เธอกับเขาจะทำอย่างไร เมื่อต้องสลับร่างกัน ความมันก็บังเกิด
เธอกับเขาจะทำอย่างไร เมื่อต้องสลับร่างกัน ความมันก็บังเกิด
“ว้าย! ไอ้บ้า ถ้ำมองคนอื่นอาบน้ำระวังเป็นตากุ้งยิงนะ” อะตอมอุทานออกมา ก่อนจะเอามือกอดอก
“ก็เธอมานุ่งกระโจมอกอาบน้ำให้ฉันดูเอง” นัทธ์ที่ถือขันน้ำและอุปกรณ์อาบน้ำอยู่ตอบโต้กลับไป เขานุ่งผ้าขาวม้าเดินมาอาบน้ำที่ตุ่มข้างบ้านของตนเองเหมือนเช่นทุกวัน
ทั้งสองมีบ้านใกล้กัน อาณาเขตรอบบ้านโอบล้อมด้วยต้นไม้และด้านหลังเป็นภูเขา ด้านหน้าคือแม่น้ำไหลผ่าน อากาศในยามเช้าสดชื่นยิ่งนัก
นัทธ์กับอะตอมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยในตัวจังหวัด แต่เป็นมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดที่มีชื่อเสียงพอสมควร เขากับเธอเรียนเอกพัฒนาชุมชน ชั้นปีที่สอง
“ฉันนี่นะมานุ่งกระโจมอกให้นายดู นี่แน่ะ ๆ” คนพูดตักน้ำในโอ่งสาดเข้าใส่เต็ม ๆ ทำเอานัทธ์ต้องร้องออกมา
“ฉันเปียกหมดแล้วยายตัวแสบ”
“อาบน้ำก็ต้องเปียกสิ คิกๆ” คนแกล้ง หัวเราะอย่างสะใจ ก่อนที่จะโดนน้ำถังใบใหญ่สาดเข้ามาเต็ม ๆ
“นี่นายเอาน้ำมาสาดฉันเหรอ”
“เป็นไงเย็นฉ่ำไหม” นัทธ์หัวเราะอย่างชั่วร้าย ไม่นานทั้งสองก็สาดน้ำใส่กันจนเลอะเทอะไปหมด
เสียงทะเลาะกับเสียงน้ำสาดใส่กัน ทำให้บิดามารดาของทั้งสองต้องส่ายหน้าให้กับความชอบทะเลาะกันของลูก ๆ ตั้งแต่เล็กจนโต ทะเลาะกันตลอด แต่ก็เป็นเพื่อนกันมาจนถึงตอนนี้
“แม่ได้ยินเสียงอะไรเอะอะโวยวาย ทะเลาะกับตานัทธ์อีกแล้วเหรอ” รดาเอ่ยถามอะตอมผู้เป็นลูกสาว
“ก็ไอ้นัทธ์สิคะแม่กวนโมโห หนูเลยสาดน้ำใส่เสียเลย”
“แล้วเขาก็สาดกลับ ทะเลาะกันลั่นบ้านเหมือนทุกวัน” รดาดักคอ ในขณะที่อาคมได้แต่ยิ้มขำในขณะที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ตรงหัวโต๊ะ พลางจิบกาแฟไปด้วย
“หืม... ขนมปังไส้สับปะรดของคุณแม่อร่อยจังเลยค่ะ” อะตอมหยิบมาชิมแล้วเอ่ยชมว่าอร่อย
“จะเอาไปฝากนัทธ์บ้างก็ได้นะ”
“เรื่องอะไรคะ ปากปีจอนัก ให้อดไปเลย”
“เรานั่งรถมอเตอร์ไซค์ไปกับเขาทุกวัน ต้องมีน้ำใจตอบแทนเขาบ้างสิ”
“หนูก็ช่วยค่าน้ำมันรถแล้วไงคะ แต่เอาไปให้หมอนั่นก็ได้ เห็นชอบชมว่าคุณแม่ทำอาหารอร่อย” พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงแตรรถก็ดังอยู่หน้าบ้าน ทำเอาคนที่กำลังยกโกโก้ร้อนขึ้นดื่มถึงกับสำลัก
“แค่ก แค่ก แค่ก”
“ระวังหน่อยสิจ๊ะ” รดาลูบหลังลูกสาวเบาๆ
“หนูต้องไปแล้วนะคะ ขืนช้าหมอนั่นไอ้ทิ้งหนูแน่”
“อย่าวิ่งสิจ๊ะลูก เดี๋ยวก็สะดุดหกล้มหรอก” รดาส่ายหน้าไปมา ก่อนจะยิ้มออกมา
“จะบีบแตรอะไรนักหนาหึ” อะตอมรับหมวกกันน็อกมาสวมใส่ขณะที่ปากก็บ่นไปด้วย ก่อนจะยื่นแซนวิชไส้สับปะรดให้เพื่อน
“อะไร”
“แซนวิชไส้สับปะรด คุณแม่ทำเผื่อนายด้วย”
“ลาภปาก”
“ตะกละ”
“ก็มันอร่อยนี่นา เอานี่ไป”
“อะไร”
“คุณแม่ฝากขนมปังหน้าหมูมาให้”
“หูย... อยากกินอยู่พอดี” เธอยื่นมือไปรับขนมปังหน้าหมูจากเขา แต่กลับโดนดึงหนี
“อะไรของนายนี่”
“รับปากก่อนว่าจะช่วย”
“ช่วยอะไรของนายหึ”
“เธอก็รู้ว่าฉันชอบดาริน”
“แล้วไง”
“เป็นแม่สื่อให้หน่อย”
“เรื่อง”
“งั้นก็ไม่ต้องกิน”
“ก็ได้”
“เห็นแก่กินเหมือนกันนะ”
“งั้นไม่ช่วย ขนมปังหน้าหมูหน้ามหาวิทยาลัยก็อร่อย ฉันไปซื้อกินที่นั่นก็ได้ ฉันมีเงิน”
“เอาไป สัญญาแล้วนะว่าจะช่วย”
“อืม... แต่มันต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของนายด้วยนะ ฉันจะไปบอกให้แล้วกันว่านายชอบ” อะตอมถอนใจเฮือกใหญ่ เธอไม่ค่อยอยากสนับสนุนให้นัทธ์คบหากับดารินเลย มันเป็นเหตุผลที่เขาฟังแล้วอาจจะคิดว่าเธอใส่ร้ายเพื่อน เพราะคนกำลังหน้ามืดตามัว หรือเธอจะลองให้นัทธ์ไปเจอของจริงดู
“อย่าเพิ่งบอก”
“อ้าว... ทำไมล่ะ”
“ฉันไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี”
“เริ่มแบบที่บอกรักไปเลยไง ชอบเขาก็บอกรักเขาไปแล้ว จะไปอำพะนำอยู่ทำไม”
“ขอทำใจก่อนสิ”
“เบื่อจริง ๆ” เธอบ่นไม่จริงจังนัก ก่อนจะขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของเขา
“ทำไมนายไม่พารถยนต์ไปนี่ ฉันใส่กระโปรงมันนั่งยาก”
“รถยนต์ไม่แรงเท่ามอไซค์”
“วะ! ว้าย! อะไรของนายนี่” เธอรีบผวากอดเอวเขาเอาไว้แน่น เมื่อจู่ ๆ เขาก็ออกรถแบบไม่ให้เธอได้ทันตั้งตัว
“เกาะแน่นๆ สิ”
“ก็เกาะอยู่นี่ไง ดีนะที่ฉันเกาะเอวนายเอาไว้ ไม่งั้นตกลงไปคอหักกันพอดี” เธอตะโกนคุยกับเขา
“ก็เห็นว่าเกาะแล้วไง เลยออกรถ”
“นัทธ์ระวัง นั่นรถข้างหน้า กรี๊ด!” เสียงกรีดร้องดังขึ้น ก่อนที่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของนัทธ์จะชนเข้ากับรถด้านหน้าโครมใหญ่
เสียงเบรกรถ เสียงกรีดร้องดังขึ้น ก่อนที่พลเมืองดีจะโทร. แจ้งตำรวจ และเรียกรถพยาบาลมายังที่เกิดเหตุ
บิดามารดาของทั้งสองรีบมายังโรงพยาบาลทันทีเมื่อรู้ว่าลูกประสบอุบัติเหตุรถชน
“ลูกจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” รดาเดินไปมาตรงหน้าห้องฉุกเฉินอย่างเป็นกังวล
“พี่ต้องขอโทษด้วยนะ ตานัทธ์น่าจะขับรถเร็วแน่ ๆ บอกแล้วว่าอย่าขับรถเร็ว” ปานแก้วเอ่ยขอโทษออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก อีกทั้งยังเป็นกังวล เพราะเป็นห่วงลูกชายกับสาวน้อยข้างบ้านเพื่อนลูกชายสุดหัวใจ
“ลูกต้องไม่เป็นอะไรค่ะ เรามาสวดมนต์ให้ลูกปลอดภัยกันดีกว่าค่ะ” รดาบีบมือของปานแก้วเอาไว้ จะโทษอีกฝ่ายก็จะทะเลาะกันเสียเปล่าๆ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาโทษว่าเป็นความผิดของใคร แต่นี่คือเวลาที่ต้องสวดมนต์อธิษฐานให้ลูกๆ ปลอดภัย
“คุณหมอ ลูกผมเป็นยังไงบ้างครับ” ประณตตรงเข้าไปเอ่ยถามถึงอาการของลูกชาย
“พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่ยังไม่ฟื้น ตอนนี้จะเคลื่อนย้ายไปยังห้องพักผู้ป่วยนะครับ”
“แล้วลูกสาวผมล่ะครับ” อาคมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“ปลอดภัยทั้งคู่นะครับ แต่ยังไม่ฟื้น หมอขอตัวก่อนนะครับ” ประโยคของคุณหมอ สร้างความโล่งใจให้ทุกคน ก่อนที่จะพากันเดินไปยังห้องพักผู้ป่วย ซึ่งสองหนุ่มสาวอยู่ห้องพักใกล้กัน บิดามารดาของทั้งสองจึงไปมาหาสู่กันได้
“นัทธ์ ลูกต้องไม่เป็นอะไรนะ” ปานแก้วนั่งอยู่ข้างเตียงลูกชาย ก่อนที่จะร้องไห้ออกมา มองบาดแผลตามตัวแล้วให้รู้สึกใจหายยิ่งนัก
"มะนาว" นักศึกษาสาวปีสามผู้ฉลาดแกมโกง คิดว่าตัวเองเอาตัวรอดเก่ง แต่เมื่อหัวใจดันตกหลุมรัก "พี่ธันวา" รุ่นพี่ปีสี่สุดหล่อ สุขุม และเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่า เธอจึงต้องวาง "แผน" เพื่อให้ได้ใกล้ชิดเขา แต่ทุกครั้งที่คิดจะเหนือกว่า กลับกลายเป็นว่าเธอตกหลุมพรางหัวใจของเขาซะเอง เกมนี้ไม่มีใครแพ้ เพราะสุดท้ายความรักที่มีแผนซ่อนอยู่ก็คือความรักที่ทำให้ทั้งคู่ยิ้มได้ จะหลอกล่อหรือจะวางแผนยังไงก็ไม่พ้น…เพราะพี่เขาวาง "แผนรัก" รออยู่แล้ว
การแก้แค้นที่แท้จริง เหมือนประโยคที่ว่า... "สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร"
1. เจ้าสาวส้มหล่นของท่านประธานพันล้าน เธอ…หญิงสาวธรรมดาผู้มีหัวใจกล้าหาญ อาสากู้ภัย ช่วยชีวิตชายแปลกหน้ากลางเหตุอุบัติเหตุโดยไม่รู้เลยว่า…เขา คือประธานหนุ่มพันล้าน ผู้เย็นชา สุขุม และเป็นชายที่เธอจะต้องผูกพันไปตลอดชีวิต ค่ำคืนหนึ่งที่ผับ…เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทำให้ชีวิตของทั้งสองพันเกี่ยวกันแน่น จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักที่ไม่อาจย้อนกลับ จาก "ประธานผู้ทรงอิทธิพล" กลายมาเป็น "คนรัก" ที่พร้อมดูแลเธอและครอบครัว จากหญิงสาวธรรมดา กลายเป็น "ภรรยาส้มหล่น" ที่หัวใจของเขายกให้ทั้งดวง แต่เส้นทางนี้ไม่ได้มีเพียงความหวาน ยังมีไฟริษยา ความแค้น และบททดสอบมากมายรออยู่ข้างหน้า ความรักของเขาและเธอจะก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปได้หรือไม่ มาร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวสุดฟินจิกหมอนที่ทั้งหวาน ซึ้ง เข้มข้น และอบอุ่นหัวใจ 2. หลงใหล เขาหลงรักเธอตั้งแต่วันแรกที่เห็น...จากเด็กสาวผู้ยิ้มสดใสผู้รับทุนการศึกษา กลายเป็นหญิงสาวแสนอบอุ่นที่เข้ามาเติมเต็มหัวใจของเขาในรีสอร์ทกลางขุนเขา ธาวิน ชายหนุ่มเจ้าของรีสอร์ทผู้แอบมอบทุนให้เธอมานานแรมปี นลินฉัตร หญิงสาวธรรมดาที่ไม่เคยรู้เลยว่าผู้ชายคนหนึ่งแอบมองเธอมาตลอดด้วยความรัก เมื่อโชคชะตาพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง ในสถานที่ที่โอบล้อมด้วยสายหมอกและกลิ่นดอกไม้ หัวใจสองดวงที่เคยห่างไกล... กลับเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอีกครั้งอย่างอบอุ่นและอ่อนหวาน บางที... ความรักที่แท้จริงอาจไม่ต้องการคำสัญญาใหญ่โต แค่ใครสักคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างเข้าใจ และมอบ "รีสอร์ทกลางใจ" ไว้ให้ดูแล... ตลอดชีวิต 3. เพลิงพ่ายรัก เมื่อ "เพลิงฟ้า" ชายหนุ่มผู้เย็นชาและเคยผิดหวังจากความรัก ต้องมาเจอกับ "รดา" พยาบาลสาวแสนซื่อ ที่คุณย่าของเขารับเข้ามาดูแลในบ้าน เพียงแรกพบสบตา เขากลับจดจำเธอได้ในฐานะ "ผู้หญิงของเพื่อน" หญิงสาวที่เขาเคยเชื่อว่าเสแสร้งและหวังจับคนรวย! ความเข้าใจผิดในวันนั้น กลายเป็น "เพลิงแค้น" ที่เขาเผาตัวเองให้มืดมิด แต่ยิ่งได้ใกล้ ยิ่งได้เห็น เขากลับพบว่าเธอไม่ใช่อย่างที่คิด เธอคือคนที่มีหัวใจอ่อนโยน ซื่อสัตย์ และยอมเสียสละเพื่อคนอื่นจนหมดสิ้น จากความรังเกียจ กลายเป็นความห่วงหา จากความเข้าใจผิด กลายเป็นความรักที่ไม่อาจปฏิเสธ เมื่อหัวใจของเพลิงฟ้า "พ่าย" ให้กับผู้หญิงที่เขาเคยดูแคลน ความรักจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางเงาแห่ง
เมื่อหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ต้องเข้าไปอยู่ในบ้านของคนแปลกหน้า และกลายเป็น น้องสาว ของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง... ความลับ ความใคร่ และพันธะที่ไม่มีใครเลือกได้ ก่อเกิดเป็นความสัมพันธ์ต้องห้าม ที่ไม่มีใครห้ามหัวใจตนเองได้อีกต่อไป เขา คือพายุ ชายหนุ่มเจ้าอารมณ์ที่ไม่เคยยอมรับใคร เธอ คือพลอยชมพู เด็กสาวที่อยากให้แม่มีชีวิตใหม่ที่ดี แต่เมื่อโลกใบใหม่กลับกลายเป็นคุกทอง และเขาคือผู้กักขัง...เธอจะหนีไปได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจของเธอ...กำลังถูกพันธนาการไว้ด้วยความรัก
บนเกาะเงียบสงบที่ทอดตัวอยู่กลางทะเลใต้ คือพื้นที่ต้องห้ามของความปรารถนาที่ไม่มีใครล่วงรู้... สิบปีที่เขาเฝ้ารอนับจากวันที่ส่งเธอไปเรียนในเมือง ด้วยเงื่อนไขที่ไม่มีใครรู้ สิบปีที่ไฟราคะสุมอยู่ในใจของ "นายหัวคณิน" ผู้ชายที่เธอเคยเรียกว่า พ่อเพื่อน และเมื่อ "ไหมแก้ว" หวนกลับคืนสู่เกาะที่เคยจากไป เธอไม่อาจคาดคิดเลยว่าตัวเองไม่ได้กลับมาในฐานะ ลูกสาวของคนรู้จัก แต่กลับถูกเรียกว่า "เจ้าสาวที่เขาเลี้ยงไว้เพื่อเป็นของเขาเพียงคนเดียว" ระหว่างคำว่าบุญคุณ กับความปรารถนาอันร้อนแรง ระหว่างคำว่าเจ้าของ กับความรักที่ถูกปลูกฝังผ่านวันเวลา เธอจะหนี... หรือจะยอมจำนนให้หัวใจและร่างกายถูกผูกไว้กับผู้ชายที่รักเธอจนยอมทิ้งทั้งโลกเพื่อแลกกับแค่เธอเพียงคนเดียว...
บิดามารดามีฐานะลำบาก ตอนแรกเธอคิดจะหลอกเขา เพื่อหวังเงิน และหลอกผู้ชายคนอื่นแบบนี้ แต่เชียรไม่ใช่หมูในอวยให้เธอหลอกเล่นได้ง่าย ๆ เพราะเขาเอาจริง เธอไม่เอาเขาไม่เป็นไร แต่เขาพร้อมเอาเธอทุกที่ ทุกเวลาที่ต้องการ
แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"
ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?
ในวันแต่งงาน เสิ่นเยวียนถูกคู่หมั้นและน้องสาวของเธอทำร้าย และถูกจำคุกเป็นเวลาสามปีด้วยความทุกข์ทรมาน หลังจากได้รับการปล่อยตัวจากคุก น้องสาวผู้ชั่วร้ายได้คุกคามด้วยชีวิตแม่และพยายามให้เธอมอบตัวกับชายชรา อย่างไรก็ตาม เธอได้พบกับเซียวเป่ยหาน ซึ่งเป็นผู้ทรงอิธิพลที่หล่อเหลาและเย็นชาแห่งแห่งสังคมด้านมืด อย่างไม่คาดคิด และชะตากรรมของเธอก็เปลี่ยนไปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ว่าเซียวเป่ยหานจะเย็นชา แต่เขากลับปฏิบัติต่อเสิ่นเยวียนดั่งเป็นสมบัติล้ำค่า นับแต่นั้นมา เธอจัดการคนเสแสร้ง เอาคืนแม่เลี้ยงและไม่ถูกกลั่นแกล้งอีกต่อไป
"ไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปซะ" "โยนผู้หญิงคนนี้ลงทะเลซะ" ขณะที่ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเหนียนหย่าเสวียน โฮว่หลิงเฉินได้ปฏิบัติต่อเธออย่างไม่เป็นมิตร "คุณหลิงเฉินครับ เธอคือภรรยาของท่านครับ" ผู้ช่วยของหลิงเฉินกล่าวเตือนเขา เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิงเฉินหยุดเพ่งมองไปที่เขาอย่างเย็นชาและบ่นขึ้นมาว่า "ทำไมไม่บอกผมให้เร็วกว่านี้?" นับจากนั้นเป็นต้นมา หลิงเฉินได้ตามใจและรักใคร่ทะนุถนอมหย่าเสวียนมาตลอด โดยไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะหย่าร้างกัน
เว่ยจื้อโหยวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตนอยู่ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคยสิ่งรอบกายดูโบราณล้าหลัง โลกโบราณที่ไม่มีในประวัติศาสตร์โลก ยังไม่ทันได้เตรียมใจก็ถูกส่งให้ไปแต่งงานกับชายยากจนที่ท้ายหมู่บ้าน สาเหตุที่เว่ยจื้อโหย่วถูกส่งมาให้แต่งงานกับชายที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในหมู่บ้านนั้น เพราะนางเกิดไปต้องตาต้องใจเศรษฐีผู้มักมากในกามเข้า เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกบ้านใหญ่ขายไปเป็นอนุภรรยาของเศรษฐีเฒ่า พ่อแม่ของนางจึงยอมแตกหักจากบ้านใหญ่และท่านย่าที่เห็นแก่ตัวและลำเอียงเป็นที่สุด ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของนางจึงตัดสินใจยกนางให้กับอวิ๋นเซียว ชายหนุ่มที่แสนยากจนข้นแค้น ที่เพิ่งเสียบิดามารดาไป อีกทั้งยังทิ้งน้องชายน้องสาวเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีป้าสะใภ้มหาภัยที่คอยแต่จะมารังแกเอารัดเอาเปรียบสามพี่น้อง สิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดไม่ใช่ป้าสะใภ้มหาภัย แต่ มันคืออะไรแต่งงานนางไม่ว่ายังไม่ทันได้เข้าหอสามีหมาดๆ ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามระหว่างแคว้น มันไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากว่านี้อีกแล้วสำหรับ เว่ยจื้อโหยว หากสามีทางนิตินัยของนางตายในสนามรบ ก็ไม่เท่ากับว่านางเป็นหม้ายสามีตายทั้งที่ยังบริสุทธิ์หรอกหรือ แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายน้องสาวของอดีตสามีอีก สวรรค์เหตุใดถึงได้ส่งนางมาเกิดใหม่ในที่แบบนี้
เพื่อค่ารักษาของพ่อ ฟางจิ้งหร่านยอมแทนที่น้องสาว แต่งงานกับชายผู้เสื่อมเสียชื่อเสียงและหูหนวก คืนแรกของวันแต่งงาน เธอค่อยๆ ถอดชุดทีละชิ้น ด้วยความคาดหวัง... แต่กลับได้ยินเพียงคำเตือนเย็นชาจากเขา "การแต่งงานของเราเป็นแค่สัญญา" อยู่ข้างกายชายเจ้าอารมณ์คนนี้ ฟางจิ้งหร่านต้องระมัดระวังทุกเมื่อ โดยกลัวว่าจะทำเขาไม่พอใจเข้า ทุกคนรอคอยดูเธอเสียหน้า... แต่ใครจะไปคิดว่า สามีคนนี้กลับกลายเป็น"ที่พึ่งที่มั่นคงที่สุด"ของเธอ จนกระทั่งวันที่สัญญาครบกำหนด ฟางจิ้งหร่านถือกระเป๋าเตรียมตัวจะจากไป... ชายคนนั้นกลับมีดวงตาแดงก่ำ กระซิบขอร้องว่า "อย่าไป..."
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY