้บิดาและน้องสาวในทันที
กานดายิ้มร้ายก่อนจะขัดขาของพี่สาวจนล้ม แก้วน้ำแตกกระจัดกระจายไปทั่วพื้น
“นังโง่! มึงนี่ชอบทำลายข้าวของเสียจริง ๆ หาเงินก็ไม่ได้ เกาะคนอื่นกิน ยังจะทำลายข้าวของอีก” รำเพยหันขวับไปเห็นไม้กวาดก็นำมาทุบตีด้วยความโมโหในทันที
“แม่จ๋า อย่าตีหนู หนูเจ็บ อย่าตีหนู”
“นังสารเลว อารมณ์กูดีๆ มาทำให้กูอารมณ์เสีย มึงนี่มันตัวซวยจริง ๆ เรียนก็โง่ สอบก็ตก เกิดมาก็เป็นตัวซวย มึงจะไสหัวไปไหนก็ไสหัวไปเลยนังโง่”
“หนูยังทำกับข้าวอยู่นะจ๊ะแม่”
“กับข้าวที่มึงทำ มึงก็เอาไปกินเองแล้วกัน ใครจะอยากกินกับข้าวของมึงกัน ไปเลยนะ ไสหัวไปเลย” รำเพยไล่ลูกสาวคนโตด้วยความโมโห ใยไหมก็รีบวิ่งหนีไปหลังบ้านในทันที
“อย่าไปสนใจคนไร้ค่าแบบนั้นเลยลูก เดี๋ยวแม่เอาเป็ดอบน้ำผึ้งจัดใส่จานให้นะจ๊ะ หนูกับพ่อไปอาบน้ำให้ตัวเย็นแล้วเดี๋ยวมากินข้าวกัน” รำเพยพูดจบก็เดินไปทางหลังบ้าน พอเห็นกับข้าวหอมกรุ่นในครัวที่ใยไหมทำเอาไว้ก็ตักใส่จานเอาออกไปจัดโต๊ะข้างนอกทั้งหมด มีผัดผักไข่เจียวแล้วก็ผัดเผ็ดอีกอย่างนึง
ใยไหมกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิว เธอมองสามคนพ่อแม่ลูกนั่งกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย น้องสาวอาบน้ำแล้วแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านหอมกรุ่น ในขณะที่เธอไม่เคยมีเสื้อผ้าดีๆ ใส่เลย น้องสาวใช้แล้วทิ้งจนย้วยหรือขาด เสื้อผ้าพวก
นั้นจึงได้ตกมาถึงมือเธอ ด้วยประโยคเดิม ๆ ของมารดาที่ว่าเธอเป็นพี่ต้องเสียสละให้น้อง
เธอเดินเข้าไปในห้องครัวของตัวบ้าน พบว่ามีข้าวเหลืออยู่ก้นหม้อ กับน้ำผัดผักและเศษผักอีกไม่กี่ชิ้นในกระทะ ใยไหมตักข้าวที่เหลือก้นหม้อใส่ถ้วย ก่อนจะเทน้ำผัดผักกับเศษผักในกระทะใส่ถ้วยแล้วเดินไปทางหลังบ้าน
“ย่าจ๊ะ หิวหรือยังจ๊ะ” นิชาภาเป็นย่าของเธอ เป็นย่าที่บิดาไม่เคยเหลียวแล จะบอกว่าบิดารักเมียหลงเมียจนลืมแม่ก็ย่อมได้ ในบ้านหลังบ้านนี้นอกจากเธอแล้ว ก็มีย่านี่แหละที่ถูกลืม
“ไหมเหรอลูก” หญิงชราสายตาฝ้าฟางมองไม่ค่อยเห็น ท่านเดินเหินก็ไม่ค่อยสะดวกเพราะอายุมากแล้ว ต้องกระถดไปมาอยู่ในกระท่อมหลังน้อยคนเดียว ตอนหลังเธอจึงย้ายมานอนเฝ้าท่าน คอยเช็ดทำความสะอาดให้เวลาท่านขับถ่าย
1. ทาสรักคุณชายมาเฟีย เธอ... ชมพูพริ้ง คุณหนูผู้เพียบพร้อมทั้งรูปลักษณ์ ฐานะ และการศึกษา กลับต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าไปช่วยชายแปลกหน้าที่บาดเจ็บกลางตรอก ไม่รู้เลยว่าคืนนั้น จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพันธนาการหัวใจ... เขา... คมน์ เคมินธาดา มาเฟียหนุ่มทายาทธุรกิจพันล้าน ผู้ไม่เคยศรัทธาในคำว่ารัก แต่หลังจากคืนที่เธอช่วยชีวิต เขากลับนอนไม่หลับถ้าไม่มีเธออยู่ข้างกาย หนึ่งคนหนีเพราะกลัวหัวใจตัวเองจะหวั่นไหว อีกคนกลับตามตื้ออย่างแนบเนียนในชื่อของ "การทำงาน" จากผู้ช่วยจำเป็น... กลายเป็นคนที่ขาดไม่ได้ เมื่อศัตรูทางธุรกิจกลายมาเป็นคู่ชีวิต และความรักครั้งนี้ไม่ใช่แค่เกมมาเฟีย แต่คือ "ชีวิตทั้งชีวิต" ของเขา "ผมไม่ได้อยากได้คุณมาเป็นลูกน้อง ผมอยากได้คุณมาเป็นเมียต่างหาก คุณหนูชมพูพริ้ง" 2. เจ้าาสาวนิรนาม เธอ...หญิงสาวที่ยอมแต่งงานกับมหาเศรษฐีหนุ่มเพราะ โชคชะตาและหนี้สิน เขา...ทายาทหนุ่มผู้ไม่เชื่อในดวงชะตา มองว่าการแต่งงานนี้เป็นแค่เรื่องไร้สาระ แต่ใครจะรู้ว่า... เจ้าสาวที่ไร้ตัวตนในใจของเขา จะกลายเป็นคนเดียวที่เขารักหมดใจ ห้าปีแห่งสัญญาและความห่างเหิน เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ทั้งคู่ต้องกลับมาอยู่ใต้หลังคาเดียวกันอีกครั้ง หัวใจที่เคยเย็นชาเริ่มละลายลงทีละน้อย จากเจ้าสาวจำเป็น... กลายเป็น "เจ้าสาวตัวจริง" ที่เขาอยากครอบครองตลอดไป แต่เมื่อถึงวันที่เธอขอ "หย่า" เขาจึงเพิ่งรู้ว่า สิ่งที่กลัวมาตลอดไม่ใช่การแต่งงาน...แต่คือการ "เสียเธอไป" 3. เจ้าสาวอนุรักษ์ เธอ… "ศิริลดา" หญิงสาวที่ต้องแต่งงานกับคู่หมั้นซึ่งไม่เคยเจอหน้า เขา… "อนุรักษ์" ชายหนุ่มผู้สูญเสียการมองเห็นจากอุบัติเหตุ การแต่งงานที่เริ่มจาก "หน้าที่" กลับกลายเป็นเรื่องราวที่อบอุ่นที่สุดในชีวิต เพราะในความมืดที่เขาเผชิญ มีเพียงเสียงหัวเราะและมืออบอุ่นของเธอที่คอยนำทาง และในวันที่เขา "มองเห็นอีกครั้ง" เขากลับเลือกจะ "แกล้งมองไม่เห็น" เพื่อจะพิสูจน์ว่าผู้หญิงคนนี้ รักเขาจากใจจริงหรือแค่สงสาร แต่สิ่งที่เขาได้เห็น ไม่ใช่เพียง "ใบหน้า" ของเธอ หากคือ "หัวใจ" ที่สว่างกว่าทุกแสงในโลก เรื่องราวของชายตาบอดปากแข็ง กับหญิงสาวฉลาดอบอุ่น ที่คอยปราบพยศกันด้วยเสียงหัวเราะ ความห่วงใย และความรัก จะทำให้คุณยิ้ม อมยิ้ม และอบอุ่นหัวใจ "ในวันที่มืดมิด...เธอคือแสงสว่างเดียวที่เขาเห็น" "ในวันที่มองเห็น เขาก็ยังอยากมองเห็นแค่เธอคนเดียว"
"นี่เหรอลูกสาวของแก" ทศเอ่ยถามเสียงกร้าวเมื่อลูกหนี้ของเขาส่งตัวลูกสาวมาปลดหนี้ด้วยท่าทีอิดออด "ฉันขอร้องเถอะนะ อย่าทำอะไรรุนแรงกับลูกสาวของฉันเลย" ธนัชเอ่ยขอร้อง "แล้วตอนที่แกทำกับฉันกับครอบครัวของฉันล่ะ" "หมายความว่ายังไง" ธนัชเอ่ยถามอย่างตกใจ "แกยังจำเพื่อนรักที่แกทรยศได้ไหม" ทศเอ่ยถาม เพราะเขาเปลี่ยนชื่อนามสกุล ธนัชเลยไม่รู้ว่าเขาคือใคร "แก แกเป็นลูกของไอ้อัฐอย่างนั้นเหรอ" ธนัชยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ "ยังดีนะที่แกยังจำได้ว่าเคยทรยศเพื่อนของแก แสดงว่าแกยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง แม้จะแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็ตามที" "ทุกอย่างเป็นแผนการของแกอย่างนั้นเหรอ" ธนัชเอ่ยถาม "ใช่ ฉันรอวันนี้มายี่สิบกว่าปี รอเวลาที่จะได้แก้แค้นแก ฉันจะบดขยี้ลูกสาวของแกให้แหลกคามือ" ทศกระชากร่างบอบบางของน้ำรินมากอดรัดเอาไว้ หญิงสาวพยายามดิ้นรน "อย่าทำอะไรน้ำรินนะ ฉันขอร้อง" ธนัชยอมลงทุนคุกเข่าอ้อนวอน "อย่าทำอย่างนั้นเหรอ" ทศก้มลงบดจูบหญิงสาวอย่างป่าเถื่อน น้ำรินพยายามดิ้นรน แต่ไม่เป็นผล "อย่าทำอะไรลูกสาวของฉันนะ" "กระทืบมันให้ปางตายแล้วก็จับมันโยนออกไปนอกบ้าน ไม่ต้องให้มันตายหรอก แต่ให้มันไปเป็นขอทานข้างถนน" ทศสั่งเสียงกร้าว
อุบัติเหตุรถชนทำให้พี่สาวต้องตายจาก เธอจำต้องอยู่ในคราบพี่สาวฝาแฝดเพื่อให้เป็นที่รักของบิดามารดา บิดามารดาที่รักแต่พี่สาวของเธอ แต่เกลียดเธอสุดหัวใจ เพราะเธอเกิดมาแล้วทำให้พวกท่านหุ้นตก ธุรกิจย่ำแย่ แต่นั่นคงไม่เท่ากับว่า เธอไปหลงรักผู้ชายที่เคยโดนพี่สาวสลัดรัก เธอรักเขาคือเรื่องจริง แต่เขาเพียงแค่อยากแก้แค้นเธอเพียงแค่นั้น ***** ตัวอย่างบางช่วงบางตอน "พี่กรคะ ขอคุยด้วยหน่อยสิคะ" เสียงสั่นระริกเอ่ยขึ้นทางด้านหลัง กรการณ์รอเวลานี้มานานแล้ว จึงเอ่ยขอตัวจากแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดี "พี่กร มันหมายความว่ายังไงคะ" รุ้งรวิดาเอ่ยถามเสียงสั่น "ก็อย่างที่เห็น" "พี่รักเธอเหรอคะ" "มันสำคัญด้วยเหรอ" "สำคัญค่ะ เพราะระหว่างเรา ไม่สิต้องถามว่าเรื่องของเราพี่จริงจังแค่ไหน" "เราก็แค่ลองคบหากันไม่ใช่เหรอ ไปต่อไม่ได้ก็แค่ถอยห่างกันไป" "คนที่ไม่อยากไปต่อคือพี่กรฝ่ายเดียวหรือเปล่าคะ ไม่ใช่เรา" รุ้งรวิดาเอ่ยถามเสียงสั่น "แล้วแต่จะคิด" เขาตอบอย่างไม่แยแส ท่าทีรู้สึกสะใจของเขาทำให้เธอเพิ่งได้สติว่าที่แล้วๆ มา มันคือความรักจอมปลอม เต็มไปด้วยความหลอกลวงทั้งเพ "พี่มีเธออยู่แล้วเหรอคะ มีเธออยู่อีกคนทั้ง ๆ ที่เราคบกัน" "ไม่นะ เมื่อก่อนเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่พี่เพิ่งรู้ว่าเธอมีค่ามากที่สุด เลยอยากพัฒนาความสัมพันธ์จากเพื่อนเป็นคนรัก" "แล้วทำไมตอนนั้นพี่ไม่บอกกันตรง ๆ ล่ะคะ" เสียงของรุ้งรวิดาสั่นระริกยิ่งกว่าเดิมเสียอีก "ตอนนั้นพี่ยังไม่ได้คิดกับนภาแบบนั้น แต่ตอนนี้พี่เริ่มคิด กับเธอพี่คิดว่าเราก็เป็นแบบนี้ไปตลอดได้นะ เราต่างมีความสุขกันทั้งคู่" "เป็นแบบนี้ต่อไป หมายความว่าจะให้รินเป็นคนในความลับต่อไปเหรอคะ" "ถ้าเธอไม่ขัดเราก็มีกันสามคนได้นะ" เขาพูดอย่างใจร้าย ทำเอารุ้งรวิดาอึ้งไป "ทำไมพี่ใจร้ายแบบนี้" เธอเอ่ยถามเขาทั้งน้ำตา พยายามไม่ให้น้ำตารินไหลให้อับอายและโดนดูถูก แต่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งทำให้น้ำตาไหลมากยิ่งขึ้น "..." เขานิ่งไม่ตอบอะไร แต่เธอเห็นแค่ความสะใจในแววตาของเขา "พี่ทำไปเพราะอยากแก้แค้นเหรอคะ" เพิ่งสำนึกได้ก็ตอนนี้ แต่ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นถึงเพียงนี้ "ไม่ใช่ พี่ก็แค่ทำเหมือนที่เธอทำ คบกับพี่ แต่เธอก็ยังคบกับคนอื่นได้ทีละหลายๆ คน ถึงพี่จะมีนภา พี่ก็มีเธอได้ เราอยู่กันแบบนี้ได้นะ ไม่เห็นแปลก เอาเป็นว่าเธอมีปัญหาเรื่องเงินเหมือนเมื่อก่อนก็ขอพี่ได้นะ แค่ว่าเมื่อก่อนไม่ได้นอนด้วยกัน แต่ตอนนี้อาจจะต้องนอนด้วยกันบ้างเพื่อแลกกับเงินที่เสียไป พี่ก็โอเคนะ เป็นการหาความสุขใส่ตัวในรูปแบบหนึ่ง" "พี่กรคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ" รุ้งรวิดาถึงกับน้ำตาซึม เธอตกใจ เสียใจ ผิดหวัง และรู้สึกเศร้าจนหัวใจเจ็บปวดรวดร้าวไปหมด ที่ยังยืนอยู่เพราะไม่อยากล้มลงไปให้เขาเหยียบย่ำให้จมดินไปมากกว่านี้ "ใช่ ถ้าเธอไม่ติด พี่ก็ไม่ติด" เพียะ!!! เสียงฝ่ามือดังขึ้น ใบหน้าของกรการณ์หันไปตามแรงตบ "ตบนี้สำหรับที่พี่หลอกกัน รุ้งคงไม่ทำตัวแบบนั้นหรอกค่ะ รุ้งเป็นคนรักใครรักจริง ไม่มีทางใช้ผู้ชายร่วมกับใครแน่นอน" "ก็ดี คบทีละหลายๆ คน เลือกได้หรือยังล่ะว่าจะเอาคนไหน แต่อย่าให้มันรู้นะว่าเสียจิ้นให้พี่แล้ว แต่เอ๊ะ! น่าจะไม่ใช่ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์ทันสมัย บางทีที่เห็นคับๆ แน่นๆ อาจจะไม่ใช่จิ้น แต่เป็นรีแพร์ยกกระชับช่วงล่างที่หลวมโพรกไปแล้ว" แม้จะสะดุดหูกับคำว่ารุ้ง แต่จำได้ ที่เธอบอกว่าเคยใช้ชื่อนี้และมาเปลี่ยนชื่อในภายหลัง เขาจึงปล่อยผ่านไม่คิดจะสนใจ ปากคอเราะรายของเขาทำให้รุ้งรวิดาหายใจแทบไม่ออก "ทำไมพี่เลวแบบนี้" เธอสะอื้นจนตัวโยน เขาไม่ปลอบโยน ไม่รู้สึกผิดสีหน้าแลดูสะใจ ยืนดูเงียบๆ อย่างพึงพอใจ จนเธอรู้สึกโหวงในอก นี่น่ะเหรอผู้ชายที่เธอรักหมดใจ "ลาก่อนนะคะ" เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เธอควรพอแค่นี้ จะอยู่ให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีไปทำไมกัน เธอหมุนกายเดินจากมา น้ำตาร่วงพรูอีกรอบ แรกเริ่มเดิมทีเพื่อที่จะมาขอความช่วยเหลือจากเขา แต่ในตอนนี้เธอหมดหนทางแล้วนั่นเอง นอกจากเขายังจะไม่ช่วยเหลือแล้ว ยังมีแต่จะสมน้ำหน้าให้อีก
เธอแอบรักคุณอาข้างบ้าน รอคอยเขามานานหลายปี เขาบอกว่าคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน เธอเชื่อแบบนั้นสนิทใจ
เพราะเขาคิดว่าน้องสาวของเขาหนีตามน้องชายของเธอไป เขาจึงมาจับตัวเธอไปเพื่อกดดันให้น้องชายของเธอพาน้องสาวของกลับมา แถมยังบังคับให้เธอเลี้ยงหลานคนเดียวของเขาอีก แต่คนอย่างเธอหรือจะยอมให้ใครกดขี่ข่มเหงได้ง่าย ๆ ตัวอย่างบางช่วงบางตอน "นี่คุณปล่อยฉันนะ" "เธอว่าน้องสาวของฉันใจง่ายใช่ไหม" "ก็มันเรื่องจริง น้องคุณใจง่ายท้องกับใครก็ไม่รู้ มากล่าวหาน้องชายของฉัน" เธอโต้ตอบกับเขาปากคอสั่นระริก "เธอนี่มันปากดีไม่เลิก" "ฉันต้องพูด ไม่อย่างนั้นคุณก็จะเอาความผิดทั้งหมดมาโยนให้ฉันแบบนี้ น้องคุณไปนอนกับใครจนท้อง ก็ไม่รู้ แล้วคุณก็มาด่าฉัน โกรธฉัน เกลียดฉัน มันใช่เหรอ น้องคุณไปนอนกับใครฉันไม่ได้ตามไปดูใต้เตียงนะ คุณเองล่ะตามดูน้องคุณไหม ก็ไม่ได้ตาม ถ้าตามไปจริง ๆ ก็คงห้ามไม่ให้ไปเอากับใครจนท้อง" "นี่เธอ!" เวคินโกรธจนตัวสั่น "ฉันพูดเรื่องจริง" "หุบปาก!" "ทำไมถึงทำเป็นรับไม่ได้ นี่คือเรื่องจริงล้วน ๆ ฉันทำงานอยู่ดี ๆ ทำมาหากินสุจริต เลี้ยงน้องมาด้วยลำแข้ง ลำบากก็ไม่เคยบ่นเพราะพ่อแม่ตายหมด จู่ ๆ คุณก็สั่งคนไปจับตัวฉันมา จะให้ฉันรับผิดชอบยังไง ถ้าเขาไปทำอะไรกันจนท้องจริง แล้วฉันจะทำอะไรได้ ฉันไม่ใช่เหาฉลามนะ จะได้ว่ายน้ำตามไปส่องดูเขาอยู่ตลอดเวลา" "อยากตายมากนักใช่ไหม" เวคินโกรธจนตัวสั่น "ทำไม ฉันพูดเรื่องจริงทำเป็นรับไม่ได้" "เธออยากตายใช่ไหม มานี่เลย" เวคินโกรธจนตัวสั่น ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครเคยด่าว่าเขาแบบนี้มาก่อน "นี่คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ" เธอกรีดร้องอย่างตกใจ!!!
เธอยอมเป็นคู่หมั้นลับ ๆ ไม่เปิดเผยสถานะตลอดระยะเวลาสามปี เธอยอมเขาทุกอย่างเพราะความรัก แม้ปู่ของเขาจะไม่ชอบเธอก็ตามที จนกระทั่งเขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปดี เมื่อสถานะจากคู่หมั้นกลายเป็นคู่หมั้นไร้ค่าไร้ราคา ยอมทอดกายให้เขาเชยชมง่ายดาย แล้วพร้อมที่จะถูกเขี่ยทิ้งเหมือนของตาย อีกทั้งอนาคตสถานะของเธอก็คือเมียน้อยของผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ ตัวอย่างบางช่วงบางตอน "อรกลับไปก่อนได้ไหม" ปกมีสีหน้ายุ่งยากใจ ทุกอย่างกำลังจะดีอยู่แล้ว แต่อรอินกำลังจะทำให้มันแย่ลงไปอีก ทำไมนะเมื่อก่อนเธอเข้าใจอะไรง่าย ยอมเขาทุกอย่าง เขาชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ เหตุใดวันนี้เธอถึงได้ดื้อด้านพูดไม่ฟังแบบนี้ "แกตอบมันไปสิตาปกว่าแกรักมันไหม ตอบให้มันตาสว่างว่าแกรักใคร" ปกรณ์กดดันหลานชาย "พี่ยังรักอรอยู่ไหม ไม่สิ พี่เคยรักอรบ้างหรือเปล่า" เมื่อโดนคาดคั้นปกก็สติหลุด บอกให้อยู่เงียบ ๆ กลับเรียกร้องเขาจึงจำต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ "ฉันหรือจะรักเธอ โวยวายเรียกร้องอะไรไม่ทราบ ก็เห็นอยู่ว่าฉันกำลังจะแต่งงานกับน่านฟ้า" "พี่ปก!" อรอินแทบสติหลุด วูบไปทั้งอก มือเท้าเย็นเยียบไปหมด ความจริงเจ็บปวดกว่าที่จินตนาการเอาไว้เสียอีก "เธอได้ยินแล้วใช่ไหมว่าหลานชายของฉันไม่ได้รักเธอ เธอมันง่าย เขาก็คงนอนด้วยเล่น ๆ ผู้หญิงง่าย ๆ แบบเธอน่ะฉันเห็นมาเยอะแล้ว" "พี่ปกไม่เคยรักอรแล้วมานอนกับอรทำไม" อรอินร้องไห้ออกมาสะอึกสะอื้นจนตัวโยน แววตาปวดร้าวเสียใจ 000 "ขอถามคำนึง" อรอินมองหน้าปก ไม่มีเสียงสะอื้นออกมาจากเธออีก เธอรวบรวมสติที่จะไม่ร้องไห้ออกมาให้ใครสมเพชเวทนาอีก "ถามอะไร" ปกมองใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาของเธอ แววตาเจ็บปวดนั้นทำให้เขาปวดใจไปด้วย น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนเขาสัมผัสได้ "ตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกันพี่ปกเคยรักกันจริงบ้างไหมคะ" อรอินถามเสียงสั่น "เธออยากรู้จริงๆ น่ะเหรอ" เขาถามกลับ "ค่ะ อรจะได้ตาสว่างสักที" "มั่นใจใช่ไหมว่าทนฟังได้" เขาอยากให้เธอรีบกลับไป ดีกว่ามาทนฟังคำโกหกแสนเจ็บปวดที่เธอจะได้รับจากเขา "พูดมาเถอะค่ะ คงไม่มีอะไรจริงไปกว่านี้อีกแล้ว" "ไม่เคยรัก" ว่าจะไม่ร้องไห้ พอเขาพูดแบบนั้นออกไป เธอก็ร้องไห้โฮออกมา "แล้วพี่ทำดีกับอรทำไม ดูแลอรทำไม" "ฉันหวังในตัวเธอไง ถึงจะได้ยากหน่อยตั้งเกือบสองปี แต่พอได้แล้วเธอก็ยอมฉันมาตลอด ไม่ยากอย่างที่คิดนี่" "นี่คือสิ่งที่พี่คิดเหรอ ฮึก ๆ ฮือ ๆ" อรอินกลับมาสะอื้นอีกครั้ง เธอเหมือนคนบ้า ทั้งหัวเราะ ทั้งร้องไห้ สะอึกสะอื้น ตัวกระตุก ดวงตาแดงก่ำไปหมด
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY