“ไอ้พร้อม ไอ้ห่า มึงมันหยาบเกินคน มึงไม่เป็นลูกผู้ชาย” “ก่อนจะว่าแบบนั้น มึงดูเอ็นกูยัง มึงดูเอ็นกูแข็งร้อนขนาดนี้ มึงยังปากดีว่ากูไม่เป็นลูกผู้ชายอีกเหรอ”
“ไอ้พร้อม ไอ้ห่า มึงมันหยาบเกินคน มึงไม่เป็นลูกผู้ชาย” “ก่อนจะว่าแบบนั้น มึงดูเอ็นกูยัง มึงดูเอ็นกูแข็งร้อนขนาดนี้ มึงยังปากดีว่ากูไม่เป็นลูกผู้ชายอีกเหรอ”
เรือนไม้หลังเก่าที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านออกมา แน่นอนที่นี่คือหมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญ หมู่บ้านดงขามเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ปกครองกันเอง โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ดูแลให้ความคุ้มครองทุกคน หมู่บ้านเล็กๆ กลางเทือกเขา บรรยากาศดี อบอุ่นไปด้วยไมตรีของชาวบ้านในหมู่บ้าน
“ปวดหัวเป็นบ้า” คนที่เพิ่งย้ายกลับมาอยู่บ้านได้ไม่นาน และตอนนี้เพื่อนเที่ยวอย่างเทพก็แต่งงานไปอยู่กับภรรยาที่กรุงเทพฯ ไปเป็นเถ้าแก่ร้านทอง ทิ้งให้เพื่อนอย่างเขาโดดเดี่ยวออกเที่ยวตีกะหรี่ทุกคืน ไอ้พร้อม หรือพร้อม สิงห์คะนอง วัย 30 ปี จากหนุ่มเมืองกรุงทำงานออฟฟิศกลับมาอยู่บ้านดูแลแม่ที่แก่ชราของตัวเอง จะว่าไปแม่เขายังไม่แก่มากหรอก แต่ด้วยความเป็นห่วงจึงกลับมาอยู่ดูแลท่านที่บ้าน เพราะหลังจากที่พ่อตายจากไป ท่านก็อยู่คนเดียว
กลับมาอยู่ที่นี่ เขาเป็นหนุ่มหล่อแบบไม่มีใครมาแย่งซีนเลยก็ว่าได้ ไอ้ขวัญก็มีเมียไปแล้ว ไอ้เทพก็มีเมียแล้ว จะมีแต่เขาที่โสด หล่อ แถมเรียนจบสูงด้วยสิ แน่นอนสาวน้อยสาวใหญ่ในหมู่บ้านต่างจ้องมองหมายตาเขา และเขาก็มีความสุขที่ได้บริหารเสน่ห์ชายของตัวเองแบบนี้ ถือว่าไม่น่าเบื่อกับการกลับมาทำไร่ทำนาที่ทุรกันดารห่างไกลความเจริญแบบนี้
พร้อมจอดรถเครื่องคันเก่าพร้อมดับเครื่องแล้วสะบัดหัวไล่ความมึนเมาในหัวทิ้ง เมื่อคืนไปเที่ยวคาราโอเกะในตัวเมืองมาและไปต่อกับสาวที่มาบริการจนถึงเช้านี่แหละ พอเช้ามาก็รีบกลับมาบ้านมาฟังแม่ที่รักบ่นเหมือนทุกครั้ง แต่พอมองไปบนบันไดที่จะขึ้นเรือนก็ต้องหยุดเท้าที่กำลังก้าวเดินขึ้นบันไดไว้แล้วมองไปยังร่างเล็กระหงที่เดินลงเรือนมา
“ใครวะ” เขาพึมพำกับตัวเองมองหญิงสาวนุ่งผ้าถุงพันผ้าแถบเดินลงมาจากเรือนของตัวเอง ส่วนคนถูกมองจ้องไม่รู้ตัวว่าตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของเจ้าของบ้าน เธอเดินลงส้นเท้าหนักๆ ลงบันไดมาจนถึงพื้นนั่นแหละถึงเห็นเขา
“มาหาใครจ๊ะ” เธอถามเพราะว่าจำอีกฝ่ายไม่ได้ และอีกฝ่ายก็จำเธอไม่ได้เช่นกัน
“ฉันต่างหากต้องถามว่าเธอเป็นใคร มาทำอะไรที่บ้านฉัน” นั่นแหละ คนถามรู้ทันทีว่าคนคนนี้คือไอ้พร้อม หรือพร้อมเพื่อนวัยเด็กของตัวเองและเป็นลูกชายของเจ้าของบ้าน
“ไอ้พร้อมเหรอ”
“เออ...แล้วเธอ?”
“กูคำเกลี้ยงไง” เธอบอกเขาพร้อมกับมองสำรวจร่างสูงใหญ่ ไอ้พร้อมเปลี่ยนไปมาก แม้ว่าชายหนุ่มจะอายุเยอะกว่าตัวเอง แต่เรื่องวัยเด็กอีกฝ่ายไม่เคยทำตัวน่าเคารพ และตอนนี้คงมิแตกต่างดูท่าทางแล้วคงหนักกว่าเมื่อก่อน
“อีคำเกลี้ยง ไม่ใช่และ มึงไม่น่าโตขึ้นมาสวยแบบนี้ แล้วนั่นนมมึงก็โตมาก ไม่อยากเชื่อว่าเป็นมึง” ไอ้พร้อมเองก็ไม่อยากเชื่อว่าคนตรงหน้าคืออีคำเกลี้ยงหรือคำเกลี้ยง ลูกสาวของเพื่อนแม่แน่นอน มองยังไงก็ต่างจากสมัยเด็กมาก
“ทำไมจะไม่ใช่กู ไอ้พร้อม” หล่อนเท้าสะเอวจ้องเอาเรื่องคนตัวโต และยิ่งเกลียด เกลียดสายตาของมันที่กำลังมองมายังอกที่ดุนดันเบียดกันในผ้าที่พันรอบอกอวบอูมของเธอไว้
“มองหน้ากูนี่ ไม่ใช่มองนมกู” เธอพูดต่อพร้อมกับยื่นมือไปเชยคางของพร้อมที่ก้มต่ำมองจ้องอกตัวเองให้แหงนเงยขึ้นมาสบตาตน
“เป็นสาวแล้วนี่หว่ามึง เหมือนจะเต็มวัยด้วยสิ กูเกิดก่อนมึงตั้งห้าปีนะอีคำเกลี้ยง หัดเรียกูพี่บ้าง” ไอ้พร้อมไม่สนใจมารยาทเดินวนรอบตัวคนตัวเล็กอย่างสำรวจ
คำเกลี้ยงกอดตัวเองไว้ให้พ้นสายตาหื่นของอีกฝ่าย คำเกลี้ยง ปรีชา หรืออีคำเกลี้ยง ที่ไอ้พร้อมชอบเรียกสมัยเด็กๆ ปีนี้หล่อนอายุได้ 25 ปีแล้ว แน่นอนถ้าเทียบกับสาวๆ ในหมู่บ้านคือเธอเป็นสาวแก่ ในหมู่บ้านนี้นิยมแต่งงานกันเร็วและมีลูกกันแต่เด็ก แต่ไม่ใช่สำหรับเธอ
“กูเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่ ว่าแต่มึงเถอะ จะเดินวนดูกูอีกนานไหม และเลิกมองกูด้วยสายตาหื่นๆ ได้แล้วไอ้พร้อม”
“ก็มึงมันน่าเอานี่หว่า ว่าแต่มึงมาทำอะไรที่บ้านกูแต่เช้า”
“มึงขึ้นไปถามป้าแพงจะรู้เอง” เธอไม่ตอบแล้วเดินหนี แต่ยังไปได้ไม่ไกลก็ถูกคนตัวโตเดินตามไปคว้าข้อมือเล็กฉุดรั้งไว้ก่อน
“มึงจะไปไหนอีคำเกลี้ยง ขึ้นไปพร้อมกันสิ กูไม่อยากเชื่อเลยว่าเด็กขี้เหร่อย่างมึงจะโตมาหุ่นเป๊ะกว่ากะหรี่แบบนี้ ว่าแต่มีผัวรึยังล่ะ”
“เรื่องของกู แล้วปล่อยมือกูได้แล้ว” เธอบิดข้อมือตัวเองออกจากอุ้งมือหนาแล้วเดินหนีไปเร็วๆ ทันที
หึหึ
“ทำเป็นรังเกียจไปเถอะอีคำเกลี้ยง” เขาพึมพำกับตัวเองแล้วหมุนตัวเดินขึ้นบันไดเรือนไปทันที เพราะคนที่จะให้คำตอบเขาได้ตอนนี้คงอยู่บนบ้าน
พร้อมเดินขึ้นมาบนเรือนก็เห็นแม่กำลังนั่งพับผ้าอยู่ที่ชานเรือนสำหรับรับแขกอยู่ ไอ้พร้อมจึงย่อตัวคลานเข่าเข้าไปหาแม่ที่นั่งอยู่บนเสื่อผืนเล็กแล้วถามถึงคำเกลี้ยงที่เพิ่งลงจากเรือนสวนตัวเองลงไป ว่าหล่อนมาทำอะไรที่เรือนของเขาในวันนี้
“แม่...อีคำเกลี้ยงมันมาทำอะไรที่นี่” คำเรียกขานอีกฝ่ายที่ติดปากเอ่ยลอดออกมา
เผียะ!
มือของผู้เป็นแม่ละจากผ้าที่พับอยู่มาตีขาของลูกที่นั่งขัดสมาธิตรงหน้าตัวเองทันที
“แม่ตีฉันทำไมเนี่ย”
“ยังไม่รู้ตัวอีก นั่นน้องนะ มาเรียกอีแบบนั้นได้ยังไงพ่อพร้อม”
“เอ้า! ก็ฉันเคยชินปากนี่แม่ แล้วมันมาทำไมแม่”
“ยังจะพูดถึงน้องไม่เพราะอีก”
“งั้นถามใหม่ครับ คำเกลี้ยงมาที่บ้านเราทำไมครับแม่แพงจ๋า...” เขาลากเสียงท้ายประโยคอย่างประชด
“เจอกันแล้วเหรอ น้องจะมาอยู่กับเราสองเดือนน่ะ น้าตามกับน้าจิต พ่อกับแม่ของคำเกลี้ยงไปค้าขายที่หมู่บ้านนาเริงน่ะ เห็นว่าไปรอบนี้สองเดือนเลยให้คำเกลี้ยงมาอยู่กับเรา เพราะเป็นห่วงไม่อยากให้อยู่เรือนคนเดียวกลัวว่าผู้ชายจะเข้ามาปลุกปล้ำรังแก เลยให้มาอยู่กับเรา”
“แสดงว่ามันจะมาอยู่กับเราสองเดือน”
“อีกแล้วนะ เรียกน้องไม่เพราะอีกแล้ว” แพงตำหนิลูกชาย
“ก็ฉันยังไม่ชินนี่แม่ ว่าแต่ทำไมน้าตามกับน้าจิตไม่พาลูกสาวไปด้วย”
“ไปได้ไง เดินข้ามเขาสองลูกเลยนะ อีกอย่างคำเกลี้ยงก็เป็นสาวจะให้ไปแบบนั้นได้ยังไงอันตราย”
“ยังไม่มีผัวเหรอแม่ คิดๆ ดูแล้วอายุก็ไม่น้อยแล้วนะ สาวๆ ในหมู่บ้านอายุเท่ามันมีลูกมีผัวหมดแล้วนะ”
“ยัง คำเกลี้ยงไม่ชอบพอใครสักคน มีผู้ชายมาจีบหัวกระไดไม่เคยแห้ง แต่ไม่เคยได้ใจคำเกลี้ยงไปเลย นี่เป็นสาวแก่ขึ้นคานประจำหมู่บ้านเราไปแล้วมั้ง”
อือ
ไอ้พร้อมพยักหน้ายิ้มมุมปากอย่างมีแผนในหัว
“ยิ้มอะไรพ่อพร้อม แล้วนี่เจอกันกับน้องแล้วใช่ไหม”
“จ้ะ ฉันเจอกันก่อนจะขึ้นมา ตอนแรกก็จำไม่ได้หรอก พอถามถึงรู้ว่าเป็นมัน แล้วแม่จะให้ฉันพาไอ้โทนไปไถนาวันไหน ฉันจะได้เตรียมตัวสั่งลากะหรี่ในเมืองไว้ เพราะถ้าทำนาจะยุ่งไม่ได้ไปหาพวกหล่อน”
“ระวังเป็นเอดส์”
“ฉันป้องกันอย่างดีแม่”
“ดีแค่ไหนก็พลาดได้ถ้ามันจะพลาด เอาตามที่ลูกสะดวกเถอะ นี่จะพาไอ้โทนไปไถนาวันไหนก็จัดการเลย ปีนี้หว่านข้าวแต่หัวปีหน่อยนะลูก จะได้สบายและไปช่วยชาวบ้านในหมู่บ้านเขาด้วย”
“จ้ะแม่ งั้นฉันขอไปนอนพักผ่อนก่อนนะ เมื่อคืนแทบไม่ได้นอน”
“เมื่อไหร่จะหาเมียเป็นตัวเป็นตนสักที และมีหลานให้แม่อุ้มสักที ดูอย่างพ่อเทพสิ ตอนนี้กำลังมีลูกแล้ว เราสิมีอะไรมั่ง หยุดเที่ยวแล้วมองหาสาวๆ ในหมู่บ้านมาเป็นเมียสักคนเถอะพ่อพร้อม”
“ถึงเวลาก็มาเองแหละเมียน่ะ แม่อย่าห่วงฉันเลย ไปนอนแล้วแม่ ไม่ไหวแล้ว ตาลูกจะปิด อ่า...” เขาพูดพร้อมอ้าปากหาวแล้วคลานเข่าออกไป ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังห้องของตัวเองที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไหร่นัก ส่วนแพงก็ได้แต่ส่ายหน้ามองตามหลังลูกชายแล้วหันมาสนใจผ้าตรงหน้าตัวเองต่อ
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนสองคนไม่เคยเจอกัน ไม่เคยรู้จักกัน แต่ต้องมาแต่งงานกัน แน่นอนว่าการคลุมถุงชนครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะคนแก่ทั้งสองที่ให้คำมั่นสัญญากัน พวกเขาที่เป็นหลานจึงจำต้องแต่งงานกัน "น่านน้ำ" หนุ่มเจ้าของไร่กาแฟ กับสาวมั่น "พิมพ์มาดา" ที่ต้องมาเจอกัน ทั้งสองไม่ใช่คนที่จะเชื่อฟังใครง่ายๆ ต่างคนต่างดื้อ และการคลุมถุงชนครั้งนี้จะต้องไม่เกิดขึ้น แล้วเรื่องราววุ่นวายจึงเกิดขึ้น หนี....ใช่ต้องหนีเท่านั้น....แต่หนีไปไงมาไงมา "รัก" กันได้ไง ที่สำคัญหนีไปหนีมามาเจอพ่อคน "เซ็กส์จัด" ใช่ค่ะว่าที่เจ้าบ่าวของเธอเซ็กส์จัดจนต้องยอมแพ้....และเธอก็ชอบความหื่น ห่าม ถ่อย ของคนที่ชังหน้าแบบไม่รู้ตัว......และน่านน้ำก็หลงเจ้าสาวจอมดื้อแบบไม่ตั้งใจรักเช่นกัน...... ------------ “นายทำบ้าอะไรของนาย” “ลงโทษเมีย” น้ำคำห้วนๆ ตอบกลับทันควัน พร้อมกับจ้องหน้าสวยที่ตอนนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจในตัวเขาอยู่ในที แล้วเรื่องอะไรเขาต้องสนใจสายตาเกลียดชังที่หล่อนส่งมาให้ด้วยเล่า ในเมื่อพิมพ์มาดาเป็นของเขาและต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นายน่าน” เธอสั่งเสียงแข็งไม่ยอมเช่นกัน พร้อมดิ้นหนีจากแรงกดของบุรุษที่คร่อมเหนือตัวเองอยู่ในตอนนี้ เขาบังคับให้เธอพิงไปกับพนักโซฟาและตัวเขาก็คร่อมกักร่างเธอไว้ โดยมีสองมือใหญ่กดหัวไหล่เธอให้อิงพิงไปกับพนักเก้าอี้ สองมือทุบตีไปกับหน้าอกแกร่งแต่เหมือนกับว่าทุบกำแพงหินผาเจ็บมือเสียแรงเปล่า “ทำไมฉันต้องปล่อยด้วย เธอคิดยังไงถึงไปคบกับไอ้ปลัดธนูนั่นทั้งๆ ที่มีฉันเป็นผัวทั้งคน หรือฉันคนเดียวไม่พอฮึดา” โน้มหน้าลงไปเอ่ยข้างหูเธอพร้อมกับกัดดึงหูเธอแรงๆ ด้วยความโมโห “โอ๊ย! ฉันเจ็บนะไอ้ซาดิสม์!” “ก็กัดให้เจ็บ ถ้าไม่เจ็บจะกัดทำไมวะ บอกฉันมาไปถึงไหนต่อไหนกับมันแล้ว” เงียบ! ปากช่างเจรจาของสาวจอมพยศเม้มแน่นไม่ปริปากตอบเมื่อเขาถาม และนั่นยิ่งกระตุ้นไฟโทสะในอกของน่านน้ำไปใหญ่ “ฉันถามเธออยู่ทำไมไม่ตอบ” เขากระชากเสียงถามเธอดังกว่าเดิม และครั้งนี้ก็บีบหัวไหล่ของเธอที่กดไปกับพนักโซฟาด้วย “เจ็บนะเว้ย! นายมันบ้าไปแล้วนายน่าน นายมันคนซาดิสม์ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันเจ็บ” ทุบตีแขนของเขาให้นำพามือที่บีบหัวไหล่ตัวเองออก ตอนนี้ดวงตาสวยสดใสได้อาบล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความเจ็บปวด เมื่อเขาไม่ยอมปล่อยมือจากหัวไหล่แต่เขากลับทำตรงกันข้ามคือบีบแรงกว่าเดิม “ฉันไม่ใจอ่อนกับน้ำตาของผู้หญิงอย่างเธอหรอกนะดา อย่ามาบีบน้ำตาปัญญาอ่อนต่อหน้าฉัน” น้ำเสียงเฉียบขาดเอ่ยขึ้นพร้อมกับผละมือข้างขวามาบีบคางเล็กของเธอให้แหงนเงยเชิดหน้าขึ้นสบตาตนเอง แล้วเขาก็โน้มลงไปบดขยี้ปากอวบอิ่มสีระเรื่อที่เม้มแน่นของหล่อนจริงๆ ในเมื่อไม่ยอมพูดไม่ยอมตอบเขาก็ไม่คิดจะสนใจแล้ว เพราะตอนนี้สิ่งที่ต้องการคือการทำให้พิมพ์มาดาจำ จำว่าร่างกายของหล่อนคือของเขา นายน่านน้ำไม่ใช่ของใครอื่นที่ไหน ผู้ชายหน้าไหนก็ห้ามแตะ เพราะเนี่ยคือสมบัติของเขา ถ้าเขาไม่ยกให้ใครหน้าไหนก็ห้ามพาหล่อนหนี “อ่ะ อื้อ.....
เขาเป็นหมอที่มีรักเดียวมาตลอดหลายสิบปี แอบเฝ้ามองน้องน้อยตั้งแต่แรกเกิด ส่วนน้องน้อยก็หาได้รักเขาแบบชู้สาวไม่ สำหรับจงกลนีแล้วเขาคืออาจารย์หมอหน้านิ่งหน้าเดียว ไร้อารมณ์ทางสีหน้า แม้แต่ยิ้มเขาก็ยิ้มไม่เป็น แต่ก็ตกใจเมื่อเขายิ้มให้ตัวเองคนเดียว จะบ้าเหรอเขาเป็นอาจารย์ของเธอ และเธอกก็เคารพเขามาตลอด จะให้รักได้ยังไงกัน ++++++ “เอ้า...ปากกา เซ็นเอกสารแล้วค่อยนอนต่อก็ได้” “ค่ะ” เธอรับปากกาที่เขายื่นให้พร้อมกับเซ็นชื่อตรงที่เขาชี้มือ “เรียบร้อย ตอนนี้เธอเป็นเมียฉันแล้วนะ” “ยังไงคะ?” ถามทั้งๆ ที่นั่งหลับ “ก็เราจดทะเบียนสมรส..
หอบผ้าหอบผ่อนข้ามน้ำทะเลเพื่อมาบอกเขาว่า "ท้อง" กับเขา นึกว่าเขาจะดีใจเธอคิดผิด เพราะสิ่งที่ได้รับกลับมาหลังจากนั่นคือความใจร้ายของเขา ทำไมกัน ทำไมเขาถึงจงเกลียดจงชังเธอนัก --------------- “พี่จะแน่ใจได้ยังไงว่าเธอท้อง” “พี่มาร์คก็พาไวน์ไปตรวจสิคะ และก็พาฝากท้องด้วย ที่ไวน์มาที่นี่เพราะไวน์มาหาพ่อให้ลูก ไวน์ยังไม่ได้บอกทุกคนหรอกค่ะว่าไวน์ท้อง” “ยังไงพี่ก็รับผิดชอบเธอไม่ได้ พี่ไม่ได้รักเธอไวน์ ได้ยินไหม พี่ไม่ได้รักเธอ พี่มีแฟนแล้วและพี่ก็รักเธอมาก ถึงไวน์จะท้อง พี่ก็จะรับแค่ลูก แต่ตัวไวน์ พี่ไม่ต้องการ เรื่องลูกถ้าท้องจริงพี่ยินดีรับแน่นอน” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พูดตามที่สมองประมวลผลออกมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่อาจยอมรับวรนิษฐ์ได้ เขาไม่ได้รักเธอและไม่เคยคิดจะรักด้วย “หมายความว่ายังไงคะ พี่มาร์คจะไม่รับผิดชอบไวน์เหรอคะ พี่มาร์คได้ไวน์แล้วและพรากพรหมจรรย์ไวน์ไปด้วย” “ผู้ชายสมัยนี้เขาไม่แคร์พรหมจรรย์กันแล้วไวน์ ไวน์เองก็น่าจะรู้ดีว่ายุคนี้มันยุคไหนแล้ว ไวน์ก็โตที่เมืองนอก ไวน์น่าจะรู้ดี” “สำหรับคนอื่นไวน์ไม่รู้ แต่สำหรับไวน์มันสำคัญมาก ยังไงพี่มาร์คก็ต้องรับผิดชอบไวน์ แต่งงานกับไวน์ ถ้าพี่มาร์ครับผิดชอบ ไวน์จะบอกคุณย่ากับคุณพ่อว่าไวน์ท้อง” “อย่ามาขู่พี่” “ไม่ได้ขู่ ไวน์พูดจริงทำจริง” “คิดว่าพ่อกับคุณย่าจะบังคับพี่ได้งั้นเหรอ จำไว้ว่าพี่ไม่มีวันรักเธอ เรื่องลูกพี่จะรอเขาคลอดแล้วเอามาเลี้ยงเอง ผู้หญิงคนเดียวที่พี่รักคือแพร” พูดจบแล้วเขาก็ลุกเดินออกจากห้องของเธอไปด้วยความเดือดดาล กล้านัก กล้าขู่เขาว่าจะบอกพ่อกับคุณย่า คิดว่าเขาแคร์เขาสนใจรึไง เชิญเลย แต่ถ้าจะให้รับผิดชอบไม่มีทาง เขาไม่ได้รักวรนิษฐ์ --------- “นี่มันอะไรกันไวน์” เมื่อปลายสายกดรับสาย เขาก็กระชากเสียงถามไปในสายทันที “อะไรคะ?” เธอถามเขาอย่างงงๆ ไม่เข้าใจในความหมายของเขา “ก็หมายศาลไง ฟ้องหย่าเหรอ” “อ้อ...ค่ะ ก็พี่บอกไม่ยอมหย่าเอง ไวน์เลยต้องพึ่งศาล” “นี่เอาจริงเหรอ?” “แล้วไวน์บอกเหรอคะว่าพูดเล่น ถ้าไม่อยากให้ถึงศาลก็ยอมเซ็นใบหย่าให้ไวน์สิคะ เรื่องจะได้จบๆ” “ไม่มีทาง! ยังไงพี่ก็ไม่หย่าหรอก ไม่รักพี่แล้วเหรอ?” เขาถามเธอในท้ายประโยคและหวังว่าเธอจะตอบกลับมาว่า ‘รัก’ แต่กลับตรงกันข้าม
เขาเกลียดเธอ แต่สุดท้าย "พรรธน์ยศ" ก็กลืนน้ำลายตัวเอง เมื่อต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกันกับ "จอมใจ" ที่อยู่เฉยๆ ก็ได้เป็นเจ้าสาวของคนปากร้ายอย่างเขา..... ................................ “หึ! ยัยโง่! ดึกป่านนี้ใครเขาหิวข้าวกันล่ะ” พรรธน์ยศรู้สึกตลกกับความไร้เดียงสาของภรรยาตัวเล็กของตนเอง “แล้วพี่แทคหิวอะไรคะ จะกินอะไร จอมจะได้หาให้ค่ะ” “ถ้าฉันบอกว่าหิวเธอล่ะตอนนี้” “ฮะ! เมื่อวานพี่แทคก็ได้ไปแล้วนี่คะ ยังจะเอาอะไรจากจอมอีก” หล่อนเบิกตาโตตกใจในความมืด เมื่อรู้ความหมายของคำพูดของพรรธน์ยศพร้อมขยับตัวถอยห่างจากเขาไปนอนติดอีกฝั่งของเตียง “แล้วจะพูดทำไมว่าหิวอะไรจะหาให้” เขาถามกลับเสียงแข็ง “กะ...ก็จอมคิดว่าพี่แทคจะหิวข้าว” “แล้วยังไง แค่เปลี่ยนจากข้าวมาเป็นเธอเท่านั้นเอง ถ้าให้ไม่ได้ก็บอก ฉันจะได้ไปหาเด็กๆ ข้างนอก” พูดจบเขาก็ดีดตัวลุกขึ้นทันที “มะ...ไม่ได้นะ พี่แทคเป็นสามีจอม” จอมใจลุกขึ้นสวมกอดคนตัวโตจากด้านหลังรั้งไว้ทันทีเมื่อเขาจะออกไปข้างนอกหาผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ตน “ถ้ารู้ว่าฉันเป็นผัวและรู้ตัวว่าเป็นเมียก็สนองความต้องการฉันด้วย ก็บอกแล้วไงว่าฉันกินดุ เซ็กซ์จัด” เขาแกะมือเล็กที่ประสานอยู่หน้าท้องตัวเองออกแล้วหันหน้ากลับมาหาเธอในความมืดพร้อมผลักจอมใจให้ล้มลงไปกับเตียงตามด้วยเขาเคลื่อนตัวไปคร่อมทับเธออย่างรวดเร็ว
"อธิน" หรือที่ทุกคนเรียกว่า "มหาอธิน" อย่างเขาต้องมาเจอกับ "พเยีย" หรือ "น้องจุ๊บ" แน่นอนว่าอธินไม่ชอบน้องน้อย เขาคนที่บวชเรียนตั้งแต่ 7 ขวบ จนตอนนี้อายุ 38 ปี ตลอดระยะเวลาในวัยเด็กและวัยหนุ่มอยู่ในผ้าเหลืองตลอด 20 กว่าปี แต่วันนี้ต้องสลัดผ้าเหลืองทิ้งออกมาอยู่นอกวัดด้วยความจำเป็น...มหาอธินยึดมั่นในคำสอนของพระคุณเจ้าเสมอ เขาเป็นถึงพระมหา เป็นถึงพระนักเทสน์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงของพระสงฆ์ แต่ในวันนี้แม่ของเขาก็พูดถึงเรื่องครอบครัวเรื่องแต่งงาน เขารีบปฏิเสธบอกท่านทันทีว่าตัวเขานั้นจะ "ถือพรหมจรรย์" ไปจนแก่เฒ่า.....และความเป็นชายพรหมจรรย์ของเขาก็ยั่วยวนพเยียเหลือเกิน เธอเป็นสาวพรหมจรรย์ที่ทำตัวรื่นเริงไปกับผู้ชายที่หล่อถูกตา และแน่นอนว่าพรหมจรรย์ของเธอคือของเขาตั้งแต่แรกที่เจอกัน เธอคิดบาปตั้งแต่เห็นเขาในผ้าเหลือง และในวันนี้สวรรค์ก็เข้าข้างเธฮเมื่อเขาลาสิขา เขาต้องเป็นของเธอ..... --------- “ทำไมวันนี้พี่ต้อมมาแปลก เมารึเปล่าคะ ตอนอยู่ในบาร์แอบดื่มรึเปล่าคะ” เธอยังไม่อยากเชื่ออยู่ดีว่านี่คือพี่มหาผู้เคร่งในศีลในธรรมที่รู้จัก “ไม่ได้ดื่ม” “เมากลิ่นบุหรี่รึเปล่าคะ” “ไม่ได้เมา” “แล้วทำไมวันนี้มาแปลกจังคะ” “ก็พี่อยากได้อีก” เขาบอกตรงๆ “ติดใจเหรอคะ” “อือ...ก็จุ๊บล่อลวงจนพี่ชอบไปแล้ว ตอนนี้พี่ก็อยากได้อีก และอยากได้กับจุ๊บทุกวัน ให้ได้ไหมคืนนี้” “แต่พี่ต้อมใหญ่” “ครั้งก่อนเราก็เข้ากันได้ ที่พี่เรียนรู้มาร่างกายชายหญิงเรามันยืดหยุ่นตอบสนองกันและผู้หญิงขยายตัวได้ ไม่งั้นคลอดลูกไม่ได้หรอกว่าไหม นะ...ให้พี่นอนด้วยนะคืนนี้” เขาอ้อนเธอพร้อมถูไถปลายจมูกโด่งไปมากับพวงแก้มนวลเนียนอย่างออดอ้อน “แล้วไม่ถือพรหมจรรย์แล้วเหรอคะ” “จุ๊บยังคิดว่าพี่ยังเหลือพรหมจรรย์ให้เก็บรักษาอีกเหรอ ไปเถอะ ไปนอนด้วยกันนะ” “แต่จุ๊บเหนียวตัวอยากอาบน้ำก่อน” เธอตอบเขินๆ ก็นะ พอถูกเขารุกและอ้อนแบบนี้มันก็ทำให้เขินและใจสั่นไม่หยุด ก็คนมันรักมาตลอด พอเจอแบบนี้ใครจะปฏิเสธได้ และความรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจก่อนหน้านี้ก็ถูกแทนที่ด้วยความวาบหวาม เมื่อเขากัดงับปลายจมูกของเธอ “อือ” “มันเขี้ยวน่ะ อาบน้ำก็ดีนะ พี่เห็นเขาทำในอ่างอาบน้ำได้ด้วย งั้นเราลองกันไหม พี่ก็เหนียวตัวเหมือนกัน” ว้าย! ยังไม่ทันได้ตอบ สิ้นเสียงทุ้มแหบพร่าเธอก็ถูกยกอุ้มเดินเร็วๆ ไปยังห้องน้ำทันที “พี่ต้อม” “ครับ” “เก็บกดเหรอคะ ถึงได้หื่นชัดเจนแบบนี้” “จะว่าแบบนั้นก็ได้ ก็คนมันไม่เคย พอได้ใช้งานแล้วมันก็ต้องการไม่หยุดเหมือนมันไม่อิ่มน่ะ มันหิวตลอดยิ่งเห็นจุ๊บยิ่งอยากได้ และตอนนี้อยากได้มากด้วยแหละ” “โอ๊ย...นี่จุ๊บว่าจุ๊บหื่นแล้วนะคะ แต่มาเจอพี่ต้อมที่กำลังถูกตัณหาครอบงำคนนี้ จุ๊บขอยอมแพ้ค่ะ และก็ปล่อยจุ๊บได้แล้วค่ะ จุ๊บจะได้ผสมน้ำในอ่างอาบน้ำ” เธอบอกสั่งเขาเมื่อเขาพาเดินมาหยุดที่ข้างอ่างอาบน้ำ “จุ๊บครอบงำต่างหากไม่ใช่ตัณหา” “ก็อันเดียวกันนั่นแหละค่ะ ทำไมมาตบะแตกเอาตอนนี้ได้นะ” “ก็จุ๊บยั่ว” “ก็แค่ลองเล่นเฉยๆ ถ้าได้ก็คือกำไรค่ะ” “แล้วต่อไปนี้จะรับผิดชอบพี่ไหม” “จุ๊บควรเป็นคนถามมากกว่านะคะ” “ก็รับผิดชอบสิ” “แน่ใจเหรอคะว่าจะรับผิดชอบจุ๊บ” “แน่ใจสิ ว่าแต่จุ๊บเถอะ อยากให้พี่รับผิดชอบไหม และสัญญาได้ไหมว่าจะไม่ไปที่อโคจรแบบนั้นอีก และห้ามแต่งตัวแบบนี้อีก แต่งแบบที่ไปทำงานกับพี่ทุกวันได้ไหม” “ลุคครูระเบียบนั่นเหรอคะ ไม่ไหวค่ะ งานกับชีวิตปกติของจุ๊บมันต่างกันค่ะ จุ๊บไม่สัญญาค่ะ” เธอรีบบอกจุดยืนของตัวเอง เธอจะไม่เปลี่ยนตัวเองเพื่อเขาเด็ดขาด แค่ยกหัวใจและร่างกายให้นี่ก็ที่สุดแล้วนะ “แต่พี่ไม่ชอบให้คนอื่นมองของของพี่” “เดี๋ยวนะ? จุ๊บยังไม่ใช่สิทธิ์ขาดของพี่ต้อมเลยนะคะ แล้วพูดมาได้ยังไงว่าจุ๊บเป็นของของพี่” “งั้นพรุ่งนี้ไปจดทะเบียนสมรสกัน จุ๊บจะได้เป็นของพี่”...... -------- ปล.ฝากพี่มหาต้อมกับน้องจุ๊บด้วยนะคะ มาลุ้นไปกับความน่ารักของคู่นี้กันนะคะ *****นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการเท่านั้นนะคะ ไม่ได้ลบหลู่ศาสนาแต่อย่างไร เป็นเพียงแค่เรื่องราวที่แต่งขึ้น เพราะในเรื่องพระเอกก็ลาสิขาออกมาแล้วค่ะ เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้นค่ะ
“อ๋องหื่น” “หึหึ...ข้าหื่นที่ไหนกันเล่า ข้าแค่อยากแสดงความรักกับเจ้าเท่านั้นเอง และตอนนี้ก็ลับตาคน ข้าว่าเรามาเย้ยฟ้าท้ายุทธภพกันดีไหม” เขาพูดจบก็ผลักร่างเล็กโน้มลงไปนอนราบกับหลังคาทันทีแล้วตัวเองก็คร่อมทับ “อือ...เดี๋ยวหลังคาบ้านเขาพังหรอก” “ไม่ลองไม่รู้เถียนเถียน” “บ้าน่า อย่าทำอะไรพิสดารได้ไหม เดี๋ยวพลาดท่าตกไปพิการเอาหรอก” “ข้ามีวิชาตัวเบา ไม่ทำให้เจ้าเป็นอันตรายหรอกเมียข้า” เขาพูดแล้วก็โน้มหน้าหมายจะลงไปซุกไซ้ซอกคอระหงทันที......
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY