เขายื่นคำขาดให้ส่งหญิงสาวคนหนึ่งในตระกูลคอทลินไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ใครบ้างจะไม่รู้ว่านี่เป็นกับดัก ไม่มีทางที่ตระกูลคอทลินจะส่งลูกสาวสุดที่รักไปเด็ดขาด ดังนั้นใครจะเหมาะสมไปมากกว่าลูกนอกกฏหมายกัน
เขายื่นคำขาดให้ส่งหญิงสาวคนหนึ่งในตระกูลคอทลินไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ใครบ้างจะไม่รู้ว่านี่เป็นกับดัก ไม่มีทางที่ตระกูลคอทลินจะส่งลูกสาวสุดที่รักไปเด็ดขาด ดังนั้นใครจะเหมาะสมไปมากกว่าลูกนอกกฏหมายกัน
แสงไฟสว่างจ้าสาดส่องไปทั่วงาน หยดน้ำที่เกาะบนดอกกุหลาบสีขาวเมื่อกระทบแสงไฟส่องแสงระยิบระยับเป็นประกาย
ภาพที่แสนสวยงาม บรรยากาศที่อบอุ่น บวกกับผู้คนมากหน้าหลายตาที่หลั่งไหลกันเข้ามาร่วมแสดงความยินดี ช่างเป็นความทรงจำที่น่ายินดีสำหรับคู่บ่าวสาว
ฉับพลันประตูบานใหญ่ก็เปิดขึ้น เรียวขายาวระหงเดินก้าวออกมา บนกายประดับด้วยชุดเดรสยาวสีขาวสะอาด ผมดำขลับถูกม้วนขึ้นไปกลางศีรษะ แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าเนื่องจากบนศีรษะถูกคลุมด้วยผ้าบางๆสีขาวไว้ แต่ก็สามารถบอกได้ว่าเจ้าสาวน่าจะเป็นหญิงสาวที่งดงามมากคนหนึ่ง
" เจ้าสาวเดินเข้ามาในงานแล้ว ไหนเจ้าบ่าวล่ะ " เสียงซุบซิบดังมาจากบรรดาแขกเรื่อ
" นั่นสิ.ได้ข่าวว่างานนี้ฝั่งตระกูลลูอิซเอ่ยปากขอแต่งงานกับตระกูลคอทลินเองไม่ใช่หรอ "
" เธอไม่รู้อะไรน่ะสิ ที่ตระกูลลูอิซขอแต่งงานก็เพราะแค้นน่ะสิ "
" ตายแล้ว!! แค้นเรื่องอะไรกัน "
" ก็เรื่องลูกสาวคนเล็กของตระกูลลูอิซที่แต่งเข้าไปในตระกูลคอทลินน่ะสิ ได้ข่าวว่าตายอย่างปริศนา ตระกูลลูอิซโกรธมาก "
" ถ้าอย่างนั้น การแต่งงานวันนี้ก็เพื่อแก้แค้นน่ะสิ "
" ฉันว่าน่าจะใช่ ไม่อย่างนั้นจะแต่งงานทำไม ลำพังแค่ตระกูลลูอิซที่ยิ่งใหญ่ก็สามารถจัดการตะกูลคอทลินได้แล้วเพียงแค่พลิกผ่ามือ "
" น่าสงสารเจ้าสาว รู้ทั้งรู้ว่าแต่งเข้าไปยังไงก็อาจจะมีชีวิตรอดกลับมายาก แต่ก็ยังต้องแต่งเข้าไป "
" นั่นน่ะสิ "
เสียงกระซิบดังระงมไปทั่วงาน คำพูดทุกคนได้ยินเข้าโสตประสาททั้ง 2 ข้าง แต่เจ้าสาวก็ยังยืนนิ่งเฉยอยู่กลางเวทีอย่างสงบเสงี่ยม
พลั๊ก!!!
ฉับพลันประตูก็เปิดออกอย่างแรง ตามมาด้วยฝีเท้าหนักแน่นทรงพลัง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉย ไม่แสดงอาการใดๆ ด้านหลังของชายหนุ่มยังตามมาด้วยกลุ่มคนจำนวนมาก ที่คาดว่าน่าจะเป็นบอดีการ์ดประจำตัว
เจ้าบ่าวเดินเข้ามากลางงาน พลางกวาดตามองไปรอบๆ
โอลิเวอร์ คอทลิน ประมุขตระกูลคอทลิน กลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก ก่อนจะค่อยๆยืนขึ้นเพื่อทักทายว่าที่ลูกเขย
" คุณมาคอส... "
มาคอส ลูอิซ มองประมุขคอทลินด้วยหางตา ก่อนจะเดินผ่านไปโดยไม่สนใจ ทิ้งให้โอลิเวอร์ขบฟันอย่างโมโหที่ถูกทำให้เสียหน้า
ร่างหนาเดินขึ้นเวทีไปอย่างช้าๆ สายตาจับจ้องมองไปที่ร่างบางที่กำลังจะเป็นผู้หญิงของเขาในไม่กี่นาทีข้างหน้า
เท้ายาวก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาว มือหนากำลังจะเชยคางมนขึ้นมาเพื่อให้มองหน้าได้อย่างชัดเจน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเจ้าสาวดึงป้าคลุมหน้าออกด้วยตนเองก่อนจะเงยหน้าสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว
ใบหน้าสวยหวานปรากฏอยู่ในสายตาของมาคอส ลูอิซ ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองตาสีเม็ดอัลมอนด์อย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนที่ชายหนุ่มจะกระตุกรอยยิ้มร้ายเรียกให้คนที่มองเห็นถึงกับขนลุกเกรียว
" ยินดีต้อนรับเข้าสู่ตระกูลลูอิซ เจ้าสาวของฉัน "
เสียงดังกังวานประกาศก้องก่อนที่มือหนาจะคว้าเอวบางยกร่างเล็กขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดาย
" คุณจะทำอะไร! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ " เจ้าสาวหวีดร้องเล็กน้อยก่อนจะแย้ง
" พาเธอเข้าสู่ตระกูลลูอิซไง "
" แต่งานแต่งยังไม่เริ่ม คุณจะพาฉันออกไปแบบนี้ไม่ได้ " เคท คอทลิน เริ่มดิ้น
" ทำไมจะไม่ได้ มีงานแต่งหรือไม่มีงานแต่งเธอก็ต้องไปกับฉันอยู่ดี พ่อเธอยกเธอให้ฉันแล้วสาวน้อย "
เสียงหัวเราะในลำคอทำให้เคทขนลุกเกรียว มารร้ายในคราบซาตานอย่างเขาไม่สนใจกฎเกณฑ์อะไรทั้งนั้น ทำได้ทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ
ถึงแม้งานแต่งครั้งนี้เธอจะเต็มใจมาเอง แต่ซาตานร้ายที่อยู่ตรงหน้าก็เกินกว่าที่เธอจินตนาการเอาไว้ เธอทราบดีว่าแต่งงานไปก็คงได้รับการดูแลที่ไม่ดีนัก หรืออาจจะถูกทรมานต่างๆนาๆ เพื่อระบายความเเค้นของตระกูลลูอิซ แต่อย่างน้อยเธอก็สามารถใช้เรื่องนี้เป็นข้อต่อรองกับตระกูลคอทลินได้ บุญคุณครั้งนี้ตระกูลคอทลินต้องชดใช้ให้เธอเท่านั้น
หญิงสาวเม้มปากแน่นรู้ดีว่าขัดขืนไปก็ไม่มีประโยชน์จึงได้หยุดดิ้นรน
มาคอสมองหญิงสาวอย่างแปลกใจ ก่อนจะกระดกยิ้มมุมปาก ผู้หญิงคนนี้น่าสนใจทีเดียว
" เธอคิดว่ากำลังจะได้เป็นนายหญิงของตระกูลลูอิซสินะ มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก "
" นายหญิงของตระกูลลูอิซหรอ หึ..น่าขำ คิดว่าคุณมีดีขนาดที่ชั้นต้องไขว่คว้ามาครอบครองรึไงกัน " คำพูดสบประมาททำให้มาคอสฉุนกึก เขาวางร่างบางลง มือหนาคว้าเข้าที่ปลายคางมนก่อนจะออกแรงบีบ
" กล้าสบประมาทฉันคงไม่รู้สินะว่าจะเกิดอะไรขึ้น "
" หึ..มาคอส ลูอิซ คุณมันก็แค่นี้แหละ เผื่อคุณจะไม่รู้ว่าไม่ได้มีผู้หญิงทุกคนหรอกนะที่อยากเข้าหาคุณ ผู้หญิงที่รังเกียจคุณก็มีเหมือนกัน "
ร่างบางกระซิบเสียงเบา แม้ว่าเธอจะเต็มใจแต่งงานแทนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอพิสวาทซาตานอย่างเขาเสียเมื่อไหร่ ถ้าไม่ใช่ว่าเขาเองก็มีประโยชน์ต่อเธอไม่มีทางที่เธอจะเฉียดเข้าใกล้เด็ดขาด
" เธอสินะ ผู้หญิงที่ว่า " ร่างสูงปรายยิ้มอย่างมารร้าย พลางเดาะลิ้นในปาก ผู้หญิงคนนี้น่าสนใจกว่าที่คิด ก็ดี...จะได้สนุกหน่อย
" ใช่ "
" แคร์ คอทลิน เธอพยายามจะยั่วโมโหฉันใช่ไหม "
เขาเรียกชื่อผู้หญิงอีกคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องสาวเธอ ใช่ เธอสวมรอยเป็นแคร์เพื่อแต่งงานเข้ามาในตระกูลลูอิซ
" ใช่ " เธอตอบอย่างไม่ลังเล
มาคอสยิ้มมุมปาก มือหนาดึงร่างบางเข้ามาใกล้ก่อนจะบดขยี้เรียวปากของเธออย่างรุนแรง
" อื้อ.. "
เคทดิ้นยกมือขึ้นทุบกลางหลังของมาคอสดังปักแต่ก็ไม่สะเทือนร่างสูงเท่าไหร่ มือหนาบีบปลายคางให้เธออ้าปากก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปอย่างตระกละตระกราม มืออีกข้างก็ล็อกหลังศรีษะเธอไม่ให้ดิ้นไปไหนได้
จูบที่แสนยาวนานทำให้เคทหายใจไม่ทั่วท้อง ก่อนที่เธอกำลังจะหมดแรงมาคอสก็พลักร่างบางออก ขาที่อ่อนแรงทำให้เคทถึงกับเข่าอ่อนกลางเวที
เธอปลายตาขึ้นมองซาตานร้ายอย่างแค้นเคือง แต่กลับเรียกรอยยิ้มขบขันจากชายหนุ่มแทน
เขาสนใจในตัวเธอซะเเล้ว แคร์ คอทลิน
" พาเจ้าสาวของฉันกลับคฤหาสน์ วันนี้มีอะไรสนุกรออยู่อีกเยอะ "
สิ้นคำสั่งบอดีการ์ดจำนวนหนึ่งก็กรูกันเข้ามากึ่งลากกึ่งพยุงร่างบางให้เดินออกไปพร้อมกัน
ใครบอกว่านี่เป็นการรับเจ้าสาวกลับบ้านกัน นี่มันนักโทษชัดๆ
แขกเรื่อพากันมองอย่างตกตะลึงที่เห็นเจ้าบ่าวพาเจ้าสาวเดินออกจากงานไปโดยที่งานยังไม่ทันเริ่ม
" อ้อ...ไม่ต้องเสนอหน้าไปหาฉันที่ตระกูลลูอิซ ถ้าฉันไม่ได้เรียก ส่วนลูกสาวของนาย ฉันขอก็แล้วกัน หึ.."
มาคอสพูดต่อหน้าโอลิเวอร์และภรรยาก่อนจะเดินออกจากงานไป ทิ้งให้คนจัดงานถึงกับหน้าเสีย กัดฟันอย่างโมโห
หลังจากแต่งงานได้ 2 ปี ในที่สุดเจียงเนี่ยนอันก็ตั้งครรภ์สักที ความดีอกดีใจของเธอแต่กลับแลกกับคำขอหย่าของสามี หลังจากการสมคบคิด เธอนอนในกองเลือด และต้องการขอร้องเขาให้ช่วยเด็กเอาไว้ แต่กลับไม่สามารถติดต่อกับอีกฝ่ายได้ ด้วยความสิ้นหวังเธอจึงออกจากประเทศไป ต่อมาในงานแต่งงานของเจียงเหนียนอัน คุณกู้เสียการควบคุมและคุกเข่าลง ดวงตาของเขาแดงก่ำ "มีลูกของฉัน แล้วเธออยากจะแต่งงานกับใครกัน?"
ทุกคนรู้ดีว่า บุตรีคนโตที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในจวนโหวอันติ้งแห่งเมืองหลวง ทำให้แม่แท้ๆ ของตนต้องเสียชีวิต เป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นตัวโชคร้าย ก่อนแต่งงานก็ทำให้แม่เลี้ยงฝันร้ายอยู่หลายวัน ออกเดินทางไปทำบุญนอกเมืองก็ถูกโจรจับตัวไป แต่ใครจะคิดว่าโชคร้ายกลับกลายเป็นโชคดี นางเปลี่ยนนิสัยไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไปที่แท้ซูชิงซวู่ ผู้สุดยอดสายลับที่ทะลุมิติมาเผชิญกับพ่อที่เย็นชา แม่เลี้ยงที่ชั่วร้าย คู่หมั้นที่นอกใจน้องสาวต่างแม่ แต่ไม่เป็นไร คอยดูว่าเธอจะจัดการพวกชั่วช้า และเอาคืนทุกอย่าง ทว่าทำไมท่านอ๋องผู้นั้นถึงมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ นั่นล่ะเผ่ยเสวียนจู: บุญคุณที่ช่วยชีวิต ไม่มีสิ่งใดตอบแทนได้ นอกจากเอาตัวไปแลก
หลังจากแต่งงานกันมาสองปี สามีของเธอไม่เคยเหยียบเข้าไปในบ้านและมองดู 'ภรรยาขี้เหร่' ของเขาเลย แถมเขาก็มีเรื่องอื้อฉาวกับดาราหน้าใหม่หลายคนทุกวัน ซูเหว่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอตัดสินใจปล่อยเขาไป ต่อไปก็ต่างคนต่างไปเลย แต่เมื่อเธอเสนอเรื่องหย่า... ฟู่เหยียนอันพบว่านักออกแบบในบริษัทนั้นสะดุดตาเป็นพิเศษ เขาค่อยๆ ทำความรู้จักกับเธอเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเธอเข้า เขาเสียใจแล้ว
คุณลู่ผู้เย่อหยิ่งแสร้งทำตัวเป็นช่างซ่อมรถเพื่อแต่งงานกับเจียงวานก็เพียงเพื่อแก้แค้น ในสายตาของเขา เธอเป็นผู้หญิงใจแคบที่รังเกียจความพิการของเขา เขาแสร้งทำท่าทางเอาอกเอาใจ ดูเหมือนรักใคร่ แต่ในใจกลับเฉยชาไร้ความรู้สึก ทว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร เขากลับตกหลุมรักเธอโดยไม่รู้ตัว หลังหย่าขาด เขากลับรู้สึกเสียดาย พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอคืนดี ทว่ากลับได้รับเพียงเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากเธอ “คุณลู่คงจำคนผิดแล้วมั้ง อดีตสามีของฉันเขา... เป็นแค่ช่างซ่อมรถคนหนึ่ง ไม่ใช่เจ้าของบริษัทลู่ซื่อกรุ๊ปผู้ร่ำรวยอันดับหนึ่งของประเทศแบบคุณ ฉันเอื้อมไม่ถึงหรอก” คุณลู่หัวเราะหึ ๆ สองเสียง “ไม่ต้องเอื้อมหรอก งั้นฉันจะลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัทแล้วไปเป็นช่างซ่อมรถก็ได้” “??”
... ในวันครบรอบแต่งงาน ฮั่วเยี่ยนสือ สามีผู้มั่งคั่งทิ้งเธอไป แล้วหาคนรักแรกของเขา ผู้ชายที่ไม่รักนวลสงวนตัวก็เหมือนสิ่งไร้ค่า ผู้ชายที่เธอเคยอ่อนข้อให้แต่ก็ไม่สนใจเธอ งั้นเธอไม่ต้องการแล้ว จึงขอหย่าทันที ฮั่วเยี่ยนสือไม่สนใจ ซูหว่านหนิงกลับเข้าสู่วงการบันเทิงและเฉิดฉาย รักแรกในอุดมคติชอบแกล้งอ่อนแองั้นเหรอ งั้นก็ให้เธอเผยธาตุแท้จริงให้ทุกคนได้เห็น อดีตสามีที่เป็นคนปากแข็งที่สุด "เมื่อเธอเบื่อแล้วเธอจะกลับมาหาฉัน" แต่ภรรยาที่เคยเต็มใจทำทุกอย่างให้เขานั้นไม่กลับมาอีกแล้ว ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในอาชีพเท่านั้น แต่ยังมีคนมากมายมาตามจีบเธออีก ดาราระดับโลกแสดงความรักอย่างแรงกล้า ผู้บริหารบริษัทสื่อพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้เธอยิ้ม แม้แต่ทายาทเศรษฐีอันดับหนึ่งก็ต้องการเธอเท่านั้น จากนั้นฮั่วเยี่ยนสือเริ่มตระหนก เปลี่ยนจากคนเย็นชากลายเป็นคนที่คอยติดตามไม่ห่าง ใช้ทุกวิถีทางเพื่อตามจีบภรรยา ซูหว่านหนิงไม่แม้แต่จะมอง "เมื่อก่อนคุณเฉยเมยกับฉัน ตอนนี้คุณไม่คู่ควรกับฉันแล้ว" ฮั่วเยี่ยนสือขอร้องเธออย่างบ้าคลั่ง "หนิงหนิง เราแต่งงานใหม่เถอะ" ซูหว่านหนิงแสดงท่าทางหยิ่ง "คุณฮั่ว ฉันไม่เคยกลับไปหาของที่ทิ้งไปแล้ว"
ความรักของฉันมันคงเหมือนนาฬิกาทราย.. .. เมื่อด้านหนึ่งถูกเติมเต็ม....อีกด้านกลับว่างเปล่า ..และสูญสิ้นไป..กับกาลเวลา........ "สำหรับฉันเธอมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่า อยู่บนที่สูงแต่ทำตัวต่ำ" "หึ....ขอบคุณค่ะที่ชม จะพูดแค่นี้ใช่มั้ย จะได้ไปอ่อยผู้ชายต่อ" "อ้อ...ถ้าสนใจ เชิญนะคะ พอดีชอบแบบ ทีเดียวหลายๆคนมันสนุกดี แต่คนดีๆอย่างพี่...."เธอมองเขาอย่างพิจารณา พร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเดินจากไป หมับ!! "มีอะไรอีกคะ หรือว่าสนใจอยากไปร่วมเตียงด้วย" "......" ชายหนุ่มเงียบ มองหน้าเธออย่างเอาเรื่อง และออกแรงบีบข้อมือเล็กอย่างแรง แต่คนตรงหน้ากลับไม่แสดงท่าทีว่าเจ็บ ถึงเธอจะเจ็บเหมือนกระดูกกำลังจะแหลกเป็นชิ้นๆ "ถ้าไม่ทำอะไรก็ปล่อย พี่ไม่อยากได้แต่คนอื่นเขาอยากได้!" พรึบ!! เธอสะบัดมือเขาอย่างแรงและเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง หมับ! "ว้าย เป็นบ้าอะไรปล่อยนะ" แต่ไม่ทันจะเดินไปถึงไหนร่างบางก็ถูกกระชากจนตัวปลิว จนชนเข้ากับกำแพงห้องอย่างแรง "ถ้าเธอยังหาเรื่องอุ่นอีก ฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่!" เขามองเธออย่างเกรี้ยวกราด "หึ...ทำไมค่ะ จะแกล้งแล้วจะทำไม" เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เกรง ยิ่งได้ยินเขาพูดแบบนี้แล้วมันยิ่งรู้สึกเจ็บ ทำไมนะทำไมต้องรักคนที่ไม่มีใจ "ปล่อย!" "ทำไม จะรีบไปเสนอตัวให้ไอ้บ้านั่นรึไง!"ใบหน้าหล่อคม ยื่นเข้าใกล้ พร้อมตะเบ็งเสียงแข็งใส่หน้าเธอ มือหนาออกแรงบีบท่อนแขนราวกับจะให้มันแหลกละเอียด "ใช่แล้วจะทำไม คืนนี้เรามีนัดกัน จะไปทำอะไรกันคนไม่ต้องให้บอกนะ หรือว่าอยากรู้จะได้ถ่ายคลิปมาให้ดู!" "หึ...ร่าน! ถ้ามันคันมากเดี๋ยวฉันจะสังเคราะห์ให้เธอเอง" "นะ...ฺฮื่อ" ร่างเล็กดิ้นพยายามให้หลุดจากพันธนาการเมื่อ เขาประกบปากจูบดูดเม้มริมฝีปากบางสีแดงอย่างแรง เขาดูดเม้มมันอย่างหนักหน่วง มือหนาลูบบีบขย้ำหน้าอกอย่างแรงเหมือนจะให้มันแหละติดมือออกมา "ฮื่อ" เสียงหวานร้องท้วงในลำคอ เมื่อได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มปาก จนแทบจะอ้วก -ญี่ปุ่น ณิชาภัทร โชติฐิติเมธานนท์ ดีไซเนอร์สาวสวย เก่งฉลาดไม่ยอมใคร มั่นใจในตัวเอง ลูกสาวคนโตของแด๊ดดี้กันต์ อายุ 24 -แบงค์ นิธิภัทร์ พัชรกานต์กุล วิศวกรหนุ่มไฟแรง หล่อเก่งมีความสามารถทั้งศึกษาวิเคราะห์ คำนวณ ออกแบบ ตรวจสอบแก้ไขปัญหาและควบคุมการผลิต....วัย 27 ความผูกพันระหว่างคนเป็นสิ่งมีค่าและมีความหมาย เป็น เสมือนเรื่องราวและความทรงจำดี ๆ ที่คนทุก ๆ คนไขว่คว้า แต่กลับมีน้อยช่วงเวลา ที่สอนสิ่งดี ๆ ให้เราได้รับรู้ ที่มีค่าให้เรานึกถึง ทุกครั้งที่นึกถึงมัน จะคอยย้ำเตือนเราให้นึกถึงช่วงวันเก่าๆ ที่ดึงทุก ๆ คนไว้ให้อยู่ร่วมกัน สิ่ง ดี ๆ ที่ผ่านไปเป็นเสมือนเม็ดทรายในนาฬิกาที่ร่วงหล่น…… ทุกเม็ดทรายแทน ความหมายของ………………ความผูกพัน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความห่วงใย ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความชิดใกล้ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………การไขว่คว้า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความคิดถึง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความลึกซึ้ง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………วันเวลา ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………สิ่งมีค่า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………จิตใจ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ตัวตน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “รัก” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เรา” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “มิตรภาพ” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เพื่อน” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………” ทุกสิ่งที่เต็มใจ ให้เพื่อเธอ” เม็ดทรายเหล่านี้แม้จะ ร่วงหล่น แต่ก็ยังคงรวมกันในนาฬิกาทราย คอยย้ำเตือนเราถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ผ่านมา เป็นนาฬิกาที่มีค่าและมีความหมาย อยู่ในความทรงจำของกันและกันตลอดไป … ช่วงเวลาแห่งความสุข อาจไม่เคย อยู่กับเรานานในโลกของความเป็นจริง เป็นเหมือนสิ่งที่ผ่านเข้ามาและก็ผ่านเข้าไป ให้เราได้สัมผัส ให้เราได้รู้สึกดี ๆ ให้เราได้รู้สึกอบอุ่นและมีความสุข แต่ถึงแม้ช่วง เวลาเหล่านี้อาจจะไม่ยาวนาน แต่มันสร้างสิ่งดี ๆ ให้เรามากมาย มันมีค่าและยิ่งใหญ่ และจะเป็นกำลังใจให้เราตลอดไป มันจะแทนความหมายของความเป็น “เพื่อน” ตลอดไป…… “นาฬิกาทรายใบนี้ ขอให้แทนมิตรภาพของเราตลอดไป ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่เราห่างไกล โดยไม่ผูกพัน” ขอบคุณบทความจาก คุณ นุชรัตน์ รักมาก คำเตือน ในทุกเรื่องทุกการกระทำของตัวละครเกิดจากจินตนาการ ไม่ใช่เรื่องจริงไม่ควรลอกเลียนแบบการกระทำที่ไม่เหมาะสม อันจะนำไปสู่ความสูญเสียความผิดบาปทั้งปวง ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อตัวบุคคลหรือวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่ง หากอ่านแล้วไม่มั่นใจว่าหรือไม่เลียนแบบได้หรือไม่แนะนำให้ปรึกษาผู้ปกครองค่ะ นิยายเรื่องนี้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะอาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม ความรุนแรง เพศ หรือการใช้ภาษาโปรดใช้วิจารณญาณและเสพเนื้อหาอย่างมีสตินิยายเรื่องนี้เกิดจากความต้องการจะเขียนของนักเขียนเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรือสนับสนุนการใช้ความรุนแรงในชีวิตจริง รบกวนอ่านคำเตือนก่อนอ่านของนักเขียนแล้วค่อยตัดสินใจหากไม่ชอบไม่เป็นไรค่ะ ©ลิขสิทธิ์เป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่เพียงผู้เดียวการเผยแพร่ทำซ้ำดัดแปลงโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมายตาม พ. ร. บลิขสิทธิ์ 2537 มาตรา 1527 31 มีโทษทั้งจำทั้งปรับ ไม่อนุญาตให้คัดลอกทำซ้ำดัดแปลงตัดภาพหรือถ่ายภาพไปเผยแพร่ใด ๆ ทั้งสิ้นหากพบจะขอดำเนินคดีตามกฎหมาย❌❌❌ พึ่งหัดแต่งนิยายเป็นมือใหม่หัดแต่งคำบางคำอาจจะใช้ผิดไปต้องขออภัยด้วยนะ คำโปรยเนื้อหาการบรรยายอาจใช้คำได้ไม่สวยเท่ากับนักเขียนท่านอื่นๆ แต่ก็ตั้งใจเขียนออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 14 กุมภาฯ 13/01/2022 ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY