นางเคยเป็นดั่งดอกบัวขาว บริสุทธิ์ผุดผ่องมองแล้วสบายตา แต่เขาและน้องสาวต่างมารดาของนางกลับมาแต้มหมึกดำลงบนบัวขาวดอกนี้
นางเคยเป็นดั่งดอกบัวขาว บริสุทธิ์ผุดผ่องมองแล้วสบายตา แต่เขาและน้องสาวต่างมารดาของนางกลับมาแต้มหมึกดำลงบนบัวขาวดอกนี้
บทนำ
คุณหนูเยว่เหลียน นางเปรียบดั่งดอกบัวขาว งดงามใสสะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่อง รอยยิ้มของนางกระจ่างใส ไม่ว่าผู้ใดอยู่ใกล้นางก็สบายใจ
ฮูหยินตระกูลเยว่และตระกูลตงเป็นสหายรักกันเติบโตเคียงข้างกันมาตั้งแต่เยาว์วัย เมื่อเยว่ฮูหยินคลอดบุตรสาวออกมา จึงถูกจับหมั้นหมายกับคุณชายรองของตระกูลตงทันที แต่เยว่ฮูหยินก็บุญน้อยเสียเหลือเกิน ไม่สามารถเฝ้ามองบุตรสาวผู้งดงามเติบใหญ่ได้ เยว่ฮูหยินจมน้ำเสียชีวิตเมื่อเยว่เหลียนอายุเพียงห้าปี
เยว่ชานผู้นำตระกูลจึงส่งบุตรสาวไปอยู่บ้านตระกูลเดิมของฮูหยินของตน เขาในเวลานี้ไม่อาจทนมองหน้าบุตรสาวได้อีกต่อไป นับวันนางยิ่งมีใบหน้าคล้ายกับฮูหยินรัก
เยว่เหลียนเติบใหญ่และงดงามราวกับดอกบัวแรกแย้ม นางรู้ดีว่าจวนของบิดายกสตรีอื่นเขามาแทนที่มารดาของตน แต่นางก็ไม่เคยโกรธเคืองบิดา เพราะเข้าใจความทุกข์ของท่านที่เสียมารดาของนางไป ทั้งนางอยู่ห่างไกล ท่านคงเหงา
นางถูกท่านตาและท่านย่าพร่ำสอนให้เป็นภรรยาที่ดี เพราะอีกฝ่ายก็เพียบพร้อม ทั้งสองสกุลหาใช่คนอื่นไกล และเมื่ออายุครบ18 ปี นางเดินทางกลับเมืองหลวงเพื่อที่จะแต่งงานกับบุรุษที่หมั้นหมายกันเอาไว้ตั้งแต่ลืมตาดูโลก
เดิมเยว่เหลียนก็กังวลใจไม่น้อย เพราะช่วงเวลาที่นางอาศัยอยู่ที่จวนท่านตา คู่หมั้นของนางไม่เคยเดินทางไปเยี่ยมเยียนเลยสักครา แต่งหลังงานแต่งความกังวลที่นางเคยมีก็มลายหายไป สามีของนางดูแลนางเป็นอย่างดี เอาใจใส่และรักใคร่นาง อีกทั้งยังเอ็นดูน้องสาวต่างมารดาของนางมิน้อย
แต่เมื่อเยว่เหลียนตั้งครรภ์ ถึงได้รู้ว่า สามีของตนไม่ได้รักนางเลย เขามีสตรีอื่นในใจมานานแล้ว และหากนางตั้งครรภ์ มารดาของเขา ตงฮูหยินจะยอมให้แต่งสตรีผู้นั้นเข้าเรือน
สตรีผู้นั้นนางไม่ใช่ใครอื่นไกล คือเยว่เม่ย น้องสาวต่างมารดาของนางเอง เยว่เหลียนรู้ว่าความรักนั้นห้ามกันไม่ได้ นางเองที่เป็นฝ่ายมาที่หลัง แท้จริงแล้วตงเนี่ยนเจินแต่งงานกับนางเพราะความจำยอม ไม่อยากขัดใจมารดาของตน
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นทำเอาเยว่เหลียนใจแตกสลาย เมื่อเยว่เม่ยแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินรอง
นางกลับเปลี่ยนไป
ร้ายกาจและเต็มไปด้วยเล่ห์เพทุบาย นางทำให้เยว่เหลียนแท้งบุตรในครรภ์ และใส่ร้ายว่าเป็นเยว่เหลียนที่ไม่อยากมีบุตร อยากลงโทษที่สามีแต่งสตรีอื่นเข้าบ้าน
ตงเนี่ยนเจิน โกรธมากจึงสั่งขังเย่วเหลียนที่เรือนเก็บป้ายสุสานประจำตระกูล
เยว่เหลียนถูกขังเอาไว้เพียงลำพัง บ่าวรับใช้ถูกสั่งงดยกสำรับมาจนกว่านางจะสำนึก
สำนึกสิ่งใดกัน
นางอดข้าวมาสามวันแล้ว ส่วนน้ำดื่มนางทำได้เพียงดื่มน้ำจากถังเช็ดพื้นที่สาวใช้ลืมเอาไว้เพื่อประทังชีวิต
และในกลางดึกคืนที่สาม เทียนล้มจนไฟลุกไหม้
ในคืนนั้นชะตาชีวิตของเยว่เหลียนก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ที่ผ่านมานางมองผู้คนรอบข้างด้วยความเข้าใจเสมอมา แล้วเหตุใด ตงเนี่ยนเจินและเยว่เม่ยถึงทำร้ายนางได้ถึงเพียงนี้
เปลวเพลิงลุกโซนด้วยความเคียดแค้น ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งของสตรี
เยว่เหลียนมอง ชายหนุ่มและหญิงสาวที่ยืนตระกองกอดกันอยู่อีกฝั่งของเปลวเพลิง
“ข้าจะจองเวรพวกเจ้าทุกชาติไป” ต่อให้ต้องตายไปท่ามกลางความเคียดแค้น นางยอม
“เฮอะ! กำลังจะตายยังจะจองเวรผู้อื่น”
ตงเนี่ยนเจินมองสตรีที่ยืนอยู่หลังกองไฟด้วยแววตาเกลียดชัง แม้เขาจะไม่ได้รักนาง แต่เขาก็ดูแลนางดี ยกตำแหน่งฮูหยินเอกให้ บัญชีภายในจวนก็ให้นางถือไว้ ความสุขเดียวคือการที่เขาได้อยู่กับสตรีที่รัก นางกลับจิตใจคับแค้นสังหารบุตรในครรภ์ของตนเอง เพื่อแก้แค้นเขา นางมารเช่นนางไม่ควรมีชีวิตอยู่ในตระกูลตงอีกต่อไป
“แค่เทียนเล่มเดียวเจ้ายังดูแลไม่ได้ ชาตินี้เจ้ายังตายโง่ๆ ชาติหน้าอย่างเจ้าจะทำอะไรพวกข้าได้ ฮ่า ๆ ท่านพี่เรากลับเรือนกันเถอะเจ้าค่ะมองไปก็เสียลูกตา” เยว่เม่ยหันไปฉอเลาะสามี แนบใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางสีสด ถูไถท่อนแขนแกร่งอย่างแสนน่ารัก ชวนให้เขากลับเรือนนอน เกรงว่าหากเอาเข้าจริงเขาอาจเปลี่ยนใจสั่งให้บ่าวรับใช้ดับไฟนั่น แล้วมารความสุขของนางจะยังมีลมหายใจ
เยว่เหลียนมองสองร่างที่ค่อยๆ ห่างไกลออกไปผ่านม่านน้ำตา แม้นางในยามนี้จะแสบร้อนไปทั้งร่างแต่ก็ไม่อาจเทียบความเจ็บปวดภายในหัวใจของนางในขณะนี้ได้เลย
ต่อให้ต้องสังเวยวิญญาณให้ภูตผีปีศาจ ตงเนี่ยนเจิน เยว่เม่ย ข้าจะทำให้พวกเจ้าสำนึกให้ได้
เป็นพวกเจ้าต่างหากที่ต้องสำนึก
“ข้าขอแลก แลกดวงวิญญาณนี้เพื่อให้ได้แก้แค้นพวกมัน!” นางหวีดร้องก่นสาปแช่งท่ามกลางเสียงคานไม้ที่ถล่มลงมา
ดอกบัวขาวดอกนี้ถูกแต้มสีดำเสียแล้ว
เลือกสามีผิดคิดจนตัวตาย!เป็นเช่นไรรู้ก็เมื่อสายไปเสียแล้ว ลูกต้องตายจาก พ่อแม่พี่ชายพลัดพราก ด้วยหน้าที่ของเขาในฐานะเจ้าเมือง ช่วยชีวิตทุกคนไว้ได้ เว้นแต่นาง เว้นแต่ครอบครัวของนาง
โปรยปราย ผู้คนเกลียดชังข้า แต่กลับมิมีผู้ใดรู้เบื้องหลังว่าแท้จริงแล้วข้าต้องโหดร้ายเช่นนี้เป็นเพราะผู้ใด แทงมีดใส่อกคนรักของข้า สังหารตระกูลข้าจนสิ้นแม้แต่เด็กทารกก็มิเว้น ข้าต้องยืนยิ้มแล้วเอ่ยว่า ไม่เป็นไร ข้าให้อภัย นั่นคงมีเพียงพระโพธิสัตว์เสียแล้วมิใช่ข้าคนนี้ คนที่พวกเจ้าหวาดกลัวยิ่งกว่าภูตผี
นางเกิดมาขาพิการแต่หาได้ไร้ใจไม่ มีเพียงคนผู้นั้นที่ไร้หัวใจยิ่งกว่านาง เขามาหลอกให้นางหลงรักแล้วถอนหมั้นอย่างเลือดเย็น หลังนางตายจากไปแล้วยังใช้ความเห็นอกเห็นใจของพี่ชายนางเพื่อหาประโยชน์เข้าตัว โชคดีสวรรค์ไม่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวล กลับมาครานี้ ในเมื่อพวกมันรักกันมากนัก ก็เชิญรักกันไปได้เลย ชายชั่วเช่นนี้คิดจนตัวตายก็ไม่เอามาเป็นสามีเด็ดขาด!
ท่านช่างใจดำยิ่งนัก ท่านกับข้าเปรียบดั่งเหมยเขียวม้าไม้ไผ่ ข้าเชื่อว่าสักวันท่านจะกลับมาเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินกับข้า แต่ใยท่านจึงพาสตรีอื่นกลับมา แล้วถอนหมั้นข้าอย่างไร้เยื่อใย
เพราะรักนางจึงยอมทุกอย่าง แต่สุดท้ายเขากลับมอบความรักให้สตรีอื่น ในเมื่อเดินมาจนถึงสุดทางแล้วนางก็ไม่คิดจะยื้อไว้อีกต่อไป ไปเถิดข้าปล่อยมือท่านแล้ว ส่วนข้าจะเดินจากไปพร้อมกับบุตรในครรภ์
คืนก่อนขึ้นดอยบรรดานายช่างต้องมีปาร์ตี้สังสรรค์กันบ้าง แต่เธอดื่มเกินลิมิตไปหน่อย รู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาตอนเช้าพร้อมกับมีร่างของผู้ชายคนเดิมที่เคยเจอกันเมื่อหลายปีก่อนนอนอยู่ข้างๆ
หลังจากแต่งงานกันมาสองปี สามีของเธอไม่เคยเหยียบเข้าไปในบ้านและมองดู 'ภรรยาขี้เหร่' ของเขาเลย แถมเขาก็มีเรื่องอื้อฉาวกับดาราหน้าใหม่หลายคนทุกวัน ซูเหว่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอตัดสินใจปล่อยเขาไป ต่อไปก็ต่างคนต่างไปเลย แต่เมื่อเธอเสนอเรื่องหย่า... ฟู่เหยียนอันพบว่านักออกแบบในบริษัทนั้นสะดุดตาเป็นพิเศษ เขาค่อยๆ ทำความรู้จักกับเธอเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเธอเข้า เขาเสียใจแล้ว
หลังจากที่แต่งงานเข้ามาในตระกูลมู่ หลินซีได้ทำหน้าที่เป็นคุณนายมู่ที่ยอมอดทนกับทุกอย่างโดยไม่ปริปากเป็นเวลาสามปี เธอรักมู่จิ่วเซียว จึงยอมอดทนดูแลเขาอย่างเต็มใจ แม้ว่าเขาจะมีคนอื่นอยู่ข้างนอกก็ตามแต่เขากลับไม่เคยเห็นค่าของเธอ เหยียบย่ำความรักของเธอให้แหลกสลาย และถึงขั้นปล่อยให้น้องสาวของเขามอมเหล้าเธอแล้วส่งไปยังเตียงของลูกค้า หลินซีนั้นถึงเพิ่งจะตาสว่างเมื่อรู้ว่าความรักที่มีมานานนั้นช่างน่าขันและน่าเศร้าในใจของเขา เธอไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้ามาเกาะเขา เธอจึงทิ้งข้อตกลงการหย่าไว้แล้วจากไปโดยไม่ลังเล มู่จิ่วเซียวมองดูเธอประสบความสำเร็จ กลายเป็นดวงดาวที่ส่องแสงในสายตาของผู้คนเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง เธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและสงบเสงี่ยม โดยมีผู้ชายที่มีฐานะสูงส่งอยู่เคียงข้าง มู่จิ่วเซียวมองดูใบหน้าของคู่แข่งหัวใจที่ดูคล้ายกับของเขามาก จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าในสายตาเธอ เขาเป็นเพียงตัวแทนของคนอื่นในมุมแห่งหนึ่ง เขาขวางทางเธอไว้ “หลินซี คุณเล่นตลกกับผมใช่ไหม”
แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"
【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”
เพราะความเข้าใจผิด ทำให้ต่างคนต่างก็แสดงท่าทีเย็นชาใส่กัน ทำให้ต่างคนต่างก็พลาดช่วงเวลาแห่งความสุขไป กว่าจะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายมีความสำคัญในชีวิตของตนมากแค่ไหน อีกฝ่ายก็ได้จากไปตลอดกาลเสียแล้ว...
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY